๒๑๙. กระแสพระราชดำริก่อนปฏิสังขรณ์พระปฐมเจดีย์

ที่เมืองนครไชยศรีนั้น ทรงพระราชดำริว่ามีพระเจดีย์ใหญ่องค์ ๑ เป็นพระเจดีย์ยอดปรางค์ตอน ๑ ฐานล่างกลมเป็นรูประฆังตอน ๑ พิเคราะห์ดูเห็นจะทำมาหลายคราว ราษฎรเรียกว่าพระปฐม ด้วยความประสงค์ของท่านทั้งหลายว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาบรรทมอยู่ที่นั้น แต่เห็นว่าจะไม่ถูก ด้วยได้ทอดพระเนตรเห็นหนังสือเก่าๆ เห็นเขียนว่าปฐมเจดีย์ เมื่อแต่ก่อนยังไม่ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติได้เสด็จไปนมัสการหลายครั้ง เป็นมหาเจดีย์ใหญ่กว่าพระเจดีย์ในประเทศสยามทุกๆ แห่ง สืบดูทั้งพระราชอาณาจักรฝ่ายเหนือตั้งแต่เชียงแสนเชียงใหม่ ตลอดลงมาฝ่ายใต้จนถึงเมืองนครศรีธรรมราช และเมืองลาว เมืองเขมรฝ่ายตะวันออก พระสถูปเจดีย์ซึ่งจะโตใหญ่กว่าพระปฐมเจดีย์ไม่มี พิเคราะห์ดูเห็นจะเป็นของเก่ามาช้านานก่อนพระเจดีย์ในประเทศสยาม จึงได้เรียกว่าพระปฐมเจดีย์ ทอดพระเนตรดูฝีมือทำอิฐและก่อ เห็นจะเป็นของทำแล้วเก่าแก่มาหลายครั้งหลายคราว ที่เนินใหญ่เป็นกองอิฐหักลงมา ได้ชันสูตรขุดลงไปดูลึก ๒ ศอก ๓ ศอกบ้าง พบอิฐยาว ๑ ศอกหน้าใหญ่ ๑๒ นิ้ว หน้าน้อย ๖ นิ้ว ก่อเป็นพื้นอยู่ พิเคราะห์ดูเห็นว่าจะเป็นองค์พระเจดีย์เดิมจะหักพังลงมา มีผู้ศรัทธามาเกลี่ยอิฐให้เป็นเกาะขึ้น แล้วมาก่อเป็นพระเจดีย์กลมขึ้นอีกคราว ๑ เหมือนอย่างพระเจดีย์ในเกาะลังกา ครั้นนานมายอดจะหักลงมาอีก จะมีผู้ศรัทธาปฏิสังขรณ์ขึ้นอีกคราว ๑ จะเห็นว่าพระเจดีย์ยอดแหลม จะไม่ถาวรมั่นคงจึงเกลี่ยที่ให้เสมอเพียงไหล่ที่ก่อองค์ปรางค์ต่อตั้งขึ้นไปแทนยอด ที่ริมขอบเวทีก่อกำแพงแก้วไว้เป็นที่ทักษิณ ก่อบันไดลงมาถึงพื้นเนินเก่า พิเคราะห์ดูบันไดก่อทับปะคอระฆังเข้าไว้ เห็นจะเป็นของทำทีหลัง แต่วิหารอยู่ด้านตะวันออกบนเนินเรียงกันอยู่ทั้ง ๔ วิหาร วิหารพระนาคปรกวิหาร ๑ อยู่ข้างทิศตะวันออกเฉียงใต้ ถัดมาถึงวิหารพระไสยาศน์วิหาร ๑ วิหารไว้พระพุทธรูปต่างๆ วิหาร ๑ วิหารพระป่าเลไลยที่สุดด้านตะวันออก แล้วมีพระเจดีย์เฉียงเหนือเป็นแถวกันมา ย่อมๆ อีกหลายองค์ไม่เป็นฝีมือในหลวงสร้าง เป็นฝีมือราษฎรชาวบ้านทำเล็กๆ ใหญ่ๆ เป็นของทำทีหลังแน่ทีเดียว ที่ของเดิมแท้ๆ วิหารหลวงพระอุโบสถอยู่ที่พื้นแผ่นดิน พิหารอยู่ตรงเก๋งจีนและพลับพลาทรงโปรยลงไป ด้วยเสาศิลาแลงมีปรากฏอยู่หลายต้น พระอุโบสถนั้นก็ตรงพระอุโบสถเดี๋ยวนี้ลงไป กุฏิสงฆ์อยู่หน้ากะเปาะข้างทิศใต้ ด้วยได้เห็นของสำคัญหลายอย่าง คือ สระน้ำและถนนอิฐปูเป็นพื้น ที่จอมปลวกใหญ่ก็รื้อได้พระพุทธรูปในนั้นยังปรากฏอยู่ในวัดเดี๋ยวนี้ ที่พระสงฆ์อยู่เป็นของย้ายมาทีหลังเมื่อแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย แต่องค์พระปรางค์เห็นจะเป็นของหลวง ได้โปรดให้วัดองค์พระปรางค์ตั้งแต่แผ่นดินขึ้นไปถึงหลังเกาะสูง ๔ วาบ้าง ๕ วาบ้าง ด้วยแผ่นดินไม่เสมอกัน ตั้งแต่หลังเกาะขึ้นไปเป็นองค์พระเจดีย์กลม สูง ๑๔ วา ๒ ศอก องค์ปรางค์สูง ๒๐ วา ยอดนภศูลขึ้นไป ๘ ศอก รวมตั้งแต่หลังเกาะขึ้นไปตลอดยอดนภศูลคิดได้ ๔๐ วา ๒ ศอก พระปฐมเจดีย์นี้ จะมีกษัตริย์แต่โบราณตั้งเป็นเมืองหลวงอยู่ที่นั้นสร้างขึ้นก่อนพระเจดีย์ทั้งปวงในประเทศสยาม จึงสืบได้ความในหนังสือเก่าๆ ว่าสร้างเมื่อพระพุทธศักราชล่วงได้ ๕๖๙ ปีบ้าง สร้างเมื่อพระพุทธศักราชล่วงได้ ๑๐๐๐ ปีบ้าง สร้างเมื่อพระพุทธศักราชล่วงได้ ๑๐๘๕ ปีบ้าง สร้างเมื่อพระพุทธศักราชล่วงได้ ๑๒๖๔ ปีบ้าง สร้างเมื่อพระพุทธศักราชล่วงได้ ๑๖๓๓ ปีบ้าง ไม่ถูกกัน มีกำหนดนับว่าสูง ๔๕ วาศอก ว่าเป็นที่พระแท่นพระพุทธเจ้าเสด็จมาบรรทมอยู่ที่นั้น และได้บรรจุพระทันตธาตุคือพระเขี้ยวแก้วองค์ ๑ ครั้ง ๑ บรรจุพระบรมธาตุอีกทะนาน ๑ อีกครั้งบรรจุพระบรมธาตุ ๑๐๐ องค์ ได้ความไม่ถูกกัน จะคิดเอาเป็นที่แน่นอนทีเดียวก็ยังสงสัยอยู่ แต่เห็นว่าจะสร้างเมื่อครั้งกษัตริย์ศรีธรรมาโศกราช แจกพระบรมธาตุไปในประเทศทั้งปวงที่นับถือพระพุทธศาสนาเหมือนกัน ในครั้งนั้นพระพุทธศักราชล่วงมาได้ ๒๑๘ ปี ภายหลังเห็นว่าจะมีผู้สถาปนาเพิ่มเติมมาอีกหลายครั้งหลายคราวมาแล้ว และเป็นสถานที่ใหญ่กว่าที่อื่น คงจะมีพระบรมธาตุบรรจุไว้เป็นแน่ ไม่เป็นที่สงสัยเลย พระปฐมเจดีย์มีหนังสือเก่าๆ ว่ามีปรากฏก่อนที่คนได้พบพระพุทธบาทพระฉายกว่า ๑๐๐๐ ปี ไม่ควรที่จะทิ้งให้รกร้างอยู่ จึงได้ถวายพระพรพระบรมเชษฐาธิราช พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงทราบแล้ว ดำรัสว่าเป็นของอยู่ในป่ารกถึงจะกระทำขึ้นก็ไม่เป็นประโยชน์สิ่งไรนัก ครั้นได้ทรงสดับพระกระแสว่าไม่โปรดแล้ว ก็ทรงพระจินตนาไว้ว่า ถ้าได้สิริราชสมบัติแล้วจะทรงสถาปนาปฏิสังขรณ์ขึ้นไว้ให้จงได้ ก็ครั้งนี้ได้เถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว ควรจะทำตามพระราชประสงค์ไว้แต่เดิม

จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ช่างทหารใน ต่อตัวอย่างถวายเป็นรูปพระเจดีย์กลม ฐานทักษิณไม่มี ก่อเป็นหน้ากะดานและช่องกระจกขึ้นไปจนถึงบัวกลม แล้วชักลูกแก้วเข้าไปทั้ง ๓ ชั้น จึงตั้งบัวกลม ปากระฆังตัวอย่างพระเจดีย์ตามรูปเดิมเสร็จแล้ว จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ คือสมเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่เป็นแม่กองเจ้าของการ ให้พระศิริสมบัติ หลวงพิทักษโยธา หลวงนราเรืองเดช เจ้ากรมไพร่หลวงอาสาใหม่ หลวงโยธาไพจิตร ช่างทหารในออกไปเป็นนายงานทำ ได้ลงมือถางต้นไม้บนองค์พระและถางที่ขุดคลอง

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ