๒๓. เจ้าอุปราชเกลี้ยกล่อมหัวเมืองขึ้นกรุงเทพฯ

ครั้นปรึกษากันตกลงแล้ว อนุจึ่งให้อุปราชไปเกลี้ยกล่อมหัวเมืองกาฬสินธุ์ เมืองร้อยเอ็ด เมืองสุวรรณภูมิ เมืองชนบท ขอนแก่น ซึ่งขึ้นอยู่ณกรุงเทพมหานคร อุปราชก็ไปเกลี้ยกล่อมหัวเมืองทั้งนี้ แต่เจ้าเมืองกาฬสินธุ์ไม่ยอมเข้าด้วย อุปราชก็ฆ่าเสีย ราษฎรและเจ้าเมืองอื่น ๆ เห็นอุปราชฆ่าเจ้าเมืองกาฬสินธุ์ตายก็กลัวอำนาจ ก็ยอมเข้าด้วย อุปราชให้ต้อนครัวขึ้นไปเวียง อนุจึ่งมีหนังสือขึ้นไปถึงเจ้าเมืองจำปาศักดิ์ผู้บุตร ให้ไล่ต้อนครอบครัวหัวเมืองเขมราฐ เมืองอุบล เมืองศีร์ษะเกษ เมืองเดชอุดม เมืองยโสธร ขึ้นไปเมืองเวียงจันท์ แล้วให้ยกกองทัพไปพร้อมกันที่เมืองนครราชสีมา เจ้าเมืองจำปาศักดิ์ได้แจ้งก็ยกกองทัพไปไล่ต้อนครอบครัวขึ้นไปเมืองเวียงจันท์

ที่เมืองเวียงจันท์นั้น เมื่อณเดือน ๖ ปีจออัฐศก[๑] เวลากลางวันเกิดลมพายุใหญ่พัดช่อฟ้าใบระกาหอพระแก้วพระบางหลังคาเรือนอนุหักไปเป็นอันมาก เรือนภรรยาอนุทะลาย ๕ หลัง แต่เรือนราษฎรชาวบ้านหักพังประมาณ ๔๐-๕๐ หลัง ครั้นมาถึงเดือน ๑๑ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ[๒] อนุยังเกณฑ์กองทัพอยู่นั้น บังเกิดดาวพระพฤหัสบดีขึ้นข้างทิศทักษิณเมื่อเวลาดึกประมาณ ๒ ยามเศษ เกิดแผ่นดินไหวที่เมืองเวียงจันท์ ถ้วยชามสิ่งของรูปพรรณกระทบกัน ครั้นรุ่งสว่างขึ้นเห็นแผ่นดินแยกออกในกำแพงท้ายเมือง ยาวประมาณ ๒ วา กว้างประมาณศอกเศษ ลึกประมาณเส้นเศษ อนุเห็นดังนั้นจึ่งหาโหรมาดูว่าดีหรือร้ายประการใด จะยกกองทัพลงไปตีกรุงจะปราชัยหรือมีชัย โหรทำนายว่าเหตุนี้ร้ายนักจะปราชัย อนุขัดเคืองสั่งให้ฆ่าเสีย มีผู้ขอโทษไว้



[๑] พ.ศ. ๒๓๖๙

[๒] วันที่ ๑๕-๑๖ ตุลาคม

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ