๑๗๐. เรื่องปันเขตต์แดนทางประเทศพม่า

ครั้นมาถึงณวันอังคาร เดือน ๑ ขึ้น ๔ ค่ำ[๑] ตรงกับวันที่ ๑๑ เดือนยันยุอารี กัปตันแบกโดยสารเรือเจ้าพระยาเข้ามาถึงกรุงเทพมหานคร เข้ามาแจ้งว่า มิสเตอร์โยไรลีมาดูเขตต์แดนป่วยกลับไปถึงแก่กรรม กอลอแนลฟิศจึงให้กัปตันแบกรับการเรื่องเขตต์แดนต่อไป เมื่อเดือน ๒ เดือน ๓ ปีฉลู สัปตศกนั้น ได้ไปตรวจดูเขตต์แดนเห็นจะแจ้ง ตั้งแต่เมืองเพ็ชรบุรีไปถึงแดนเมืองมะริด ตั้งแต่เมืองมะริดต่อแดนเมืองชุมพร ขอให้ขุนนางไทยไปด้วย กัปตันแบกจะได้ชี้ให้ดูเป็นสำคัญ จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระยาพระราม พระพลสงคราม นายด่านเมืองเพ็ชรบุรีกับไพร่ ๕๐ คนไปด้วยกัปตันแบก ไปทางเมืองเพ็ชรบุรี ได้กราบถวายบังคมลาไปจากกรุงณวันศุกร เดือน ๑ แรม ๖ ค่ำ[๒] ไปถึงเมืองเพ็ชรบุรีพักอยู่เมืองเพ็ชรบุรี ๑๒ วัน วันเดือน ๒ ขึ้น ๕ ค่ำ[๓] ไปจากเมืองเพ็ชรบุรี ณวันเดือน ๒ แรม ๑ ค่ำ ไปถึงเมืองประจวบคีรีขันธ์ กัปตันแบกถากต้นตะเคียนจารึกเป็นอักษรอังกฤษไว้ที่ต้นตะเคียนเขาสิงขรหมอนเจ้าแห่ง ๑ ออกจากเขาสิงขรหมอนเจ้า ณเดือน ๓ ขึ้น ๑ ค่ำ[๔] ไปถึงเขาปูนแขวงเมืองประทิว กัปตันแบกได้ถากต้นไม้จารึกเป็นอักษรอังกฤษไว้อีกตำบล ๑ แล้วไปเมืองกระถึงช่องกระในถากไม้ใหญ่จารึกเป็นอังกฤษไว้เป็นสำคัญไว้อีกตำบล ๑ แล้วกัปตันแบกไปลงเรือที่เมืองกระไปเมืองมะริด พระยาพระรามก็กลับมาลงเรือที่เมืองชุมพรเข้ามากรุงเทพมหานคร แจ้งว่ากัปตันแบกถากต้นไม้เขียนหนังสือเป็นสำคัญไว้นั้น คือที่ปลายน้ำขึ้นเข้าปากน้ำออกทะเลฝั่งตะวันตก น้ำไหลลงไปทางเขตต์แดนเมืองอังกฤษจึงทำสำคัญไว้ เป็นที่ราบแล้วก็ไม่ทำ



[๑] วันที่ ๑๑ ธันวาคม ฯ

[๒] วันที่ ๑๗ ธันวาคม ฯ

[๓] พฤหัสบดีที่ ๑๐ มกราคม ฯ

[๔] อังคารที่ ๕ กุมภาพันธ์ ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ