ตอนที่ ๙๔ พระเทวสินธุ์พบพระมังคลาจนเจ็ดกษัตริย์เตรียมรบ

๏ ฝ่ายคนใช้ขึ้นไปแจ้งแถลงเล่า ตามเรื่องราวที่ได้ไปสืบไต่ถาม
บาทหลวงได้รู้แจ้งแสดงความ ก็สมตามคิดไว้เห็นได้การ
แล้วอ้ายแขกพ่อตามันมาด้วย จะได้ช่วยการศึกให้ฮึกหาญ
แล้วสั่งให้ต้นหนพวกคนงาน ให้ตั้งกว้านถอนสมอขันช่อใบ
ออกกำปั่นแต่บรรดาโยธาทัพ ออกคั่งคับตามกันเสียงหวั่นไหว
พอลมคล่องต้องสายระบายใบ ก็แล่นไปจากเกาะจำเพาะทาง
ข้างสมุทรรุดผ่านชลาสินธุ์ ลมก็กินใบจัดไม่ขัดขวาง
พอวันครึ่งถึงเขตประเทศทาง ถนนขวางชายฝั่งเกาะลังกา
เห็นกำปั่นจอดรายชายสมุทร แกให้หยุดชักธงส่งภาษา
ว่ามาดีด้วยกันอย่าฉันทา เรือชวาชักรับคำนับกัน ฯ
๏ บาทหลวงยิ้มอิ่มเอมเปรมในจิต ว่ากูคิดครั้งนี้ดีขยัน
จะได้ช่วยรุกรบสมทบกัน เอาให้มันลือกูผู้อาจารย์
ขอเดชะพระเยซูมาชูช่วย ให้รื่นรวยในสมบัติพัสถาน
พอเรือใกล้ถึงกันมิทันนาน พวกทหารเทวสินธุ์นรินทร
จึ่งร้องว่าเรือใครที่ไหนเล่า อย่าเคียงเข้าชายตลิ่งริมสิงขร
จงหยุดยั้งฟังเราว่าอย่าอาวรณ์ คิดผันผ่อนหลีกไปให้ไกลกัน
บาทหลวงฟังร้องว่าใช่ข้าศึก จงตรองตรึกบอกนายให้ผายผัน
อันเรือกูผู้เป็นพระมาปะกัน อย่าดุดันดอกไม่ใช่พวกไพรี
คือองค์พระสังฆราชผู้ปราดเปรื่อง ได้แจ้งเรื่องมรรคาเกาะกาหวี
ตั้งแต่กูจากมาสิบห้าปี ก็ยินดีจะได้พบประสบกัน ฯ
๏ พวกชวามลายูครั้นรู้จัก มาถามทักเชิญให้แกผายผัน
บ้างเข้าไปทูลองค์พระทรงธรรม์ ว่าตัวท่านบาทหลวงแกล่วงมา
ให้กราบทูลมุลิกาฝ่าพระบาท พระหน่อนาถทรงยศโอรสา
สามพระองค์พงศ์กษัตริย์ขัตติยา กับท้าวชวาอิ่มเอมเกษมทรวง
เสด็จออกจากแท่นระบายท้ายบาหลี ด้วยยินดีจะได้ปะพระบาทหลวง
จึงตรัสกับพวกพหลคนทั้งปวง เอาเรือช่วงไปรับมาเภตราเรา
พวกเรือใช้ไปรับสังฆราช พอภาณุมาศเย็นพลับลงลับเขา
บาทหลวงสั่งแต่บรรดาโยธาเรา ให้อยู่เฝ้าคอยประจำทุกลำเรือ
กูจะไปกับเขาหาท้าวแขก เอาเรือแยกถอยไปไว้ข้างฝ่ายเหนือ
แกสั่งเสร็จรีบตรงไปลงเรือ แล่นไปเหนือน้ำพลันด้วยทันที
ถึงประทับเข้าที่ลำกำปั่นใหญ่ ฝ่ายท้าวไทรายาชวาฉวี
กับสามองค์พงศ์กษัตริย์สวัสดี ก็เปรมปรีดิ์มาคำนับรับขึ้นไป
เชิญให้นั่งยังที่เก้าอี้อาสน์ สังฆราชโอภาพลางปราศรัย
อ้ายเหล่านี้รูปร่างช่างกระไร ทั้งโตใหญ่รุ่นแรกจนแปลกตา
ช่างเหมือนพ่อหนออ้ายหนูกูดูคล้าย ประพิมพ์ประพายรูปจริตไม่ผิดหวา
ทั้งเนื้อตัวหัวหูดูนัยน์ตา เหมือนมังคลาจิ้มลิ้มดั่งพิมพ์เดียว
แล้วไต่ถามท้าวรายาชวาแขก เมื่อเริ่มแรกมากี่ลำจากน้ำเขียว
ค่อยมีสุขทุกสิ่งจริงจริงเจียว หรือเปล่าเปลี่ยววิญญาณ์เอกากาย
ท้าวชวาว่าเมื่อมาจากถิ่นฐาน ก็สำราญโดยนิยมพอสมหมาย
ทั้งทุกข์โศกโรคภัยไม่ใกล้กราย มาสบายมีลาภกำราบไทย
ปะปีศาจท้าวละมานนั้นหาญฮึก ทำพิลึกโกลาสุธาไหว
แต่งเครื่องเซ่นตามระบอบที่ชอบใจ มันบอกให้จินดาค่าบุรินทร์
ให้พวกเราไปเจาะจำเพาะหลุด เกาะก็ทรุดไหวขย้อนทุกก้อนหิน
ถึงมืดมัวทั่วจังหวัดปัถพิน ก็เห็นสิ้นใสสว่างดั่งกลางวัน
คุ้มศัตรูหมู่สัตว์ไม่ทำร้าย แสนสบายปรีดิ์เปรมเกษมสันต์
แล้วจึ่งหยิบจินดาออกมาพลัน ส่งให้ท่านสังฆราชฉลาดดู ฯ
๏ บาทหลวงเฒ่าเจ้าเล่ห์อยากจะได้ จึ่งปราศรัยวิงวอนให้อ่อนหู
เองเอาไว้ไม่ดีมีศัตรู เอาให้กูเก็บไว้จึงได้การ
อยู่กับเองไม่ดีจะมีโทษ เสียประโยชน์มากมายหลายสถาน
แต่ของเกิดในสิงหลไม่ทนทาน ยังเกิดการให้วิบัติกำจัดไกล
ตกไปอยู่พาราการะเวก เป็นของเอกแดงก่ำทั้งน้ำใส
ยังมีผู้รู้หลักลักเอาไป จนต้องให้พ่อมึงคิดไปติดตาม
จนเกิดรบเกิดพุ่งกันยุ่งยิ่ง เพราะของสิ่งนี้มันยากเป็นขวากหนาม
จงให้กูเก็บไว้เถิดไม่เกิดความ จึ่งต้องตามเยี่ยงอย่างทางบุราณ ฯ
๏ ฝ่ายเทวสินธุ์ยินคำที่ร่ำกล่าว ปรึกษาท้าวรายาเหมือนว่าขาน
บาทหลวงพูดเพทุบายหลายประการ จะคิดอ่านเอามาครองเป็นของตัว
แล้วจึ่งว่าฮ้าเฮ้ยออท้าวแขก เป็นของแปลกมึงจะใส่ไว้ในหัว
แม้นมีทรัพย์รับรองก็หมองมัว จะดีชั่วยังไม่แจ้งแห่งตระกูล
จำจะต้องลองดูเมื่อสู้ศึก แม้นสมนึกก็จะได้ทั้งไอศูรย์
จึงเสแสรังแกล้งกล่าวเป็นเค้ามูล ให้เพิ่มพูนทางอุบายให้ตายใจ
แล้วจึ่งว่าฮ้าเฮ้ยเทวสินธุ์ หน่อนรินทร์มังคลาอัชฌาสัย
เองจงแต่งหนังสือให้ถือไป บอกกับอ้ายมังคลาอย่าช้าที
ว่าตัวกูผู้เป็นพระสังฆราช ให้วิวาทรบพุ่งชาวกรุงศรี
ก็กลับมาถึงพลันด้วยทันที พร้อมกันที่ฝั่งชลามาประชุม
จะคิดอ่านการรบสมทบทัพ มาตั้งรับตามทำนองคิดซ่องสุม
ดึกสงัดจะเข้าไปในชุมนุม ได้ประชุมคิดอ่านการสงคราม
สามกษัตริย์ให้เสมียนเขียนอักษร คำสุนทรเข้าประมูลให้ทูลถาม
ครั้นเสร็จสรรพส่งให้ไปเป็นใจความ สั่งให้ล่ามรีบไปดั่งใจปอง
ครั้นถึงองค์มังคลานราราช บังคมบาทแล้วประมูลทูลฉลอง
ถวายสารโดยกิจดั่งจิตปอง พระรับรองทรงอ่านสารแสดง ฯ
๏ หนังสือพระเทวสินธุ์นรินทร์ราช บังคมบาทขอประมูลทูลแถลง
ให้ทราบซึ่งข้อคดีที่ชี้แจง ดั่งแสดงโดยฉบับมากราบทูล
ว่าสังฆราชแม่ทัพกลับมาแล้ว จงผ่องแผ้วตรึกไตรเอาไอศูรย์
จะพากันขึ้นไปเฝ้าแจ้งเค้ามูล เหมือนอย่างทูลจะโปรดปรานสถานใด ฯ
๏ พอจบสารพระจึ่งว่ากับข้าเฝ้า ท่านจงเอาราชสารไปขานไข
แก่บุตราอาจารย์อันชาญชัย เราจะไปเภตราปรึกษาการ
ดึกสงัดจัดเรือเข้ามารับ แล้วจะกลับคืนมาเหมือนว่าขาน
เสนารับกลับไปมิได้นาน เข้าแจ้งการกับท่านครูให้รู้ความ
บาทหลวงว่ากูวิตกจำปกปิด จะได้คิดรบรับทัพสยาม
แกสั่งให้ไปคอยแต่สองยาม จงปราบปรามข้าไทยอย่าให้อึง ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระมังคลานราราช คะเนคาดเภตราคงมาถึง
จึ่งจัดแจงแต่งองค์ทรงรำพึง ไม่อื้ออึงออกจากค่ายชายทะเล
จึ่งเชิญท้าวโกสัยให้ไปด้วย จะได้ช่วยผ่อนผันคิดหันเห
ทั้งสององค์ลงไปชายทะเล พอเห็นเภตราทอดมาจอดคอย
พระเยื้องย่างพลางเสด็จลงเรือช่วง ให้รีบล่วงเร็วไวคนใช้สอย
ตีกรรเชียงลงให้หนักครูจักคอย ก็ล่องลอยถึงกำปั่นมิทันนาน
บาทหลวงเดินมารับจับพระหัตถ์ หน่อกษัตริย์คำนับรับประสาน
มาพร้อมพรั่งทั้งสามพระกุมาร ท่านอาจารย์สองท้าวเจ้าพ่อตา
ต่างคำนับนอบน้อมหร้อมสะพรั่ง ยกโต๊ะตั้งเลี้ยงกันต่างหรรษา
ครั้นสรรพเสร็จเจ็ดคนสนทนา ต่างปรึกษาที่ในการจะราญรอน ฯ
๏ บาทหลวงว่าฮ้าเฮ้ยทั้งสองท้าว เองก็เจ้าจักรพาลชาญสมร
จะมาช่วยเขยขวัญคิดราญรอน ตีนครลังกาพาราคืน
เองคิดเห็นเปนไฉนอย่างไรมั่ง จะขอฟังลิ้นลมไม่ข่มขืน
ดูปัญญาว่าให้ฟังใครยั่งยืน เอาเป็นพื้นแบบฉบับตำหรับครู
แน่ออเจ้าท้าวรายาเป็นผู้ใหญ่ จงตรองไปให้มันสิ้นเหมือนดินหู
กลศึกมากมายหลายประตู เองก็รู้สารพัดได้หัดมา
จะเห็นช่องเห็นคูประตูไหน จงว่าไปเองอย่านิ่งจริงจริงหวา
จะคิดเห็นเป็นอย่างไรใจของตา ตามปัญญาตื้นลึกช่วยตรึกตรอง
ท้าวรายาว่าเจ้าคุณสิเป็นใหญ่ ตามแต่ใช้ฉันเหมือนศิษย์สนิทสนอง
ไม่ขัดเคืองคุณบังคับจะรับรอง ตามทำนองมิได้ขัดอัธยา
บาทหลวงฟังสังรเสริญเจริญยศ จะปรากฏทั่วไปในทิศา
มิเสียทีที่เองเป็นพ่อตา ทั้งพูดจาพอฟังเหมือนอย่างใจ
แกจดหมายถ้อยคำเป็นความชอบ ตามระบอบที่แสดงแถลงไข
ได้เห็นกันยามนี้กูดีใจ ออโกสัยนี้หนอก็พ่อตา
อันการศึกครั้งนี้ก็ที่สุด จะช่วยบุตรเขยได้อย่างไรหวา
เองจะคิดผ่อนผันด้วยปัญญา จะตรึกตราเป็นไฉนจึ่งได้การ ฯ
๏ ท้าวโกสัยสุริย์วงศ์ดำรงยศ น้อมประณตสังฆราชด้วยอาจหาญ
ว่าข้าแต่บาทบงสุ์องค์อาจารย์ จะให้สารไปให้ทั่วทุกตัวคน
แต่บรรดาที่สมัครเพื่อนรักใคร่ จะบอกให้มาประจบรบสิงหล
อีกหัวเมืองน้อยใหญ่และไพร่พล ช่วยประจญรบรับกองทัพไทย ฯ
๏ บาทหลวงยิ้มอิ่มเอมเกษมสันต์ เออเช่นนั้นดีเหลือนับเนื้อไข
มิเสียทีดีแล้วหวาว่าไปไย กูชอบใจที่มึงว่าก็น่าฟัง
เขาย่อมว่าเห็นกันเมื่อยามยาก จะฝังฝากรักใคร่กันภายหลัง
สำเร็จศึกได้ลังกาเหมือนวาจัง กูจะตั้งศาสนาให้ถาวร
แล้วว่ากับมังคลาสานุศิษย์ ช่วยกันคิดตั้งค่ายชายสิงขร
ข้างแถบเขาเจ้าประจันที่นั้นดอน แล้วสิงขรล้อมรอบเป็นขอบคัน
เมื่อครั้งโน้นแตกเขาเพราะเป่าปี่ จึงเสียทัพแตกยับทั้งทัพขัน
เพราะผู้คนหลับใหลไปด้วยกัน ไม่เป็นอันรบพุ่งจนรุ่งราง
แต่ครั้งนี้ที่นั้นกูมั่นหมาย เห็นสบายสารพัดไม่ขัดขวาง
แล้วข้าวปลาสาลีในที่ทาง ก็กว้างขวางก่อนเก่าราวกับทำ
แม้นจะออกไปข้างขวาถึงหน้าเกาะ ทางจำเพาะตรงไปเมืองไหหลำ
ที่ท่าทอดจอดกำปั่นกว่าพันลำ เราคิดทำเอาให้ได้ตั้งค่ายคู
ไว้รับรองป้องกันที่ปากช่อง ไม่พักต้องซื้อหาทั้งปลาหมู
หอหากินได้สบายหลายประตู แต่เช้าตรู่รีบเข้าไปเห็นได้การ
คิดรวมรอมพร้อมเสร็จพอเจ็ดทุ่ม ให้ประชุมไพร่นายฝ่ายทหาร
จะรีบยกขึ้นไปให้ได้การ ชิงเอาด่านท้ายเขาเจ้าประจัน
หอสามยามรีบตามให้ถึงฝั่ง ไปพร้อมทั้งพวกพหลพลขันธ์
ทุกหมู่หมวดตรวจไพร่ไปให้ทัน ตามกูบัญชาสั่งอย่างคดี
แม้นกองไหนไม่ทันอย่างบังคับ ผู้ตรวจจับขังไว้อย่าให้หนี
เอาตัวส่งไปพลันด้วยทันที แทงบาญชีบอกขาดราชการ ฯ
๏ ฝ่ายท่านท้าวอิศโรเมืองโกสัย จึงจัดให้พวกพหลพลทหาร
เอาเรือไปห้าลำประจำการ แล้วเขียนสารส่งให้เร่งไปมา
บอกให้ทั่วทุกทิศมิตรสหาย เชิญผันผายการด่วนจวนนักหนา
ให้เร่งรีบยกพลพหลมา ที่ลังกาช่วยศึกอย่างตรึกตรอง
พอเช้าตรู่รีบไปอย่าได้หยุด จงเร่งรุดไปให้ทันผันผยอง
เป็นการด่วนเร่งไปดั่งใจปอง ขุนนางรองลงไปเห็นนายเรือ
บาทหลวงจึ่งชวนกษัตริย์ว่าบัดนี้ ฤกษ์ก็ดีลมส่งตรงไปเหนือ
เร่งขันช่อชักใบที่ในเรือ แล่นไปเหนือน้ำมาถึงท่าพลัน
พร้อมพหลพลถ้วนกระบวนทัพ ขึ้นไปยับยั้งอยู่ก่อนค่อยผ่อนผัน
จะถอยทัพกลับไปเขาเจ้าประจัน อย่าให้ทันรุ่งรางสว่างตา
แกชวนพระมังคลานราราช กับสามนาถหน่อไทไวไวหวา
ทั่งสองท้าวเจ้าประเทศเขตชวา ให้ไคลคลารีบเดินดำเนินพล ฯ
๏ พระมังคลาพามิ่งมเหสี แล้วจรลีขึ้นรถาพาพหล
กับสามหน่อนฤเบศเกศสกล ทรงม้าต้นตามกันเป็นหลั่นไป
บาทหลวงขึ้นรถฝรั่งไปข้างหน้า ท้าวรายาอิศโรท้าวโกสัย
ทั้งสององค์ทรงรถาเร่งคลาไคล อาชาไนยชักรถบทจร
จันทร์กระจ่างกลางเวหาเวลาดึก แลพิลึกแสงระยับจับสิงขร
น้ำค้างพรมลมระบายกระจายจร หอมเกสรเสาวคนธ์ริมหนทาง
ดอกคัดเค้าสายหยุดพุทธชาติ ระดาดาษราวกับไม้ในกระถาง
พิกุลแก้วแถวทับทิมริมหนทาง ต้นสล้างดอกผลหล่นกระจาย
กรรณิการ์กาหลงประยงค์แย้ม มะสังแซมโศกพะยอมหอมไม่หาย
กระทุ่มกระถินกลิ่นเกสรขจรจาย ประยงค์รายช่อระย้าบนหน้าเนิน
กระต่ายกระเต็นเล่นโลดกระโดดโผน บ้างวิ่งโจนตามลำเนาภูเขาเขิน
เสือคะนองร้องร้ายริมชายเนิน กระทิงเดินหากินในถิ่นไพร
ดึกสงัดผีคะนองรองกระหึม เสียงพึมพำริมทางหว่างไศล
ทั้งโป่งป่ากู่ก้องคะนองใน ร่ำพิไรครึมครางพลางตะโกน
โขมดดงส่งเสียงสำเนียงแจ้ว วิเวกแว่ววิ่งเต้นบ้างเผ่นโผน
ที่เนื้อตัวหัวไหม้เป็นไฟโชน บ้างห้อยโหนกิ่งยางร้องครางครวญ
จังหรีดหริ่งกิ่งไทรเรไรร้อง เสียงแซ่ซ้องเย็นใจฤทัยหวน
ระหริ่งแรแม่ม่ายลองไนครวญ เวลาจวนแสงทองส่องเมฆา
กระเรียนร้องก้องดงพลางส่งเสียง มยูรเรียงขันก้องห้องเวหา
เสียงดุเหว่าเร้าเร่งพระสุริยา สกุณาร้องเรียกกันเพรียกรัง
ไก่กระชั้นขันเอกวิเวกแว่ว ดังปี่แก้วดนตรีดีดสีสังข์
เสียงหึ่งหึ่งผึ้งรวงเฝ้าหวงรัง เสนาะดังบินเคล้าเสาวคนธ์
ประจุสมัยเกือบจะใกล้อรุณรุ่ง น้ำค้างฟุ้งเปียกชุ่มทุกขุมขน
ถึงชะวากปากไพรทั้งไพร่พล พักพหลที่ในเขาลำเนาเนิน
พระจันทร์อับลับดวงล่วงลีลาศ ภาณุมาศส่องฟ้าเวหาเหิน
ไขแสงทองส่องสว่างกระจ่างเนิน วิหคเหินบินออกมานอกรัง
บ้างโผผินบินถลาไปหาเหยื่อ ทั้งนกเนื้อจากถิ่นถวิลหวัง
พักพหลพลนิกรอ่อนกำลัง ให้นอนนั่งกินอยู่ทุกผู้คน
แล้วให้ยกพลไพร่เข้าในเขา ตามลำเนาแถวทางมากลางหน
ถึงตึกตั้งหลังใหญ่มีไกกล มีถนนแถวทางกลางอรัญ
แต่คราวครั้งลังกาวัณฬาราช ล่วงลีลาศจากวังนรังสรรค์
มาตั้งวังอยู่ที่เขาเจ้าประจัน ถัดไปนั่นเขาพยนต์มีหนทาง
เมื่อคราวครั้งพระอภัยเอาไฟเผา พากันเข้าอยู่นี่คุ้มผีสาง
เขาเป่าปี่ไพร่พลตามหนทาง หลับอยู่กลางเขาเขินเนินคิรี
แต่แม่มึงถือตราพระราหู เข้าต่อสู้เขาไม่ได้ต้องไพล่หนี
จนไปได้อีรำภาสุลาลี กับทั้งอียุพาชาวป่าดง
พอได้กินดินถนันเพราะมันหนี ขึ้นพาชีด้นไปในไพรระหง
แกเล่าเรื่องมรรคาในป่าดง ให้พวกวงศ์รู้เรื่องเบื้องบุราณ ฯ
๏ แล้วพาไปชมเขาลำเนาผา ล้วนศิลาต่างต่างอย่างประสาน
บ้างเงื้อมโงกโตรกตรอกเป็นซอกธาร ห้วยละหานเหวผาคูหาบรรพ์
ที่ซับซ้อนก้อนหินกระสินธุ์เซาะ สีจำเพาะเขียวแดงดั่งแกล้งสรรค์
เหมือนระบายหลายอย่างต่างต่างกัน เป็นหน้าบันเงื้อมผาศิลาแลง
มีหินย้อยห้อยระย้าดั่งอัจกลับ ที่ขาววับแลวามอร่ามแสง
พฤกษาชาติดาษดงประยงคุ์แดง ทั้งจิกแจงกร่างไกรไทรพะยอม
ประดู่ดอกออกระย้าผกามาศ มะตูมมะตาดเกดกระถิ่นส่งกลิ่นหอม
มะขวาดขวิดติดต้นล้วนผลงอม ทั้งกิ่งค้อมพอปลิดน่าติดใจ
ทั้งม่วงปรางรางสาดหล่นกลาดกลุ้ม กระทิงกระทุ่มกรวยกร่างต้นหางไหล
เสลาสล้างยางยูงพะยอมไพร แลไสวสูงสล้างนางตะเคียน
ระรื่นร่มลมเชยรำเพยพัด ปักษาสัตว์ต่างต่างเหมือนอย่างเขียน
กระสาจับกิ่งสนบินวนเวียน ฝูงกระเรียนจับรังร้องวังเวง
สาลิกาจับพลอดบนยอดแก้ว เสียงเจื้อยแจ้วฟังเพราะดูเหมาะเหมง
ฝูงโนรีจับพุมเรียงเสียงวังเวง ราวกับเพลงซอสีปี่ชวา
เค้าโมงเมียงจับมองบนกิ่งโมก ต้นอุโลกนกกะลางร้องครางหา
นกขมิ้นจับแมงเม่าเขาชวา ฝูงไก่ฟ้าจับแฟบแล้วแอบตัว
ชะนีน้อยห้อยโหนบนพฤกษา เห็นสุริยานึกสำเหนียกร้องเรียกผัว
เหนี่ยวกิ่งไม้ห้อยโหนแล้วโยนตัว เห็นคนกลัววิ่งวนเที่ยวซนซอน
ฝูงมฤคถึกเถื่อนวิ่งเกลื่อนกลุ้ม แอบสุมทุมวนวิ่งตามสิงขร
ทั้งเนื้อถึกมฤคาบนป่าดอน เที่ยวสัญจรหากินบนถิ่นไพร
ฝูงลิงค่างครางครึ้มกระหึ่มเสียง พยัคฆ์เมียงจับฟัดจนตัดษัย
ก็กินเล่นเป็นอาหารสำราญใจ อยู่ที่ในเขาเขินเนินอรัญ ฯ
๏ บาทหลวงพาเที่ยวดูในคูหา แต่บรรดาไพร่นายต่างผายผัน
เข้าถ้ำเหวห้วยละหานสำราญครัน ที่น้ำดั้นขึ้นมากลางหว่างคิรี
กระแสสายปรายปรอยดั่งฝอยฝน ลมวังวนไหลไปในวิถี
ที่ปากปล่องช่องคูหาหน้าคีรี ศิลาสีต่างต่างเหมือนอย่างทำ
ที่เป็นพูดูย้อยห้อยระย้า ล้วนศิลาเหมือนระบายเป็นลายขำ
ที่สีเหลืองเรืองรองดั่งทองคำ ที่แดงก่ำเขียวม่วงดูร่วงราย
อันถ้ำเหวเปลวปล่องเป็นช่องเงื้อม บ้างลายเลื่อมต่างต่างสว่างฉาย
ครั้นต้องแสงสุริยาศิลาลาย ตูพรอยพรายพราวพร่างกระจ่างตา
ที่เชิงเขาข้าวสาลีก็มีมาก ตามชะวากริมทางที่ข้างผา
มีลำธารน้ำใสไหลลงมา ล้วนเต่าปลาปูหอยขึ้นลอยวน
กระจับจอกดอกเกลื่อนบัวเผื่อนผัน สัตตบรรณบัวแดงทุกแห่งหน
แพงพวยทอดยอดสล้างที่กลางวน กออุบลบานงามอร่ามเรือง
ที่ชายหาดดาษดาผกามาศ บุปผชาติบานงามอร่ามเหลือง
ต้นอังกาบกุหลาบเทศทั้งเกดเมือง อร่ามเรืองเกสรขจรจาย
ทั้งชงโคคัดเค้าดอกสาวหยุด ครั้นสายสุดหมดกลิ่นหอมสิ้นหาย
โยทะกากาหลงประยงคุ์ราย ขจรจายราวกับปรุงฟุ้งขจร
กรรณิการ์การะเกดหอมตลบ ละอองอบรสรินกลิ่นเกสร
สุราลัยไขช่ออรชร หอมขจรที่ในเขาลำเนาเนิน ฯ
๏ บาทหลวงสั่งแต่บรรดาโยธาหาญ ให้เตรียมการตามลำเนาภูเขาเขิน
ตั้งค่ายคูปิดระหว่างหนทางเดิน ที่หน้าเนินตั้งหอรบประจบกัน
บาทหลวงเฒ่าเจ้าตำราขึ้นอาศัย บนตึกใหญ่วายร้อนคิดผ่อนผัน
กับมังคลาสานุศิษย์ที่ติดพัน อยู่ด้วยกันสามโอรสยศยง
กับสองท้าวพ่อตาที่มาด้วย เป็นผู้ช่วยตรองความตามประสงค์
คิดจะซ้อมพวกทหารชาญณรงค์ แล้วเขียนธงอาญาสิทธิ์ให้ปิดตรา
พระราหูคู่นครเหมือนก่อนเก่า ผิดพวกเราจับมัดตัดเกศา
ให้ตั้งค่ายรายเรียงเคียงกันมา ตามเชิงผาล้อมรอบขอบคิริน
บาทหลวงชมปัญญาว่าเจ้าแขก เองคิดแยกเหมือนอย่างจิตกูคิดถวิล
ช่วยตรองการผลาญศัตรูกู้แผ่นดิน ประเทศถิ่นสิงหลไม่พ้นมือ
มิเสียที่ดีแล้วหวาที่ตาคิด มันเหมาะจิตถูกตำหรับกูนับถือ
อันการงานสารพัดเร่งหัดปรือ กระนี้หรือน่าชมสมปรองดอง
ช่วยเจ็บร้อนกับลูกเขยไม่เลยละ จริงจริงวะขอบคุณการุญสนอง
แม้นเสร็จศึกนึกไว้ดั่งใจปอง จะฉลองคุณมึงให้ถึงดี
ทั้งลูกสาวชาวแม่จะแก้ไข กูจะให้เป็นพระมเหสี
ถึงแม้นอ้ายมังคลามิปรานี กูจะตีด้วยกระบองเหล็กสองตึง
อย่าปรารมภ์ไปเลยหวาอีตาเฒ่า แต่ลูกเราให้มันดีอย่าขี้หึง
เฮ้ยอ้ายท้าวเจ้าโกสัยใจของมึง จะคิดซึ่งการงานสถานใด
จะขอชมคมคายเป็นชายชาติ เปิดฉลาดออกมาแจ้งแถลงไข
กูจะขอชมปัญญาเร่งว่าไป ที่จะได้ช่วยเขยอย่าเฉยเชือน
เร่งคิดอ่านการศึกอย่านึกหมาย การอุบายตรองไปให้ได้เหมือน
เองก็เป็นพ่อแม่อย่างแชเชือน ได้เป็นเพื่อนคิดอ่านการสงคราม ฯ
๏ ท้าวโกสัยได้ฟังสังฆราช แกเกรี้ยวกราดซักไซ้พิไรถาม
จึ่งตอบเรื่องราวไปเป็นใจความ แล้วว่าตามแต่ละท่านจะบัญชา
ให้ต่อสู้ผู้ใดมิได้คิด ถึงชีวิตชีวังจะสังขาร์
แต่ขอให้เที่ยงธรรม์ดั่งสัญญา ไม่พูดจากล่าวคำเป็นสำนวน
ข้าพเจ้าเล่าก็มาช่วยรบรับ ในการทัพการค่ายคิดไต่สวน
มิใช่จะกล่าวคำทำกระบวน ให้ไปชวนพวกมาช่วยราวี
แม้นพร้อมกันวันไรจะได้ยก ไปทัพบกทัพหน้าแม้นล่าหนี
ให้เจ้าคุณลงลงอาญาถึงฆ่าตี ตามแต่ที่สานุโทษจะโปรดปราน ฯ
๏ บาทหลวงฟังยินดีเป็นที่ยิ่ง มันพูดจริงมั่นแม่นเป็นแก่นสาร
จึ่งว่าเอ็งกล่าวไว้เห็นได้การ ควรสมานรักกันจนวันตาย
มิเสียทีที่เป็นพ่อหวาออท้าว มึงว่ากล่าวท่วงทีดีใจหาย
จำจะคิดแยบยลกลอุบาย จะทำลายล้างทมิฬให้สิ้นปราณ ฯ
๏ จะกล่าวถึงเรือใช้ที่ไปหา แต่บรรดาทุกเขตประเทศสถาน
กับเมืองขึ้นโกสัยอันชัยชาญ เอาเรื่องสารส่งไปให้แล้วไคลคลา
ที่ในเรื่อราชการเป็นการร้อน ทั่วนครแจ้งกิจทุกทิศา
เร่งจัดแจงกองทัพกับเภตรา ตามกันมาทุกนครไม่นอนใจ
เมืองวะหลำสำปาละตะนะตาหนา ยะระยะลาไกโรโพพิสัย
เมืองสวิตปัตหราสุราลัย โรมวิสัยบิตุเกดเจตพัง
แต่เมืองขึ้นน้อยน้อยสักร้อยเศษ ต่างประเทศนครินทร์เมืองจีนตั๋ง
เกณฑ์พหลพลมาดาประดัง แล่นสะพรั่งเภตราในสาคร ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายในลังกาอาณาเขต ครั้นแจ้งเหตุว่าไปตั้งหว่างสิงขร
ในวงเขาเจ้าประจันใกล้สันดอน จะตีต้อนหักเอาเป็นเขาวง
แล้วจำเพาะเข้าไปได้เป็นช่อง จะขึ้นล่องเขานั้นชันระหง
แล้วก็เป็นคูรอบเป็นขอบวง จะขึ้นลงยากใจหลายประการ ฯ
๏ ป่างพระศรีสุวรรณวงศ์ดำรงภพ เธอปรารภปรึกษาบรรดาหลาน
จะกำจัดศัตรูพวกหมู่พาล ต้องคิดอ่านล่อลวงดูท่วงที
ใครจะเห็นเป็นอย่างไรไฉนมั่ง มันมาตั้งปิดทางหว่างวิถี
จะตัดรอนศึกใหญ่ฉันใดดี จึ่งจะมีชัยได้ดั่งใจปอง ฯ
๏ สินสมุทรวุฒิไกรสงสัยนัก จึงถามซักพวกฝรั่งสิ้นทั้งผอง
แต่บรรดามาประมูลทูลละออง ว่าทางช่องเชิงเขาเจ้าประจัน
จำเพาะไปได้แต่เท่านั้นหรือ สิ้นฝีมือพลนิกรจะผ่อนผัน
หรือจะอ้อมไปในทางหว่างอรัญ หนทางนั้นสักกี่แห่งจงแจ้งความ ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งทั้งสิ้นได้ยินตรัส แจ้งรหัสโดยยังรับสั่งถาม
จึ่งกราบทูลที่พระองค์ประสงค์ความ ครั้นเมื่อตามนางพระยาเธอคลาไคล
ทางเข้าออกนั้นมีอยู่สี่แห่ง มันจัดแจงปิดทางหว่างไคล
แล้วตั้งช่องกองตระเวนเกณฑ์กันไป เอาปืนใหญ่จุกช่องคอยป้องกัน
แล้วตั้งค่ายรายทางตามหว่างเขา จะคิดเข้ายากจริงทุกสิ่งสรรพ์
แม้นได้ไปบนทางกลางอรัญ คิดผ่อนผันข้ามเขาลำเนาเนิน
นั้นแหละจะเข้าได้ในจังหวัด ถ้าแม้นตัดลำเนาภูเขาเขิน
ให้ขาดสิ้นพังตลอดถึงยอดเนิน เป็นทางเดินเข้าไปเห็นได้การ ฯ
๏ ป่างพระองค์ผู้ดำรงรมจักร ทั้งหลานรักมุลนายฝ่ายทหาร
พร้อมทั้งพวกโหราพฤฒาจารย์ ปรึกษาการข้างอุบายคิดถ่ายเท
แล้วถามท่านจักราพฤฒาเฒ่า ครั้งนี้เราใคร่ครวญจะหวนเห
สถานใดใจท่านครูดูคะเน จะถ่ายเทตรองการสถานใด ฯ
๏ ฝ่ายท่านครูผู้ประสิทธิ์ฤทธิเวท จึ่งสังเกตโดยวิธีคัมภีร์ไสย
ทางทิศาปาโมกข์โลกนัย แล้วทูลไทเจ้าจังหวัดปัถพิน
พิเคราะห์ดูในตำรามหายุค จะรบรุกยังสมอารมณ์ถวิล
จำจะต้องทำวิชากู้ธานินทร์ ทางกสิณอาโปมโหฬาร
แล้วจึ่งสั่งพาราพวกวาโหม ขึ้นโพยมเมฆาเวหาหาญ
เอาแหลนหลาวง้าวหินบินทะยาน เข้าต่อต้านรุกรุดยุทธยา
แต่เดี๋ยวนี้จำเพาะพระเคราะห์ร้าย จะอุบายไม่สมมาดปรารถนา
ต่อข้างขึ้นเดินสี่ปีระกา ให้โหรามาประมวลใคร่ครวญดู ฯ
๏ ป่างพระจอมธิบดินทร์สินสมุทร ทั้งพระสุดสาครนึกอ่อนหู
จึ่งตรัสเรียกโหราบรรดาครู ให้มาดูทำนายร้ายแลดี
โหรารับขับไล่ในพระเคราะห์ เสาร์จำเพาะร่วมจักรราศี
ถึงจันเทาเข้าร้ายมาหลายปี ต่อเดือนสี่จึ่งจะคลายในตำรา
ทั้งราหูอยู่เมษเข้าทับลัคน์ โหราทักทายวันชันษา
ต่อพฤหัสถึงธนูดูตำรา พระศุกร์มาถึงลัคน์จึ่งจักคลาย
แล้วกราบทูลจอมวงศ์พงศ์กษัตริย์ ข้าคิดตัดรอนประมูลทูลถวาย
ตามตำราพยากรณ์แต่ก่อนทาย ต่อตกปลายมือดีจะมีชัย ฯ
๏ เจ็ดกษัตริย์ฟังอรรถโหราแถลง ประจักษ์แจ้งมั่นคงไม่สงสัย
จึ่งตรัสสั่งเสวกาพวกข้าไท เราตรวจไตรเตรียมการจะราญรอน
แม้นมันยกไพร่พลพหลหาญ ออกต่อต้านชานชลาหน้าสิงขร
ดูกำลังโยธาพลากร จะราญรอนหักหาญเป็นมารยา
พระสั่งเสร็จแต่บรรดาโยธาทัพ จะตั้งรับดูฤทธิ์พวกมิจฉา
คอยป้องกันด่านทางข้างคงคา เรือไปมาคอยสกัดตัดลำเลียง ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ