๒๒๓. ชักพระพุทธรูปไปวัดราชนัดดาราม

ฝ่ายที่กรุงเทพมหานคร ครั้นมาถึงเดือน ๑ แรม ๑ ค่ำ[๑] โปรดให้ชักพระพุทธรูปสมาธิหน้าตัก ๗ ศอก ไปไว้ณพระอุโบสถวัดราชนัดดาราม ให้ป่าวร้องราษฎรมาชักพระ ราษฎรก็นิยมยินดีพากันมาเป็นอันมาก จึ่งผูกสายชัก ๔ เส้น ครั้งนั้นเจ้าพระยายมราช (บุนนาค) เคยเป็นตำรวจมาแต่ก่อน ก็เข้าช่วยเป็นผู้บัญชาการชักลากนั้นด้วย ขึ้นอยู่บนตะเฆ่ที่องค์พระกับนายงานตำรวจและทนายด้วย ๒ คน ชักพระไปทางถนนเสาชิงช้า ถึงที่จะเลี้ยวออกถนนกำแพงใหญ่ ที่นั้นต้องหยุดคัดตะเฆ่เลี้ยวออกให้พ้นที่คู เจ้าพระยายมราชลงมาจากตะเฆ่ดูให้นายงานทำการอยู่ พอพระออกมาถึงถนนใหญ่ได้แล้ว เจ้าพระยายมราชยังดูผูกเชือกอยู่ ยังมิทันจะแล้ว ราษฎรเห็นพระออกมาตรงถนนแล้วได้ยินเสียงม้าล่อก็สำคัญว่าให้ลาก ก็ลากขึ้นพร้อมกัน ตะเฆ่นั้นมาโดยเร็ว เจ้าพระยายมราชมิทันจะกระโดดขึ้นตะเฆ่ ด้วยชะราถึง ๗๐ ปีเศษแล้ว ไม่ว่องไว ได้ยินเสียงเขาโห่เกรียวขึ้นก็วิ่งหลบออกมาข้างถนน พอตะเฆ่มาถึงตัวสะดุดเอาล้มลง ตะเฆ่ก็ทับต้นขาขาดข้าง ๑ เพียงตะโพก ทนาย ๒ คนเข้าช่วย ตะเฆ่ก็ทับเอาทนาย ๒ คนนั้นด้วย ตายในที่นั้นเจ้าพระยายมราช ๑ กับทนาย ๑ ทนายอีกคน ๑ นั้นไปถึงบ้านอยู่ได้เดือนเศษจึ่งตาย พวกนายงานทั้งปวงไม่มีใครเป็นอันตราย กระโดดขึ้นตะเฆ่ได้ทันที กว่าจะห้ามกันหยุดก็ช้านาน ต่อพระพ้นศพไปแล้วจึ่งหยุด



[๑] ศุกรที่ ๔ ธันวาคม

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ