๑๔๙. น้ำไหลมาแต่เหนือมีสีแดง

ครั้นมาถึงเดือน ๙ มีน้ำอาบโขลงมาถึงกรุงเทพมหานคร เมื่อวันเสาร์ เดือน ๙ แรม ๙ ค่ำ[๑] สีแดงเหมือนน้ำปูน สีน้ำแดงขึ้นไปจับหลังคาเรือหลังคาแพแดงไปหมด อาณาประชาราษฎรก็พากันตกใจว่าไม่เคยได้ยิน ไม่เคยเห็น กลัวจะมีเหตุใหญ่ ผู้มีวาสนาก็ไม่กินน้ำในตีนท่า ให้บ่าวไปตักน้ำที่บ่อและสระมากิน ที่คนยากจนก็ทนกิน ไปตักน้ำค้างคืนไว้ น้ำก็ใสเป็นปกติ มีแต่ตะกอนเป็นดินแดงอยู่ก้นตุ่มและอ่าง ผู้มีปัญญาก็พิจารณาดูว่าจะเป็นเหตุอย่างไร ลำแม่น้ำอื่นๆ จึงไม่เป็น มาเป็นที่ลำแม่น้ำกรุงเทพมหานครแห่งเดียว สืบได้ความว่าฝนข้างเหนือแล้งมีแต่ฝนฝ่ายเมืองกำแพงเพ็ชร์ ระแหง น้ำพ่นนองลงมาข้างแควนั้นมาก ดินที่แผ่นดินนั้นแดง แล้วน้ำจึงได้แดงไป แควอื่นๆ น้ำน้อยไม่เจือกันลงมาได้ มีแต่น้ำแควเดียว จึงได้แดงมากกว่าทุกปีๆ ที่เรียกว่าน้ำอาบโขลงมานั้น สีแดงเรื่อๆ เพราะน้ำแควอื่นปะปนระคนกันลงมามาก จึงเรียกว่าน้ำอาบโคธรรมดา ก็น้ำครั้งนี้แดงอยู่ได้ประมาณ ๗ วัน ๘ วัน ก็ค่อยจางไปทีละน้อยๆ ก็หายไป เพราะน้ำแควอื่นมีมากขึ้นเจือกันเข้าก็จางออกไป คิดดูก็ไม่มีเหตุสิ่งไร มีแต่ฝนแล้ง น้ำน้อยทำนาไม่ได้ด้วยกันทุกแห่ง ปลายปีนั้นเข้าแพง เข้าเปลือกตวงด้วยสัด ๒๕ เกวียนละ ๑๐๐ บาท เข้าสารถังละกึ่งตำลึงบ้าง ๑๐ สลึงบ้าง แพงอยู่ไม่ช้า พวกลูกค้าต่างประเทศเห็นเหตุดังนั้น จึงมีหนังสือไปถึงนายห้างเมืองนอกให้เอากำปั่นบรรทุกเข้าสารตามเมืองต่างๆ มาขาย ราคาเข้าก็ตกอยู่เพียงถังละ ๑ บาทเฟื้องบ้าง บาท ๑ บ้าง การที่น้ำแดงมีเหตุอยู่แต่ฝนแล้งเข้าแพงเท่านั้น ขอท่านทั้งปวงที่สืบไปภายหน้า ถ้าเห็นดังนี้แล้วอย่าตื่นตกใจไป ได้ค้นดูในแผนที่ก่อนๆ ก็มีน้ำแดงมาหลายครั้งแล้ว ก็ไม่เป็นสิ่งไร



[๑] ศุกรที่ ๒๖ สิงหาคม ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ