๑๖๑. หนังสือขององเกรินตาเตืองกุนถึงเจ้าพระยาบดินทรเดชา

ฝ่ายองเกรินตาเตืองกุนตั้งอยู่ที่เมืองพนมเป็ญ มีหนังสือตอบให้องอันยาง องอันเบียน กับไพร่ ๑๒๐ คน ถือมาถึงเจ้าพระยาบดินทรเดชาที่เมืองบัตบองเมื่อเดือน ๔ ขึ้น ๖ ค่ำ[๑] ให้แปลออกมีความว่า หนังสือองเกรินตาเตืองกุนขุนนางกรุงเวียดนามมาสำเร็จราชการอยู่เมืองพนมเป็ญ มายังเจ้าพระยาบดินทรเดชา สมุหนายก อัครมหาเสนาบดี อภัยพิริยปรากรมพาหุ ขุนนางแม่ทัพใหญ่กรุงเทพมหานครได้แจ้ง ด้วยเวียดนามกับกรุงเทพมหานคร แต่ก่อนเป็นไมตรีสนิทดีกันมาหามีร้าวฉานสิ่งใดไม่ เพราะแต่ก่อนด้วยการเมืองเวียงจันท์ คนกรุงเทพมหานครฆ่าคนใช้กรุงเวียดนาม ๆ มีราชสาสน์มาต่อว่า กรุงเทพมหานครมีราชสาสน์ไปถึงกรุงเวียดนาม ขอโทษคนที่ฆ่าญวนที่เมืองเวียงจันท์ครั้ง ๑ กรุงเวียดนามคิดทางพระราชไมตรีก็งดไว้ ทางพระราชไมตรีก็เสมออยู่ตามเดิม เมื่อครั้งอ้ายภอเบโคยเป็นกบฏเมืองไซ่ง่อน กรุงเทพมหานครยกกองทัพใหญ่ออกไปตีเมืองพนมเป็ญ แล้วยกกองทัพล่วงเขตต์แดนออกไปถึงเมืองโจฎก เมืองบันทายมาศ เมืองยางพาน กรุงเวียดนามทราบความว่า กองทัพกรุงเทพมหานครยกล่วงเขตต์แดนลงไป กรุงเวียดนามจึ่งให้ขุนนางคุมกองทัพมาป้องกันรักษาเขตต์แดนไว้ กองทัพกรุงก็ยกกลับไป กองทัพกรุงเวียดนามก็หายกติดตามไม่ รักษาแต่เขตต์แดนเมืองโปริสาท เมืองกะพงสวายไว้ หาได้เกินเขตต์แดนกรุงไทยเข้ามาจนก้าว ๑ ไม่ เมื่อปีวอกอัฐศก อ้ายด้วงมีหนังสือลับออกไปจะขอกลับมากรุงเวียดนาม จะคิดอ่านกบฏต่อกรุงเทพมหานคร เมื่อปีกุนเอกศก อ้ายอิ่มกวาดครอบครัวกรุงเทพมหานครหนีไปหากรุงเวียดนาม แล้วอ้ายอิ่มว่า เมืองบัตบองทุกวันนี้ผู้คนเบาบาง ถ้าจะไปตีเอาเมืองบัตบองก็จะได้โดยง่าย เขมรมันว่าอย่างนี้ กรุงเวียดนามเห็นแก่ทางไมตรีที่สนิทกันมาแต่ก่อน หาเชื่อฟังพวกอ้ายเขมรไม่ ถ้าฟังคำอ้ายเขมรก็เป็นข้อพยาบาทกันต่อไป เขมรทั้งนั้นก็ได้พึ่งกรุงเวียดนามมาช้านาน กรุงเวียดนามมีใจโอบอ้อมป้องกันให้อยู่เย็นเป็นสุขหามีเหตุการณ์สิ่งใดไม่ องค์จันท์ตาย องค์จันท์หามีบุตรชายสืบวงศ์ต่อไปไม่ กรุงเวียดนามจึ่งตั้งให้องค์แป้นบุตรหญิงเป็นเจ้าเมืองเขมร องค์มี องค์เภา องค์สงวน ผู้น้องทั้ง ๓ คน ก็ตั้งให้เป็นเวียนกุนเจ้ารองกันลงมา องค์แป้นมีหนังสือลับไปถึงเจ้าอ้ายผู้น้า จะให้อ้ายมาผู้ร้ายมาทำศึกกับญวน จะได้พาองค์แป้นหนีตามมารดามา องค์แป้นคิดการดังนี้ผิดด้วยอย่างธรรมเนียม จึ่งได้ทำโทษแต่องค์แป้นคนเดียว แต่องค์มี องค์เภา องค์สงวน หามีโทษผิดสิ่งใดไม่ ถ้าจะให้อยู่ที่เมืองเขมรต่อไป จะมีคนมายุยงเหมือนอย่างองค์แป้น จึ่งย้ายให้ไปอยู่เสียที่เมืองอื่นให้พ้นกัน จะได้อยู่ดีไม่มีความผิด บรรดาขุนนางผู้ใหญ่เมืองเขมร กรุงเวียดนามก็ได้ตั้งให้เป็นขุนนางญวน ทั้งไพร่บ้านพลเมืองก็เมตตาโอบอ้อมให้อยู่เย็นเป็นสุข เจ้าเวียดนามมีความเมตตาแก่พวกเขมรมากมายยิ่งนัก หาได้ทรงคิดว่าขุนนางเขมรจะมีคนทรยศอยู่บ้าง บัดนี้พากันมาเกลี้ยกล่อมพวกเขมรให้คิดกบฏ ที่ยอมเข้าด้วยก็มี ที่ไม่ยอมเข้าด้วยก็มี ที่ไม่ยอมเข้าด้วยก็กดขี่ข่มเหงชักพาไปตามกัน การดังนี้ญวนจะนิ่งเสียก็ไม่ได้ กรุงเวียดนามจึ่งเกณฑ์กองทัพมาปราบปราม ถ้าพวกเขมรรู้สึกโทษตัวผิดกลับเข้ามาสามิภักดิ์รับผิด กรุงเวียดนามก็ยกโทษให้ไพร่บ้านพลเมืองกลับเข้าอยู่ตามภูมิลำเนา ทำมาหากินตามเดิม หาอยากฆ่าฟันพวกเขมรไม่ การทั้งนี้โดยจึกก็รู้อยู่สิ้น โดยจึกยกกองทัพไปเมืองโปริสาท ได้ว่ากล่าวจะเป็นไมตรีกัน โปนจึกก็ได้บอกข้อความขึ้นไปกราบทูลเจ้าเวียดนามให้ทราบ บัดนี้เจ้ากรุงเวียดนามมีรับสั่งว่า สองพระนครจะเป็นไมตรีก็เป็นประโยชน์แก่อาณาประชาราษฎรทั้งสิ้นเป็นการใหญ่ บัดนี้กรุงเทพมหานครคิดจะเป็นไมตรีก่อน ก็ต้องมีราชสาสน์มาก่อน เขตต์แดนของผู้ใดก็ต่างคนต่างรักษาแต่ในเขตต์แดน อย่าล่วงเกินปลายเขตต์ปลายแดนให้เกิดความ กรุงเวียดนามรับสั่งมาดังนี้ พระทัยเจ้าเวียดนามก็จะคิดเป็นไมตรีอยู่ จึงมีหนังสือบอกมาให้โดยจึกแจ้งความ ก็เห็นว่าโดยจึกได้กราบทูลดึกฟัดเวืองแล้ว คงจะมีราชสาสน์มา โปนจึกได้กราบทูลดึกวางเด่เมื่อใด ก็คงจะมีราชสาสน์ตอบมาโดยทางไมตรี จะได้อยู่เย็นเป็นสุขยืดยาวไป ถ้ากรุงเทพมหานคร จะมีพระราชสาสน์ไปเมื่อใด จะไปทางไหนก็ให้โดยจึกมีหนังสือบอกไปให้โปนจึกรู้ก่อน จะได้คิดอ่านจัดการให้สมควรตามอย่างธรรมเนียมแล้ว เมื่อก่อนโดยจึกมีหนังสือมาว่า องเดดก องเกวียน องอันผู้ องลันบิน องเทืองเบือน ๕ คน ได้ทำหนังสือสัญญาว่า จะพาบรรดากองทัพญวนที่ตั้งอยู่ที่เมืองเขมรทุกทางให้กลับไปรวมกันที่เมืองโจฎกนั้น ราชการเมืองเขมรเป็นราชการของโปนจึกได้ว่ากล่าว การจึ่งสิทธิ์ขาดอยู่แต่ผู้เดียว องเดดก องเกวียน. องอันผู้ องลันบิน องเทืองเบือน ๕ คนเป็นแต่ขุนนางผู้น้อย ความซึ่งสัญญาไว้นั้นไม่สิทธิ์ขาดทำผิดอยู่ หาถูกต้องตามกฎหมายเมืองญวนไม่ บัดนี้องเดดก องเกวียน องอันผู้ องลันบิน องเทืองเบือน ๕ คน ซึ่งทำหนังสือสัญญานั้น ก็ลงโทษเสียแล้ว ความซึ่งทำหนังสือสัญญาไว้นั้น จะเชื่อถือเอาไม่ได้ ให้โดยจึกตริตรองดูก็คงจะแจ้งความ

หนังสือมาณวันเดือน ๓ แรม ๕ ค่ำ[๒] ปีชวดโทศก



[๑] ศุกรที่ ๒๖ กุมภาพันธ์

[๒] พฤหัสบดีที่ ๑๑ กุมภาพันธ์

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ