๗๔. เสด็จประพาสหัวเมืองฝ่ายทะเลตะวันตก

ครั้นณวันจันทร์ เดือน ๙ ขึ้น ๓ ค่ำ[๑] เสด็จพระราชดำเนินไปประพาสทอดพระเนตรณหัวเมืองฝ่ายทะเลตะวันตก พระฤกษ์เวลา ๒ ยามเศษ เสด็จพระราชดำเนินโดยทางชลมารคณเรือพระที่นั่งกลีบสมุทร จากท่าที่ประทับนิเวศวรดิษฐ์ มีเรือกระบวนนำเสด็จ ข้าทูลละอองธุลีพระบาทซึ่งอยู่รักษาพระนคร ตามส่งเสด็จพระราชดำเนินถึงหน้าวัดยานนาวา ทรงเรือพระที่นั่งมณีเมขลา ใช้จักรไปวันอังคาร เดือน ๙ ขึ้น ๔ ค่ำ เวลา ๒ ทุ่มเศษ ถึงท่าที่ประทับปากน้ำเมืองปราณบุรี ทอดประทับแรมอยู่ในเรือพระที่นั่งราตรี ๑ วันพุธ เดือน ๙ ขึ้น ๕ ค่ำ เวลาย่ำเที่ยงแล้วออกเรือพระที่นั่งมณีเมขลาใช้จักรไป เวลา ๒ ทุ่มเศษถึงท่าที่ประทับพลับพลาทอง อ่าวตำบลเกาะหลัก แขวงเมืองประจวบคีรีขันธ์ ทอดประทับแรมอยู่ในเรือพระที่นั่งราตรี ๑ วันพฤหัสบดี เดือน ๙ ขึ้น ๖ ค่ำ เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ เสด็จพระราชดำเนินโดยเรือช่อง ไปประพาสทอดพระเนตรตามเกาะและฝั่งคุ้งมะนาว เวลาย่ำค่ำแล้วเสด็จพระราชดำเนินขึ้นประทับบนพลับพลา พระราชทานเงินแก่ราษฎรชายหญิงซึ่งมีอายุมากกว่า ๒๐,๐๐๐ วันคนละ ๑ บาท เวลายามเศษเสด็จกลับประทับแรมณเรือพระที่นั่งมหาไชยเทพ

วันศุกร เดือน ๙ ขึ้น ๗ ค่ำ[๒] เวลาย่ำรุ่งแล้วออกเรือพระที่นั่งมหาไชยเทพใช้จักรไป เวลาบ่าย ๒ โมงเศษถึงท่าที่ประทับตำบลแหลมทองหลาง แขวงเมืองกำเนิดนพคุณ ทอดเรือพระที่นั่งประทับเสด็จพระราชดำเนินโดยเรือช่อง ไปประพาสทอดพระเนตรตามเกาะและฝั่ง แล้วเสด็จขึ้นประทับบนพลับพลา พระราชทานเงินแก่ราษฎรชายหญิงซึ่งมีอายุมากกว่า ๒๐,๐๐๐ วัน คนละ ๑ บาท แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับประทับแรมณเรือพระที่นั่งมหาไชยเทพราตรี ๑ วันเสาร์ เดือน ๙ ขึ้น ๘ ค่ำ เวลาย่ำรุ่งแล้วออกเรือพระที่นั่งใช้จักรไป เวลาบ่าย ๔ โมงเศษถึงท่าที่ประทับพลับพลาปากน้ำเมืองชุมพร ตั้งแต่วันเสด็จพระราชดำเนินไปจนถึงวัน ๘ ค่ำ ตามทางไม่มีพายุไม่มีฝนคลื่นสงบ เมื่อเรือพระที่นั่งทอดประทับหน้าพลับพลาปากน้ำเมืองชุมพร มีลมพายุฝนตกอยู่โมงเศษ เวลาค่ำเสด็จพระราชดำเนินขึ้นประทับบนพลับพลา ผู้ว่าราชการเมืองกรมการเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท นำสิ่งของทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เวลายามเศษเสด็จกลับประทับแรมณเรือพระที่นั่งมหาไชยเทพราตรี ๑ วันอาทิตย์เดือน ๙ ขึ้น ๙ ค่ำ เวลาเช้า ๔ โมงเศษ เสด็จพระราชดำเนินโดยเรือพระที่นั่งมณีเมขลา ไปประพาสทอดพระเนตรตำบลเกาะง่าม เป็นที่มีรังนกอยู่ห่างฝั่งทาง ๔๘๐ เส้น เวลาบ่ายเสด็จพระราชดำเนินกลับประทับแรมบนพลับพลา พระราชทานเงินตราแก่คนชราราษฎรชายหญิงซึ่งมีอายุมากกว่า ๒๐,๐๐๐ วัน คนละ ๑ บาท แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ ประทับแรมณเรือพระที่นั่งมณีเมขลา เวลา ๓ ยามเศษออกเรือพระที่นั่งใช้จักรไป วันจันทร์ เดือน ๙ ขึ้น ๑๐ ค่ำ[๓] เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ ถึงท่าที่ประทับตำบลเกาะพลิกัน แขวงเมืองนครศรีธรรมราช ทอดเรือพระที่นั่งประทับพักอยู่หน้าพลับพลาเกาะพลิกัน ผู้ว่าราชการเมืองกรมการเมืองไชยาซึ่งมาคอยรับเสด็จอยู่ที่ตำบลเกาะพลิกันนั้น จัดน้ำจืดฟืนส่งเรือพระที่นั่งทุกลำแล้ว เวลา ๒ ยามเศษออกเรือพระที่นั่งใช้จักรไป วันอังคาร เดือน ๙ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เวลาเช้า ๕ โมงเศษ ถึงท้องอ่าวปากน้ำเมืองนครศรีธรรมราช ทอดเรือพระที่นั่งประทับแรมอยู่ ๒ ราตรี วันพฤหัสบดี เดือน ๙ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เวลาย่ำเที่ยงแล้ว เสด็จณเรือพระที่นั่งมณีเขมลาใช้จักรไปถึงที่น้ำตื้น แล้วเสด็จพระราชดำเนินโดยเรือช่วงไปประทับพลับพลาตำบลท่าสัก เวลาบ่าย ๓ โมงเศษ ทรงม้าพระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนม้า เวลาบ่าย ๕ โมงเศษถึงพลับพลาที่ประทับ ค่ายหลวงตั้งท้องสนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราชด้านเหนือ

วันศุกร เดือน ๙ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เวลาเย็น เสด็จพระราชดำเนินไปทรงนมัสการพระมหาธาตุเจดีย์ เวลาค่ำเสด็จกลับประทับแรมณพลับพลาค่ายหลวง วันเสาร์ เดือน ๙ ขึ้น ๑๕ ค่ำ[๔] เสด็จพระราชดำเนินไปวัดพระธาตุอีกโดยกระบวนม้า พระราชวงศานุวงศ์และข้าทูลละอองธุลีพระบาทตามเสด็จพระราชดำเนินไปเป็นอันมาก ทรงนมัสการแล้ว เสด็จพระราชดำเนินกลับมาประทับณพลับพลาค่ายหลวง เวลายาม ๑ กับ ๑๓ นาทีมีจันทรุปราคา พระราชทานเงินตราแก่พระราชวงศานุวงศ์ และข้าทูลละอองธุลีพระบาทผู้ใหญ่ผู้น้อยโดยสมควร และผู้สำเร็จราชการเมืองและกรมการเมืองอื่นๆ ซึ่งมาคอยรับเสด็จณเมืองนครศรีธรรมราช วันจันทร์ เดือน ๙ แรม ๒ ค่ำ เวลาบ่าย ๑ โมงเศษ เสด็จกระบวนม้าพร้อมด้วยพระราชวงศานุวงศ์ข้าทูลละอองธุลีพระบาทตามเสด็จ ทรงนมัสการพระธาตุเจดีย์อีกครั้งหนี่ง แล้วมีละครรำอย่างฝรั่งสมโภชเป็นการบูชา บังเอิญฝนตกอยู่ประมาณ ๒ ชั่วโมงเศษ เวลาเย็นเสด็จพระราชดำเนินกลับประทับแรมณพลับพลาค่ายหลวง

วันอังคาร เดือน ๙ แรม ๓ ค่ำ เวลาบ่าย ๔ โมง พระราชทานเงินตราแก่ราษฎรชายหญิง ซึ่งมีอายุมากกว่า ๒๐,๐๐๐ วัน คนละ ๑ บาท แล้วให้นิมนต์พระสงฆ์ราชาคณะที่ตามเสด็จด้วย พระครูฐานานุกรมหัวเมือง ๑๐ รูป สวดพระพุทธมนต์ในพระวิหารหลวงวัดพระธาตุ วันพุธ เดือน ๙ แรม ๔ ค่ำ เวลาเช้า ๔ โมงเศษ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปรนนิบัติพระสงฆ์ ถวายผ้าไตรจีวรบริกขารพร้อม แล้วถวายผ้าขาวพับแก่พระสงฆ์เจ้าอธิการทุกอาราม ๕๐ รูป ให้เจ้าพนักงานประโคมเวียนเทียนสมโภช มีละครรำอย่างฝรั่งเป็นการบูชาเวลาหนึ่ง ฝนตกประปรายบ้างเล็กน้อย เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ เสด็จพระราชดำเนินกลับประทับแรมณพลับพลาค่ายหลวง วันพฤหัสบดี เดือน ๙ แรม ๕ ค่ำ[๕] เวลาเช้านิมนต์พระสงฆ์ราชาคณะฐานานุกรม และเจ้าอธิการทุกอารามนั้นมารับบิณฑบาต แล้วให้มีละครข้างหน้าค่ายหลวง เวลาค่ำมีเทศนากัณฑ์ ๑ ตั้งแต่วันเดือน ๙ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เสด็จพระราชดำเนินถึงปากน้ำเมืองนครศรีธรรมราช ทรงประทับแรมอยู่ในเรือพระที่นั่ง ๒ ราตรี เสด็จพระราชดำเนินขึ้นประทับแรมอยู่บนพลับพลาค่ายหลวง ๘ ราตรี วันศุกร เดือน ๙ แรม ๖ ค่ำ เวลาเช้า ๓ โมงเศษ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดพระเนตรรูปพระพุทธสิหิงค์ ซึ่งเป็นของโบราณส่งมาแต่รามราชประดิษฐานอยู่ในหอพระณบ้านเจ้าพระยานครศรีธรรมราช แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับหยุดประทับทอดพระเนตรวัดโพธิ์ วัดประดู่ เวลาบ่าย ๓ โมงเศษ เสด็จพระราชดำเนินถึงพลับพลาตำบลท่าสัก แล้วเสด็จโดยเรือช่องมาประทับเรือพระที่นั่งมณีเมขลา เวลา ๒ ยามเศษออกเรือพระที่นั่งใช้จักรไป วันเสาร์ เดือน ๙ แรม ๗ ค่ำ เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ ถึงท่าที่ประทับพลับพลาตั้งแหลมสนปากน้ำเมืองสงขลา ทอดประทับแรมอยู่ในเรือพระที่นั่งราตรี ๑

วันอาทิตย์ เดือน ๙ แรม ๘ ค่ำ เวลาบ่าย ๓ โมงเศษ เสด็จพระราชดำเนินขึ้นประทับแรมบนพลับพลาค่ายหลวง วันอังคาร เดือน ๙ แรม ๑๐ ค่ำ เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงทอดพระเนตรป้อมกำแพงในเมือง แล้วเสด็จกลับประทับแรมณพลับพลาค่ายหลวง วันพุธ เดือน ๙ แรม ๑๑ ค่ำ เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ เสด็จพระราชดำเนินโดยเรือพระที่นั่งสยามอรสุมพล ถึงบ้านเจ้าพระยาสงขลาขึ้นทรงม้าพระที่นั่ง เสด็จพระราชดำเนินไปประพาสทอดพระเนตรตามแถวตลาด แล้วเสด็จกลับหยุดประทับแรมบนป้อมหน้าเมือง ทรงโปรยทานแก่ราษฎร แล้วเสด็จกลับประทับแรมณพลับพลาค่ายหลวง วันพฤหัสบดี เดือน ๙ แรม ๑๒ ค่ำ เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ เสด็จโดยเรือพระที่นั่งสยามอรสุมพลถึงท่าบ้านเจ้าพระยาสงขลา ขึ้นทรงม้าพระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนม้า ไปประพาสทอดพระเนตรภูเขาเก้าเซ่ง แล้วเสด็จกลับประทับแรมณพลับพลาค่ายหลวง วันศุกร เดือน ๙ แรม ๑๓ ค่ำ[๖] เวลาเช้า ให้นิมนต์พระครูฐานานุกรม ๕ รูปมารับบิณฑบาต ทรงถวายผ้าไตรจีวรและบริกขาร แล้วให้มีละครข้างในที่พลับพลาค่ายหลวง วันเสาร์ เดือน ๙ แรม ๑๔ ค่ำ เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ พระราชทานเงินตราแก่ราษฎรชายหญิงซึ่งมีอายุมากกว่า ๒๐,๐๐๐ วันคนละ ๑ บาท ตั้งแต่ณวันเดือน ๙ แรม ๗ ค่ำ เสด็จพระราชดำเนินถึงปากน้ำเมืองสงขลา ทรงประทับแรมในเรือพระที่นั่งราตรี ๑ เสด็จพระราชดำเนินขึ้นประทับบนพลับพลาค่ายหลวง ๗ ราตรี

ครั้งนั้น พระยากลันตัน ท้าวพระยาแขกหัวเมืองเข้ามาเฝ้าถวายเครื่องราชบรรณาการเป็นอันมาก เว้นแต่พระยาตรังกานูบอกป่วยเสียให้แต่ศรีตวันกรมการเข้ามาเฝ้าแทนตัว ตั้งแต่เสด็จออกไปจนวันกลับ พระราชทานคนชราจำนวนคน ๓,๘๖๓ คน พระราชทานคนละ ๑ บาท สิ้นพระราชทรัพย์ ๔๘ ชั่ง ๕ ตำลึง ๓ บาท พระราชทานข้าราชการที่ตามเสด็จและกรมการหัวเมือง เงิน ๑๒๗ ชั่ง ๑ บาท รวมสิ้นพระราชทรัพย์ ๑๗๕ ชั่ง ๖ ตำลึง วันอาทิตย์ เดือน ๑๐ ขึ้น ๑ ค่ำ[๗] เวลายามเศษ เสด็จกลับจากพลับพลามาประทับเรือพระที่นั่งมณีเมขลา เวลา ๒ ยามเศษออกเรือพระที่นั่งใช้จักรมา วันจันทร์ เดือน ๑๐ ขึ้น ๒ ค่ำ เวลาบ่าย ๕ โมงเศษ ถึงตำบลแหลมชุมพุกแขวงเมืองนครศรีธรรมราช ทอดเรือพระที่นั่งประทับพักอยู่ เวลา ๓ ยามเศษ ออกเรือพระที่นั่งใช้จักรมา วันอังคาร เดือน ๑๐ ขึ้น ๓ ค่ำ เวลาบ่ายโมงเศษ ทรงเรือพระที่นั่งมหาไชยเทพใช้จักรมา เวลาบ่าย ๔ โมงเศษ ถึงตำบลช่องมุขตะเภา แขวงเมืองนครศรีธรรมราช ทอดเรือพระที่นั่งพักอยู่ เวลา ๓ ยามเศษ ออกเรือพระที่นั่งใช้จักรมา วันพุธ เดือน ๑๐ ขึ้น ๔ ค่ำ เวลาทุ่มเศษ ถึงปากน้ำเมืองชุมพร ทอดเรือพระที่นั่งประทับพักอยู่ เวลา ๓ ยามเศษออกเรือพระที่นั่งใช้จักรมา วันพฤหัสบดี เดือน ๑๐ ขึ้น ๕ ค่ำ เวลาย่ำค่ำแล้ว ถึงตำบลเกาะหลัก ถึงเมืองประจวบคีรีขันธ์ ทอดเรือพระที่นั่งประทับพักอยู่ เวลา ๓ ยามเศษออกเรือพระที่นั่งใช้จักรมา วันศุกร เดือน ๑๐ ขึ้น ๖ ค่ำ[๘] เวลา ๒ ยามเศษถึงด่านปากน้ำเมืองสมุทรปราการ วันเสาร์ เดือน ๑๐ ขึ้น ๗ ค่ำ เวลาเช้า ๑ โมงเศษ ถึงท่าที่ประทับนิเวศวรดิฐ เสด็จขึ้นพระมหามนเทียร

ครั้นเวลาบ่าย ๕ โมง พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมสมเด็จพระเดชาดิศร พระบรมวงศานุวงศ์ เสนาบดี เข้าไปเฝ้าที่พระที่นั่งอมรินทรวินิฉัย ยินดีที่เสด็จกลับมา เสด็จออกตรัสอยู่ด้วยจนเวลา ๔ ทุ่ม



[๑] วันที่ ๑ สิงหาคม ฯ

[๒] วันที่ ๕ สิงหาคม ฯ

[๓] วันที่ ๘ สิงหาคม ฯ

[๔] วันที่ ๑๓ สิงหาคม ฯ

[๕] วันที่ ๑๘ สิงหาคม ฯ

[๖] วันที่ ๒๖ สิงหาคม ฯ

[๗] วันที่ ๒๘ สิงหาคม ฯ

[๘] วันที่ ๒ กันยายน ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ