ตอนที่ ๑๒๖ เจ็ดกษัตริย์ตายสี่หนีสาม

๏ จะขอกลับจับความถึงสามทัพ ที่ตั้งรับล้อมปราการชานกรุงศรี
เห็นสี่ทัพยับย่อยป่นเต็มที จึงต้องรีรอฟังกำลังพล
ดูทหารชาญณรงค์เคยยงยุทธ์ ก็สิ้นสุดเกิดวิบัติทั้งขัดสน
บ้างเจ็บปวดวุ่นวายลงหลายคน แต่ล้วนพลเคยชำนาญการสงคราม
ครั้นจะชักชวนกันทั้งสามค่าย ก็อายใจหลายเพลงนึกเกรงขาม
ฉวยใครพานางไปได้เสียดายงาม จะมีความอดสูใช่งูดิน
เราก็เสือเชื้อชาติเจ้าชู้เก่า จะรบเร้าเอาให้สมอารมณ์ถวิล
แม้นตีได้เขตแคว้นทั้งแดนดิน เหมือนทรงศิลป์มาบำราบปราบกุมภัณฑ์
ทหารดีมีฤทธิ์ประสิทธิ์ประสาท ทั้งอำมาตย์เรี่ยวแรงแข็งขยัน
จะไปเชิญโฉมสีดาวิลาวัณย์ ในสวนขวัญสักเมื่อไรคงได้มา
แต่ไม่ต้องด้วยบทจึงงดไว้ สู้ข้ามไปผลาญโคตรท้าวยักษา
ต่อเสร็จศึกรับอนงค์องค์สีดา มาพาราสมประสงค์จำนงปอง
อันเรื่องราวเล่าก็มีเป็นที่อ้าง ต้องเอาอย่างแบบบุราณท่านสนอง
ลงเอนเอกเขนกนึกแต่ตรึกตรอง แต่จะลองสนทนาทำหารือ
เขาจะว่าอย่างไรจะใคร่รู้ ฟังกระทู้เขาจะไปอย่างไรหรือ
เมื่อแรกเริ่มยกมาได้หารือ เป็นคู่มือคู่คิดพร้อมจิตใจ
แล้วสั่งพวกคนสนิทที่ชิดเชื้อ นำเอาเนื้อความไปแจ้งแถลงไข
ว่าเราเชิญพระสหายผู้ร่วมใจ เสร็จมาได้สนทนาปรึกษาการ
เสนารับอภิวันท์แล้วผันผาย ทั้งสองนายเรียกบ่าวเหล่าทหาร
พอสมควรด่วนไปมิได้นาน แล้วแจ้งการนายประตูให้รู้ความ
ว่าไทท้าวเจ้าเรารับสั่งใช้ มาเฝ้าองค์ภูวไนยชาญสนาม
นายประตูรู้แจ้งแห่งเนื้อความ เขาบอกนามท้าวไทรีบไปพลัน
เรียนกับท่านผู้ใหญ่ในค่ายหลวง ตามกระทรวงเร็วร้อนรีบผ่อนผัน
เสนารับกลับไปบังคมคัล ทูลให้ท่านท้าวทราบแล้วกราบกราน
เธอแจ้งเรื่องสั่งให้ออกไปรับ เสนากลับมาเรียกพหลทหาร
รีบมารับเข้าไปมิได้นาน ต่างกราบกรานทูลแถลงแจ้งคดี
สองท้าวทราบแต่งองค์สรงสนาน สั่งทหารกัณฐัศว์ทั้งหัตถี
พร้อมสะพรั่งทั้งพหลแลมนตรี จรลีมาทรงรถบทจร
สารถีตีม้าให้คลาเคลื่อน ลีลาศเลื่อนพลแห่แลสลอน
ออกจากค่ายเร่งพหลพลนิกร แล้วรีบจรมาถึงพลันด้วยทันที ฯ
๏ ฝ่ายท้าวไทได้เห็นสองสหาย รีบผันผายเชิญไปถึงในที่
แต่งไว้รับเชิญให้นั่งต่างยินดี สั่งเสนียกเครื่องเนื่องกันมา
ทั้งกับแกล้มชัยบานเค็มหวานพร้อม ประณตน้อมตั้งรายทั้งซ้ายขวา
สามกษัตริย์เสวยพลางทางสนทนา ต่างปรึกษาการสงครามตามอุบาย
ใครจะคิดกลไกอย่างไรมั่ง จะได้ฟังการสงครามสามสหาย
ด้วยต่างคนจะชิงชู้หาอุบาย ซ่อนแยบคายความในไม่ไขจริง
แต่วาจาปราศรัยใจไม่ตั้ง เปรียบเหมือนดั่งมดท้าวเจ้าผีสิง
อันชาติชายแล้วตะกลามเป็นความจริง เรื่องผู้หญิงมันหนักหนาถึงฆ่าฟัน
อย่าว่าแต่ท้าวพระยามหากษัตริย์ พวกแก่วัดเล่าก็หนักมักกะสัน
เหมือนอย่างกุ้งก้ามกรามตะกลามครัน ไม่เคยฉันเมถุนมักวุ่นวาย
ทั้งสามท้าวเจ้าชู้รู้น้ำจิต ต่างก็คิดจะใคร่ได้ดั่งใจหมาย
ต่างก็พูดแสร้งเสเพทุบาย เป็นแยบคายอ้อมค้อมไม่ยอมตัว
ล้วนเสือเฒ่าเจ้าความคิดบิดตะกูด แต่ปากพูดกรุ้มกริ่มทั้งยิ้มหัว
นึกหมายใจว่าจะได้เป็นของตัว แต่ล้วนมัวหลงงามทั้งสามชาย
แต่ล้วนพวกดึงดื้อถือทิษฐิ ต่างตรองตริหวังว่าสมอารมณ์หมาย
แม้นมิได้อนงค์ก็คงอาย จะมาหมายนั่งงมประสมมือ
นี่นางเดียวจะมารบสมทบเข้า แม้นได้เจ้าเยาวมิ่งมาจริงหรือ
ก็คงจะวุ่นวายเมื่อปลายมือ ต่างแย่งยื้อกันเปล่าไม่เข้าการ
เขาก็เขาเราก็เราเจ้าความคิด สู้ป้องปิดความในไม่ไขขาน
สนทนาปราศรัยไปตามการ เสร็จสำราญเลี้ยงลากันคลาไคล ฯ
๏ จะกล่าวในพารามหากษัตริย์ ยังข้องขัดเศร้าหมองไม่ผ่องใส
ด้วยข้าศึกยังไม่สิ้นเหมือนริ้นไร ฝ่ายท้าวไทเจ้าพาราตรัสหารือ
กับสองหน่อนฤบาลชาญสนาม การสงครามจะชิงชัยอย่างไรหรือ
ราษฎรร้อนใจดั่งไฟฮือ มันเล่าลือต่างต่างไม่สร่างกลัว
ไม่เป็นอันทำกินสิ้นสติ พ่อตรองตริอนุกูลเถิดทูนหัว
อันข้าศึกมักกะสันยังพันพัว มันพวกวัวเสือทับคงรับมือ
คิดกำจัดสัตว์บาปที่หยาบช้า ให้อัปราชัยไปไม่ได้หรือ
พ่อจัดคนปล้นค่ายไล่กระพือ ที่ฝีมือกล้าหาญชาญณรงค์
พระหน่อไทได้สดับอภิวาท ขอรองบาทภูวไนยดั่งในประสงค์
ลูกอาสากว่าชีวิตจะปลิดปลง อย่าได้ทรงพระวิตกสะทกสะท้าน
มิให้ร้อนถึงอาณาประชาราษฎร์ ข้าพระบาทกับท่านครูหมู่ทหาร
ขอกำจัดเหล่าร้ายให้วายปราณ มิให้นานเนิ่นช้าถึงห้าวัน
พระทรงฟังสังรเสริญเจริญยศ ดั่งได้ผ่านโสฬสเกษมสันต์
เสด็จขึ้นปรางค์มาศปราสาทสุวรรณ จรจรัลเข้าในที่ไสยา
ฝ่ายโฉมยงองค์พระปิ่นนรินทร์รัตน์ มาปรัศว์ที่พักตำหนักขวา
กับพระน้องสององค์ทรงศักดา เชิญท่านอาจารย์เฒ่ามาเล่าความ ฯ
๏ ฝ่ายนิกรมพรหเมศรู้เหตุสิ้น สมถวิลจะล้างศึกไม่นึกขาม
แกจึ่งว่าอย่าต้องพยายาม จะทำตามวิทยามหามนต์
อย่าให้ต้องรบสู้เป็นคู่เคี่ยว เวลาเดียวเอาให้ยับวิ่งสับสน
แต่จะต้องมั่วสุมประชุมพล ให้ขึ้นบนหอรบถือคบเพลิง
จะเรียกไฟให้เกิดขึ้นกลางหน แล้วไล่พลดีให้เปิดเตลิดเหลิง
ต้อนพวกเราเผาค่อยใส่ให้เปิง มันเสียเชิงจับกุมตะลุมบอน
ไปทูลท้าวเจ้าบุรินทร์ให้สิ้นทุกข์ ขอดับยุคให้ภิญโญสโมสร
สองกษัตริย์ยินดีชุลีกร แต่นิ่งนอนสนทนากับอาจารย์
จนเดือนเที่ยงเสียงนกวิหคร้อง ประสานซ้องครื้นเครงวังเวงหวาน
ต่างระงับหลับนอนผ่อนสำราญ ฝ่ายอาจารย์ตรึกตรองของสำคัญ
พอรุ่งแจ้งแสงทองส่องอากาศ ภาณุมาศเรื่อแรงส่งแสงฉัน
ฬระจอมวังออกยังพระโรงครัน ขึ้นสุวรรณแท่นทองจำลองลาย
ประโคมแตรแซ่เสียงสำเนียงแจ้ว ทั้งปี่แก้วครื้นโครมประโคมถวาย
พร้อมเสนาเฝ้าเคียงกันเรียงราย กราบถวายบังคมตามกันสามที
สองพระหน่อนฤบาลชาญสนาม พาท่านพราหมณ์ไปประณตบทศรี
พระปราศรัยไปพลันด้วยทันที โดยคดีสงครามตามทำนอง ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมธิบดินทร์นรินทร์รัตน์ ประนมหัตถ์แล้วประมูลทูลฉลอง
ทานอาจารย์ขออาสาฝ่าละออง มิให้ต้องวุ่นวายกับไพร่พล
ขอให้ปลูกหอรบจงครบเครื่อง ที่นอกเมืองชายป่าพนาสณฑ์
กับธงแพรต่างสีใส่ที่บน หม้อน้ำมนต์ของหวานการบูชา
กับเพดานม่านกั้นทั้งสี่ทิศ ครอบสำริดสำหรับศาลอ่านคาถา
พระทรงฟังยินดีทั้งปรีดา จึงชงคาสั่งเสนีทั้งสี่นาย
อาจารย์เฒ่าท่านจะเอาสิ่งใดบ้าง อย่าขัดขวางหาให้สมอารมณ์หมาย
รีบไปทำตามสั่งทั้งสี่นาย เร่งจับจ่ายของข้าวขนเอาไป
พระสั่งเสร็จแล้วเสด็จยุรยาตร ขุนอำมารย์เร่งกันเสียงหวั่นไหว
สองกษัตริย์บังคมลาพากันไป เสนาใหญ่พร้อมพรั่งทั้งอาจารย์
ปลูกหอรบครบเครื่องพิชัยยุทธ์ ปักอาวุธสารวัตรจัดทหาร
ถือธงเทียวเขียวดำประจำการ เครื่องสักการบัดพลีพลีกรรม
คาดเพดานศาลตั้งทั้งแปดทิศ ผูกม่านปิดรจนาเลขาขำ
ทั้งหอรบครบถ้วนกระบวนทำ ตั้งหม้อน้ำเครื่องบวงสรวงเทวา ฯ
๏ การสำเร็จเสร็จสรรพกลับมาเฝ้า ต่างก้มเกล้าทูลพลันด้วยหรรษา
พระทราบสิ้นยินดีทั้งปรีดา ว่าเวลาพรุ่งนี้เช้าเราจะไป
ดูท่านครูผู้จะปราบกำราบศึก ขอสมนึกดับเข็ญให้เย็นใส
พระจึ่งสั่งมาตยาเสนาใน ทั้งนายไพร่เตรียมอาวุธยุทธนา
ครั้นสั่งเสร็จแล้วเสด็จยุรยาตร ขุนอำมาตย์เตรียมพหลพลอาสา
ทั้งรถรัตน์จัตุรงค์อลงการ์ เครื่องสาตราทวนธงอลงกรณ์
บ้างจัดแจงแต่งพลับพลาที่หนาป้อม ทหารพร้อมดั้งดาบกำซาบศร
ปืนน้อยใหญ่เสโล่แลโตมร ผูกกุญชรพระที่นั่งทั้งดั้งกัน
มาเตรียมคอยท่านท้าวแต่เช้าตรู่ พร้อมทุกหมู่เสร็จสรรพกองทัพขัน
พอรุ่งรางสร่างสีรวีวรรณ พระทรงธรรม์พลิกฟื้นตื่นบรรทม
พนักงานเครื่องอานสำรับพร้อม ประณตน้อมล้วนสุรางค์นางสนม
พวกอยู่งานพัชนีพัดวีลม ทุกหมู่กรมสาวสุรางค์พวกนางใน
พระสระสรงทรงเครื่องพิชัยยุทธ์ เหน็บอาวุธเนาวรัตน์จำรัสไข
ทรงพระมาลาเบี่ยงคู่เวียงชัย เสด็จไปพระโรงรัตน์ชัชวาล
พร้อมเสนาข้าทูลละอองบาท พระยุรยาตรตรงมายังหน้าฉาน
ทรงพระยาม้าที่นั่งอลังการ ขุนทหารโห่เร้าจะเอาชัย
พอฤกษ์ดีตีฆ้องกลองสนั่น ประโคมลั่นสังข์แตรแซ่ไสว
มโหระทึกกึกก้องแซ่ซ้องไป พลไกรเดินกระบวนถือทวนธง
ออกประตูบูรพาระดาดาษ ล่วงลีลาศชายป่าพนาระหง
ถึงสำนักพักพวกจัตุรงค์ เสด็จตรงขึ้นประทับบนพลับพลา
สองกษัตริย์นฤบาลชาญสมร บทจรมาประนมก้มเกศา
กับท่านครูผู้ประสิทธิ์วิทยา พร้อมเสนากราบก้มบังคมคัล
เธอปราศรัยไต่ถามตามระบอบ พระชื่นชอบอิ่มเอมเกษมสันต์
ท่านนิกรมพรหเมศทูลเหตุพลัน ในค่ำวันนี้จะให้พวกไพรี
แตกไปทั้งสามค่ายมิให้เหลือ ให้เหมือนเสือล้างป่าพากันหนี
แล้วค่อยเร่งรุมจับทับทวี ระดมตีตัดทางไปกลางไพร
แกทูลเสร็จรีบมาหน้าหอรบ ตรวจเครื่องครบพร้อมเสร็จข้างเพทไสย
ตั้งบัดพลีบำบวงสรวงพระไพร ทั้งเทพไทแปดทิศวิสสุกรรม
ทั้งอิศวรภูวไนยเจ้าไกรลาส ขอโอกาสมาช่วยชุบอุปถัมภ์
แล้วเสกน้ำแปดหม้อบริกรรม พวกประจำยกธงอลงกรณ์
พอบ่ายแสงสุริยาฟ้าสลัว เป็นหมอกมัวเกิดพระพายชายสิงขร
ให้ข้าศึกง่วงเหงาทั้งหาวนอน พลนิกรเป็นทั่วทุกตัวคน
พวกข้างนี้มีน้ำที่ทำไว้ เอาลูบไล้ถ้วนทั่วตัวพหล
ต่างหายหนาวถ้วนทั่วทุกตัวคน กินน้ำมนต์ล้างหน้าพาสบาย
พอสุริยงลงลับพยับฟ้า พระจันทราแจ่มกระจ่างสว่างฉาย
ท่านนิกรพรหมเข้านั่งกำบังกาย จุดเทียนรายบริกรรมตามตำรา
เอาจิตตั้งทางกสิณแผ่นดินไหว บังเกิดไฟแจ่มกระจ่างกลางเวหา
เป็นควันพลุ่งรุ่งโรจน์โชตินา พื้นสุธาร้อนแรงแสงอัคคี
พวกสามค่ายเห็นไฟผิดประหลาด ในอากาศเล่าก็แดงเป็นแสงสี
ไหม้พฤกษาป่าดงในพงพี พวกโยธีหาน้ำไว้สำรอง
สักครู่หนึ่งเป็นพายุระบุระบัด กระพือพัดลูกไฟไหม้ข้าวของ
ติดเสาค่ายไหม้ยับทุกทัพกอง ทหารร้องเร่งรับให้ดับไฟ
บ้างตักน้ำโลดโผนเอาโคลนสาด ด้วยอำนาจเพลิงตำหรับดับไม่ไหว
ถึงจะขนน้ำท่ามาเท่าไร ไม่ล้างไฟธาตุกสิณอภิญญาณ
ยิ่งถูกน้ำก็ยิ่งซ้ำประเทืองแสง ลุกเรืองแรงลามไปไหม้ประหาร
เว้นแต่อาโปกสิณอภิญญาณ จึงล้างผลาญกันได้ดั่งใจจง
ทั้งสามทัพดับไฟมิได้หยุด อุตลุดแตกกระจุยเป็นผุยผง
ทั้งสามท้าวถอยล่าเข้าป่าดง เพลิงก็ตรงตามไหม้ไล่กระพือ
ต่างก็ขนมิ่งม้าอาชาชาติ กลัวอำนาจไฟจริงต้องวิ่งตื๋อ
สองหน่อไทให้คนดีมีฝีมือ แต่ล้วนถืออาวุธยุทธนา
กองละพันกลั่นกล้าอาสาศึก เวลาดึกแยกไปทั้งซ้ายขวา
ถือเสน่าหลาวโล่โตมรา เข้าในป่าดงชัฏสกัดทาง
ที่พวกทัพแตกพ่ายไปทางนั้น พลฉกรรจ์รีบรัดสกัดขวาง
โห่สนั่นครั่นครื้นยิงปืนพลาง สองข้างทางหลังหน้าดาประดัง
ทั้งสามทัพขับทหารออกด้านหน้า ชาวเมืองฆ่ามิได้เหลือดั่งเสือขัง
ที่ไม่สู้งอนง้อขอชีวัง พวกทัพหลังจับกุมตะลุมบอน
ทั้งสามท้าวเสียทีตีสมทบ ไม่สู้รบลอดไปทางหว่างสิงขร
ลงจากม้าวิ่งวงตามดงดอน พลนิกรติดมาสิบห้าคน
ค่อยดั้นดัดลัดทางมากลางป่า พวกเสนานายทัพวิ่งสับสน
ถูกอาวุธล้มตายทั้งไพร่พล ที่วิ่งวนจับได้ก็หลายพัน
ที่เข้าหาโดยดีก็มีมาก ที่ลำบากป่วยไข้ในไพรสัณฑ์
จนจวนรุ่งรังสีรวีวรรณ เที่ยวบุกบั่นหานายไม่ได้ตัว
จนเดือนดับลับเงาภูเขาขุน เกือบอรุณสุริยาฟ้าสลัว
พระสั่งว่าพลไพร่ที่ได้ตัว ทั้งครอบครัวจำส่งรีบลงไป
แต่ตัวเราพี่น้องทั้งสองนี้ จะตามตีจับส่งให้จงได้
พระสั่งพลางทางชักมโมมัย รีบตามไปในป่าพนาวัน ฯ
๏ ฝ่ายท่านท้าวเจ้าบุรินทร์ปิ่นพิภพ เธอปรารภร้อนพระทัยรีบผายผัน
เสด็จลงจากมหาพลับพลาพลัน ไปหาท่านพรหเมศฟังเหตุการณ์
ฝ่ายท่านครูผู้ชำนาญการกสิณ แกแจ้งสิ้นลุกออกมานอกศาล
เจริญอาโปกสิณอภิญญาณ ให้บันดาลวลาหกตกกระจาย
เปรี้ยงเปรี้ยงเสียงสุนีสนั่นก้อง ฟ้าก็ร้องแสงปลาบวะวาบสาย
เป็นฝนฟุ้งหยาดอุทกตกกระจาย พระพายชายเฉื่อยชื่นระรื่นเย็น
แล้วลงจากหอรบพบกษัตริย์ เจ้าจังหวัดถามเรื่องที่เคืองเข็ญ
จะอย่างไรในสงครามเมื่อยามเย็น ท่านได้เห็นเป็นไฉนจงไขความ ฯ
๏ ฝ่ายนิกรมพรหมประมูลทูลฉลอง ข้าขอรองบาทบงสุ์ที่ทรงถาม
สองกษัตริย์สุริย์วงศ์ทรงพระนาม เสด็จตามตีต้อนในดอนดง
แต่ข้าศึกแตกพ่ายกระจายหนี ในยามนี้ว่าอยู่ในไพรระหง
ข้าพระบาททูลความไปตามตรง แล้วแต่ทรงเห็นอย่างไรคงได้การ
ท้าวกัมพลดีพระทัยให้ผูกม้า ขุนเสนาเรียกพหลพลทหาร
นำกระบวนทวนธงเข้าดงดาน พระภูบาลขึ้นพระยาอาชาไนย
เดินพหลพลทัพไม่ยับยั้ง เข้าดงรังแรมป่าพฤกษาไสว
จนแจ่มแจ้งแสงสุริโยทัย เห็นสามค่ายไฟเผาเถ้าเป็นกอง
สมกับท่านผู้วิเศษชี้เหตุผล แจ้งยุบลบอกกล่าวเล่าสนอง
พระชื่นชมสมประสงค์จำนงปอง พอปะกองทัพกลับมาฉับพลัน
คุมพหลพลเชลยมานับแสน จวนเข้าแดนกรุงไกรไอศวรรย์
พระตรัสสั่งม้าใช้ให้ไปพลัน ว่าทัพขันของใครที่ไหนมา
เสนีรับขับม้าออกมาถาม ครั้นแจ้งความว่าพวกกันต่างหรรษา
เอาเนื้อความมาประมูลทูลกิจจา เจ้าพาราดีพระทัยใครจะปาน
แล้วสั่งว่ารีบไปอย่าได้ช้า ขุนเสนากับพหลพลทหาร
ไปมอบให้ท่านครูผู้อาจารย์ เธอสั่งการแล้วก็ตรงเข้าดงดอน
เร่งพหลพลไพร่มิได้หยุด ให้รีบรุดลัดเดินเนินสิงขร
โห่สนั่นลั่นป่าพนาดอน พลนิกรแสนยาดาประดัง
จัตุบททวิบาทประลาตหนี กลัวโยธีวิ่งเตลิดระเสิดระสัง
เที่ยวแอบเร้นพุ่มพฤกษาในป่ารัง พลสะพรั่งเดินดั้นอรัญวา
ไปจนทันสองพระหน่อวรนาถ จึ่งประกาศไพร่นายทั้งซ้ายขวา
ให้หยุดยั้งทั้งพหลพลโยธา หน่อนรารีบมาเฝ้าเล่าคดี ฯ
๏ จะกล่าวถึงสามท้าวแต่เช้าตรู่ หนีไปอยู่ปากทางหว่างวิถี
ริมหาดทรายชายทะเลกับเสนี ปล่อยพาชีเสียไปนั่งริมฝั่งชล
แล้วยกหัตถ์มัสการเทพารักษ์ เจ้าสำนักเกาะแก่งทุกแห่งหน
ให้มีเรือแล่นมาในสาชล ขอบวงบนเทพไทได้เอ็นดู
แม้นสมหวังอย่างคิดชีวิตรอด ไม่วายวอดแล้วจะไหว้ถวายหมู
จะตั้งศาลเครื่องพล่าทั้งปลาปู สิ่งละคู่จะถวายให้สังเวย
จะมีละครเจ้าบุญยังเหมือนดังว่า ขอเทวาช่วยการุญพระคุณเอ๋ย
แม้นรอดตายไปเจ้าคะไม่ละเลย มิได้เชยนางแก้วก็แล้วไป
ทั้งสามท้าวเจ่าจุกนั่งทุกข์ร้อน ทั้งอดนอนอดกินสิ้นสงสัย
พอลมเรื่อยเฉื่อยชายชลาลัย เห็นเรือใบแล่นมาในสาคร
ต่างดีใจไหว้กราบเทพารักษ์ เจ้าสำนักเกาะขวางกลางสิงขร
จึ่งเอาผ้ามาโบกริมสาคร เป็นการร้อนแกว่งไกวอยู่ไปมา ฯ
๏ พวกพาณิชเห็นสำคัญก็มั่นหมาย มันดีร้ายพวกเรือแตกแปลกภาษา
จำจะแล่นเข้าไปชายคงคา สั่งล้าต้าต้นหนคนสำคัญ
ให้บ่ายเรือเข้าไปที่ชายตลิ่ง เห็นคนวิ่งเร็วรี่ขมีขมัน
ขอเดินสารท่านด้วยช่วยชีวัน นายกำปั่นถึงท่าให้ซาใบ
ทอดสมอรอราเอาเรือบด ช่วยกันลดลงมหาชลาไหล
สั่งให้พวกกะลาสีตีเข้าไป แต่พอใกล้ให้ล่ามไปถามพลัน
พวกเสนาว่าข้าเจ้าสำเภาซัด ปะสลัดพวกยักษ์มักกะสัน
มันเก็บเอาเภตราแล้วฆ่าฟัน คนทั้งนั้นตายยับอยู่กับเรือ
แต่พวกข้าโดดหนีลงเรือน้อย คลื่นก็พลอยซัดเข้าฝั่งที่ยังเหลือ
ทั้งอดข้าวกินแต่หวานพอจานเจือ ของในเรือเล่าก็จมล่มทลาย
ท่านเอ็นดูชูช่วยขอเดินสาร พอถึงบ้านเมืองได้ดั่งใจหมาย
แม้นมิช่วยชีวงก็คงตาย จริงหนานายโปรดเกล้าเอาแต่บุญ
พวกนายรองพาณิชคิดสังเวช ถึงประเทศขาดเหลือจะเกื้อหนุน
ก็รับลงเรือมาด้วยการุญ อย่าว้าวุ่นไปเลยหนาจะพาจร
ทั้งสามท้าวบ่าวไพร่ลงเรือบด พูดโป้ปดเอาตัวรอดพอทอดถอน
แปลงเป็นไพร่ชายชนพเนจร เหมือนราษฎรนายเรือเป็นเชื้อพราหมณ์
พอถึงกำปั่นใหญ่มิได้ช้า นายเภตรารับขึ้นไปพลางไต่ถาม
ถึงเรือเสียป่นแหลกกับแขกยาม เรามีความสงสารท่านทั้งปวง
จึ่งจัดแจงแบ่งห้องให้อยู่ท้าย พอสบายเถิดหนาเจ้าเราไม่หวง
ถึงเวลาหาให้กินสิ้นทั้งปวง ตามกระทรวงจัดให้ทั้งไพร่นาย
เรือก็แล่นมาในทางกลางสมุทร มิได้หยุดตามวารินกระสินธุ์สาย
ที่ล้าเลื่อยเหนื่อยอ่อนค่อยผ่อนคลาย ทั้งบ่าวนายก็เป็นสุขทุกเวลา ฯ
๏ ทั้งสามท้าวเศร้าใจอาลัยถวิล ไม่รู้สิ้นมุ่งมาดปรารถนา
ให้ร้อนรุ่มกลุ้มกลัดอัดอุรา จึงปรึกษากันเบาเบาเมื่อเข้านอน
เราไปถึงบ้านเมืองค่อยเปลื้องทุกข์ เกษมสุขภิญโญสโมสร
ใครจะคิดรบเร้าเอานคร หรือจะนอนให้สบายเช่นควายโซ
เล่นแต่หญ้าปากคอกบอกกันมั่ง แกะข้าวตังก้นครัวมั่วโทโส
หรือจะคิดการอย่างไรให้ใหญ่โต หรือเป็นโคเสือทับไม่กลับมา
ทั้งสามท้าวกล่าวเรื่องต่างเคืองแค้น ในทรวงแน่นหนักอยู่เท่าภูผา
หวนมานะอัดอั้นตันอุรา ต่างก็ว่าตายเสียแล้วก็แล้วไป
แม้นชีวิตยังอยู่เหมือนงูพิษ คงจะคิดผันแปรคิดแก้ไข
กลับมาตั้งต่อตีให้มีชัย เราก็ใช่ชาติผู้หญิงจริงหนาเกลอ
แต่สตรีเขายังมีอาวุธปาก ไม่กระดากทิ่มตำกันหยำเหยอ
เราทั้งสามใช่ผู้หญิงจริงหนาเกลอ ไม่ละเมอพูดเล่นคงเห็นกัน
ถึงยากเย็นเป็นตายจะไว้ชื่อ ให้เล่าลือทุกกรุงไกรไอศวรรย์
เราสามคนยากเย็นได้เห็นกัน คิดผ่อนผันตามอย่างทางบุราณ
แม้นตีได้ไอศวรรย์เหมราช สมที่มาดพยายามสามสถาน
เอาผ่าแล่งแบ่งเป็นส่วนให้ควรการ คือนงคราญส่วนหนึ่งอย่าพึงแคลง
ส่วนที่สองของข้าวกับเมืองบ้าน สองสถานเหมือนอย่างว่าอย่าได้แหนง
ส่วนที่สามเงินทองของที่แพง เอาจัดแจงออกเป็นสามตามที่ควร
แล้วเขียนเป็นอักษรซ้อนผนิด ให้มิดชิดตามระบอบแล้วสอบสวน
เราทั้งสามอธิษฐานการที่ควร แล้วจึงชวนกันจับเหมือนปรับปรุง
ตามกุศลของใครเหมือนได้ทรัพย์ ไม่ต้องนับต้องลำบากลากเอาถุง
ต่างเห็นจริงอย่างตำหรับเหมือนปรับปรุง ต่างก็มุ่งอยู่ในใจจะได้นาง
เรือก็แล่นเลยมาในสาคเรศ พ้นประเทศเหมราพอฟ้าสาง
ทั้งสามท้าวโหยหวนครวญถึงนาง เล่าเอากางปีกเปล่าเศร้าหัวใจ ฯ
๏ จะกลับกล่าวเจ้าบุรินทร์เหมราช กับหน่อนาถนรินทร์รัตน์จำรัสไข
ทั้งราเมศสุริย์วงศ์ผู้ทรงชัย ยกพลไปตามศัตรูหมู่ไพริน
ออกชะวากปากป่าถึงท่าน้ำ ทะเลล้ำหาดทรายชายกระสินธุ์
ไม่พบปะศัตรูหมู่ไพริน ก็สุดสิ้นที่จะคิดไปติดตาม
จึงปรึกษาหน่อนเรศเกศกษัตริย์ พ้นจังหวัดเขตแคว้นแดนสยาม
ครั้นจะจัดเรือใบให้ไปตาม ไม่แจ้งความเหนือใต้อย่างไรเลย
จงกลับหลังยังกรุงบำรุงถิ่น กันไพรินดูถูกนะลูกเอ๋ย
แต่ก่อนไรไพรีไม่มีเลย จึ่งเพิกเฉยอยู่สบายไม่กังวล
พระตรัสพลางทางสั่งพยุหทัพ เราจะกลับเวียงวังสั่งพหล
จัตุรงคเสนาพลาพล ภูวดลทรงพระยาอาชาไนย
สองกษัตริย์จัดพลพหลเสร็จ ตามเสด็จปิ่นภพสบสมัย
กระบวนหน้าม้าริ้วเป็นทิวไป พลไพร่เดินเท้ากุมเกาทัณฑ์
ถือปืนตับคาบศิลาพาทหาร เดินขนานแออัดล้วนจัดสรร
คชไกรพลายพังทั้งดั้งกัน โห่สนั่นกลับตรงเข้าดงดอน
กระบวนแห่แตรสังข์มโหระทึก เสียงก้องกึกเป็นลำดับสลับสลอน
อเนกแน่นแสนยาพลากร ประทับร้อนมาในไพรพนม
อันเรื่องนกเรื่องไม้ที่ในป่า ก็ว่ามาแต่ข้างหลังปางประถม
ขอตัดบทงดเสียบ้างทางจะชม ยังอยู่ถมไปข้างหน้าอย่าอาวรณ์
จัตุบททวิบาทก็มีมาก ไม่สู้ยากดอกจะใส่ในอักษร
กระบวนทัพกลับถึงเขตนคร ราษฎรอิ่มเอมเกษมใจ ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ