๑๒. ราชสาสนพะม่า

ครั้นมาถึงณเดือน ๑๐ ปีวอกนั้น พระยาทิพโกษา พระจิตรเสน่ห์ ซึ่งเป็นทูตเชิญพระราชสาสน์ออกไปกรุงเวียดนาม กลับเข้ามาถึง ขอคัดเอาราชสาสน์พะม่าเข้ามาด้วย[๑] โปรดให้แปลออกมีความว่า พระราชสาสน์เมืองอังวะ เป็นที่ตั้งพระพุทธศาสนาอันประเสริฐ รตนะทั้งนั้นชุมนุมเข้าแล้ว อำมะระบุระเมืองทองท่านใหญ่ทั้งนั้น ที่ร่มศาสนานั้นได้ครองบ้านเมือง ท่านทั้งหลายอยู่นิพพานณะปัจจยะนคราชา อันมีชื่อสัตว์ต้นช้างมีแต่พระยาทั้งนั้น ขุนหลวงพระยาช้างเผือก มีทั้งเครื่องสาตราวุธทั้งนั้น เจ้าน้ำเจ้าแผ่นดินได้ครองพระศาสนา ทายกามหาธรรมราชาพระบาทขุนหลวงใหญ่ทั้ง ๒ นั้น ทูลเกล้าทูลกระหม่อมไว้อันข้อเนื้อความได้ตรัสสิ้นแก่อัครมหาเสนาผู้ใหญ่ จตุสดมภ์จัดแจงมาให้ถึงญวนใหญ่ กับขุนหลวงทั้งอำมาตย์ด้วยกันแต่ก่อนมา พระอาทิตย์พระจันทร์ทั้ง ๒ ดวงขึ้นมาก่อนดาวทั้งปวง ขอให้เป็นขุนหลวงได้ครองไพรพลเมือง ทรงธรรมสิบประการ พระอาทิตย์ราชามหากษัตริย์ เป็นขุนหลวงซื่อสัตย์บริสุทธิ์ เป็นเผ่าพันธุ์พระอาทิตย์ ขุนหลวงชมภูทีเปทั้งสิ้น พระอาทิตย์พระจันทร์เหมือนกัน พระธรรมใหญ่กว่าเจ้าชีวิตขุนหลวงแต่ก่อนมา อันเหลือล้นในชาติอันก่อสร้าง ขอพระอัฎโสตับปะสัพบารมีของท่านนั้น ปู่ตาท่านขุนหลวงดีบริสุทธิ์เป็นต่อกันมาได้ครอบครองปราสาทราชมนเทียรอันบริสุทธิ์ บ้านเมืองคนทั้งหลายรักเหมือนลูกในไส้ของท่าน กรุณาต่อสัตว์ทั้งหลาย ทั้งส่วยสาอากรทั้งหลายไม่ให้เก็บให้อยู่เย็นเป็นสุข บัณณรสะ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ดาวแจ่มแจ้งและพระจันทร์สว่างในศาสนาจำศีลภาวนา อันทางดีพระธรรมอุตสาหให้สบายเป็นสุข อันหาโรคาอย่าได้มียืดไป ข้อดีประเสริฐล้อมที่ปราสาทนั้นอยู่ เมืองสุนาปรันตะ เมืองตัมพะทีปะ เมืองทุระกะ เมืองสมันยะ เมืองสิริคิตะคะ เมืองเสยะอุทะกันปะสะ เมืองโสดถินคะระ เมืองเขมาระทะ เมืองยาสิงคะระ เมืองละวะระทะ เมืองหะระมุสะ เมืองนาคะชันตะ ๑๕ เมืองทั้งสิ้น ทรงศิลปศาสตร์ประเดชื่อฤทธิเอกาฤกษ์สิ้นทั้งปวง ท่านพระยาทั้งนั้นเรี่ยวแรงแข็งขันให้กินเมืองใหญ่ ตามโบราณมาเคยถวายของสิ่งใดก็ถวายมิได้ขาด ใต้ฝ่าละอองพระบาททั้ง ๒ นั้น แล้วมีเนื้อความห้ามกันแล้ว มหามณีรูปพระเจ้าประเสริฐทิศฐานอันเสิศ มีมหาฤกษ์แดนอัคบระเดยะวดีเมืองใหญ่ พาราวดีเมืองใหญ่ เมคะวดีเมืองใหญ่ รัมวะดีเมืองใหญ่ นาคะชันตันเมืองใหญ่ อาสะมะสคะเทวตันเมืองใหญ่ โคระควนแรงคะบุระเมืองใหญ่ทั้งปวง มหากษัตริย์ทั้งหลายพื้นพาชนะบุบแบก ห้ามกันสิ้นทั้งปวง สมุทราอันเกาะเมืองบ้านใดเมืองนายใดนั้น มาถวายเครื่องสาตราวุธช้างใหญ่ม้าใหญ่ลูกสาวมาถวาย พื้นแต่มีพาศนามหากษัตริย์ทั้งนั้น ตามภาษาท่านเลี้ยงดูผู้คนท่านทั้งหลายเรี่ยวแรงแข็งมั่น เหล่าพลโยธาแม่ทัพทั้งปวงนั้น ท่านโอบอ้อมครองไว้ ที่รับพรมหากษัตริย์นั้นก็เลี้ยงดูไม่ให้ระคาย ที่ไม่รับพรก็เลี้ยงดูไม่ให้ระคายทั้งชายทั้งหญิง สัตเตมหาสัตเตทั้งสิ้น เลี้ยงดูไม่ให้ระคายได้ในจังหวัดแว่นแคว้นที่อยู่ ไพร่บ้านพลเมืองทั้งหลายก็ดี เลี้ยงดูมิให้ระคายได้ พระสงฆ์ในพระศาสนา เคยเฝ้าแหนอยู่ด้วยกันมาแต่ก่อน พระยาจักรพรรดิ์ท่านทรงธรรมให้ทานจำศีลหักอารมณ์แล้วตั้งอยู่ในศีลเป็นนิรันดร์ ให้ท่านทั้งหลายซื่อสัตย์ต่อท่านทั้งปวง ให้มีทั้งกิริยาอุโบสถท่านส่องแท้แล้ว สิ่งอันใดความทั้งหลายตัดโทโสโมโห ไม่คิดในกระหวัดผู้คนทั้งหลาย ไม่ได้คิดฤษยา ท่านอดเอาเบาสู้ด้วยไพร่บ้านพลเมืองทั้งหลาย เมตตากรุณาได้ตามใจที่ชอบใจท่านจึงสั่งไว้ ครั้งนั้นพระมหากษัตริย์ท่านทรงพระธรรม ๔ บระการ คุณแก้ว ๘ ประการ อปริหานิยธรรม ๗ ประการ สังคโหพระธรรม ๒ ประการ มหาสมมติกษัตริย์อันดีอันเลิศเธอทรงพระธรรมไม่ย่อหย่อน เธอทรงไว้แล้วนั้นก็ดี เมืองทั้ง ๔ หน้านั้นอยู่เป็นสุขสำราญใจ ท่านครองราชสมบัติพระมหากษัตริย์ปฏิบัติพระธรรม ๗ ประการนั้นด้วยเมืองก่อสร้างเหมือนกัน พระมหากษัตริย์ทั้งหลายก็ดี ราชมหามิตรเป็นชอบแก่กัน เมื่อปู่พระมหากษัตริย์นั้นใช้ให้ถือราชสาสน์มาให้เจ้าพระยาเมืองญวนใหญ่นั้นไม่ถืง ด้วยทางอันตรายนั้นมากด้วยคลื่นลมนั้นขัดจึงไม่มาถึง พระเจ้าปู่ทรงโกรธแล้วให้ครองราชสมบัตินั้น แล้วจึ่งได้ครองอยู่เป็นที่บริสุทธิ์ แล้วก็ได้ฟังอยู่มิช้านาน เจ้าพระยาเมืองญวนใหญใช้คนข้างในออกมา กายโดยลำทูหาบกรินมาถึงท่าเกาะปุลอบินังนั้นแล้ว เจ๊กลูกค้าเจ้าได้ครองเขารังนกแล้ว มาพบปะกันจึ่งรู้เรื่องราวนั้น เจ๊กจึ่งพามาเมืองทะวาย ถึงย่างกุ้งมหาเสนาบดีศึกใหญ่ท่านได้ตัดสินอยู่เปกุหงษาเจ้าพระยาศึกใหญ่ เมงยิสโรเมลณะอะปะวะระทาสมควรกันดีแล้ว มหาไชยปุระเมืองสกรรส่งให้ถึงเรือใหญ่ เรือพายให้เต็มพร้อมแล้ว พาไปถึงเมืองสกรร เรือทองปักกิ่งคนเต็มลำ จัดกะบิทุริยาทั้ง ๕ ป่าวร้องราษฎรเมืองรัตนอังวะเมืองใหญ่ ข้างเหนือตะวันออกได้ กองที่ท่านนั้นปลูกโรงศาลให้หยุด แล้วเฝ้าห้อมล้อมหยุดอยู่ที่นั้น เจ้าเมืองญวนใหญ่นั้น ราชสาสน์อันให้มาหนังสือไม่ให้มาก็ดี เจ้าเมืองญวนใช้ให้มาจริงหรือไม่จริงถามแล้ว เมืองปุระข้างใต้มหาคิรีย์นันทวงษ์ในสระอันอนันต์ให้ชอบให้ดีอยู่แล้ว กายโดยลำทูหาบกรินด้วยกันกับอำมาตย์เจ้าเมืองญวนนั้น ของถวายนั้น ฝากให้ผ้าผ่อนของถวายอาวุธนั้นด้วย ถวายใต้ฝ่าพระบาทกายโดยลำทูหาบกรินได้ให้ถามเดี๋ยวนี้ พระเจ้าเมืองญวนใหญ่กว้างกว่าท่านเค้าโทพระเจ้าเมื่อความครั้งท่านขุนหลวงพระอาทิตย์ตะวันออก ขุนหลวงตะวันออกเมืองท่านกรุงอยู่หัวราชสาสน์มาอยู่แล้ว เธอทรงพระโกศแล้ว ลูกท่านมินมางวางเดเป็นขุนหลวงเสวยราชย์ได้ ๒ ปี แล้วจึ่งปล่อยไปถึงใต้ฝ่าท้าวการเมืองการบ้าน อันขวางที่นั้นบางกอกชนอยู่บ้านเมืองท่าน ขุนหลวงเมืองใหญ่กรุงเมือง เพราะเขมรไม่ชอบไม่พอต่อกัน ทั้ง ๒ เมืองด้วยกัน ได้คิดล้างผลาญด้วยกันก็เห็นจะได้เมืองศรีอยุธยาจะไม่ทนทานได้ เมืองเราทั้ง ๒ นี้ได้ไปมาหากันสบายถึงกัน ขุนหลวงญวนใหญ่กับอำมาตย์ได้ปรึกษาอันแล้ว จึ่งออกมาว่าบางกอกอยุธยานั้นท่านปู่ท่านตาสองต่อสอง ในกรุงท่านนั้นศักราช ๑๑๐๐ ปี[๒] เมืองอยุธยามีพระราชาในกรุงท่านประทานเรือนขาวให้อยู่และยอยกเลี้ยงดูเข้าเฝ้าอยู่ให้ลูกเสวยราชย์แล้วปีหนึ่ง ส่งช้าง ๓๐ ตัวเงิน ๓๐ ชั่ง เคยถวายได้ซื่อสัตย์ ปู่ของเจ้าเรารัตนอังวะตั้งขุนหลวงเจ้าช้างเผือก เมื่อครั้งนั้นใช้อำมาตย์เสนาไปริบเมืองอยุธยา เจ้าเมืองล้มตายแล้วบ้านเมืองนั้นกระวนกระวายไปสิ้น แล้วมีโจรที่กลางทะเลนั้นแข็งร้าย กลับอิจฉาฤษยาประจุบันความไม่ทำตามอย่างธรรมเนียม ไม่อดเบามันฤษยาสิ่งใด ๆ ขุนหลวงญวนใหญ่ให้ราชสาสน์มา ซึ่งทางตรงจริงไปไม่ถึง แล้วทำเป็นพ่อค้ามาขาย ทำอย่างนั้นมาที่จริงเพราะอย่างนั้น ไม่จะถึงฝ่าพระบาทกายโดยลำทูหาบกริน ด้วยว่ามาทั้งนี้ เป็นการกรุงการเมืองเป็นจริง เจ้าเมืองญวนใหญ่กับอำมาตย์สั่งให้จริง การทั้งสิ้นเข้าเฝ้าพระบาท เนมอยสิริสุระณะระทา เนมอยตายอง เนมอยสิริยารกงณรัต เนมอยเชตรัสสายตินณระทา เนมอยสิวจุชาสิริสินตณระทาทั้งนั้น กายโดยลำทูหาบกรินทั้งนั้นด้วยกันให้มาถึงขุนหลวงญวนใหญ่ พิมพ์ตราหนึ่ง แหวนทับทิม ๒๐ วง แหวนมรกต ๒๐ วง แส้อูขาวอันหนึ่ง ถุงทับทิม ๓ ใบ ผ้าห่มไหมผืน ๑ ผ้านุ่งภาลา ๒ ผืน ผ้านุ่งเลขาสิต ๒ ผืน ลูกประคำปะรันตะสาย ก้อนหินขาว ๑ กล่องลาว ๑ กล่องลาวขาวสองกลอก ๑ กล่องกินหมาก ๑ โอจุข้าวสัด ๑ โอจุข้าวสองทนาน ๑ โอจุข้าวทะนาน ๑ อุปตีนสูง ๑ อุปลาวกินข้าว ๒ อุปแดง ๒ อุปใส่เมี่ยง ๑ ดินสอแก้ว ๕ ชัง น้ำมันดิน ๓๐ หม้อ ทั้งนั้นสิ้นกับราชสาสน์คนใช้ให้มาขายใต้ฝ่าพระบาท เนมอยสิวะจุชาสิริสินตณะระทาทั้งสิ้น ข้าใต้ฝ่าพระบาทใช้อันใดอันความนั้นรู้สิ้น บางกอกศรีอยุธยาล้างผลาญให้สิ้น แล้วได้คิดด้วยกันเห็นดีเห็นแจ้งแล้วขอได้ตอบคืนมาให้ได้แจ้งด้วย ศักราช ๑๑๘๕ ปี[๓] แรม ๒ ค่ำ สิ้นความในราชสาสน์เท่านี้



[๑] เป็นราชสาสน์พะม่ามีไปถึงญวน

[๒] พ.ศ. ๒๒๘๑

[๓] พ.ศ. ๒๓๖๖

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ