ตอนที่ ๙๘ พระบาทหลวงขับท้าวรายากับนางบุษบงไปจากกองทัพ จนพระมังคลาหนี

๏ ฝ่ายไทท้าวเจ้าชวาอาณาเขต เธอตรองเหตุคาดในใจบาทหลวง
แกเป็นคนหมอความข้างลามลวง จำจะท้วงดูสักครั้งฟังคดี
แล้วจึ่งว่าถ้าเช่นนั้นดั่งมั่นหมาย การอุบายยังไม่เห็นเหมือนเช่นผี
ที่จะมาหลอกลวงดูท่วงที อันข้านี้ตรองไม่เห็นอย่างเจรจา ฯ
๏ บาทหลวงฟังถ่มน้ำลายว่าอ้ายโง่ มึงชาติโคชาติแขกแปลกภาษา
ดีแต่ไม่กินหมูดูหูตา หาปัญญาสักเท่าเล็นไม่เห็นมี
ได้แต่ข้างกินแพะกับแกะไก่ ยัดเข้าไปพลามพลามใช้หามผี
ชะมาช่วยเขยขวัญขยันดี อ้ายแขกตี้พูดจาไม่น่าฟัง
กูติดว่าเป็นผู้ใหญ่ได้ปรึกษา มิรู้หน้าโง่ผีตาขี้ถัง
ชอบแต่กวาดฝุ่นฝอยคอยระวัง เขาจะนั่งเปื้อนกันขนเอาไป
เองพูดจาสารพัดขัดจังหวะ แกเอะอะเดือดด่าไม่ปราศรัย
ชอบแต่ให้เขยถองลองดูใจ มันจะไปฟ้องหาว่าด่าทอ
เฮ้ยอ้ายเจ้ามังคลาสานุศิษย์ จะชอบผิดปรับไหมไฉนหนอ
อ้ายคนโง่เองอย่างดกดต้นคอ ถองอ้ายพ่อตาเล่นถึงเป็นความ
มันจะฟ้องหาเองอย่าเกรงพรั่น ผิดก็ท่านทำมะรงเขาคงถาม
อ้ายพ่อตาเช่นนี้ไม่มีความ แขกส่ำสามท้าวรายามึงอย่ากลัว
แกแค้นเคืองเรื่องราวที่กล่าวขัด นั่งอึดอัดคิดกำจัดใคร่ตัดหัว
แล้วลุกเข้าไปในห้องให้หมองมัว ปะคนชั่วสารพัดพูดขัดใจ
แล้วเรียกพระมังคลาสานุศิษย์ เองจงคิดผันแปรคิดแก้ไข
อ้ายแขกพ่อตาเองไม่เกรงใจ พูดพิไรสารพัดทั้งขัดคอ
แม้นนานไปอ้ายนี่ทีจะบิด เหมือนงูพิษเป็นศัตรูคงสู้หมอ
มิกำจัดเสียให้ห่างจะขวางคอ เกิดหลักตอขึ้นเปล่าเปล่าไม่เข้ายา
แต่แรกกูดูเหมือนเป็นผู้ใหญ่ ก็ไว้ใจมันทุกสิ่งจริงจริงหวา
มิรู้โง่สิ้นอย่างใช่ช้างงา มันชาติกามิใช่หงส์อย่าหลงเลย ฯ
๏ ฝ่ายมังคลาว่าเขามาเป็นเพื่อนยาก สู้ลำบากอุดหนุนเจ้าคุณเอ๋ย
เขาก็มีบุญคุณได้คุ้นเคย จะให้เขยไล่พ่อตาก็น่าชัง
แกเดือดด่าว่าอ้ายนี่มาพูดแก้ ทำกอแกโกโรพูดโอหัง
ยกความชอบให้แก่มันดันทุรัง จะไปนั่งเกรงใจมำไมมี
ช่างหัวมันเป็นไรกับอ้ายแขก อ้ายพวกแปลกศาสนาฆ่าฤๅษี
ไม่บาปดอกหนาหวาใครฆ่าตี แม้นมึงมิไล่ไปกูไม่ฟัง
แกด่าเปรี้ยงเสียงอึงคะนึงก้อง ออกจากห้องตึกใหญ่ดั่งใจหวัง
ตวาดก้องร้องเปรี้ยงขึ้นเสียงดัง กูนึกหวังว่าจะดีมีปัญญา
มิรู้ว่ามันเคอะดูเปรอะประ จริงจริงวะอยู่ไม่ได้ไปเสียหวา
จะมานั่งกองขัดตัดตำรา ล้างปัญญากูไปหมดต้องอดโซ
จงกลับไปบ้านเมืองให้เรืองยศ อ้ายชาติมดมักหวานดาลโทโส
จะมาทำเอาแต่จิตอิศโร พูดโยโสสารพัดขัดอารมณ์ ฯ
๏ ท้าวรายาแค้นคำแต่จำจิต นั่งกรดกริชเสียบรุมกันทุ่มถม
ฟังวาจาก็ไม่น่าสมาคม มันโสมมหยาบคายหลายประการ
แล้วลุกจากตึกใหญ่ไปข้างล่าง พร้อมขุนนางน้อยใหญ่ได้สงสาร
พระเทวสินธุ์ยินคำให้รำคาญ จึ่งว่าหลานก็ไม่อยู่จะสู้ไป
แต่จะทูลบิตุรงค์ผู้ทรงเดช จะโปรดเกศโองการสถานไหน
จะมานั่งเจ็บช้ำระกำใจ หลานจะไปด้วยกันดั่งสัญญา
แล้วพระหน่อเทวสินธุ์นรินทร์ราช แลเห็นบาทหลวงแสนแค้นนักหนา
เป็นจนจิตคิดว่าครูบิดา หาไม่ฆ่าเสียให้ตายวายชีวัน
มันชาติคนเกเรเดรฉาน จึ่งเกิดการวุ่นไปทั้งไอศวรรย์
พลางลุกไปเฝ้าองค์พระทรงธรรม์ ทูลรำพันลาไปอยู่ในเรือ
แม้นขุกเข็ญจึ่งจะกลับมารับรบ ช่วยสมทบชิงชัยข้างฝ่ายเหนือ
ทั้งเจ้าตาจะทูลลาลงไปเรือ ต้องหนีเสือเสียสักครั้งไปฝั่งชล ฯ
๏ พระมังคลาว่าพ่อก็จนจิต เหลือจะคิดสารพัดจะขัดสน
แกไม่ฟังเสียงมนุษย์เห็นสุดจน ต้องสู้ทนลำบากต้องยากเย็น
ด้วยจนใจไกเป็นครูแต่อยู่นี่ ครั้นจะมิทำตามก็ยามเข็ญ
แกตั้งกองแช่งด่าน้ำตากระเด็น มิได้เว้นวันหลังตั้งแต่มา
เจ้าจะไปตามใจเถิดลูกรัก แต่ไปพักอยู่ที่เกาะคอยเสาะหา
จงยับยั้งฟังการด่านชลา แม้นพลาดท่าก็จะได้ไปด้วยกัน ฯ
๏ พระเทวสินธุ์กราบก้มบังคมทราบ ค่อยลีลาศลงไปรีบผายผัน
พอสุริยนสนธยาเกือบสายัณห์ ก็ชวนกันสามองค์ไปลงเรือ
ท้าวรายาพาพระหน่อวรนาถ กับอำมาตย์รีบไปมิได้เหลือ
แต่บรรดามาด้วยกันเคยจานเจือ กลับไปเรือมิได้อยู่ทุกผู้คน ฯ
๏ ครั้นพลบค่ำคล้ำฟ้าสุธาวาส สังฆราชว้าเหว่ระเหระหน
เห็นพวกแขกหายไปทั้งไพร่พล ต้องอั้นอ้นอยู่ในใจไม่สบาย
หวนรำลึกนึกได้เพราะไล่เขา คนบางเบาเต็มทีทั้งหนีหาย
ฉวยข้าศึกชุลมุนมาวุ่นวาย แล้วเรียกนายกองฝรั่งมาสงคราม
เองรักษาหน้าที่อย่าหนีหลบ กระบวนรบตรวจให้เสร็จอย่าเข็ดขาม
คิดล้อมวงจงระวังให้นั่งยาม เอาเพลิงตามไว้ทุกช่องคอยป้องกัน
พอรุ่งเช้าเอาหญ้าขึ้นมาไว้ กูจะได้ผูกพยนต์พลขันธ์
ครั้นสั่งเสร็จจวนจะศึกขึ้นตึกพลัน ให้หวั่นหวั่นวิญญาณ์ยิ่งอาวรณ์
เข้าห้องหับจับตำราออกมาคลี่ ดูแผนที่ลังกาหน้าสิงขร
ถิ่นประเทศเขตแคว้นแดนนคร เห็นทางจรที่จะรับกองทัพไทย
แกว่าเหวยมังคลาเข้ามานี่ กูจะชี้แถวทางหว่างไศล
เข้ากกพระมเหสีดีแก่ใจ มาจะได้คิดอ่านเอาบ้านเมือง ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระมังคลานราราช ฟังครูบาทหลวงรู้คันหูเหือง
แต่นิ่งนั่งตรองตรึกให้นึกเคือง ไม่ได้เรื่องแกจะทำเอาตามใจ
แต่จนจิตเพราะเป็นศิษย์จึงต้องนิ่ง แม้นท้วงติงแกก็ด่าไม่ปราศรัย
จะพูดจาว่าขานประการใด แกก็ไม่อยากเชื่อเหลือระอา
แล้วลุกเข้าไปหาเวลาดึก ที่ในตึกน้อมคำนับรับเจ้าขา
บาทหลวงว่าฮ้าเฮ้ยมังคลา อ้ายพ่อตาไปเมืองมันเคืองใจ
เพราะตัวกูด่าว่าอุลามก มันโกหกพูดจาอีท่าไหน
เพราะขี้ขลาดลาดเลากูเข้าใจ ถึงมันไปเสียสักพันไม่พรั่นพรึง
อยู่ก็พูดเปล่าเปล่าไม่เข้าหู มันสู่รู้หมายว่าเราไม่เท่าถึง
ชาติอ้ายพวกแขกพาลสันดานดึง กูรู้ถึงตับไตหัวใจมัน
พลางว่ากับมังคลาลานุศิษย์ เองช่วยคิดกำกับเป็นทัพขัน
ยกไปทางหลังเขาเจ้าประจัน อย่าให้มันรู้ตัวทั่วนคร
ต่อจวนค่ำย่ำแสงพระสุริยง อัสดงเย็นพยับลับสิงขร
จึ่งค่อยเคลื่อนโยธาพลากร จากสิงขรแดนเขาเข้าในดง
คิดจัดแจงแต่งพยนต์พลรบ ไว้สมทบชายรุกขาป่าระหง
กับทหารเกณฑ์หัดจัตุรงค์ ให้ล้อมวงไปในป่าดาประดัง
แกคิดการราญรอนไม่นอนหลับ จะยกทัพรีบไปดังใจหวัง
จนไก่ขันแจ้วเจื้อยระเรื่อยดัง เสนาะวังเวงใจในไพรวัน
จวนจะใกล้รุ่งรางกระจ่างฟ้า พระจันทราลับไม้ในไพรสัณฑ์
บาทหลวงลุกจากห้องมองดูพลัน เห็นตะวันส่องหล้านภาดล
สั่งให้พวกเสนาเอาหญ้ามัด แล้วเสกซัดประน้ำถึงสามหน
หญ้าก็ไม่กลายกลับเป็นรูปคน ให้อั้นอ้นอกใจไม่สบาย
เป็นเหตุด้วยสิ่งใดไฉนหนอ แล้วเสกต่อร่ำบ่นไปจนสาย
ทั้งฟ่อนหญ้าที่ลำดับไม่กลับกลาย แกยักย้ายร่ำไปก็ไม่เป็น
ยิ่งเสียใจไม่สบายจนกายสั่น ให้นึกพรั่นตรองตรึกนึกไม่เห็น
เป็นเหลือรู้กูเอ๋ยไม่เคยเป็น ราวกับเช่นเด็กอ่อนพึ่งสอนคลาน
อันพยนต์มนต์เวทวิเศษขลัง ทำทุกครั่งมิได้คลาดทั้งอาจหาญ
ลงนั่งหอบบอบช้ำแสนรำคาญ จะคิดการแก้ไขไฉนดี
โอ้ตัวกูผู้เป็นพระสังฆราช ได้ชี้ขาดศาสนาเป็นราศี
พวกฝรั่งทั้งจังหวัดปัถพี ก็ยินดีที่ในกูอยู่ทุกคน
แต่ครั้งนี้ทำอะไรไม่ประสิทธิ์ นึกก็ผิดใจจริงนิ่งฉงน
ชะรอยอ้ายมังคลามันพาคน สาละวนกาลีมีเข้ามา
เป็นเมียมิ่งจริงแท้แน่เหมือนคิด จึงเสียพิธีแท้แน่นักหนา
ฉุนพิโรธโกรธแค้นแน่นอุรา แกลุกมาบนตึกเสียงครึกโครม
ว่าฮ้าเฮ้ยมังคลาสานุศิษย์ เองมาติดไฟคึกไว้ฮึกโหม
เอาหม่อมเมียมาเคล้าประเล้าประโลม ราวกับโคมแดงสีรวีวรรณ
จนมนต์ดลคาถาวิชาหมด เพราะกลิ่นรสมเหสีดีขยัน
จนความรู้วิชาสารพัน ไม่เป็นอันที่จะทำระยำไป
เสกพยนต์มนตราขึ้นห้าหมื่น ก็กลับคืนไปเป็นหญ้าน่าสงสัย
แต่นั่งบ่นมนต์ภาวนาไป ก็มิได้เป็นคนเหลือทนทาน
แม้นมิพามเหเสือไปเรือเสีย จะคลอเคลียนางอนงค์ไว้จงผลาญ
อันความรู้กูก็เห็นไม่เป็นการ คงบันดาลเสื่อมสิ้นเหมือนกินบอน
อันผู้หญิงกับวิชาเหมือนยาพิษ เอาไว้ชิดแอบอิงดั่งสิงขร
คงหักพับทับทุ่มตะลุมบอน เป็นแน่นอนเหมือนหนึ่งคำกูรำพัน
เร่งเอาไปเสียวันนี้จะกรีทัพ ไปรบรับตีต้อนคิดผ่อนผัน
จะขืนเอานางเอกไว้เสกกัน กูจะฟันมิให้เหลือเป็นเหยื่อกา ฯ
๏ ป่างพระหน่อธิบดินทร์ปิ่นกษัตริย์ ให้อั้นอัดนิ่งฟังนึกกังขา
แต่จนใจเพราะว่าไกเป็นครูบา จะพูดจาก็ไม่ได้ให้รัญจวน
เหมือนน้ำท่วมริมฝีปากมันยากแท้ ไม่ถูกแผลเจ้าประคุณก็หุนหวน
ต้องจำเป็นจำไปแต่ใคร่ครวญ ให้อักอ่วนอารมณ์อยู่นมนาน ฯ
๏ บาทหลวงว่าฮ้าเฮ้ยเจ้าคนเอก อย่าโหยกเหยกยืดยาวให้ร้าวฉาน
กูจะได้ทำมหาวิชาการ พาอีกาลกิณีไปที่เรือ
แล้วให้พวกบ่าวไพร่เอาไปส่ง อีบุษบงรีบไปข้างฝ่ายเหนือ
ไปบ้านเมืองของเขาให้เถาเครือ เอาแต่เรือน้อยน้อยสักร้อยลำ
เมื่อสำเร็จราชการให้ฐานถิ่น สมถวิลรับมาชุบอุปถัมภ์
แต่เดี๋ยวนี้อยู่ไม่ได้ไปเหมือนคำ ที่กูร่ำพรรณนาว่ากับมึง
ค่ำจงพานางเมียไปเสียหวา แล้วกลับมากับบ่าวเช้าให้ถึง
เหมือนคำกูสั่งเสียกับเมียมึง จะโกรธขึ้งสักเท่าไรกูไม่ฟัง ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อบพิตรอิศเรศ ชำเลืองเนตรดูยุพินถวิลหวัง
จะพลัดพรากจากนุชสุดกำลัง ยิ่งแค้นคั่งขัดใจไม่สบาย
กลับเข้าห้องหมองจิตคิดวิตก ระกำอกดังจะแยกแตกสลาย
อาจารย์เราเจ้ากรรมทำวุ่นวาย เห็นสุดหมายสารพัดอัดอารมณ์
ตระกองนุชบุษบงอนงค์สมร ดั่งสิงขรใครรุมมาทุ่มถม
กันแสงพลางทางสะท้อนถอนอารมณ์ ให้เตรียมตรมในอุรายิ่งอาดูร ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงทรงกันแสงแถลงถ้อย น้องบุญน้อยขอลาปิ่นบดินทร์สูร
มิขอไปเห็นวงศ์พงศ์ประยูร ฉันจะทูลลาตายในคงคา
เพราะมีกรรมจำพรากจากพระบาท ไหนจะอาจครองชีวังสืบสังขาร์
แม้นพาน้องลงไปในเภตรา โปรดเข่นฆ่าเสียให้ตายวายชีวง
น้องเป็นคนชั่วช้าอุลามก ท่านหยิบยกด่ากระจุยเป็นผุยผง
แม้นอยู่ไปอายทหารชาญณรงค์ ยุพยงทูลฉลองยิ่งหมองมัว ฯ
๏ ฝ่ายพระมิ่งมังคลานราราช ให้แค้นบาทหลวงกล่าวราวกับหัว
จะขาดจากเลือดเนื้อเหลือแต่ตัว แม้นมิกลัวบาปกรรมจะทำลอง
ให้สาสมกับอารมณ์แกก่อเหตุ ให้อาเพศหมกมุ่นที่ขุ่นหมอง
ทำเอาตามใจจิตไม่คิดตรอง ตั้งแต่ต้องแตกทัพมายับเยิน
ก็หลายครั้งตั้งแต่จากลังกาเกาะ มีแต่เคราะห์พาให้ตกระหกระเหิน
ตั้งแต่ตามถ้อยคำไม่จำเริญ มีแต่เยินยับไปแทบวายปราณ
มาได้คู่สู่สมภิรมย์รส ก็ปรากฏปึกแผ่นเป็นแก่นสาร
แกมิให้มีสุขทุกวันวาร ได้อยู่นานไม่ช้าถึงห้าปี
ระทวยทอดกอดมิตรจิตสลด แสนกำสรดทั้งสองยิ่งหมองศรี
จนจวนย่ำสุริยาใกล้ราตรี บาทหลวงตีฆ้องระฆังกังสดาล
แล้วออกจากตึกใหญ่เรียกไพร่พร้อม มาซักซ้อมตามหมวดตรวจทหาร
แล้วร้องสั่งมังคลาปรีชาชาญ เวลาการจวนจะไปเร่งไคลคลา
เอาคนหญิงจัญไรลงไปเสีย เป็นขาดผัวขาดเมียกันหนาหวา
รีบเอาไปชายทะเลลงเภตรา อย่าอยู่ช้าไปทีเดียวประเดี๋ยวนี้
เอารถรัตน์จัดหาพาไปส่ง นางอนงค์เกเรมเหสี
จะได้เกิดพิพัฒน์สวัสดี เหมือนเสียผีเสียสางปัดรางควาน
๏ ฝ่ายพระหน่อบพิตรอดิศร เรียกสมรบุษบงยอดสงสาร
มาขึ้นรถเทียมม้าอาชาชาญ ออกจากด่านแนวเขาเจ้าประจัน ฯ
๏ บาทหลวงแกตบมืออือคราวนี้ กำจัดอีหญิงร้ายให้ผายผัน
พ้นไปจากเขตแคว้นแดนอรัญ ตั้งแต่วันนี้ไปคงได้การ ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระมังคลามาในรถ โศกกำสรดเสียพระทัยให้สงสาร
พลางประโลมโฉมเฉลาเยาวมาลย์ นางกราบกรานอยู่กับบาทเพียงขาดใจ
พระเล้าโลมโฉมเฉลาอย่าเร่าร้อน พี่ไม่จรจากมิตรพิสมัย
แม่อย่าทรงกันแสงจงแข็งใจ เรารีบไปให้ถึงยังฝั่งชลา
ไปอยู่ลำกำปั่นอย่าหวั่นหวาด แกไม่อาจดั้นด้นเที่ยวค้นหา
เราไปอยู่เสียในเกาะถึงเสาะมา ที่จะหาพบเราเจ้าอย่าแคลง
อันเกาะนี้ลี้ลับไปยับยั้ง ที่กำบังทะเลแคบไปแอบแฝง
อย่าให้คนรู้เค้าเขาจะแคลง เราบอกแจ้งว่าจะให้ไปบุรินทร์
แต่ตัวพี่จะกลับไปไม่อยู่ช้า จะหนีมาเหมือนหนึ่งจิตคิดถวิล
รีบไปเถิดแก้วตาอย่าราคิน พลางเร่งสินธพมาถึงท่าลง
แล้วเรียกพวกเรือน้อยที่คอยรับ ลงประทับรับไปดั่งใจประสงค์
พระพาโฉมวรนุชบุษบง แล่นไปลงกำปั่นใหญ่ในกลางคืน
ถึงท่านท้าวโกสัยก็ไม่รู้ สังเกตดูมรรคาเหลือฝ่าฝืน
ที่ปากช่องเขาชันกันลูกปืน มาสักหมื่นสักพันไม่พรั่นพรึง
ให้แล่นไปถึงอ่าวพอเช้าตรู่ ตรงเข้าอยู่เสียข้างในเอาใบขึง
ทั้งร้อยลำตามกันไปมิได้อึง เข้าทอดถึงเชิงผาหน้าคีริน
พระสั่งนุชบุษบงอนงค์สมร จงวายร้อนเถิดจะสมอารมณ์ถวิล
สั่งพี่เลี้ยงกนิษฐายุพาพิน กว่าจะสิ้นสุริยนสนธยา
จงระวังนุชนางสำอางโฉม ค่อยเล้าโลมมิ่งมิตรกนิษฐา
เราจะต้องกลับหลังไปลังกา ไม่อยู่ช้าอย่าให้น้องเจ้าหมองมล
จำจะรีบย้อนหลังไปฟังข่าว ที่เรื่องราวเป็นอย่างไรให้ฉงน
ได้ประจักษ์หลักหลายอุบายคน ดูเหตุผลเสียให้สิ้นลิ้นอาจารย์
พลางรีบลงเรือน้อยค่อยลอยล่อง มาในท้องสาคเรศประเทศสถาน
มาถึงท่าทรงม้าควบทะยาน พวกทหารแห่ไปเขาเจ้าประจัน
พระรีบเร่งอาชาม้าที่นั่ง ไม่หยุดยั้งรีบไปในไพรสัณฑ์
มาพักเดียวถึงเขาเจ้าประจัน พอตะวันแสงส่องสักสองโมง ฯ
๏ บาทหลวงนั่งตั้งเสกพยนต์หญ้า แล้วสูบยาขึ้นสองชั้นควันโขมง
ร่ายพระเวทคาถานัยน์ตาโพลง เอาเชือกโยงหุ่นหญ้าผ้าพยนต์
แล้วโอมอ่านคาถาทั้งห้าบท เสกน้ำรดโปรยปรอยดั่งฝอยฝน
บริกรรมทำเลขเสกด้วยมนต์ ร้อยแปดหนตามตำราพระอาจารย์
ถึงสามครั้งตั้งแต่ทำไม่สำเร็จ นึกเอน็จอนาถใจหลายสถาน
ตั้งแต่เช้าจนเย็นไม่เป็นการ แสนรำคาญเคืองใจไม่สบาย
พอเห็นพระมังคลาสานุศิษย์ แกน้อยจิตแค้นใจมิใคร่หาย
แล้วพูดเป็นแยบยลกลอุบาย กูดูกายผอมซูบผิดรูปทรง
พาเอาเมียไปส่งลงกำปั่น ยังพัวพันโดยนิยมสมประสงค์
เองด่วนกลับมาไยในไพรพง นางอนงค์จะเปล่าเศร้าอุรา
แกควักค้อนงอนงดประชดศิษย์ ด้วยดวงจิตเป็นทางข้างอิจฉา
จะหยิบผิดให้จงได้ในปัญญา พาโลด่าปรับโทษให้ทดแทน
ถ้าอ้ายนี่หลบไปที่ไหนเล่า สองอ้ายเฒ่าคงจะไปให้กูแขวน
พาลูกเขยดั้นด้นไปพ้นแดน เห็นแม่นมั่นเหมือนกูคิดไม่ผิดคำ
ด้วยพลั้งไปนึกไม่ได้ถึงอ้ายแขก เมื่อแต่แรกพูดไปมากถลากถลำ
ครั้นจะกลับฝ่าฝืนพูดคืนคำ อายกับน้ำใจตัวได้ชั่วเกิน
ต้องคิดพูดเปรียบปรายกับอ้ายเขย ไปตามเลยที่วิตกระหกระเหิน
คิดผันแปรแก้กลไปตามเกิน เหมือนว่าวเหินหาวค้างกลางอัมพร ฯ
๏ ฝ่ายพระมิ่งมังคลาปรีชาฉลาด ฟังครูบาทหลวงยิ่งกว่าสิงขร
มาทุ่มทับในอุราให้อาวรณ์ ราวกับนอนอยู่ที่เพลิงอันเริงแรง
ทั้งถ้อยคำที่แกร่ำพิไรกล่าว มันรานร้าวไปเสียสิ้นเขากินแหนง
จำจะถามดูบ้างฟังสำแดง เจ้าคุณแคลงเมียข้าว่าไม่ดี
เข้ามาอยู่ในเขตประเทศถิ่น เป็นมลทินสารพัดจะบัดสี
แล้วก็เป็นหญิงชั่วตัวอัปรีย์ เสียพิธีเสียเดชทั้งเวทมนตร์
ก็ขับไล่ไปเสียสิ้นจากถิ่นที่ ประเดี๋ยวนี้ในจังหวัดพิพัฒน์ผล
ค่อยปราดเปรื่องเรืองพระเดชข้างเวทมนตร์ ผ้าพยนต์ผูกไว้คงได้การ
หรือยังไม่ได้ทำให้สำเร็จ กลเม็ดมากมายหลายสถาน
ข้าพเจ้ารีบไปมิให้นาน มาฟังการจะได้รับกองทัพไทย ฯ
๏ บาทหลวงฟังนั่งอึ้งตะลึงคิด อ้ายนี้ผิดพูดจาไม่ปราศรัย
ทำคารมข่มเหงไม่เกรงใจ มิด่าให้รู้สึกสำนึกตัว
แม้นนานไปไหนกูจะว่ากล่าว มันจะก้าวเหยียบหลังกระทั่งหัว
นิสัยศิษย์จะข่มเหงไม่เกรงกลัว จะไว้ชั่วลือชาในสามัญ
แล้วจึ่งว่าฮ้าเฮ้ยอย่าเพ่ยก่อน พูดแคะค่อนสารพัดจะจัดสรร
เองจะมาดูถูกคิดผูกพัน กูรู้ทันมึงดอกบอกจริงจริง
อันตัวกูก็เป็นพระมึงจะว่า มิใช่ข้าพึ่งบุญในคุณหญิง
จะมาพูดเกเรประเวประวิง ทำแอบอิงเยาะหยันจำนรรจา
กูก็เป็นอาจารย์ช่วยการศึก มึงตรองตรึกยับยั้งบ้างสิหวา
เองแค้นเคืองเรื่องอีเมียกับพ่อตา ดูสีหน้าก็รู้ทุกผู้คน
อันตัวกูผู้ถือศาสนา เพราะเมตตาหยาบใจจะให้ผล
กลับมาพูดหลอกล่อทรชน มึงเป็นคนทุจริตคิดไม่ดี
จะสวดให้พระเป็นเจ้ามาเอาโทษ ให้สิ้นโคตรย่อยยับดั่งสับสี
คงจะให้ผลมึงจนถึงดี เพราะมึงดีกว่ากูผู้อาจารย์
พระเยซูผู้ทรงศาสนา จะลงมาฟังเอาช่วยเผาผลาญ
อ้ายนี้ล้างศาสนาทำสาธารณ์ จงบันดาลให้มันตกนรกพลัน
ไม่สัตย์ซื่อชื่อเสียงจงจดไว้ แล้วจงใช้ทูตที่เปรื่องเมืองสวรรค์
มาจิกหัวคนประมาทฉกาจฉกรรจ์ ไปลงทัณฑกรรมไว้ให้มันกลัว
ค่ำวันนี้กูจะสวดให้ท่านทราบ จะได้ปราบมึงเสียทั้งเมียผัว
มึงอย่าพักทำวุ่นให้ขุ่นมัว จะดีชั่วค่ำวันนี้ดีละมึง
แล้วอย่าร้องเรียกกูให้ชูช่วย จะเจ็บป่วยอย่างไรอย่าให้ถึง
เองก็มีที่ถืออย่าอื้ออึง กลับไปพึ่งบุญเมียเสียเถิดเอ็ง
แล้วออกจากศาลใหญ่เข้าในตึก อึกทึกปากโป้งพูดโฉงเฉง
อ้ายนี่มันพาลจะตื่นทำครื้นเครง ต้องตามเพลงของมันกันสำนวน ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อนฤเบศเกศกษัตริย์ ให้แค้นขัดพระทัยมุ่นนึกหุนหวน
จำจะคิดข้อคัดตัดสำนวน เวลาจวนพลบค่ำจะย่ำเย็น
เข้าในห้องตรองเขียนหนังสือลับ แล้วก็พับไว้มิให้ผู้ใดเห็น
พอพลบค่ำน้ำค้างลงเยือกเย็น เดือนก็เด่นดวงกระจ่างสว่างตา
พระเผยแกลแลดูดารารัตน์ หวนประหวัดถึงมิตรกนิษฐา
ไม่เห็นพักตร์พุ่มพวงดวงผกา ในอุราร้อนรุ่มดั่งสุมเพลิง
ป่านนี้นุชบุษบงอนงค์สมร จะแสนร้อนอุระเจ้าดั่งว่าวเหลิง
เพราะครูเราเจ้ากรรมแกทำเชิง จนเปิดเปิงพลัดพรากไปจากกัน
จะอยู่ไปไหนเลยจะมีสุข อันความทุกข์ถึงจะได้ไอศวรรย์
เป็นมนุษย์เกิดมาในสามัญ จะหวงกันหนักหน่วงเป็นห่วงไย
ก็เพราะมิตรชิดเชยที่เคยชื่น จะเริงรื่นก็เพราะรักหักไม่ไหว
นี่แกล้งพรากจากเมียเสียน้ำใจ จะอยู่ไปเล่าก็เห็นไม่เป็นการ
เขาย่อมว่าเหมือนกับราวหม้อข้าวแตก จะมาแบกตุ่มไหใส่ข้าวสาร
เอาอะไรหุงต้มนั่งซมซาน ไม่เป็นการแล้วหนอเรามาเมามัว
พอเที่ยงคืนก็จะไปเสียให้พ้น จะนั่งทนให้เอาพร้ามาผ่าหัว
แทบจะตายหลายครั้งไม่ตั้งตัว อันดีชั่วตามกรรมได้ทำมา ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระสังฆราชท่านบาทหลวง ลงนั่งง่วงถอนใจใหญ่อยู่ในฝา
ให้ฉุนเคืองเรื่องพระมังคลา มันพูดจาทิ่มตำให้ช้ำใจ
อายกับพวกขุนนางข้างฝรั่ง ให้แค้นคั่งดังใครเชือดให้เลือดไหล
จำจะคิดเป็นอุบายให้ตายใจ พูดแก้ไขเสียให้พ้นคนนินทา
แล้วจึ่งเรียกมังคลามาปราศรัย กินโต๊ะใหญ่ด้วยกันให้หรรษา
กับขุนนางข้างฝรั่งพวกลังกา ทั้งเหล้ายาเป็ดไก่ยกใส่จาน
อีกเนยนมขนมปังมาตั้งพร้อม ขึ้นนั่งล้อมมุลนายฝ่ายทหาร
พระมังคลาลุกมามิทันนาน ทำอาการเหมือนแต่ก่อนค่อยผ่อนปรน
มิให้จับกิริยาอัชฌาสัย เคยอย่างไรสารพัดไม่ขัดสน
ความในจิตมิให้แหนงระแวงวน ก็นั่งทนไว้ในใจลุกไคลคลา ฯ
๏ บาทหลวงเห็นชื่นแช่มดูแจ่มใส เห็นจะไม่ห่วงผู้หญิงดอกจริงหนา
แกจึ่งยกขวดใหญ่ใส่สุรา ให้มังคลากับขุนนางกินอย่างเคย
แล้วกินเครื่องกับแกล้มแกมกับเหล้า พอมึนเมาพร้อมพรั่งแล้วนั่งเฉย
บาทหลวงจึ่งปราศรัยภิปรายเปรย เหมือนอย่างเคยเลี้ยงทุกครั้งแต่หลังมา
แล้วแกสั่งว่าพรุ่งนี้จะมีฤกษ์ กูจะเบิกทัพค่ายยกไปหวา
เร่งกะเกณฑ์พลขันธ์ดั่งบัญชา ขุนเสนาทุกตำแหน่งเร่งแต่งพล
อ้ายมังคลากำกับเป็นทัพหนุน จัดหมื่นขุนเตรียมให้ทั่วตัวพหล
ใครขาดฆ่าเสียให้ตายให้วายชนม์ ตีให้จนถึงกระทั่งกรุงลังกา
แกสั่งเสร็จมึนเมาลุกเข้าห้อง ลงนอนตรองฤกษ์ยามตามภาษา
ข้างอังกฤษคิดจะทำตามตำรา ใช้ปัญญาโดยตำรับฉบับครู ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์มังคลาราช เห็นครูบาทหลวงนอนดูอ่อนหู
เอากระดาษที่ลิขิตปิดประตู มาที่อยู่จัดแจงแต่งสกนธ์
เหน็บกระบี่ฝักดำประจำมั่น ถือปืนสั้นเรียกบ่าวเหล่าพหล
ที่ร่วมใจไคลคลาสี่ห้าคน แล้วรีบร้นเดินตรงมาลงเรือ
ให้ชักใบใส่รอกออกกำปั่น สลาตันพัดส่งตรงไปเหนือ
พอห้าทุ่มถึงเกาะจำเพาะเรือ เข้าข้างเหนือน้ำได้สบายบาน
ค่อยลอยเรื่อยเฉื่อยฉ่ำถึงลำใหญ่ ตรงขึ้นไปปรีดิ์เปรมเกษมศานต์
ฝ่ายพี่เลี้ยงโฉมเฉลาเยาวมาลย์ ต่างชื่นบานอิ่มเอมเกษมใจ ฯ
๏ ป่างพระหน่อนฤเบศเกศกษัตริย์ โสมนัสปรีดาแล้วปราศรัย
ถามถึงมิตรกนิษฐาสุมาลัย เสด็จไปห้องนางพลางประโลม ฯ
๏ ฝ่ายพระนุชบุษบงอนงค์นาฏ นางกราบบาททูลองค์พระทรงโฉม
แม้นดาวเคลื่อนเดือนดับพยับโพยม พระทรงโฉมมิได้กลับไปนับวัน
น้องก็ไม่ขออยู่จะสู้ม้วย ใครจะช่วยดับวิโยคที่โศกศัลย์
พลางซบพักตร์ลงกับตักพระทรงธรรม์ นางร่ำกันแสงสะอื้นกลืนน้ำตา
พระรับขวัญขวัญอ่อนสมรมิ่ง พี่ไม่ทิ้งดวงจิตกนิษฐา
ประคองกอดยุพยงองค์พะงา ขึ้นบนบาหลีพลางทางสุนทร
จันทร์กระจ่างกลางฟ้าเวหาหน ต้องสกนธ์กายาสุดาสมร
ลมพระพายชายช่ออรชร หอมเกสรเสาวคนธ์สุมณฑา
พลางแนบนุชบุษบงอนงค์นาฏ แสนสวาทจุมพิตกนิษฐา
ถนอมแนบแอบขวัญกัลยา ร่วมไสยาเดือนหงายสบายใจ
พายุหวนป่วนปั่นเป็นคลื่นคลั่ง กระทบฝั่งสิขรินแผ่นดินไหว
ทั้งท้องธารละหานเหวเป็นเปลวไฟ เมรุไกรอ่อนเอนระเนนเอียง
พิรุณโรยโปรยปรายเป็นสายสาด สุนีฟาดฉาดฉานประสานเสียง
ฝูงมัจฉาปลาร้ายขึ้นว่ายเรียง เป็นคู่เคียงฟาดหางกลางสินธู
เมขลาแบแก้วแววสว่าง อสูรขว้างขวานลั่นสนั่นหู
วิชาธรนักสิทธ์ปิดประตู นอนไม่รู้สึกกายดั่งวายชนม์
สองภิรมย์สมรักสมัครสมาน ดั่งได้ผ่านเมืองฟ้าเวหาหน
จนเที่ยงคืนชื่นสำราญบานกมล ที่ห้องบนท้ายบาหลีทั้งปรีดิ์เปรม
ค่อยเสื่อมสร่างบางเบาบรรเทาทุกข์ เกษมสุขสองราหน้าเป็นเหม
ถนอมแนบเนื้อนิ่มยิ่งอิ่มเอม สองเกษมสุขสมภิรมยา ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ