๑๗๔. องเตียนกุนกินยาตาย

ครั้นณเดือน ๑๒ องเตียนกุนจึ่งให้รื้อค่ายที่จะโรยจังวาและค่ายที่กะพงทมนั้น กวาดครัวจีนเขมรแขกที่อยู่ในอำนาจจนสิ้นเชิงได้ประมาณ ๒,๐๐๐ เศษ ให้ทำแพบรรทุกช้างไป แพละ ๒ ช้างบ้าง ๓ ช้างบ้าง เป็นช้าง ๒๘ ข้าง ม้า ๑๐๐ เศษ โคกระบือก็บรรทุกแพล่องลงไปเหมือนถัน แล้วให้เรือรบป้องกันลงไปส่งที่เมืองโจฎก ครั้นณเดือน ๑๒ แรม ๑๑ ค่ำ[๑] เวลา ๒ ยาม องเตียนกุนก็พาองค์อิ่มและเจ้าผู้หญิง ยกทัพล่องลงไปเมืองโจฎก องเตียนกุนเสียใจว่าได้รับอาสาต่อเจ้าเวียดนามว่า จะคิดเอาเมืองเขมรให้เป็นสิทธิ์แก่ญวนให้จงได้ ครั้นการไม่สมคะเนก็ต้องตำหนิคาดโทษ ได้ความอายแก่เพื่อนขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อย อยู่ที่เมืองโจฎกได้ ๒ วันก็กินยาตายเสีย

ครั้งนั้นองทำตาน องตาโด ได้เป็นใหญ่ จึ่งให้องดกโปกับนักองค์อิ่มคุมญวน ๕,๐๐๐ คนลงไปตีเมืองปาสัก เมืองฟัดพัง พระยาทิศวงศาเจ้าเมืองปาสักเห็นจะสู้รบไม่ได้ก็ยอมเข้าด้วยองค์อิ่ม แล้วนักองค์อิ่มก็มาตั้งอยู่ณเมืองโจฎกบ้านเดียวกันกับเจ้าหลานผู้หญิง

ครั้งนั้นเขมรฝ่ายใต้ เมืองตรังเกรยกราษ เมืองตึกเขมา เมืองประมวลสอ เมืองอุมอ เมืองมัจรุก เมืองปาสัก เมืองพระตะพัง เป็นขององค์อิ่ม เขมรฝ่ายเหนือเป็นขององค์ด้วง

เจ้าเวียดนามจึ่งให้ถอดฟ้าทะละหะ สมเด็จเจ้าพระยา พระยากลาโหม พระยาสุภาธิราช ที่เอาตัวขึ้นไปจำไว้เมืองเว้ให้พ้นโทษ พระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภคเป็นอันมากแล้วให้มาช่วยราชการด้วยนักองค์อิ่ม ฟ้าทะละหะ สมเด็จเจ้าพระยา พระยากลาโหม พระยาสุภาธิราช ก็รับอาสาว่าจะมาคิดเอาเมืองเขมรถวายคืนด้วยอุบายให้จงได้



[๑] อังคารที่ ๙ พฤศจิกายน

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ