ตอนที่ ๗ ศรีสุวรรณพยาบาลนางเกษรา

๏ ฝ่ายพระหน่อบพิตรอิศเรศ กับพราหมณ์เทศอยู่บนมนเทียรสถาน
เขาพิทักษ์รักษาพยาบาล ค่อยสำราญหายเหนื่อยที่เมื่อยล้า
พอรอนรอนอ่อนแสงพระสุริยง อัสดงแดดดับลับเวหา
พระเผยแกลแลดูเดือนดารา เหมือนนวลหน้านุชน้องละอองนวล
เสียดายนักภัคินีเจ้าพี่เอ๋ย แม้นได้เชยจะประคองครองสงวน
ธุระรักหนักในใจรัญจวน ยิ่งอักอ่วนอารมณ์ให้ตรมตรอม
กำแพงวังยังกั้นอยู่ชั้นหนึ่ง ไฉนจึงจะได้แอบแนบถนอม
พี่ลักลอบปลอบประโลมก็โน้มน้อม แต่กีดจอมจักพรรดิถนัดใจ
จึงปรึกษาสามพราหมณ์ตามวิตก เหมือนน้องยกเมรุมาศไม่หวาดไหว
จะปลอบมิตรคิดอ่านประการใด จึงจะได้ดอกฟ้าลงมาชม ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์ตอบปลอบน้องอย่าหมองหมาง พระนุชนางปลงจิตสนิทสนม
ไม่คลาดแคล้วแล้วพ่อรออารมณ์ คงจะสมจิตน้องที่ตรองการ
เรารบสู้กู้เมืองช่วยเปลื้องทุกข์ ได้ผาสุกสืบสมบัติพัสถาน
เห็นทรงฤทธิ์บิดายุพาพาล จะประทานรางวัลเป็นมั่นคง
เราอย่ารับกลับคืนถวายไว้ จึงค่อยไขข้อความตามประสงค์
พี่คาดจิตบิตุราชมาตุรงค์ คงให้องค์พระธิดาด้วยปรานี
มาดแม้นแหนหวงทำหน่วงหนัก จึงค่อยลักกัลยาเจ้าพาหนี
ความคิดพี่นี้เห็นเป็นเช่นนี้ พ่อเห็นดีด้วยบ้างหรืออย่างไร ฯ
๏ หน่อกษัตริย์ตรัสตอบว่าชอบอยู่ ทำจู่ลู่ก็จะขัดอัชฌาสัย
จะรอรั้งฟังดูภูวไนย แม้นไม่ให้โดยดีก็มิฟัง
แล้วเอนเอกเขนกนิ่งอิงเขนย หอมระเหยหวนกลิ่นถวิลหวัง
เห็นปรางค์ทองน้องนางอยู่กลางวัง คะนึงนั่งนึกหมายไม่วายครวญ ฯ
๏ ฝ่ายพระนุชบุตรีศรีสวัสดิ์ นางกษัตริย์เศร้าสร้อยละห้อยหวน
นึกปรานีศรีสุวรรณยิ่งรัญจวน มาหมองนวลเหนื่อยยากลำบากองค์
ที่การศึกนั้นก็เสร็จสำเร็จทุกข์ ที่การสุขยังไม่สมอารมณ์ประสงค์
แสนเสียดายป่านฉะนี้พระโฉมยง จะโศกทรงเศร้าหมองถึงน้องน้อย
เมื่อจากกันวันนี้ที่ข้างหน้า ดูพักตราผ่านเกล้าเห็นเศร้าสร้อย
ยิ่งรำลึกนึกน้ำพระเนตรย้อย แต่หลับม่อยแล้วสะดุ้งจนรุ่งราง
จึงให้สี่พี่เลี้ยงเก็บดอกไม้ ดอกมะลิปลูกไว้ในกระถาง
ใส่ขันทองรองพานคลานมาวาง พระนุชนางกรีดก้อยร้อยมาลัย
เรียงประดับซับซ้อนค่อยสอดเข็ม เป็นพวงเต็มห่อเสร็จแล้วเด็ดใหม่
อันมาลีที่กระถางริมปรางค์ชัย พอเก็บได้คนละขันวันละพวง
ใส่พานทองตองเจียนประจงปิด ให้ทรงฤทธิ์รูปทองเป็นของหลวง
ส่วนนารีพี่เลี้ยงสิ้นทั้งปวง ต่างร้อยพวงมาลัยให้เจ้าพราหมณ์
สารภีพิกุลดอกบุนนาค ประสายากเถิดนะเจ้าเราทั้งสาม
ศรีสุดาได้ดอกเข็มเห็นเต็มงาม จะให้พราหมณ์หน่อกษัตริย์ขัตติยา
นางโฉมยงทรงตรัสว่าผลัดเปลี่ยน เป็นเวรเวียนกันไปให้บุปผา
ทูลถวายกว่าจะวายดอกมาลา วันนี้พี่ศรีสุดาไปประเดิม ฯ
๏ นางนารีศรีสุดาหน้าเป็นเหม แสนเกษมแกล้งว่าอย่ามาเสริม
มาลัยหลวงพวงหอมเป็นจอมเจิม ฉันพลอยเติมตามประสาเป็นข้าไท
แล้วเข้าห้องส่องกระจกจับกระเหม่า ขี้ผึ้งเข้าชันย้อยสอยไม่ไหว
เป็นการด่วนจวนจนต้องลนไฟ กรีดจุไรรอบเรียบระเบียบกลม
แล้วผัดหน้าทาจันทน์กระแจะแป้ง นุ่งยกแย่งพื้นตองปักทองถม
ทั้งกรองทองรองปิดให้ชิดชม ดูสวยสมเป็นบัลลังก์ที่นั่งรอง
แล้วเชิญพานพวงมาลัยไปข้างหน้า บอกเขาว่าเยาวมาลย์ประทานของ
จึงขึ้นบนมนเทียรทำเมียงมอง เจ้าพราหมณ์ร้องเชิญว่ามาข้างนี้ ฯ
๏ พี่เลี้ยงนั่งตั้งพานพวงบุปผา ไว้ตรงหน้าหมอบประณตบทศรี
แล้วว่าองค์นงนุชพระบุตรี ร้อยมาลีมะลิลามาประทาน
ดอกเข็มขาวพวงนั้นหม่อมฉันถวาย แต่กลิ่นอายคลายพร้อมไม่หอมหวาน
สารภีที่ใส่มาในพาน ของเยาวมาลย์แม่อุบลคนสำคัญ
ดอกพิกุลคุณจงกลเป็นคนร้อย ประภาน้อยดอกบุนนาคเขาฝากฉัน
ให้สามพราหมณ์ตามมีไมตรีกัน แกล้งรำพันพ้อให้ในทำนอง ฯ
๏ หน่อกษัตริย์ตรัสตอบว่าขอบจิต จะได้ชิดชมพลางต่างเจ้าของ
หยิบบุปผามาลัยมาใส่ลอง พอได้สองหัตถาเป็นขวาซ้าย
จึงตรัสว่าดอกเข็มนี้เต็มรัก จะเคียงพักตร์พี่ไว้มิให้หาย
นางฟังคำทำเมินสะเทิ้นอาย ทั้งสามนายยิ้มแย้มกระแอมไอ
เจ้าสานนนั่งชมดมบุนนาค อุบลฝากมาให้ชิดพิสมัย
เจ้าวิเชียรเชยพิกุลฉุนอาลัย ถึงสายใจเจ้าจงกลเป็นคนเคย
เจ้าโมราดมสารภีรื่น ช่างหอมชื่นเช่นประภานิจจาเอ๋ย
ต่างประคองของคู่ขึ้นชูเชย ไฉนเลยหลบหน้าไม่มาเยือน
แล้วต่างสั่งศรีสุดาว่าช่วยบอก ถึงได้ดอกไม้ไว้ก็ไม่เหมือน
แม้นเมตตาอีกสักห้าหกเจ็ดเดือน ขอเชิญเชือนมาบ้างอย่าหมางเมิน ฯ
๏ ศรีสุดาว่าคิดจะไปว่า ให้ได้มาแนบข้างไม่ห่างเหิน
หน่อกษัตริย์ตรัสล่อให้พอเพลิน ค่าเชิงเดินคงจะได้เป็นไรมี
ช่วยทูลแก้วเกษราเถิดหนาเจ้า พี่นอนเฝ้าฝันว่าพากันหนี
จะขอคำทำนายร้ายหรือดี รุ่งพรุ่งนี้นะจงออกมาบอกกัน ฯ
๏ ศรีสุดาอภิวาทฉลาดพูด เทวทูตท่านมาเตือนจนเฟือนฝัน
ข้ากับเจ้าคราวยากจะจากกัน กระหม่อมฉันนึกหมายจะวายวาง ฯ
๏ พระแย้มยิ้มพริ้มพรายภิปรายตรัส เห็นไม่พลัดพรากน้องอย่าหมองหมาง
เจ้าร่วมจิตชิดใช้อยู่ในนาง คงเคียงข้างคู่กันจนวันตาย ฯ
๏ ศรีสุดาดีใจใครจะเหมือน แต่ไหลเลื่อนลืมตนอยู่จนสาย
ก็ลาพระโฉมงามกับสามนาย คอยนาดกรายกลับหลังเข้าวังใน
นางทูลความตามสั่งมาทั้งหมด แล้วซ้ำปดเติมแต่งแถลงไข
ครั้นรุ่งเช้าสาวน้อยร้อยมาลัย ลอบไปให้ชู้ชายไม่วายวัน ฯ
๏ สมเด็จท้าวทศวงศ์พงศ์กษัตริย์ พูนสวัสดิ์วายวิโยคที่โศกศัลย์
ครั้นรุ่งแสงสุริย์ฉายขี้นพรายพรรณ จะรางวัลโยธาที่ราวี
จึงออกนั่งยังท้องพระโรงหลวง พร้อมกระทรวงเสนาบดีศรี
หน่อกษัตริย์กับสามเจ้าพราหมณ์ชี มาอยู่ที่เฝ้าพร้อมน้อมประณต
ต่างบังคมบดินทร์สูรทูลถวาย ว่าศึกฝ่ายนอกที่มาล่าไปหมด
สมเด็จท้าวทศวงศ์ทรงพระยศ จึงเผยพจนารถประภาษพลัน
ให้เอาเงินเสื้อผ้ามาประทาน เหล่าทหารชาญกำแหงแข็งขยัน
พวกนายมุลขุนนางได้รางวัล ทั้งบ่าวบรรดาได้ไปสงคราม
แม้พระองค์ทรงตรัสกับข้าเฝ้า บุรีเราราบเตียนที่เสี้ยนหนาม
จะรางวัลฉันใดให้เจ้าพราหมณ์ จะสมตามความชอบประกอบการ ฯ
๏ ฝ่ายอำมาตย์เสนาพฤฒามาตย์ เฝ้าพระบาทดาษดาอยู่หน้าฉาน
ทูลสนองต้องตามความโบราณ พระอวตารพูนบำเหน็จเมื่อเสร็จทัพ
ให้เสนาพานรินทร์ไปกินเมือง ได้เจียดทองรองเรืองเครื่องประดับ
ซึ่งเจ้าพราหมณ์รบแขกให้แตกยับ ก็ต้องกับมีในพระอัยการ
ควรจะให้ไปรักษาอาณาเขต ครองประเทศธานินทร์เป็นถิ่นฐาน
ทั้งเครื่องทรงมงกุฎสร้อยสังวาล ควรประทานให้เจ้าพราหมณ์ตามทำนอง ฯ
๏ สมเด็จท้าวเจ้าบุรินทร์บดินทร์สูร ได้ฟังทูลถูกระบอบตอบสนอง
ซึ่งปรึกษาเหมือนเรานึกที่ตรึกตรอง จะให้ครองจันตประเทศเป็นเขตคัน
มีเครื่องอานพานพระศรีที่ลูกหลวง ทุกกระทรวงเร่งรัดไปจัดสรร
ตาบประดับทับทรวงสังวาลวรรณ ให้ครบครันเครื่องทรงอลงการ ฯ
๏ เจ้าพราหมณ์ฟังบังคมบรมนาถ เชิงฉลาดผันผ่อนให้อ่อนหวาน
ซึ่งพระองค์ทรงศักดิ์จักรพาล จะประทานบ้านเมืองแลเครื่องทรง
ขอคืนไว้ในท้องพระคลังหลวง ข้าทั้งปวงพี่น้องไม่ต้องประสงค์
ซึ่งอาสามาประจญรณรงค์ หวังพระองค์ทรงฤทธิ์เหมือนบิดา
ด้วยท่องเที่ยวเปลี่ยวอกเหมือนนกไร้ ไม่มีไม้รวงรังเป็นฝั่งฝา
อันโฉมงามพราหมณ์น้อยผู้น้องยา ขอฝากไว้ใต้ฝ่าบาทบงสุ์
แต่ข้าสามพราหมณ์พี่จะลีลาศ เที่ยวประพาสหิมวาป่าระหง
ควรมิควรข้อใดที่ใจจง ขอพระองค์ออกโอษฐ์ช่วยโปรดปราน ฯ
๏ พระฟังคำทำเชือนเบือนพระพักตร์ รู้ว่ารักพระธิดาไม่ว่าขาน
แต่นิ่งนึกตรึกตราอยู่ช้านาน จะคิดอ่านเอาใจฉันใดดี
ครั้นจะให้พระธิดายุพาพักตร์ จะเสียศักดิ์กษัตราน่าบัดสี
แม้นมิให้ก็ไม่อยู่ในบุรี เสียดายฝีมือณรงค์ทรงกำลัง
จะเล้าโลมเอาใจเขาไว้ก่อน ค่อยคิดผ่อนเพทุบายต่อภายหลัง
จึงว่าเจ้าข้าวของให้คืนคลัง เพราะเยาว์ยังมิได้อยู่กับคู่ครอง
เป็นไรมีที่ประสงค์จำนงนึก เราก็ตรึกอยู่ดอกเจ้าอย่าเศร้าหมอง
จะเลี้ยงไว้ในบูรีทั้งพี่น้อง เป็นบุตรของบิดาอย่าอาดูร
ทั้งแว่นแคว้นแดนสุธาอาณาจักร เจ้าจงรักสิ่งใด