ตอนที่ ๕๙ พระอภัยมณีศรีสุวรรณไปเมืองลังกา

๏ จะกล่าวถึงพระอภัยเจ้าไตรภพ ทำการศพกับพระน้องทั้งสองศรี
พอเสร็จเมรุเดือนอ้ายเป็นปลายปี ได้ฤกษ์ดีสี่ค่ำเป็นสำคัญ
มาพร้อมพรักชักศพสองกษัตริย์ เข้าเมรุรัตน์รุ่งเรืองดังเมืองสวรรค์
มีโขนละครมอญรำระบำบรรพ์ บ้างรำเต้นเล่นประชันเสียงครั่นครึก
พอราตรีมีดอกไม้ไฟสว่าง โป้งปีบช้างชิงร้องเสียงก้องกึก
เล่นหนังฆ้องกลองสนั่นลั่นพิลึก อึกทึกครึกครื้นทุกคืนวัน
พวกไพร่ฟ้ามาประชุมแก่หนุ่มสาว เจ๊กมอญลาวแขกไทยทั้งไอศวรรย์
เป็นหมู่หมู่ดูงานการประชัน เกษมสันต์สรวลเสกันเฮฮา
หนุ่มตะกอพอใจเที่ยวเกี้ยวผู้หญิง เข้าพาดพิงพวกนางต่างภาษา
เขมรเมียงเคียงทวายทำชายตา ว่านักเอ๊ยตุยนาสะลามะลู
นางทวายอายเอียงพูดเสียงแปร่ง มะแวงแฉ่งพะเอเปอะสู
เจ้ามอญว่าอาละกูลทิ้งปูนพลู ลาวบ่ฮู้บ่หันบ่ยั่นน้อ
พวกไทยปาตลีบุตรว่าหยุดก่อน ชาวละครร้องฮื้อทำพรื้อพ่อ
เจ๊กเห็นสาวชาวชวาร้องว่าฮ้อ แขกว่ายอละเดไพล่เผลความ
บ้างเพลิดเพลินเดินดูงานการฉลอง ออกเนืองนองท้องแถวแนวสนาม
ลูกสาวหายหลายแห่งเพราะแต่งงาม พ่อแม่ตามถามไต่ก็ไม่พบ
สมโภชถึงครึ่งเดือนไม่เคลื่อนคลาด พร้อมพระญาติประยูรวงศ์ปลงพระศพ
แล้วเก็บพระอัฐิท้าวเจ้าพิภพ ไว้มณฑปจบเสร็จสำเร็จการ ฯ
๏ พอผู้ถือหนังสือเรื่องเมืองผลึก บอกข่าวศึกรมจักรซึ่งหักหาญ
ถึงพร้อมกันวันฤกษ์เมื่อเลิกงาน พระอ่านสารทราบว่าเสียธานี
ตกพระทัยไหวหวาดอนาถนัก พระวรพักตร์หม่นหมองทั้งสองศรี
จะเลิกทัพกลับไปปราบไพรี ยังไม่มีกษัตริย์ครองรัตนา
จึงมอบแดนแผ่นดินให้สินสมุทร อรุณนุชดำรงสืบวงศา
ศึกสำเร็จเสร็จสรรพจะกลับมา ให้อำมาตย์มาตยารักษาไว้
จัดสำเร็จเสร็จลงทรงกำปั่น ทั้งศรีสุวรรณลอยลำตามน้ำไหล
ฝ่ายอนุชาทูลลาพี่ยาไป เยี่ยมกรุงไกรรมจักรนัครา
พระอภัยไปกับสินสมุทร ไม่ยั้งหยุดแยกทางต่างทิศา
ตามขอบคุ้งมุ่งหมายสายคงคา ทุกคืนค่ำร่ำมาไม่ราใบ ฯ
๏ ฝ่ายพระน้องล่องลมถึงรมจักร เสียทรงศักดิ์เศร้าหมองไม่ผ่องใส
พระอัคเรศเกษราโศกาลัย ถึงท้าวไทบิตุราชมาตุรงค์
โอ้พระคุณทูลกระหม่อมจะตรอมโศก ชราโรครุมเติมจะเคลิ้มหลง
จะง่วงเหงาเศร้าหมองทั้งสององค์ จะซูบทรงสรงเสวยจะเลยละ
พระพลัดพรากจากวังไปทั้งสอง เหมือนตัวของน้องนี้เสียศีรษะ
จะกำสรดอดบรรทมลมปะทะ สงสารพระจะระทดสลดพระทัย
ทั้งมดหมอก็ไม่ได้เอาไปด้วย ใครจะช่วยดูแลคิดแก้ไข
แสนสงสารผ่านฟ้าเหลืออาลัย สะอื้นไห้ไม่หยุดทั้งบุตรี ฯ
๏ ศรีสุวรรณกันแสงขืนแข็งจิต ให้แค้นคิดขุ่นข้องมัวหมองศรี
จะติดตามข้ามไปปราบไพรี ออกนั่งที่พระโรงรัตน์ชัชวาล
เสนาน้อมพร้อมพรั่งสั่งพี่เลี้ยง ให้อยู่เวียงวังนิเวศน์ประเทศสถาน
จัตุสดมภ์กรมนาอย่าช้าการ เกณฑ์ทหารห้าหมื่นพื้นฉกรรจ์
ให้บุตรพราหมณ์สามนายเป็นซ้ายขวา เจ้ากฤษณานำพหลพลขันธ์
ทัพหลวงเข้าบรรจบสมทบกัน จัดกำปั่นร้อยลำประจำพล ฯ
๏ ผู้รับสั่งบังคมมาสมทบ จัดเรือรบกองทัพวิ่งสับสน
ใส่ข้าวน้ำลำเลียงเสบียงคน บ้างก็ขนเครื่องอาวุธยุทธนา
เจ้ามะหุตกำกับกองทัพซ้าย เจ้ายุขันนั้นฝ่ายข้างปีกขวา
มังกรนำกำกับทัพโยธา พระกฤษณากองหนุนเป็นขุนพล
แล้วจัดแจงแต่งชำระเรือพระที่นั่ง ลงพร้อมพรั่งล้าต้าแลต้นหน
ทั้งเรือแห่แลสล้างลอยกลางชล บรรจุพลพร้อมเพรียงเรียบเรียงกัน ฯ
๏ กษัตราอ่าองค์สรงสุหร่าย สกนธ์กายเปล่งฉวีดังสีบุหลัน
แล้วปรายประพระสุคนธ์ปนอำพัน ทรงสุคันธรสรื่นชื่นชูใจ
จัดประจงทรงเครื่องเรืองระยับ มงกุฎจอนซ้อนประดับดอกไม้ไหว
ครั้นเสร็จสรรพจับคทาแล้วคลาไคล กำนัลในนางห้ามตามลีลา
เสด็จลงทรงกำปั่นสุวรรณรัตน์ พร้อมขนัดพลนิกายกองซ้ายขวา
นายทหารขานโห่ก้องโกลา ปืนสัญญายิงลั่นสนั่นดัง
ออกลอยลำกำปั่นเป็นหลั่นล่อง เสียงฆ้องกลองเซ็งแซ่ทั้งแตรสังข์
ออกมหาสาชลข้ามวนวัง ทั้งหน้าหลังแล่นตามกันหลามทาง ฯ
๏ ฝ่ายเรือพระอภัยมาในสมุทร รีบแล่นรุดเร็วลัดไม่ขัดขวาง
ต้นหนหมายสายน้ำมาท่ามกลาง กำหนดทางสามเดือนไม่เคลื่อนคลาย
ถึงกรุงไกรไม่เห็นพักตร์อัคเรศ อนาถเนตรนึกในพระทัยหาย
สงสารบุตรสุดแค้นแสนเสียดาย ระทวยกายลงบนอาสน์เพียงขาดใจ
ทั้งแสนแค้นแสนสลดระทดเทวษ น้ำพระเนตรมิรู้สิ้นรินรินไหล
โอ้กรรมเอ๋ยเคยสร้างไว้ปางไร ลูกในไส้หรือมาเป็นไปเช่นนี้
นึกแค้นด้วยว่าเป็นเนื้อไม่เกื้อหนุน ซ้ำทารุณรบพุ่งเอากรุงศรี
สร้อยสุวรรณจันทร์สุดาสุมาลี ป่านฉะนี้เป็นไฉนเหลือไกลกัน
เมื่อเรือแตกแยกย้ายเหมือนตายแล้ว กลับได้แก้วกลอยใจมาไอศวรรย์
เมื่อทุกข์มีพี่คลั่งไปครั้งนั้น ทมิฬมันมาสมทบรบบุรี
เจ้าคุมทัพรับท้าวเก้าประเทศ ไม่เสียเขตแขกตายพลัดพรายหนี
ทัพลังกาฝรั่งมาครั้งนี้ กลับเสียทีทั้งตัวจากผัวไป
โอ้เป็นเคราะห์เพราะประมาทจึงพลาดพลั้ง ด้วยนึกหวังว่าเป็นเนื้อในเชื้อไข
จะคิดอ่านผลาญมันให้บรรลัย แล้วแข็งใจกลืนกล้ำกลั้นน้ำตา ฯ
๏ ไปปราสาทมาตุรงค์พระทรงยศ น้อมประณตบังคมก้มเกศา
แล้วทูลถามความโศกโรคชรา นางพระยายังไม่รู้ว่าผู้ใด
ทรงแว่นส่องมองเขม้นเห็นลูกเขย พ่อคุณเอ๋ยมาดีจะมีไหน
อ้ายฝรั่งลังกาคุมข้าไท มาจุดไฟไหม้รอบขอบบุรี
อันเสนาข้าเฝ้าเหล่าทหาร ไม่ต้านทานราญรบต่างหลบหนี
พวกกองทัพจับธิดาสุมาลี ไปฆ่าตีหรือจะอยู่ไม่รู้เลย
แล้วโศกาว่าสงสารพระหลานรัก เสียยศศักดิ์สิ้นบุญพ่อคุณเอ๋ย
จะลำบากยากไร้ยังไม่เคย เมื่อไรเลยจะได้มาเห็นหน้ากัน
อันตัวแม่แก่ชราหูตามืด ไม่ยาวยืดยืนชีวาจะอาสัญ
พ่อมียศทดแทนแก้แค้นมัน คืนสุวรรณมาลีบุตรีมา ฯ
๏ พระนบนอบตอบถ้อยให้ค่อยชื่น คงได้คืนเวียงวังไม่กังขา
ลูกจะตามข้ามฝั่งไปลังกา พิฆาตฆ่าโคตรมันให้บรรลัย
พระมาตุรงค์สรงเสวยอย่าเลยละ พระโรคจะผันแปรแก้ไม่ไหว
แล้วทูลลาพาสนมกรมใน เสด็จไปพระโรงรัตน์ชัชวาล
พร้อมพฤฒาข้ารองละอองบาท อภิวาทดาษดาแน่นหน้าฉาน
พระเอื้อนอรรถตรัสประภาษราชการ เรามีภารธุระไปไกลบุรี
ได้สั่งเหล่าท้าวพระยาพวกข้าเฝ้า อยู่แทนเราบำรุงซึ่งกรุงศรี
ตัวละให้อ้ายฝรั่งทำดังนี้ โทษจะมีบ้างหรือไม่จะใคร่รู้ ฯ
๏ พวกข้าเฝ้าท้าวพระยาสารภาพ ต่างก้มกราบเกรงกลัวตัวเป็นหนู
ซึ่งเสียวังจังหวัดแก่ศัตรู ไม่ทันรู้สู้รบคิดหลบกาย
ข้าพเจ้าเหล่านี้ล้วนมีโทษ ถึงสิ้นโคตรฆ่าริบให้ฉิบหาย
แม้ยกโทษโปรดไว้อย่าให้ตาย ทั้งไพร่นายขออาสาฝ่ายุคล
ไปรบพุ่งกรุงลังกาฆ่าฝรั่ง ให้สิ้นทั้งชายหญิงชาวสิงหล
ถ้าต่อตีมิได้ทั้งไพร่พล สับให้ป่นไปทั้งโคตรอย่าโปรดปราน ฯ
๏ พระตรัสตอบขอบใจทั้งใหญ่น้อย เคยใช้สอยซื่อตรงก็สงสาร
จึงสั่งเวรเกณฑ์กันให้ทันการ เลือกทหารชาญณรงค์เคยยงยุทธ์
ทั้งหน้าหลังตั้งกระบวนให้ถ้วนแสน จะแก้แค้นเคี่ยวขับสัประยุทธ์
ลงเรือรบครบสรรพอาวุธ ให้สินสมุทรทัพหน้าตรวจตราพล ฯ
๏ พวกเสนีดีใจอภัยโทษ ไม่กริ้วโกรธกราบงามลงสามหน
กลับออกมาหน้าชื่นขึ้นทุกคน รีบจัดพลสิบหมื่นพื้นฉกรรจ์
ลงประจำลำเรือเบิกเสื้อหมวก แจกให้พวกโยธีต่างสีสัน
ลำละร้อยลอยกระบวนเรือถ้วนพัน ลำที่นั่งดั้งกันเป็นหลั่นเรียง
สินสมุทรลงกำกับกองทัพหน้า ให้ตรวจตราเตรียมเรียกกันเพรียกเสียง
จนจุดคบพลบค่ำขนลำเลียง มาพร้อมเพรียงพอสว่างกระจ่างตา ฯ
๏ ฝ่ายพระอภัยมณีเข้าที่สรง น้ำกุหลาบอาบองค์ทรงภูษา
ประดับเครื่องเรืองระยับจับพักตรา มงกุฎห้ายอดกระจ่างพลอยพร่างพราย
แล้วทรงปี่ลีลาศยาตรย่างเยื้อง นางเชิญเครื่องเนื่องกันตามผันผาย
ลงลำทรงตรงขึ้นนั่งบัลลังก์ท้าย ทั้งไพรนายน้อมประนมก้มกราบกราน
พอฤกษ์ดีตีฆ้องโห่ร้องรับ ยกกองทัพเรือเรียงเคียงขนาน
ขนัดแห่แตรสังข์กังสดาล ประโคมขานฆ้องกลองก้องโกลา
ออกอ่าวลึกครึกครื้นดูดื่นดาษ อยู่เกลื่อนกลาดเรียงรายทั้งซ้ายขวา
มีหัวหางกลางทะเลเหมือนเหรา ลอยชลาแล่นหลามไปตามกัน
สิบห้าคืนคลื่นลมระดมพัด ไม่ข้องขัดข้ามพหลพลขันธ์
พอพร้อมพรั่งทั้งโยธีศรีสุวรรณ ถึงเขตคันขึ้นฝั่งข้างลังกา ฯ
๏ สุดสาครต้อนรับกับพระน้อง บังคมสองทรงเดชพระเชษฐา
จึงทูลความตามครั้งรบมังคลา วลายุดาวายุพัฒน์หัสกัน
ถึงห้าครั้งตั้งแต่แพ้ชนะ จึงแตกละเมืองใหม่เข้าไพรสัณฑ์
สกัดตีหนีได้จับไม่ทัน ไปตั้งมั่นโยธาอยู่ป่าตาล
แล้วเชิญขึ้นวังใหม่อยู่ในตึก ให้พวกผลึกรมจักรพักทหาร
แต่งม้าใช้ไปไม่ขาดสืบราชการ จะคิดอ่านผลาญศึกต่างตรึกตรา ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอภัยเป็นใหญ่ยิ่ง นั่งอาสน์อิงนิ่งนึกแล้วปรึกษา
จะขับไล่พลหาญผลาญลังกา จะนินทาว่าไม่ถามวู่วามนัก
คิดจะใคร่ให้ผู้ถือหนังสือสาร ไปว่ากล่าวตามโบราณอย่าหาญหัก
แม้ดื้อดึงจึงค่อยปรามตามฮึกฮัก หรือน้องรักเจ้าจะเห็นเป็นอย่างไร
ศรีสุวรรณอัญชลีว่าดีเหลือ ด้วยเหล่ากอหน่อเนื้อในเชื้อไข
ให้หามาถ้ามันขัดตัดอาลัย จึงฆ่าให้สิ้นโคตรตามโทษกรณ์
พระทรงฟังสั่งให้ทำเป็นคำสาร แล้วเทียบทานถูกฉบับพับอักษร
ให้เสนีที่ชำนาญการนคร ไปผันผ่อนพูดจาดูท่าทาง ฯ
๏ อำมาตย์รับอภิวันท์แล้วผันผาย มาแต่งกายเร็วรัดไม่ขัดขวาง
เรียกบ่าวออกนอกประตูต้นหูกวาง ขึ้นม้าวางห้อไปในไพรวัน
พบฝรั่งนั่งทางออกขวางหน้า ต่างพูดจาแจ้งจริงทุกสิ่งสรรพ์
พวกลังกาพาผู้ถือหนังสือนั้น รีบเดินดั้งดงมาในป่าตาล
กราบทูลพระมังคลาให้หาทูต เข้ามาพูดจาถามเนื้อความสาร
แล้วตรัสใช้ให้อาลักษณ์พนักงาน คลี่ออกอ่านอักษรบวรลักษณ์ ฯ
๏ สารสมเด็จเกศกษัตริย์อติเรก พระองค์เอกอิศราอาณาจักร
ทั้งองค์พระอนุชานราลักษณ์ ประเสริฐศักดิ์สุริย์วงศ์ทรงแผ่นดิน
ฝ่ายฝรั่งลังกาอาณาเขต พระอัคเรศครองจังหวัดทรงสัตย์ศิล
ผลึกทั้งลังกาสองธานินทร์ เป็นแผ่นดินเดียวกันไม่ฉันทา
พระเทวีมีพระหน่อวรนาถ ก็เป็นราชโอรสทรงยศถา
ที่จอมวงศ์องค์พระมังคลา วลายุดาวายุพัฒน์หัสกัน
ล้วนเหล่ากอหน่อเนื้อในเชื้อชาติ บำรุงราชนราชัยมไหศวรรย์
เหตุไฉนไม่ดำรงรักพงศ์พันธุ์ โดยทางธรรม์ทศพิธผิดโบราณ
ไปรบร้าการะเวกรมจักร ทั้งหาญหักเมืองผลึกทำฮึกหาญ
กวาดต้อนเหล่าเผ่าพงศ์พวกวงศ์วาน มาทรมานไว้นั้นด้วยอันใด
เรายกตามข้ามฝั่งมาครั้งนี้ ด้วยปรานีนับเนื้อในเชื้อไข
จะอุปถัมภ์บำรุงซึ่งกรุงไกร ช่วยเกลี่ยไกล่ให้เป็นมิตรสนิทกัน
ให้มังคลาพาวลายุดาน้อง กับทั้งสองนัดดานราสรรค์
เชิญสองท้าวสาวสุรางค์นางกำนัล องค์สุวรรณมาลีบุตรีมา
จะสั่งสอนผ่อนปรนให้พ้นผิด ตามจริตราชวงศ์เผ่าพงศา
จะฆ่าฟันกันเองเกรงนินทา เหมือนมือขวาถือมีดกรีดมือซ้าย
เมื่อมือซ้ายฟันฟาดบาดมือขวา ตัวต้องหายาแก้แผลจึงหาย
ใครผลาญวงศ์พงศ์พันธุ์ให้อันตราย เหมือนมือซ้ายขาดด้วนไม่ควรคิด
วิสัยญาติพลาดพลั้งเหมือนอย่างแผล มียาแก้แผลก็จะกลับสนิท
คนอื่นนั้นครั้นประมาทจึงขาดมิตร ต่อไม่ติดแตกห่างอย่างศิลา
แม้ลูกหลานอ่านฟังในหนังสือ ยังนับถือบิตุรงค์เผ่าพงศา
อย่าควรคิดบิดผันพากันมา หาบิดาโดยดีทั้งสี่องค์
แม้น้ำใจไม่รักสมัครสมาน จะต้านทานทำศึกนึกประสงค์
ก็ตามใจให้เป็นขาดญาติวงศ์ ทั้งสี่องค์จงดำริตริตรองการ ฯ
๏ พอจบคำทำเป็นสั่งบังอะโละ จงแต่งโต๊ะเลี้ยงผู้ถือหนังสือสาร
ให้หลับนอนผ่อนตามความสำราญ พนักงานรับลาแล้วพาไป
พระตรองตรึกปรึกษากับข้าเฝ้า ฝ่ายพวกเราใครจะเห็นเป็นไฉน
จะแข็งอ่อนผ่อนผันทำฉันใด ช่วยตรึกไตรใครครวญให้ควรความ ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งฟังตรัสให้ขัดข้อง ต่างตรึกตรองเกรงผิดให้คิดขาม
จะขัดขวางอย่างไรก็ไม่งาม ครั้นตรัสถามหลายคำก็จำทูล
เหลือปัญญาข้าพเจ้าเหล่าอำมาตย์ ด้วยเป็นชาติเชื้อปิ่นบดินทร์สูร
อันวิสัยในพระวงศ์พงศ์ประยูร แล้วแต่ทูลกระหม่อมจอมโลกา ฯ
๏ พระฟังความถามพระน้องทั้งสองหลาน ซึ่งเรื่องสารสั่งให้เราไปหา
เห็นไฉนใจพระน้องสองนัดดา จงตรึกตราตรองความให้งามใจ
ฝ่ายสามองค์ทูลว่าข้าทั้งสาม สุดแต่ตามพระปัญญาอัชฌาสัย
พระมังคลาว่าพระเจ้าสอนเราไว้ ควรเลื่อมใสในคัมภีร์ยีโฮวะ
แม้ผิดชาติศาสนาข้างฝรั่ง อย่าเชื่อฟังคบค้าวิสาสะ
พวกพงศ์เผ่าเขาไม่ถือหนังสือพระ มิควรจะปะพบไปคบค้า
จะพลอยให้ไปตกนรกดอก เขาคนนอกโอวาทพระศาสนา
ถือพระเจ้าเราเถิดน้องสองนัดดา เมื่อยกมาแล้วก็คงทำสงคราม
พระบารมียีโฮวะคงจะช่วย ไม่เข้าด้วยสัตว์บาปที่หยาบหยาม
เราคิดทำคำตอบระบอบความ ให้งดงามตามอารมณ์ชาวชมพู
แล้วแต่งสารอ่านเขียนไม่เพี้ยนผิด พับผนิดปิดตราพระราหู
ใส่หีบไปให้บิดาทั้งตราชู ส่งให้ผู้ทูตถือหนังสือมา ฯ
๏ ฝ่ายพวกพระอภัยได้รับหีบ ขึ้นม้ารีบมาในไพรพฤกษา
ครั้นค่ำค้างหว่างเขากินข้าวปลา ครั้นรุ่งมาห้าวันไม่อันตราย
ถึงเมืองใหม่ใกล้ค่ำพอย่ำฆ้อง เชิญหีบของหน่อไทเข้าไปถวาย
พระอภัยให้มหาเสนานาย งัดทลายหีบดูตราชูมี
เข้าพระทัยในความที่หยามหยาบ จะใคร่ทราบสั่งให้อ่านเรื่องสารศรี
อาลักษณ์รับกราบงามลงสามที ฉีกสารศรีอ่านความตามกิจจา ฯ
๏ ในลักษณะพระราชสารสวัสดิ์ จอมกษัตริย์สิงหลภาษา
ภิเษกเสริมเฉลิมวังกรุงลังกา บำรุงราษฎร์ศาสนาให้ถาวร
มีเมืองน้อยร้อยเอ็ดมาอภิวาท พึ่งพระบาทบุญฤทธิ์อดิศร
แก้วประเสริฐเกิดสำหรับประดับนคร เมื่อมารดรครองสมบัติให้ฉัตรชัย
ฝ่ายลูกสาวเจ้าพาราการะเวก เอาเพชรเอกออกจากถิ่นแผ่นดินไหว
เปลี่ยนกษัตริย์ขัตติยาเสนาใน ชุมนุมให้คืนเพชรแก้วเก็จมา
จึงง้องอนวอนขอต่อกษัตริย์ ก็ข้องขัดตัดขาดวาสนา
จับฝรั่งสังหารผลาญชีวา จึงเกิดฆ่าฟันกันเป็นอันตราย
ไปแจ้งเรื่องเมืองผลึกรมจักร ไม่นับพักตร์แผ่เผื่อว่าเชื้อสาย
ยังซ้ำให้ไล่ขับได้อับอาย นึกเสียดายด้วยจะขาดญาติประยูร
จึงเชิญวงศ์พงศารับมาไว้ ด้วยอาลัยมิให้ญาตินั้นขาดสูญ
ตามวิสัยใจรักศักดิ์ตระกูล ให้พร้อมมูลพูนสวัสดิ์อยู่อัตรา
ใช่ปล้นวิ่งชิงสมบัติพัสถาน ซึ่งทำการก็ประสงค์เป็นวงศา
หวังว่าพระจะเห็นดีด้วยปรีชา มิใช่พามาสังหารผลาญชีวัน
พระหัสไชยใช่ญาติทำอาจหาญ มารุกรานจึงจะฆ่าให้อาสัญ
สุดสาครซ่อนซุ่มออกรุมกัน เข้าโรมรันรุกรานชิงด่านไว้
กลับรักเขาเข้าด้วยไม่ช่วยญาติ ดูตัดขาดชาติเชื้อในเนื้อไข
เดี๋ยวนี้พระเสด็จมาให้หาไป ทั้งจะให้คืนส่งพระวงศ์วาน
ไม่โปรดไว้ใยเยื่อให้เหลือบ้าง เหมือนลบล้างห่างรักสมัครสมาน
อย่าเคืองขัดตัดประโยชน์จงโปรดปราน ขอประทานวงศาไว้ธานี
ให้สนิทชิดเชื้อนับเนื้อหน่อ เหมือนช่วยชะลอลังกาเป็นราศี
เสด็จกลับทัพไปอยู่ยังบูรี อีกสามปีจึงจะพาวงศาไป
รมจักรนัคราลังกาผลึก เหมือนทองปึกเดียวดีตามวิสัย
แม้ปลดเปลื้องเคืองขัดตัดอาลัย จะขืนให้หักโหมรุกโรมรัน
ข้าพเจ้าเหล่านี้ทั้งพี่น้อง สิ้นพวกพ้องวงศาเหมือนอาสัญ
จะพลอยพาห้าพระองค์ผู้พงศ์พันธุ์ ต้องมอดม้วยด้วยกันเป็นมั่นคง ฯ
๏ พอจบเรื่องเคืองขัดให้อัดอั้น เพราะหมายมั่นไม่เหมือนจิตคิดประสงค์
พระหัสไชยให้รันทดกำสรดทรง เสียดายองค์สร้อยสุวรรณจันทร์สุดา
อยู่ในมันครั้นว่าจักทำหักหาญ มันจะพาลผลาญชีวิตกนิษฐา
ทุกข์อารมณ์ลมจับวับวิญญาณ์ เสือกซบหน้าแน่นิ่งไม่ติงกาย
สุดสาครช้อนน้องประคองอุ้ม เห็นอ่อนนุ่มนิ่งไปจิตใจหาย
ทั้งเสาวคนธ์เข้าประคองเคียงน้องชาย ต่างวุ่นวายเรียกหมอวิ่งสอมา
พระอภัยศรีสุวรรณช่วยกันแก้ เห็นนิ่งแน่นวดหลังบีบอังสา
หมอเข้าไปไม่ถึงพระอนุชา เอาขวดยานัตถุ์เป่าส่งเสาวคนธ์
หมอนวดเน้นเคล้นคลำอัมพฤกษ์ ค่อยรู้สึกสังเกตฟังเหตุผล
ทรงยาดมพรมกุหลาบซาบสกนธ์ หอมสุคนธรสรื่นชื่นพระทัย
ระทวยจิตคิดถวิลเหมือนกลิ่นน้อง น้ำเนตรคลองคลอคลอหลั่งหล่อไหล
เหลือรำลึกนึกสะท้อนถอนฤทัย ทูลลาไปเข้าห้องทองบรรทม
ทอดพระองค์ลงบนแท่นแสนสลด ระทวยระทดทุกข์รักนั้นหมักหมม
จนผิดรูปซูบผอมด้วยตรอมตรม เพราะหวังชมชวดชื่นสะอื้นอาย ฯ
๏ ฝ่ายบดินทร์ปิ่นเกล้าเจ้าผลึก จะทำศึกตรึกการประมาณหมาย
ออกอำมาตย์มาตยาเสนานาย หมอบเฝ้าฝ่ายซ้ายขวาพร้อมหน้ากัน
จึงตรัสว่าฝรั่งซึ่งตั้งรับ จะตีทัพจับฆ่าให้อาสัญ
แต่พวกเราเล่าก็ไปอยู่ในมัน จะมีอันตรายบ้างหรืออย่างไร
แม้สืบดูรู้ว่าพวกฝรั่ง มันกักขังห้าองค์ไว้ตรงไหน
จะผันแปรแก้กลให้พ้นภัย แล้วจะได้ไล่ล้างให้วางวาย
พระอนุชาว่าไปจับทัพฝรั่ง มาซักถามความหลังสิ้นทั้งหลาย
ไม่ยากเย็นเห็นจะได้ด้วยง่ายดาย แล้วสั่งฝ่ายนายทหารชาญสงคราม
จงคุมคนด้นทางไปกลางป่า จับมันมาให้ได้จะไต่ถาม
ทหารรับอภิวันท์ไม่ครั่นคร้าม จัดคนสามสิบคนดั้นด้นไป
พอฝรั่งนั่งทางจะย่างเนื้อ บ้างแล่เถืออยู่ที่ธารละหานไหล
บ้างเดินบ้างนั่งยืนก่อฟืนไฟ เข้าล้อมไล่ลัดแลงทิ่มแทงฟัน
ที่วิ่งหนีตีชกให้หกล้ม เข้าจิกผมผูกมัดรัดกระสัน
ได้ห้าคนด้นกลับมาฉับพลัน เข้าเขตคันเมืองใหม่ทั้งไพร่นาย
กราบทูลพระอภัยสั่งให้ถาม เขียนข้อความตามให้การอ่านถวาย
ได้ทราบว่าห้ากษัตริย์ไม่พลัดพราย อยู่ตึกท้ายพาราเมืองป่าตาล
นางวัณฬามารับจะกลับส่ง ทั้งห้าองค์คืนเขตประเทศสถาน
ฝ่ายฝรั่งสังกัดทูลทัดทาน ปิดเมืองด่านมิให้ออกนอกบุรี
นางรำภาฆ่าขุนนางขวางถนน ตายสามคนพลไพร่มันไม่หนี
ข้างชาวด่านผลาญขอเฝ้าเหล่าเสนี ตายสักสี่สิบศพสู้รบกัน
นางวัณฬาพาพระองค์พงศ์กษัตริย์ ไปจังหวัดเวียงชัยไอศวรรย์
ทั้งข้าไทไพร่นายอีกหลายพัน ไปด้วยกันพร้อมพรั่งอยู่ลังกา ฯ
๏ พระทราบข่าวราวเรื่องเคืองโอรส ทรยศหยาบคายร้ายหนักหนา
แล้วเอื้อนอรรภตรัสกับพระอนุชา นางวัณฬาหล่อนก็ดีอารีรัก
รำภาเล่าเขาก็ซื่อด้วยถือสัตย์ ประดิพัทธ์เพิ่มพูนประยูรศักดิ์
แต่ลูกเต้าเหล่ากอทรลักษณ์ ไม่รู้จักพ่อแม่ถือแต่ดี
จะฆ่าฟันมันให้ตายทำลายล้าง เกรงใจนางวัณฬารำภาสะหรี
ส่วนพวกเราเขาเอาไปไว้บุรี จะฆ่าตีลูกเขาเหมือนเบาความ
คิดจะใคร่ให้วัณฬาหล่อนมาด้วย จะได้ช่วยกันกำราบที่หยาบหยาม
แต่จะได้ใครชำนาญการสงคราม ช่วยติดตามข้ามด่านถือสารไป
ศรีสุวรรณอัญชลีพระพี่เจ้า ซึ่งโปรดเกล้านี้ดีจะมีไหน
จะจัดแจงแต่งทหารชำนาญไพร ให้อ้อมไปในป่าพนาลี ฯ
๏ หน่อกษัตริย์หัสไชยเห็นได้ช่อง ใคร่พบน้องสองสุดามารศรี
จึงทูลพระอภัยว่าเดิมข้านี้ ดูแผนที่ทั่วทั้งเกาะลังกา
มีหนทางข้างพายัพเขาซับซ้อน ต้องซอกซอนแหวกเดินบนเนินผา
ฝ่ายฝรั่งตั้งด่านไว้นานมา เขาเรียกว่าด่านบ้านสะพานยนต์
จะอาสาพาทหารหักด่านตั้ง ตีขึ้นไปให้กระทั่งวังสิงหล
สองกษัตริย์ตรัสตอบว่าชอบกล นางเสาวคนธ์ว่ากับพระอนุชา
เจ้าจงเอาตัวเจ้าวาโหมนั้น ไปด้วยกันการศึกได้ปรึกษา
น้องคำนับรับรสพจนา นางสั่งวาโหมให้ไปกับน้อง
แล้วว่าเจ้าเข้าไปได้ในด่าน ถ้าเห็นการเกินกำลังเจ้าทั้งสอง
จงรอรั้งตั้งทัพอยู่รับรอง พอให้กองทัพใหญ่ยกไปตี
จงรบล่อพอพะวงพวกดงตาล แบ่งทหารไปอีกคอยหลีกหนี
เราตีค่ายรายทางไปข้างนี้ เห็นท่วงทีแทบจะได้ด้วยง่ายดาย ฯ
๏ จอมกษัตริย์ตรัสตอบว่าชอบอยู่ แม่รอบรู้ราชการประมาณหมาย
แล้วสั่งพระอนุชาเสนานาย ขุนนางฝ่ายอาลักษณ์อักขรา
ให้เขียนความตามเรื่องที่เคืองขัด กับกษัตริย์ทรงยศโอรสา
ครั้นเสร็จสรรพพับผนิดแล้วปิดตรา จึงบัญชาสั่งกษัตริย์หัสไชย
พ่อไปถึงจึงช่วยปลอบให้ชอบจิต ที่ชอบผิดผันแปรช่วยแก้ไข
แทนบิดาอาพี่ที่อาลัย ให้ชอบใจนางวัณฬาสามนารี ฯ
๏ พระรับรสพจนาชวนวาโหม ต่างน้อมโน้มกราบประณตบทศรี
มารีบรัดจัดทหารผลาญไพรี ล้วนตัวดีมีศักดากล้าสงคราม
พวกวาโหมกองหน้าห้าร้อยถ้วน ใส่เกราะล้วนเหล็กเพชรไม่เข็ดขาม
พวกหน่อนาถมหาดเล็กเด็กหนุ่มงาม เคยติดตามแต่น้อยน้อยห้าร้อยคน
ล้วนขับขี่ลีลาเลียงผาผยอง ไม่ขัดข้องข้ามเนินเหมือนเดินถนน
ต่างร่างเริงเชิงณรงค์ทั้งคงทน สมทบพลพันถ้วนล้วนฉกรรจ์ ฯ
๏ หน่อนราอ่าองค์สอดทรงเครื่อง จับผิวเหลืองเรืองจำรัสขัดพระขรรค์
เจ้าวาโหมชโลมสินธุ์ใส่กลิ่นจันทน์ ทรงเครื่องมั่นเหมือนอย่างครุฑยุทธนา
ครั้นเสร็จสรรพกับพระหน่อวรนาถ ดำเนินอาจตรวจพหลพลซ้ายขวา
ได้ฤกษ์ดีตีฆ้องกลองสัญญา วาโหมลาหน่อกษัตริย์หัสไชย
ขึ้นทรงแรดแผดร้องยกกองทัพ ล่วงหน้าลับเหลี่ยมเดินเนินไศล
แล้วทัพหลังทั้งนั้นตามกันไป พระหัสไชยทรงสิงห์วิ่งทยาน
ขุนนางนำจำแดนดูแผนที่ อ้อมคิรีมีน้ำลำละหาน
เป็นเหวห้วยตรวยเตรินเดินกันดาร ต้องทำสะพานทอดข้ามด้วยความเพียร
ครั้นค่ำค้างหว่างเขาลำเนาโขด ด้วยสูงโสดซ้อนซับเหมือนกับเขียน
ต้นยูงยางขวางขัดให้ตัดเตียน อุส่าห์เพียรทำทางไปกลางวัน ฯ
๏ ฝ่ายพระศรีสุวรรณรับเป็นทัพหน้า ให้ลูกยาคุมพหลพลขันธ์
กับบุตรพราหมณ์สามนายชายหนุ่มนั้น กำกับกันกองหน้ายกคลาไคล
แล้วพระองค์ทรงยศทรงรถที่นั่ง ยกทัพหลังทั้งนั้นเสียงหวั่นไหว
ไปวันหนึ่งจึงองค์พระอภัย ตรัสสั่งให้ลูกยาสุดสาคร
กับนงเยาว์เสาวคนธ์เป็นทัพหน้า ยกโยธาคั่งคับสลับสลอน
นางทรงสิงห์กลิ้งกลดบทจร สุดสาครขับม้าเคลื่อนคลาไคล
หน่อนรินทร์สินสมุทรเป็นแม่ทัพ ทรงสิงห์ขับพลขันธ์เสียงหวั่นไหว
ไปวันหนึ่งจึงองค์พระภูวไนย ยกทัพใหญ่หนุนมาเมืองป่าตาล ฯ
๏ ฝ่ายกษัตริย์หัสไชยมาในป่า กับเจ้าวาโหมขับทัพทหาร
ควบลาลีขี่กิเลนเผ่นทะยาน ข้ามโตรกตรวยห้วยธารสำราญเริง
ล้วนรุ่นหนุ่มชุ่มชื่นเสียงครื้นครึก เห็นเหวลึกแล่นกระโดดโลดเถลิง
ต่างควบข้ามตามกันต่างบันเทิง มาถึงเชิงเขาด่านสะพานยนต์
พอฝรั่งนั่งทางออกขวางทัพ ตีประดังคั่งคับมาสับสน
เสียงวุ่นวายนายไล่ต้อนไพร่พล มาเกลื่อนกล่นกลุ้มทางที่กลางไพร ฯ
๏ ฝ่ายกองหน้าวาโหมรุกโรมรบ ตีตลบไล่ฟันเสียงหวั่นไหว
ฝรั่งรับขับเคี่ยวประเดี๋ยวใจ ทั้งนายไพร่พลัดพรายตายระเนน
พวกกองหนุนหนุนรบทบกองหน้า ไล่ฟันฆ่าฝรั่งวิ่งดังจิ้งเหลน
เหลือกำลังทั้งปลัดหัสเกน ลงโคลนเลนหลบตัวด้วยกลัวตาย
พระหัสไชยได้ด่านทหารพร้อม เข้าอยู่ป้อมปืนใหญ่เหมือนใจหมาย
พวกแก่เฒ่าชาวบ้านพิการกาย ทั้งหญิงชายชวนกันมาวันทา
ถวายตัวกลัวฤทธิ์ไม่คิดรบ ต่างขอศพเผ่าพงศ์พวกวงศา
พระโปรดให้ไม่ขัดตามอัชฌา แต่บรรดาฝรั่งราบกราบบังคม
ไปเที่ยวลากซากศพมากลบฝัง แล้วแต่งตั้งโต๊ะเหล้ากับข้าวขนม
เลี้ยงกองทัพรับประทานสำราญรมย์ ต่างชื่นชมสมคะเนเสียงเฮฮา
พวกทมิฬกินแต่ไข่เป็ดไก่เหล่า บ้างมัวเมาเย้านางต่างภาษา
เห็นสาวแก่แม่ม่ายเที่ยวไล่คว้า เสียงเฮฮาร่าเริงบันเทิงใจ ฯ
๏ ฝ่ายทหารด่านแตกต่างแยกย้าย เที่ยวเรี่ยรายเวียนวงเดินหลงใหล
บ้างไปเขาเจ้าประจัญด่านชั้นใน บ้างตัดไปดงตาลข้างด่านกลาง
พบพวกพ้องกองเกณฑ์ตระเวนป่า แจ้งกิจจาสารพัดที่ขัดขวาง
ตระเวนพาพวกฝรั่งที่นั่งทาง รีบเดินกลางป่ามาถึงธานี
เข้าทูลความตามศึกที่ฮึกหาญ ตีได้ด่านชาวป่าพนาสี
ฆ่าไพร่นายตายล้มไม่สมประดี เห็นจะตีตามมาเมืองป่าตาล ฯ
๏ ฝ่ายฝรั่งมังคลานราราช ดำริคาดข้าศึกเห็นฮึกหาญ
จะวงหลังตั้งล้อมป้อมปราการ ตีดงตาลด่านเขาเจ้าประจัญ
จึงสั่งพระอนุชาวายุพัฒน์ จงรีบรัดจัดพหลพลขันธ์
ไปขัดขวางทางลัดสกัดกัน อย่าให้มันประจบทัพคอยรับรอง ฯ
๏ ฝ่ายวลายุดาวายุพัฒน์ ชลีหัตถ์รับสั่งแล้วทั้งสอง
มาแต่งองค์ทรงเสื้อหมวกเครือทอง ใส่เกราะกรองรองบาทเหน็บสาตรา
ไปตรวจพลบนป้อมได้พร้อมพรั่ง เป็นหน้าหลังกองละหมื่นพร้อมปืนผา
แล้วสององค์ทรงนั่งหลังอาชา วายุพัฒน์นัดดาเคลื่อนคลาไคล
พอแลลับทัพหลังให้ตั้งโห่ กึกก้องโกลาลั่นเสียงหวั่นไหว
รีบยกตามหลามทางมากลางไพร หนทางไกลสามวันเร่งกันเดิน ฯ
๏ ฝ่ายกษัตริย์หัสไชยหยุดไพร่พร้อม อยู่บนป้อมปิดทางหว่างเขาเขิน
ปืนใหญ่จุกทุกเสมาตรงหน้าเนิน เที่ยวเวียนเดินดูรอบขอบกำแพง
พอพลบค่ำย่ำระฆังประดังเสียง โคมตะเกียงแก้วกระจ่างสว่างแสง
พระทรงนั่งยังที่เก้าอี้แดง คิดจัดแจงแต่งทหารคอยต้านตี
แล้วปรึกษาวาโหมเราโจมทัพ ให้แตกยับแยกย้ายพลัดพรายหนี
เจ้าคุมคนพลไพร่ไล่ไพรี ทำท่วงทีทัพใหญ่ซุ่มไพร่พล
เรากับไพร่ห้าสิบจะรีบร้อน ถืออักษรขึ้นไปยังวังสิงหล
เจ้ารบล่อฝรั่งเป็นกังวล เผื่ออับจนจึงล่าไปเมืองใหม่เรา ฯ
๏ เจ้าวาโหมโสมนัสจบหัตถ์รับ จะเคี่ยวขับขวางทางอยู่หว่างเขา
ถึงศึกเสือเหลือกำลังจะบังเงา เข้าตัดเกล้ากองทัพให้ยับเยิน
พระยิ้มพลางทางตอบให้ชอบจิต เจ้าเรืองฤทธิ์ราวกับครุฑสุดสรรเสริญ
ทั้งวาโหมโสมนัสฟังตรัสเพลิน ทหารเดินตรวจตราทุกราตรี
อยู่หกวันครั้นเย็นแลเห็นทัพ ธงสลับหลายอย่างต่างต่างสี
ต่างเตรียมกายนายไพร่ด้วยได้ที จะโจมตีรอนรุมตะลุมบอน ฯ
๏ ฝ่ายทัพหน้าวายุพัฒน์ไม่ขัดขวาง รีบแรมทางมาถึงด่านชานสิงขร
ไม่เห็นศึกฮึกหาญออกราญรอน หรือซุ่มซ่อนแอบแฝงอยู่แห่งใด
ไม่รอทัพขับคนพวกพลพร้อม เข้าล้อมป้อมปิดทางหว่างไศล
บ้างเร่งรัดจัดกันให้ฟันไม้ ทำบันไดต่อตีนปีนกำแพง
ฝ่ายพวกพลบนเสมาพุ่งอาวุธ เข้าต่อยุทธ์ฟาดฟันด้วยขันแข็ง
ฝรั่งรบหลบหลีกพลาดพลิกแพลง พวกทัพแทงถูกตายลงก่ายกอง
พอทัพวลายุดายกมาพบ เข้าสมทบรบศึกเสียงกึกก้อง
พวกบนป้อมพร้อมเพรียงคอยเมียงมอง เห็นตรงช่องแกว่งชุดต่างจุดปืน
เสียงตูมตึงกึงกังฝรั่งล้ม กอดกันกลมกลิ้งกลาดตายดาษดื่น
ปืนใหญ่น้อยปล่อยลั่นเสียงครั่นครื้น ฝรั่งตื่นแตกกระจัดวิ่งพลัดแพลง ฯ
๏ พระหัสไชยได้ทีขึ้นขี่สิงห์ พร้อมไพร่ชิงขึ้นหน้าล้วนกล้าแข็ง
เปิดประตูตรูออกนอกกำแพง ไล่โจมแทงฟันฝรั่งถอยหลังรบ
พวกโยธาวาโหมต่างโถมถึง ตีตูมตึงตายยับซ้อนซับศพ
พวกหน่อไทได้ทีตีกระทบ ฝรั่งหลบหลีกลัดแล่นพลัดพราย
วลายุดาวายุพัฒน์สกัดไพร่ แกว่งดาบไล่ให้เขารบมันหลบหาย
พระหัสไชยไล่ฆ่าโยธาตาย เห็นตัวนายหนุ่มหนุ่มประชุมพล
ขับสิงโตโฮ่โฮกกระโชกขบ ฝรั่งรบรุมรับอยู่สับสน
วลายุดาวายุพัฒน์ต่างพลัดพล ขับม้าด้นดั้นป่าพอราตรี
พวกโยธาวาโหมรุกโรมไล่ ฟันนายไพร่ล้มตายพลัดพรายหนี
จนมืดมนคนเป็นไม่เห็นมี กลับมาที่หน้าป้อมพรักพร้อมกัน ฯ
๏ พระหัสไชยให้วาโหมคุมทหาร อยู่ทำการราญรอนคิดผ่อนผัน
กับเสนีขี่ม้าห้าสิบนั้น ต่างพากันออกจากด่านสะพานยนต์
ถึงยากเย็นเป็นไฉนก็ไม่ว่า ให้เห็นหน้าน้องหญิงอยู่สิงหล
ด้วยรู้แห่งแขวงย่านบ้านตำบล เดินดั้นด้นดงรังไปลังกา ฯ
๏ ครั้นรุ่งเช้าฝ่ายเจ้าวาโหมนั้น ให้เก็บคันธงฝรั่งที่สังขาร์
แต่งม้าใช้ไประวังฟังกิจจา ปักธงกลางทางมาใกล้ป่าตาล ฯ
๏ ฝ่ายทัพพระอภัยที่ไปหน้า พระกฤษณานายทัพขับทหาร
หนทางบกหกวันเดินกันดาร ถึงดงตาลเห็นแต่ค่ายตั้งรายเรียง
ทั้งใหญ่น้อยร้อยแปดมีธงปัก ทหารรักษาเรียบเงียบเชียบเสียง
จึงขับไพร่ให้ล้อมเข้าพร้อมเพรียง ฝรั่งเรียงรายค่ายคอยรายรบ
ต่างโห่ร้องก้องกึกเสียงครึกครื้น ระดมปืนตอบกันควันตลบ
ทั้งบุตรพราหมณ์สามทัพรับสมทบ ต่างรีบรบเร็วรวดประกวดกัน ฯ
๏ ฝรั่งล่อพอให้ไล่เข้าในค่าย มันวงสายสิญจน์ผูกถูกอาถรรพณ์
ไม่เห็นหนมนมืดเป็นหมอกควัน ต่างตัวสั่นซบหมอบหอบหายใจ
ทั้งบุตรพราหมณ์สามนายเข้าสายสิญจน์ กำลังสิ้นเสือกซบสลบไสล
พระกฤษณาพาทหารรุกรานไป เข้าค่ายใหญ่ไพร่นายเหยียบสายมนต์
ต่างมัวเมาหาวนอนอ่อนป้อแป้ นัยน์ตาแลเล็งเขม้นไม่เห็นหน
ต่างเสียทีสี่ทัพถึงอับจน เสียงไพร่พลร้องเรียกกันเพรียกไป
ด้วยผู้รู้ผู้วิเศษทรงเวทขลัง ใช้จังงังบังคนด้วยมนต์ไสย
แม้ฆ่าตีที่ไม่ตายเคลื่อนคลายใจ จึงขังไว้ในค่ายจนวายปราณ
พอโยธีศรีสุวรรณมาทันถึง เสียงอื้ออึงอึกทึกนึกสงสาร
ให้สอบดูรู้ว่ามนต์ดลบันดาล ขับทหารให้เข้ารบพอพลบลง
ฝรั่งรับสัประยุทธ์แกล้งจุดคบ แล้วหลีกหลบล่อให้รุกไล่หลง
พอเข้าทางหว่างค่ายในสายวง เหมือนหมอกลงแลเขม้นไม่เห็นทาง
ศรีสุวรรณนั้นนั่งบัลลังก์รถ จะเลี้ยวลดหลีกลัดก็ขัดขวาง
ทั้งไพร่พลวนเวียนอยู่หว่างกลาง เหมือนตาฟางต่างเฟือนเรียกเพื่อนกัน ฯ
๏ ฝ่ายวลายุดาวายุพัฒน์ ที่แตกพลัดไพร่นายต่างผายผัน
พอร่วมทางหว่างเขาเจ้าประจัญ ยังอีกวันหนึ่งจะมาถึงป่าตาล
เจ้าวลายุดาเจ้าวายุพัฒน์ กับปลัดเหลือตายนายทหาร
ทั้งโยธีหนีหลบมาพบพาน ได้ประมาณสามพันเหลือบรรลัย
จึงตั้งค่ายรายทางที่กลางป่า อยู่รักษาสามพันคิดหวั่นไหว
พระอนุชาว่าปลัดรีบรัดไป ขอพลไกรเพิ่มมาช่วยราวี
ปลัดรับกับบ่าวถือหลาวแหลน เข้าดงแดนเดือนจำรัสรัศมี
ออกตามทุ่งรุ่งเช้าเข้าบุรี ต่างไปที่เฝ้าพระมังคลา
กราบทูลความตามที่เสียทีทัพ ถอยมารับรออยู่หว่างภูผา
ขอทัพช่วยด้วยสงครามติดตามมา แม้เนิ่นช้าชีวันจะบรรลัย ฯ
๏ พระตรัสว่าข้าศึกมาฮึกโหม ยังรุกโรมรบกันเสียงหวั่นไหว
ผู้วิเศษเวทมนตร์บังคนไว้ แต่ยังไม่หมดทัพคอยรับรอง
พวกไพรีตีด่านเข้าด้านหลัง จะไปด้วยช่วยกำลังเจ้าทั้งสอง
ฝ่ายข้างนี้มีชัยดังใจปอง พระตรึกตรองแล้วจึงตรัสสั่งหัสกัน
เจ้าอยู่รับทัพผลึกเป็นศึกใหญ่ ล่อเข้าในค่ายขังฝังอาถรรพณ์
แม้สิ้นทัพสรรพเสร็จสักเจ็ดวัน จะพากันบรรลัยทั้งไพร่นาย
แล้วแบ่งไพร่ในบุรีได้สี่หมื่น ยกกลางคืนขับกันรีบผันผาย
พระทรงรถกลดกั้นพรรณราย เดินเดือนหงายเงาร่มพนมเนิน ฯ
๏ นางสุนีที่เป็นห้ามตามตำแหน่ง เชิญพระแสงเคียงข้างไม่ห่างเหิน
ถึงยากเย็นเห็นหน้าค่อยพาเพลิน ได้หยอกเอินแอบอิงพาดพิงองค์
รีบเดินทัพขับพลจนสว่าง ถึงที่ทางร่มรุกขาป่าระหง
วลายุดาวายุพัฒน์ขัตติย์วงศ์ ทั้งสององค์ตรงไปเฝ้าเจ้าลังกา
แล้วทูลความตามที่ได้ตีด่าน มันต่อต้านแตกตื่นต้องปืนผา
เหลือคนตามสามพันพากันมา สกัดป่าปิดทางไม่วางใจ
ให้สืบดูรู้ว่าปัจจามิตร มาทุกทิศธงทิวปลิวไสว
แม่ทัพนั้นคือกษัตริย์หัสไชย กับพวกใส่ปีกรบสมทบกัน ฯ
๏ พระมังคลาว่าศึกยังฮึกหาญ อย่ารุกรานรอทัพที่คับขัน
ให้ผู้รู้ครูเอกลงเลขยันต์ ฝังอาถรรพณ์ทุกค่ายโรยทรายมนต์
ปลูกประทับพลับพลาตรงหน้าเขา แต่งแมวเซาเฝ้าแฝงทุกแห่งหน
ที่หุบห้องช่องทางเที่ยววางคน คิดผ่อนปรนกลการคอยราญรอน ฯ
๏ ฝ่ายทัพพระอภัยมาในป่า ตามทัพหน้านำเดินเนินสิงขร
ทั้งเสาวคนธ์มนฑาสุดสาคร ยกมาก่อนถึงด่านดงตาลราย
ปะฝรั่งตั้งรับขับเข้ารบ ตีตลบเลี้ยวไล่ไพร่ทั้งหลาย
มันแกล้งล่อรอรบแล้วหลบกาย เข้าหว่างค่ายนายไพร่ไล่กระพือ
เห็นพวกพ้องกองหน้าโยธาหาญ ลงคลุกคลานคลำทางร้องครางหือ
พอเห็นเข้าเมาสิ้นอ่อนตีนมือ เรียกกันอื้ออึงไปทั้งไพร่นาย
สินสมุทรแม่ทัพขับทหาร ช่วยรอนราญผลาญฝรั่งสิ้นทั้งหลาย
มันรบล่อพอให้หลงเข้าวงทราย มือตีนตายคาตัวมืดมัวมน
ไม่เห็นทางต่างร้องเรียกกองทัพ จะถอยกลับกลิ้งเกลือกเสลือกสลน
แต่สินสมุทรสุดสาครนางเสาวคนธ์ ไม่ต้องมนต์ยืนม้าปรึกษากัน
นางทูลว่าฝรั่งมันตั้งค่าย แล้วโรยทรายเสกขลังฝังอาถรรพณ์
ใครเข้าไปให้เห็นเหมือนเช่นควัน ให้อัดอั้นอกดังจะพังตาย
แต่ตำราว่าให้เชือดเอาเลือดสด มาราดรดรอบทัพจะกลับหาย
แม้ละไว้ไม่รอดจะวอดวาย พระเป็นชายช่วยทำตามตำรา
พระพี่รับขับนิลสินธพ ฝรั่งรบเรียงรายทั้งซ้ายขวา
สุดสาครรอนราญผลาญชีวา กระโจมคว้าฝรั่งได้มิให้ตาย
แล้วควบขับกลับมาหาพระน้อง ฟันแล้วรองเลือดสาดมนต์ขาดหาย
ที่ถูกอาถรรพณ์ฟั่นเฟือนก็เคลื่อนคลาย ทั้งไพร่นายฟื้นทั่วทุกตัวคน
พอทัพพระอภัยมาใกล้ด่าน เห็นทหารถอยทัพดูสับสน
จึงตีกลองกองทัพหยุดรับพล ต่างเกลื่อนกล่นกลับมาพร้อมหน้ากัน
แล้วทูลความตามสมทบรบฝรั่ง นายทัพทั้งสองกองต้องอาถรรพณ์
หากนงเยาว์เสาวคนธ์รู้มนต์มัน ช่วยแก้กันจึงได้ฟื้นกลับคืนมา ฯ
๏ พระทรงฟังสรรเสริญศรีสะใภ้ รู้แก้ไขในมนุษย์สุดจะหา
แล้วตรัสสั่งทั้งพระอนุชา ให้โยธาทำค่ายริมชายไพร
หยุดประทับยับยั้งคอยฟังข่าว พวกนางท้าวเจ้าลังกาจะว่าไฉน
ทุกหมู่หมวดตรวจพลสกลไกร ให้นั่งยามตามไฟพร้อมไพร่พล ฯ
สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ