๒๒. เจ้าอนุเวียงจันท์เป็นกบฏ

ฝ่ายอนุเวียงจันท์ตั้งแต่กลับขึ้นไปถึงเมืองแล้ว ก็ตรึกตรองที่จะคิดมาประทุษฐร้ายต่อกรุงเทพมหานคร จึ่งให้หาอุปราช ราชวงศ์ สุทธิสาร กับท้าวเพี้ยขุนนางผู้ใหญ่มาปรึกษาว่า ที่กรุงเดี๋ยวนี้มีแต่เจ้านายเด็กๆ ขุนนางผู้ใหญ่ก็น้อยตัว ฝีมือทัพศึกก็อ่อนแอ ทั้งเจ้าพระยานครราชสีมาก็ไม่อยู่ หัวเมืองรายทางก็ไม่มีที่กีดขวาง การเป็นทีหนักหนาแล้ว ไม่ควรเราจะเป็นเมืองขึ้น ข่าวอังกฤษก็มารบกวนอยู่ เราจะยกทัพไปตีเอากรุงก็เห็นจะได้โดยง่าย อุปราชว่าเมืองไทยเป็นกรุงใหญ่ มาตรแม้นตีได้ก็จะไปตั้งเป็นเจ้าอยู่ที่นั่นได้หรือ ไพร่พลเมืองก็จะคุมกันเข้าเป็นกบฏเหมือนหนึ่งนอนอยู่บนขวากหนาม อนุตอบว่าตีได้แล้ว ถ้าจะตั้งอยู่มิได้ เราก็จะกวาดเอาครอบครัวทรัพย์สิ่งของในท้องพระคลัง อพยพขึ้นมาใส่บ้านเมืองเรา ๆ ก็คิดรักษาด่านทางช่องแคบ จะมาทำอะไรแก่เราได้ ทางที่จะส่งสะเบียงอาหารกันก็ไกลกันดาร จะทำศึกเป็นการปีเราก็ไม่กลัว อุปราชเห็นอนุดื้อดึงไปฝ่ายเดียว ครั้นจะขัดขืนก็กลัวจะฆ่าเสีย ก็ต้องทำเป็นเห็นด้วย อุปราชคนนี้ชื่อเจ้าติศะ เป็นน้องอนุต่างมารดากัน สุทธิสารเป็นบุตรผู้ใหญ่ของอนุชื่อว่าเจ้าโป้ ราชวงศ์นั้นเป็นบุตรอนุชื่อเจ้าเง่าราชบุตร ราชบุตรอนุไปกินเมืองจำปาศักดิ์ ชื่อเจ้าโย่ราชบุตร ขุนนางผู้ใหญ่มีอยู่ห้า เพี้ยเมืองจันว่าฝ่ายเหนือ เพี้ยเมืองแสนว่าฝ่ายใต้ เมืองกลาง เมืองซ้าย ปลัดเมืองแสน ปลัดเมืองจัน ชานนว่ากรมพระสัสดี มีหัวเมืองขึ้นอยู่ฝ่ายเวียงต่อแดนญวนใหญ่น้อย ๗๙ หัวเมือง

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ