๒๔๖. เจ้าแสนหวีฟ้ามีอักขรกถาถึงเจ้าเมืองหลวงพระบาง

เมืองหลวงพระบางแต่งให้คนไปสืบราชการ เจ้าแสนหวีฟ้าจึงได้มีอักขรกถาตอบมาถึงเจ้าเมืองหลวงพระบางฉะบับ ๑ ว่าอักขรกถาสมเด็จเชษฐาโชตินัครมหาวังราชวรขนิษฐาธิราช วรสถิตย์พิไชยในมหาอุตตมวรวงษ์ ขงทวาทัศมณฑล สุริยวรรพวิพาตาแสนหวีฟ้า มหานัคราราชธานี ประกาสิตสนิทเสน่หาถึงสมเด็จเชษฐพวระราชเชษฐาธิราช วรสถิตย์พิไชยในมหาอุตตมวรวงษ์ ขงศรีสัตนาคนหุตอุตตมบุรีรมย์ พรหมจักรพรรดิ ศรีมหานครล้านช้างร่มขาวราชธานี แจ้งแต่ธุรการ และในศักราช ๑๒๐๙[๑] ปีนั้น เมืองแสนหวีฟ้า สิบสองพันนาบังเกิดเป็นพิรุธกุดทั่วสังกุมพิธจรณหวั่นไหว เพราะนักขัตตฤกษ์ฝ่ายบนให้บังเกิดเป็นซึ่งการร้ายดีทั้งปวง เลื่องลือมาถึงพวระราชเชษฐาในเมืองล้านช้างร่มขาว ก็ไม่แน่ไม่จริง คำร้ายก็มีคำดีก็มี ดังพวระราชเชษฐาก็ยังต้องตามองค์สัตย์ปฏิญาณแห่ง ๒ มหานครอันได้ตั้งแต่งไว้นั้นจะใคร่รู้ราชการร้ายดี จึ่งมีอาชญาสั่งให้ตาแสงเมืองหุนเป็นต้นและหัวเมืองฝ่ายเหนือทั้งปวงมาสืบฟังเอาการร้ายและดีทั้งปวงกับด้วยเจ้าเมืองพงเป็นต้น และสิบสองพันนาทั้งปวงได้แจ้งแล้ว ก็ได้ไหว้ษาถึงพวระราชขนิษฐาแจ้งทุกประการ มืความโสมนัสชื่นชมยินดี และราชการฝ่ายเมืองแสนหวีฟ้าบังเกิดเป็นเหตุการณ์ต่าง ๆ เมื่อจะบังเกิดขึ้นนั้นพวระราชขนิษฐา ลงไปเฝ้าเจ้าอังวะให้ยึดเอาตัวไว้ได้ ๓ ปี ๔ ปี ขัดสนหามีเงินทองใช้สอยไม่ จึ่งไปดูเงินมาแจกจ่ายเลี้ยงบ่าวไพร่ ครั้นพวระราชขนิษฐาได้กลับมาถึงบ้านเมืองแล้ว คิดอ่านหาเงินทองสิ่งของไปใช้หนี้ จึ่งได้ให้เรียกเอาเงินแต่ไพร่พวกหัวเมืองทั้งปวง ๆ จึ่งได้เกิดวิวาทด้วยการซึ่งจะเสียเงิน ก็ว่ากล่าวเสียดสียุยงกัน ความน้อยให้เป็นความใหญ่ ความไพร่ให้เป็นความขุน จึ่งได้วุ่นวิวาทฆ่าฟันกันขึ้น จึ่งเสียบ้านเมืองไปดังนี้ การอันนี้มิใช่เกิดมาแต่อื่นเป็นการเกิดขึ้นในบ้านเมือง พวระราชขนิษฐาและสิบสองพันนาก็มิได้เอาพะม่าและฮ่อกับพวกพลเมืองใดมาช่วยคิดอ่าน ก็ปกปิดพูดจากัน บัดนี้พวระราชขนิษฐาและสิบสองพันนาก็พูดจาปราณีประนอมด้วยกันแล้ว อันร้ายถมเสีย ๙ ศอก อันดีชักออก ๙ วา แล้วสิบสองพันนาก็มาพร้อมกัน เชิญพวระราชขนิษฐาเข้ามาครอบครองบ้านเมืองเป็นปกติดังเก่า และการทั้งนี้ถ้าว่าเป็นอมิตรศัตรู ๔ ทิศ ๘ ทิศเข้ามาคิดประจญเบียดเบียฬพวระราชขนิษฐา ก็จะได้มีอักขรกถาเข้ามาไหว้ษา ถึงพวระราชเชษฐาขอเอากำลังกองทัพไปช่วยตามองค์สัตย์ปฏิญาณ ศึกตกเหนือเมืองช่วยกันฆ่า ศึกตกใต้หล้าช่วยกันฟัน บัดนี้เป็นการศึกเกิดขึ้นในบ้านเมืองจึงไม่ได้บอกมาให้รู้ พวระราชขนิษฐาจึ่งได้มีอักขรกถามาไหว้ษาถึงพวระราชเชษฐา แต่พอให้ทราบความตามเหตุที่เกิดเป็นนั้นทุกประการ ครั้นราชกถาถึงแล้วฉันใด สองมหานครจะเป็นบ้านพี่เมืองน้องกันไปภายหน้า ขอพวระราชเชษฐาได้วันทนานุสนธิ์ทุกประการ อักขรกถามาณวันเดือน ๖ แรม ๖ ค่ำ[๒] ศักราช ๑๒๑๐ ปีวอกสัมฤทธิศก

กล่าวไว้เพื่อจะให้ท่านผู้อ่านรู้สำนวนลาวลื้อ

ลุศักราช ๑๒๑๑[๓] ปีระกาเอกศก เป็นปีที่ ๒๖ ที่เมืองเชียงรุ้งลื้อนั้น เจ้าแสนหวีฟ้ามหาอุปราชต้องเสียเงินมากมายไปเที่ยวเรี่ยไรแก่ราษฎร ชาวเมืองได้ความเดือดร้อน ก็เป็นกบฏขึ้นทั้งสิบสองพันนา จะสู้รบมิได้ เจ้าแสนหวีฟ้าราชบุตรก็หนีไปอยู่แดนพะม่า มหาอุปราชก็พานางปิ่นแก้วมารดาและน้องหญิงครอบครัวลงมาอยู่เมืองหลวงพระบาง ๆ มีบอกลงมาก็โปรดให้พาตัวอุปราชกับมารดาและท้าวขุนนายครัวลงมาเฝ้าณกรุงเทพฯ



[๑] พ.ศ. ๒๓๙๐

[๒] อังคารที่ ๒๓ พฤษภาคม

[๓] พ.ศ. ๒๓๙๒

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ