ตอนที่ ๔๒ หัสไชยแก้เสน่ห์

๏ จะกล่าวกลับจับเรื่องเมืองฝรั่ง ที่ในวังวัณฬามารศรี
ได้ครองคู่อยู่กับพระอภัยมณี แต่เดือนยี่ยามหนาวคราวเหมันต์
เฝ้าคลึงเคล้าเช้าเย็นไม่เว้นว่าง จนถึงกลางเดือนห้าหน้าคิมหันต์
พอฝนตกหกห่าเวลานั้น สบกำลังตั้งครรภ์นางวัณฬา
เคลิ้มระงับหลับใหลมิใคร่ตื่น ฝันว่ากลืนดาวจระเข้ในเวหา
มีเทวัญพลันเสด็จระเห็จมา ถือสายฟ้าฟาดนางเหมือนอย่างไฟ
แล้วก็ควักจักษุทั้งสองสิ้น ไม่เห็นดินเห็นฟ้าเลือดตาไหล
ตื่นผวาคว้าปะพระอภัย ร้องทูลให้ช่วยด้วยจะม้วยมรณ์ ฯ
๏ พระแว่วเสียงเคียงน้องประคองกอด ระทวยทอดประทับทรวงดวงสมร
แม่เป็นไรไหวหวั่นขวัญบังอร อย่าอาวรณ์เชิญแถลงให้แจ้งการ
นางก้มเกล้าเล่าตามเนื้อความฝัน ยังหวาดหวั่นวรองค์น่าสงสาร
พระแย้มสรวลชวนชื่นรื่นสำราญ เยาวมาลย์มีท้องแล้วน้องรัก
เตรียมยี่ภู่อู่ทองไว้เถิดเจ้า พี่เลี้ยงเหล่านางนมให้สมศักดิ์
ลูกผู้ชายสายใจวิไลลักษณ์ อย่าเมินพักตร์ผินหน้าพูดจากัน
เห็นแล้วหรือมือเก่านะเจ้าพี่ ไม่ถึงปีก็ได้เชื้อเหลือขยัน
ไม่นับถือหรือจะว่าเล่นพนัน คนละปีมิให้คั่นจนวันตาย ฯ
๏ นางอายเอียงเถียงองค์พระทรงศักดิ์ อย่ามาทักทายหม่อมฉันพรั่นใจหาย
ถ้าท้องไส้ใหญ่โตต้องโย้ย้าย อายเขาตายเสียแล้วกรรมทำอย่างไร
โอ้แสนเข็ญเห็นไม่รอดเมื่อคลอดลูก ต้องกินหยูกกินยาเลือดตาไหล
ยังมิหนำซ้ำจะร้อนต้องนอนไฟ ยิ่งทุกข์ใจเฝ้าสะอื้นกลืนน้ำตา ฯ
๏ พระสวมสอดกอดประทับแล้วรับขวัญ อย่าหวาดหวั่นพรั่นจิตกนิษฐา
จะช่วยครางบ้างให้เจ้าเบาโรคา แม้กินยาขมขื่นจะกลืนแทน
พลางแย้มสรวลชวนชิดพิศวาส พี่ผูกขาดของหลวงอย่าหวงแหน
นางว่าเบื่อเหลือระอาช่างน่าแค้น ยังขืนแค่นไค้แคะเฝ้าและเลียม
แต่ตรงที่มีท้องน้องเป็นทุกข์ จะต้องซุกซ่อนกายเพราะอายเหนียม
ยิ่งตรึกตราปรารมภ์ให้ตรมเกรียม อย่าและเลียมเลยมิได้แล้วไม่ยอม
จะเหมือนนางมาลีมีฝาแฝด จนแก่แรดโรครูปก็ซูบผอม
เป็นสตรีมีลูกต้องทุกข์ตรอม ทูลกระหม่อมเป็นผู้ชายสบายใจ
พระจุมพิตชิดชวนสำรวลเย้ย นิจจาเอ๋ยมีท้องก็ร้องไห้
พลางยั่วเย้าเฝ้าล้ออรไท ตามวิสัยเซ้าซี้ด้วยปรีดา
จนรุ่งรางต่างองค์สรงสนาน พนักงานคอยถวายเครื่องซ้ายขวา
ตั้งโต๊ะทองของเสวยสามเวลา พระผ่านฟ้าฟั่นเฟือนไม่เคลื่อนคลาย ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงวัณฬาสมร ตั้งอุทรทุกข์ใจมิใคร่หาย
คิดถึงฝันนั้นก็รู้อยู่ว่าร้าย พระทำนายยังไม่สิ้นที่กินใจ
อันพี่น้องสองสุดาตำราแน่ จะให้แก้ฝันเห็นว่าเป็นไฉน
ดำริพลางย่างย่องจากห้องใน เสด็จไปตึกลมที่ชมจันทร์
ให้หาสองธิดารำภาสะหรี มานั่งที่พระแกลแล้วแก้ฝัน
ตั้งแต่ต้นจนสิ้นสุบินนั้น เจ้าช่วยกันทำนายร้ายหรือดี ฯ
๏ ฝ่ายยุพาผกาธิดาผู้ใหญ่ นางเข้าใจจับยามตามดิถี
ด้วยได้เรียนรู้ตำราพระบาลี เห็นจะมีเหตุร้ายจึงทายทูล
ซึ่งชมชื่นกลืนดาวจระเข้นั้น จะทรงครรภ์สืบปิ่นบดินทร์สูร
ได้ปรากฏยศยงพงศ์ประยูร ให้เพิ่มพูนภิญโญในโลกา
ซึ่งอารักษ์ควักเนตรนั้นเหตุใหญ่ จะจำให้ห่างเหเสนหา
เป็นเหตุใหญ่ไพรีจะมีมา กำหนดไว้ในสิบห้าทิวาวัน
นางฟังคำทำนายใจหายวับ เคยได้นับถือแน่เชิงแก้ฝัน
จึงตรัสว่าถ้าจะเป็นไปเช่นนั้น จะผันแปรแก้กันทำฉันใด
นางยุพาผกาทูลแถลง จะต้องแต่งบัตรพลีคัมภีร์ไสย
ประตูทั้งแปดทิศให้ปิดไว้ อย่าให้ใครเข้าออกบอกกิจจา
ในเจ็ดวันนั้นพระองค์จงทรงศิล ตัดให้สิ้นพยาบาทปรารถนา
สังเวยไหว้ไทเทวโลกา ให้รักษาสะเดาะพระเคราะห์นาม
นางวัณฬาว่าเจ้ารู้เอ็นดูแม่ สุดแล้วแต่เจ้าจะสั่งเถิดทั้งสาม
ปิดประตูผู้คนเร่งห้ามปราม จงทำตามแบบฉบับระงับภัย ฯ
๏ นางรำภาว่าหม่อมฉันฝันประหลาด ว่าฟ้าฟาดเปรื่องเปรี้ยงวังเวียงไหว
แต่ขวานฟ้ามาเหมือนแก้ววับแววไว วาบเข้าในปากกลืนพอตื่นนอน
นางยุพาว่าหม่อมฉันก็ฝันเห็น ว่าเมฆเป็นเกลียวกลีบมีครีบหงอน
เหมือนสายรุ้งพุ่งลงตรงอุทร พอตื่นนอนนึกอนาถประหลาดใจ
สุลาลีว่าหม่อมฉันก็ฝันหลาก ว่าอ้าปากกลืนแผ่นดินกินเสียได้
ต้องว่ายน้ำสำลักกระอักกระไอ ตื่นตกใจก็พอแจ้งแสงตะวัน ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์วัณฬาสุดาสดับ รู้ตำรับเรื่องทายทำนายฝัน
จึงว่าเจ้าเหล่านี้จะมีครรภ์ ช่างพร้อมกันกับข้าน่ารำคาญ
อย่าบอกให้ใครรู้อดสูเขา ช่างมาเข้าท้องพลุกทั้งลูกหลาน
แต่ปลายฝันนั้นสังเกตเป็นเหตุการณ์ จงคิดอ่านกันไปจัดตั้งบัตรพลี
ทั้งสามนางต่างคำนับพลางรับสั่ง ออกไปนั่งหน้าพลับพลาหลังคาสี
เรียกสนมกรมวังสั่งคดี องค์เทพีจะสะเดาะพระเคราะห์ร้าย
ประตูรอบขอบวังให้ตั้งศาล เครื่องคาวหวานนมเนยสังเวยถวาย
สุกรแกะแพะโคสิงโตควาย ล้มถวายกว่าจะเสร็จทั้งเจ็ดวัน
ปิดประตูผู้คนห้ามให้ขาด ใครล่วงราชอาชญาถึงอาสัญ
เร่งปักธงตรงทวารศาลสำคัญ ให้ทันวันฤกษ์รุ่งขึ้นพรุ่งนี้ ฯ
๏ ฝ่ายสนมกรมวังรับสั่งพร้อม ประนมน้อมลามาเกณฑ์หน้าที่
บ้างปลูกศาลบ้างก็จัดทำบัตรพลี เครื่องพลีกรรมแกะทั้งแพะโค
ปักธงเทียวเขียวดำประจำศาล เขียนรูปท่านพระมหาเยวาโห
ทั้งแปดด้านศาลเทวอิศโร ให้ภิญโญอย่างฝรั่งตั้งบูชา
ประตูทั้งแปดทิศก็ปิดหมด บอกกำหนดนายประตูผู้รักษา
แต่งสำเร็จเสร็จสรรพแล้วกลับมา แจ้งกิจจาตัวนายทูลรายงาน ฯ
๏ ฝ่ายสามนางต่างจัดปรัศว์ซ้าย ให้วงสายสิญจน์ตั้งที่นั่งสนาน
น้ำมนต์รดกลดสังข์ให้ตั้งพาน ดาดเพดานม่านบังบัลลังก์ทรง
ครั้นเสร็จสรรพกลับมาเฝ้าเยาวราช อภิวาททูลความตามประสงค์
อรุณฤกษ์เบิกแสงพระสุริยง เชิญพระองค์สรงน้ำสุรามฤต
แล้วแต่งองค์ทรงดำทั้งสำรับ ไปคำนับศาลสุรากลากิจ
วันละหนจนทั่วทั้งแปดทิศ เทวฤทธิ์จะรักษาให้ถาวร ฯ
๏ ฝ่ายละเวงวัณฬาสุดาสดับ ดำรัสรับตามคำแล้วร่ำสอน
ทั้งสามเจ้าเหล่านี้มีอุทร ที่เผ็ดร้อนสิ่งไรอย่าได้กิน
จะคลอดบุตรสุดลำบากยากสาหัส จงถือสัตย์สุจริตเป็นนิจสิน
ไปด้วยกันวันทาเจ้าฟ้าดิน จะได้สิ้นทุกข์โศกทั้งโรคภัย
กลัวแต่พระจะเสด็จออกไปด้วย ให้นึกขวยเขินจิตจะคิดไฉน
ทั้งสามนางต่างว่าถ้าเสด็จไป ที่ร่วมใจเห็นจะตามทั้งสามองค์
ต่างชื่นแช่มแย้มยิ้มพริ้มพระพักตร์ ด้วยผัวรักไม่รู้เบื่อจนเหลือหลง
นางวัณฬาว่าค่ำเย็นย่ำลง ทั้งสามองค์เจ้าจงกลับไปหลับนอน
ทั้งสามนางต่างคำนับแล้วกลับหลัง ขึ้นนั่งยังสุวรรณบรรจถรณ์
ต่างแอบผัวยั่วเย้าเฝ้าชะอ้อน แต่ล้วนหล่อนล่อแพนแสนสันทัด
เมื่อคราวมัวผัวเหมือนหนึ่งขี้ผึ้งเคล้น จะปั้นเป็นรูปอะไรก็ไม่ขัด
ปูว่าหอยพลอยว่าด้วยสารพัด เพราะรู้กลปรนนิบัติช่างดัดแปลง ฯ
๏ ฝ่ายละเวงวัณฬาพระยาหญิง ชะอ้อนอิงพระอภัยพิไรแถลง
หม่อมฉันฝันข้างปลายเห็นร้ายแรง ให้จัดแจงจะสะเดาะพระเคราะห์ร้าย
เวลารุ่งพรุ่งนี้จะพลีศาล ทุกทวารวังเวียงจนเที่ยงสาย
เชิญบรรทมชมนางห้ามตามสบาย อย่าใกล้กรายกว่าจะเสร็จเพียงเจ็ดวัน
พระกอดเกยเชยปรางว่านางอื่น ไม่ชุ่มชื่นเหมือนกับกลิ่นดินถนัน
เจ้าจากไปไกลพักตร์เพียงสักวัน เหมือนจากกันร้อยปีไม่มีสบาย
เจ้าอยู่ใกล้ได้เห็นอยู่เช่นนี้ ถึงจะมีทุกข์ร้อนก็ผ่อนหาย
จะไปด้วยช่วยสะเดาะพระเคราะห์ร้าย ลูกผู้ชายเหมือนพ่อหน่อนงลักษณ์ ฯ
๏ นางว่าเบื่อเหลือรำคาญด้วยผ่านเกล้า ขืนยั่วเย้ายามวิตกเพียงอกหัก
พระกอดเกยเชยชิดจุมพิตพักตร์ เสียงขิกขักซักไซ้จนไสยา ฯ
๏ จะกล่าวกลับจับเรื่องบาทหลวงเฒ่า เมื่อเสียเขาเจ้าประจัญขันอาสา
แปลงเป็นเหล่าชาวพลคนชรา ลูกศิษย์พาไปอยู่บ้านสะพานยนต์
แต่ตรอมจิตคิดอายไม่หายเหือด เจียนจะเชือดคอตายเสียหลายหน
สำคัญว่าข้าศึกทำซ้อนกล ที่แยบยลหญิงลวงไม่ล่วงรู้
ให้คนใช้ไปลอบคอยฟังข่าว ได้เรื่องราวจริงหมดคิดอดสู
พระอภัยไม่ตายกลายเป็นชู้ เข้าไปอยู่กับลูกสาวเจ้าลังกา
แขกฝรั่งทั้งหลายพวกนายไพร่ ก็พร้อมใจกันให้ขาดศาสนา
ยิ่งแค้นขัดอัดอั้นตันอุรา ดังเลือดตาแกจะตกตีอกตึง
คิดน่าแค้นตัวของตัวจนหัวหงอก เด็กมันหลอกลวงได้ไม่รู้ถึง
จนฟุ้งเฟื่องเลื่องลือออกอื้ออึง ดูประหนึ่งโง่เง่าเหมือนเต่าตาย
แกชกหัวตัวเองเสียงโกกโกก กำเริบโรครากเลือดไม่เหือดหาย
สลบล้มลมจับพับเจียนตาย ศิษย์ทั้งหลายแก้ไขจึงได้ฟื้น
เจ็บอยู่ป่าห้าเดือนเหมือนจะม้วย แต่รอดด้วยหยูกยาค่อยฝ่าฝืน
พอพ่วงพีมีกำลังลุกนั่งยืน ทุกค่ำคืนแค้นลูกสาวเจ้าลังกา
จึงบอกเหล่าชาวบ้านทหารศิษย์ เดิมกูคิดกลศึกลึกหนักหนา
แนะความในให้มันอีวัณฬา เจียนจะฆ่าพระอภัยได้หลายครั้ง
มันสับปลับกลับเอาเขาเป็นผัว ช่างชาติชั่วผิดคนแต่หนหลัง
ถึงฆ่าฟันฉันใดกูไม่ฟัง จะไปวังด่าว่าให้สาใจ ฯ
๏ แล้วจัดแจงแต่งตัวกลัวจะช้า เหล่าพวกสานุศิษย์หามตามไสว
ออกจากบ้านดั้นดงตัดตรงไป หนทางไกลกับลังกาสามราตรี
ค่ำที่ไหนให้ประทับคนรับสิ้น ทุกบ้านถิ่นนับถือเหมือนฤๅษี
บ้างช่วยหามตามมาในธานี ชาวบูรีพรูวิ่งทั้งหญิงชาย
มาดาษดื่นยื่นไหว้แล้วไต่ถาม ได้แจ้งความหนหลังสิ้นทั้งหลาย
นางวัณฬาจะสะเดาะพระเคราะห์ร้าย พอแดดสายจะออกมาบูชายัญ
บาทหลวงดูรู้การว่าศาลนี้ ชื่อพลีโลกาบูชาขยัน
นางวัณฬาน่าที่จะมีครรภ์ คงพบกันแล้วสินะกูจะคอย
ถึงจะมาฆ่าตีเอาชีวิต กูไม่คิดแล้วกูแค้นแน่นคอหอย
แล้วหยุดยั้งนั่งหน้าศาลาน้อย ให้ศิษย์คอยนั่งดูประตูกลาง ฯ
๏ ฝ่ายลูกสาวเจ้าลังกาเวลาอรุณ น้ำมันมุ่นมวยประจงทรงพระสาง
ประดับองค์ทรงดำดูสำอาง พร้อมสามนางสามกษัตริย์ภัสดา
แล้วเชิญองค์ทรงยศบทบาท ออกลีลาศนำนางไปข้างหน้า
ศรีสุวรรณนั้นนำนางรำภา สองสุดาสินสมุทรสุดสาคร
ขึ้นเชิงเทินเดินเรียงเคียงเคียงคู่ ข้าหลวงหมู่นางห้ามตามสลอน
ต่างเดินดูหมู่พหลพลนิกร ที่สัญจรเดินทางข้างกำแพง
แล้วดูพลบนปราการข้างด่านนอก ถือดาบหอกปืนประจำล้วนกำแหง
ตั้งรายรอบขอบเมืองเขียวเหลืองแดง เลียบกำแพงวังสูงดูฝูงคน ฯ
๏ ถึงประตูบูรพาตรงหน้าศาล สมมติท่านเทวาสถาผล
นางยั้งหยุดจุดเทียนเวียนมณฑล เจิมสุคนธ์จวงจันทน์แล้ววันทา
บรรดาสัตว์มัดเชือดเอาเลือดสด สุรารดเซ่นถวายทั้งซ้ายขวา
ขอสังเวยเนยนมทั้งถั่วงา สวดมนตราสะเดาะพระเคราะห์นาม
ครั้นสรรพเสร็จเสด็จมาบูชาศาล ทุกทวารถวายของที่สองสาม
อร่ามเรืองเครื่องบูชาสง่างาม แล้วเลียบตามเชิงเทินดำเนินมา ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งสังฆราชพระบาทหลวง ศิษย์ทั้งปวงบอกว่านางมาข้างหน้า
โมโหหุนหมุนออกนอกศาลา เห็นลูกสาวเจ้าลังกาเคียงสามี
เลียบเชิงเทินเดินดูเป็นคู่กัน ศรีสุวรรณเคียงหน้ารำภาสะหรี
เป็นสี่คู่ทั้งยุพาสุลาลี แต่ล้วนมีท้องทั่วทุกตัวคน
พลอยขายหน้าฝรั่งทั้งประเทศ เสียประเภทพวกหญิงชาวสิงหล
ยิ่งฉุนคิดแม้ว่ากายกูวายชนม์ จะให้คนเลื่องชื่อออกอื้ออึง ฯ
๏ พลางเดินมาหน้าประตูร้องอุเหม่ อีเจ้าเล่ห์ลวงกูไม่รู้ถึง
กูเจ็บแค้นแทนด้วยจึงช่วยมึง เพราะคิดถึงคุณท้าวเจ้าลังกา
ยังลวงหลอกกลอกกลับไปรับชู้ มาเป็นคู่หลู่ขาดพระศาสนา
มึงผ่าเหล่าเผ่าพันธุ์อีวัณฬา คบขี้ข้าเข้ามาเลี้ยงไว้เคียงตัว
อีลาลีอีผการำภาสะหรี ล้วนตัวดียอดรักช่วยชักผัว
หาให้เจ้าเอาเองไม่เกรงกลัว แต่ล้วนตัวตอแหลกระแตวับ
มึงลวงกูรู้กันทำผันผ่อน เหมือนหนึ่งหนอนบ่อนไส้กินไตตับ
จนด่านแตกแยกย้ายล้มตายยับ เพราะมึงกลับกลายแกล้งไปแปลงความ
จนฝรั่งลังกาเป็นข้าเขา เพราะมึงเข้าเพศภาษาสยาม
เป็นเมียน้อยช้อยชดช่างงดงาม เมียหลวงตามเข้ามาหึงถึงประตู
กูรักใคร่ให้วิชาสารพัด ไม่ซื่อสัตย์ซ้ำปดให้อดสู
แกล้งคิดอ่านพาลโกรธยกโทษกู เมื่อจืดแล้วจึงจะรู้จักคุณเกลือ
จงเร่งมาฆ่ากูจะสู้ม้วย ให้ตายด้วยพี่พ่ออย่าหลอเหลือ
กูแค้นนักจักเชือดเอาเลือดเนื้อ อีลูกเสือลูกจระเข้เนรคุณ ฯ
๏ นางวัณฬาฝรั่งเห็นสังฆราช มากริ้วกราดโกรธเกรี้ยวอยู่เฉียวฉุน
ไม่ถือโทษโกรธตอบด้วยขอบคุณ ท่านการุญรักใคร่จึงได้แค้น
นางนบนอบตอบว่าสมาบาป ที่ปรามปราบศึกเสือยากเหลือแสน
ทุกภาษาสมทบช่วยรบแทน ก็แตกแตนตายยับทุกทัพไป
จนศึกข้ามตามมาประดารบ หลายตลบเหลือจิตจะคิดไฉน
ด้วยเป็นหญิงยิ่งยากลำบากใจ สงสารไพร่ใหญ่น้อยจะพลอยตาย
จึงมีผัวกลัวว่าวงศ์ฝรั่ง ในเกาะลังกาทวีปจะฉิบหาย
สิ้นที่พึ่งจึงต้องรับความอับอาย ศึกจึงวายรบพุ่งที่กรุงไกร
ประทานโทษโปรดเกล้าเถิดเจ้าคะ ไม่ทิ้งพระศาสนาหามิได้
เจ้าคุณมาธานีฉันดีใจ นิมนต์ไปวัดวาให้ถาวร ฯ
๏ พระฝรั่งฟังนางค่อยสร่างโกรธ จึงยกโทษที่ไม่ทำตามคำสอน
จนข้าศึกฮึกหาญมาราญรอน แผ่นดินร้อนไปทั่วเพราะผัวมึง
แต่ทัพชายนายไพร่ยังไม่กลับ เดี๋ยวนี้ทัพเมียหลวงล่วงมาถึง
เจ้าช่างคิดกลศึกอย่างลึกซึ้ง ทำไมจึงหลบตัวน่าหัวเราะ ฯ
๏ นางละเวงเกรงกลัวพาผัวรัก รีบหลบพักตร์ท่านผู้เฒ่าเดินเหย่าเหยาะ
ทั้งสามนางต่างเรียงเถียงทะเลาะ เป็นเหตุเพราะผู้เป็นเจ้าเฒ่าชรา
ออกไปด้วยช่วยแก้ก็แพ้พ่าย เช่นนั้นอายหรือไม่เล่าพระเจ้าข้า
ที่ด่านเขาเจ้าประจัญคุณสัญญา ให้เข่นฆ่าแล้วกระไรจึงไม่ตาย ฯ
๏ บาทหลวงเฒ่าเกาอกโกรธงกเงิ่น อุสาห์เดินตามด่าแหงนหน้าหงาย
อีแม่สื่อถือดีไม่มีอาย เที่ยวชักชายชักผัวให้ตัวเอง
ไม่ถึงปีมีท้องกระปองเหยาะ ยังมีหน้ามาทะเลาะล้วนเหมาะเหมง
อวดฝีมือถือตัวไม่กลัวเกรง จะเท้งเต้งตามกันเป็นมั่นคง
กูสัญญาว่าจะทำให้สำเร็จ มึงกลับเท็จลวงให้กูใหลหลง
จึงเสียทีชีวิตแทบปลิดปลง มึงจะลงขุมนรกหกคะเมน
เพราะสับปลับลับลวงกูผู้มีศีล ทั้งมือตีนจะต้องถ่างบนกางเขน
น้อยหรือรุมทุ่มเถียงขึ้นเสียงเกน อีเมียเถนเทวทัตสัตว์นรก
ทำปั้นเจ๋อเย่อหยิ่งเป็นกิ้งก่า หน้าจะดำคล้ำฝ้าน้ำตาตก
อีกาฝากปากกล้าทำลามก กลับมายกโทษทัณฑ์ให้พันพัว
ทั้งสามนางต่างล้อว่าขอถาม อยากแจ้งความอนุกูลเถิดทูนหัว
ว่ามีท้องมองเห็นมันเป็นตัว หรือตามัวดูให้แน่อย่าแลเกิน ฯ
๏ นางละเวงเกรงบาปไม่หยาบช้า จึงได้พาสามนางไปห่างเหิน
แกตามด่ามาจนรอบขอบเชิงเทิน นางนิ่งเมินลงบันไดเข้าในวัง
บาทหลวงเฒ่าจะเข้าไปไม่ได้ด้วย หอบระหวยหิววับต้องกลับหลัง
ลูกศิษย์หามข้ามทุ่งพะรุงพะรัง ไปหยุดยั้งวัดวาประสาใจ ฯ
๏ จะกล่าวท้าวทศวงศ์ดำรงร่าง ซึ่งแรมทางทัพเดินเนินไศล
ทั้งโยธาการะเวกสองเวียงชัย ถึงกรุงไกรลังกาพอราตรี
เข้าค่ายศรีสุวรรณพร้อมกันหมด ท้าวทรงยศขึ้นพลับพลาหลังคาสี
ฝ่ายโฉมยงองค์สุวรรณมาลี พาบุตรีกับกษัตริย์หัสไชย
ไปเฝ้าท้าวทศวงศ์ดำรงราชย์ อภิวาทวันทาต่างปราศรัย
น้อมคำนับรับกันเป็นหลั่นไป แล้วท้าวไทถามเรื่องเมืองลังกา ฯ
๏ ส่วนสุวรรณมาลีมีแต่เศร้า จะร่ำเล่าแล้วให้แค้นนั้นแสนสา
ต้องทูลตามความหลังหลั่งน้ำตา พรรณนาตามเรื่องเคืองรำคาญ
พอสิ้นคำสำลักพักตร์สลด ทรงกำสรดทรวงผ่าวเพียงร้าวฉาน
บรรดาเหล่าเผ่าพงศ์พระวงศ์วาน พลอยสงสารโศกาด้วยอาลัย
ท้าวทศวงศ์ทรงฟังแล้วนั่งบ่น ชะเวทมนตร์มันขลังอย่างไฉน
ทั้งหนุ่มแก่แปรปรวนรัญจวนใจ ใครเข้าไปก็เป็นสิทธิ์เหมือนติดตัง
แล้วตรัสเล่าเสาวคนธ์มาตามพี่ ได้พราหมณ์ชีโลกเชษฐ์พระเวทขลัง
แกรับว่าถ้าแม้ออกมานอกวัง จะแก้คลั่งเสียให้หายเหมือนหมายใจ
แต่เดี๋ยวนี้สี่องค์ยังหลงอยู่ ท่านพราหมณ์ครูจะได้ปะพระที่ไหน
จะพูกจาว่าขานประการใด จึงจะได้พานพบประสบองค์ ฯ
๏ นางทูลว่าอาการนั้นพานเคลิ้ม แต่ความเดิมจำได้ไม่ใหลหลง
แม้ทราบว่าฝ่าพระบาทญาติวงศ์ มาถึงคงจะออกมาเฝ้าฝ่าธุลี
แล้วทูลความตามที่ให้คนไปอยู่ คอยสืบรู้สารพัดน่าบัดสี
เสด็จมาหน้าฉานเมื่อวานนี้ พร้อมทั้งสี่คู่เปรียบเที่ยวเลียบเดิน
เขาเห็นแซ่แลดูด้วยอยู่สูง ผัวนั้นจูงมือนางไม่ห่างเหิน
นางเมียนั้นลอยดอกให้หยอกเอิน เลียบเชิงเทินเที่ยวสะเดาะพระเคราะห์นาม
หน่อกษัตริย์หัสไชยเคยไปเฝ้า แต่ก่อนเข้าออกได้เขาไม่ห้าม
แต่เดี๋ยวนี้ที่คนไปสืบความ ว่าห้ามปรามกวดขันหลายวันมา
ปิดประตูผู้คนห้ามเข้าออก มิให้บอกถ้อยความห้ามหนักหนา
ต่อเจ็ดวันจึงจะเลิกสิ้นฤกษ์พา ต้องรอท่ากว่าจะได้ไขทวาร ฯ
๏ ฝ่ายนงเยาว์เสาวคนธ์เห็นกลศึก นางนิ่งนึกตรึกตราแล้วว่าขาน
ถ้าละไว้ให้เสร็จสำเร็จการ จะเชี่ยวชาญเชิงมนต์กลวิชา
คิดเข้าไปให้ถึงจึงจะค้าง ทำลายล้างพิธีดีหนักหนา
อันท่านครูผู้เจริญซึ่งเชิญมา มีตำรารู้จบภพไตร
จะพรายแพร่งแจ้งรหัสที่ขัดข้อง ให้ทั้งสองพราหมณ์แก่คิดแก้ไข
การเพียงนี้ทีเห็นไม่เป็นไร คงจะได้ด้วยปัญญาท่านอาจารย์
จำจะให้ไปอยู่ที่เงียบเงียบ ตามระเบียบพฤฒามหาศาล
หน่อกษัตริย์หัสไชยเห็นได้การ จึงกราบกรานทูลความตามปัญญา
อันค่ายที่พี่สินสมุทรตั้ง ยังพร้อมพรั่งไพร่พลคนรักษา
เชิญพี่นางไปประทับที่พลับพลา กับพฤฒาทั้งสองตริตรองการ ฯ
๏ ท้าวทศวงศ์ทรงฟังตรัสสรรเสริญ ฉลาดเกินชันษาหนักหนาหลาน
ทั้งสององค์จงพาท่านอาจารย์ ไปคิดอ่านอนุกูลอย่าสูญใจ
พระพี่น้องสองสดับแล้วรับสั่ง ไปอยู่ยังพลับพลาที่อาศัย
พวกแสนสาวท้าวนางอยู่ข้างใน ทั้งนายไพร่พร้อมหน้ารักษาองค์ ฯ
๏ ส่วนสุวรรณมาลีกับสี่กษัตริย์ ยังนั่งตรัสความเมืองด้วยเรื่องหลง
แต่โฉมแก้วเกษรานั้นว่าตรง จะโทษองค์ภูวไนยนั้นไม่ควร
เขาทำถูกหยูกยานิจจาเอ๋ย จึงหลงเลยลืมอารมณ์ดั่งลมหวน
จะหิวหอบบอบช้ำประช่ำประชวร น้องใคร่ครวญให้สงสารรำคาญแทน ฯ
๏ พระมารดาว่าผัวของตัวรัก มันหาญหักชิงช่วงไม่หวงแหน
ชอบชี้หน้าด่ามันให้ทันแค้น ทำทดแทนจึงจะถูกสิลูกรัก
แม่มาลีดีจริงใครชิงผัว มันถือตัวตบมันให้ฟันหัก
ท้าวทศวงศ์ทรงพระสรวลเสียงคักคัก ท่านยายยักษ์อย่าไปสอนลูกอ่อนเลย
เมื่อชาติหน้าข้าจะมีสักทีหนึ่ง ยายจึงหึงให้แทบตายเถิดยายเอ๋ย
แม่เกษรามาลีหล่อนมิเคย อย่าหึงเลยลูกรักขายพักตรา
ถึงดีชั่วผัวผิดอย่าคิดโรธ รู้สึกโทษแล้วเธอรักเสียหนักหนา
แม้หึงหวงล่วงพระราชอาชญา จะขัดเคืองเบื้องหน้าเป็นราคี
นางฟังคำไม่คำนับไม่รับสั่ง ด้วยแค้นคั่งเคืองอุรามารศรี
พอโพล้เพล้เวลาเข้าราตรี สุมาลีลากลับคืนพลับพลา ฯ
๏ ฝ่ายนงเยาว์เสาวคนธ์วิมลพักตร์ ถามน้องรักรู้เหตุพระเชษฐา
เป็นทุกข์ร้อนซ่อนสะอื้นกลืนน้ำตา พอเวลาย่ำฆ้องชวนน้องชาย
ไปบูชาปาโมกข์โลกเชษฐ์ แล้วเล่าเหตุหนหลังสิ้นทั้งหลาย
นางวัณฬาสะเดาะพระเคราะห์ร้าย หรืออุบายล่อลวงจะหน่วงนาน ฯ
๏ พฤฒาเฒ่าเข้าใจทางไสยศาสตร์ จึงว่าราชพิธีบัตรพลีศาล
เขาทรงครรภ์ฝันร้ายกลัววายปราณ จึงบนบานบวงสรวงไม่ลวงใคร
นางวอนว่าการุญพระคุณช่วย จะแก้ด้วยมนต์เวทวิเศษไฉน
ทั้งหยูกยาสารพัดให้หัสไชย เข้าไปได้ถึงที่ทั้งสี่องค์ ฯ
๏ พราหมณ์พฤฒาว่ากระนั้นวันพรุ่งนี้ จะแก้ผีภูตพรายให้หายหลง
แล้วพราหมณ์เอาทองคำทำเป็นธง มาเขียนลงอักขระพระศุลี
แล้วลงยันต์พระพิเนกเสกสะกด ดังจักรกรดพระนารายณ์ทำลายผี
ให้น้องนางพลางสอนซ่อนให้ดี ไปให้พี่เผ่าพงศ์องค์ละคัน
แม้ถือธงคงหายเคลื่อนคลายคลั่ง อย่ารอรั้งพามานี่ขมีขมัน
ที่ประตูผู้คนเขาป้องกัน จงผ่อนผันพูดความตามอุบาย
แล้วลงเลขเสกข้าวตอกเป็นดอกฟ้า ล้ำบุปผาในแผ่นดินสิ้นทั้งหลาย
ยื่นดอกไม้ให้กุมารเหมือนหลานชาย สอนอุบายที่จะให้เข้าในวัง ฯ
๏ พระพี่น้องสองสมอารมณ์นึก พอจวนดึกคำนับลากลับหลัง
มาเข้าห้องน้องรักร่วมบัลลังก์ บรรทมฟังกล่อมขับเลยหลับไป ฯ
๏ พอดาวเดือนเลื่อนลับพยับโพยม เสียงประโคมดนตรีปี่ไฉน
ต่างฟื้นองค์สรงสนานสำราญใจ พระหัสไชยแต่งองค์ทรงสำอาง
โฉมเฉลาเสาวคนธ์ช่วยผัดพักตร์ ให้น้องรักแล้วหวีเกศีสาง
เกล้ากระหมวดกวดรัดปิ่นกลัดกลาง เคยเป็นช่างเกล้าเจ้าจุกตุ๊กตา
แล้วแต่งองค์ทรงเสื้อสีม่วงอ่อน ธงทองซ่อนไปกับกายทั้งซ้ายขวา
สังวาลวงทรงประดับทับอุรา เหน็บสาตรากริชสั้นไว้ชั้นใน
เอาพานทองรองใส่ดอกไม้เสก กลีบเป็นเลขลงอักษรซ้อนไสว
ผู้ใดดมสูบกลิ่นสิ้นจัญไร ถึงเจ็บไข้ค่อยสบายไม่วายวาง ฯ
๏ ครั้นสรรพเสร็จเสด็จมาหน้าสนาม พี่เลี้ยงตามเคียงประคองทั้งสองข้าง
หนุ่มขนาดมหาดเล็กลูกขุนนาง ล้วนรูปร่างรุ่นราวคราวพระองค์
เชิญเครื่องอานพานพระศรีพระแสงเพชร ตามเสด็จยุรยาตรดังราชหงส์
ให้ผูกสิงห์มิ่งม้ามังกรทรง ไปรับองค์เชษฐาสุดสาคร
แล้วทรงนั่งหลังสิงห์กั้นกลิ้งกลด เผ่นพยศเยื้องไล่เช่นไกรสร
ตำรวจเรียงเคียงข้างหนทางจร เข้านครเสด็จมาถึงหน้าวัง
หยุดสิงห์ทรงตรงประตูเขารู้จัก ต่างถามทักทุกคนเหมือนหนหลัง
พระเรียกหาฝรั่งเฝ้าเล่าให้ฟัง เราออกนั่งหน้าพระลานชานชาลา
พอฟ้าแลบแปลบสว่างเห็นนางหนึ่ง มาเขียนซึ่งลายลิขิตติดบุปผา
แล้วฝากไว้ให้ลูกสาวเจ้าลังกา ว่าธิดาเคราะห์ร้ายให้คลายดี
แล้วร่ำบอกดอกฟ้านี้ปรากฏ ใครสูบรสบุปฝาเป็นราศี
แล้วโปรดให้นายประตูดูมาลี อักษรมีอย่างที่เราไม่เข้าใจ
พระมาตุรงค์ทรงมหาอานุภาพ คงจะทราบมั่นคงไม่สงสัย
เร่งไปบอกท้าวนางที่ข้างใน ไปทูลให้แจ้งกิจจาสารพัน ฯ
๏ นายประตูผู้กำกับว่ารับสั่ง ให้ระวังเวียนตรวจกันกวดขัน
ใครเข้าออกบอกกิจจาให้ฆ่าฟัน กระหม่อมฉันกลัวพระราชอาชญา ฯ
๏ หน่อกษัตริย์ตรัสว่าเองโฉดเขลา ชอบแต่เอาตัวมัดตัดเกศา
ซึ่งห้ามปรามความแผ่นดินถิ่นสุธา นี่เทวาอวยชัยจะให้ลือ
แม้ปิดบังของหลวงให้ร่วงหล่น ตัวจะพ้นความตายฉิบหายหรือ
เป็นขุนนางช่างโง่เหมือนโคกระบือ ดีแต่ดื้อไม่รู้จักที่หนักเบา
กูเข้าออกนอกในไม่ทรงห้าม มึงห้ามปรามจะเป็นโทษอ้ายโฉดเขลา
ไม่แจ้งความตามคำก็ทำเนา เปิดประตูกูจะเข้าไปเฝ้าเอง ฯ
๏ นายประตูรู้น้อยพลอยเห็นชอบ เธอรอบคอบกล่าวเพราะช่างเหมาะเหมง
ต้องงอนง้อขอตัวด้วยกลัวเกรง จะเปิดเองก็ขยาดพระอาชญา
ขอบอกกล่าวท้าวนางให้ทูลก่อน จงหยุดหย่อนงดโทษโปรดเกศา
แล้วไปบอกในวังเช่นฟังมา เหมือนวาจาหน่อกษัตริย์หัสไชย
พวกในวังฟังว่าดอกฟ้าเกิด ฟ้าผี่เถิดจะใคร่เห็นเป็นไฉน
จะปิดป้องของสำคัญก็พรั่นใจ ต้องจำไปทูลลูกสาวเจ้าลังกา ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ละเวงไม่เกรงกริ่ง คิดว่าจริงจะใคร่ดูดอกบุหงา
หลงอุบายหมายจิตว่าเทวา เอาดอกฟ้าลงมาให้คุ้มภัยพาล
จึงสั่งให้ไปเปิดประตูรับ ศาลสำหรับเซ่นวักหักทุกศาล
เห็นศักดิ์สิทธิ์วิทยาพฤฒาจารย์ พระกุมารดีใจเข้าในวัง
ถึงตึกเย็นเห็นนางอยู่ข้างนอก ถวายดอกไม้งามทูลความหลัง
นางหลงกลล้นเหลือทรงเชื่อฟัง ด้วยเห็นยังย่อมเยาว์ไม่เข้าใจ
หยิบบุปผามาพินิจพิศดูดอก อ่านไม่ออกอักขระเรียงไสว
นิ่งตะลึงอึ้งอั้นตันพระทัย จึงสั่งให้หายุพาสุลาลี
นางน้อยน้อยคอยคำนับถือรับสั่ง แยกไปยังพี่น้องทั้งสองศรี
ทูลแถลงแจ้งความตามคดี สองบุตรีรีบมาพร้อมหน้ากัน ฯ
๏ หน่อกษัตริย์หัสไชยเห็นได้ช่อง ลามาห้องหาพี่ขมีขมัน
เข้านั่งใกล้ให้ธงองค์ละคัน แล้วรำพันชี้แจงให้แจ้งใจ
สุดสาครร้อนจิตได้คิดหมด เสียดายยศราวกับว่าเลือดตาไหล
หยิบธงทองน้องยารีบคลาไคล พากันไปห้องที่พระพี่ยา
ประณตนอบยอบองค์ยื่นธงให้ เอาความในแจ้งเหตุพระเชษฐา
สินสมุทรถือธงทรงศักดา ที่ฤทธิ์ยาแฝดเฟือนก็เคลื่อนคลาย
รู้สึกตัวกลัวจะช้ารีบพาน้อง เข้าในห้องบิตุรงค์ยื่นธงถวาย
พระอภัยได้ธงดำรงกาย ที่คลั่งคลายเคลิ้มตะลึงคำนึงใน ฯ
๏ นางวัณฬาแอบมองตามช่องฉาก พอเห็นหลากจิตพรั่นประหวั่นไหว
เข้าชิงธงที่องค์พระอภัย มาหักให้ย่อยยับสำทับความ
น้อยหรือเจ้าเหล่านี้หนามาถึงแท่น ทะลวงแล่นเข้ามาเองไม่เกรงขาม
แล้วว่าชะพระองค์ถือธงงาม จะวิ่งตามเขาไปไหนจะใคร่รู้
พระกลับหลงธงหักให้รักหญิง พลอยว่าจริงเหมือนแม่ว่าน่าอดสู
ทะลวงทะลึ่งตึงตังมาพรั่งพรู พลางขับขู่เคืองค้อนขว้างหมอนอิง ฯ
๏ หน่อกษัตริย์หัสไชยเข้าไปฉุด สินสมุทรกับพระพี่วิ่งหนีหญิง
แต่พอออกนอกได้ดีใจจริง ขึ้นทรงสิงห์ทรงพระยาม้ามังกร
ไปกองทัพพลับพลาตรงมาที่ ห้องสุวรรณมาลีศรีสมร
ต่างกราบกรานมารดาด้วยอาวรณ์ พระมารดรดีใจวิ่งไปรับ
แล้วกอดจูบลูบหลังเจ้าทั้งสอง พ่อคุณของแม่ฟื้นได้คืนกลับ
สินสมุทรสุดสาครอ่อนคำนับ แล้วลมจับนิ่งซบสลบไป ฯ
๏ พระชนนีตีอกตกประหม่า ร้องเรียกหาหมอออกแซ่ช่วยแก้ไข
ไม่ฟื้นกายหมายมั่นว่าบรรลัย ต่างตกใจวุ่นวิ่งเป็นสิงคลี
ท้าวทศวงศ์องค์อรุณพอรู้เหตุ ทั้งแก้วเกษรามารศรี
มากองทัพพลับพลาสุมาลี พอพระพี่น้องฟื้นค่อยชื่นใจ
นางเชิญองค์ทรงนั่งบัลลังก์อาสน์ พร้อมพระญาติวงศาอัชฌาสัย
ท้าวทศวงศ์สงสารสองหน่อไท จึงปราศรัยสินสมุทรค่อยพูดจา
คนนี้หรือชื่อสุดสาครน้อง ดูผุดผ่องน่ารักเป็นนักหนา
พระพี่น้องสองคำนับรับบัญชา แล้วไหว้อาสะใภ้นางให้พร ฯ
๏ ฝ่ายอรุณรัศมีเป็นที่น้อง บังคมสองพี่ชายสายสมร
จอมกษัตริย์ตรัสว่าสุดสาคร อายุอ่อนแต่เป็นที่พระพี่ยา
จงรู้จักรักใคร่กันไว้เถิด เสียแรงเกิดร่วมชาติวาสนา
เออหลากจิตบิตุรงค์องค์พระอา ไยไม่มาด้วยกันเหตุฉันใด ฯ
๏ สินสมุทรสุดสาครถอนสะอื้น อุสาห์ฝืนพักตร์แจ้งแถลงไข
เหมือนความหลังพลั้งพลาดประมาทใจ จนเสียไม้เท้าครูคู่ชีวี
อันทรงฤทธิ์บิดาพระอานั้น ผู้หญิงมันคุมตัวกลัวจะหนี
เข้าชิงชักหักธงเป็นผงคลี จึงเสียทีผีซ้ำประจำไว้ ฯ
๏ สุมาลีขี้หึงว่าถึงหาย เธอเสียดายอีวัณฬาไม่มาได้
แต่ถือธงลงยันต์ไว้กันภัย ยังนิ่งได้ให้มันหักเพราะรักมัน
นางเกษราว่าสงสารพระผ่านเกล้า โอ้ใครเล่าจะช่วยแก้ให้แปรผัน
ถึงกระไรได้ธงที่ลงยันต์ พอทรงธรรม์รู้องค์แล้วคงมา
ประเดี๋ยวนี้อีฝรั่งมันขังไว้ จะได้ใครลอบลักไปรักษา
เสียแรงตามข้ามฝั่งมาลังกา ถึงกระไรได้วันทาพระสามี
แม้ไม่เลี้ยงเคียงองค์พระทรงศักดิ์ จะสมัครอยู่เป็นข้าเหมือนทาสี
วิบากกรรมถึงรำภาจะด่าตี ก็ตามทีเถิดสู้ทนไปจนตาย
สนองคุณมุลิกาฝ่าพระบาท จนสิ้นชาติชาตินี้ไม่หนีหาย
ถึงชาติอื่นหมื่นชาติไม่คลาดคลาย พลางฟูมฟายชลนาด้วยอาลัย
พระญาติวงศ์สงสารรำคาญจิต เป็นสุดคิดพลอยพาน้ำตาไหล
แต่สุวรรณมาลีว่านี่อะไร เฝ้าร้องไห้สมเพชแม่เกษรา
จะยอมเป็นทาสีอีฝรั่ง ไม่ขอฟังแล้วฉันแค้นมันแสนสา
แม้มิตายหมายมั่นอีวัณฬา จะแล่เนื้อเกลือทาให้สาใจ ฯ
๏ ท้าวทศวงศ์ทรงตรึกเห็นลึกซึ้ง ไม่รู้ถึงบาดแผลจะแก้ไข
จึงห้ามว่าอย่าหึงให้อึงไป เร่งคิดให้ได้ผัวของตัวมา
ไปบนบานท่านปาโมกข์โลกเชษฐ์ ให้แจ้งเหตุธงหักได้รักษา
จะไปด้วยช่วยอ้อนวอนพฤฒา แล้วท้าวพาเผ่าพงศ์รีบตรงไป
ถึงที่อยู่ผู้เฒ่าเข้าไปพร้อม คำนับน้อมพฤฒาอัชฌาสัย
พราหมณ์คำนับรับเสด็จด้วยดีใจ ถวายชัยมงคลด้วยมนต์พราหมณ์
แล้วทูลว่าข้าแต่พระทรงภพ แม้ปรารภข้อไรจงไต่ถาม
ท้าวทศวงศ์โองการวิถารความ เล่าให้พราหมณ์ตามผู้หญิงมันชิงธง
แต่สินสมุทรสุดสาครหล่อนมาได้ พระอภัยศรีสุวรรณนั้นยังหลง
ช่วยแก้ไขให้ฟื้นกลับคืนคง ทั้งเงินทองสององค์คงรางวัล
ฝ่ายสองนางต่างว่าข้าพเจ้า จะกราบเท้าทองคำเต็มกำปั่น
คนละลำบำรุงพระคุณครัน ช่วยแก้กันผ่อนปรนให้พ้นภัย ฯ
๏ พราหมณ์เคารพนบนอบตอบสนอง พระคุณของวนิดาจะหาไหน
แต่ตรองตรึกนึกวิตกในอกใจ ด้วยอยู่ในเวียงวังกำบังกาย
ถ้าแม้ว่าข้าพเจ้าได้เข้าชิด คงจะคิดแก้ไขเสียให้หาย
นี่ยากนักจักใคร่วานให้ท่านยาย คิดอุบายแก้ไขเข้าในวัง
ซึ่งพี่น้องสองออกมานอกได้ มันจะใช้ผีทับให้กลับหลัง
ภาวนาอย่าประมาทให้พลาดพลั้ง ด้วยเคราะห์ยังอีกสิบห้าทิวาวัน
ท้าวทศวงศ์ทรงฟังจึงสั่งซ้ำ จงฟังคำอาจารย์นะหลานขวัญ
สองกุมารกรานก้มบังคมคัล ต่างพากันสอบถามพราหมณ์พฤฒา ฯ
๏ ฝ่ายนงเยาว์เสาวคนธ์วิมลพักตร์ รู้ประจักษ์แจ้งเหตุว่าเชษฐา
ออกมาได้ไปอยู่ห้องสองพฤฒา อยากเห็นหน้าพระพี่ด้วยดีใจ
จึงมาที่ท่านผู้เฒ่าคลานเข้าห้อง พอเห็นสองเชษฐาเธอปราศรัย
นางไหว้องค์พงศ์กษัตริย์ถัดถัดไป แต่ไม่ไหว้เชษฐาสุดสาคร
แค้นว่าพี่มีเมียพลอยเสียหน้า พระบิดาสอนสั่งไม่ฟังสอน
ด้วยนางถือซื่อแท้ไม่แง่งอน สะกิดกรเชษฐาแล้วพาที
พระอยู่วังลังกาสาพิภักดิ์ ได้ยศศักดิ์สมคะเนมเหสี
พระบิตุราชมาตุรงค์ทรงโศกี ถึงพระพี่เช้าเย็นไม่เว้นวัน
จึงใช้ให้ฉันข้ามมาตามเสด็จ แม้หลาบเข็ดเชิญไปไอศวรรย์
หรือรักเมียเสียญาติเป็นขาดกัน กระหม่อมฉันจะได้ลาพระคลาไคล ฯ
๏ สุดสาครถอนสะอื้นแล้วฝืนพักตร์ ปลอบน้องรักร่ำว่าอัชฌาสัย
พี่ผิดแล้วแก้วตาว่าอย่างไร ก็มิได้เคืองขัดเป็นสัจจา
มิห่วงน้องสองชนกที่ปกเกล้า พี่จะเผาตัวตายเพราะขายหน้า
ถึงอยู่ไปก็ไม่พ้นคนนินทา จนม้วยฟ้าสูญดินไม่สิ้นอาย
จนพระน้องต้องข้ามมาตามด้วย แล้วได้ช่วยแก้ไขจึงได้หาย
จะตามไปรอใจยังไม่ตาย พอถวายอภิวาทบาทบงสุ์
ได้ทูลลาฝ่าละอองสองกษัตริย์ แล้วจะตัดโลกข้ามตามประสงค์
พระร่ำพลางทางระทดระทวยองค์ กำสรดทรงโศกาไม่พาที ฯ
๏ ท้าวทศวงศ์พงศ์กษัตริย์จึงตรัสห้าม อย่าวู่วามเลยพี่น้องทั้งสองศรี
แม่ก็รู้อยู่ว่าเป็นไปเช่นนี้ เพราะว่าพี่ตามติดพระบิดา
จะเด็ดด่วนชวนชักไปนัคเรศ สองทรงเดชใครจักช่วยรักษา
เอ็นดูพ่อรอรั้งอยู่ลังกา ช่วยพระอาบิตุรงค์ให้คงคืน
แม่นงเยาว์เสาวคนธ์อย่าบ่นโกรธ พี่ขอโทษสารพัดไม่ขัดขืน
ซึ่งผิดพลั้งทั้งนั้นจงกลั้นกลืน ใช่คนอื่นคนไกลหาไหนมา ฯ
๏ นางตกใจได้คิดผิดถนัด ชลีหัตถ์ก้มเกศกราบเชษฐา
น้องว่าหยอกดอกเมื่อกี้พระพี่ยา ฉันขมาขอโทษได้โปรดปราน ฯ
๏ พระญาติวงศ์ทรงพระสรวลไม่ควรโกรธ รู้ขอโทษพร่ำว่าน่าสงสาร
สินสมุทรพูดกลับไม่อัประมาน กระหม่อนฉานดอกไม่ตายไม่อายใคร
มันติฉินนินทาฆ่ามันเสีย แต่มีเมียนี่หรืออายจนตายได้
ยิ่งได้แปลกแขกฝรั่งทั้งมอญไทย ยิ่งดีใจอีกขอรับไม่อับอาย
เขาได้เมียได้ผัวทั่วพิภพ เขาไม่หลบหลีกลี้ไม่หนีหาย
ก็เห็นอยู่ผู้ใหญ่เขาไม่ตาย เราจะอายเขาไยเล่าไม่เข้ายา ฯ
๏ สุดสาครร้อนจิตถึงบิตุเรศ ไม่แจ้งเหตุเห็นจะคอยละห้อยหา
จึงพรายแพร่งแจ้งความพราหมณ์พฤฒา อันหยูกยาของมันขลังทั้งรังควาน
จึงแก้ไขไม่ถนัดมันขัดข้อง พระคุณสองโปรดประสาทนุญาตหลาน
จะลาไปเกาะแก้วพิสดาร นิมนต์ท่านโยคีซึ่งมีพรต
มาแก้ไขให้คลายหายเคลิ้มคลั่ง ด้วยผีทั้งจักรวาลกลัวท่านหมด
แล้วร่ำเล่าคราวกระนั้นตกบรรพต พระดาบสช่วยทันไม่บรรลัย ฯ
๏ ตาพราหมณ์ตอบชอบอยู่ท่านครูเฒ่า เขาลือเล่าเหลือดีจะมีไหน
ต่างพูดกันผันผ่อนพอหย่อนใจ ต่างลาไปพลับพลาทั้งนารี
สุดสาครเสาวคนธ์วิมลพักตร์ กับน้องรักร่วมพลับพลาหลังคาสี
สินสมุทรอยู่พลับพลาสุมาลี ต่างพาทีไต่ถามเนื้อความกัน ฯ
สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ