๘๒. กองทัพไทยเข้าตั้งในเมืองบัตบอง

ฝ่ายพระยานครสวรรค์คุมทัพ ๑,๐๐๐ มิได้สามัคคีรสด้วยเจ้าพระยานครราชสีมา พระยาราชนิกูล พระยานครสวรรค์ไม่ช่วยทำแพ ก็พาคนในกองทัพของตัวเดินเลียบแม่น้ำโขงจะไปข้ามที่เมืองลาว ญวนเขมรก็ตามไปทัน ได้สู้รบกัน ญวนเขมรฆ่าเสียสิ้น

ฝ่ายเจ้าพระยาบดินทรเดชา จึ่งแต่งคนไปสืบทัพเจ้าพระยานครราชสีมา พระยาราชนิกูล ได้ความว่าข้ามฟากโขงมาได้แล้ว ญวนเขมรก็ตีตัดทัพ ได้สู้รบกับญวนเขมรล่าถอยไป ทัพเจ้าพระยานครราชสีมายกมาตั้งอยู่พรหมศก ทัพพระยาราชนิกูล พระยาจ่าแสนยบดี พระยาพิไชยสงคราม ยกมาตั้งอยู่บ้านอินกุมาร แขวงเมืองกะพงสวาย แต่ทัพพระยาสีหราชเดโชหายไป สืบยังหาได้ความไม่ เจ้าพระยาบดินทรเดชาเห็นว่าจะตั้งอยู่เมืองโปริสาท ขัดสนด้วยเสบียงอาหาร จึ่งกวาดครอบครัวเมืองโปริสาทลงมาตั้งอยู่เมืองบัตบอง แต่ครัวนั้นหนีเข้าอยู่ในป่าระนามมาก ได้มาแต่น้อย แล้วเจ้าพระยาบดินทรเดชามีหนังสือไปถึงพระยาราชนิกูล เจ้าพระยานครราชสีมา ให้เร่งคิดอ่านกวาดครอบครัว แขวงเมืองสะโทงเมืองกะพงสวาย และเมืองรายทางขึ้นไปไว้ที่เมืองนครราชสีมา เมืองสุรินทร์ เมืองสังขะ ให้ได้ในฤดูฝนนี้

ลุศักราช ๑๑๙๖ ปีมะเมียฉศก เป็นปีที่ ๑๑ ฝ่ายองเตียนกุนแจ้งว่ากองทัพไทยเลิกกลับมาหมดแล้ว ก็ให้องค์จันทร์เบยี่คุมไพร่ญวน ๑,๐๐๐ พานักองค์จันทร์มาตั้งอยู่เมืองพนมเป็ญก่อน ตัวนั้นก็ยกขึ้นไปล้อมเมืองไซ่ง่อนอยู่

ฝ่ายเจ้าพระยาบดินทรเดชา ส่งช้างองค์จันทร์เข้ามาถึงกรุงณวันศุกรเดือน ๕ แรม ๑๑ ค่ำ[๑] โปรดให้ทำขวัญสมโภชแล้วขึ้นระวางเป็น พระยามงคลหัศดิน คชินทรสีก้านสัตตบุษย์ กัมพุชพ่ายแพ้ภินิหาร สู่สมภารสมโพธิ อโยทธยาพาหนะนารถ วรวิลาศเลิศฟ้า

ฝ่ายพระมหาเทพ พระราชวรินทร์ ยกขึ้นไป พระมหาเทพ ไปตั้งอยู่เมืองนครพนม พระราชวรินทร์ไปตั้งอยู่เมืองหนองคาย พระมหาเทพมีใบบอกลงมาว่า จะไปตีเมืองล่าน้ำ ยกกองทัพไปถึงด่านกือเหิบเป็นทางช่องแคบ เดินกองทัพลงไปมิได้ จึ่งไปตีได้เมืองมหาชัย เมืองพอง เมืองพลาน เมืองชุมพร แต่เมื่อเดือน ๓ ข้างขึ้น ปีมะเส็งเบญจศก นั้นแล้ว กวาดได้ครอบครัวข้ามฟากมา ๖,๐๐๐ เศษ ส่งมาเมืองนครราชสีมา แต่ณวันเดือน ๔ ปีมะเส็งเบญจศก ขึ้น ๕ ค่ำ ๖ ค่ำ[๒] แล้ว

ฝ่ายพระราชวรินทร์บอกลงมาว่า พระราชวรินทร์กับพระปทุมเทวา เจ้าเมืองหนองคาย พระพิทักษ์เขตต์ขัณฑ์ นายทัพนายกองยกขึ้นไปบ้านโพธิ์งาม ได้แต่งให้คนไปสืบราชการเมืองพวนได้ความว่า ญวนมาอยู่รักษาเมืองพวน ๕๐๐ คน ญวนกับเพี้ยเมืองแสนคุมไพร่ ๒๐๐ คนมารักษาเมืองเชียงดี พระราชวรินทร์จึ่งมีหนังสือไปเกลี้ยกล่อมเมืองเชียงขวาง เมืองเชียงขวางให้พันลูกท้าวมาบอกว่าญวนมาอยู่ ๕๐๐ คน คุมอุปฮาดไปอยู่เมืองสุย ๑๐๐ คน เจ้าเมืองเชียงขวางออกมาอ่อนน้อมยอมสวามิภักดิ์และจัดทัพไว้ ๑,๐๐๐ คน ช่วยกันระดมฆ่าฟันญวนตาย ๓๐๐ เศษ จับเป็นได้ ๔๑ คน

ฝ่ายทัพเจ้าพระยาธรรมา (สมบุญ) มีบอกลงมาว่า ได้ยกขึ้นไปถึงเมืองหลวงพระบางพักคอยกองทัพอยู่ เมื่อณวันเดือน ๓ ข้างแรม เดือน ๔ ข้างขึ้น กองทัพเมืองพิไชย เมืองสวรรคโลก เมืองพิจิตร เมืองพิษณุโลก เมืองสุโขทัย เมืองแพร่ ยกขึ้นไปถึง เจ้าเมืองหลวงพระบางจัดให้อุปราชแสนท้าวเพี้ย ลาวมีชื่อ คุมกองทัพเมืองหลวงพระบาง ๒,๐๐๐ คนเข้ามาบรรจบกองทัพ ครั้นณเดือน ๔ ขึ้น ๘ ค่ำ ปีมะเส็งเบ็ญจศก[๓] ได้ยกกองทัพออกจากเมืองหลวงพระบางขึ้นไปเมืองแถง

ครั้นณเดือน ๕ ขึ้น ๑ ค่ำ ปีมะเมียฉศก[๔] พระยาสวรรคโลก หลวงมหาใจภักดิ์ พระพิจิตร หลวงมหาดไทย หลวงสุภาวดี เมืองพิษณุโลก พระแก้ว พระวังขวา เมืองแพร่ เจ้าอุปราช พระยาเชียงเหนือ พระยาเมืองแผน เมืองหลวงพระบาง นายทัพนายกองบอกส่งตัว เจ้าอุปราช เจ้าโงน เจ้าด้วง เมืองพวน ลงมาถึงเมืองหลวงพระบางใจความว่า พระยาสวรรคโลก นายทัพนายกองไทยลาวยกจากเมืองหลวงพระบางขึ้นไปถึงด่านหลวงแต่ณวันเดือน ๔ แรม ๓ ค่ำ[๕] ยังอีกวันหนึ่งจะถึงด่านท่าตือ พระยาสวรรคโลก เจ้าราชบุตร พระยาเชียงเหนือ เมืองหลวงพระบาง นายทัพนายกองปรึกษาพร้อมกัน ให้พระยาเมืองแผนซึ่งขึ้นกับเมืองหลวงพระบาง มีหนังสือไปถึงเจ้าเมืองพวนว่ากองทัพกรุงยกขึ้นไปเป็นอันมาก พระยาเมืองแผนกลัวว่าเมืองพวนจะเสียบ้านเมืองครอบครัวไพร่พลแล้ว อย่าให้เจ้าเมืองพวนสู้รบกรุงเทพมหานครเลย ให้เจ้าเมืองพวนสวามิภักดิ์เป็นข้าสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยดีเถิด แล้วเมืองพวนกับเมืองหลวงพระบางจะได้เป็นบ้านพี่เมืองน้องกันสืบไป



[๑] วันศุกรที่ ๔ เมษายน

[๒] วันที่ ๑๑-๑๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๓๗๖

[๓] พ.ศ. ๒๓๗๖

[๔] พ.ศ. ๒๓๗๗

[๕] อังคารที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๓๗๖

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ