๓๗. การทัพศึกเมืองเชียงตุง (ต่อ)

ฝ่ายพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนิท เจ้าพระยายมราชมาพักอยู่เมืองเชียงใหม่ก็บอกข้อราชการลงมา ได้ทรงทราบข้อราชการแล้ว ทรงพระราชดำริเห็นว่า ทางเมืองเชียงตุงเป็นทางกันดารยิ่งนัก ต้องขึ้นภูเขาสูงเป็นทางคับขันช่องแคบก็มี จะส่งสะเบียงอาหารกะสุนดินดำก็ลำบาก จะทำทัพเป็นการปีก็เห็นจะไม่ได้ จะทำได้อยู่ก็เป็นการจู่โจมเหมือนทัพโจรเท่านั้น เดี๋ยวนี้พม่ารู้ตัวแต่งกองทัพมาระวังรักษาอยู่ ทัพฝ่ายเราไปตีก็ถึง ๒ ครั้งแล้วไม่สำเร็จ จะให้ทำต่อไปอีกไพร่พลในกองทัพก็อิดโรยบอบช้ำมาถึง ๒ ฤดูแล้งแล้ว จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีตราหากองทัพกลับลงมาณกรุงเทพมหานคร

ฝ่ายพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนิท เจ้าพระยายมราชทราบตามท้องตราแล้วก็กลับลงมาถึงกรุงเทพมหานคร พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงวงศาธิราชสนิทกราบทูลว่า มหาไชยกราบถวายบังคมลาพาครอบครัวไปถึงเมืองลื้อแล้ว ลงมาแต่อุปราชา จึงตรัสว่าอุปราชาเป็นคนสวามิภักดิ์จริงๆ ไม่ควรที่จะกักขังไว้ที่กรุง จะให้ขึ้นไปอยู่พร้อมกันกับครอบครัวญาติพี่น้องที่เมืองหลวงพระบาง โปรดฯ ให้พระยาราชวรานุกูลพาอุปราชาขึ้นไปส่งไว้เมืองหลวงพระบาง จะได้พร้อมกันกับครอบครัว

เจ้าเมืองห้อรู้เข้า จึงให้ขุนนางชื่อตากุนแยมาขออุปราชากับครอบครัวไป เจ้าเมืองหลวงพระบางจึงผัดว่า ขอบอกลงไปกรุงเทพมหานคร ตากุนแยก็คอยฟังข่าวอยู่ที่เมืองหลวงพระบาง จึงได้นางสุนทรีผู้น้องอุปราชาเป็นภรรยา

ฝ่ายที่กรุงเทพมหานคร จึงโปรดฯ ให้มีศุภอักษรขึ้นไปให้เจ้านครเมืองหลวงพระบาง ปล่อยครอบครัวลาวลื้อไปตามใจสมัคร อุปราชาไปอยู่ที่เมืองเชียงรุ้งพร้อมกันด้วยญาติพี่น้องแล้ว เมื่อปีมะเส็งนพศกก็เกิดรบพุ่งกันขึ้นอีก มหาไชยฆ่าอุปราชาตาย เปลี่ยนวงศ์ใหม่

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ