๑๗๗. เจ้าอุปราชเกณฑ์ทัพหัวเมืองตีเมืองฟากโขง

ฝ่ายที่กรุงเทพมหานคร เมื่อเดือน ๑ นั้นเจ้าอุปราชพระมหาสงครามบอกลงมาว่า ได้เกณฑ์ทัพเมืองนคร เมืองกาฬสินธุ์ เมืองสกลนคร เมืองหนองหาร ๒,๐๐๐ คน ให้เจ้าอุปราชกับท้าวเพี้ยบุตรหลาน ๖ คน ไปทางเมืองเงยทาง ๑ ให้ท้าวเถื่อนบุตรอนุ ท้าวไข่หลานอุปราช กับท้าวเพี้ยคุมทัพเมืองอุเทน เมืองไทรบุรี เมืองสกล เมืองแสน รวมคน ๓,๓๐๐ คน ยกไปทางเมืองกะปองทาง ๑ พระประทุมเทวา เจ้าเมืองหนองคายคุมทัพเมืองหนองคาย เมืองภูเวียง เมืองมุกดาหาร รวมคน ๒,๐๐๐ คน ยกไปทางเมืองรายทาง ๑ ท้าวเหม็น ท้าวแรต บุตรเจ้าอุปราช คุมทัพเมืองเขมราฐ เมืองอุบล เป็นคน ๓,๐๐๐ คน รวม ๔ ทัพเป็น ๑๓,๐๐๐ คน จึ่งให้พระมหาสงครามอยู่รักษาเมืองนครพนม เมื่อณวันเดือน ๕ แรม ๕ ค่ำ[๑] ได้ยกข้ามแม่น้ำโขงไปเข้าตีเมืองวัง เมืองตะโปน เมืองพิน เมืองนอง เมืองเชียงร่ม เมืองผาบัง ไม่สู้รบ หนีเข้าป่าไปสิ้น แต่งคนไปเที่ยวกวาดครอบครัว ก็ถูกปืนและหน้าไม้กองทัพล้มตายหลายคน เกลี้ยกล่อมมาได้บ้าง จับมาได้บ้าง เป็นครัว ๑,๑๗๗ คน ช้าง ๒๐ ช้าง ครั้นจะกวาดต่อไป ครัวก็หนีไปอยู่แดนญวนสิ้น ได้จุดเผาบ้านเรือนเสียหมด ทรงทราบแล้วจึ่งได้มีตราตอบขึ้นไปว่า เจ้าอุปราชบุตรหลานรับอาสาขึ้นไปว่า จะเกลี้ยกล่อมกวาดครัวฟากโขงตะวันออกมาให้สิ้นเชิง ขึ้นไปกะเกณฑ์ผู้คนได้ถึง ๑๐,๐๐๐ เศษ ไปตีครัวได้แต่ ๑,๐๐๐ เศษ ไม่สมควรแก่ทัพใหญ่ ให้รั้งรออยู่ทำเป็นการปี ถ้าครัวออกมาตั้งบ้านเรือนทำไร่นาให้คอยจับให้สิ้นเชิง อย่าให้ตั้งติดเป็นทางสะเบียงอาหารญวนอยู่ได้



[๑] พฤหัสบดีที่ ๓๑ มีนาคม

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ