๔๓. อนุและราชวงศ์ยกคนเข้าล้อมกองทัพไทย

ในวันเดือน ๘ แรม ๗ ค่ำ[๑] เวลาบ่ายประมาณ ๓ โมง เจ้าพระยาราชสุภาวดียกขึ้นไปถึงค่ายพันพร้าว พอเวลาบ่าย ๔ โมง อนุราชวงศ์ยกคนเข้าล้อม พระยาพิไชยสงคราม พระยาทุกขราษฎร์ หลวงสุเรนทรวิชิตไม่ทันรู้ตัว อ้ายพวกลาวยิงถูกพระยาพิไชยสงคราม พระยาทุกขราษฎร์ หลวงสุเรนทรวิชิต กับไพร่ตายมาก ขุนหมื่นนายไพร่ในกองทัพเห็นดังนั้นก็ตกใจวิ่งหนีจะลงเรือ ลาวก็เก็บเรือถอยไปเสียหมด ก็พากันโดดลงในน้ำว่ายข้ามฟากมา ลาวก็เอาเรือมาไล่ แทงฟันตายเสียมาก เหลืออยู่แต่หมื่นรักษานาเวศกับไพร่ประมาณ ๔๐-๕๐ คน ว่ายน้ำเกาะขอนไม้ข้ามมาได้

ฝ่ายเจ้าพระยาราชสุภาวดีอยู่ที่ค่ายพันพร้าว แลเห็นเกิดฆ่าฟันกันขึ้นที่หาดทรายหน้าเมือง ก็แจ้งว่าทัพไทยเป็นอันตรายแล้ว จะยกข้ามไปคนก็ยังน้อยตัว เรือก็ไม่มี พอเวลาค่ำหมื่นรักษานาเวศมาถึงแจ้งความให้เจ้าพระยาราชสุภาวดีฟังทุกประการ พวกลาวชาวเมืองนครราชสีมาได้แจ้งดังนี้ ก็พากันหนีไปเป็นอันมาก

เจ้าพระยาราชสุภาวดี จึ่งปรึกษาด้วยนายทัพนางกองว่า จะลงไปสู้รบที่เมืองนครราชสีมาก็ไกลนัก จะตั้งอยู่ที่พันพร้าวก็ไม่ได้ คนน้อยตัว พระยาเชียงสาจึ่งว่า เมืองยโสธรข้าวปลาอาหารก็บริบูรณ์ ผู้คนก็มั่งคั่ง ให้ยกไปตั้งอยู่ที่นั้น เห็นจะสู้รบได้ จึ่งรับอาสานำทางลัดป่ามาเมืองยโสธรในเวลากลางคืนวันนั้น ฝ่ายญวนเห็นอนุทำวุ่นวายขึ้นฆ่าพวกไทยเสียไม่บอกกล่าวให้รู้ ผิดต่อรับสั่งพระเจ้ากรุงเวียดนาม พวกญวนก็พากันทิ้งอนุเสียกลับไปเมืองล่าน้ำดังเก่า บอกขึ้นไปถึงเมืองเว้



[๑] เสาร์ที่ ๒ สิงหาคม

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ