๒๐. ถวายพระนามพระเจ้าแผ่นดิน พระบรมราชชนนี และกรมพระราชวังบวรที่สวรรคตแล้ว

ครั้นมาถึง ณวันพุธ เดือน ๔ แรม ๕ ค่ำ[๑] มีพระราชหฤทัยกตัญญูกตเวที คิดฉลองพระเดชพระคุณ พระบาทสมเด็จฯ พระบรมไอยกาธิราชเจ้า และพระบาทสมเด็จฯ พระบรมชนกาธิราชเจ้า และพระบาทสมเด็จพระบรมราชชนนี ทั้ง ๓ พระองค์ และกรมพระราชวังทั้ง ๓ แผ่นดิน ถวายเพิ่มพระนามขึ้นใหม่อีก จึงได้ตั้งการพระราชพิธีสงฆ์ จารึกพระนามพระบาทสมเด็จฯ พระบรมไอยกาธิราชเจ้าในแผ่นพระสุพรรณบัฏเนื้อเก้า โดยวิเศษออกไปว่า พระบาทสมเด็จพระปรโมรุราชามหาจักรีบรมนารถ นเรศรราชวิวัฒนวงศ์ ปฐมพงศาธิราชรามาธิบดินทร พิชิตินทรวโรดม บรมนารถบพิตร พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก แล้วประดิษฐานไว้ในกล่องศิลาหยก แล้วจารึกพระนามพระบาทสมเด็จฯ พระบรมชนกนารถ ธรรมิกราชบพิตร เป็นพระนามอันวิเศษเหมือนกันในแผ่นพระสุพรรณบัฏเนื้อเก้า ถวายพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระบรมราชพงศเชษฐมเหศวรสุนทร ไตรเศวตคชาดิศรมหาสวามินทร์ สยามรัษฎินทรวโรดม บรมจักรพรรดิราช พิลาศธาดาราชาธิราช บรมนารถบพิตร พระพุทธเลิศหล้านภาลัย แล้วประดิษฐานไว้ในกล่องศิลาหยก แล้วทรงตั้งพระอัฏฐิสมเด็จพระบรมราชชนนี คือสมเด็จพระพันวษา เป็นกรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ แล้วทรงตั้งพระนามพระบาทสมเด็จฯ พระบรมเชษฐาธิราชเจ้าว่า พระบาทสมเด็จพระปรมาทิวรเสฏฐมหาเจษฎาบดินทร สยามินทรวโรดม บรมธรรมิกมหาราชาธิราช บรมนารถบพิตร พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว แล้วถวายพระนามกรมพระราชวังแผ่นดินต้นว่า กรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังแผ่นดินที่ ๒ ว่า กรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ กรมพระราชวังแผ่นดินที่ ๓ ว่า กรมพระราชวังบวรมหาศักดิพลเสพ แล้วทรงตั้งพระอัฏฐิพระองค์เจ้ากุ ซึ่งเป็นพระขนิษฐภคินีในพระบาทสมเด็จฯ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ขึ้นเป็นกรมหลวงนรินทรเทวี ทรงบำเพญทานบริจจาคพระราชทรัพย์ถวายพระสงฆ์ราชาคณะและราษฎรเป็นอันมาก เป็นการฉลองพระเดชพระคุณครั้ง ๑ ข่าวหนังสือพิมพ์เรื่องพม่ากับอังกฤษ

ในปีกุนตรีศกได้ข่าวที่เมืองพม่าและหนังสือพิมพ์ ว่าด้วยอังกฤษกับพม่าได้รบกันขึ้นอีก เพราะเหตุพม่าทำผิดหนังสือสัญญา เรือลูกค้ามาขายที่เมืองย่างกุ้ง เจ้าเมืองย่างกุ้งจับกัปตันฝรั่งเศส ๒ คนขังคุกไว้ เพราะเหตุกฎหมายพม่าเรือลูกค้าเข้าไปแล้วต้องถอดหางเสือออกทุกลำ กัปตัน ๒ คนไม่ยอมถอดหางเสือ พม่าจึงจับกัปตันจำไว้ พวกพ่อค้านายห้างฝรั่งไปต่อว่าเจ้าเมืองย่างกุ้งก็ไม่ปล่อย พวกพ่อค้านายห้างทั้งปวงจึงเข้าชื่อกันมีหนังสือฟ้องลงมาถึงเจ้าเมืองมรแมน ว่าเจ้าเมืองย่างกุ้งคุมเหงลูกค้าทั้งปวงมากนัก ในคำฟ้องมีหลายประการ เจ้าเมืองมรแมนจึงส่งคำฟ้องบอกไปถึงเจ้าเมืองกลักตา เกาวนาอินเดีย เยเนราล เจ้าเมืองกลักตามีหนังสือให้กำมะโดด[๒]แลมเบิกถือมาถึงเจ้าเมืองย่างกุ้ง และคุมกำปั่นรบมาต่อว่าเจ้าเมืองย่างกุ้งใจความว่า ข้อ ๑ ให้ปรับไหมเจ้าเมืองย่างกุ้ง ๑๐,๐๐๐ รูเปีย ทำขวัญกัปตัน ๒ คน ข้อ ๒ ให้เจ้าเมืองอังวะถอดเจ้าเมืองย่างกุ้งเสีย ข้อ ๓ ว่าอังกฤษจะตั้งเอเยนต์คือผู้รับธุระลูกค้าอยู่ที่เมืองย่างกุ้งคน ๑ อยู่ที่เมืองอังวะคน ๑

กำมะโดดแลมเบิกถือหนังสือไปถึงเมืองย่างกุ้ง ได้ยื่นหนังสือและบอกเจ้าเมืองย่างกุ้ง ให้ส่งหนังสือขึ้นไปเมืองอังวะ ให้มีคำตอบลงมาใน ๕ อาทิตย์ เจ้าเมืองย่างกุ้งรับหนังสือส่งขึ้นไปเมืองอังวะ แล้วมีคำตอบลงมาให้ถอดเจ้าเมืองย่างกุ้งคนเก่าเสียเปลี่ยนลงมาใหม่แล้ว แต่เงินปรับไหม ๑๐,๐๐๐ รูเปียนั้นให้อังกฤษปรับไหมเอากับเจ้าเมืองย่างกุ้งคนเก่าเถิด กำมะโดดแลมเบิกจึงให้ขุนนางขึ้นไปหาเจ้าเมืองย่างกุ้งคนใหม่ จะได้ปรึกษาหารือกัน เจ้าเมืองย่างกุ้งคนใหม่ก็ไม่ออกรับ ขุนนางอังกฤษยืนอยู่ที่แดดหลายชั่วโมงต้องกลับลงมาเรือ กำมะโดดแลมเบิกเห็นว่า เจ้าเมืองคนใหม่ดูถูกกับอังกฤษนัก จึงบังคับพวกฝรั่งที่ตั้งค้าขายอยู่ที่เมืองย่างกุ้งออกไปเสียจากเมืองให้หมด พวกพ่อค้าเหล่านั้นไม่มีที่อาศัย กำมะโดดแลมเบิกจึงให้เรือไฟไปชักลากเอาเรือรบใหญ่ของเจ้าอังวะซึ่งไว้รักษาเมืองลำ ๑ เอามาให้พวกพ่อค้าขนของลงอยู่ในเรือนั้น พม่าเห็นว่าพวกลูกค้าอังกฤษจะได้รบกันเป็นแน่แล้ว พม่าจึงยิงปืนที่ป้อมเมืองย่างกุ้งระดมลงมาที่กำปั่นรบอังกฤษ กำมะโดดแลมเบิกเห็นว่าพม่ายิงเอาก่อนก็เป็นขาดทางไมตรี แล้วก็ยิงปืนที่กำปั่นรบระดมขึ้นไปทุกลำ พม่าสู้มิได้ก็แตกหนีทิ้งเมืองเสีย อังกฤษได้เมืองย่างกุ้งแล้วก็ตั้งมั่นอยู่ แล้วยกกองทัพไปตีเอาเมืองมอญและเมืองขึ้นของพม่าที่ปากน้ำออกทะเลได้สิ้น พอเปลี่ยนเจ้าแผ่นดินพม่าใหม่ เจ้าแผ่นดินองค์ใหม่เห็นว่าจะสู้รบไปไม่ได้ ก็ชักถอนกองทัพเลิกกลับไปเมืองอังวะหมด พวกนายทัพนายกองอังกฤษเห็นดังนั้น บอกหนังสือไปถึงแม่ทัพใหญ่ว่า พม่าไม่สู้รบจะให้ทำอย่างไร แม่ทัพใหญ่จึงบอกหนังสือไปถึงเกาวนาอินเดีย เยเนราลเจ้าเมืองกลักตา เจ้าเมืองกลักตามีหนังสือตอบมาว่า ให้มีหนังสือไปถามพม่าดูจะว่าอย่างไรจะสู้หรือไม่สู้ ถ้าไม่สู้จะถ่ายเมืองหรือไม่ถ่าย ถ้าไม่ถ่ายเมืองจะทำหนังสือสัญญาใหม่หรือไม่ทำ แม่ทัพมีหนังสือไปถึงเจ้าอังวะ ๆ ตอบมาว่าไม่สู้รบ แล้วจะถ่ายเมืองเหมือนแต่ก่อนก็ไม่มีเงินจะให้ ให้อังกฤษรักษาเอาเมืองที่ตีได้ไว้เถิด จะขอทำสัญญาแบ่งปันเขตต์แดนและการค้าขายใหม่ อังกฤษก็ยอม ได้ทำหนังสือสัญญากันใหม่ ตั้งแต่นั้นเขตต์แดนพม่าฝ่ายทะเลก็เป็นของอังกฤษสิ้น ภายหลังพม่าแต่งราชทูตถือราชสาส์นคุมเครื่องบรรณาการไปคำนับเจ้าเมืองกลักตา จะขอเมืองที่ปากน้ำออกทะเลไว้สักเมือง ๑ แต่พอได้ใช้เรือเข้าออกทางปากน้ำได้ เจ้าเมืองกลักตาก็ไม่ยอมให้ ของเครื่องบรรณาการก็ไม่รับกลับให้ของมาแก่เจ้าอังวะอีกเป็นหลายสิ่ง พม่าเสียเขตต์แดนแก่อังกฤษครั้งหลังเมื่อปีกุนตรีศก ก็เป็นเมืองดอนสิ้นอำนาจ ไม่เหมือนแต่ก่อน



[๑] วันที่ ๑๐ มีนาคม ฯ

[๒] กัมประโดร์

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ