๑๙๕. พระสงฆ์ไทยออกไปส่งพระลังกากลับถึงกรุงเทพ ฯ

ลุศักราช ๑๒๐๕[๑] ปีเถาะเบญจศก เป็นปีที่ ๒๐ ในเดือน ๖ ข้างขึ้น พระสงฆ์ธรรมยุติกาออกไปส่งพระลังกากลับเข้ามาถึงกรุง ยืมหนังสือพระไตรปิฎกเข้ามาได้ ๔๐ คัมภีร์ ในเดือน ๖ นั้นตั้งพระวันรัต (นาค) วัดราชบูรณะเป็นสมเด็จพระสังฆราช

ครั้นมาถึงเดือน ๗ เจ้าพระยาบดินทรเดชาบอกเข้ามาว่าองค์มีกับนักมารดาองค์ด้วง มีหนังสือมาถึงพระองค์ด้วง ใจความว่า เมื่อณวันเดือน ๔ แรม ๑๐ ค่ำ[๒] ปีขาลจัตวาศก องค์อิ่มป่วยถึงแก่พิราลัยในวันนั้น อายุได้ ๔๘ ปี นักมารดาหามีที่พึ่งไม่ ฉันใดมารดากับบุตรและญาติพี่น้องจะได้พบปะเห็นหน้ากัน เจ้าพระยาบดินทรเดชาให้จับญวน จับจีน จับเขมรในเขตต์แดนญวนมาสืบราชการ ราชการอื่นก็สงบอยู่ ได้ความแต่ว่าฟ้าทะละหะ สมเด็จเจ้าพระยา พระยากลาโหม ที่รับอาสาเจ้าเวียดนามมานั้น ยังไปเที่ยวเกลี้ยกล่อมพระยาพระเขมรอยู่ที่บาพนม ข้าพระพุทธเจ้ากับพระองค์ด้วงปรึกษากันว่า ไพร่พลกองทัพญวนอยู่รักษาทุกวันนี้ก็น้อย เบาบาง เป็นท่วงทีควรจะกระทำได้ ครั้นจะยกไพร่พลในกองทัพจู่โจมไปกระทำกับญวนในฤดูเดือน ๗ เดือน ๘ นี้ ก็ช้ดสนด้วยสะเบียงอาหาร

ณ วันเสาร์เดือน ๑๒ แรม ๒ ค่ำ[๓] เจ้าพระยาบดินทรเดชาถวายช้างพลายเล็บครบเข้ามาช้าง ๑ สูง ๓ ศอก ๑๑ นิ้ว พระราชทานชื่อขึ้นระวางเป็น พระบรมนัขะนาเคนทรวเรนทรดุรงค์ฤทธิ์ พงศ์พิษณุรังสรรค์ อนันตคุณพรุณศาสตร วิลาศลักษณเลิศฟ้า



[๑] พ.ศ. ๒๓๘๖

[๒] เสาร์ที่ ๒๕ มีนาคม

[๓] วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ