๑๘๓. กองทัพไทยแตกที่เมืองโจฎก

ฝ่ายญวนที่เมืองบันทายมาศเห็นกองทัพเลิกไปหมดแล้วก็ยกไปช่วยทัพโจฎก สมทบกันเข้าตีทัพเจ้าพระยายมราชและพระพรหมบริรักษ์ พระองค์ด้วง ซึ่งตั้งค่ายประชิดอยู่ณเดือน ๕ แรม ๑๓ ค่ำ[๑] เวลาเช้ามืดรบกันอยู่จนสว่าง ทัพไทยแตก ทัพแตกครั้งนั้นเสียพระยาอภัยสงครามคน ๑ เสียพระองค์แก้วเขมรคน ๑ พระยาพระเขมรเสียหลายนาย เสียนายแสงมหาดเล็ก บุตรเจ้าพระยายมราชคน ๑ ตัวเจ้าพระยายมราชนั้นถูกปืนที่หน้าอก กระสุนปืนหุ้มดุมเสื้อห้อยอยู่จึ่งรู้ว่าถูกปืน หลวงรักษาเทพ เจ้ากรมพระตำรวจสนมซ้ายในกรมพระราชวังบวรสถานมงคล หูขาดมาทั้ง ๒ ข้าง ประคำทองที่คล้องคอก็หายไปด้วย หลวงรักษาเทพแก้ตัวว่าหนีไม่พ้นก็ลงนอนอยู่กับศพ ญวนคิดว่าตายก็ถอดเอาประคำทองที่คล้องคอ ตัดแต่ใบหูไป

ความเรื่องนี้ถ้าจะมีคำถามเข้ามาว่า ทำไมญวนจึ่งไม่ตัดเอาศีร์ษะไปเอาบำเหน็จความชอบ

แก้ว่า ศีรษะแกล้านไม่มีผมจะถือหิ้วไป ถ้าดังนั้นจะแก้เอาเสื้อและผ้าที่ตัวห่อเอาศีร์ษะไปไม่ได้หรือ ตอบว่าไม่ถึงที่ตายอย่าง ๑ หรือญวนจับได้จะตัดใบหูปล่อยมาประจานก็ไม่รู้ คำที่ว่าทำตายนั้นไม่จริง ทัพแตกครั้งนั้นญวนก็ไม่ติดตาม ถ้าติดตามซ้ำเติมแล้วก็เห็นจะตายมาก

ฝ่ายองเตียนเลือกแม่ทัพโจฎกตีทัพไทยแตกไป ได้ปืนเครื่องศาตราวุธ ตรวจได้ปืนคาบศิลา ๑๐๕ กระบอก ปืนกระสุนดิน ๔ นิ้ว ๕ นิ้ว ๘ กระบอก ปืนหามแล่น ๑๐ กระบอก ดาบยาวเล่ม ๑ พร้าประกับเล่ม ๑ ไปอวดกับองค์อิ่มที่เมืองโจฎก แล้วบอกองค์อิ่มว่า นายทัพไทยตาย ขุนนางตาย ๗ คน ไพร่ตาย ๒๐๐ เศษ กองทัพญวนตาย องโดย ๒ ไพร่ ๑๐๐ เศษ ช้างถูกปืนตายช้าง ๑

ฝ่ายเจ้าพระยายมราช พระองค์ด้วง พระพรหมบริรักษ์ แตกไปถึงเมืองพนมเป็ญ



[๑] ศุกร์ที่ ๘ เมษายน

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ