ตอนที่ ๑๓๒ ตัดหางสุพรรณมัจฉาแล้วสถาปนาเป็นจันทวดีพันปีหลวง

๏ อันบทเบื้องเรื่องมนุษย์ขอหยุดไว้ จะกล่าวไปถึงสุพรรณมัจฉา
ที่เกาะแก้วพิสดารชานคงคา นางรักษาศีลมั่นถือขันตี
สละละโทโสแลโมหะ ตามคำพระอาจารย์ท่านฤๅษี
ถึงเจ็ดวันท่านครูพระมูนี มายังที่เชิงเขาริมเสาธง
สอนศีลห้ามัจฉามิได้ขาด ให้โอวาทเทศนาอานิสงส์
นางตั้งจิตฟังธรรมดั่งจำนง จบแล้วลงสู่ท่าสมาทาน
เดชะบุญหนุนนำนางทำไว้ เป็นนิสัยที่จะสิ้นจากถิ่นฐาน
ด้วยอำนาจภาวนาสมาทาน จะพ้นเพศดิรัจฉานสำราญรมย์
นางระลึกนึกคะนึงถึงความยาก เหลือลำบากเวรสร้างปางปฐม
มีคู่ครองต้องร้างไปห่างชม เพราะนิยมการกิเลสผิดเพศพันธุ์
คือกองกรรมทำไว้จึ่งให้ผล ได้ทุกข์ทนแสนวิโยคเศร้าโศกศัลย์
นี่หากได้พึ่งพักพระนักธรรม์ ช่วยป้องกันศัตรูหมู่อรินทร์
พระแจ้งเหตุเทศนาให้ผาสุก บรรเทาทุกข์ภาวนารักษาศีล
ท่านสั่งสอนทุกเวลาเป็นอาจิณ ให้ถือศีลไว้มั่นกันอบาย
ตั้งแต่ฟังคำสิทธาค่อยผาสุก บรรเทาทุกข์กังวลไม่ขวนขวาย
สิ้นอาลัยในชีวิตคิดความตาย อันร่างกายก็จะจมถมสุธา
นางจงจิตอธิษฐานการกุศล แม้นวายชนม์อย่าอุบัติเป็นมัจฉา
ขอให้เกิดเป็นมนุษย์สุดโสภา พูนวาสนาจนกระทั่งฝั่งนิพพาน
แต่ตรองตรึกนึกข้างทางกุศล เมื่อจะพ้นจากทะเลเดรัจฉาน
เพราะกุศลหนหลังนางนงคราญ มัฆวานร้อนรนดลพระทัย
แท่นบรรจถรณ์อ่อนละมุนอุ่นสะอาด กัมปนาทแข็งกระด้างระคางไหว
จึ่งสอดส่องทิพเนตรสังเกตไป ตลอดไตรโลกาทั่วฟ้าดิน
เห็นมัจฉาภาวนาสติตั้ง ที่ริมฝั่งคงคาชลาสินธุ์
รูปเป็นนางหางเป็นปลาอยู่วาริน นิสงส์ศีลดลพระทัยให้เมตตา
จำจะไปตัดหางปลาศรัทธามาก ประหลาดหลากกว่าสัตว์หมู่มัจฉา
ให้เป็นคนพ้นลำบากจากคงคา ตัดหางปลาเสียให้หมดจะงดงาม
ทรงดำริตริเสร็จเสด็จเหาะ ลงที่เกาะพระสิทธาบัญชาถาม
ผู้เป็นเจ้าทรงพรตช่างงดงาม สละกามสัลเลขวิเวกใจ
ที่คูหานารีสตรีนั้น เป็นพงศ์พันธุ์เงือกปลามาแต่ไหน
สมาทานถือศีลกินแต่ไคล สำรวมใจกัลยาโยมปรานี
จะตัดหางเป็นนางมนุษยชาติ สงเคราะห์นาฏมัจฉามารศรี
ให้เป็นคนพ้นจังหวัดในนที พระมุนีจะโปรดปรานประการใด ฯ
๏ พระนักสิทธ์พิศดูก็รู้สิ้น ว่าองค์อินทร์มั่นคงไม่สงสัย
ถวายพระพรขุกขักกระอักกระไอ ขอบพระทัยบพิตรอิศรา
รูปตรองการมานานหลายปีแล้ว ไม่ผ่องแผ้วสมมาดปรารถนา
จะทำเองเกรงกิจเป็นสิทธา มันสีกาแสนยากลำบากใจ
ด้วยลูกผัวเขาฝากเป็นรากเหง้า ต้องว่ากล่าวตามประสาอัชฌาสัย
สอนให้บ่นภาวนารักษาใจ พอคุ้มภัยผีเสื้อเหลือรำคาญ
เชิญบพิตรโปรดช่วยมันด้วยเถิด ประดักประเดิดเวทนาน่าสงสาร
เป็นธุระจอมจักรมัฆวาน มันเหมือนหลานสิทธิ์ขาดอาตมา ฯ
๏ ท้าวโกสีย์ฟังคดีพระดาบส เธอทราบหมดแต่หลังไม่กังขา
ประนมหัตถ์มัสการพระสิทธา อาราธนาครรไลไปกับโยม
พระทรงศีลยินดีเป็นที่สุด ลงจากกุฏิ์หามัจฉาวราโฉม
นำอินทรามาสถิตแท่นเสาโคม ร้องเรียกโยมมัจฉาขึ้นมาพลัน ฯ
๏ ฝ่ายมัจฉานารีศรีสวัสดิ์ นางทราบชัดว่ามุนีขมีขมัน
ออกจากถ้ำอำไพวิไลวรรณ เห็นนักธรรม์อยู่บนแท่นแผ่นศิลา
ค่อยเสือกกายขึ้นบนชายศิลาลาด แล้วกราบบาททรงธรรม์ด้วยหรรษา
เห็นเป็นสองกับใครที่ไหนมา นางคอยฟังกิจจาไม่พาที
พระนักสิทธ์อิดเอื้อนเยื้อนปราศรัย เองไหว้ไทอิศโรท้าวโกสีย์
เสด็จมาพอจำเพาะเคราะห์มึงดี พระโยคีแจ้งกระจ่างให้นางฟัง
นางมัจฉานารีศรีสมร ประนมกรนึกสมอารมณ์หวัง
ด้วยอดสูอยู่นานการรุงรัง จะขึ้นฝั่งก็ไม่ได้มาหลายปี
แล้วกราบองค์สหัสนัยน์เจ้าไตรภพ เอาเศียรซบบาทมูลทูลเกศี
พระคุณล้ำดินฟ้าได้ปรานี ช่วยข้านี้ให้เป็นคนได้พ้นภัย ฯ
๏ ป่างองค์ท้าวมัฆวานพิมานสวรรค์ ชักพระขรรค์วัชรินทร์แผ่นดินไหว
เงื้อพระแสงแกว่งวาวราวกับไฟ นางตกใจพระสิทธาได้ปรานี
ขอพระคุณกรุณาเมตตาช่วย นางคว้าฉวยกอดบาทพระฤๅษี
พระนักสิทธ์คิดสงสารหลานเต็มที ตั้งสติไว้ให้ดีจงหลับตา
ไม่เจ็บปวดกวดขันที่ฟันฟาด อย่าหวั่นหวาดกูไม่หลอกมึงดอกหวา
อุตส่าห์ทนจะได้พ้นจากคงคา ลูกเองมาจะได้ไปด้วยกัน ฯ
๏ นางมัจฉาฟังวาจาพระดาบส พลางกระถดผินหลังเอาหางหัน
แล้วหลับตามัธยัสถ์นิ่งกัดฟัน ในทรวงสั่นขวัญหนีดั่งตีปลา
มัฆวานทรงขยับจับพระขรรค์ เข้าฟาดฟันบั่นหางนางมัจฉา
ขาดเป็นสินดิ้นสลบซบพักตรา อยู่บนแท่นแผ่นผาคูหาบรรพ์
พระนักสิทธ์คิดสงสารหลานสลบ เธอปรารภกลัวชีวาจะอาสัญ
แกลุกขึ้นชุลมุนดูวุ่นครัน พระนักธรรม์ทูลไทไปทันที
ช่วยสงเคราะห์ให้มันฟื้นคืนสลบ พระจอมภพรับคำพระฤๅษี
ลุกจากแท่นแผ่นผาด้วยปรานี เอาวารีทิพรสชโลมพรม
นางมัจฉาหางปลาก็หายสูญ บริบูรณ์เป็นมนุษย์สุดสวยสม
ทั้งวงพักตร์ลักขณาก็น่าชม ดูขำคมพร้อมสิ้นทั้งอินทรีย์
นางฟื้นกายชายตาเห็นดาบส กับทรงยศสหัสนัยน์ชาญชัยศรี
นางถวายวันทนาฝ่าธุลี รำพันคุณมุนีกับอินทรา
ฝ่ายองค์ท้าวสหัสนัยน์เจ้าไตรภพ สมปรารภตัดหางนางมัจฉา
แล้วลาองค์ทรงศีลอภิญญา เสด็จคืนฟากฟ้าดาวดึงส์ ฯ
๏ พระโยคีปรีดาทางว่าขาน บุญของหลานสิ้นเคราะห์จำเพาะถึง
จึ่งร้อนอาสน์เทวราชเจ้าไตรตรึงส์ กุศลซึ่งอุตส่าห์ภาวนา
ด้วยเองมั่นขันตีเป็นที่ตั้ง แต่หนหลังส่งสร้างนางมัจฉา
อย่าสงสัยในพระสรณา ได้กลับมาเป็นมนุษย์สุดสมบูรณ์
พระโยคีแจ้งเหตุเทศนา นางมัจฉาดับโศกค่อยเสื่อมสูญ
สิ้นห่วงใยในขันธ์อันจำรูญ นางเพิ่มพูนฟังธรรมท่านรำพัน
ตามบาลีชี้แจงให้แจ้งเรื่อง ในบทเบื้องข้อคำธรรมขันธ์
พอจบเสร็จนางคำรพอภิวันท์ พระนักธรรม์สัพพีแล้วภิปราย
ว่าฮ้าเฮ้ยเองจะอยู่ในอู่อ่าว จนแก่เฒ่านั้นไม่ได้ดั่งใจหมาย
เป็นเขตวัดขัดขวางด้วยร่างกาย เพราะกลับกลายเป็นสตรีบริบูรณ์
ต้องไปอยู่แว่นแคว้นแดนจังหวัด พ้นเพศสัตว์แล้วนางด้วยหางสูญ
ทั้งอาการพร้อมที่บริบูรณ์ หาประยูรลูกเต้าของเจ้ามี ฯ
๏ นางเงือกน้ำคำรพอภิวาท หมายพึ่งบาทพระมุนินทร์ปิ่นฤๅษี
ใช่สาวแส้แก่แล้วคุณพระมุนี ขออยู่ที่วนวังฝั่งชลา
พระโยคีมีจิตคิดสงสาร จึ่งว่าหลานอยู่ไม่ได้ในคูหา
เมื่อแรกเริ่มเดิมกำเนิดเกิดเป็นปลา อยู่ในวารีได้เล็มไคลกิน
เดี๋ยวนี้กลับเป็นคนต้องขวนขวาย จากหาดทรายพ้นท่าชลาสินธุ์
เองจะขืนไปอยู่อู่วาริน พรายจะกินมิได้เหลือเป็นเหยื่อปลา
แล้วร้องเรียกศิษย์หาให้มาช่วย เอ็นดูด้วยปลูกกระท่อมล้อมเฝืองฝา
ที่เงื้อมเขาเหล่านี้ให้สีกา พอแน่นหนาคุ้มกันอันตราย
พวกศิษย์หาพากันไปตัดไม้ มาทำใส่เสร็จพลันไม่ทันสาย
พระนิ่งนั่งเอกเขนกแล้วเสกทราย ให้ศิษย์ปรายโปรยรอบตามขอบคัน
แล้วเรียกนางมัจฉาให้มาอยู่ อย่าไปอู่เหมือนแต่ก่อนจงผ่อนผัน
จึ่งสั่งให้ศิษย์หาที่มานั้น เอาเผือกมันผลไม้มาให้นาง
เองหัดกินของป่าโอชารส ลูกไม้สดสารพัดไม่ขัดขวาง
ค่อยและลิ้มชิมผลมะม่วงปราง ใจสว่างจะได้ภาวนาไป
พระโยคีลีลากลับมากุฏิ์ เข้ายั้งหยุดอยู่สักครู่ดูนิสัย
พอพลบค่ำจึ่งจะนำเอาข่าวไป ยังกรุงไกรบอกบุตรสุดสาคร
ให้มารับมารดาได้ผาสุก บรรเทาทุกข์ภิญโญสโมสร
ได้สิ้นห่วงบ่วงใยให้มันจร ไปนครชื่นชมภิรมยา
พอเย็นย่ำคล้ำฟ้าเวหาหน พื้นอำพนแผ้วสว่างกลางเวหา
พระนักสิทธ์จิตระงับนั่งหลับตา ภาวนาทางกสิณส่งอินทรีย์
ลอยขึ้นไปในนภางค์กลางอากาศ เมฆเป็นอาสน์เลื่อนไปในวิถี
พอสองทุ่มถึงลังกาไม่ช้าที ชาวบุรีตื่นกันดูเป็นหมู่มุง
เห็นพรอยพรายหลายอย่างต่างต่างสี เหมือนมณีวาวแววกับแก้วหุง
ได้ยินเสียงเป็นระฆังไปทั้งกรุง คนสะดุ้งใจกลัวหนังหัวพอง ฯ
๏ ฝ่ายพระสุดสาครบวรนาถ นึกอนาถเสียงระฆังดังสยอง
ลุกจากแท่นไสยาสน์อาสน์จำลอง ออกยังท้องพระโรงรัตน์ชัชวาล
เห็นสีแสงแดงเขียวบนเวหา พื้นนภาเลื่อมลายสายประสาน
พระเยื้องย่างทางออกนอกทวาร แจ้งอาการคิดเห็นเป็นมงคล
พระจึ่งสั่งเสนาบรรดาเฝ้า ให้จัดเอาเครื่องบูชาสถาผล
ขึ้นวางเรียงเตียงมณีที่มณฑล ภูวดลเธอบูชาไม่ช้าที ฯ
๏ พระนักธรรม์ท่านอยู่บนเวหา เลื่อนลีลาอยู่ที่กลางหว่างวิถี
ก้อนเมฆลอยย้อยต่ำลงทุกที จนถึงที่แท่นทองอันรองเรือง
สุดสาครเห็นองค์พระทรงพรต ดูงามงดผิวผ่องละอองเหลือง
เชิญสถิตแท่นไพฑูรย์จำรูญเรือง ลงกราบเบื้องบาทบงสุ์พระทรงญาณ
แล้วน้อมกายไต่ถามตามถวิล พระทรงศีลจากกุฎามาหาหลาน
ประสงค์สิ่งใดเจ้าข้าพระอาจารย์ จงโปรดปรานเล่าไปเถิดอัยกา ฯ
๏ พระโยคีมีศีลได้ยินถาม เธอแจ้งความบทเบื้องเรื่องมัจฉา
ออเงือกน้ำนงคราญผู้มารดา กลับเพศมาเป็นมนุษย์ผุดผ่องพรรณ
กูทำที่ให้อยู่พ้นอู่อ่าว จึงมาเล่าบอกให้เองเร่งผายผัน
ไปรับแม่ให้ประเวศน์ขอบเขตคัน ได้เห็นกันทุกเวลาบูชาคุณ
แต่ก่อนมันอยู่ได้วิสัยสัตว์ ไม่ข้องขัดขาดเหลือช่วยเกื้อหนุน
สอนให้ถือกรรมฐานเป็นการบุญ กุศลหนุนสิ้นกรรมที่ทำมา
สหัสนัยน์เธอให้กลายจากเพศสัตว์ ต้องพิกัดบทเบื้องเรื่องสิกขา
อยู่ไม่ได้ในจังหวัดเขตวัดวา การนินทาคนสงสัยดูไม่ดี ฯ
๏ สุดสาครดีใจดั่งได้ลาภ บังคมกราบบาทบงสุ์องค์ฤๅษี
ทางก็ไกลไปลำบากยากเต็มที พระมุนีเธอจึงว่าอย่าปรารมภ์
เร่งจัดแจงแต่งลำกำปั่นใหญ่ กูจะไปด้วยสิวะเร่งสะสม
ช่วยคุ้มกันอันตรายมิให้จม อย่าปรารมภ์ไปเลยหลานการจะจร ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ผู้ดำรงมไหสวรรย์ เกษมสันต์ชื่นจิตอดิศร
พระจึ่งกราบบาทาแล้วว่าวอน นิมนต์จรเข้าไปในบุรินทร์
พระสิทธาว่ากูใช่คนบ้าน ในถิ่นฐานอยู่ไม่ได้ดั่งใจถวิล
ต้องไปพักอยู่ที่ศีขริน ให้พ้นถิ่นขอบเขตนิเวศน์วัง
๏ ฝ่ายพระสุดสาครบวรนาถ อภิวาทเชิญไปดั่งใจหวัง
ที่เขาใหญ่ใกล้เขตนิเวศน์วัง เป็นป่ารังร่มรื่นพื้นศิลา
มีกุฎีที่หน้าแผ่นผาเผิน อยู่บนเนินเขาใหญ่ไพรพฤกษา
เรียกเขาขวางทางรุ้งกรุงลังกา พระสิทธาไปพลันด้วยทันที
สุดสาครให้คนปรนนิบัติ สารพัดโดยจริตกิจฤๅษี
ทั้งฟืนไฟจุดไว้หน้ากุฎี ด้วยเป็นที่ก่อนเก่าคราวบุราณ
พระโยคีเข้าสำนักพักในกุฏิ์ พอยั้งหยุดนั่งธรรมกรรมฐาน
เหล่าพวกคนปรนนิบัติพัดอาจารย์ เธอสำราญม่อยหลับระงับกาย
ข้างในวังลังกาอาณาจักร เสียงคึกคักเรียกกันให้ผันผาย
รีบไปลงเรือใหญ่ทั้งไพร่นาย ให้จับจ่ายเครื่องเสบียงไปเลี้ยงคน ฯ
๏ ฝ่ายพระปิ่นลังกามหาสถาน จัดแจงการพร้อมพรั่งทั้งพหล
จัตุรงค์เสนาพลาพล พอสุริยนรุ่งแจ้งแสงอุทัย
พระสั่งสอนมเหสีผู้มีศักดิ์ อันร่วมรักร่วมจิตพิสมัย
จงจัดแจงภูษาผ้าสไบ จะเอาไปเภตราอย่าช้าที
พระสั่งเสร็จแล้วเสด็จขึ้นทรงรถ ไปประณตอภิวันท์ท่านฤๅษี
ที่เขาใหญ่ชายป่าพนาลี ให้มุนีขบฉันพรรณผลา
พระโยคีมีญาณว่าหลานรัก อย่าช้านักรีบไปไวไวหวา
กูมาอยู่แว่นแคว้นแดนลังกา สองทิวาร้อนใจไม่สบาย ฯ
๏ ฝ่ายพระสุดสาครบวรนาถ อภิวาทพระอารย์ให้ผันผาย
ข้าจัดแจงแต่งพหลพลนิกาย ทั้งไพร่นายลงเภตราแต่ราตรี
พระนักสิทธ์ขบฉันพรรณพฤกษา สรงธาราตามจริตกิจฤๅษี
จับไม้เท้าก้าวออกนอกกุฎี เรียกเมฆีลงมารับด้วยฉับพลัน
ฝ่ายกษัตริย์เจ้าพาราลังกาทวีป เธอเร่งรีบคลาไคลถึงไอศวรรย์
เสด็จเลยลงที่นั่งบัลลังก์พลัน พระนักธรรม์ลอยมาอยู่หน้าวัง
พวกต้นหนคนชวากะลาสี เสียงอึงมี่คลี่ใบดั่งใจหวัง
แล่นออกจากปากน้ำด้วยกำลัง พระนักสิทธ์จิตตั้งในทางญาณ
เกิดเป็นลมอุตรานาวาเรื่อย แล่นฉ่ำเฉื่อยเร็วรัดฉัดฉัดฉาน
ราวกับเหาะเหินไปได้สำราญ บนคัคนานต์เร็วรี่ต่างปรีดา
วิถีทางสิบเดือนไม่เคลื่อนคลาด ด้วยอำนาจพระโยคีมีคาถา
ไปวันครึ่งถึงเกาะเหมือนเหาะมา พระสิทธาลอยลงตรงกุฎี
พวกศิษย์หามาพร้อมน้อมประณต หน้าบรรพตอภิวันท์ท่านฤๅษี
ยกผลไม้นานาบรรดามี มาวางที่โรงฉันหน้าศาลา ฯ
๏ ฝ่ายพระสุดสาครบวรนาถ เสด็จขึ้นหาดทรายพลันด้วยหรรษา
ไปยังกุฏิ์พระมุนีค่อยลีลา พร้อมเสนากับพหลพลนิกร
ไปอภิวาทบาทบงสุ์พระทรงพรต น้อมประณตคับคั่งนั่งสลอน
พระจอมวงศ์ทรงภุชสุดสาคร จะใคร่เห็นมารดรร้อนฤทัย ฯ
๏ พระโยคีมีจิตคิดสงสาร อย่านั่งนานมาไปท่าชลาไหล
แต่พวกพลที่ขึ้นมาอย่าเพ่อไป ไม่ไว้ใจเห็นจะกลัวตัวไม่เคย
เองกับกูผู้เป็นเจ้าสำนัก ได้พึ่งพักสั่งสอนสุนทรเฉลย
ด้วยเป็นคนการุญมันคุ้นเคย ว่าแล้วเลยลงมาถึงหน้าเนิน
สุดสาครตามติดกับศิษย์หา พระสิทธาถือไม้เท้าเดินก้าวเหิน
ค่อยจดจ้องย่องมาถึงหน้าเนิน แล้วร้องเกริ่นเรียกมัจฉามาแต่ไกล
อีสีกาออกมาจากห้องหับ ลูกมารับแล้วหวาแกปราศรัย
นางแว่วเสียงพระมุนีพลางดีใจ ลุกคลาไคลออกมาหน้าคิรี
แล้วกราบกรานท่านครูผู้สั่งสอน สุดสาครเข้าประณตบทศรี
เชิญมารดรคลาไคลไปบุรี นางเปรมปรีดิ์สวมสอดกอดลูกชาย
กำสรดโศกแสนวิโยคเมื่อยามยาก ด้วยจะจากที่ไปจิตใจหาย
เคยฟังธรรมกรรมฐานสำราญกาย นางฟูมฟายชลนาให้อาวรณ์
พระโยคีมีจิตคิดสังเวช แกแจ้งเหตุให้ฟังแล้วสั่งสอน
ใช่วิสัยของสีกาอยู่ป่าดอน จงรีบจรไปกับลูกอย่าผูกพัน
ซึ่งตัวกูผู้คนชราร่าง มันก็ย่างถึงกัปจะดับขันธ์
อายุกูนี้หนาก็กว่าพัน จะดับขันธ์ลงเมื่อไรไม่จีรัง
แล้วเทศนาว่าไปในกองทุกข์ เหมือนไฟลุกรุ่มร้อนอาวรณ์หวัง
แม้นโลภหลงเข้าเมื่อไรก็ไม่ฟัง มันก็บังเกิดทุกข์เข้าคลุกคลี
นี่แลตัวทุกขสัตว์สันทัดเที่ยง คิดหลีกเลี่ยงความทุกข์ให้สุขี
เอาปัญญาหยั่งลงให้จงดี คงจะมีความสุขทุกทิวา
อนิจจังสังขารนั้นไม่เที่ยง เหมือนคู่เคียงรักกันก็หรรษา
แล้วเริศร้างห่างไปเสียไกลตา เฮ้ยสีกาเองจงจำไว้รำพึง
นี่ก็ตัวอนิจจังเป็นอย่างนี้ ต้องจากที่โหยไห้อาลัยถึง
ไม่เที่ยงแท้แน่นอนให้ร้อนรึง เร่งรำพึงไว้ให้มั่นในสันดาน
จงหักห้ามความโทมนัสสา เอาปัญญาหยั่งลงในสงสาร
ให้เห็นทางไตรลักษณ์มรรคญาณ ตัดรำคาญผ่อนผันด้วยปัญญา
ยึดเอาธรรมกรรมฐานการกุศล คงให้ผลดับทุกข์เป็นสุขา
แล้วแก้ไขในทางอนัตตา ออกพรรณนาให้สว่างกระจ่างใจ
เหมือนก้อนเมฆตั้งมาในอากาศ แล้วเคลื่อนคลาดไปอยู่หนตำบลไหน
เหมือนของข้าวเอาโยนในกองไฟ เพลิงก็ไหม้มอดม้วยด้วยกำลัง
นี่แลตัวอนัตตาว่าพอเห็น ควรที่เป็นสูญลับไม่กลับหลัง
เรียกว่าเป็นอนัตตาเหมือนวาจัง เองจงฟังกูว่าอย่าอาวรณ์ ฯ
๏ พอจบธรรมกรรมฐานเทศนา นางมัจฉานั่งจำเอาคำสอน
แล้วก้มกราบโยคีชุลีกร ค่อยวายร้อนความวิตกในอกใจ
นางตั้งสัจอธิษฐานการกุศล จงให้ผลยืนยงอสงไขย
แม้นกำเนิดเกิดชาติใดใด ขอให้ได้ภาวนาสมาทาน
จนลุล่วงห้วงมหามหรรณพ ได้คำรพทางธรรมกรรมฐาน
กว่าจะถึงมรรคผลจนนิพพาน ให้สำราญพร้อมมูลประยูรวงศ์
พอจบคำอธิษฐานการอุทิศ สำเร็จกิจแผ่ผลาอานิสงส์
ถึงบิดรมารดาศานุวงศ์ โดยจำนงเจตนาของข้าไป
แล้วกราบกรานท่านโยคีมุนีนาถ อันเปรมปราชญ์สมถวิลสิ้นสงสัย
พระทรงพรตพจนาจงคลาไคล พากันไปกุฎีเถิดสีกา
แล้วลุกจากเชิงผาศิลาลาด พระหน่อนาถเชิญสุพรรณมัจฉา
ให้บทจรเลียบชะง่อนศิลามา ตามสิทธามาหยุดยังกุฎี
พระทรงธรรม์กรุณาแล้วว่าขาน ไปถิ่นฐานสิ้นทุกข์เป็นสุขี
กูจะช่วยส่งให้ไปบุรี มิให้มีภยันอันตราย
แล้วลงยันต์กันผีพวกปีศาจ ด้วยกระดาษส่งให้ดั่งใจหมาย
ปิดหัวเรือเหมือนอาถรรพณ์กันภูตพราย ที่ในสายสาชลตามวนวัง ฯ
๏ ฝ่ายพระสุดสาครบวรนาถ บังคมบาทนักสิทธ์ดังจิตหวัง
ฝ่ายนงคราญมารดาละล้าละลัง ถวายบังคมลาพระอาจารย์
[๑]กันแสงพลางทางลุกขึ้นลีลาศ พระหน่อนาถเสวกามาข้างหลัง
พระนักพรตจดไม้เท้าก้าวเก้กัง ลงมายังที่ทอดจอดเภตรา
ฝ่ายนางนาฏมาตุรงค์ลงกำปั่น พร้อมด้วยกันกับองค์โอรสา
พระโยคีมีรสพจนา ว่าเวลาจวนค่ำย่ำระฆัง
จึงค่อยไปในมหาชลาสินธุ์ นั่นแลสิ้นโพยภัยสมใจหวัง
กูจะไปส่งด้วยช่วยระวัง เธอไปสั่งเสร็จสรรพกลับกุฎี ฯ
๏ ฝ่ายนงคราญมารดาค่อยผาสุก บรรเทาทุกข์อยู่สบายท้ายบาหลี
สุดสาครปรนนิบัตินั่งพัดวี นางเปรมปรีดิ์ใสสุดด้วยบุตรา
ฝ่ายพระองค์ทรงศีลมุนินทร์นาถ ขึ้นนั่งอาสน์สำราญจิตกับศิษย์หา
ระงับกายพอสบายได้เวลา พระสิทธาเข้ากสิณอภิญญาณ
พอเวลาสายัณห์เย็นพยับ อาทิตย์ลับเขาไม้ในไพรสาณฑ์
เมฆก็เลื่อนลงจากคัคนานต์ อำนาจฌานพระโยคีมีกำลัง
มาเป็นอาสน์รับองค์พระทรงศีล แกก้าวขึ้นเมฆินดั่งใจหวัง
เป็นลมเรื่อยเฉื่อยโชยโดยกำลัง พัดไปยังเภตราสุดสาคร
เสียงระฆังดังก้องท้องอากาศ ขุนอำมาตย์ทูลบพิตรอดิศร
ฝ่ายพระจอมนครินทร์ปิ่นนคร สั่งให้ถอนสมอเลื่อนเคลื่อนเภตรา
แล้วชักใบใส่รอกให้ออกแล่น สังเกตแผนที่ทางกลางมหา
ลมก็จัดพัดเรื่อยเฉื่อยเฉื่อยมา จะเอาม้าควบไล่ก็ไม่ทัน
ด้วยอำนาจโยคีผู้มีเดช คุ้มภัยเภทพวกยักษ์มักกะสัน
ถึงผีพรายร้ายกาจชาติกุมภัณฑ์ ตามไม่ทันเรือไปในนที
จันทร์กระจ่างกลางฟ้าเวหาหน ฟื้นอำพนใสสว่างทางวิถี
ไม่ขัดขวางกลางทะเลตามเมฆี พระมุนีคุ้มกันอันตราย
จากเกาะแก้วพิสดารไม่นานช้า ถึงลังกาไม่ทันตะวันสาย
นางมัจฉามาเรือกับลูกชาย แสนสบายชื่นบานสำราญรมย์ ฯ
๏ ฝ่ายโยคีมีญาณว่าหลานแก้ว ถึงถิ่นแล้วตาจะลาไปอาศรม
สองแม่ลูกหมอบราบกราบบังคม พระบรมมุนีชุลีกร
พระนักธรรม์ผันพักตร์ไปทักษิณ อาสน์เมฆินพาข้ามตามสิงขร
พอเย็นย่ำยอแสงทินกร ถึงสิงขรเกาะแก้วพิสดาร ฯ
๏ ฝ่ายกษัตริย์สุดสาครบวรนาถ เชิญพระมาตุรงค์ไปในสถาน
มเหสีโฉมเฉลาเยาวมาลย์ มากราบกรานชนนีต่างดีใจ
นางมัจฉาว่าแม่ทั้งสองเอ๋ย กุศลเคยได้มาเห็นเป็นนิสัย
แม่หมายจิตว่าชีวิตจะบรรลัย อยู่ที่ในวังวนชลธี
เพราะกุศลผลเห็นเป็นทิษฐะ แต่ไหว้พระถือศีลพระชินศรี
ฟังเทศน์ธรรม์ท่านเจ้าคุณพระมุนี สามสิบปีแม่สดับเพศกลับกลาย
จึ่งได้มาเห็นหน้าแม่ทั้งสอง บุญสนองส่งให้เหมือนใจหมาย
ใช่ชาติเชื้อเนื้อทองเป็นของกลาย อย่าวุ่นวายเลี้ยงไว้พอได้บุญ
นึกว่าเหมือนคนแก่คนแม่ม่าย แม้นเจ็บไข้ขาดเหลือช่วยเกื้อหนุน
ไม่แง่งอนวอนว่าจงการุญ เอาแต่บุญกว่าจะตายวายชีวัง ฯ
๏ ทั้งสองนางพลางว่าอย่าวิตก ขอหยิบยกไว้ให้สมอารมณ์หวัง
ลูกไม่หลู่รู้คุณการุณัง เป็นที่ตั้งที่บูชาอย่าอาวรณ์
นางฟังสองนารีสุณิสา กล่าววาจาพริ้งพร้องสองสมร
ปลื้มปรีดาปราศรัยแล้วให้พร จงถาวรอย่ารู้มีราคีพาน
ทั้งสองนางพลางก้มบังคมบาท มาตุราชจงรักสมัครสมาน
ตามวิสัยโลกธรรมค่อยสำราญ ฝ่ายพระผ่านนครินทร์ปิ่นลังกา
จะออกไปเฝ้ามุนินทร์พระปิ่นเกศ ไปทูลเหตุแม่สุพรรณมัจฉา
ครั้นจะให้ไปเฝ้าเล่าพึ่งมา ในดงป่าเป็นอย่างไรยังไม่เคย
ดำริพลางทางสั่งให้เตรียมรถ มาพร้อมหมดโดยรับสั่งดั่งเฉลย
พระทรงเครื่องเรืองรองล้วนของเคย ลงจากเกยทรงรถบทจร
สารถีขับพระยาอาชาชาติ ล่วงลีลาศรีบเดินเนินสิงขร
ไม่หยุดยั้งรั้งราพลากร ถึงดงดอนสิงคุตรหน้ากุฎี
ลงจากรถบทจรเข้าโรงฉัน พอทรงธรรม์พระมุนินทร์ปิ่นฤๅษี
เสด็จออกนอกคันธกุฎี สองนางชีเล่าก็พากันมาพลัน
กับฤๅษีศิษย์หาก็มาพร้อม ประณตน้อมจะฟังคำธรรมขันธ์
พระทรงศีลยุรยาตรขึ้นอาสน์พลัน แล้วเทศน์ธรรม์ชี้แจงแสดงความ
ในบรมัตถ์คัดข้อมาสอนสั่ง ผู้ใดฟังสงสัยจงไต่ถาม
เราจะได้ชี้แจงให้แจ้งความ จงทำตามบาลีพระวินัย
พวกนักสิทธ์นั่งตรับสดับโสต พระเทศน์โปรดจบลงไม่สงสัย
ฝ่ายพระองค์ทรงศีลปิ่นอภัย ชำเลืองไปเห็นบุตรสุดสาคร
พระปราศรัยให้หามาข้างนี้ พลางพาทีไต่ถามตามนุสร
มีธุระอย่างไรหนาสุดสาคร ดูรีบจนมาจงกล่าวเล่าคดี ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อบพิตรอิศเรศ ก็ทูลเหตุเรื่องมารดามารศรี
ตั้งแต่ต้นจนพามาธานี ถวายองค์พระมุนีให้แจ้งความ
พระทรงศีลยินดีเป็นที่ยิ่ง ประหลาดจริงผิดนักพลางซักถาม
ของอย่างนี้ไม่มีใครกล่าวความ ตั้งแต่ตามก่อนเก่าคราวบุราณ
คิดก็เห็นเป็นอัศจรรย์แท้ แต่การแน่นึกมาน่าสงสาร
เธอจึ่งสั่งเสนีปรีชาชาญ อย่าเนิ่นนานเราจะไปในพารา
สุมาลีชีละเวงวัณฬาราช บังคมบาทพระมุนินทร์ปิ่นมหา
ขอตามเสด็จทรงธรรม์กรุณา ไม่รู้จักพี่มัจฉาเหมือนอาลัย
พระทรงพรตสั่งรถให้สองนาฏ จะยุรยาตรไปลังกาที่อาศัย
ขุนเสนามาเทียบซึ่งรถชัย ชักมาไว้หน้าบรรณศาลา
ฝ่ายพระองค์ทรงศีลมุนินทร์นาถ ยุรยาตรมาทรงซึ่งรถา
สองดาบสินีต่างลีลา มาทรงราชรถาทั้งสององค์ ฯ
๏ ฝ่ายพระสุดสาครบวรนาถ ตามพระบาทสิทธาเข้าป่าระหง
สถิตในรถสุวรรณอันบรรจง จัตุรงค์แลหลามตามกันมา
ข้ามลำเนาเขาไม้ไพรระหง พอสุริยงเย็นพยับลับภูผา
ให้จุดคบเรียงกันเป็นหลั่นมา ตามมรคาแสงสว่างดั่งกลางวัน
เรไรหริ่งกิ่งไทรลองไนร้อง ประสานซ้องแซ่ไปทั้งไพรสัณฑ์
จังหรีดเรื่อยเจื้อยแจ้วแนวอรัญ จักระจั่นร้องจ้าบนหน้าเนิน
จันทร์กระจ่างกลางฟ้าเวหาห้อง แสงสาดส่องตามลำเนาภูเขาเขิน
น้ำค้างย้อยพรอยพร่างตามทางเดิน บนแนวเนินหอมบุปผาสุมาลัย
มะลุลีมะลิวันพันคัดเค้า แลดูขาวขึ้นเรียงเคียงไสว
พระพายพัดกลิ่นหวนรัญจวนใจ ดอกไม้ไพรอาบอบตลบดง
สุมาลีคลี่คลายขยายเสา วรสเร้าริมผาป่าระหง
เสียงหึ่งหึ่งผึ้งร้องก้องในดง ให้รีบรัดจัตุรงค์มาริมทาง
ออกชะวากปากป่าเวลาดึก เสียงครื้นครึกมาถึงกรุงพอรุ่งสาง
พวกเสนาข้าเฝ้าเหล่าขุนนาง จัดแจงของต่างต่างวางบูชา ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมมุนีฤๅษีสิทธ์ สำรวมจิตมั่นใจในสิกขา
ชักประคำร่ำบ่นภาวนา พอรถาเข้าประทับลำดับกัน
พระนักพรตลดองค์ลงจากรถ พร้อมกันหมดสามพระองค์ทรงผายผัน
ขึ้นสถิตเก๋งใหญ่ใต้ต้นจันทน์ พร้อมด้วยกันนักพรตดาบสินี
ฝ่ายพระสุดสาครบวรนาถ ตามบิตุราชมาตุรงค์องค์ฤๅษี
มาถึงวังลังกาไม่ช้าที จรลีขึ้นปราสาทราชวัง
ไปเชิญองค์ชนนีให้ลีลาศ เฝ้าพระบาทภูวไนยดั่งใจหวัง
นางมัจฉาอรไทครั้นได้ฟัง สมที่หวังใคร่เห็นองค์พระทรงญาณ
ชวนนงเยาว์เสาวคนธ์ศรีสะใภ้ พาแม่ไปเฝ้ามุนินทร์ที่ถิ่นฐาน
ฝ่ายเสาวคนธ์มณฑายุพาพาล เชิญให้มารดาไปดั่งใจจง
ถึงเก๋งทองสองนางพลางอภิวาท มุนีนาถเพ่งพินิจพิศวง
ทั้งร่างกายไม่ผิดจริตทรง จึงเอื้อนโองการถามนางทรามวัย
เมื่อแรกเริ่มเดิมจะกลับเป็นมนุษย์ เป็นที่สุดจิตพะวงที่ตรงไหน
รักษาธรรมกรรมฐานประการใด จงขานไขแจ้งข้อจะขอฟัง ฯ
๏ ฝ่ายมัจฉานารีศรีสวัสดิ์ สนองอรรถเบื้องต้นแต่หนหลัง
ถวายองค์พระนักสิทธ์ไม่ปิดบัง แล้วกราบยังบาทาฝ่าธุลี
กันแสงพลางทางทูลถึงความยาก แต่ตรำตรากเล็มไคลในวิถี
ได้พึ่งพาเจ้าประคุณพระมุนี ท่านช่วยชี้ทางสวรรค์ทุกวันไป
ครบเจ็ดวันแจ้งเหตุเทศนา พระสิทธาชี้แจงแถลงไข
สอนให้ตัดอาวรณ์เรื่องร้อนใจ แล้วกลับไปอยู่ในถ้ำค่อยสำราญ
จึ่งตั้งจิตอธิษฐานการกุศล แม้นสิ้นชนม์อย่าให้เกิดเป็นเดรัจฉาน
ได้ตั้งสัตย์วัจนามาช้านาน ปลงสังขารเช้าเย็นไม่เว้นวาย
ด้วยอำนาจภาวนารักษาศีล อมรินทร์เทวัญจึ่งผันผาย
มาโปรดเกศตัดหางสำอางกาย รูปจึงกลายมาเป็นคนพ้นคงคา
แล้วพระคุณมุนีผู้วิเศษ มาแจ้งเหตุลูกรักเสน่หา
ให้ไปรับข้าบาทนี้คลาดคลา จึ่งได้มาพ้นภัยอยู่ในวัง
๏ พระมุนีปรีดาว่าสาธุ กุศลลุดั่งจิตเจ้าคิดหวัง
ด้วยอำนาจศีลสัตย์วัจนัง แต่หนหลังเสริมส่งให้นงคราญ
อย่าลืมหลงจงอุตส่าห์รักษาศีล เป็นอาจิณทางธรรมพระกรรมฐาน
ครั้นทำลายวายขันธสันดาน พระนิพพานพ้นห่วงบ่วงรุงรัง ฯ
๏ สองนางชีปรีดาต่างปราศรัย อยากจะใคร่พบพี่เป็นที่หวัง
พระสิทธามากล่าวเล่าให้ฟัง พึ่งสมหวังเห็นพี่น้องดีใจ
โฉมมัจฉาฟังคำค่อยฉ่ำชื่น ทุกค่ำคืนฉันก็คิดพิสมัย
พระคุณล้ำดินฟ้าสุราลัย ทั้งรักใคร่ในบุตรสุดสาคร
ได้อุปถัมภ์ค้ำจุนเพราะบุญแม่ ประเสริฐแท้ได้เป็นสุขสโมสร
ขอพึ่งพากว่าชีวาจะม้วยมรณ์ นางวิงวอนวัจนาล้วนน่าฟัง
สองนางชีมีจิตคิดสงสาร เหมือนวงศ์วานชื่นชมอารมณ์หวัง
จึงว่าน้องนี้มิได้อยู่ในวัง สละทั้งถิ่นฐานการบ้านเรือน
มอบให้บุตรสุดสาครบวรนาถ เป็นสิทธิ์ขาดรักใคร่ใครจะเหมือน
แต่บุตรน้องกอแกทำแชเชือน ทำเลื่อนเปื้อนเห็นใจไม่ได้การ ฯ
๏ ฝ่ายมัจฉานารีศรีสวัสดิ์ ทูลกษัตริย์วิงวอนด้วยอ่อนหวาน
ข้าขอบวชชีเป็นเช่นนงคราญ สมาทานปรนนิบัติตามศรัทธา
พระอภัยมุนินทร์ปิ่นฤๅษี จึ่งพาทีแจ้งอรรถแก่มัจฉา
ว่าแรกเริ่มกำเนิดเกิดเป็นปลา ที่จะมาบวชอนงค์เป็นหลงชี
ขัดเสียแล้วจริงนะพระก็ห้าม อันเรื่องความนี้หนามารศรี
พระภควันต์บรรพชาในนาคี สิกขามีห้ามไว้ไม่ได้การ
ถึงกลับเพศเป็นมนุษย์ต้องหยุดยั้ง กำเนิดยังเป็นสัตว์เดรัจฉาน
ถ้าดับชาติจากขันธสันดาน สมาทานจึ่งจะได้ในศีลา ฯ
๏ นางเงือกน้ำกำสรดสลดจิต ไม่สมคิดที่ตรงมาดปรารถนา
จึ่งกราบบาททรงฤทธิ์พระสิทธา ขอรักษาศีลไว้ดังใจปอง
พระมุนีปรีชารับว่าได้ เป็นนิสัยของตัวอย่ามัวหมอง
แต่เพียงนี้คงจะสมอารมณ์ปอง ไม่ขัดข้องต้องดีถูกที่งาม
พระอภัยมุนีฤๅษีสิทธ์ สำรวมจิตมัธยัสถ์แล้วตรัสถาม
ว่าดูรามัจฉาผู้โฉมงาม จะทำตามได้หรือไม่ในใจตน
นางมัจฉาคำนับรับว่าได้ พระจึ่งให้ศีลพลางทางนุสนธิ์
ว่าปาณาสารพัดสัตว์มีชนม์ เป็นตัวตนห้ามว่าอย่าฆ่าตี
อทินนาทานาว่าด้วยทรัพย์ อย่าสับปลับฉกลักเสียศักดิ์ศรี
อันกาเมสุมิจฉามีสามี อย่ายินดีกับผู้อื่นชื่นอารมณ์
พึงละเว้นอย่าให้เป็นน้ำใจสอง จะมัวหมองราครุมเข้าทุ่มถม
ต้องขาดจากศีลไปไม่อุดม จะลงจมในอบายเมื่อตายไป
บทมุสาว่าไว้ผู้ได้รับ อย่าสับปลับลมปากถลากไถล
พูดโกหกงุ่มง่ามตามแต่ใจ จะขาดในองค์ศีลไม่ภิญโญ
บทสุราว่าเหล้าของเมาเบื่อ มักจานเจือที่ในตัวยั่วโทโส
ให้ปากโป้งโฉงเฉงเก่งโกโร พาให้โซย่อยยับอัปรา
แม้นดับขันธ์วันใดต้องไปสู่ ทุคติมีผู้ทำโทษา
ได้ความทุกข์เหลือล้นพ้นปัญญา เพราะเวราให้ผลคนเมรัย ฯ
๏ พอจบศีลแจ้งเหตุเทศนา อนิจจาทุกขังดั่งนิสัย
เหมือนกงเกวียนกำเกวียนต้องเวียนไป กว่าจะได้มรรคผลจนนิพพาน
สุขกะทุกข์ปลุกปล้ำทำให้สัตว์ ต้องว่ายวัฏเวียนวงในสงสาร
แต่เวียนตายเวียนเกิดกำเนิดนาน โดยประมาณแสนกัปจึ่งดับไป
แม้นกุศลผลผลาอานิสงส์ จะนำส่งนำสนองให้ผ่องใส
แม้นกรรมหนุนขุ่นข้องให้หมองใจ ก็ต้องไปสู่อบายไม่วายตรอม
พระแจ้งเหตุเทศนาว่าแต่ย่อ ให้แต่พอเข้าใจไถนถนอม
พอดับโศกในอารมณ์ที่ตรมตรอม นางเงือกน้อมนอบนบอภิวันท์
เมื่อจบธรรมกรรมฐานสำราญจิต พระนักสิทธ์สั่งสอนให้ผ่อนผัน
อุตส่าห์เพียงภาวนารักษาธรรม์ ถือให้มั่นผลจะมีกับสีกา
นางคำนับรับรสพจนารถ บังคมบาทพระมุนินทร์ปิ่นมหา
จะถือธรรมกรรมฐานการศรัทธา เป็นอัตรายึดมั่นในสันดาน
บังคมกราบพระมุนินทร์ไปถิ่นที่ ค่อยเปรมปรีดิ์เห็นลงในสงสาร
อันร่างกายเห็นไม่จิรังการ เหมือนโรงร้านอาศัยใช่ของตน
นางเล็งเห็นเป็นแท้แน่ในจิต ตั้งอุทิศศีลทานการกุศล
ทุกเย็นเช้าเล่าพร่ำคำสวดมนต์ อยู่ที่บนปรางค์มาศปราสาทชัย ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ทรงศีลมุนินทร์นาถ จะลีลาศกลับลำเนาเขาไศล
มาพักอยู่สามทิวาจะลาไป พระสั่งให้เทียบรถบทจร
มาประทับกับเกยเคยเสด็จ พร้อมกันเสร็จรถนางชีศรีสมร
เทียบม้ามิ่งกัณฐัศว์อัสดร พระภูธรเสด็จจากตำหนักพลัน
สถิตเกยเลยลงทรงรถา จากลังกากรุงไกรไอศวรรย์
รถนางชีตามเสด็จจากเขตคัน พร้อมทั้งบรรดาขุนพวกมุลนาย
ตามพระองค์ทรงศีลมุนินทร์นาถ พลางขับราชรถพลันรีบผันผาย
เข้าดงแดนแสนสุขสนุกสบาย พระพายชายเย็นรื่นชื่นอารมณ์
ไม่เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้ามาตามเขา เนินลำเนาบรรพตาถึงอาศรม
ประทับรถพระมุนีที่จงกรม สู่อาศรมหน้าบรรณศาลา ฯ
๏ ฝ่ายกษัตริย์สุดสาครบวรนาถ เสด็จลีลาศกลับวังสั่งมหา
อำมาตย์แสนเสนีผู้ปรีชา ให้ไปกรุงรัตนาดั่งใจจง
แจ้งกับหน่อธิบดินทร์นรินทร์รัตน์ กับเกศพัฒน์สุณิสาตามประสงค์
ให้มาเยี่ยมฝ่าพระบาทมาตุรงค์ โดยจำนงรีบมาอย่าช้าที
แล้วไปแจ้งนคราวายุภักษ์ บอกเกี่ยวดองน้องรักกษัตริย์ศรี
ให้ภัทวงศ์กับองค์พระบุตรี มาอัญชุลีอัยยิกามาอยู่วัง
ขุนเสนีรับโองการคลานจากเฝ้า มาสั่งเหล่าพลไพร่ดั่งใจหวัง
ให้ขนของลงเภตราดาประดัง รีบไปยังจังหวัดรัตนา
อีกลำหนึ่งไปพาราวายุภักษ์ กษัตริย์ศักดิ์สูงชาติวาสนา
ถึงขึ้นเฝ้าเจ้าบุรินทร์ปิ่นประชา ทูลกิจจาเรื่องรับสั่งดั่งสุนทร ฯ
๏ ฝ่ายพระปิ่นอิศราวายุภักษ์ แจ้งประจักษ์เรื่องบพิตรอดิศร
จึ่งให้หาภัทวงศ์องค์บังอร พระภูธรแจ้งความตามคดี
สั่งให้จัดกำปั่นสุวรรณมาศ จะลีลาศไปประณตบทศรี
พระเชษฐาพาองค์พระอัยกี มาอยู่ที่เวียงวังกรุงลังกา
เสนาพร้อมน้อมคำนับรับบรรหาร มาสั่งการไพร่นายทั้งซ้ายขวา
ตามรับสั่งเจ้าบุรินทร์ปิ่นประชา สั่งศาลาเขียนหมายรายกันไป
เกณฑ์พหลพลลงเรือกำปั่น เสียงเรียกกันเซ็งแซ่แลไสว
เหล่าล้าต้าต้นหนคนจะไป มาพร้อมในเภตราเสนานาย
เสร็จแล้วองค์ทรงเดชเกศกษัตริย์ เจ้าจังหวัดจรจรัลรีบผันผาย
กับโอรสสุณิสาเสนานาย พอลมชายพัดเฉื่อยระเรื่อยริน
ออกแล่นล่องตามท้องทะเลใหญ่ แล้วใช้ใบข้ามมหาชลาสินธุ์
ชมฝูงสัตว์มัจฉาในวาริน ตามแถวถิ่นสาคโรชชโลธร
ฝูงกุเราล้วนกุเราว่ายเคล้าคู่ เป็นหมู่หมู่ว่ายเรียงเคียงสลอน
ปลาพิมพาพาพวกพิมพาจร ว่ายสลอนเคียงคู่หมู่พิมพา
ฝูงกระพงล้วนกระพงว่ายวงอยู่ เป็นหมู่หมู่หลีกลัดล้วนมัจฉา
ปลาฉลามล้วนฉลามตามกันมา ฉนากพานางฉนากไม่จากจร
ฝูงราหูดูละม้ายคล้ายราหู เป็นหมู่หมู่รายเรียงเคียงสลอน
ฝูงโลมาล้วนโลมาในสาคร ไม่จากจรผุดพัลวันไป
ปลาตะเพียนล้วนตะเพียนเที่ยวเวียนหา เหล่านางปลาตะเพียนทองล่องไสว
เหล่าปลาวาฬวาฬวนขึ้นพ่นไพร ล้วนใหญ่ใหญ่โตล่ำกว่าลำเรือ
อันฝูงสัตว์ปฏิสนธิ์ก้นเป็นหอย ตัวลายพร้อยแลละม้ายคล้ายกับเสือ
หน้าเป็นหมีสีเหมือนครามว่ายตามเรือ หัวเป็นเนื้อหางเป็นงูดูพิกล
ซึ่งฝูงสัตว์ในมหาชลาสินธุ์ ไม่รู้สิ้นเอาชาติปฏิสนธิ์
จะพรรณนาในฉแวกระแสชล เอาปฏิสนธิ์หลายอย่างต่างต่างกัน
พอสุริยงลงลับพยับฟ้า พระจันทราแจ่มกระจ่างทางสวรรค์
เรือก็แล่นแสนสบายมาหลายวัน เข้าขอบขัณฑ์ถิ่นประเทศเขตนคร ฯ
๏ จะกล่าวข้างรัตนาหน่อกษัตริย์ นรินทร์รัตน์สุริย์วงศ์พระทรงศร
เสด็จลงเรือที่นั่งอลังกรณ์ ออกสันดอนใช้ใบไปลังกา
มาทันกันกับพาราวายุภักษ์ กษัตริย์ศักดิ์แสนโสมนัสา
พระถวายอัญชุลีต่างปรีดา แล้วแล่นมาตามกันมิทันนาน
บรรลุถึงลังกาอาณาเขต เสด็จประเวศเข้าไปในสถาน
เฝ้าพระจอมกษัตราปรีชาชาญ บนสถานทิพอาสน์ปราสาทชัย
พระทรงภุชสุดสาครถาวรสวัสดิ์ โสมนัสเปรมปรีดิ์จะมีไหน
พาไปเฝ้าชนนีที่ข้างใน พลางกราบไหว้คำรพอภิวันท์
นางโอภาปราศรัยด้วยไทท้าว ถึงเรื่องราวกรุงไกรไอศวรรย์
จอมกษัตริย์สนองอรรถแล้วอภิวันท์ เกษมสันต์ปรีดาสถาพร
แล้วปราศรัยศรีสะใภ้กับหลานเขย นางชมเชยกรตระกองสองสมร
ฝ่ายพระองค์ทรงภุชสุดสาคร จะสมโภชมารดรตามบุราณ
เสด็จออกเสนาพฤฒามาตย์ ให้หมายบาดการใหญ่อันไพศาล
ทั้งเครื่องเล่นเต้นรำประจำงาน ในสถานสารพัดปักฉัตรธง
แล้วสั่งพวกโหราหาดิถี วันที่ดีฤกษ์ยามตามประสงค์
พฤฒารับจับกระดานคูณหารลง เอาฤกษ์ธงชัยตั้งกำลังวัน
ได้ดิถีสี่ค่ำเป็นกำหนด เฉลิมยศในคัมภีร์ดีขยัน
จึงกราบทูลแด่องค์พระทรงธรรม์ ขึ้นสี่ค่ำนามวันพฤหัสบดี
พระทรงฟังสั่งให้ขุนอาลักษณ์ เร่งจำหลักแผ่นทองละอองศรี
จารึกนามมารดาอย่าช้าที โดยคดีแจ้งความตามกระทรวง
ให้รู้ทั่วกรุงไกรไอศวรรย์ พระนามจันทวดีพันปีหลวง
ผู้รับสั่งจัดงานการทั้งปวง โดยกระทรวงบาดหมายรายกันไป ฯ
๏ ฝ่ายไทท้าวเจ้าบุรินทร์ปิ่นสิงหล ขึ้นไพชยนต์ปราสาททองอันผ่องใส
จึ่งสั่งสองมเหสีที่ข้างใน จัดสาวใช้รูปร่างสำอางตา
สำหรับเชิญเครื่องอานพานพระศรี ไปตั้งที่ปรางค์มาศปราสาทขวา
สำหรับองค์ชนนีจะลีลา ไปฟังสวดมนตราหน้าพิธี
ให้ท้าวนางข้างในไปกำกับ คนสำหรับสังคีตพวกดีดสี
จงพร้อมสรรพนางขับมโหรี ไปเตรียมที่ตามอย่างบนปรางค์ทอง
ทั้งสองนางพลางสดับรับบรรหาร มาสั่งการโดยกิจสนิทสนอง
ทุกตำแหน่งแจ้งความตามทำนอง จัดแจงของเตรียมตัวทั่วทุกคน
พวกเสนาแต่บรรดาเจ้าหน้าที่ เสียงอึงมี่ตกแต่งทุกแห่งหน
ปลูกโรงโขนโรงหุ่นวุ่นทุกคน ต่างรีบร้นจัดแจงทุกแห่งไป
บนปรางค์มาศจัดที่ฤๅษีสวด ทุกหมู่หมวดเร่งกันเสียงหวั่นไหว
ตั้งเครื่องอานการพิธีที่ข้างใน พร้อมบนไพชยนต์รัตน์ชัชวาล ฯ
๏ ฝ่ายกษัตริย์สุดสาครถาวรสวัสดิ์ สั่งให้จัดแจงตั้งบัลลังก์สนาน
โขมพัตถ์จัดลาดดาดเพดาน แล้วผูกม่านพื้นขาวดาวกระจาย
ครั้นสำเร็จเสร็จสั่งขุนอำมาตย์ ไปเฝ้าบาทพระนักสิทธ์ดั่งจิตหมาย
กับฤๅษีที่กุฎาเสนานาย เชิญผันผายตามเสด็จมาเขตคัน
ตั้งแต่วันสี่ค่ำเป็นกำหนด พร้อมกันหมดทุกหมวดทั้งสวดฉัน
พวกเสนากราบก้มบังคมคัล ก็พากันรีบรุดไปกุฎี
ถึงก็เข้าเฝ้าองค์พระทรงศีล ทูลพระปิ่นจักรพงศ์องค์ฤๅษี
เชิญเสด็จเสร็จไปในบุรี กับมุนีดาบสหมดทุกองค์
พระทราบสิ้นสั่งบรรดาสานุศิษย์ ไปโดยกิจให้เขาสมอารมณ์ประสงค์
ช่วยอวยพรให้ประสิทธิ์ดั่งจิตจง สมจำนงเสวกามานิมนต์
แล้วพระองค์ทรงสั่งสองดาบส พร้อมกันหมดจะเข้าไปในสิงหล
วันสี่ค่ำเขาจะให้ไปสวดมนต์ เป็นวันต้นในงานการพิธี
แล้วให้จัดรถที่เคยเสด็จ จงพร้อมเสร็จเทียมม้าสารถี
กับรถทรงองค์ดาบสินี มาไว้ที่ศาลาหน้าอาราม
พวกเสนาสดับเสร็จรับสั่ง ก็เตรียมทั้งรถใช้ไว้ทั้งสาม
พวกมุนีนักสิทธ์คอยติดตาม เวลาสามนาฬิกาจะคลาไคล ฯ
๏ ฝ่ายข้างวังลังกาอาณาจักร ก็พร้อมพรักเพรียกกันเสียงหวั่นไหว
เข้าโรงครัวคั่วผัดจัดกันไป บ้างเสร็จใส่จานชามเหมือนตามเคย
พวกโรงเครื่องข้างในสับไก่หมู เป็นคู่คู่พริ้งเพริศดูเปิดเผย
มีต้มแกงหลายอย่างต่างต่างเคย ทั้งนมเนยสารพางค์อย่างดีดี ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายพระองค์ผู้ทรงพรต กับดาบสที่ถือเป็นฤๅษี
ครั้นรุ่งแจ้งแสงหิรัญขึ้นทันที มาพร้อมที่โรงฉันบรรณศาลา
เสพย์ผลไม้เผือกมันด้วยกันสิ้น พระทรงศีลเสวยพลันต่างหรรษา
สำเร็จกิจจากบรรณศาลา เสด็จมาทรงรถบทจร
ทั้งสองนางดาบสขึ้นรถเสร็จ ตามเสด็จพระมุนีบดีศร
กับพวกศิษย์เดินไปในดงดอน เลียบสิงขรแนวป่าพนาลัย
รถที่นั่งทั้งสามข้ามสิงขร ชะโงกชะง่อนเนินผาศิลาไศล
เข้าแดนดงตรงทางมากลางไพร ถึงเขาใหญ่ปากป่าไม่ช้าที
เข้าประเทศเขตแคว้นแดนสิงหล ประชาชนหมอบสะพรั่งทางวิถี
บ้างก็ตั้งเครื่องบูชาสุมาลี ประชาชีเปรมปราสถาพร ฯ
๏ พระมุนินทร์ปิ่นเกล้าเจ้าจังหวัด บุรีรัตน์ภิญโญสโมสร
ป่างพระองค์ทรงภุชสุดสาคร เจ้านครกับพระวงศ์พงศ์ประยูร
เชิญเสด็จภูวไนยไปปราสาท กับสองนาฏตามพระปิ่นบดินทร์สูร
พระนักพรตหมดด้วยกันอันจำรูญ มาพร้อมมูลทุกหมวดเชิญสวดมนต์
ฝ่ายกษัตริย์ขัตติยาเสนาพร้อม เฝ้าพระจอมเจ้าบุรินทร์ปิ่นสิงหล
ป่างพระจอมมุนินทร์ปิ่นสกล ก็สวดมนต์กับฤๅษีที่ในปรางค์
ฝ่ายนางนาฏมาตุรงค์กับวงศา เสด็จมาหน้าชานพักตำหนักขวาง
ฟังสวดมนต์จนจบคำรพพลาง อนงค์นางเปรมปราในอารมณ์
ครั้นสวดจบครบสิ้นปิ่นกษัตริย์ ประจงจัดเหมือนอย่างปางปฐม
ครั้นรุ่งเช้าพระนักธรรม์ฉันอุดม ทุกหมู่กรมเล่นงานการประชัน
ครบเครื่องเล่นต่างต่างตามอย่างยศ ก็ปรากฏในกรุงไกรไอศวรรย์
ฝ่ายพระองค์ทรงศักดิ์พระนักธรรม์ พาแต่บรรดาฤๅษีเสร็จลีลา
ไปสิงคุตรกุฎีที่สถิต สำราญจิตมั่นใจในสิกขา
ตั้งครัดเคร่งบำเพ็งภาวนา โดยศรัทธาทุกทุกองค์ปลงอารมณ์
หมายนิพพานภาวนาให้ผาสุก คิดดับทุกข์ตัดธุระไม่สะสม
ยึดเอาทางไตรลักษณ์หักอารมณ์ ไม่นิยมเห็นแท้แน่ในใจ ฯ
๏ จะว่าข้างลังกามหาสถาน ครั้นเสร็จการยกย่องสนองไข
พงศ์กษัตริย์เสด็จมาทูลลาไป เจ้าเวียงชัยส่งพลันมิทันนาน
นิเวศน์ใครไปถึงเหมือนหนึ่งคิด สำราญจิตปรีดิ์เปรมเกษมศานต์
ต่างไพบูลย์พูนสวัสดิ์ชัชวาล ทุกสถานนคราสถาพร ฯ

เรื่องพระอภัยมณีจบแต่เท่านี้



[๑] ความไม่สัมผัส

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ