๒๔. เจ้าอนุยกทัพออกจากเวียงจันท์

ครั้นอนุจัดกองทัพพร้อมแล้ว ก็ข้ามแม่น้ำโขงมาตั้งอยู่บ้านพันพร้าว ๆ เป็นบ้านอุปราชอยู่ตรงเวียงจันท์ข้าม ให้ฝึกหัดกองทัพอยู่ที่นั้น ครั้นณเดือนยี่ข้างแรม ปีจออัฐศก อนุให้ราชวงศ์เป็นแม่ทัพหน้าคุมคน ๓๐๐๐ ยกล่วงลงมาก่อน ราชวงศ์ยกลงมาถึงเมืองนครราชสีมา วันเดือน ๓ แรม ๓ ค่ำ[1] ขอเบิกข้าวที่เมืองนครราชสีมา พระยายกกระบัตรกรมการจึ่งไปถามราชวงศ์ว่า ยกลงมาคนมากมายจะลงไปด้วยเหตุอะไร ราชวงศ์บอกว่ามีศุภอักษรขึ้นไปเกณฑ์กองทัพให้มารบอังกฤษ เจ้าย่ำกระหม่อมก็ลงมาด้วย ตั้งอยู่น้ำเชิน อีก ๒ วัน ๓ วันก็จะลงมาถึงเมืองนครราชสีมา ราชวงศ์เบิกข้าวได้แล้ว ให้เมืองขวาเชียงใต้ล่วงหน้าลงมาเมืองสระบุรีก่อน แล้วราชวงศ์ก็ตามลงมาตั้งอยู่ที่ขอนคว้าง ณวันเดือน ๓ แรม ๙ ค่ำ[2] เมืองขวาเชียงใต้จึ่งพาพระยาสุราราชวงศ์เจ้าเมืองสระบุรีซึ่งเป็นลาวพุงดำ หลวงพล กองคำ กองเชียง กองสิง ซึ่งเป็นลาวเวียงจันท์ไปหาราชวงศ์ที่ขอนคว้าง ราชวงศ์ว่ากับนายหมวดนายกองว่า ญวนอังกฤษจะยกเข้ามาตีกรุงเทพมหานครอย่าอยู่เลยจะได้ความลำบาก ขึ้นไปอยู่เสียเมืองเวียงจันทร์จะมีความสุขด้วยกัน นายกองนายหมวดทั้งปวงดีใจ ยกมือไหว้ยอมจะไปอยู่ด้วย ราชวงศ์จึ่งสั่งนายกองนายหมวดว่า บ้านของผู้ใดก็ให้คุมกันขึ้นมาเถิด กองคำกองเชียงกองสิง ก็ปรึกษากันจะต้อนครอบครัวเมืองสระบุรีขึ้นไปเวียงจันท์ ฝ่ายอนุกับสิทธิสารผู้บุตรได้ฤกษ์ก็ยกกองทัพตามราชวงศ์ลงมาถึงเมืองนครราชสีมา ณวันเดือน ๓ แรม ๖ ค่ำ[3] ตั้งค่ายใหญ่อยู่ที่ทะเลหญ้าฝ่ายทิศตะวันออกเมืองนครราชสีมา ๗ ค่าย ให้กิตติศัพท์พูดกันว่าคนถึง ๘๐๐๐๐



[1] พุธที่ ๑๔ กุมภาพันธ์

[2] อังคารที่ ๒๐ กุมภาพันธ์

[3] เสาร์ที่ ๑๗ กุมภาพันธ์

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ