๒๒๕. ปฏิสังขรณ์วัดชุมพลนิกายารามและสร้างตำหนักที่บางปะอิน

ที่เกาะบางอออินแขวงกรุงเก่านั้น ก็โปรดให้เจ้าพระยาพลเทพสรรพพลเสพเสนาบดี (หลง) เป็นแม่กองไปบุรณะปฏิสังขรณ์วัดชุมพลนิกายาราม ซึ่งเป็นของสมเด็จพระเจ้าปราสาททองกรุงเก่าสร้างไว้แต่เดิม มีพระที่นั่งอยู่ริมวัดแห่ง ๑ เรียกว่าพระที่นั่งไอศวรรย์ทิพอาศน์ แต่สาบศูนย์ไปหมดมีปรากฏอยู่แต่รากอิฐก่อ ก็โปรดให้สร้างเป็นพระที่นั่งน้อยขึ้นไว้ในที่นั้น ๓ หลังพอเป็นพระเกียรติยศ

เกาะนี้คำกล่าวเล่ากันว่า สมเด็จพระเจ้าเอกาทศรฐเสด็จลงมาเที่ยวประพาสที่อยู่ที่เกาะนั้น ได้ไปพบปะหญิงคน ๑ ชื่ออิน ทำไร่แตงอยู่ที่เกาะนั้น หญิงนั้นเกิดบุตรขึ้น ครั้นเจริญวัยจึงได้เอาไปถวายเป็นมหาดเล็กทำราชการจนได้เป็นพระยามหาอำมาตย์ นานมาจนได้เป็นพระเจ้าแผ่นดิน เพราะฉะนั้นคนทั้งหลายจึ่งเรียกว่านางอินบ้าง เกาะบางอออินบ้าง ทรงเห็นว่าหยาบไป จึงพระราชทานชื่อเสียใหม่ ชื่อเกาะบางปะอิน

ที่กรุงเก่าพระประธานใหญ่ในพิหารวัดพระนางเชิงชำรุดแตกร้าวไป ก็โปรดให้บุรณะปฏิสังขรณ์ทำใหม่งามดีขึ้น ลงรักปิดทองใหม่ทั้งพระองค์

ตรงข้ามมาในกำแพงพระนครมีวัด ๑ ชื่อวัดสุวรรณดาราราม เป็นของสมเด็จพระบรมไอยกาธิราชเจ้า ครั้งกรุงเก่าทรงสร้างไว้ ครั้นถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ก็โปรดให้ช่างไปบุรณะปฏิสังขรณ์เสียใหม่ ให้มีพระสงฆ์จำพรรษาอยู่ ครั้นถึงแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ช่างขึ้นไปบุรณะปฏิสังขรณ์เพิ่มเติมขึ้นอีก ครั้นถึงแผ่นดินปัจจุบันนี้ก็โปรดให้ช่างทำพระเจดีย์ใหญ่ ตรงหน้าพระเจดีย์ใหญ่สร้างพิหารหลวงขึ้นใหม่อีกหลัง ๑[๑] ให้ช่างจำลองพระแก้วมรกตด้วยศิลา ไปประดิษฐานไว้ในพระพิหารนั้น แล้วก่อกำแพงแก้วล้อมรอบพระอุโบสถและพระพิหาร และทำศาลาโรงควงโรง ๑ และขุดคลองเข้าไปถึงวัดด้วย แล้วโปรดให้มีพระราชาคณะพระสงฆ์อันดับขึ้นไปอยู่ พระราชาคณะชื่อพระสุวรรณพิมลศีล ตั้งพระครูชื่อพระครูโยคานุกูล

ที่วังจันทรเกษมนั้นโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนิท เป็นแม่กอง[๒]ขึ้นไปทำวังขึ้นใหม่ ก่อกำแพงทำที่ประทับขึ้นไว้ ที่วังใหญ่ยังมิได้กระทำก็พอประชวรลมปัตฆาต จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระยาราชนุกูล (รอด)[๓] เป็นแม่กองทำต่อไป แล้วทำพระที่นั่งฝ่ายหน้าฝ่ายใน เรือนประเทียบเป็นระเบียบถ่องแถว และโรงทหารโรงช้าง และที่ข้าราชการพักอาศัยทุกสิ่ง[๔]

แล้วโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้พระยาราชสงครามจ้างลูกจ้างบุรณะปฏิสังขรณ์วัดเสนาศน์วังจันทรเกษมนั้นด้วย ให้ตั้งพระราชาคณะไปอยู่ พระราชาคณะชื่อพระพรหมเทพาจารย์

และวัดขุนแสนนั้นโปรดให้พระยาราชสงครามทำขึ้นอีกวัด ๑ เป็น ๒ วัดด้วยกัน ทำเป็นปราสาทน้อยๆ ไว้รูปพระมหากษัตริย์กรุงเก่าทุกๆ พระองค์

และที่พะเนียดจับช้างเดิมไม่มีพลับพลา โปรดให้ทำพลับพลาขึ้นเป็นที่เสด็จไปทอดพระเนตรจับช้าง



[๑] พระพิหารหลวงนี้มาสำเร็จในรัชชกาลที่ ๕ ฯ

[๒] คราวนี้กรมขุนราชสีหวิกรมเป็นนายช่าง ฯ

[๓] คือเจ้าพระยารัตนบดินทร์ในรัรชชกาลที่ ๕ ฯ

[๔] ดูรายการพิสดารในประชุมพงศาวดารภาคที่ ๒๕ ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ