๒๓๙. ทรงขอขมาพระบรมวงศานุวงศ์และท่านเสนาบดี

ครั้นรุ่งขึ้นณวันพฤหัสบดี เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๕ ค่ำ[๑] เวลาเช้า ๓ โมงเศษ รับสั่งให้หาพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทเวศรวัชรินทร์ กรมหลวงวงศาธิราชสนิท กรมขุนวรจักรธรานุภาพ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนบำราบปรปักษ์ เจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ที่สมุหพระกลาโหม เจ้าพระยาภูธราภัย เข้าไปเฝ้าในที่ทรงพระประชวร จึงรับสั่งว่าวันนี้เป็นวันพระจันทร์เต็มดวง นักปราชญ์ทั้งหลายก็ถึงความดับเป็นอันมากในวันเพ็ญดังนี้ ควรพระชนมายุจะหมดจะดับในวันนี้เป็นแน่แล้ว ซึ่งขัดเคืองว่ากล่าวแก่ท่านทั้งหลายทั้งปวงมาแต่ก่อนนั้น ขออโหสิกรรมกันเสียเถิด อย่าให้เป็นเวรกันต่อไป ขอฝากแต่พระเจ้าลูกยาเธอ และเจ้าลูกเธอด้วย ถ้าจะมีความผิดสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นข้อใหญ่ ขอแต่ชีวิตไว้ ให้เป็นแต่โทษเนรเทศ

พระเจ้าน้องยาเธอกรมหลวง กรมขุน ท่านเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ ก็รับพระราชโองการแล้ว พากันเศร้าโศกสะอึกสะอื้นไปอยู่ในหน้าพระที่นั่ง จึงรับสั่งห้ามว่าอย่าร้องไห้ ความตายไม่เป็นอัศจรรย์อะไรนัก เป็นของธรรมดา เกิดมาแล้วก็ต้องตายด้วยกันทุกคน แล้วท่านทั้ง ๖ เห็นว่าพระอาการอ่อนนักแล้ว ก็พากันถอยออกมา ครั้นเวลาย่ำค่ำแล้ว รับสั่งให้หาพระยาบุรุษรัตนราชพัลลภเข้าไปเฝ้า ให้พะยุงพระองค์พลิกพระเศียรทับพระพาหาเหมือนอย่างพระไสยาศน์ จึงตรัสว่าเขาตายกันดังนี้



[๑] วันที่ ๑ ตุลาคม ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ