ตอนที่ ๑๐๐ สินสมุทรตีทัพพระบาทหลวงจนถูกยาเบื่อ

๏ บาทหลวงงกตกประหม่าให้ล่าทัพ จะย้อนกลับไปไม่ได้ดั่งใจหมาย
ให้รีบเร่งพวกพหลพลนิกาย ไปหาดทรายเต็มกลัวหนังหัวพอง
ไม่ออกจากรถฝรั่งนั่งคุดคู้ เงี่ยแต่หูฟังพหลให้หม่นหมอง
ให้หวาดไหวไปทั้งตัวหนังหัวพอง พลางก็ร้องเร่งทัพให้ขับพล
เกือบจะถึงธารท่าเภตราจอด ให้คนสอดลงไปดูหมู่พหล
ฟังเสียงปืนครื้นเครงวังเวงวน แกให้คนตัดทางแยกห่างไป
อย่าเพ่อเข้าไปประจบสมทบทัพ ฟังกิตติศัพท์เรื่องราวท้าวโกสัย
ให้เร่งทัพขับพหลสกลไกร รีบลงไปกำปั่นมิทันนาน
วิ่งเข้าไปท้ายบาหลีเห็นลี้ลับ จิตยังวับหวามหวาดไม่อาจหาญ
กลัวอ้ายพวกโยนหินทมิฬมาร จะล้างผลาญชีวิตให้คิดเกรง
มันมีปีกบินได้ในอากาศ จึ่งสามารถมารุมกันคุมเหง
แต่เดินดินมาสักหมื่นให้ครื้นเครง ที่จะเกรงกลัวณรงค์อย่าสงกา
แต่ครั้งนี้สารพัดจะขัดข้อง ทั้งพวกพ้องคนชิดทั้งศิษย์หา
มาแข็งขัดเคืองจิตผิดตำรา อ้ายมังคลาเล่าก็หนีเพราะอีเมีย
แม้นกูได้ลังกาจะผ่าอก เอาใส่ครกสับคั่วเช่นตั้วเหีย
ถึงอ้ายผัวจะมาง้อขออีเมีย จะเมินเสียไม่ขอแลทำแชเชือน
แต่ตัวมันเพราะเป็นศิษย์สนิทสนอง หาไม่จะต้องทารกรรมทำให้เหมือน
มันมาพูดตอแหลทำแชเชือน เที่ยวบิดเบือนทิ้งกูผู้อาจารย์
แล้วหวนฮึกนึกมานะพระคงช่วย อย่าให้ม้วยชีวังสิ้นสังขาร
เราก็ซื่อถือศีลพระวิญญาณ ที่ในการศาสนาคงถาวร
แล้วจึ่งสวดคาถาข้างฝาหรั่ง ตั้งแต่ครั้งพระเยซูเป็นผู้สอน
ขอให้สมปรารถนาดั่งอาวรณ์ การนครสิงหลอย่าพ้นมือ
จะได้ตั้งศาสนาให้ผาสุก บรรเทาทุกข์เหมือนแต่ครั้งฝรั่งถือ
ทั้งไพร่บ้านพลเมืองได้เลื่องลือ จะไว้ชื่อเสียงเราเข้าในวงศ์
แกตรองตรึกนึกไปใจละห้อย จนบ่ายคล้อยลับไม้ไพรระหง
แล้วเรียกคนมีชื่อที่ซื่อตรง เองเอาธงโบกแม่ทัพให้กลับมา ฯ
๏ ฝ่ายคนใช้รีบไปยังกองทัพ นั่งคำนับบอกไปว่าให้หา
พระสังฆราชแม่ทัพเธอกลับมา อยู่เภตราลำใหญ่รีบไปพลัน
ท้าวโกสัยไต่ถามเป็นความลับ ทำไมกลับมาก่อนคิดผ่อนผัน
จงให้เลิกพลไกรไปด้วยกัน หรือจะมั่นอยู่อย่างไรไปแต่เรา
คนที่มาว่าไปแต่ตัวท่าน จะตั้งมั่นยับยั้งคอยฟังเขา
แต่ตัวท่านสั่งให้ไปกับเรา อย่าเพ่อเอากองทัพถอยกลับไป
สั่งให้ตรวจตรากันมั่นอยู่นี่ ต่อพรุ่งนี้จึ่งมาที่อาศัย
พวกที่อยู่ยับยั้งระวังภัย เราจะไปฟังท่านผู้บัญชา
ครั้นสั่งเสร็จรีบมาหาบาทหลวง เห็นนั่งง่วงผินหลังเข้าข้างฝา
จึงเข้าไปไต่ถามตามสงกา เจ้าคุณมาราชการสถานใด ฯ
๏ บาทหลวงว่าฮ้าเฮ้ยออศิษย์หา กูรบราพวกพหลทนไม่ไหว
เอาน้ำมันกรดสาดฟาดเข้าไป พวกทัพไทยแตกย่นไม่ทนทาน
พากันแตกกลับไปเข้าในด่าน ฝ่ายทหารพวกเราตามเผาผลาญ
พอฝนตกหนาวล้นเหลือทนทาน จะหักหาญเข้าไปก็ใช่ที
จึงถอยทัพกลับมาตั้งอยู่ตีนเขา ครั้นรุ่งเช้ามืดมัวทั่ววิถี
ยังมีพวกโจรป่ามาราวี แต่มันมีปีกหางมาทางบน
เอาก้อนหินศิลาลงมาขว้าง โดยนภางค์เมฆาเวหาหน
ถูกทหารล้มตายถึงวายชนม์ ไม่รู้กลตายกลาดดาษดา
จะย้อนทัพกลับหลังมันตั้งมั่น อยู่เขตคันกักทางไว้ข้างขวา
เหลือกำลังพวกพหลพลโยธา เพราะมันมาบนอากาศประหลาดใจ
ต้องล่าทัพกลับมาเภตราก่อน คิดผันผ่อนดูแลได้แก้ไข
เองจะช่วยคิดอ่านสถานใด จงว่าไปให้กระจ่างในทางความ ฯ
๏ ท้าวโกสัยได้ฟังสังฆราช แกตั้งคาดคั้นขู่กระทู้ถาม
เป็นจนใจไม่รู้แห่งจะแจ้งความ แกซักถามว่ากระไรจึงให้การ
ท้าวโกสัยไหวปัญญาปรีชาฉลาด ดูสังฆราชวุ่นวายหลายสถาน
จำจะแก้แผลคันในสันดาน ฟังอาการกิริยาแล้วว่าวอน
ว่าข้าแต่ท่านครูผู้แม่ทัพ จะบังคับก็จะฟังท่านสั่งสอน
ไม่หลบลี้หนีแชท่าแง่งอน คงผันผ่อนตามท่านผู้บัญชา ฯ
๏ บาทหลวงยิ้มอิ่มใจค่อยวายทุกข์ เขาขยุกเข้าที่คันก็หรรษา
แกตบมือดีหนออ้ายพ่อตา มีปัญญาดีจริงยิ่งบุคคล
เออเช่นนี้จึ่งจะว่าพระยาเอก ควรจะเสกให้เป็นเจ้าชาวสิงหล
มึงอย่าได้นึกแหนงระแวงวน คงได้ผลได้ประโยชน์จะโปรดมึง
เอาให้ได้ชั้นฟ้าสุธาทิพย์ ที่ลอยลิบอย่าพะวงส่งให้ถึง
ขอแต่เพียงสัตย์ซื่ออย่าดื้อดึง กูกับมึงร่วมจิตชีวิตเดียว
ท้าวโกสัยคำนับรับธุระ แกร้องฮะมึงก็ปราชญ์ฉลาดเฉลียว
เออเช่นนี้ดีครันขยันเจียว ไม่บิดเบี้ยวถือมั่นเหมือนสัญญา
นี่แน่เฮ้ยแยบคายอุบายนี้ เห็นคงที่จริงแท้แน่แล้วหวา
กูจะคิดบำรุงจะหุงยา ให้นิทราหลับใหลคงได้การ
เข้าเหนือลมระดมเป่าเข้าให้พร้อม แล้วจึ่งอ้อมใช้พหลพลทหาร
เข้าตัดตีหลังค่ายคงได้การ อย่านิ่งนานมาไปปรุงคิดหุงยา
แกจัดเครื่องเบื่อเมาทำเตาเสร็จ กลเม็ดหลายหลากมากนักหนา
แล้วสุมให้เป็นเถ้าเคล้าสุรา ตามตำราใส่กล้องเป่าลองดู
คนในลำกำปั่นถูกควันง่วง เข้าจับดวงจิตออกกระบอกหู
ให้หาวนอนอ่อนเหมือนว่าตำราครู ลงง่วงอยู่กับถิ่นสิ้นกำลัง
จะแก้ได้ก็แต่หวานน้ำตาลสด เอากลิ่นรสหยอดเข้าไปเหมือนใจหวัง
นั่นแหละจึ่งจะหายคลายประทัง แกจึ่งสั่งให้แก้พวกแน่ไป
ฝรั่งเอาน้ำตาลที่หวานจัด เอาน้ำหยัดหยดลงไม่สงสัย
พวกที่เมาถูกน้ำตาลหวานเข้าไป ก็หายในประเดี๋ยวนั้นดั่งบัญชา ฯ
๏ บาทหลวงเห็นยินดีเป็นที่ยิ่ง คงสมสิ่งมุ่งมาดปรารถนา
จึ่งว่าในเกาะประเทศเขตลังกา อยู่ในฝ่ามือแล้วไม่แคล้วเลย
แต่ป่างก่อนช่างกระไรมิได้คิด ช่างมืดมิดบังเงาแม่เจ้าเอ๋ย
เอออ้ายท้าวโกสัยกระไรเลย บุญเอ็งเคยได้บำรุงซึ่งกรุงไกร
เผอิญกูตรึกตรองเห็นช่องแล้ว สว่างแผ้วราวกับเขียนวิเชียรใส
ที่ทุกข์ร้อนก่อนเก่าบรรเทาใจ เองเร่งไปตรวจดูหมู่นิกร
ทหารรบเรือแพจงแก้ไข ให้พร้อมไว้ตามหมู่เช่นกูสอน
ค่ำพร่งนี้จะได้ตีด่านนคร เป็นการร้อนรีบไปดังใจจง
ท้าวโกสัยคำนับกลับไปที่ พอราตรีถึงที่ตั้งอย่างประสงค์
จึงตรวจเหล่าเกณฑ์หัดจัตุรงค์ ให้ล้อมวงนั่งยามตามอัคคี ฯ
๏ ฝ่ายบาทหลวงอิ่มใจดั่งได้แก้ว สว่างแผ้วแจ่มจำรัสรัศมี
ครั้นพลบค่ำสนธยาในราตรี แกเปรมปรีดิ์ในใจเห็นได้เมือง
เล่นอ้ายพวกประจามิตรที่คิดคด จะแทนทดกันสิหวาให้ตาเหลือง
คงสมคิดตอบแทนที่แค้นเคือง ให้ลือเลื่องมนต์กูผู้อาจารย์
พลางเข้าในท้ายบาหลีคลี่ตำรับ แล้วนั่งนับเกณฑ์ลังกามหาศาล
เห็นจะตั้งยืนยงคงอยู่นาน มาเสียการก็เพราะไทยเป็นไพรี
อันตัวกูผู้จะตั้งศาสนา ขอเทวาช่วยบำรุงซึ่งกรุงศรี
ให้ชนะศัตรูกู้บูรี อย่าให้มีกีดขวางทางประจญ
แล้วเอนอิงพิงหมอนด้วยอ่อนหิว วิเวกหวิวรวนเรระเหระหน
พลางหยิบขวดบรั้นดีที่ชั้นบน ให้หาคนพ่อครัวมาคั่วเจียว
เครื่องกับข้าวเอามาตั้งบนโต๊ะใหญ่ ทั้งเป็ดไก่หวานคาวกับข้าวเหนียว
หยิบสุรามารินกินคนเดียว เครื่องคั่วเจียวเป็ดแกล้มหมูแนมญวน
กินจนเมาหาวเรอกะเพ้อกะพก ความวิตกไม่รู้สิ้นถวิลหวน
กำลังเมาเร่าร้อนลงนอนครวญ ให้อักอ่วนอยู่ในจิตคิดคะนึง
น้อยหรืออ้ายมังคลาสานุศิษย์ มันคบคิดหนีกูรู้ไม่ถึง
ประมาทหมิ่นลิ้นพาลสันดานดึง ใช่จะพึ่งบุญญาบารมี
แล้วหวนฮึกนึกมานะพระเจ้าขา ขอให้ข้าสิ้นทุกข์เป็นสุขี
จะไปปราบศัตรูหมู่ไพรี อย่าให้มีแค้นเข็ญจงเย็นใจ
แล้วลุกจากเก้าอี้เดินชี้นิ้ว ให้หวิวหวิวหวั่นจิตคิดสงสัย
กลัวอ้ายพวกทิ้งศิลาระอาใจ แกจึ่งให้ขี่รถหมดด้วยกัน
แล้วขึ้นบกยกถ้วนโยธาหาญ ไปต้านทานต่อแย้งให้แข็งขัน
พลางหยิบขวดยาสะกดหมดด้วยกัน แล้วผายผันขึ้นรถหมดทุกคน
พลางเดินทัพขับม้าเข้าหน้าค่าย ท้าวโกสัยออกมารับอยู่สับสน
เชิญบาทหลวงเข้าในห้องอยู่สองคน แล้วคิดกลที่จะรับกองทัพไทย
บาทหลวงว่าอย่าสลดจงอตส่าห์ แม้นลมมาเป่าสำทับคงหลับใหล
ในคราวนี้รอดตัวอย่ากลัวใคร เอาให้ได้เมืองด่านชานบุรี
จะออกรบดูลมเร่งสมทบ อย่าหลีกหลบเร่งรับดั่งทัพผี
แม้นเพลี่ยงพล้ำซ้ำเติมให้เต็มที ชิงบุรีให้กระทั่งถึงลังกา ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์พงศ์นรินทร์สินสมุทร กับราชบุตรวายุพัฒน์ให้จัดหา
พวกพหลคนดีมีวิชา เห็นทัพซาหยุดไปเป็นหลายวัน
จงเร่งไปสืบข่าวเหล่าฝรั่ง ไปคอยฟังดีร้ายเร่งผายผัน
การอุบายหลายหลากมันมากครัน ไปให้ทันค่ำวันนี้ที่ชุมนุม ฯ
๏ ฝ่ายพวกพลนายทัพรับอาสา รีบออกมาแต่งตัวแล้วมั่วสุม
ได้เพื่อนกันหกนายไปชุมนุม แอบสุมทุมภาวนามหามนต์
แล้วแฝงกายรายฟังกิตติศัพท์ แม้นตรวจทัพแจกหมวกพวกพหล
กับยาเมาที่จะเป่าทั่วทุกคน ให้ไพร่พลเตรียมตัวทั่วทุกกอง
พวกนายหมวดตรวจพหลพลรบ มาสมทบเร่งกันผันผยอง
เสนานายฝ่ายฝรั่งให้ตั้งกอง เป็นสิบสองทัพประจบครบกระบวน
แล้วสั่งกันวันพรุ่งนี้จะกรีทัพ ไปตั้งรับคอยระดมเมื่อลมหวน
จะเป่ายาเข้าไปในกระบวน แล้วจึ่งสวนเข้าไปไล่ประจญ
พวกมันเมาเอาไฟเข้าไล่จุด ตีให้หลุดแหกเข้าด่านชานสิงหล
พวกที่ไปสืบดูรู้ทุกคน ที่ในกลข้าศึกมันตรึกตรอง
แล้วชวนกันรีบออกมานอกค่าย ต่างเรียงรายเข้าประมูลทูลฉลอง
ตามที่ได้รู้ความตามทำนอง มันตรึกตรองยาเมาจะเป่าควัน ฯ
๏ ป่างพระจอมนฤบาลชาญสนาม ครั้นทราบความสั่งพหลพลขันธ์
ให้ปลูกเป็นหอรบขึ้นครบครัน อย่าให้ทันรุ่งรางสว่างตา
เอาผ้าขาวยาวใหญ่ทำใบขึง เอาสายตรึงโยนแขวนไว้แน่นหนา
คอยบังลมโบกปัดจะพัดมา กับพิษยาโบกไปให้ไกลคน
แล้วสั่งให้ขนน้ำมาตั้งไว้ ใส่โอ่งไหถ้วนทั่วตัวพหล
เอาฝาปิดรายรอบไว้ชอบกล สำหรับคนล้างตัวที่มัวเมา
ครั้นเสร็จสรรพขับพหลพลรบ ประจำครบชักสายบนปลายเสา
คอยหันกลับรับล่างอย่างสำเภา เมื่อลมเป่าจะได้ปัดพัดกระพือ
คอยระวังนั่งรอบตามขอบค่าย เกณฑ์พวกไพร่อย่าให้หลับจับสายถือ
แล้วจัดพวกคนดีมีฝีมือ ให้นั่งถือแหลนหลาวทั้งง้าวทวน ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายท่านครูผู้วิเศษ ไหว้เทเวศร์วัชรินทร์พระอินทร์ศวร
เข้าพิธีพลีกรรมตามกระบวน คำรบถ้วนตามตำรับฉบับครู
มหาเมฆตั้งมาบนอากาศ สุนีบาตเปรี้ยงลั่นสนั่นหู
พิรุณโรยโปรยปรอยเป็นฝอยฟู เสียงอู้อู้ลมแดงดั่งแสงเพลิง
จวนจะรุ่งสุริยาบนอากาศ แต่ฝนสาดจานเจือจนเหลือเหลิง
จนรุ่งฉายสายกระสินธุ์ไม่สิ้นเชิง เป็นน้ำเจิ่งท่วมนองท้องสุธา ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายสังฆราชพระบาทหลวง ครั้นเห็นดวงสุริยนบนเวหา
ให้เตรียมพวกพลไกรจะไคลคลา จัดหยูกยาเครื่องสะกดหมดทุกคน
จะยกออกต่อสู้หมู่ข้าศึก ต่างเหิมฮึกแต่เห็นยังกำลังฝน
จะคิดเป่ายาเบื่อยังเหลือทน เพราะว่าฝนยังไม่หยุดสุดอาวรณ์
จะทำการไม่ถนัดยังขัดข้อง ฟ้ายังร้องก้องดังฝั่งสิงขร
คอยฝนหายจะขยายพลากร กลับเข้านอนอยู่ห้องมองตำรา
จนบ่ายแสงทินกรอาวรณ์หวัง ไม่สมดั่งมุ่งมาดปรารถนา
ฤดูนี้ใช่ฝนจนปัญญา ไยจึงมาตกพรำจนย่ำเย็น
เห็นผิดเพศเหตุไรไฉนหนอ มาเกิดก่อเย็นฉ่ำจะทำเข็ญ
หรือว่าพระวิญญาณบันดาลเป็น คิดไม่เห็นครั้งนี้ที่มีมา
ขอองค์พระเยซูมาชูช่วย ให้รื่นรวยสมมาดปรารถนา
จะได้ปราบพวกไทยในลังกา ศาสนาเราจะกู้ให้อยู่เย็น
จับอ้ายพวกประจามิตรที่คิดคด มาแทนทดเพราะแสนที่แค้นเข็ญ
จงบันดาลการร้อนให้ฝอนเย็น การที่เป็นฝนปรายให้หายไป ฯ
๏ ฝ่ายท่านครูจักราพฤฒาเฒ่า ก็ตั้งเข้าอ่านเวทข้างเพทไสย
พลกรรมร่ำภาวนาไป ฝนมิได้ขาดเม็ดถึงเจ็ดวัน
ด้วยมนต์ดลคาถาวิชาขลัง เป็นน้ำขังทั่วไปทั้งไอศวรรย์
แล้วเกิดเป็นลมกล้าสลาตัน ทั้งป่วนปั่นในนภางค์กลางทะเล
กำปั่นรบเรียงรายอยู่ชายหาด สมอขาดปะกันบ้างหันเห
คลื่นกระแทกกระทบไหวดั่งไกวเปล คนก็เซซบเมาอดข้าวปลา
พวกต่างเมืองแต่บรรดาที่มาช่วย ก็เจ็บป่วยหลายหลากมากนักหนา
ก็อ่อนจิตคิดจะกลับไปพารา จึงปรึกษาหมื่นขุนพวกมุลนาย ฯ
๏ ท้าววะลำสำปันหนาชวาฉวี จึ่งให้มีหนังสือไปให้สหาย
ว่าผู้คนป่วยไข้ไม่สบาย ทั้งล้มตายเสียก็มากได้ยากเย็น
แล้วเดี๋ยวนี้ฝนฟ้าก็สาหัส คลื่นก็จัดยากแค้นถึงแสนเข็ญ
ทั้งอดน้ำอดข้าวทั้งเช้าเย็น ทหารเป็นเหน็บตายเสียหลายพัน
พอเขียนเสร็จสั่งให้คนไปบนบก ตามวิตกเย็นร้อนคิดผ่อนผัน
พวกคนใช้ผู้ถือหนังสือพลัน ก็ชวนกันเข้าไปแจ้งแห่งคดี ฯ
๏ ท้าวโกสัยไต่ถามตามกระแส จึงรีบแก้ผนึกพลันตามสารศรี
ให้คนงานอ่านคำนำคดี ในสารศรีพระสหายถวายมา
ให้ทราบความตามเรื่องที่เคืองขัด มาวิบัติไพร่นายตายนักหนา
ทั้งป่วยไข้หลายพันตันอุรา เป็นเหน็บชาหลายอย่างต่างต่างกัน
จะขอลาไปรักษาทหารก่อน กลับนครกรุงไกรไอศวรรย์
พอหายเจ็บเหน็บชาสารพัน จึ่งจะผันผ่อนมาช่วยราวี
แม้นจะอยู่สู้ใครก็ไม่รอด ลงนอนทอดทับทบดั่งศพผี
ขอสหายกรุณาได้ปรานี วันพรุ่งนี้แหละจะลาท่านคลาไคล ฯ
๏ พอจบสารท้าววะลำสำปันหนา บาทหลวงมาแล้วจึ่งแจ้งแถลงไป
แกตบอกผางผางเป็นอย่างไร เสียน้ำใจแทบชีวิตจะปลิดปลง
ได้อ้ายพวกเหล่านี้เป็นที่พึ่ง เปรียบเหมือนหนึ่งพุ่มไม้ไพรระหง
พอบังแสงพระอาทิตย์ดั่งจิตจง เป็นป้อมวงโล่ดั้งกำบังกาย
จะขืนเอามันไว้ไหนจะอยู่ ด้วยคนผู้เจ็บช้ำระส่ำระสาย
เฮ้ยอ้ายท้าวโกสัยทั้งไพร่นาย กอดกันตายมึงกับกูอยู่ด้วยกัน
ชีวิตเดียวเคี่ยวขับอย่ากลับถอย ถึงคนน้อยเอาให้ได้ไอศวรรย์
มีความรู้อยู่กับตัวอย่ากลัวมัน คิดผ่อนผันกว่าจะสมอารมณ์ปอง
ท้าวโกสัยได้ฟังสังฆราช แกองอาจเหลือดีไม่มีสอง
เพราะยังไม่เคยดูรู้ทำนอง ก็จำต้องส่งท้ายเหมือนพายเรือ
บาทหลวงชอบวิญญาณ์ว่ากล้าหาญ อ้ายนี่นานไปจะดีอารีเหลือ
คงจะได้ถิ่นฐานสืบว่านเครือ ไว้เป็นเชื้อสุริย์วงศ์พงศ์ประยูร ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายท้าววะลำสำปันนา ถอยเภตราล่องไปจากไอศูรย์
พายุปัดซัดไปเกาะไพฑูรย์ ข้างทิศบูรพ์แล่นมาสิบห้าวัน
ไม่พบฝั่งวังเวงวิเวกจิต สังเกตทิศมืดมัวทั่วสวรรค์
ไม่เห็นแสงสุริยาฟ้าเป็นควัน จะด้นดั้นแล่นไปก็ใช่ที
ให้ทอดลำกำปั่นทั้งพันเศษ เหลือสังเกตที่จะไปในวิถี
ให้ล้มแกะแพะบวงสรวงพลี ตามวิธีข้างชวามะลายู
แล้วก็ตีรำมะนาภาษาเขา เหมือนไหว้เจ้าสารพัดขาดแต่หมู
แล้วสวดคำตามภาษามลายู เชิญท่านผู้อารักษ์ช่วยทักทาย ฯ
๏ จะกล่าวถึงเจ้ามหิงขสิงขร อยู่ชะง่อนเขาไพฑูรย์จำรูญฉาย
อันศักดิ์สิทธิ์ฤทธิแรงสำแดงกาย ดูเป็นสายจากเขาลำเนาเนิน
สว่างช่วงร่วงรุ้งพุ่งออกจาก เชิงชะวากยอดลำเนาภูเขาเขิน
ดูรูปการคล้ายกับหุ่นรุ่นจำเริญ ลอยมาเดินอยู่ที่เสาบนเพลาใบ
แล้วร้องบอกตามภาษาชวาฉวี เองมานี่จะไปหนตำบลไหน
หรือหลงทางกลางมหาชลาลัย เร่งบอกไปกับกูให้รู้ความ ฯ
๏ ฝ่ายท่านท้าวเจ้าวะลำสำปันหนา ฟังเทวากล่าวกลอนสุนทรถาม
จึงกล่าวคำร่ำแสดงให้แจ้งความ ข้าแล่นข้ามมาแต่ฝั่งเกาะลังกา
ด้วยสหายมีสารวานไปรบ ช่วยสมทบรบพุ่งยุ่งนักหนา
บังเกิดฝนคนเจ็บเป็นเหน็บชา ต้องกลับมาคนตายลงหลายพัน
จะกลับไปบ้านเมืองเพราะเคืองเข็ญ แลไม่เห็นมืดสิ้นดินสวรรค์
ทั้งมหาสาคเรศขอบเขตคัน อาทิตย์จันทร์มิได้เห็นเป็นพิกล ฯ
๏ ฝ่ายมหิงขสิงขรเทวบุตร ก็ทราบสุดเขาแถลงแห่งนุสนธิ์
จึ่งว่าท่านอย่าไปจะวายชนม์ อันสิงหลคนเขาดีมีวิชา
ใครชิงชัยไม่ชนะคงจะแพ้ เป็นเที่ยงแท้บุญเขามากยากนักหนา
เปรียบอย่างจอมจุลจักรมีศักดา ทั้งชะตาผู้บำรุงก็รุ่งเรือง
จงกลับไปนคราให้ผาสุก อย่าไปรุกรบราให้ตาเหลือง
กลับไปอยู่ถิ่นฐานครองบ้านเมือง ไม่ได้เรื่องอย่าไปช่วยให้ป่วยการ
พลางก็ชี้แถวทางกลางกระสินธุ์ กลับไปถิ่นนคเรศประเทศสถาน
ไปทางทิศข้างอุดรผ่อนสำราญ ไม่ช้านานก็จะถึงอย่าพึงแคลง
แล้วเทวาจึ่งเหาะไปเกาะใหญ่ เมื่อลอยไปเห็นสว่างกระจ่างแสง
ครั้นถึงยอดเกาะใหญ่เหมือนไฟแดง แล้วหายแสงไปกับเขาลำเนาเนิน
พวกกำปั่นพันลำยกมือไหว้ เทพไทเจ้าเกาะเมื่อเหาะเหิน
แล้วชักใบแล่นมาตามหน้าเนิน พ้นเขาเขินหมายทางข้างอุดร
พอเห็นดวงสุริยาภาณุมาศ ขึ้นโอภาสแจ่มจำรัสประภัสสร
สุดสิ้นแสงสุริยาดารากร ศศิธรแจ่มกระจ่างดังกลางวัน
ที่มืดมนอนธการบันดาลหาย ทั้งไพร่นายปรีดิ์เปรมเกษมสันต์
พลางแล่นลัดตัดมาได้ห้าวัน ถึงเขตคันนคเรศประเทศตน ฯ
๏ ฝ่ายท่านครูผู้ชำนาญฌานกสิณ พอครบสิ้นวันพิธีที่ขอฝน
ก็ออกจากบัดพลีที่มณฑล พายุฝนหายพลันไปทันที ฯ
๏ ป่างพระศรีสุวรรณวงศ์พงศ์กษัตริย์ โองการตรัสกับเสนาบดีศรี
ยังไปสิ้นสงครามจะตามตี ให้ไพรีย่อยยับอัปรา
จึงตรัสกับจักราพฤฒาเฒ่า ว่าตัวเราจะยกไปอย่างไรหนา
จะสิ้นเคราะห์หรืออย่างไรในตำรา ท่านจงหาฤกษ์ดูให้รู้ความ ฯ
๏ ฝ่ายท่านครูผู้ประสิทธิ์ฤทธิเวท ได้ทราบเหตุโดยอย่างรับสั่งถาม
ก็คูณหารจันทร์ลัคน์ประจักษ์ความ แล้วทูลตามตำรับฉบับครู
ถึงจะยกออกไปไม่ชนะ ด้วยว่าพระเสาร์กลับทับราหู
แล้วก็ร่วมธาตุติดมฤตยู จันทร์ก็อยู่มังกรมักร้อนใจ
ทั้งลัคนามาอยู่ธนูด้วย มักเจ็บป่วยไม่สู้ดีคัมภีร์ไสย
เขาทายตามลัคน์จรมักร้อนใจ อย่าเพ่อไปจากประเทศเขตนคร ฯ
๏ พระทรงฟังอาจารย์แกทานทัด โองการตรัสกับพระหลานชาญสมร
เราก็ควรจะหยุดสุดสาคร เจ้ารีบจรไปรักษาเมืองป่าตาล
หัสไชยไปด้วยได้ช่วยพี่ อันเมืองนี้ใกล้ลังกามหาสถาน
อาจจะอยู่รักษาหน้าปราการ ที่ชายด่านคงคาชลาลัย
สินสมุทรวายุพัฒน์คอยตัดทัพ ไปคอยรับอยู่ที่ท่าชลาไหล
แม้นข้าศึกฮึกหาญประการใด จะบอกไปให้เจ้ากลับมารับรอง ฯ
๏ สุดสาครหัสไชยเกณฑ์ไพร่พร้อม ทูลลาจอมภพไกรไปทั้งสอง
เป็นทัพบกยกไปดั่งใจปอง ไปกักช่องพาราเมืองป่าตาล ฯ
๏ จะกล่าวถึงสังฆราชพระบาทหลวง ครั้นเห็นดวงสุริยงส่งแสงฉาน
ที่มืดมัวฟ้าฝนอนธการ ก็บันดาลหายไปเห็นได้การ
ปรึกษาท้าวโกสัยเห็นได้ช่อง จัดแจงกล้องเป่ายาแล้วว่าขาน
แต่ทัพเรือเหลืออยู่ดูอาการ จะหักหาญทางน้ำประจำคน
จงเตรียมเรือเหนิอใต้ไว้ให้พร้อม เราจะอ้อมตีตัดแม้นขัดสน
จงคอยช่วยอุดหนุนพวกขุนพล ได้ประจญรบรับกองทัพไทย
แกสั่งเสร็จให้เสมียนเขียนหนังสือ เร่งให้ถือลงไปแจ้งแถลงไข
ลงไปลำกำปั่นด้วยทันใด บอกนายไพร่แต่บรรดาพวกมาเรือ
แล้วหยิบธงส่งให้คนใช้รับ อาญาทัพบอกไปทั้งใต้เหนือ
เครื่องอาวุธอย่างบังคับแม่ทัพเรือ ใครขาดเหลือหาใส่ในกระบวน
เสนารับจับธงตรงไปสั่ง คอยระวังตามระบอบเร่งสอบสวน
สั่งทหารฝ่ายหน้าเวลาจวน ตั้งกระบวนตามบังคับคอยรับรอง
แล้วกลับมาโดยบังคับแม่ทัพสั่ง บาทหลวงนั่งเร่งรัดให้จัดของ
เครื่องอาวุธยุทธนาขนมากอง ขุนนางรองแจกทั่วทุกตัวคน ฯ
๏ ครั้นฤกษ์ดีตีกลองร้องประกาศ ขุนอำมาตย์พร้อมพรั่งทั้งพหล
พอสายัณห์ตะวันตกเร่งยกพล เหล่าพหลเดินกระบวนถ้วนทุกคน
บาทหลวงขึ้นรถฝรั่งนั่งกำกับ เป็นแม่ทัพตรวจดูหมู่พหล
ท้าวโกสัยต้อนหลังระวังพล ขับพหลจัตุรงค์ทรงอาชา
เหน็บกระบี่ฝักทองกล้องสลัด ใส่หมวกปัสวะหล่ำงามนักหนา
สำหรับที่ไทท้าวเจ้าลังกา ถือเช็ดหน้าโหมดเทศข้างเพศตัว
ใส่เสื้อดำกำมะหยี่อย่างฝรั่ง บาทหลวงตั้งให้เป็นใหญ่ถือไม้ตั๋ว
บังคับคนเชื่อฟังฝรั่งกลัว รู้กันทั่วแต่บรรดาเสนานาย
ยกพหลพลทัพมาคับคั่ง ถึงกระทั่งล้อมค่ายดั่งใจหมาย
ทุกหมู่หมวดตรวจพหลพลนิกาย ให้ตั้งรายเรียงไปในกลางคืน ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์พงศ์นรินทร์สินสมุทร สั่งให้จุดปืนสัญญาไม่ฝ่าฝืน
เร่งพหลพลทหารชำนาญปืน ให้ออกยืนหน้าค่ายรายระวัง
พลโล่โตมรศรกำซาบ ทั้งดั้งดาบง้าวทวนกระบวนหลัง
ทหารหอกออกหน้าดาประดัง พร้อมสะพรั่งแสนยาพลากร
วายุพัฒน์ราชบุตรสุดสวาท ไม่ห่างบาทบพิตรอดิศร
สองพระองค์ทรงกัณฐัศว์อัสดร คอยขับต้อนกองหัดทั้งจัดเจน
อ้ายยักษ์หมีถือกระบองมองเขม้น ทั่งโลดเต้นดาแดงดั่งแสงเสน
เดินข้างม้ากัณฐัศว์ทั้งจัดเจน ทหารเขนหนุนหลังระวังภัย
ยกออกมาหน้าค่ายไฟสว่าง แลสล้างดาษดาสุธาไหว
โห่สนั่นครั่นครั้นยิงปืนไฟ พลไพร่กองหน้าเข้าราวี ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งสังฆราชชาติอังกฤษ กำเริบจิตปรีดิ์เปรมเกษมศรี
ไล่ทหารกองหน้าเข้าราวี เร่งให้ตีกลองรบสมทบพล
ยิงปืนตับคาบชุดอาวุธสั้น เข้าโรมรันเร่งทัพขับพหล
เสียงตูมตึงผึงผางทางประจญ ถูกไพร่พลทั้งสองฝ่ายตายเป็นเบือ
แกเร่งพวกเป่ายาเข้ามาพร้อม สั่งให้อ้อมหลีกไปข้างฝ่ายเหนือ
แม้นลมล่องเป่าประสานให้จานเจือ ขึ้นข้างเหนือน้ำร่ำกระหน่ำไป
แกสั่งเสร็จพวกทหารชาญสมร ก็รีบร้อนเดินเรียงเคียงไสว
ที่รบรับสัประยุทธ์โยนชุดไฟ แต่ชิงชัยกันจนดึกเสียงครึกโครม
พอลมล่องกองยาพากันเป่า พร้อมกันเข้าหลายคันเป็นควันโหม
ดูเหมือนหมอกหอบน้ำค้างกลางโพยม มันประโคมเป่าลงเป็นผงคลี
ถูกพหลพลไพร่มิได้รู้ ลงง่วงอยู่ริมทางกลางวิถี
พวกฝรั่งไล่บุกเข้าคลุกคลี สกัดตีแตกยับทั้งทัพไทย ฯ
๏ สินสมุทรถอยทัพกลับเข้าค่าย ทั้งไพร่นายนอนซบสลบไสล
ให้ง่วงเหงาหาวนอนทั้งอ่อนใจ บ้างหลับไม่รู้ตัวลงมัวเมา
สินสมุทรวายุพัฒน์กษัตริย์สอง ให้หม่นหมองในพระทัยดังไฟเผา
ขึ้นพลับพลาหน้าหอรบลงซบเซา ให้มึนเมาหลับสนิทดั่งนิทรา
แต่อ้ายยักษ์มักกะสันมันไม่แพ้ คอยดูแลไพร่นายทั้งซ้ายขวา
ถือกระบองเดินไขว่อยู่ไปมา ตามข้างหน้าหอรบทำหลบลวง ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งสังฆราชชาติอังกฤษ เห็นสมคิดจะเอาไฟเผาค่ายหลวง
จึงเร่งทัพขับไพร่ไล่ทะลวง เห็นคนง่วงเงียบไปทั้งไพร่นาย[๑]
ไม่โงหัวออกรบสลบนิ่ง เหมือนขอนทิ้งกลิ้งอยู่ดูเกลื่อนค่าย
ด้วยฤทธิ์ยาพาหลับเหมือนกับตาย เพราะอุบายกูแน่ไม่แพ้คน
สมความคิดจิตเปรมเกษมสุข สว่างทุกข์เรียกเหล่าชาวพหล
จึ่งให้ยกเข้าไปพร้อมไพร่พล แกเร่งคนเร็วราอย่าช้าที
พลางเรียกท้าวโกสัยไวไวหวา อย่านิ่งช้าจะสว่างกลางวิถี
สมความคิดรีบเข้าไปจับไพรี ไปทั้งที่กลางชลาให้ปลากิน
พวกพหลพลฝรั่งสะพรั่งพร้อม เข้าแวดล้อมค่ายหน้าชลาสินธุ์
กรูเข้าไปในด่านชานบุรินทร์ เห็นคนสิ้นสติหลับทั้งทัพไทย
อ้ายยักษ์หมีเห็นคนมาล้นหลาม ขู่ค่ารามแกว่งขวานสะท้านไหว
ออกโลดเต้นเข่นเขี้ยวประเดี๋ยวใจ เข้าลุยไล่พวกฝรั่งไม่รั้งรอ
เอาขวานฟันหันหกผงกผงะ ไล่ฟันฉะวิ่งแยกแตกกันสอ
ฝรั่งเอาง้าวฟันถูกก้านคอ มันหัวร่อเสียงดังก้องกังวาน
เอาปืนยิงตูมตึงเสียงผึงโผง ถูกซี่โครงมันไม่เข้าเหล่าทหาร
ระดมยิงพร้อมกันประจัญบาน มันเอาขวานฟันตายลงก่ายกอง
แย่งเอาเครื่องสาตราทั้งอาวุธ ปืนคาบชุดชิงเอาจากเจ้าของ
พวกฝรั่งวิ่งกลัวหนังหัวพอง บาทหลวงร้องจับให้ได้เอาไฟโยน
น้ำมันกรดสาดไปเป็นหลายครั้ง มันเอาหนังปัดโลดกระโดดโผน
ไม่ถูกต้องว่องไวมันไล่โจน ควักเอาโคลนดับหายสบายใจ
คนที่กรูเข้าไปอยู่ไม่รอด วิ่งเล็ดลอดออกมาหาที่อาศัย
มันฆ่าตายหลายร้อยต้องถอยไป จนอุทัยรุ่งรางสว่างตา ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายนายด่านเมืองปากน้ำ แต่หัวค่ำเสียงพื้นแต่ปืนผา
ให้คนใช้ไปด่านชานชลา สืบกิจจาเหตุการณ์สถานใด
ครั้นแจ้งความรีบไปเข้าในด่าน เอาข้อการทูลแจ้งแถลงไข
ศรีสุวรรณนิ่งอึ้งตะลึงตะไล ตกพระทัยเพียงจะดิ้นสิ้นชีวง
แล้วสั่งพวกเสวกาพฤฒามาตย์ ไปบอกราชนัดดาในป่าระหง
ว่าเชษฐาออกประจญรณรงค์ ให้งวยงงเมาหลับทั้งทัพไทย ฯ
๏ ฝ่ายเสนาข้าทูลละอองบาท พอภาณุมาศไตรตรัสจำรัสไข
ขึ้นควบขับจับม้ารีบคลาไคล ตามออกไปถึงหน้าเมืองป่าตาล
สุดสาครหัสไชยตื่นไสยาสน์ พร้อมอำมาตย์เสวกาที่หน้าฉาน
พอม้าใช้ไปแถลงแจ้งอาการ ทูลพระผ่านนคเรศเขตลังกา
ตามเรื่องต้นหนหลังอย่างที่กล่าว นำเอาข่าวทรงเดชพระเชษฐา
ด้วยพระจอมจัตุรงค์องค์พระอา ให้เชิญฝ่าพระบาทไปปราบไพริน
สุดสาครหัสไชยพระทัยหาย รีบผันผายกลับหลังอย่างถวิล
เลิกพหลพลมายังธานินทร์ ครั้นถึงถิ่นเข้าเฝ้าพระเจ้าอา ฯ
๏ ป่างพระศรีสุวรรณวงศ์พงศ์กษัตริย์ โองการตรัสเศร้าสร้อยละห้อยหา
ว่าหลานเอ๋ยพี่ชายกับนัดดา ไปปราบข้าศึกข้างฝ่ายริมชายชล
ถูกยาเบื่ออ้ายฝรั่งสังฆราช ลงนอนกลาดกลิ้งเกลือกเสลือกสลน
พ่อกับอามาไปกับไพร่พล จะได้ขวนขวายแก้ที่แน่ไป
เชิญท่านครูผู้เฒ่าเอาไปด้วย จะได้ช่วยผันแปรคิดแก้ไข
ครั้งนี้เป็นการร้อนอย่านอนใจ พลางยกไปจากด่านชานบุรี
สามพระองค์ทรงพระยาอาชาชาติ ล่วงลีลาศจากทางหว่างวิถี
ครั้นถึงในค่ายชลาหน้าบุรี เข้าไปที่พลับพลาแล้วจาบัลย์
เห็นหลานรักหลับนิ่งพิงเขนย ตระกองเกยช้อนเศียรแล้วรับขวัญ
อาดูรดิ้นดั่งจะสิ้นชีวาวัน พลางรำพันความหลังนั่งประคอง
สินสมุทรนัดดาของอาเอ๋ย จะละเลยพงศ์เผ่าให้เศร้าหมอง
มาเป็นกรรมทำศึกไม่ตรึกตรอง จนหม่นหมองรันทดสลดลง
พระร่ำเรียกสักเท่าไรไม่รู้สึก ทรวงสะทึกถอนพระทัยอาลัยหลง
พ่อดับสูญชีวิตถึงปลิดปลง อาก็คงตายตามยามกันดาร
พ่อเพื่อนยากจากไปมิได้กลับ อนาถนับคืนวันโดยสัณฐาน
แล้ววางองค์ลงกับแท่นแสนรำคาญ มาดูหลานวายุพัฒน์ยิ่งอัดทรวง
สุดสาครหัสไชยไห้สะอื้น ปลุกไม่ฟื้นเสียพระทัยเป็นใหญ่หลวง
พลางโศกาอาลัยที่ในทรวง ให้เหงาง่วงเศร้าพระทัยไม่สบาย ฯ
๏ ป่างพระองค์ผู้ดำรงรมจักร เรียกอ้ายยักษ์หมีมาเวลาสาย
แล้วจึ่งถามเหตุผลแต่ต้นปลาย มันบรรยายเล่าแถลงแจ้งคดี
พระทราบความถามซักประจักษ์แจ้ง ที่เคลือบแคลงก็ประจักษ์เพราะยักษี
จึงตรัสกับพฤฒาเสนาบดี ใครจะมีปัญญาวิชาการ
คิดแก้ไขให้นัดดาพ้นอาสัญ จะแปงปันขอบเขตประเทศสถาน
ให้กึ่งแดนแทนผู้มีปรีชาชาญ แก้พระหลานเราให้ฟื้นได้คืนคง
แล้วตรัสกับจักราพฤฒาเฒ่า แถลงเล่าโดยความตามประสงค์
เชิญท่านดูสินสมุทรภุชพงศ์ จะดำรงชีวันหรือบรรลัย
อาจารย์เฒ่าเข้านั่งตั้งสติ ตามลัทธิโดยวิถีคัมภีร์ไสย
ก็รู้แท้แน่ตระหนักประจักษ์ใจ จึงทูลไทเจ้าประเทศเขตนคร
ไม่ดับสูญจะมีผู้มาชูช่วย ที่จะม้วยมรณังนั่นยังก่อน
ไม่เป็นไรในตำราอย่าอาวรณ์ พระเคราะห์จรเข้าซ้ำจึงจำเป็น
ข้าพเจ้าเป็นแต่รู้ดูตำรับ จะให้ดับเมาเบื่อเหลือจะเข็ญ
เรื่องมดหมอสิ่งไรก็ไม่เป็น จะดับเข็ญเหลือรู้ครูไม่มี
พระทรงฟังจักราพฤฒาเฒ่า ยิ่งร้อนเร่าที่ในจิตดังพิษฝี
กันแสงพลางทางโศกแสนทวี ไม่รู้ที่จะคิดอ่านสถานใด ฯ
๏ จะกล่าวถึงผีย่าวายุพัฒน์ เขาเคยจัดของเซ่นเป็นนิสัย
ถ้วนคำรบเจ็ดวันเข้าทันใด ก็เคยไปรับประทานของหวานคาว
แล้วแลรอบขอบเขตประเทศสถาน ปิศาจมารรีบมาแต่ฟ้าขาว
ถึงนิเวศน์เขตแคว้นในแดนดาว อันเรื่องราวแจ้งใจเหมือนได้ยิน
บุราณว่าหูผีจมูกมด มันรู้หมดอย่างที่ในใจถวิล
การที่ในลังกาทั้งธานินทร์ ก็รู้สิ้นรีบไปมิได้นาน
เหมือนลมปลิวฉิวถึงมิทันช้า เห็นเมายาเข้าจมูกทั้งลูกหลาน
แม้นมิเข้าคนทรงให้วงศ์วาน มันแจ้งการจะไม่แก้ที่แพ้ยา
แม้นถ้วนถึงเจ็ดทิวาตาจะบอด ไหนจะรอดชีวังคงสังขาร์
แล้วทำให้เป็นลมระดมมา พัดพลับพลาแทบจะเอนระเนนลง
เสียงฮือฮือเป็นพยุระบุระบัด กระพือพัดป่าไม้ไพรระหง
ประเดี๋ยวใจเป็นเงาเข้าคนทรง ที่ลมวงเวียนไปก็หายพลัน
อ้ายคนดีผีเข้าก็สั่นหรับ นัยน์ตาหลับเคลิ้มไปเหมือนใฝ่ฝัน
แล้วจึงว่าฮ้าเฮ้ยเจ้าพวกเผ่าพันธุ์ ไม่แก้กันก็จะตายวายชีวง
กูนี้หรือคือแม่สินสมุทร จะม้วยมุดอย่าไว้ใจอย่าใหลหลง
เร่งแก้ไขเสียให้หมดจะปลดปลง จึงจะคงชีวาไปธานี ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมนครินทร์ปิ่นกษัตริย์ โองการตรัสปลอบประโลมนางโฉมศรี
พี่นี้หรือคือผีเสื้ออยู่วารี ซึ่งเป็นพี่สะใภ้ข้าอย่าอาดูร
มิได้เห็นเป็นแต่พระเชษฐา กับหลานยาบอกว่าลับล่วงดับสูญ
แต่ครั้งนี้พี่จงช่วยอนุกูล อย่าให้สูญปีวันถึงบรรลัย ฯ
๏ นางปีศาจชาติเชื้อผีเสื้อสมุทร จึงยั้งหยุดเล่าแจ้งแถลงไข
ออกจากคนทรงพลันด้วยทันใด สำแดงให้เห็นกายทั้งใหญ่โต
ทั้งเขี้ยวยาวราวสักศอกตากลอกกลับ เหมือนหนึ่งกับยังเป็นเที่ยวเผ่นโผ
ในกระสินธุ์ถิ่นชลาสาคโร ช่างใหญ่โตเต็มประดาดูน่ากลัว
แล้วสำแดงแปลงเป็นรูปนิมิต ไว้จริตโดยทำนองให้น้องผัว
ดูให้เห็นจำแลงเมื่อแปลงตัว งามยังชั่ววงศ์พักตร์ลักขณา
ศรีสุวรรณดูนางไม่วางเนตร ช่างวิเศษเพราพริ้งยิ่งนักหนา
แล้วนางปีศาจบอกชาติยา เอาธาราหวานแก้ที่แปรปรวน
คือตัวขัณฑสกรนั้นถอนพิษ ให้ดวงจิตอิ่มเอมเกษมสรวล
เร่งไปแก้กันอย่าช้าเวลาจวน พอลมหวนหายวับไปกับตา ฯ
๏ ฝ่ายพระศรีสุวรรณวงศ์พงศ์กษัตริย์ โองการตรัสไปพลันด้วยหรรษา
ไปเอาขัณฑสกรมาถอนยา ให้เสนารีบไปในบุรินทร์
พวกเสนาขึ้นมาอาชาชาติ ล่วงลีลาศรีบไปดังใจถวิล
ก็เข้าไปในประเทศเขตบุรินทร์ พร้อมกันสิ้นได้ยากลับมาพลัน
ถวายองค์ทรงเดชเกศกษัตริย์ โองการตรัสให้ละลายใส่แม่ขัน
แล้วตักใส่ลงในจอกสุวรรณ พระทรงธรรม์หยอดประทานพระหลานยา ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์พงศ์นรินทร์สินสมุทร ยังไม่สุดชีวังสิ้นสังขาร์
ได้รสหวานซ่านเส้นเย็นอุรา ถอนพิษยาเบื่อเมาบรรเทาคลาย
ค่อยพลิกฟื้นคืนสมประดีได้ บรรเทาในทรวงเดือดก็เหือดหาย
ทั้งวายุพัฒน์โฉมเฉลาบรรเทาคลาย ที่เมามายในอารมณ์ได้สมประดี
ทั้งสององค์กราบก้มบังคมบาท รอดชีวาตม์ได้ประณตบทศรี
ทั้งนี้เพราะบุญญาบารมี ได้เป็นที่พึ่งพาอานุกูล
หาไม่ตายวายชีวาเพราะข้าศึก อนาถนึกเห็นชีวาตม์จะขาดสูญ
แม้นพระอามิได้มาอนุกูล ก็จะสูญยังแต่ชื่อเขาลือชา ฯ
๏ ป่างพระศรีสุวรรณวงศ์พงศ์กษัตริย์ โองการตรัสเล่าพลันด้วยหรรษา
อาก็สิ้นความรู้สิ้นครูบา ท่านจักราเล่าก็จนพ้นจะตรอง
นี่หากพี่ผีเสื้อมารดาเจ้า มาวิ่งเข้าแจ้งกลที่หม่นหมอง
บอกให้แก้ยาเมาเอามาลอง เจ้าทั้งสองจึงดำรงคงชีวัง
สินสมุทรทราบว่ามารดาช่วย พลางรื่นรวยสมจิตที่คิดหวัง
กันแสงพลางฝืนองค์ทรงกำลัง สั่งให้ตั้งเป็นศาลเชิญมารดา
ศรีสุวรรณครั้นค่อยคลายวายวิโยค บรรเทาโศกสมมาดปรารถนา
จึ่งสั่งพวกเสนีมีปรีชา ให้เอายาแก้คนที่หม่นมัว
ขุนนางรับจับจอกกรอกไปหมด พอได้รสต่างผงกบ้างยกหัว
บ้างที่ลุกขึ้นเซายังเมามัว กินกันทั่วหายหมดไม่ปลดปลง
พวกที่ทำศาลเสร็จตั้งเป็ดไก่ ทั้งเหล้าไข่สิ่งของต้องประสงค์
แล้วให้เรียกพวกพลเป็นคนทรง มานั่งตรงหน้าศาลฉันสังเวย
แล้วเรียกพวกที่เดินเชิญผีเสื้อ ทั้งไก่เนื้อเชิญมาลงจงเสวย
ข้าแต่งตั้งรับรองของที่เคย มาสังเวยให้สบายเจ้านายเรา ฯ
๏ จะกล่าวถึงอสุรีนางปีศาจ เขาประกาศนึกอยากออกจากเขา
ประเดี๋ยวหนึ่งถึงตรงเข้าทรงเอา สั่นเทาเทาหลับตาแล้วว่าไป
ร้องเรียกมาว่ากระไรจะไต่ถาม หรือมีความเคืองเข็ญเป็นไฉน
จงบอกเล่าไปแก่เราให้เข้าใจ ตามที่ในเองประสงค์จำนงปอง ฯ
๏ สินสมุทรกราบกรานสงสารแม่ ให้ท้อแท้เศร้าในพระทัยหมอง
แล้วจึ่งว่าข้าประสงค์จำนงปอง จะฉลองพระคุณกรุณา
ขอเชิญบาทมาตุรงค์มาทรงศาล ที่เชิงชานหาดนี้ดีนักหนา
จะได้ช่วยคุ้มภัยสิ่งใดมา ขอจงปรานีบุตรสุดอาวรณ์ ฯ
๏ นางปีศาจว่ากูอยู่ไม่ได้ ด้วยมิใช่ปู่เจ้าเขาสิงขร
จะมาอยู่เมืองบ้านชานนคร ใช่สิงขรเทเวศป้องเขตคัน
กำเนิดกูอยู่ถ้ำที่ต่ำใต้ เพราะมิใช่ท้าวพระยาที่อาสัญ
จะมาสิงอยู่ที่ศาลกินหวานมัน ชั่วกัลป์อยู่ดำรงทรงแผ่นดิน
แม้นมีทุกข์ขุกเข็ญเหมือนเช่นนี้ จงเร่งตีโทนให้ดังอย่างถวิล
จะมาช่วยทุกขาที่ราคิน กว่าจะภิญโญยงคงชีวัง
แล้วรับเครื่องที่เซ่นเช่นกับผี เอารสที่วางไว้น้ำใจหวัง
ครั้นอิ่มหนำพร่ำว่าด้วยวาจัง จะนอนนั่งกินอยู่คอยดูแล
อันข้าศึกปึกแผ่นยังแน่นหนา ฟังมารดาจงระวังอย่าห่างแห
ยังไม่พ้นศัตรูจงดูแล จะคิดแก้กลศึกหมั่นตรึกตรอง
มันจะใส่ยาเบื่อข้างเหนือน้ำ จะเร่งทำบ่อไว้ให้เจ้าของ
ทำฝาปิดบังไว้ดั่งใจปอง เอาผ้ากรองเมื่อจะกินสิ้นทุกคน
ตามแม่น้ำลำคลองทั้งสองฟาก ถึงจะอยากก็อย่าตักเอาภักษ์ผล
ต่อเจ็ดวันจึงจะหายในสายชล อย่าให้คนกินอาบจงปราบปราม
นางร้องว่าแม่จะลาไปก่อนแล้ว แม้นลูกแก้วอยู่ที่นี่อย่าผลีผลาม
จงจำคำมารดาอย่าอ่อนความ ให้ต้องตามบทเบื้องเรื่องบุราณ
ชาติฝรั่งอังกฤษมันบิดเบี้ยว จะขับเคี่ยวเชิงวิวาทอย่าอาจหาญ
รักษาตัวไว้ให้มั่นในสันดาน แม้นเกิดการแล้วคิดถึงจึ่งจะมา
แล้วคนทรงล้มหงายตัวหายสั่น เหมือนหนึ่งฝันมิได้แจ้งแห่งภาษา
ฝ่ายพระจอมรมจักรนัครา ให้ตรวจตราพลขันธ์ไว้มั่นคง ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายสังฆราชชาติอังกฤษ แกนั่งคิดหาโอกาสสาดยาผง
หมายจะล้างชีวิตให้ปลิดปลง ถึงทนคงถูกเบื่อก็เหลือตาย
เอาไปโรยเหนือน้ำค่ำวันนี้ ในวารีวังวนชลสาย
แม้นมันกินมิได้รอดคงวอดวาย เอาให้ตายเสียให้สิ้นเหมือนริ้นยุง
พลางเรียกท้าวโกสัยไวไวหวา กับเสนาพวกฝรั่งให้ตั้งหุง
ของเบื่อเมาเข้าโหราเอามาปรุง ตั้งกองหุงเจือจานใส่สารลง
ครั้นสำเร็จเสร็จสมอารมณ์นึก แล้วตรองตรึกโดยนิยมสมประสงค์
จึงจัดพร้อมคนฝีมือที่ซื่อตรง ให้เดินวงอ้อมไปเที่ยวใส่ยา
ในแม่น้ำลำคลองทั้งสองฟาก แม้น้ำมากคนกินสิ้นสังขาร์
จงรีบไปตามกันดังสัญญา อย่าให้ช้าเอาไปใส่ในนที
ฝรั่งรับห่อยาพากันอ้อม เที่ยวเดินด้อมลัดไปในวิถี
ถึงแม่น้ำลำคลองช่องวารี ชวนกันรี่เร็วไปแล้วใส่ยา ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมรมจักรนัคเรศ ครั้นทราบเหตุสั่งพหลพลอาสา
ให้ไปเที่ยวบอกกล่าวชาวพารา เอากิจจานี้แจ้งทุกแห่งไป
ทั้งแว่นแคว้นแดนลังกาอาณาจักร อย่าให้ตักวารินกระสินธุ์ใส
ในแม่น้ำลำคลองห้วยหนองใน ให้อดใจเจ็ดวันดังสัญญา
คิดอ่านขุดวารินพอกินอาบ พวกสัตว์บาปคุมคิดกันอิจฉา
มันแกล้งทำเหมือนขโมยเที่ยวโรยยา ชาวพาราบอกให้ทั่วทุกตัวคน
แล้วรีบไปในลังกาอาณาเขต เที่ยวบอกเหตุโดยระบอบขอบสิงหล
ไม่หยุดหย่อนร้อนใจทั้งไพร่พล เที่ยวเวียนวนบอกไปทั้งไพร่นาย
แล้วไปบอกทัพหน้าพวกวาโหม วาหุโลมรู้ทุกคนต่างขวนขวาย
ตามธารท่าสาชลเห็นคนกราย แล้วแวดชายจับมาอย่าช้าที
แล้วเกณฑ์กันขุดบ่อทำท่อน้ำ คนประจำเกณฑ์กะเฝ้าสระศรี
เอาไม้ทำฝาปิดสนิทดี ปันหน้าที่คอยระวังให้นั่งยาม ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายฝรั่งพวกอังกฤษ เอายาพิษห่อไปมิได้ขาม
ค่อยลัดแลงแปลงแปลกเป็นแขกจาม เดินไปตามริมท่าชลาลัย
ถือคันเบ็ดมีสายสะพายข้อง เที่ยวจดจ้องริมท่าชลาไหล
เอาเบ็ดหย่อนตกปลาพากันไป คนที่ไหนไม่พะวงคิดสงกา
พอลับคนมันเอายาปาลงน้ำ ครั้นเย็นค่ำรีบไปเที่ยวไล่หา
แล้วพูดกันเป็นสำเนียงเสียงชวา ที่ได้ปลาหิ้วไปคนไม่แคลง
แล้วพากันกลับไปเข้าในป่า ทำเป็นหาฟืนตองเที่ยวกองแฝง
ครั้นพลบค่ำเดินตัดเที่ยวลัดแลง ค่อยแอบแฝงกลับไปเข้าไพรพลัน
บาทหลวงแกดีใจพลางไต่ถาม ครั้นแจ้งความอิ่มเอมเกษมสันต์
สมคะเนไม่ต้องรุกต้องทุกบัน จะรบกันไม่ได้เรื่องให้เปลืองตน
อันอุบายครั้งนี้มันดีเหลือ วิสัยเสือไว้ลายที่ปลายขน
เฮ้ยอ้ายท้าวโกสัยจัดไพร่พล ไว้คอยปล้นเมืองด่านชานบุรินทร์ ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายในลังกาอาณาจักร พวกสำนักอยู่ท่าชลาสินธุ์
เห็นฝูงสัตว์มัจฉาในวาริน บ้างโดดดิ้นตายกลาดดาษดา
ทั้งกุ้งกั้งเต่าปูอยู่ในน้ำ ลอยออกคล่ำม้วยชีวังสิ้นสังขาร์
ฝูงวิหคนกบินลงกินปลา ก็มรณาล้มตายลงก่ายกอง
พวกชาวเมืองเห็นประหลาดอนาถนัก แจ้งประจักษ์ไปประมูลทูลฉลอง
ว่าฝูงสัตว์ล้มตายลงก่ายกอง ทั้งลำคลองแม่น้ำออกคล่ำไป
พระทรงฟังสังรเสริญนางปีศาจ ว่าเชื้อชาติพวกยักษ์แต่ตักษัย
ยังอุตส่าห์มาแถลงให้แจ้งใจ เป็นนิสัยรักบุตรจนสุดปราณ
ควรจะต้องนับถือไว้ชื่อเสียง เป็นอย่างเยี่ยงดินฟ้าสุธาสถาน
ได้รู้เหตุหลายอย่างเพราะนางมาร มาบันดาลออกให้จึ่งได้ความ
พระจึ่งสั่งเสวกาพฤฒามาตย์ จงแผ้วกวาดจัดแจงแต่งสนาม
สำหรับรับศัตรูสู้สงคราม ทั้งขวากหนามกรวดทรายเอารายกอง
แต่บรรดาทางเข้าเอาไปใส่ ทั้งปืนใหญ่จุกทางข้างละสอง
แต่งทหารคอยระวังให้นั่งกอง คิดจุกช่องล้อมวงให้จงดี
เสนารับอภิวาทมาบาดหมาย ตั้งให้นายตรวจตราอย่าให้หนี
เรียกเอาขุนสารวัตรคิดบาญชี ให้แทงหนีแทงตายจำหน่ายคน ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อบดินทร์สินสมุทร ให้ยั้งหยุดพลไพร่ใช้พหล
ไปสืบสาวราวความตามยุบล มันติดกลที่ในการสถานใด
จงจัดแจงแต่งตัวเป็นฝรั่ง ไปคอยฟังเอาให้แจ้งแถลงไข
เองอย่าได้พูดจาภาษาไทย จงเข้าไปพลบค่ำต่อย่ำเย็น
อย่าให้พวกจัตุรงค์มันสงสัย เองจงไปฟังเรื่องมันเคืองเข็ญ
ระวังตัวผันผ่อนที่ร้อนเย็น ดูให้เห็นแยบยลกลอุบาย
ขุนเสนาพาเพื่อนกันรีบรัด เที่ยวเดินลัดในอรัญแล้วผันผาย
พลางแต่งเป็นฝรั่งกำบังกาย ไปถึงชายป่าชัฏสงัดคน
พอพบพวกโรยยาเวลากลับ จึงแอบกับพุ่มไม้ในไพรสณฑ์
มันเดินพูดกันมาสี่ห้าคน ว่าพวกพลในลังกาสักห้าวัน
คงตายหมดมิได้เหลือเบื่อให้สิ้น เพราะมันกินน้ำยาคงอาสัญ
บาทหลวงเฒ่าเจ้าความคิดคอยติดพัน จะยกกันกรูเข้าเอาบุรินทร์
สมคะเนพวกเราแล้วคราวนี้ ชิงบุรีเอาให้ได้ดั่งใจถวิล
กลับเข้าอยู่ลังกาได้หากิน เพราะว่าถิ่นฐานเราแต่เก่ามา
แล้วรีบเลยไปแจ้งแถลงเล่า ข้าพเจ้าได้ไปสมปรารถนา
ได้เข้าไปในประเทศเขตลังกา ข้าโรยยาในแม่น้ำทุกลำคลอง ฯ
๏ บาทหลวงยิ้มอิ่มใจดั่งได้แก้ว ก็ผ่องแผ้วเปรมปรีดิ์ไม่มีสอง
สมความคิดกูแล้วหวาปัญญาตรอง มันถูกต้องตามประสงค์เหมือนจงใจ
เฮ้ยอ้ายพวกพลเรานะคราวนี้ ได้นั่งชี้นิ้วเล่นเป็นนิสัย
เพราะความรู้อยู่กับตัวกลัวมันไย คงจะได้เวียงวังทั้งลังกา
ไม่ต้องรบต้องสู้เป็นคู่ขัน ในเจ็ดวันกรุงไกรคงได้หวา
ถูกยาเบื่อก็จะดิ้นสิ้นชีวา กรุงลังกาก็จะป่นไม่พ้นมือ
ท้าวโกสัยได้ฟังสังฆราช แกองอาจดีจริงยิ่งนับถือ
ทั้งฝอนผันสันทัดได้หัดปรือ เห็นจะลือฝ่าเท้าเจ้าประคุณ
บาทหลวงแกถูกยอหัวร่อเร่อ เสียงอือเออขาดเหลือจะเกื้อหนุน
เองนับถือกูเป็นพระเดชะบุญ จะมีคุณไปกับตัวอย่ากลัวใคร
แล้วเรียกขุนเสนาข้างฝาหรั่ง เข้ามานั่งพร้อมหน้าแล้วปราศรัย
เองจงสั่งพวกพลสกลไกร ให้รีบไปสืบข่าวเหล่าประชา
ที่ท่าน้ำลำคลองทั้งสองฟาก คนยังมากหรือกระไรรีบไปหวา
แล้วฟังดูร้อนเย็นคนเจรจา จงกลับมาบอกกูให้รู้ความ
จะได้จัดพวกพหลพลทหาร ไปต่อต้านดูฤทธิ์อย่าคิดขาม
จงรีบไปให้กระทั่งฟังเนื้อความ จะได้ตามเข้าไปตีให้มีชัย ฯ
๏ ขุนนางฝาหรั่งนั่งคำนับ ฟังบังคับจะแจ้งแถลงไข
ที่บาทหลวงแกประสงค์จำนงใจ ก็รีบไปแปลงแปลกเป็นแขกจาม
พลางลัดแลงแฝงไปในประทศ ถึงขอบเขตนคราภาษาสยาม
เพราะในเมืองตั้งแต่แรกมีแขกจาม ก็สิ้นความสงสัยไม่ระวัง
สำคัญว่าพวกพ้องของพวกนั้น อันพืชพันธุ์เขายังมีเป็นที่หวัง
เคยเข้าออกมิได้ห้ามตามลำพัง อยู่แต่ครั้งเริ่มแรกเพราะแขกเดิม
จึงฝรั่งปลอมเข้าไปมิได้รู้ เพราะเคยอยู่มามิตรึกไม่ฮึกเหิม
อันพวกแขกพ่อค้ามาแต่เดิม ตั้งแต่เริ่มแรกตั้งเมืองลังกา
อันเสนาฝรั่งเมื่อครั้งนั้น ก็ผูกพันพูดได้หลายภาษา
ถึงข้างไทยได้เป็นทูตรู้พูดจา จึงเข้ามาโดยง่ายในบุรินทร์
แล้วเดี๋ยวนี้เดินวงไม่สงสัย จึงรู้ในธารท่าชลาสินธุ์
เห็นแต่ฝูงเต่าปลาในวาริน บางโดดดิ้นตายกลาดดาษเดียร
แต่คนผู้ดูก็ดีไม่มีทุกข์ เห็นเป็นสุขชื่นมื่นไม่คลื่นเหียน
จึงแวะถามตามประสงค์เดินวงเวียน ดูอาเกียรณ์เต่าปลาพากันตาย
พลางแวะเข้าถามไต่ไฉนหนอ ขอเชิญพ่อผู้เฒ่าเล่าขยาย
แต่พอรู้เรื่องแถลงไม่แพร่งพราย เราดูสายน้ำเขียวเชี่ยวจริงจริง ฯ
๏ ฝ่ายผู้เฒ่าเล่าความไปตามเรื่อง ที่ในเมืองรู้คดีผีมาสิง
บอกว่าพวกฝรั่งมันชังชิง เอายาทิ้งโรยลงในคงคา
เจ้าแผ่นดินปิ่นพิภพจบจังหวัด โองการตรัสปราบปรามห้ามนักหนา
มิให้พวกพลไพร่ในพารา เที่ยวตักวารีไปที่ในธาร
มากินอยู่พูวายในคงคา หุงข้าวปลาอาบกินทุกถิ่นฐาน
ในเจ็ดวันมั่นหมายหลายประการ ทุกเรือนบ้านขุดบ่อต่อกันไป
เจ้าดูเถิดแต่ปลามัจฉาชาติ ตายออกกลาดตามลำแม่น้ำไหล
ทั้งนกกาแม่ลงกินก็สิ้นใจ คนเขาไม่กินทั่วเพราะกลัวตาย
ฝรั่งแปลงแจ้งเรื่องชาวเมืองรู้ ทำเที่ยวดูเพื่อนกันแล้วผันผาย
พลางรีบออกนอกแต่เช้าทั้งบ่าวนาย ก็ผันผายรีบไปยังค่ายพลัน ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายข้างไทยที่ไปสอด ก็เล็ดลอดลัดไม้เข้าไพรสัณฑ์
กลับมาทูลบาทบงสุ์พระทรงธรรม์ ว่าพวกมันคิดจะเข้าเอาบุรี
หมายว่าถูกยาเบื่อไม่เหลือหลอ มันหัวร่อปรีดิ์เปรมเกษมศรี
เกณฑ์พหลพลไพร่ไม่ได้ที จะให้ตีแหกเข้าเอาพารา
พระทรงฟังสั่งเหล่าพระเจ้าหลาน ให้เตรียมการค่ายคูดูรักษา
จงตั้งมั่นกันศัตรูดูปัญญา มันจะมารุกรานสถานใด ฯ
๏ ป่างพระองค์พงศ์นรินทร์สินสมุทร กับราชบุตรทูลแจ้งแถลงไข
ขอเชิญองค์พระเจ้าอารีบคลาไคล เสด็จไปเมืองด่านชานบุรี
ขอแต่องค์อนุชายุดาราช กับข้าบาทจะอยู่ท่าหน้ากรุงศรี
จะคอยรับกับฝรั่งฟังคดี รักษาที่ข้างท้ายชายทะเล
พระทรงฟังสั่งพหลพลทหาร ยกเข้าด่านโดยพลันอย่าหันเห
คอยป้องกันอันตรายคิดถ่ายเท คาดคะเนแสนยาพลากร ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายเสนาข้างฝาหรั่ง ยกไปตั้งรายเรียงเคียงสิงขร
เที่ยวสืบข่าวราชการด่านนคร ราษฎรมิได้ตายวายชีวา
ไม่กินอาบน้ำในท่ามหาสมุทร เขาสู้ขุดบ่อใช้ไว้นักหนา
ทุกบ้านช่องไม่ต้องไปในชลา หุงข้าวปลาเสร็จสิ้นกินทุกวัน
ทั้งประเทศเขตลังกาอาณาจักร คนพร้อมพรักทั้งในไอศวรรย์
เข้าไปฟังชาวพาราพูดจากัน ว่าผีนั้นบอกเหตุซึ่งเภทภัย
เขาจึ่งรู้ทั้งพาราลังกาเกาะ ข้าสืบเสาะรู้แจ้งแถลงไข
เขาไม่เป็นเหตุการณ์สถานใด ทั่วทั้งในนคราไม่อาวรณ์ ฯ
๏ บาทหลวงตบอกผางเอะอย่างนี้ อ้ายพวกผีขี้ถังมาสั่งสอน
จำพวกไหนอดอยากทำปากบอน แต่ครั้งก่อนเป่ายาน่าจะตาย
อ้ายยักษ์หมีผีดิบมันคอยแก้ จะผันแปรก็ลำบากยากใจหาย
แกแค้นคั่งดั่งจะดิ้นสิ้นใจตาย การอุบายคราวนี้ว่าดีครัน
แต่ปกปิดว่ามิให้ผู้ใดแจ้ง ผีมาแกล้งยอกย้อนคิดผ่อนผัน
บอกอุบายหลายท่าสารพัน จนมันกันตัวได้ไม่วายวาง
พลางเรียกท้าวโกสัยไปในห้อง แกหมางหมองไม่สบายหลายสถาน
อันครั้งนี้กูเห็นจะเป็นการ กลับฟุ้งซ่านเพราะปีศาจประหลาดใจ
มันแกล้งไปบอกกล่าวให้เขารู้ จะนั่งอยู่เหมือนจนพ้นวิสัย
เองจะช่วยคิดอ่านสถานใด จงว่าไปให้กูรู้ปัญญา
ท้าวโกสัยนั่งนิ่งเหมือนลิงจุ่น บาทหลวงวุ่นเพราะไม่สมปรารถนา
พลางทุกข์ร้อนถอนใจใหญ่อยู่ไปมา เรียกสุราออกมารินกินลนลาน
แล้วหยิบเอาตำรับฉบับใหญ่ มาขับไล่หาอุบายหลายสถาน
เรื่องพิชัยสงครามตามบุราณ จะคิดการตรองตรึกนึกรำพึง
แล้วจึงว่าพระเป็นเจ้าของเราเอ๋ย ไม่ช่วยเลยให้ผีป่ามันมาหึง
จนเสียการเสียกลคนรู้อึง พวกไทยจึ่งอิ่มเอิบกำเริบแรง
พลางสวดวอนพระเป็นเจ้าเอาเหล้าดื่ม เสียงพึมพึมเมาสุรากลับกล้าแข็ง
เฮ้ยอ้ายท้าวโกสัยอย่าได้แคลง กูเหมือนแสงพระอาทิตย์ฤทธิรงค์
จะสว่างกลางฟ้าเวหาหน ให้ฝูงคนรื่นเริงละเลิงหลง
ไม่ย่อท้อเป็นอันขาดการอาจอง กูก็คงคิดไปจนได้เมือง
แต่มึงอย่าหนีหายเป็นชายเชื้อ ให้เหมือนเสือฟังกูว่าอย่าตาเหลือง
คงจะคิดตอบแทนที่แค้นเคือง ชิงเอาเมืองให้จงได้ดั่งใจปอง
มึงก็เสือกูก็เสือเหมือนเรือใหญ่ จงตั้งใจผ่อนปรนขนเอาของ
มานะให้ได้สมอารมณ์ปอง กูจะตรองเรื่องตำรับฉบับครู
เอาให้ได้ลังกาสุธาทวีป จะคิดรีบยอกย้อนให้อ่อนหู
กำลังเมาเหล้าเข้มเต็มประตู แกอวดรู้กล้าหาญการณรงค์
เอาใจดีแก้เบี้ยพูดเกลี่ยไกล่ แต่ในใจร้อนรนเหมือนคนหลง
จะผ่อนผันฉันใดดั่งใจจง เหมือนเข้าดงเขตแคว้นแสนกันดาร
ไม่เห็นช่องตรองไปในตำรับ คิดจะกลับไปหาเขตประเทศสถาน
เพื่อจะพบคนดีปรีชาชาญ ได้คิดการแก้แค้นเอาแดนดาว
แล้วหวนฮึกนึกมานะเหมือนสระใหญ่ ชลาลัยวารีก็สีขาว
ทั้งโกสุมปทุมมาลย์บานออกพราว ก้านก็ยาวบานแบ่งรับแสงทอง
เหมือนตัวกูผู้เป็นพระสังฆราช เฉลียวฉลาดสอนสั่งคนทั้งผอง
จะตีตนก่อนไข้ไยมิตรอง คิดหาช่องในตำราทั้งสามัญ
แกสอนสั่งตัวเองอย่าเกรงขาม พยายามเอาให้ได้ไอศวรรย์
เสียแรงเกิดมาเป็นปราชญ์ฉลาดครัน เหมือนช้างมันเคยประชนะงา
อย่าย่อท้อรอถอยแต่หอยทาก ยังเอาปากเดินไปได้นักหนา
เราก็เป็นพระใหญ่ในลังกา จะเที่ยวหาคนรู้อดสูใจ
แกสั่งสอนตัวเองอย่าเกรงขาม พยายามกัดก้อนเกลือจนเหงื่อไหล
เอาให้ลุความประสงค์ที่จงใจ คิดแก้ไขผ่อนพักยักกระบวน
ดูตำรับจับกระดาษที่วาดเขียน ค่อยพากเพียรตามระบอบที่สอบสวน
หาอุบายถ่ายเทยังเรรวน แต่ใคร่ครวญยักย้ายหลายประการ ฯ


[๑] ฉบับตก เติมลงไว้ ๒ คำ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ