๑๗๐. คำให้การของมองสวยตองเรื่องการเมืองพะม่า

ฝ่ายที่กรุงเทพมหานคร พระยาเพ็ชร์บุรีส่งมองสวยตองซึ่งเป็นเชื้อวงศ์เจ้าอังวะหนีเข้ามาถึงเมื่อเดือน ๘ โปรดให้ถาม ให้การว่ามองสวยตองเป็นพวกจักจาแมง ๆ กับแสรกแมงวิวาทกัน แสรกแมงจับจักจาแมงพรรคพวกฆ่าเสีย มองสวยตองจึ่งได้หนีไปอยู่เมืองยักไข่ แล้วหนีมาอยู่เมืองเมาะตำเลิม แล้วหนีเข้ามาอยู่เมืองเพ็ชร์บุรี และเมื่อปีเถาะเอกศก ลุศักราช ๑๑๘๑[๑] ปีนั้นเจ้าอังวะปะดุงประชวรก็ถึงทิวงคต จักกายแมงซึ่งเป็นที่อินแซะ มหาอุปราชเป็นบุตรของอินแซะคนก่อน เป็นหลานเจ้าปะดุงได้เป็นเจ้าอังวะแทน จึ่งให้จับอาชื่อตะแคงปรอน ๑ ตะแคงตองอู ๑ มูมิตตะแคง ๑ มูปะแยตะแคง ๑ ตะแคงเลิงอะแมง ๑ ปะเยืองเตงแมง ๑ ปะเยียตซาแมง ๑ เสียงแคงตะแคง ๑ เข้ากัน ๘ องค์ บุตรเจ้าอังวะปะดุง ต่างมารดากับอินแซะไปจำไว้ได้ประมาณ ๗-๘ วัน จึ่งสั่งให้เอาเจ้าอาว์ทั้ง ๘ องค์ไปสำเร็จโทษ แต่พี่น้องบุตรหลานของเจ้าอังวะปะดุงนอกจาก ๘ องค์ และบุตรหลานอินแซะจักกายแมงหาได้ฆ่าฟันผู้ใดไม่ ดีอยู่สิ้น จักกายแมงได้เป็นเจ้าอังวะได้ประมาณ ๓ เดือนเศษ ยกจากเมืองอำมะระบุระไปอยู่เมืองรัตนบุระอังวะเก่า ไกลกับเมืองอำมะระบุระห่างประมาณ ๓๐๐ เส้นเศษ พี่น้องบุตรหลานทั้งปวงก็ยกไปอยู่เมืองรัตนบุระอังวะ เมื่อจักกายแมงเป็นเจ้าอังวะ ตั้งมองโอพี่ภรรยาให้เป็นที่แมงสากี ว่าราชการสิทธิ์ขาดในเมืองอังวะ แสรกแมงน้องเจ้าอังวะโกรธว่าแมงสากีคนนี้เป็นแต่บุตรปะเยิดเปรียญถอมู ขุนนางตำแหน่งที่กรมเมือง เอามาตั้งให้เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินไม่สมควร แล้วว่าเจ้าอังวะเสียสติคุ้มดีคุ้มร้าย ว่าราชการก็ฟั่นเฟือนหาเป็นปกติเหมือนแต่ก่อนไม่ แสรกแมงขึ้นไปเฝ้าเจ้าอังวะ ๆ บางวันตรัสด้วยดีเป็นปกติเรียบร้อย บางวันก็ตรัสฟั่นเฟือนไม่เป็นปกติ แต่เจ้าอังวะให้แมงสากีว่าราชการสิทธิ์ขาดประมาณปีเศษ แมงสากีหากลัวเกรงแสรกแมงไม่ แสรกแมงคิดจะจับแมงสากีฆ่าเสีย แมงสากีรู้ตัวเมื่อเดือน ๔ ปีวอกอัฐศก แสรกแมงไปเฝ้าเจ้าอังวะแล้วมาบ้าน จึ่งใช้ให้คนไปหาตัวแมงสากีมาหาแสรกแมงที่บ้าน แมงสากีไม่มา กลับว่าแสรกแมงจะว่าสิ่งไรก็ให้แสรกแมงมาหาแมงสากีเถิด แสรกแมงโกรธ จึ่งเรียกบ่าวไพร่เป็นอันมากจะไปจับแมงสากี ๆ รู้ตัวก็เรียกผู้คนไว้ที่บ้านพร้อม พวกแสรกแมงไปถึงบ้านแมงสากี ๆ กับพวกแสรกแมงได้สู้รบกัน พวกแสรกแมงพากันกลับไป แสรกแมงจึ่งพาบุตรภรรยาบ่าวไพร่ชายหญิงประมาณ ๑,๐๐๐ เศษ หนีจากเมืองรัตนบุระอังวะไปอยู่เมืองเดิมปอง ไกลกับเมืองอังวะทาง ๕ คืน แสรกแมงจึ่งให้มองกายาอูถือหนังสือลงมาถึงเจ้าอังวะว่าแสรกแมงหาได้คิดร้ายต่อเจ้าอังวะไม่ แมงสากีคิดจะจับแสรกแมง ๆ จึ่งหนีไปอยู่เมืองเดิมปอง เจ้าอังวะหาว่าสิ่งไรไม่ มองกายาอูก็กลับไป มองกายาอูกลับไปได้ประมาณ ๗ วัน ๘ วัน ในเดือน ๕ ปีระกานพศก แมงสากีให้มองกำปอ มองกะเยือง อูเตืองวุน มองกะยอ ยันปะแยง แมงจาคุมไพร่ประมาณ ๕,๐๐๐ เศษ ยกไปรบกับแสรกแมงที่เมืองเดิมปองประมาณเดือนเศษ คนพวกแมงสากีซึ่งยกไปรบกับแสรกแมง ถูกอาวุธล้มตายเป็นอันมาก สู้แสรกแมงไม่ได้ก็ล่าถอยกลับไปเมืองอังวะ แสรกแมงรวบรวมผู้คนได้มาก เมื่อเดือน ๗ ข้างขึ้น ก็ยกลงมาเมืองอังวะ คนที่อยู่นอกเมืองอังวะก็เข้ากับแสรกแมงสิ้น แสรกแมงยกมาตั้งอยู่ที่เมืองจักแกงใกล้เมืองอังวะทางครึ่งวัน เมืองจักแกงอยู่ฟากน้ำเมืองอังวะ แสรกแมงเกณฑ์คนให้เข้าล้อมเมืองอังวะประมาณ ๕๐,๐๐๐ เศษ ล้อมอยู่ ๓ วัน กองทัพในเมืองอังวะหาออกสู้รบไม่ เจ้าอังวะจึ่งให้พระราชาคณะชื่อสามาเบินชันยาตอ กับพระราชาคณะ ๓ รูปออกไปถามแสรกแมงว่า ยกลงมาล้อมเมืองอังวะทั้งนี้จะปรารถนาสิ่งไร เจ้าอังวะจะยอมให้ทุกสิ่ง พระราชาคณะ ๔ รูปก็กลับมาแจ้งราชการแก่เจ้าเมืองอังวะว่า แสรกแมงหาต้องการสิ่งไรไม่ จะขอแต่แมงสากีผู้เดียว เจ้าอังวะกลัวแสรกแมงจึ่งสั่งให้เกียวุ่นแมงดี ปะแยยิงวุ่นแมงดี จักจาวุนกี นะยะแนวุนกีขุนนางผู้ใหญ่จับแมงสากีจำ แล้วให้คนคุมออกไปส่งให้แสรกแมง แล้วเจ้าอังวะให้ขุนนางผู้ใหญ่ ๔ นาย กับมองสวยตองคุมเอาสิ่งของบรรทุกเรือข้ามไปส่งให้แสรกแมงที่เมืองจักแกง แล้วสั่งให้บอกว่าเจ้าอังวะมอบเมืองให้แสรกแมงแล้ว อย่าให้แสรกแมงทำอันตรายแก่เจ้าอังวะเลย แสรกแมงตั้งอยู่เมืองจักแกงได้ประมาณเดือนเศษ แสรกแมงจึ่งพาเจ้าอังวะกับบุตรภรรยายกมาจากเมืองจักแกง ไปตั้งอยู่เมืองตรอกมอง ไกลกับเมืองรัตนบุระอังวะทาง ๕ คืน บุตรหลานทั้งปวง ขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยก็ตามเจ้าอังวะขึ้นไปสิ้น แสรกแมงตั้งอยู่เมืองตรอกมองประมาณ ๔ เดือนเศษ เกิดความไข้ผู้คนล้มตายเป็นอันมากเมื่อณเดือน ๑ ปีระกานพศก แสรกแมงจึ่งพาเจ้าอังวะกลับมาอยู่เมืองอำมะระบุระ หาไปอยู่เมืองรัตนบุระอังวะสร้างใหม่ไม่ บุตรหลานและขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยก็พากันกลับลงมา แสรกแมงมาอยู่ที่เมืองอำมะระบุระได้ประมาณ ๕ เดือนเศษ ก็เอาจักกายแมงที่เป็นเจ้าอังวะผู้พี่ขังเสีย เมื่อณเดือน ๖ ปีจอสัมฤทธิศก จักจาแมงให้เรียกมองสวยตองไปที่บ้านจักจาแมง ๆ จึ่งว่าจักจาแมงจะคิดจับแสรกแมงฆ่าเสีย จะเอาบ้านเมืองคืนให้กับจักกายแมง เจ้าอังวะให้คนทั้งปวงช่วยคิดรวบรวมผู้คน ได้มากน้อยเท่าใดก็ให้ทำบัญชีตามจำนวน

ครั้นณวันเดือน ๖ แรม ๒ ค่ำ[๒] จักจาแมงกับมองสวยตองสาบานตัวกันที่บ้านจักจาแมง กำหนดกันว่าเดือน ๖ แรม ๘ ค่ำ ให้พร้อมกัน ให้เข้าล้อมเมืองอำมะระบุระจับแสรกแมงฆ่าเสีย ยังหาถึงวันกำหนดไม่ พอณวันเดือน ๖ แรม ๔ ค่ำ[๓] เพลาประมาณ ๔ ทุ่มเศษ พวกจักจาแมง ๒ คนวิ่งมาบอกมองสวยตองว่า แสรกแมงให้บุตรคุมไพร่ประมาณ ๕,๐๐๐ เศษถืออาวุธครบมือ เข้าล้อมบ้านจักจาแมง พวกแสรกแมงยิงปืนคาบศิลา ๔ นัด ๕ นัดแล้ว พากันเข้าในบ้านฟันแทงพวกจักจาแมงตายประมาณ ๑๐๐ เศษ แล้วจับจักจาแมงกับพรรคพวกไปฆ่าเสีย มองสวยตองรู้ความดังนั้นก็หนีมา



[๑] พ.ศ. ๒๓๖๒

[๒] ศุกรที่ ๗ พฤษภาคม

[๓] อาทิตย์ที่ ๙ พฤษภาคม

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ