ตอนที่ ๑๐๙ ท้าวโกสัยบอกพระมังคลาให้รู้อุบายพระบาทหลวง

๏ จะกล่าวข้างเรื่องราวท้าวโกสัย ให้แค้นใจสังฆราชไม่ปรารถนา
จะอยู่กับเขาไยมิใช่ข้า ให้มันด่าข่มขี่ตีประจาน
ว่าจะหนีไปพาราหาลูกเขย เรียกคนเคยเข้ามาแล้วว่าขาน
จงไปนัดพวกเราเล่าอาการ อย่าเนิ่นนานบอกให้ทั่วทุกตัวคน
ค่ำวันนี้กูจะหนีเข้าไปด่าน จงเตรียมการไว้ให้ทั่วตัวพหล
เอาเรือบดลดลงไว้ในสายชล อย่าให้คนอื้ออึงคะนึงไป
ครั้นสั่งเสร็จเดินเหย่าเข้าในห้อง เก็บข้าวของตามประสาอัชฌาสัย
แต่บรรดาพวกพหลสกลไกร ของท้าวไทเตรียมทั่วทุกตัวคน
พอสองยามเมฆอับพยับฟ้า พระจันทรามืดมัวทั่วเวหน
ท้าวโกสัยจัดแจงแปลงสกนธ์ เหมือนพวกพลรีบตรงไปลงเรือ
กับพหลพลไพร่ก็หลายร้อย ค่อยล่องลอยรีบไปทอดจอดข้างเหนือ
พากันขึ้นบกได้เสือกไสเรือ เดินไปเหนือด่านท่าชายสาคร
เข้าประตูเดินไปหานายด่าน แจ้งอาการให้เสมียนเขียนอักษร
ว่าตัวเราคนสนิทเป็นบิดร ของบังอรบุษบงอนงค์นาง
ขุนด่านแจ้งเรียกหาพวกม้าใช้ ให้รีบไปเร็วรัดอย่าขัดขวาง
เอาหนังสือบอกไปให้ขุนนาง ตามเยี่ยงอย่างทูลบพิตรอิศรา
พวกม้าใช้รีบไปถึงนิเวศน์ แล้วแจ้งเหตุให้ฟังที่กังขา
ขุนเสนีรับสารอ่านสารา แล้วจึ่งว่าคอยเราจะเข้าทูล ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมมังคลานราราช พร้อมอำมาตย์เฝ้าพระปิ่นบดินทร์สูร
ขุนเสนีกราบก้มบังคมทูล แล้วประมูลคลี่หนังสือที่ถือมา
อ่านถวายในอักษรท้าวโกสัย ให้ภูวไนยทราบความตามเลขา
ว่าบาทหลวงคิดการเป็นมารยา จะปรารถนาบุษบงอนงค์นาง
ให้แก่ท้าวเจ้าพาราปตาหวี ยกโยธีหมายกำจัดที่ขัดขวาง
ข้าสืบรู้แยบคายมันหลายทาง อย่าได้วางใจมันเป็นมั่นคง
จงชวนกันหนีมาบรรดาแขก มันทำแหลกเกือบกระจุยเป็นผุยผง
ขอเชิญทราบในลิขิตดั่งจิตจง พอจบลงที่ในเรื่องเคืองพระทัย
แล้วพระองค์เอื้อนอรรถตรัสบังคับ เร่งไปรับอิศโรท้าวโกสัย
อย่าให้ทันรุ่งแจ้งแสงอุทัย เชิญมาในเวียงวังจึ่งบังควร
เอารถรัตน์จัดไปให้สมยศ พร้อมกันหมดโดยทำนองประคองสงวน
แล้วให้จัดเก๋งข้างในดูให้ควร เวลาจวนแล้วให้พักตำหนักจันทร์ ฯ
๏ พระสั่งเสร็จแล้วเสด็จยุรยาตร ขึ้นจากอาสน์เคืองขุ่นให้หุนหัน
เป็นไรมีที่จะเป็นได้เล่นกัน เราก็ชั้นเชิงชายใช่สตรี
เข้าในปรางค์ทางแถลงแจ้งรหัส แล้วก็ตรัสกับพระมิ่งมเหสี
ว่าน้อยหรือบาทหลวงทำท่วงที คิดจะตีเมืองเราเอาเจ้าไป
ยกให้ท้าวเจ้าพาราปตาหวี ไม่คิดที่ก่อนมาอัชฌาสัย
จะยากแค้นแสนเข็ญเป็นอย่างไร ได้เจ็บใจแล้วไม่กลัวถึงตัวตาย
ก็รู้อยู่ว่าแกคิดริษยา พากันมาหมายจะริบให้ฉิบหาย
ไม่รู้ในแยบยลกลอุบาย เราคิดหมายว่าเป็นครูไม่หลู่คุณ
แต่เขาก่อแล้วต้องสานเป็นการแม่น จะตอบแทนกว่าจะสิ้นดินกระสุน
มิใช่เราเกเรเนรคุณ แกทำวุ่นหมายมาจะฆ่าฟัน
บิดาเจ้าเล่าก็หนีมาอยู่ด่าน จึงแจ้งการใจจริงทุกสิ่งสรรพ์
พี่สั่งให้ไปคำนับรับมาพลัน อย่าให้ทันแจ่มแจ้งแสงอุทัย ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์มิ่งมเหสี อัญชลีทูลความตามสงสัย
บังเกิดเหตุเภทพาลสถานใด ไม่ขอไกลบาทาฝ่าละออง
ถึงเป็นหญิงสิ่งซึ่งกลศึก ได้ตรองตรึกอาจารย์เฒ่าเล่าสนอง
แม้นเป็นศึกขออาสาฝ่าละออง มิให้ข้องเคืองขัดหัทยา
พระปลอบพลางทางว่านิจจาน้อง ยังไม่ต้องถึงมิตรขนิษฐา
พลางเล้าโลมโฉมสมรเหมือนก่อนมา ให้นิทราบนพระแท่นแสนสำราญ ฯ
๏ ฝ่ายเสนีที่ไปรับท้าวโกสัย รีบลงไปเร็วพลันดั่งบรรหาร
ถึงแล้วทูลท้าวพลันมิทันนาน มีโองการเชิญท่านไทไปบุรินทร์
อย่าให้ทันสุริยาภาณุมาศ พวกอำมาตย์ชื่นชมสมถวิล
ท้าวโกสัยขึ้นรถาไปธานินทร์ ออกจากถิ่นเมืองด่านชานนคร
สารถีตีม้าอาชาชาติ ล่วงลีลาศมาตามทางหว่างสิงขร
ทั้งเกณฑ์แห่เป็นขนัดอัสดร ให้รีบร้อนไปกระทั่งถึงวังใน
ให้ประทับรถาหน้าตำหนัก แล้วหยุดพักเก๋งทองอันผ่องใส
ครั้นรุ่งรางสว่างแสงอโณทัย สกุไณโกกิลาพากันบิน
ดุเหว่าแว่วแจ้วเจื้อยระเรื่อยร้อง ประสานซ้องส่งเสียงสำเนียงถวิล
ป่างพระจอมอิศราเจ้าธานินทร์ ธิบดินทร์สระสรงคงคาลัย
เสด็จออกนอกปรางค์พลางลีลาศ ยุรยาตรออกมาเฝ้าท้าวโกสัย
เชิญเข้ามาปรางค์มาศปราสาทชัย ต่างปราศรัยสนทนาปรึกษากัน ฯ
๏ ฝ่ายพระนุชบุษบงอนงค์นาฏ มากราบบาทบิตุรงค์พงศ์อสัญ
แล้วก็ตรัสสนทนาปรึกษากัน ต่างรำพันทุกข์ยากเมื่อจากเมือง
บาทหลวงทำป่นปี้ทั้งตีตบ ไม่น่าคบน่าค้าอ้ายตาเหลือง
ดูจริตผิดชนคนทั้งเมือง คิดแต่เรื่องทุจริตเป็นจิตพาล ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ผู้ดำรงกำพลเพชร ครั้นทราบเสร็จเคืองพระทัยหลายสถาน
ปรึกษาท้าวโกสัยเห็นไม่นาน คงเกิดการรบกันเป็นมั่นคง
แล้วสั่งนุชบุษบงอนงค์นาฏ ให้จัดราชนารีที่ประสงค์
ไปให้ท้าวเธอใช้ดั่งใจจง ร้อยอนงค์ปรนนิบัติกษัตรา
ครั้งสั่งเสร็จพระเสด็จยุรยาตร ออกอำมาตย์เฝ้ารายทั้งซ้ายขวา
แล้วตรัสเรียกอาจารย์คลานเข้ามา จึงปรึกษาเรื่องงานการสงคราม ฯ
๏ พราหมณ์สุทัตฟังตรัสแล้วดูสอบ ตามระบอบในตำราภาษาสยาม
พิเคราะห์ดูลัคน์จันทร์ทั้งวันยาม เห็นต้องตามบทบังคับสำหรับครู
คงจะเป็นศึกใหญ่มิใช่น้อย จะติดต้อยราญรอนจนอ่อนหู
จะมีผู้อุปถัมภ์ช่วยค้ำชู ตาแกรู้เสร็จสรรพแล้วกราบทูล
ว่าข้าแต่พระองค์ผู้ทรงภพ จะต้องรบวุ่นไปทั้งไอศูรย์
ต่อเมื่อไรเผ่าพงศ์วงศ์ประยูร มาประมูลจึ่งจะคลายวายอาวรณ์
ด้วยหลักเมืองร้ายอยู่ราหูทับ ต้องตำรับตกทวารอาจารย์สอน
ข้าคูณหารในตำราพยากรณ์ พระเสาร์จรมาเป็นที่มักมีภัย
ข้างต้นร้ายปลายดีมักมียศ ให้ปรากฏดังอาจารย์ท่านขานไข
ขอจงทราบบาทบงสุ์พระทรงชัย ตามที่ในแบบฉบับอย่างกราบทูล ฯ
๏ ฝ่ายพระมิ่งมังคลาปรีชาฉลาด ให้หมายบาดบอกกันไปทั้งไอศูรย์
ให้หาคนมีวิชามาประมูล ให้ไพบูลย์ในจังหวัดปัถพิน
ทั้งคงทนมนต์เวทวิเศษขลัง เอามาตั้งเป็นขุนนางอย่างถวิล
ทั้งเมียลูกปลูกฝังให้นั่งกิน ตั้งบ้านถิ่นฐานชลาริมสาคร
จัดพหลพลไพร่ไปไว้ด้วย จะได้ช่วยคุ้มขังช่วยสั่งสอน
แล้วให้จ่ายกัณฐัศว์อัสดร ได้ฝึกสอนให้ชำนาญการณรงค์
แล้วสั่งเสร็จพระเสด็จยุรยาตร ขุนอำมาตย์จัดตามความประสงค์
พระเสด็จเข้าวังดังจำนง แล้วเลยตรงเข้าไปเฝ้าท้าวพ่อตา
แถลงข้อราชกิจผิดแลชอบ ตามระบบกลศึกได้ปรึกษา
พอได้ช่วยตรึกตรองสองปัญญา พระมังคลาก็ค่อยคลายวายอาวรณ์ ฯ
๏ จะกล่าวข้างสังฆราชพระบาทหลวง แกอิ่มทรวงเห็นความตามอักษร
พอรุ่งเช้าคิดจะไปในนคร ให้อาวรณ์แค้นคั่งมังคลา
มันรักเมียยิ่งกว่ากูผู้เป็นพระ กูจำจะแก้แค้นให้แสนสา
พออุทัยรุ่งรางสว่างตา แกลุกมาจากห้องตรองจะไป
พอต้นหลพลไพร่ในกำปั่น มาพร้อมกันบอกแจ้งแถลงไข
ว่าท้าวแขกอยู่เมื่อกี้ก็หนีไป ทั้งบ่าวไพร่เจ็บป่วยไปด้วยกัน
ถ้าจะติดตามไปเห็นไม่พ้น คงไปวนอยู่ในป่าพนาสัณฑ์
บาทหลวงว่ากูไม่กลัวช่างหัวมัน จะด้นดั้นไปไหนมิใช่การ
เลี้ยงมันไว้ไม่เห็นเป็นประโยชน์ อ้ายคนโฉดตาเหลืองเปลืองข้าวสาร
เอาไปทัพทีไรไม่ได้การ อยู่ไปนานเปลืองไก่ให้มันกิน
ทั้งแพะแกะโคกระบือหือไม่ขึ้น ยัดเป็นพื้นตามสบายไม่วายถวิล
บ่นถึงเมียทุกทิวาเป็นอาจิณ กูก็สิ้นห่วงใยอย่าไปตาม
จงกลับไปเภตราอย่าเป็นทุกข์ ไปนั่งลุกตามเพลงอย่าเกรงขาม
อันตัวกูจะอุตส่าห์พยายาม แม้นสมความคิดไว้คงได้ดี
แกสั่งเสร็จกลับเข้าไปที่ในห้อง กินข้าวของอยู่ที่ในท้ายบาหลี
แล้วใส่เสื้อแพรบางที่อย่างดี กังเกงสีตากุ้งดูรุงรัง
แล้วบอกท้าวเจ้าพาราปตาหวี เองอยู่นี่กูจะไปดั่งใจหวัง
ให้พวกที่จะไประไวระวัง เข้ามาสั่งเสร็จสมอารมณ์ปอง
แกออกจากห้องหับจับกระบี่ ลงเรือสีพร้อมพหลพลทั้งผอง
ตีกระเชียงเข้าไปดั่งใจปอง เข้าในคลองด่านไปไม่ต้องเดิน
ไปจอดท่าหน้าเมืองปากน้ำแล้ว แกผ่องแผ้วราวกับนกวิหคเหิน
นึกนิยมสมคิดพาจิตเพลิน แล้วก็เดินเข้าในบ้านท่านพระยา
แกจึงสั่งคนใช้ให้ไปบอก นายมึงออกมาเดี๋ยวนี้ทีเถิดหวา
ว่าอาจารย์เจ้านิเวศน์เกศประชา จะให้พาเข้าไปในบุรินทร์ ฯ
๏ ฝ่ายตาเฒ่าเจ้าพระยาออกมารับ แล้วคำนับเชิญขึ้นไปดั่งใจถวิล
บนหอนั่งข้างหน้าศาลาดิน พร้อมกันสิ้นแต่บรรดามาด้วยกัน
เชิญบาทหลวงให้นั่งยังเก้าอี้ จัดบุหรี่น้ำชามาให้ฉัน
แล้วปราศรัยไต่ถามเนื้อความพลัน ว่าตัวท่านนี้มีการสถานใด
บาทหลวงว่ากูมานี้มีธุระ จะไปปะมังคลาได้ปราศรัย
เองจงพากูไปเฝ้าเจ้ากรุงไกร เข้าข้างในนคเรศนิเวศน์วัง ฯ
๏ ฝ่ายตาเฒ่าเจ้าพระยาหาเสมียน ให้เร่งเขียนบอกไปดั่งใจหวัง
แล้วเรียกพวกม้าใช้ให้ไปวัง พลางส่งหนังสือให้รีบไคลคลา ฯ
๏ ฝ่ายม้าใช้เข้าไปถึงนิเวศน์ แล้วแจ้งเหตุให้ถวายลายเลขา
ขุนเสนีคลี่สารอ่านสารา แล้วก็พากันเข้าไปในพระโรง ฯ
๏ ฝ่ายพระมิ่งมังคลานราราช ออกอำมาตย์บนบัลลังก์ที่นั่งโถง
ปรึกษาการเวียงชัยในพระโรง ให้ชักโยงคนดีมีกำลัง
มาเลี้ยงไว้เป็นทหารชำนาญรบ ได้สมทบโดยประสงค์จำนงหวัง
แม้นเกิดศึกก็จะได้ใช้กำลัง แล้วแต่งตั้งเป็นพระยารักษาองค์
ฝ่ายเสนีที่สำหรับรับใบบอก พลางคลี่ออกอ่านความตามประสงค์
ทูลแถลงแจ้งถวายให้พระองค์ ท้าวเธอทรงทราบคดีที่มีมา
เมืองปากน้ำบอกมาว่าสังฆราช แกองอาจหยาบคายร้ายนักหนา
สั่งให้พวกปากน้ำนำเข้ามา ในพาราจะเฝ้าองค์พระทรงธรรม์ ฯ
๏ ฝ่ายพระมิ่งมังคลานราราช ตรัสประภาษสั่งพหลพลขันธ์
จงกำกับเร่งไปรับเข้ามาพลัน จะดูชั้นเชิงจะมาว่ากระไร
ก็รู้อยู่ว่าจะเบียนเป็นเสี้ยนหนาม ถึงดับความก็ไม่อาจจะหวาดไหว
สัญชาติโกงโฉงเฉงไม่เกรงใจ บุราณให้ตรองความดูตามควร
พระจึงสั่งเสนีที่เปรื่องปราด ไปแผ้วกวาดจัดไว้ที่ในสวน
การที่จะรบสู้ดูพอควร ตามกระบวนเกียรติยศพองดงาม
พระสั่งเสร็จแล้วเสด็จขึ้นจากอาสน์ ยุรยาตรเข้าข้างในมิได้ขาม
แล้วตรองตรึกการณรงค์จะสงคราม คงลุกลามมั่นคงอย่าสงกา ฯ
๏จะกล่าวฝ่ายคนใช้ที่ไปรับ เร่งกำชับพวกไพร่ทั้งซ้ายขวา
ถึงปากน้ำก็พอค่ำสนธยา พวกเสนาหยุดพหลพลนิกาย
แล้วไปเรียนกับพระยารักษาด่าน มีโองการรับสั่งว่าเวลาสาย
ให้รับไปในวังดั่งภิปราย ทั้งไพร่นายเกณฑ์ระดมให้สมควร
จัดให้งามตามยศพระสังฆราช อย่าให้ขาดแห่ไปพักตำหนักสวน
พวกปากน้ำได้ฟังสั่งกระบวน ให้ครบถ้วนมิให้ขาดราชการ
แล้วจัดแจงเลี้ยงดูผู้รับสั่ง ยกมาตั้งเหล้าข้าวทั้งคาวหวาน
ให้หลับนอนแต่หัวค่ำพอสำราญ ทั้งทหารโยธาพลากร
จึงจัดแจงแต่งโต๊ะสำรับใหญ่ ทั้งเป็ดไก่วางเรียงเคียงสลอน
อีกเนื้อโคผัดคั่วหัวสุกร ทั้งส้อมช้อนมีดสำหรับเชือดกับกิน
น้ำองุ่นรินใส่ในถ้วยแก้ว เรียงเป็นแถวแต่งตั้งดังถวิล
ทั้งลูกไม้จานรองล้วนของกิน จัดไว้สิ้นตั้งรอบนหอกลาง
แล้วเชื้อเชิญสังฆราชพระบาทหลวง ตามกระทรวงสารพัดไม่ขัดขวาง
ขึ้นเก้าอี้พูดกันฉันไปพลาง ตามเยี่ยงอย่างข้างฝรั่งเมืองลังกา
มีผู้คนปรนนิบัติไม่ขัดสน พร้อมอยู่บนหอหมดไว้ยศถา
บาทหลวงเฒ่านั่งยิ้มอิ่มสุรา กินข้าวปลาเสร็จสมอารมณ์ปอง
แล้วลุกจากเก้าอี้ไปที่พัก มาพร้อมพรักคนที่มาห้าสิบสอง
บาทหลวงเอนกายอิงแล้วนิ่งตรอง จะหาช่องแยกครัวอ้ายผัวเมีย
ไม่เป็นอันหลับนอนอาวรณ์หวัง ให้แค้นคั่งมังคลาประดาเสีย
คงจะคิดโลมเล้าเอาอีเมีย ไปให้เสียกับอ้ายแขกแหกเอาเมือง
จำจะหลอกให้มันไปในกำปั่น คิดผ่อนผันทรมาให้ตาเหลือง
แล้วจะคิดจัดพลเข้าปล้นเมือง ให้สมเรื่องที่มันทำกูช้ำใจ ฯ
๏ พอเรื่อแรงแสงทองส่องอากาศ ภาณุมาศแย้มเยี่ยมเห่ลียมไศล
สกุณากาโกกิลาไพร ส่งเสียงใสแซ่ซ้องก้องกังวาน
ไก่กระชั้นขันเสียงสำเนียงแจ้ว กระเหว่าแว่วร้องจำเรียงเสียงประสาน
พระสุริย์แสงแจ้งจำรัสชัชวาล พวกทหารเตรียมพลสกลไกร
เอารถรัตน์อัสดรกุญชรชาติ มายืนกลาดเกณฑ์แห่แลไสว
ทั้งธงเทียวเขียวขำดูอำไพ มาพร้อมไว้ตามรับสั่งตั้งกระบวน
บาทหลวงเฒ่าพลิกฟื้นตื่นขึ้นแล้ว จิตผ่องแผ้วอิ่มเอมเกษมสรวล
กินเอมโอชโภชนาเวลาควร ก็เดินด่วนไปขึ้นรถบทจร
พวกพหลพลแห่แตรฝรั่ง เดินคับคั่งรายเรียงเคียงสลอน
ทั้งดาบดั้งเสโล่แลโตมร บทจรจากด่านชานบุรินทร์
เดินพหลพลสะพรั่งเข้าวังหลวง ตามกระทรวงโดยนิยมสมถวิล
หยุดประทับที่พลับพลาหน้าบุรินทร์ พร้อมกันสิ้นบอกเข้าไปข้างในพลัน ฯ
๏ ฝ่ายพระมิ่งมังคลาปรีชาฉลาด ก็ยุรยาตรนาดกรายรีบผายผัน
เสร็จมารับตาเฒ่าเข้าไปพลัน ในสวนขวัญให้ขึ้นพักตำหนักทอง
แกคำนับจับหัตถ์ตรัสปราศรัย พูดเอาใจจะให้ชิดสนิทสนอง
เพราะมารยาคิดไว้ในใจปอง แกตรึกตรองแต่จะลวงดูท่วงที
พระมังคลาพูดจามิให้พลาด กลัวตาบาทหลวงไกจะใส่สี
อันแยบยลกลไกใช่พอดี ทั้งจู้จี้เต็มเบื่อเหลือระอา
ต้องถนอมกล่อมใจมิให้ขัด แต่ความสัตย์ไม่ประจบไม่คบหา
พระสั่งพวกคนใช้ให้ไคลคลา ไปจัดหาโต๊ะใหญ่ที่ในวัง
มาเลี้ยงดูสังฆราชพระบาทหลวง ตามกระทรวงเร่งไปดั่งใจหวัง
พลางยกของมาใส่ระไวระวัง ที่โต๊ะตั้งเป็นระเบียบดูเรียบเรียง
แล้วเชิญบาทหลวงเฒ่าขึ้นเก้าอี้ ให้ดีดสีขับขานประสานเสียง
พระมังคลาฝาหรั่งขึ้นนั่งเคียง พูดกันเสียงพึมพำตามทำนอง
บาทหลวงกินหมูไก่ทั้งไข่ต้ม เอาน้ำส้มรดใส่ลงในของ
อร่อยรสเป็ดไก่สมใจปอง ถูกทำนองอย่างฝรั่งข้างลังกา
แกชอบปากกินได้มิใช่น้อย คล่องคอหอยคว้าใหญ่ใส่หนักหนา
พลางสำรวลสรวลสันต์จำนรรจา กินข้าวปลาอิ่มหนำพอสำราญ
แล้วเสแสร้งแกล้งว่ากูมานี่ ท้าวกุลามาลีมันว่าขาน
อยากจะใคร่ร่วมพงศ์เป็นวงศ์วาน จะช่วยการคิดไปตีบุรีคืน
เมืองลังกาที่ประสงค์ให้จงได้ เองจะใช้สารพัดไม่ขัดขืน
มันพูดจาน่าฟังเห็นยั่งยืน คบเป็นพื้นไว้จะได้ไปลังกา
เองลงไปกำปันสักวันหนึ่ง ที่รำพึงนำไว้ได้ปรึกษา
มันก็เป็นคนดีมีปัญญา ดีดอกหวาพันผูกลูกผู้ชาย
พระมังคลาว่าเจ้าคุณการุญสนอง ขอตรึกตรองสักเจ็ดวันจะผันผาย
ข้าพเจ้าพึ่งมายั้งพอตั้งกาย ยังไม่วายอาวรณ์ที่ร้อนทรวง
ตั้งเสบียงอาหารก็พานขัด จะรีบรัดยกไปเป็นใหญ่หลวง
ยังจะต้องจัดพหลพลทั้งปวง ต่อเรือช่วงเรือใช้จะได้จร ฯ
๏ บาทหลวงว่าเองอย่าได้วิตก อ้ายแขกยกมาคั่งคับสลับสลอน
เองรีบไปคิดการที่ราญรอน อย่านิ่งนอนกอดเมียจะเสียความ
แกจึ่งว่าตัวกูอยู่ไม่ได้ จะรีบไปบอกอ้ายแขกช่วยแบกหาม
ได้ปรึกษาการณรงค์ข้างสงคราม เองรีบตามกูลงไปในเภตรา
แกสั่งเสร็จคำนับแล้วจับหัตถ์ หน่อกษัตริย์ด้วยพลันต่างหรรษา
แล้วจึ่งว่าสุริยนจะสนธยา กูจะลามึงไปที่ในเรือ
แล้วลงจากตำหนักคนพรักพร้อม คอยแห่ห้อมตามถนนดูล้นเหลือ
บาทหลวงขึ้นรถใหญ่รีบไปเรือ ทหารเสือแจวไวไปทะเล
ครั้นถึงลำกำปั่นใหญ่ไพร่ทั้งนั้น มาพร้อมกันต่างชวนกันสรวลเส
บาทหลวงคิดจิตนิยมสมคะเน กูถ่ายเทเห็นจะได้ดั่งใจปอง ฯ
๏ ฝ่ายท้าวแขกลุกมารับคำนับถาม ว่าสมความไหมเจ้าคุณการุญสนอง
ได้ขอสู่เขาหรือไม่ดั่งใจปอง จะปรองดองอย่างไรเป็นไมตรี
บาทหลวงเฒ่าเจ้ามารยาจึ่งว่าขาน เขามีการเรื่องทุกข์ไม่สุขี
ต้องพลัดพรากจากลังกาเสียธานี แม้นใครตีคืนได้จะให้นาง
บุษบงโฉมตรูผู้น้องสาว อันเรื่องราวพูดไว้มิให้หมาง
กูก็ว่าแยบยลเป็นหนทาง เขาไม่วางใจเองยังเกรงกลัว
แม้นตีได้ลังกาอาณาจักร คงสมัครได้เสียเป็นเมียผัว
แม้นได้สมปรารถนาเองอย่ากลัว คงได้ตัวสาวสรรค์กัลยา ฯ
๏ ฝ่ายองค์ท้าวเจ้าพาราพระยาแขก มันช่างแบกโง่ใหญ่ไว้นักหนา
ไม่รู้ในเล่ห์กลคนมารยา ทั้งถูกยาอีตาเฒ่าเอาจนงง
แล้วว่ากับสังฆราชพระบาทหลวง การทั้งปวงจะให้สมอารมณ์ประสงค์
แต่ขอให้ได้นุชบุษบง จะให้ลงโคลนน้ำจะทำตาม
พูดกันเสร็จต่างเข้าไปอยู่ในห้อง ลงนอนตรองคนละแยกคิดแบกหาม
อีตาเฒ่าทรนงจะสงคราม พยายามหมายล้างมังคลา ฯ
๏ ฝ่ายท่านท้าวเจ้าพาราปตาหวี ตรองแต่ที่เมามันข้างตัณหา
ให้ร้อนรุ่มกลุ้มกลัดอัดอุรา เพราะราคาขึ้นขม่อมต้องยอมตัว
เปรียบเหมือนทาสตาเฒ่าอ้ายเจ้าเล่ห์ มันถ่ายเทไกล่เกลี่ยชักเมียผัว
หลอกข้างนี้ปดข้างนั้นให้พันพัว มันจะยั่วการศึกให้ครึกโครม ฯ
๏ จะกล่าวข้างมังคลานราราช แค้นสังฆราชในพระทัยดังไฟโหม
รู้มารยาตาเฒ่ามาเล้าโลม ให้แสนโทมนัสใจไม่สบาย
จึงปรึกษาหารือพราหมณ์สุทัต พลางแจ้งอรรถบอกกล่าวเล่าขยาย
ตั้งแต่แรกอนุสนธิ์ไปจนปลาย ตามอุบายแกมากล่าวแต่เช้าวาน
พราหมณ์สุทัตทราบอรรถจึงทูลตอบ โดยระบอบกลไกหลายสถาน
แม้นนิ่งช้าข้าเห็นไม่เป็นการ อันช้างสารเสียงามักกล้าชน
จำจะต้องป้องกันด่านปากน้ำ เกณฑ์กันทำป้อมรายชายถนน
ให้มั่นคงเรียบร้อยคอยประจญ จะได้ขนปืนใหญ่ไปรายเรียง
ซึ่งเขาเชิญเสด็จไปในกำปั่น จะป้องกันพูดยากเป็นปากเสียง
ฉวยเสียทีการอุบายพูดไล่เลียง มันพร้อมเพรียงจะเข้ากลุ้มตะลุมบอน
ผิดก็สู้กันป่นอยู่บนบก ไม่วิตกเรียนรู้ตามครูสอน
เมื่อจะพูดกับเราให้เขาจร มานครปากน้ำที่สำคัญ
พลับพลาสีอยู่ที่จะรับแขก ตั้งแต่แรกมีสำหรับที่คับขัน
ถึงจะเกิดชิงชัยทำไมกัน ที่ข้อนั้นพร้อมกันทั่วอย่ากลัวเกรง ฯ
๏ พระทรงฟังสังรเสริญแสนฉลาด สมเป็นปราชญ์ฟังเพราะล้วนเหมาะเหมง
ท่านช่วยคิดแก้ความไปตามเพลง อย่าได้เกรงกีดขวางทุกอย่างไป
พระสั่งเสร็จแล้วเสด็จยุรยาตร จากปรางค์มาศไปเฝ้าท้าวโกสัย
ปรึกษาการต่างต่างทุกอย่างไป ตามที่ในสังฆราชพูดพาดพิง
ท้าวโกสัยว่าไม่ใช่หรือพ่อเอ๋ย เพราะมันเคยข่มขี่ดั่งผีสิง
คงจะทำหลายเล่ห์ประเวประวิง แม้นเรานิ่งไว้ในใจมันใส่งอม
เหมือนแก้วเก่าร้าวแยกแตกสลาย จะขวนขวายต่อติดสนิทสนอม
คงจะเป็นริ้วร่องให้หมองมอม ถึงจะยอมให้มันใช้เห็นไม่ฟัง
พระมังคลาว่าจริงเหมือนท้าวตรัส แกเสียสัตย์ดูหน้าเหมือนบ้าหลัง
คิดให้ทำป้อมค่ายระไวระวัง มันคงตั้งรบรุกถึงคลุกคลี ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายพราหมณ์สุทัดจัดพหล ระดมคนไปทำการชานกรุงศรี
ป้อมปีกกาสารพันกันไพรี แล้วให้ตีเหล็กใหญ่เอาใส่แกน
เร่งกันทำกำกับคนนับหมื่น เจาะช่องปืนไว้สำหรับนับได้แสน
ตั้งค่ายคูหลายชั้นกันเขตแดน ปืนหามแล่นปืนใหญ่จัดไว้วาง
แล้วสำเร็จเสร็จการด่านปากน้ำ คนประจำฝึกหัดไว้ขัดขวาง
ตั้งตึกใหญ่ใส่อาหารไว้ย่านกลาง เมื่อขัดขวางเครื่องเสบียงได้เลี้ยงพล
แล้วสำเร็จเสร็จสรรพตามรับสั่ง กลับมาวังทูลแจ้งแห่งนุสนธิ์
พระทราบเสร็จราชการบานกมล เหมือนสายชลดับร้อนค่อยผ่อนคลาย ฯ
๏ จะกล่าวถึงสังฆราชพระบาทหลวง แกร้อนทรวงคอยหาไม่เห็นหาย
อ้ายมังคลาทีจะรู้ในอูบาย อันแยบคายที่กูคิดจึงบิดเบือน
ชะรอยอ้ายพ่อตาไปว่ากล่าว อันเรื่องราวคิดไว้เห็นไม่เหมือน
จำจะมีจดหมายให้ไปเตือน แม้นแชเชือนก็คงเห็นได้เล่นกัน
แกจึงเขียนหนังสือสองฉบับ ตราประทับให้เข้าไปไอศวรรย์
ส่งให้พวกคนใช้รีบไปพลัน ตามกูบัญชาสั่งอย่ารั้งรา
พวกคนใช้รีบไปถึงเมืองด่าน แล้วส่งสารบอกแจ้งแห่งเลขา
พวกชาวด่านรับสารไปพารา ทูลกิจจาแก่พระองค์ดำรงวัง ฯ
๏ ฝ่ายพระมิ่งมังคลาหน่อกษัตริย์ ออกแท่นรัตน์ธิบดินทร์ถวิลหวัง
ถามเรื่องการเวียงชัยระไวระวัง แล้วตรัสสั่งสนทนากับอาจารย์ ฯ
๏ ฝ่ายเสนีที่รับอักษรศรี ทูลคดีท้าวไทเขาให้สาร
กับหนังสืออักขราพระอาจารย์ แล้วก็อ่านเรื่องราวกล่าวสารา
ในลิขิตสังฆราชผู้ปราดเปรื่อง อันรู้เรื่องชี้ขาดในศาสนา
มาถึงศิษย์ร่วมชีวังมังคลา ด้วยคอยหามาก็หายไปหลายเดือน
การที่พูดกันไว้ก็ได้เสร็จ คงสำเร็จโดยประสงค์จำนงเหมือน
เราก็รับแม่นแท้ไม่แชเชือน คงเป็นเพื่อนทำศึกดั่งตรึกตรอง
จงลงไปกำปั่นสักวันหนึ่ง จะได้พึ่งพัวพันกันทั้งสอง
คงจะสมใจจิตอย่าคิดตรอง การเศร้าหมองจะได้คลายวายคะนึง
แล้วคลี่สารเจ้าพาราปตาหวี ขอเป็นที่รักใคร่อาลัยถึง
เจริญราชไมตรีที่คะนึง ด้วยรำพึงอยากประสบพบพระองค์
พอได้เป็นเกียรติยศปรากฏไว้ เชิญภูวไนยโปรดให้สมอารมณ์ประสงค์
ข้าขอเป็นเกือกทองฉลององค์ ได้ดำรงไมตรีที่เจริญ ฯ
๏ พอจบสารฝ่ายพระผ่านกำพลเพชร ครั้นทราบเสร็จมันมาตั้งสังรเสริญ
พูดยกยอล่อให้น้ำใจเพลิน มันจะเชิญเอาไปทำให้หนำใจ
ก็รู้อยู่ว่าปัญญาตาบาทหลวง คิดล่อลวงมิได้ตรงอย่าสงสัย
จึงตรัสสั่งกรมท่าเสนาใน เร่งแก้ไขแต่งตอบให้ชอบกล ฯ
๏ เสนีรับโองการเขียนสารตอบ โดยระบอบเรื่องความตามนุสนธิ์
แล้วสั่งให้เสนีทั้งสี่คน นำยุบลราชการใส่พานทอง
แล้วแห่แหนลงไปในกำปั่น ส่งให้ท่านบาทหลวงเฒ่ากับข้าวของ
ทั้งลูกไม้ของประหลาดใส่ถาดทอง กับสิ่งของเอมโอชโภชนา ฯ
๏ บาทหลวงเฒ่าออกมารับจับหนังสือ ดูลายมือคลี่สารอ่านเลขา
ในสารศรีเจ้าจังหวัดกษัตรา พระมังคลาขอคำนับกับอาจารย์
ซึ่งมิได้ลงมาช้าอยู่นั้น ด้วยป่วยครั่นตัวไปหลายสถาน
แต่พอหายจะลงมาหาอาจารย์ จงทราบสารเถิดเจ้าคุณอย่าวุ่นวาย
พอจบเรื่องแกนึกเคืองแต่ในจิต อ้ายนี่คิดเห็นจะรู้ที่กูหมาย
มันจึ่งบอกเจ็บไข้ไม่สบาย รู้อุบายจริงแล้วหนอเพราะพ่อตา
แล้วจึงอ่านสารตอบพระยาแขก ว่าเมื่อแรกท้าวไทขึ้นไปหา
ก็ขอบใจไมตรีที่ท่านมา เหมือนญาติกานับเนื้อดั่งเชื้อวงศ์
ซึ่งจะออกณรงค์ด้วยช่วยดับศึก ก็สมนึกแสนยินดีที่ประสงค์
ไม่เดียดฉันท์รักกันเหมือนญาติวงศ์ จะซื่อตรงต่อกันจนบรรลัย
แต่ครั้งนี้มิได้ไปในกำปั่น เพราะโรคันดอกพระองค์อย่าสงสัย
ถ้าแม้นค่อยทุเลาบรรเทาใจ คงจะได้พบกันดั่งสัญญา
ขอเชิญแจ้งศุภลักษณ์ในอักษร ไม่เกี่ยงงอนซื่อตรงเหมือนวงศา
อันสารศรีนี้ถึงท้าวเจ้าพารา เมืองปตาหวีจงแจ้งอย่างแคลงเลย
๏ บาทหลวงเจ้ามารยาแกด่าผลุง พูดออกยุ่งอวดก๋าเจ้าข้าเอ๋ย
ควักน้ำตาลล่อมดปดจนเลย กูก็เคยรู้ใจอ้ายไทยแกม
เป็นไรมีที่ตรงนั้นอย่ามั่นหมาย ชะเจ้านายมึงเป็นปราชญ์ฉลาดแหลม
มาหลอกกูผู้อาจารย์เอาหวานแกม อ้ายแกะแนมไม่รู้สึกสำนึกตัว
ชะเจ้าปิ่นภูวดลกำพลเพชร มาไว้เม็ดพูดจามันน่าหัว
เฮ้ยไปบอกตามกูสั่งระวังตัว กูไม่กลัวบุญญาบารมี
ขุนเสนาลากลับจากกำปั่น แล้วพากันเข้าประณตบทศรี
ทูลแถลงแจ้งข้อคดีมี ให้ทราบที่บาทหลวงว่าสารพัน ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมมังคลาปรีชาฉลาด ตรัสประภาษสั่งพหลพลขันธ์
ให้จัดแจงเตรียมตัวไว้ทั่วกัน ไม่ช้าวันมันคงทำให้รำคาญ ฯ
๏ ฝ่ายท่านครูผู้ประสิทธิ์ฤทธิเวท แกแจ้งเหตุตรองไว้หลายสถาน
จึงกราบทูลมูลความตามบุราณ จะต้องราญรบสู้ดูกำลัง
เขาจะคิดรอนราญสถานไหน เรามั่นไว้มันอยู่เรือเหมือนเสือขัง
รบแต่ห่างกันสักหน่อยคอยระวัง ถ้าแม้นตั้งค่ายคูจะรู้ความ
พระจอมวงศ์ทรงฟังสั่งประกาศ ท่านช่วยกวาดเสียให้เตียนที่เสี้ยนหนาม
การที่จะณรงค์ในสงคราม แล้วแต่ความคิดท่านจะผันแปร
อาญาสิทธิ์อยู่กับท่านดังมั่นหมาย เสนานายใครไม่ฟังยังกระแส
เอาตามบทอัยการอย่าผันแปร สุดแล้วแต่ท่านครูผู้อาจารย์
ครั้นสั่งเสร็จพระเสด็จยุรยาตร เข้าปรางค์มาศรจนามุกดาหาร
ฝ่ายท่านตาพราหมณ์สุทัตเร่งจัดการ เตรียมทหารไว้ให้ทั่วทุกตัวคน ฯ
๏ จะกล่าวข้างสังฆราชพระบาทหลวง แกนั่งง่วงคอยสังเกตหาเหตุผล
คิดจะเข้าตีด่านชานกำพล ให้ร้อนรนอกใจไม่สบาย
แกจึ่งเรียกเจ้าพาราปตาหวี มานั่งที่พูดไปดังใจหมาย
ได้ช่วยกันปรึกษาหาอุบาย อันแยบคายเองจะเห็นเป็นอย่างไร
จะไปตีลังกาเห็นช้านัก จะร้างรักร้อนจิตพิสมัย
กูเห็นว่าเรื่องราวจะยาวไป กูคิดไว้ว่าจะตีบุรีมัน ฯ
๏ ฝ่ายท่านท้าวเจ้าพาราพระยาแขก มันนั่งแบกโง่ไว้ใจกระสัน
ด้วยราคารัดรึงให้ตึงตัน คิดหมายมั่นแต่จะใคร่ได้อนงค์
จึงว่ากับสังฆราชพระบาทหลวง การทั้งปวงไม่ใช่ของต้องประสงค์
ขอแต่ให้ได้นุชบุษบง การประสงค์ของดิฉันเท่านั้นเอง ฯ
๏ บาทหลวงได้ฟังว่านัยน์ตาเขียว แกโกรธเกรี้ยวลุกขึ้นโลดกระโดดเหยง
แล้วชี้หน้าด่าให้มิได้เกรง อ้ายนักเลงสกปรกโกหกกู
พูดสบถสาบานให้การไว้ ชอบแต่ให้แลบลิ้นออกกินหมู
หมายว่ารักใคร่กันกตัญญู มิได้รู้กิริยาอ้ายบ้ากาม
แกเดินด่าเออมันไม่ใช่มนุษย์ แล้วขากทุดเต็มระยำอ้ายซำสาม
ท้าวกุลาพาซื่อไม่ถือความ พยายามแต่จะใคร่ได้อนงค์
หัวร่อแหะแคะไค้มิได้โกรธ ให้ปราโมทย์คลุ้มคลั่งกำลังหลง
เพราะถูกยาตาเฒ่าเอาจนงง เล่นเอาหลงเร่อไปไม่ได้การ
ประเดี๋ยวชักเอากระดาษที่วาดรูป ออกมาจูบเล่นเป็นสุขสนุกสนาน
บาทหลวงเฒ่าเข้าห้องคิดตรองการ จะรอนราญราวีตีกำพล
จึงให้หาแต่บรรดาขุนนางแขก มาแย้มแยกเรื่องความตามนุสนธิ์
กูจะเข้าราวีตีกำพล สั่งพหลไว้ให้ทั่วทุกตัวนาย
จะทำศึกครั้งนี้เป็นที่ยิ่ง การจะชิงนางในเหมือนใจหมาย
จงช่วยกันรบสู้อย่าดูดาย ให้เจ้านายสมประสงค์จำนงปอง
แกหวนจิตคิดขึ้นได้ว่าอ้ายนี่ มันถูกผีถูกยาพาให้หมอง
แม้นมิแก้ไหนจะสมอารมณ์ปอง จำต้องแก้ไขให้มันคลาย
แล้วจึงว่าฮาเฮ้ยอ้ายเหล่านี้ กลับไปที่อยู่ตนเร่งขวนขวาย
จงจัดแจงเตรียมพหลพลนิกาย ไว้ทุกนายเรียกเมื่อไรให้ได้การ
แล้วลุกเดินเลยไปท้ายบาหลี ขึ้นเก้าอี้ดูตำรายาขนาน
จำจะแก้อ้ายขี้เค้าจะเอาการ พอชื่นบานมันจะได้ใช้ไพร่พล
ซึ่งเอารากกำจายหิงหายป่า กับแก้วตาฝูงสัตว์แรกปัฏิสนธิ์
ทั้งเครื่องหวานมาเป็นเชื้อเจือระคน แล้วเสกมนต์ลงอักษรให้ถอนยา
พลางกวนใส่ไว้เสร็จสำเร็จนึก เวลาดึกเดินเหย่าเข้าไปหา
ฝ่ายท่านท้าวเจ้าประเทศเขตชวา ลุกออกมาต้อนรับแล้วจับมือ
พลางปราศรัยในเล่ห์เสน่หา แต่พี่มานั่งคอยอยู่น้อยหรือ
เชิญไปแท่นไสยาจะหารือ แม่อย่าถือไปด้วยกันเถิดขวัญใจ
แล้วจูงบาทหลวงเฒ่าเข้าในห้อง แกจึ่งร้องว่าอ้ายบ้าอ้ายตาใส
ตัณหาสดหยดย้อยน้อยเมื่อไร จะทำไมกับกูเป็นครูบา ฯ
๏ท้าวกุลารู้สึกนึกขึ้นได้ เออผิดไปแล้วท่านอาจารย์ขา
ได้ผิดพลั้งหวังว่ามิตรองค์ธิดา ไม่แจ้งว่าท่านครูผู้อาจารย์
บาทหลวงว่าฮ้าเฮ้ยมึงอย่าวุ่น ทำเฉียวฉุนให้ตัณหานั้นกล้าหาญ
เพราะลมราคมากมายหลายประการ กูสงสารจะช่วยแก้ให้แปรไป
เอายานัตถุ์ดมพลางพอสร่างโศก ระงับโรคที่ในจิตหวิดหวิดไหว
แกหยิบยาที่ประสมให้ดมไป ออท้าวไทคำนับรับมาดม
พิษยาแฝดก็ค่อยเบาที่เร่าร้อน เพราะยาถอนไปชำระที่สะสม
บรรเทาคลายหายเหี้ยมที่เตรียมตรม พอขับลมราคร้อนผ่อนสำราญ
ได้หลับนอนอ่อนใจได้เป็นสุข บรรเทาทุกข์ค่อยสบายหลายสถาน
ครั้นรุ่งแจ้งแสงสีรวีวาร เสพอาหารเห็นสบายวายอาวรณ์
บาทหลวงเห็นค่อยคลายเรียกนายทัพ มากำชับพวกทหารชาญสมร
รีบยกไปทอดท่าหน้าสันดอน พลนิกรขานโห่เป็นโกลา
พร้อมสะพรั่งตั้งกันเป็นหลั่นลด ทั้งเรือบดเรือแพนดูแน่นหนา
บาทหลวงแล่นไปข้างหลังค่อยรั้งรา พวกโยธาฮึกหาญจะราญรอน ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายมังคลานราราช บรมนาถบพิตรอดิศร
ทราบว่าบาทหลวงมาหน้าสันดอน ให้อาวรณ์ในพระทัยไปสบาย
จึ่งปรึกษาว่าข้าแต่อาจารย์เจ้า บาทหลวงเฒ่ากวนใจไม่รู้หาย
คงจะเหมือนถ้อยคำท่านทำนาย จะยักย้ายป้องกันเป็นฉันใด
พฤฒาเฒ่าเข้าใจที่ในเหตุ พลางน้อมเกศทูลแจ้งแถลงไข
ต้องคิดรับกันที่ท่าชลาลัย ถึงศึกใหญ่เราอยู่บกเหมือนนกบิน
แต่จะต้องตั้งค่ายตามชายหาด เอาขวากสาดไปตามท่าชลาสินธุ์
เอาแผ่นเหล็กสองชั้นกั้นที่ดิน แล้วเอาหินตั้งรายชายทะเล
กองให้หนากว่ากำแพงสักสี่เท่า ให้คนเข้าบังได้เดินไขว่เขว
เอาปืนใหญ่จุกช่องมองคะเน พอเรือเหยิงให้ล่มจมตะแคง ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมมังคลาเจ้าฝาหรั่ง จึงตรัสสั่งพวกทหารชาญกำแหง
ตั้งสมนอกสมในขอใช้แรง ทุกตำแหน่งอย่าให้ขาดราชการ
เชิญท่านครูผู้ใหญ่ลงไปด้วย จะได้ช่วยจัดแจงแต่งทหาร
จงรีบรัดจัดกันให้ทันการ แม้นเนิ่นนานพวกศัตรูจะจู่มา
แล้วตัวเราจงจะไปต่อภายหลัง เรียกฝรั่งเกณฑ์หัดจัดปืนผา
ทั้งลูกดินน้อยใหญ่รีบไคลคลา ตามท่านตาครูไปในกระบวน
จงตรัสสั่งเสนีปรีชาฉลาด เร่งหมายบาดพลไพร่รีบไต่สวน
อย่าให้มันหลบลี้หนีกระบวน เกณฑ์ให้ถ้วนอย่าให้ขาดราชการ ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อนฤเบศเกศกษัตริย์ เสร็จนิวัตกลับหลังยังสถาน
ขุนเสนีทุกตำแหน่งมาแจ้งการ เกณฑ์ทหารเก่าใหม่ในบาญชี
ฝ่ายท่านครูผู้ชำนาญในการเวท ดูสังเกตดินฟ้าในราศี
ก็รีบรัดพหลแลมนตรี ลงไปที่ปากน้ำท่าศิลา
เอาแลงถมระดมคนพลไพร่ ตั้งเหล็กใหญ่ทำเป็นแกนให้แน่นหนา
เจาะไว้ช่องปืนใหญ่ชายชลา ป้อมปีกกาตั้งรายชายสันดอน
แล้วโรยขวากลากปืนขึ้นไปใส่ บนป้อมใหญ่ชายตลิ่งริมสิงขร
ครั้นสำเร็จเสร็จปราการชานนคร ให้รีบร้อนเข้าไปเฝ้าเจ้าแผ่นดิน ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายสังฆราชพระบาทหลวง แกแล่นล่วงมาในท่าชลาสินธุ์
ระรี่เรื่อยเฉื่อยมาในวาริน พร้อมกันสิ้นมิได้แยกแตกกระจาย
ทั้งเรือรบเรือลำเลียงเคียงสลับ มาคั่งคับในวารินกระสินธุ์สาย
บาทหลวงสั่งบรรดาเสนานาย แม้นถึงท้ายอ่าวจงเงียบเชียบสำเนียง
จะทอดท่าดาประดังให้พรั่งพร้อม เอาเรืออ้อมปิดอ่าวแล่นก้าวเฉียง
เรือลูกค้ามาขายแล่นใกล้เคียง เก็บเสบียงรีบเอาทั้งข้าวเกลือ
อีกวันครึ่งมาถึงเมืองปากน้ำ เอาผ้าดำเขียนลงเป็นธงเสือ
สั่งให้ปักประจำทุกลำเรือ ทั้งใต้เหนือจะได้ดูรู้สำคัญ ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายเรือตระเวนเจนสมุทร เที่ยวแล่นรุดรอบนครสิงขรขัณฑ์
เห็นเรือรบแล่นหลามมาตามกัน ดูหลายพันดาษดาในวาริน
ก็รีบรัดลัดมาเข้าหน้าด่าน เอาเหตุการณ์บอกพระยาท่ากระสินธุ์
ว่าข้าศึกจะมาติดธานินทร์ แขกทั้งสิ้นเหลือล้นคณนา
อีกวันหนึ่งคงถึงเมืองปากน้ำ หลายพันลำดาษดื่นล้วนปืนผา
ฝ่ายตาเฒ่าเจ้าเมืองด่านชานชลา รีบเข้ามาแจ้งคดีเสนีนาย
ส่วนท่านครูผู้สำเร็จราชกิจ เขียนลิขิตส่งให้ไปถวาย
พวกม้าเร็วรีบไปทั้งไพร่นาย ทูลถวายข้อความตามคดี
แม้นยังไม่เสด็จออกบอกเถ้าแก่ ให้ทูลแต่องค์พระมเหสี
เป็นการร้อนไวไวไปจงดี พวกพาชีรีบไปในพารา ฯ
๏ ฝ่ายเสนีที่ลงมารักษาด่าน ให้ทหารปืนใหญ่ทั้งซ้ายขวา
ลากขึ้นป้อมพร้อมพรั่งปืนจังกา คาบศิลาทองปรายไว้หลายพัน
ฝ่ายท่านครูผู้วิเศษแจ้งเหตุผล ทำมงคลเสกด้ายสายกระสัน
ทั้งแคล้วคลาดเข้าณรงค์คงกระพัน ให้แจกกันแต่บรรดาพลากร ฯ
๏ ฝ่ายม้าใช้ไปถึงนิเวศน์วัง เห็นพร้อมพรั่งเหล่าทหารชาญสมร
ตรงเข้าไปหาเสนีชุลีกร เป็นการร้อนช้าไม่ได้เร่งไปทูล
ว่าข้าศึกมาประชิดติดปากน้ำ ท่านเร่งนำเข้าไปเฝ้าเจ้าไอศูรย์
ยังไม่ออกบอกให้ข้างในทูล เป็นเค้ามูลศึกมาถึงธานี
รีบเข้าไปในวังสั่งท่านท้าว แจ้งเรื่องราวราชการกับสารศรี
เจ้าขรัวนายไปพลันด้วยทันที นำคดีทูลองค์พระทรงวัง ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมมังคลานราราช ตรัสประภาษเกิดศึกเหมือนนึกหวัง
เสด็จจากแท่นสุวรรณบัลลังก์ ออกมายังที่นั่งโถงพระโรงคัล
สถิตแท่นวินิจฉัยอันไพโรจน์ จึงเอื้อนโอษฐ์ไปแจ้งเหตุทุกเขตขัณฑ์
แต่บรรดาเมืองขึ้นทั้งหมื่นพัน ให้พากันมาบำราบปราบอรินทร์
แล้วเอื้อนอรรถตรัสสั่งท้าวโกสัย ท่านอยู่ในเวียงวังดั่งถวิล
คอยจับจ่ายเครื่องเสบียงเลี้ยงกันกิน ทั้งลูกดินอาวุธยุทธนา
ครั้นสั่งเสร็จพระเสด็จยุรยาตร ขุนอำมาตย์พลนิกายทั้งซ้ายขวา
ตั้งกระบวนทวนธงอลงการ์ ทั้งปืนผาเสโล่แลโตมร
พลดาบดาบสายสะพายแล่ง พลหอกหอกแซงเคียงสลอน
พลง้าวง้าวรายล้วนปลายงอน เหล่านิกรเสนากล้าเกาทัณฑ์
พลโล่ถือโล่มือกุมดาบ ศรกำซาบลูกทองแดงดูแข็งขัน
เครื่องอาวุธยุทธนาสารพัน พลขันธ์พร้อมถ้วนกระบวนแซง
รถที่นั่งอย่างใหม่ลายกุดั่น เป็นเครือวัลย์ฝังพลอยพรายพรอยแสง
บัลลังก์ทองรองมุกดาลงยาแดง เป็นใบแพลงพลิ้วพลิกนกจิกพลอย
บุษบกกระจกบังฝังสายลั่น เป็นนาคพันห้อยพู่ดูเป็นฝอย
ทั้งดุมวงกงสลับประดับพลอย ดูเรียบร้อยเทียบประทับไว้กับเกย
เทียบพระยาม้ามิ่งมงคลรัตน์ ทั้งเหยาะหยัดพริ้งเพริศดูเปิดเผย
สารถีที่สำหรับกำกับเกย ดาบที่เคยกุมประทับไว้กับกร ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ผู้ดำรงกำพลเพชร แต่งองค์เสร็จดำเนินไปดั่งไกรสร
ทรงพระแสงฝักลงยาค่านคร เสด็จจรเกยชลาหน้าพระลาน
โหราเฒ่าคอยทำนายถวายฤกษ์ พอเมฆเบิกเป่าสังข์ระฆังขาน
ลั่นฆ้องชัยเสียงซ้องก้องกังวาน โห่ประสานสังข์แตรแซ่สำเนียง
พระทรงนั่งอลังกตบนรถแก้ว ดูพรายแพรวก้องกังวานประสานเสียง
ยิงปืนใหญ่กึกก้องซ้องสำเนียง ทั้งจำเรียงดนตรีปี่ชวา
เดินกระบวนทวนธงตรงไปด่าน หมู่ทหารเดินปนพลอาสา
ยกไปตามครุฑนามตามตำรา พอถึงท่าเมืองปากน้ำพอย่ำเย็น ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายสังฆราชพระบาทหลวง แกแล่นล่วงคุ้งแควพอแลเห็น
ถึงชะวากปากน้ำพอย่ำเย็น เดือนก็เด่นแสงสว่างกลางอัมพร
ทั้งเรือรบเรียงรายใบสล้าง ให้ทอดขวางปิดทางข้างสิงขร
ทิ้งสมอรอราหน้าสันดอน พลนิกรคับคั่งตั้งกระบวน
ค่ายวิหลั่นกันลูกปืนยกขึ้นตั้ง ทหารนั่งคอยระดมเมื่อลมหวน
เอาปืนใหญ่ไว้ตรงกลางรางชนวน จัดไว้ถ้วนเครื่องอาวุธยุทธนา
บาทหลวงเฒ่าเจ้าพาราปตาหวี สั่งเสนีไพร่นายทั้งซ้ายขวา
เวลาดึกจะตีด่านชานชลา พวกเสนาสั่งให้ทั่วทุกตัวคน ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายมังคลาพฤฒาเฒ่า เข้ามาเฝ้าทูลแถลงแจ้งนุสนธิ์
เชิญเสด็จไปพลับพลาริมสาชล พร้อมพหลแลหลามตามกันไป
ขึ้นประทับพลับพลาที่หน้าด่าน พวกทหารแห่ห้อมล้อมไสว
พราหมณ์สุทัตจัดพหลพลไกร ให้ขึ้นไปหอรบสมทบพล
ประจุปืนน้อยใหญ่ใส่ดินหู ทุกช่องคูตามตำแหน่งทุกแห่งหน
ฝ่ายท่านครูผู้เฒ่าเข้ามณฑล แล้วห้ามคนที่ในค่ายอย่าได้อึง
ทั้งปืนใหญ่ให้เงียบเซียบสงัด ในจังหวัดพวกศัตรูจะรู้ถึง
เสร็จสั่งความพราหมณ์เข้านั่งตั้งรำพึง หน่วงไปถึงทางกสิณอภิญญาณ
เสกใบไม้ให้เป็นต่อห่อผ้าขาว เวลาเช้าจะปล่อยไปไล่สังหาร
เสกไม้เท้าเป็นเหรากุมภาพาล จะประหารสักเท่าไรก็ไม่ตาย
พอเดือนเที่ยงเสร็จพิธีมาที่เฝ้า แถลงเล่าการประมูลทูลถวาย
พระทรงฟังสั่งมหาเสนานาย ท่านทั้งหลายจงกำชับอย่าหลับนอน
ด้วยข้าศึกฮึกฮักมาหนักแน่น เตรียมโล่แพนหอกคู่ธนูศร
แม้นสู้ถึงอาวุธสั้นได้ราญรอน ไว้แซกซ้อนปืนนกสับคาบศิลา
จงจัดสรรกันให้ถ้วนกระบวนรบ ใครหลีกหลบเอาชีวังถึงสังขาร์
ตามกฎหมายพระนครแต่ก่อนมา ท่านพฤฒากับเสนีได้ชี้แจง ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ