๑๐๒. ทูตปรุศเซียกราบถวายบังคมลา

ฝ่ายกอนต์เอวเลนเบิกราชทูตปรุศเซียขึ้นไปเที่ยวดูพระพุทธบาทกลับลงมาแล้ว ครั้นณวันพฤหัสบดี เดือน ๓ ขึ้น ๑๓ ค่ำ ได้เข้าเฝ้ากราบถวายบังคมลาไปเที่ยวเมืองเพ็ชร์บุรี แล้วก็ลงเรือไปทีเดียว

ฝ่ายพระยามนตรีสุริยวงศ์ยกไปถึงเมืองกำปอดแล้ว พักรอถ้ากองทัพหัวเมืองตะวันออกพร้อมแล้ว จึงยกขึ้นไปเมืองอุดงมีไชย เมื่อออกเดินนั้นองค์พระนโรดมก็แต่งกระบวนแห่ของตัว มีทหารปืนแห่ดาบหอก แล้วมีธงฝรั่งเศสนำหน้ากระบวนไปด้วย ดูเหมือนจะลืมพระเดชพระคุณที่ได้ทรงพระมหากรุณาชุบเลี้ยงออกไปแต่ครั้งนั้นมา พระยามนตรีสุริยวงศ์ระงับความวิวาทให้สมัครสมานกันแล้ว ก็พาพระราชเสนาซึ่งอยู่ด้วยองค์แก้วฟ้ากลับมาเสีย แล้วให้พระยาพิไชยชาญฤทธิ์รอฟังราชการอยู่ที่เมืองกำปอด จึงโปรดฯ ให้มีตราออกไปถึงเจ้าพระยามุขมนตรี พระยาราชวรานุกูล ซึ่งออกไปตั้งฟังราชการอยู่ที่เมืองพระตะบองแต่ก่อน ยกลงไปเป็นเพื่อนองค์พระนโรดมที่เมืองอุดงมีไชย เพื่อจะได้ป้องกันสนองโสพวกกบฎด้วย เจ้าพระยามุขมนตรีกับพระนโรดมจัดกองทัพเขมรไปจับสนองโส ๆ สู้ไม่ได้ หนีเข้าไปอยู่ในเขตต์แดนฝรั่งเศส ได้มีหนังสือไปขอเอาตัวสนองโส อัดมิราลบอนาดตอบมาว่า การโปลิติกเป็นธรรมเนียมกฎหมายอย่างยุโรปส่งไม่ได้ แต่จะระวังรักษามิให้กลับมาทำอันตรายได้อีก เจ้าพระยามุขมนตรี พระยาพิไชยชาญฤทธิ์ เห็นว่าการกบฎสงบแล้วก็กลับเข้ามาณกรุงเทพมหานคร แต่พระยาราชวรานุกูลยังอยู่เป็นเพื่อนองค์พระนโรดม

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ