๒๔๙. ทูตอเมริกันเชิญราชสาสน์เข้ามา

ลุศักราช ๑๒๑๒[๑] ปีจอโทศก เป็นปีที่ ๒๗ ในเดือน ๕ นั้น เปรสิเดนต์เจ้าแผ่นดินอเมริกัน แต่งให้โยเสฟบาเลศเตียเป็นทูตเข้ามาขอแก้หนังสือสัญญา ซึ่งแอสแมนโรเบิตเข้ามาทำไว้แต่ก่อน มาด้วยกำปั่นรบชื่อไปรโมศ กำมะโชื่ออรหิศ ถึงสันดอนเมื่อเดือน ๕ ขึ้น ๑๒ ค่ำ[๒] กำมะโดมีหนังสือมาถึงจมื่นไวยวรนารถ ซึ่งสำเร็จราชการอยู่เมืองสมุทรปราการ ขอเรือลงไปรับ จมื่นไวยวรนารถ พระยาสุรเสนา พระยาโชฎึกราชเศรษฐี พระยาราชวังสัน พระยาวิเศษศักดา บอกขึ้นมาณกรุงเทพมหานคร โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดเรือรบไล่สลัดที่เคยไปรับแอสแมนโรเบิตนั้น ไปรับโยเสฟบาเลศเตีย และตึกรับทูตครั้งนั้นกัปตันปรอนเช่าอยู่ จึ่งโปรดให้ปลูกเรือนรับทูตที่หน้าวัดประยูรวงศ์ เรือนใหญ่ ๔ ห้องหลัง ๑ มีเฉลียงรอบ โรงครัว ๓ ห้องหลัง ๑ สำหรับคนใช้ ๓ ห้องหลัง ๑

ครั้นณเดือน ๕ แรม ๕ ค่ำ[๓] จมื่นไวยวรนารถจัดให้หลวงยกกระบัตร หลวงอาจณรงค์ หลวงวุธสรเดช หลวงฤทธิสำแดง[๔] ไปรับโยเสฟบาเลศเตีย ออกไปถึงกำปั่นรบ กำมโดอรทิศให้ยิงปืนสลุตธงช้าง ๒๑ นัด โยเสฟบาเลศเตียก็ลงเรือมาแต่ผู้เดียว กับหมอดินโดยสารคน ๑ จีนคนใช้คน ๑ สามคนเท่านั้น พวกขุนนางในกำปั่นรบไม่มีผู้ใดมา กลัวความไข้ เรือเข้ามาถึงเมืองสมุทรปราการณเดือน ๕ แรม ๖ ค่ำ ให้ยิงปืนสลุตที่ป้อมผีเสื้อคำนับธงแผ่นดินอเมริกัน ๒๑ นัด แล้วโยเสฟบาเลศเตียขึ้นมาถึงเรือนพักหน้าวัดประยูรวงศาวาส ณวันเดือน ๕ แรม ๗ ค่ำ[๕] ครั้งนั้นท่านเจ้าพระยาพระคลังไปราชการสักเลกยังไม่กลับมา จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ท่านพระยาศรีพิพัฒนรัตนราชโกษาจางวางพระคลังสินค้า รับทูตแทน ครั้นณเดือน ๕ แรม ๑๒ ค่ำ[๖] โยเสฟบาเลศเตียมาหาท่านพระยาศรีพิพัฒนรัตนราชโกษาที่บ้าน พร้อมด้วยขุนนางเป็นอันมาก พระยาศรีพิพัฒนรัตนราชโกษาปราศรัยไต่ถามตามธรรมเนียมไทยซึ่งไปมาหากัน โยเสฟบาเลศเตียโกรธ ตอบว่า จะพูดจาไต่ถามอยู่ดังนี้เสียเวลา จึ่งชักเอาหนังสือในกระเป๋าเสื้อมายื่น ใจความว่า พระเจ้าแผ่นดินอเมริกันให้โยเสฟบาเลศเตียเป็นทูตเชิญราชสาสน์เข้ามาถวาย โยเสฟบาเลศเตียขอให้กำหนดวันเฝ้า ท่านพระยาศรีพิพัฒนรัตนราชโกษาตอบว่า อย่างธรรมเนียมกรุงเทพมหานครที่จะเอาหนังสือไปถวายก่อนนั้นยังไม่ควร จะพูดจาการสิ่งใดก็ให้พูดกับท่านเสนาบดีให้รู้ความก่อน โยเสฟบาเลศเตียตอบว่า จะขอเข้าเฝ้าถวายหนังสือแด่พระเจ้าแผ่นดินก่อน เมื่อโปรดให้ขุนนางผู้ใดพูดจาประการใด จึ่งจะได้พูดความต่อไป ท่านพระยาศรีพิพัฒนรัตนราชโกษาตอบความว่า ทูตขรเข้ามาครั้งก่อน ๆ ก็มีขุนนางเข้ามาเป็นยศศักดิ์มาก ครั้งนี้โยเสฟบาเลศเตียเป็นทูตเข้ามาก็มีแต่ตัวคนเดียว หีบพระราชสาสน์ก็ให้มิสเตอร์สมิทบุตรหมอยอน ซึ่งอยู่ณกรุงเทพมหานครนี้หิ้วตามกัน กับร่มคัน ๑ หนีบรักแร้มาเท่านั้น ผิดด้วยอย่างธรรมเนียมฝ่ายสยามนัก จะให้เข้าเฝ้าไม่ได้ โยเสฟบาเลศเตียตอบว่า เดี๋ยวนี้ธรรมเนียมยุโรปเปลี่ยนแปลง ธรรมเนียมใหม่ไม่เหมือนครั้งก่อน ใช้แต่ราชทูตผู้เดียวเท่านั้น ราชสาสน์ก็ไม่ได้ผนึกถือว่าตัวราชทูตเป็นใหญ่ ว่าแล้วโกรธลุกยืนขึ้นเดินออกไปแล้วหันหน้ามาว่า หนังสือเจ้าแผ่นดินอเมริกันที่มีเข้ามาครั้งนี้จะรับหรือไม่รับ ท่านพระยาศรีพิพัฒนรัตนราชโกษาตอบว่าหนังสือนั้นจะส่งให้ก็จะรับ แต่ที่จะให้เฝ้านั้นไม่ได้ ด้วยผิดธรรมเนียมอยู่ โยเสฟบาเลศเตียก็เดินไปเรือกลับไปที่อยู่แล้วทำหนังสือมายื่นโต้ตอบกันหลายฉะบับ



[๑] พ.ศ. ๒๓๙๓

[๒] จันทร์ที่ ๒๕ มีนาคม

[๓] อังคารที่ ๒ เมษายน

[๔] ในจดหมายเหตุทูตอเมริกันเข้ามาในรัชชกาลที่ ๓ ว่า “หลวงฤทธิสรเดช”

[๕] พฤหัสบดีที่ ๔ เมษายน

[๖] อังคารที่ ๙ เมษายน

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ