๔๘. อนุหนีจากเมืองเวียงจันท์

ครั้นณวันเดือน ๑๑ ขึ้น ๑๑ ค่ำ[๑] เวลาเกือบรุ่ง อนุก็พาครอบครัวอพยพหนีจากเมืองเวียงจันท์

ฝ่ายเจ้าพระยาราชสุภาวดียกมาตั้งอยู่เมืองพันพร้าว ก็เกณฑ์ให้นายทัพนายกองคุมไพร่ ๖๐๐ คนข้ามไปเมืองเวียงจันท์ พออนุยกหนีไปเสียได้วันหนึ่งแล้ว นายทัพนายกองก็ติดตามไป พบแต่ สุทธิสาร เจ้าเต้ เจ้าบัน เจ้าดวงจันทร์ นางคำวันบุตรอนุ อ้ายรอดหลานอนุ อีมาลัย อีวอน ภรรยาอนุ อ้ายพรม อ้ายเปรม หลานพระยาเชียงดี อ้ายรูปบุตรสุทธิสารที่บ้านไผ่ นายทัพนายกองจับตัวได้เมื่อณวันเดือน ๑๑ ขึ้น ๑๕ ค่ำ[๒] ใช้หลวงทรงวีไชยกับไพร่ ๑๕ คนคุมตัวสุทธิสารกับญาติพี่น้องลงมาส่งเจ้าพระยาราชสุภาวดีที่พันพร้าว นายทัพนายกองก็ยกติดตามอนุต่อไป

เจ้าพระยาราชสุภาวดีให้ถามสุทธิสารให้การว่า เมื่ออนุหนีไปนั้น สุทธิสาร เจ้าเต้ เจ้าดวงจันทร์ หาทันรู้ไม่ ครั้นรุ่งเช้าขึ้นก็ตามอนุไปหาช้างที่บ้านดอนก็ไม่ได้ ผู้เลี้ยงช้างบอกว่าอนุเอาไปเสียแต่เวลาเช้าแล้ว สุทธิสารกับญาติพี่น้องก็ต้องเดินไป พบอ้ายฉิมขี่ช้างมา อ้ายฉิมแจ้งว่าอนุให้เอาช้างมารับ อ้ายฉิมมาถึงสุทธิสารเมื่อณวันเดือน ๑๑ ขึ้น ๑๔ ค่ำ[๓] อ้ายฉิมว่าอนุเดินรอท่าอยู่ ไพร่พลหนีเสียเป็นอันมาก เหลืออยู่แต่ราชวงศ์ เจ้าเหมน เจ้าขัติยะ อีคำปล้องภรรยาอนุ อีเชียงคำพี่ราชวงศ์ อีบัวภรรยาราชวงศ์ ไพร่ ๓ คน ช้าง ๕ ช้าง ม้า ๕ ม้า บ่าวราชวงศ์จะมีไปด้วยสักกี่คน อ้ายฉิมหาทันสังเกตไม่ อนุจะไปทางท่าข้ามช้าง จะไปอาศัยอยู่เมืองพวนก่อน เจ้าพระยาราชสุภาวดีแจ้งดังนั้น ก็เกณฑ์คนเพิ่มเติมให้ไปสมทบกับนายทัพนายกองที่ตามอนุไป แล้วก็แต่งให้พระพิพิธเดชะกับไพร่พลคุมตัวสุทธิสาร กับญาติพี่น้องลงมาส่งณกรุงเทพมหานคร แล้วเจ้าพระยาราชสุภาวดีก็ยกข้ามไปตั้งอยู่เมืองเวียงจันท์ ให้เลิกรื้อทำลายบ้านเมืองเสียให้สิ้น เว้นไว้แต่วัดเท่านั้น ฝ่ายท้าวเพี้ยเมืองเวียงจันท์ ก็พากันเข้าหาเจ้าพระยาราชสุภาวดี ๆ จึ่งจัดคนให้ไปติดตามกวาดต้อนครัวเมืองเวียงจันท์ ข้ามมารวบรวมไว้ณฟากพันพร้าว กำหนดจะกวาดครัวส่งมาณกรุงเทพมหานครณเดือน ๑๒ คิดอ่านตัดรอนผ่อนกำลังรี้พลอนุเสียให้สิ้น มิให้ตั้งบ้านเมืองต่อไปได้ จะให้ยังอยู่แต่ป่าเปล่า



[๑] อาทิตย์ ๑๙ ตุลาคม

[๒] พฤหัสบดีที่ ๒๓ ตุลาคม

[๓] พุธที่ ๒๒ ตุลาคม

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ