๑๑๔. เรื่องสุลต่านมะหมุด

ฝ่ายสุลต่านมะหมุดอยู่ที่กรุงเทพมหานครได้ ๑๑ เดือน ถึงเดือน ๗ ตนกูลิบามารดาสุลต่านมะหมุด อยู่ที่เมืองตะรังกานู มีหนังสือเข้ามาว่าระลึกถึงให้ออกไป สุลต่านมะหมุดจึงทูลลาขอออกไปเยี่ยมมารดา จึงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมว่า เรือมหาพิไชยเทพจะออกไปลาดตระเวน ให้ไปส่งสุลต่านด้วย สุลต่านมะหมุดไปอยู่ที่เมืองตรังกานูแล้วก็ไปถึงเขตต์แดนเมืองปาหัง คบคิดกันกับชีหวันมะหมัด จะเอาเมืองปาหังให้ได้ โต๊ะบันดาหราเจ้าเมืองปาหัง จึงได้ไปฟ้องยังคอลอแนลออระโฟเกาวนาเจ้าเมืองสิงคโปร์ว่า สุลต่านมะหมุดมาคบคิดกับชีหวันมะหมัด จะทำการอินชุลาม เกาวนาเจ้าเมืองสิงคโปร์จึงมีหนังสือมายังเซอร์รอเบอร์ตจอมเบิก กงสุลอังกฤษ ซึ่งอยู่ณกรุงเทพมหานคร ให้ต่อว่าคอเวอนเมนต์ฝ่ายสยามว่า ให้เรือรบออกไปส่งสุลต่านมะหมุด ทำให้ที่เมืองปาหังเกิดอินชุลามรบพุ่งกันขึ้น เพราะคอเวอนเมนต์สยามให้อำนาจไป ลูกค้าอังกฤษเสียผลประโยชน์ไปเป็นอันมาก ด้วยมีผู้กลัวหาอาจไปร่อนทองและทำดีบุกไม่ แล้วก็ไม่มีลูกค้าเอาเข้าปลาอาหารเข้าไปขาย ได้ความอดอยากเพราะสะเบียงอาหาร ให้คอเวอนเมนต์เอาตัวสุลต่านเข้ามาไว้เสียที่กรุงเทพมหานครโดยเร็ว จึงโปรดฯ ให้ตอบออกไปใจความว่า สุลต่านก็ไม่ได้เป็นคนอยู่ในบังคับฝ่ายสยาม เป็นคนอยู่ในบังคับวิลันดา เมื่อเข้ามาเขาก็เข้ามาเอง เมื่อออกไปเขาก็ออกไปเองก็ไม่ได้มีเรือส่ง เขาโดยสารเรือลาดตระเวนออกไป ทำการให้เมืองปาหังกำเริบขึ้น จะต้องมีหนังสือไปถึงพระยาตรังกานูให้ส่งเข้ามา ครั้นจะแต่งเรือรบออกไปฤดูนี้ก็เป็นลมว่าว ที่ปากน้ำเมืองตรังกานูไม่มีที่อาศัย ความเรื่องนี้ได้โต้ตอบกันหลายครั้ง เกาวนาเจ้าเมืองเห็นว่าฝ่ายไทยบิดเบือนอยู่ จึงให้เรสิเดนต์กอนสิลาเป็นข้าหลวง ไปด้วยกำปั่นไฟ ๒ ลำ ชื่อโกเกศลำ ๑ ชื่อสเกศเดลำ ๑ มีหนังสือเจ้าเมืองสิงคโปร์ ไปถึงพระยาตรังกานูว่า ให้ส่งตัวสุลต่านมะหมุดให้เรสิเดนต์กอนสิลา จะได้ส่งเข้ามาณกรุงเทพมหานคร ถ้าพระยาตรังกานูบิดเบือนไม่ส่งให้จะต้องลงโทษ พระยาตรังกานูก็พูดบิดเบือนไม่ส่งให้ ครั้นถึงเวลากำหนดเรสิเดนต์กอนสิลาข้าหลวงคอยอยู่ ก็ไม่เห็นพระยาตรังกานูส่งสุลต่านมะหมุดไปให้ จึงมีหนังสือขึ้นไปให้พระยาตรังกานูไล่เด็กและผู้หญิงเสียให้พ้นทางปืน

ครั้นณเดือน ๑๒ แรม ๕ ค่ำ[๑] เวลาบ่าย ๑ โมงครึ่ง เรสิเดนต์กอนสิลาจึงสั่งให้กัปตันเบรเบศนายเรือรบโกเกศ ยิงปืนอามสตรองขึ้นไป ๓ นัด ตกถึงบ้านพระยาตรังกานู ทางประมาณ ๔๐๐ เส้นเศษ คอยอยู่จนเวลาบ่าย ๕ โมง ก็ไม่เห็นพระยาตรังกานูให้คนมาว่าประการใด จึงให้ยิงปืนขึ้นไปอีก ๓๐ นัด พอเวลาค่ำแล้วจึงให้หยุด คอยจนเวลา ๕ ทุ่ม ได้ยิงปืนไปอีก ๓ นัด ครั้นรุ่งขึ้นเดือน ๑๒ แรม ๖ ค่ำ เวลาเช้า ๕ โมง กำปั่นโกเกศได้ยิงขึ้นไปอีก ๖ นัด ๗ นัด คลื่นใหญ่นักก็หยุดถอยเรือออกมาที่ลึก คอยฟังราชการอยู่จนณเดือน ๑๒ แรม ๑๑ ค่ำ เรือรบอังกฤษก็กลับไปเมืองสิงคโปร์

ที่เมืองตรังกานูนั้น เจ้าเมืองและราษฎรรู้ว่าอังกฤษจะยิง ก็หนีขึ้นไปปลายน้ำ ครั้งนั้นผู้คนมิได้เป็นอันตราย ถูกปืนตายแต่ผู้หญิงคน ๑ ฝ่ายที่กรุงทราบความแล้ว จึงแต่งให้หลวงศรีมหาราชาไปด้วยเรือกลไฟชื่อสงครามครรชิต ไปรับสุลต่านมะหมุดเข้ามา



[๑] อังคารที่ ๑๑ พฤศจิกายน ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ