๓. พระราชพิธีอุปราชาภิเศก

โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้กรมหมื่นศักดิพลเสพย์ ซึ่งเป็นพระปิตุจฉาธิราชขึ้นดำรงที่กรมพระราชบวรสถานมงคลฝ่ายหน้า ได้ตั้งพิธีสงฆ์พิธีพราหมณ์เฉลิมอุปราชาภิเศกในพระบวรราชวังเมื่อณวันพฤหัสบดีเดือน ๑๐ แรม ๓ ค่ำ[๑] พระราชาคณะ ๕๐ รูปสวดพระพุทธมนต์ในพระที่นั่งวัสสันตพิมานหนึ่ง พระที่นั่งวายุสถานอมเรศรหนึ่ง พระที่นั่งพรหมเมศรังสรรค์หนึ่ง และพระที่นั่งอุตราภิมุขหนึ่ง พระที่นั่งทักษิณาภิมุขหนึ่ง รวม ๕ แห่ง สวดพระพุทธมนต์ ๓ วัน

ครั้นรุ่งขึ้นวันอาทิตย์เดือน ๑๐ แรม ๖ ค่ำ[๒] พระฤกษ์ได้สรงน้ำมุรธาภิเศก ทรงผลัดพระภูษาตามสีวันเสร็จแล้ว ทรงปรนนิบัติพระสงฆ์ฉัน ถวายไทยธรรมแก่พระสงฆ์ราชาคณะแล้ว เจ้าพนักงานจึ่งเชิญพระสุพรรณบัตรลงมาเตรียมไว้ที่พระที่นั่งจักรพรรดิพิมานก่อน แล้วจึ่งเสด็จลงมารับพระสุพรรณบัตรต่อพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ครั้นได้อุดมมงคลฤกษ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็พระราชทานพระสุพรรณบัตรจารึกพระนามตามโบราณราชประเพณี เมื่อได้เฉลิมอุปราชาภิเศกนั้น พระซนมได้ ๔๐ พรรษา คิดอายุโหราได้ ๓๙ ปี ๑๐ เดือน ๘ วัน ครั้นอุปราชาภิเศกเสร็จแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดให้ปล่อยนักโทษและโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ชำระความของราษฎรที่ค้างชำระมาแต่ก่อนนั้นให้สิ้นเชิง



[๑] ศุกรที่ ๑๐ กันยายน

[๒] จันทร์ที่ ๑๓ กันยายน

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ