๑๒๘. เสด็จประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ (ลองเรืออรรคราชวรเดช)

ฝ่ายเรืออรรคราชวรเดชยาว ๓๐ วา มีพื้น ๒ ชั้น จักรข้าง ๒ ปล่อง พณหัวเจ้าท่านที่สมุหพระกลาโหมทำเสร็จแล้ว ทรงพระราชดำริว่าจะใคร่ลองดูทางไกลๆ จะเดินน๊อตละกี่ไมล์ จึงดำรัสสั่งพณหัวเจ้าท่านสมุหพระกลาโหม ให้จัดเรือกลไฟพระที่นั่งสยามอรสุมพล พระที่นั่งรานรุกไพรี พระที่นั่งมณีเมขลา พระที่นั่งมหาพิไชยเทพและเรือสงครามครรชิต เรือศักสิทธาวุธ เรือเขจรชลคดี รวม ๗ ลำ

ครั้นณวันอังคาร เดือน ๙ แรม ๒ ค่ำ ๑ เวลาเช้า ๔ โมง เสด็จพระราชดำเนินลงเรือพระที่นั่งอรรคราชวรเดช พร้อมด้วยเรือกลไฟก็ใช้จักรออกไปถึงเขาสามร้อยยอด แล้วเสด็จไปแวะเมืองชุมพร แล้วแวะเมืองนครศรีธรรมราชประทับแรมอยู่ ๓ ราตรี แล้วไปเมืองสงขลาประทับแรมอยู่ ๔ ราตรี ณวันพฤหัสบดี เดือน ๙ แรม ๑๑ ค่ำ[๑] เวลาบ่าย ๕ โมง ถึงเมืองตานีทอดเรือพระที่นั่งประทับอยู่ ครั้งนั้นเป็นเทศกาลคลื่นใหญ่ ลมว่าวพัดกล้า เรือกลไฟอื่นซึ่งตามเสด็จพระราชดำเนินไปนั้น จะฝ่าคลื่นไปมิได้ เสด็จลงไปแต่พระที่นั่งอรรคราชวรเดชลำเดียว พระยาตานีและศรีตวันกรมการลงมาเฝ้าในเรือพระที่นั่ง เสด็จออกเป็นการรับแขกเมืองอย่างน้อยๆ บนเรือพระที่นั่ง เวลายามเศษก็ใช้จักรเสด็จพระราชดำเนินกลับมา ณวันอาทิตย์ เดือน ๙ แรม ๑๔ ค่ำ เวลาเช้า ๔ โมงเศษ โปรดเกล้าฯ ให้แวะรับพระองค์เจ้าปัทมราชที่หน้าเมืองนครศรีธรรมราช ลงเรือพระที่นั่งมหาไชยเทพ แล้วเสด็จกลับเข้ามาถึงกรุงเทพฯ ณวันจันทร์ เดือน ๑๐ ขึ้น ๑ ค่ำ เรือนั้นเดินถ้าใส่ไฟแรงเดินได้น๊อตละ ๑๑ ไมล์ ถ้าไฟอ่อนเดินได้น๊อตละ ๑๐ ไมล์



[๑] พุธที่ ๙ กันยายน ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ