ตอนที่ ๑๓๑ พระสังฆราชบาทหลวงยกทัพมาตีเมืองลังกา

๏ จะกลับกล่าวราวเรื่องพระสังฆราช แกอาฆาตพวกไทยดั่งไม้ขอน
มาทุ่มทับอกใจให้อาวรณ์ จะนั่งนอนไม่เป็นสุขทุกทิวา
จึงเรียกบาทหลางดาวิดศิษย์ผู้ใหญ่ เข้ามาใกล้ตรองตรึกพลางปรึกษา
กูจะใช้ให้เอ็งไปลังกา ฟังกิจจาแยบคายร้ายหรือดี
ยังตั้งมั่นแข็งแรงหรือหย่อนฤทธิ์ จะได้คิดรบพุ่งเอากรุงศรี
เองจงไปพูดลวงดูท่วงที ว่ากูนี้ให้บาทหลวงมาทวงเมือง
มันจะว่าอย่างไรแก้ไขตอบ ตามระบอบว่าให้รู้ถึงหูเหือง
ให้มันไปบอกเล่าแก่เจ้าเมือง ว่าบทเบื้องแต่บุรมบุราณการ
ของฝรั่งทั้งสิ้นแผ่นดินเกาะ พูดให้เหมาะตามหลักอย่าหักหาญ
ถึงมันพูดเกะกะอย่าระราน ฟังอาการแข็งอ่อนค่อยผ่อนปรน
แล้วเร่งรีบกลับมาเหมือนว่าขาน ได้คิดการรบสู้ดูอีกหน
แกพาศิษย์รีบรัดไปบัดดล แจ้งยุบลแก่ท้าวเจ้าพารา
จะขอเรือสักลำกำปั่นใหญ่ จะใช้ให้ดาวิดผู้ศิษย์หา
ไปประเทศเขตแคว้นแดนลังกา ดูพาราเป็นอย่างไรไม่สบาย
เสียเวียงวังเสียทั้งวาสนา อ้ายไทยมารวบริบเอาฉิบหาย
จะใช้ไปดูแยบยลกลอุบาย แม้นสมหมายชวนกันตีบุรีคืน ฯ
๏ ฝ่ายไทท้าวโรมพัฒน์เขาสัตย์ซื่อ ด้วยนับถือทั่วจังหวัดไม่ขัดขืน
จึงตรัสสั่งเสนาว่ามะรืน เร่งจัดปืนผาใส่ในเภตรา
ทั้งต้นหนคนใช้ในกำปั่น เจ้าคุณท่านจะให้ไปในมหา
สาคเรศเขตแคว้นแดนลังกา ทั้งข้าวปลาเครื่องเสบียงของเลี้ยงคน
ตำมะหงงผู้รับสั่งมานั่งหมาย ให้จับจ่ายปืนแขกมาแบกขน
บรรทุกลำเรือใหญ่พร้อมไพร่พล บ้างแบกขนของไปใส่เภตรา
บาทหลวงเฒ่าดีใจกลับไปตึก สมที่นึกมุ่งมาดปรารถนา
ให้ดาวิดศิษย์ผู้ใหญ่รีบไคลคลา ลงนาวาใช้ใบไปมินาน
ข้ามมหาสาคโรชโลสินธุ์ ลมก็กินใบจัดแล่นฉัดฉาน
สั่งให้คอยดูเข็มเต็มชำนาญ สิบทิวารก็กระทั่งอ่าวลังกา
ถอนสมอรอราอยู่หน้าป้อม สะพรั่งพร้อมพลไพร่ทั้งซ้ายขวา
เรือตระเวนตามฝั่งเกาะลังกา แล่นออกมาเห็นกำปั่นหน้าสันดอน
จึงรอราซาใบเข้าไปถาม พวกแขกล่ามบอกว่าครูผู้สั่งสอน
คือบาทหลวงดาวิดจิตอาวรณ์ เที่ยวสั่งสอนศาสนาในสามัญ
เรือตระเวนไต่ถามได้ความชัด ก็รีบรัดกลับไปที่ขมีขมัน
เอาข้อความขึ้นไปแจ้งแถลงพลัน แก่ตัวท่านเสนาเมืองสาคร
ว่ากำปั่นพวกแขกแปลกภาษา ฝรั่งมาเป็นครูผู้สั่งสอน
มาทอดอยู่ตรงท่าหน้าสันดอน นามกรดาวิดจิตจำนง
จะสั่งสอนศาสนาว่าด้วยโลก จะดับโศกนรชนพวกคนหลง
ขุนด่านแจ้งแต่งบอกไปโดยจง ทูลพระองค์เจ้าบุรินทร์ปิ่นลังกา
พวกคนใช้รีบเข้าไปยังสถาน ทูลพระผ่านธิบดินทร์ปิ่นมหา
กษัตริย์เจ้าจอมวังกรุงลังกา ให้ทราบฝ่าบาทบงสุ์ผู้ทรงชัย ฯ
๏ กษัตริย์สุดสาครบวรนาถ ตรัสประภาษแก่เจ้าท่าชลาไหล
มันเป็นคนเจ้าสำนวนพูดกวนใจ ครั้นจะให้มันเข้ามาในธานี
ก็จะพูดยั่วยวนกวนโทโส ทำโกโรอวดรู้พูดสูสี
พระจึงสั่งกรมท่าอย่าช้าที ไปรับที่เมืองด่านชานนคร
เขาจะมาว่าขานสถานไหน รีบลงไปฟังกระทู้ผู้มาสอน
หรือจะมาว่าขานการนคร อันบทกลอนเขามันเปรื่องที่เรื่องการ ฯ
๏ ขุนเสนีที่จะไปการรับสั่ง ก็ถอยหลังมาเรียกคนพหลทหาร
ขึ้นขี่ขับมิ่งม้าอาชาชาญ ลงไปด่านปากน้ำที่สำคัญ
แล้วจัดแจงแต่งที่ตึกทำใหม่ ตั้งโต๊ะใหญ่เก้าอี้ดีขยัน
ตั้งคนโทถ้วยน้ำของสำคัญ ให้จัดสรรรับรองล้วนของดี
แล้วแต่งเรือเอกชัยฝีพายพร้อม เรือแห่ห้อมคู่หน้าดาดผ้าสี
รีบไปถึงกำปั่นด้วยทันที ขุนเสนีก็ขึ้นไปในเภตรา
บาทหลวงว่ามานั่งบนเก้าอี้ สูบบุหรี่ให้สบายก่อนนายขา
แล้วจะได้ขึ้นไปสนทนา กับมหาอำมาตย์ข้าราชการ
แล้วเรียกพวกคนใช้ในกำปั่น มาพร้อมกันสี่คนเหมือนพลทหาร
สำหรับตามขึ้นไปได้ใช้การ ลุกลนลานรีบตรงมาลงเรือ
กับบาทหลวงพร้อมกันมิทันช้า ขุนเสนาเร่งให้พายไปฝ่ายเหนือ
ถึงเมืองด่านชานสมุทรให้หยุดเรือ เชิญขึ้นเหนือรถารีบคลาไคล
เข้าประตูเมืองด่านชานสมุทร แล้วยั้งหยุดรถเรียงเคียงไสว
เสนาพาดาวิดขึ้นบันได เข้าตึกใหญ่ท่านเสนีผู้ปรีชา
มาคำนับจับมือเชิญไปนั่ง ที่โต๊ะตั้งเก้าอี้ที่ปรึกษา
ราชการบ้านเมืองเรื่องนานา ตั้งน้ำชากล้วยขนมทั้งนมเนย
แล้วเชิญให้กินอยู่ดูจริต มันจะคิดอย่างไรมั่งฟังเฉลย
บาทหลวงพูดชักทำเนียบมาเปรียบเปรย ว่าเราเคยอยู่ลังกามาช้านาน
เมื่อเสียเมืองเรื่องหลังเรายังเด็ก เดินสารเจ๊กเขาไปไกลสถาน
ครั้นโตใหญ่ไปเที่ยวหาพระอาจารย์ ท่านโองการบวชให้มาหลายปี
เป็นบาทหลวงล่วงรู้ในศาสนา จึงเที่ยวมาสอนสั่งทางวิถี
ในประเทศเขตแคว้นแดนบุรี การชั่วดีให้ระงับเร่งกลับใจ
คนทุกวันชั้นนี้มีแต่โลภ หลงละโมบทุจริตผิดวิสัย
คิดรวบรุมคุมเหงไม่เกรงใจ ให้เที่ยวไปทุกประเทศเขตนคร
อันตัวเรามาเดี๋ยวนี้มีธุระ มิใช่จะนึกหวังมาสั่งสอน
พระสังฆราชผู้เป็นใหญ่ให้เราจร มาว่าขานการนครเรื่องร้อนรน
แต่เดิมทีเป็นที่ตั้งสอนศาสนา พวกไทยมาแย่งชิงเอาสิงหล
เพราะนางละเวงทำชั่วจึ่งมัวมน เอาสิงหลยกให้ไทยไล่วัดวา
จนเริศร้างห่างไปไกลสถาน เสียวงศ์วานเสียชาติศาสนา
ท่านเร่งไปบอกกล่าวเจ้าพารา อย่าอยู่ช้านานไปภัยจะมี
พระเป็นเจ้าทำนายไว้พอครบ เร่งหลีกหลบจากแผ่นดินถิ่นวิถี
พระสังฆราชใช้เรามาว่าโดยดี ถ้าแม้นมิเชื่อฟังท่านสั่งมา
เร่งจัดแจงป้อมค่ายไว้ให้มั่น ได้เล่นกันวุ่นวายหนานายหนา
จะดึงดื้ออยู่ในวังกรุงลังกา ทั้งเจ้าข้าจะต้องวิ่งเป็นสิงคลี
เสนาใหญ่ได้ฟังนั่งหัวเราะ ลังกาเกาะก่อนก็ลือว่าถือผี
แต่เดี๋ยวนี้เป็นของไทยมิได้มี ท่านพาทีน่ากลัวหนังหัวพอง
ผีอ้ายเฒ่าเจ้ากรรมมันทำวุ่น จนเกิดขุ่นเจ้านายพึ่งวายหมอง
ประเดี๋ยวนี้ผีจะมาหาไม้พลอง ต้องรับรองไกล่เกลี่ยเสียกบาล
เราจะไปทูลท้าวเจ้านิเวศน์ ให้ทราบเหตุเรื่องราวท่านกล่าวขาน
จะได้จัดแจงไปพ้นภัยพาล หาถิ่นฐานอยู่ใหม่ดั่งใจปอง ฯ
๏ เจ้าบาทหลวงดาวิดเรียกศิษย์หา คำนับลาขุนนางพลางสนอง
ถ้าแม้นท่านจะสงสัยในทำนอง ขอเชิญลองลงไปในเภตรา
ขุนเสนีรับคำต่างคำนับ บาทหลวงกลับไปกำปั่นหวั่นนักหนา
ฟังเขาพูดมิได้พรั่นตันอุรา ตัวเรามาตั้งกระทู้ดูทำนอง
เขากลับว่าอาจารย์เป็นผีสาง ต้องเริศร้างไปแต่ตัวจนมัวหมอง
ใช้มาหลอกเขาก็รู้ดูทำนอง เหลือจะตรองไม่เห็นท่าจะราวี
ด้วยปึกแผ่นแน่นหนาถึงมารบ ที่หลีกหลบเขาก็ใหญ่ทางไล่หนี
เขาตั้งมั่นกันศัตรูหมู่ไพรี จะมาตีเห็นไม่ได้ดังใจจง
แต่อาจารย์ท่านจะใคร่ได้มาอยู่ พิเคราะห์ดูเห็นไม่สมอารมณ์ประสงค์
จำจะไปแจ้งความโดยตามตรง อย่าให้หลงคิดหวังเมืองลังกา ฯ
๏ ฝ่ายเสนีที่มารับกับบาทหลวง ตามกระทรวงเช่นกับผู้มาสู่หา
ด้วยมิได้ไปเฝ้าเจ้าพารา ต่างพูดจาข้อคำนำยุบล
ก็กลับไปทูลองค์พระทรงภพ ตั้งแต่ต้นจนจบอนุสนธิ์
ป่างพระปิ่นนคเรศเกศสกล ภูวดลดำรัสตรัสภิปราย
ให้มันมาห้าแสนทั้งแดนแขก ตีให้แตกกลับไปดั่งใจหมาย
แต่อ้ายเฒ่าเจ้าเล่ห์เพทุบาย มารบหลายหนยับกลับไปเอง
ไม่สิ้นมาดปรารถนาลังกาเกาะ อ้ายเจ้าเคราะห์คนหลงนี้โฉงเฉง
รู้วิชามากมายมีหลายเพลง เที่ยวข่มเหงบุกรุกไปทุกแดน
เมื่อแต่ครั้งมังคลาเป็นสานุศิษย์ มันก็คิดให้ลำบากได้ยากแสน
ต้องพลัดพรากจากนิเวศน์เสียเขตแดน ทั้งแตกแตนพ่อแม่ไปแต่ตัว
เพราะหลงลมอ้ายเฒ่าอ้ายเจ้าเล่ห์ มันถ่ายเทแทบจะแยกแตกเมียผัว
จนมังคลาหนีปลอดได้รอดตัว เล่นเอาขรัวอ่อนฤทธิ์เที่ยวติดตาม
วิสัยชาติบาทหลวงแล้วยั่วศึก ยังหาญฮึกยักลำคนซ้ำสาม
เข้าที่ไหนพาให้เขาเกิดความ จนลุกลามไม่รู้สิ้นเพราะดิ้นรน
พระตรัสพลางทางว่าอย่าปรารภ คิดสมทบเล่นเจ้าครูดูอีกหน
นี่มันใช้สายมาดูก็รู้กล อันแยบยลเสือเฒ่าพอเข้าใจ
พระตรัสว่าอย่าไปกล่าวจะยาวยืด จะหวานจืดร้อนเย็นเป็นวิสัย
เขาจะมาว่าขานประการใด เราอย่าไปตอบต่อข้อคดี
พระสั่งเสร็จแล้วเสด็จขึ้นจากอาสน์ ขุนอำมาตย์บังคมก้มเกศี
ไปสั่งพวกเมืองด่านชานบุรี คอยฟังข่าวเอาคดีแล้วรีบมา ฯ
๏ ฝ่ายดาวิดคิดเห็นไม่เป็นผล ดูเล่ห์กลปึกแผ่นยังแน่นหนา
อันเราเปรียบเหมือนทูตมาพูดจา ไม่เห็นท่าทางไหนจะได้เมือง
จำจะต้องกลับไปในวันนี้ จะเซ้าซี้เขาก็รู้เบื่อหูเหือง
ซึ่งจะมารบราญตีบ้านเมือง ก็เห็นเรื่องที่จะยับอัปรา
แล้วลุกออกจากห้องมาร้องสั่ง พวกสะพรั่งไพร่นายทั้งซ้ายขวา
ให้ถอนสมอช่อใบใช้เภตรา ในเวลานี้จะกลับเร่งจับการ
ต้นหนให้ถอนสมออย่ารอรั้ง พร้อมสะพรั่งถ้วนทั่วตัวทหาร
ออกแล่นเรื่อยเฉื่อยฉ่ำไปสำราญ จากเมืองด่านสิงหลพ้นสันดอน ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมนคราเมืองวายุภักษ์ กษัตริย์ศักดิ์สุริย์วงศ์พระทรงศร
พลางทูลองค์เชษฐาสุดสาคร จะทุกข์ร้อนไปทำไมกับไพรี
อันพาราวายุภักษ์เคยหักหาญ มีอาจารย์ทำได้ในวิถี
ให้เรือติดมาไม่ได้ในนที เพราะวารีแข็งกระด้างอย่างศิลา
พวกไพรีมีมาไม่ใคร่ขาด จนขยาดเกรงกลัวทั่วทิศา
อันเขตแดนวายุภักษ์นครา ไม่มีข้าศึกศัตรูแต่บูราณ
ขอพระองค์อย่าวิตกยกธุระ ไว้ข้าจะต่อสู้หมู่ทหาร
จะลาไปนคราพาอาจารย์ มาคิดการเป่าปัดกำจัดภัย ฯ
๏ ฝ่ายพระสุดสาครถาวรสวัสดิ์ ฟังกษัตริย์เกี่ยวดองค่อยผ่องใส
จึ่งตรัสว่าถ้ากระนั้นจงรีบไป อย่านอนใจแก่ศัตรูหมู่อรินทร์
กษัตราทูลลาพระทรงเดช กลับนิเวศน์โดยหวังดั่งถวิล
ให้ภัทวงศ์อยู่กับองค์พระภูมินทร์ ในนครินทร์เวียงวังเกาะลังกา ฯ
๏ ฝ่ายพระปิ่นกษัตราเมืองวายุภักษ์ พระทรงศักดิ์รีบไปในมหา
วิถีแถวทะเลลมยมนา ถ้วนสิบห้าวันเข้าอ่าวนคร ฯ
๏ ฝ่ายดาวิดศิษย์พระสังฆราช ล่วงลีลาศมาทางหว่างสิงขร
บรรลุถึงโรมพัฒน์ตัดสันดอน เข้านครทอดท่าหน้าบูรินทร์
แล้วขึ้นจากกำปั่นมิทันช้า เดินไปหาอาจารย์ใหญ่ดั่งใจถวิล
แล้วแจ้งความตามที่ไปทวงบุรินทร์ ประเทศถิ่นนครังกรุงลังกา
อีตาเฒ่าได้ฟังยิ่งคั่งแค้น ชะแง้แหงนอยู่เป็นครู่ดูเวหา
พระเยซูอยู่ที่ไหนจึงไม่มา ช่วยศิษย์หากำจัดพวกศัตรู
แกโกรธเกรี้ยวเคี้ยวเหงือกดังออดออด เหมือนหอกสอดเข้ามาแยงแทงรูหู
นัยน์ตาโตเท่ากำปั้นหันมาดู ตะคอกขู่ดาวิดคิดอย่างไร
ที่สอนสั่งหวังว่าแทนตาหู ไยมิขู่ให้มันกลัวหัวไถล
ถึงพลาดท่ามันจะมาทำไมใคร นิสัยไพร่เช่นอ้ายนี่ดีแต่กิน
มิใช่ชาติทองคำอ้ายซ้ำเสือก แกขบเหงือกด่าไปดั่งใจถวิล
ใช้ให้ไปหลอกลวงทวงแผ่นดิน เห็นจะสิ้นปัญญาทำตาปรอย
แต่ฝูงสัตว์เกเรเดรัจฉาน ยังเที่ยวคลานหาที่อยู่เช่นปูหอย
นี่มนุษย์เจียวหนาหวาทำตาปรอย เห็นใช้สอยกันไม่ได้ใช่ไก่ชน
แกบ่นพลางทางไปหาไทท้าว เจ้าแดนด้าวนคเรศแจ้งเหตุผล
เชิญท่านช่วยด้วยสักครั้งที่กังวล ตีสิงหลให้วินาศดาษดา
ด้วยแรกเริ่มเดิมทีมีแต่ครั้ง พระเยซูผู้ตั้งศาสนา
บังคับให้จอมกษัตริย์ขัตติยา เจ้าลังกามาแต่ครั้งตั้งนคร
แล้วแบ่งปันถิ่นประเทศเขตอาวาส มีสังฆราชเป็นที่ครูผู้สั่งสอน
สืบกันมาแต่ครั้งตั้งนคร ก็ถาวรทั่วจังหวัดปัถพี
เดี๋ยวนี้ไทยมาริบเอาเป็นเจ้าของ ฝรั่งต้องซุกซนเที่ยวด้นหนี
ข้าขอบุญเจ้าจังหวัดปัถพี ช่วยต่อตีให้มันยับอัปรา
จะได้ลือชื่อไปทั้งแปดทิศ ประจามิตรก็จะกลัวทั่วทิศา
ทั้งจะได้กุศลผลผลา เป็นที่ตั้งศาสนาเหมือนมาเดิม
เจ้าพาราถูกยอหัวร่อร่า ฟังอีตาเฒ่ามันพูดสุดจะเหิม
แกเห็นเชื่อถ้อยคำทั้งซ้ำเติม คอยส่งเสริมที่ให้ไปลังกา ฯ
๏ ฝ่ายท่านท้าวเจ้าพาราจึ่งว่าขาน ขอรับภารธุระดั่งที่กังขา
เสียแรงท่านได้มาอยู่เป็นครูบา จะไปตีลังกาฉลองคุณ
บาทหลวงเฒ่าดีใจดั่งได้เหาะ เห็นสิ้นเคราะห์แล้วหนะกูมีผู้หนุน
ที่หน้าจ๋อยสร้อยเศร้าง่วงเหงางุน กลับเฉียวฉุนชื่นบานสำราญกาย
คำนับลาเจ้านิเวศน์เขตจังหวัด กลับไปวัดชื่นชมด้วยสมหมาย
เรียกดาวิดมาช่วยคิดการอุบาย สมที่หมายท่านท้าวเจ้าบุรินทร์
รับธุระจะไปตีบุรีให้ สบายใจดั่งนิยมสมถวิล
กูเข้าไปสนทนาในธานินทร์ ด้วยเล่ห์ลิ้นไม่สู้ยากลำบากใจ
เขาย่อมว่าพูดดีเป็นศรีศักดิ์ คงได้ภักษ์ได้ผลมาล้นไหล
เหมือนน้ำขึ้นเรือพายสบายใจ เข้าที่ไหนได้ที่นั่นดั่งพรรณนา
แม้นตัวกูไปเองแล้วที่ไหน คงสมใจมุ่งมาดปรารถนา
จะปลิ้นปลอกหลอกลวงทวงพารา ด้วยมารยาต่างต่างทางสำนวน
ไม่ต้องยากแก่พหลพลไพร่ เอาบาทใหญ่ขู่ให้กลมดั่งลมหวน
นี่ปากมึงมันเป็นไพร่ไม่ใคร่ครวญ พูดด้วนด้วนเขาจะกลัวตัวมึงไย
ธรรมดาพระฝรั่งตั้งอำนาจ ให้เปรื่องปราชญ์ชี้แจงแถลงไข
ให้มันเห็นทันตาอย่าว่าใคร พูดใกล้ไกลเวียนวนริมขนตา
จะขู่เข็ญให้มันเห็นอย่างปืนใหญ่ ยิงออกไปถูกดิ้นสิ้นสังขาร์
แม้นเองพูดให้มันเห็นเช่นวาจา อ้ายเสนาก็คงกลัวหนังหัวพอง
แกพรรณนาว่าไปตามใจคิด เจ้าดาวิดนบนอบไม่ตอบสนอง
แม้นจะเถียงก็จะด่าทำตาพอง แกพูดคล่องข้างจะได้นิสัยคน
นึกในใจไปรบก็คงยับ ถึงยกทัพไปก็เห็นไม่เป็นผล
จะไปลองถ่ายเทด้วยเล่ห์กล เขาก็คนมิใช่เต่าเอาแต่ใจ
แต่ต้องทนให้แกด่าเหมือนข้าครอก แม้นดาบหอกนั่นแลจนทนไม่ไหว
เป็นแต่ลมพัดบ้างช่างเป็นไร ถึงไหนไหนก็เป็นครูทำหูตึง
แก่พ่นพร่ำร่ำไปมิใคร่หลับ จนเดือนดับเพราะโกโรโมโหหึง
ด้วยจิตเป็นอันธพาลสันดานดึง คิดรำพึงแต่จะทำการย่ำยี ฯ
๏ ฝ่ายไทท้าวเจ้าบุรินทร์โรมพัฒน์ สั่งให้จัดกำปั่นรบทั้งหลบหนี
เกณฑ์หัวเมืองแขกชวาทุกธานี จะไปตีลังกาให้อาจารย์
กำปั่นไฟใหญ่น้อยห้าร้อยเศษ คนในเขตโรมพัฒน์จัดทหาร
สิบห้าหมื่นพื้นฉกรรจ์อันชำนาญ ถือหอกขวานเหน็บกริชฤทธิรณ
พร้อมปืนผาหน้าไม้ทั้งดั้งดาบ ศรกำซาบกะเลหวังตั้งพหล
เรือกระเชียงเรียงรายทั้งไพร่พล สั่งให้ขนลูกดินสิ้นทุกลำ
เครื่องเสบียงข้าวปลากระยาหาร ทั้งคาวหวานบรรทุกที่คนมี่สำ
ทั้งไก่แกะแพะเอาไปใส่ทุกลำ คนประจำทุกหมวดเร่งตรวจตรา
กำปั่นใหญ่จัดให้พระสังฆราช กับพวกบาทหลวงดาวิดพวกศิษย์หา
ท่านท้าวไทไปด้วยกันตามสัญญา แต่งเภตราแล้วเสร็จสำเร็จการ ฯ
๏ ฝ่ายตาเฒ่าสังฆราชพระบาทหลวง แกอิ่มทรวงปรีดิ์เปรมเกษมศานต์
ตื่นจากที่ดีใจใครจะปาน รีบลนลานลงกำปั่นด้วยทันที
กับท่านท้าวเจ้าพาราเสนาพร้อม เรือแวดล้อมล้วนบรรดาชวาฉวี
บาทหลวงเฒ่าเจ้าตำราหาฤกษ์ดี ไปนั่งที่ท้ายเภตราดูท่าทาง
แดดพยับอับฟ้าเวหาหน พื้นอำพนเรื่อแดงส่องแสงสาง
แกให้ยิงปืนใหญ่ชักใบกาง แล่นสล้างตามกันจากสันดอน
โห่กระหึมครึ้มครวญแต่ล้วนแขก เอาฤกษ์แรกออกชะวากปากสิงขร
พ้นนิเวศน์เขตแคว้นแดนนคร ชโลธรไหลเรื่อยแล่นเฉื่อยไป ฯ
๏ จะกลับกล่าวเจ้าพาราวายุภักษ์ กษัตริย์ศักดิ์จอมนิเวศน์ข้างเพทไสย
ให้หาครูรู้วิชาพาเอาไป ยังกรุงไกรลังกาสี่ห้าคน
แต่ล้วนถือวิทยาวิชาขลัง ลงที่นั่งใช้ใบไปสิงหล
ได้ลมคล่องล่องมาในสาชล ถึงสิงหลตั้งแต่มาสิบห้าวัน
กษัตริย์สุดสาครถาวรสวัสดิ์ โสมนัสวายวิโยคที่โศกศัลย์
ได้ครูเมืองเกี่ยวดองมาป้องกัน พระทรงธรรม์ทักถามตามสงกา
จะสู้รบไพรีมีโอกาส ด้วยอำนาจอย่างไรไฉนหนา
ทั้งสี่พราหมณ์ทูลตามความสงกา ถึงศึกมาขับเคี่ยวที่เรี่ยวแรง
จะทำให้วารินกระสินธุ์สมุทร แข็งประดุจดั่งแก้วพรายแพร้วแสง
ถึงจะเดินก็ไม่ได้เป็นไฟแดง ทั้งร้อนแรงเท้าลอกถึงปอกพัง
ถึงเป็นนกบินมาในอากาศ ให้เกลื่อนกลาดตรงเข้ามาแล้วอย่าหวัง
ว่าชีวิตจะตลอดรอดไปรัง เหมือนหนึ่งดั่งทูลองค์พระทรงธรรม์
อันเมืองข้าร้อยปีไม่มีศึก มาหาญฮึกรบสู้เป็นคู่ขัน
ด้วยความรู้ครูผู้ใหญ่ท่านให้ปัน สำหรับกันนคราให้ถาวร
พระทรงฟังสังรเสริญครูทั้งสี่ ช่วยปราบพวกไพรีให้หลุดถอน
พระสั่งเสร็จแล้วเสด็จบทจร กับภูธรเกี่ยวดองเข้าห้องปรางค์ ฯ
๏ จะกล่าวข้างสังฆราชพระบาทหลวง แกอิ่มทรวงสมปองที่หมองหมาง
ยกทัพใหญ่มาในวิถีทาง พร้อมขุนนางเจ้าพาราปรึกษากัน
ที่บนท้ายบาหลีเก้าอี้ตั้ง ชวนกันนั่งปรีดิ์เปรมเกษมสันต์
เจ้าดาวิดเคียงข้างไม่ห่างกัน ดูขอบขัณฑ์เขตแคว้นทุกแดนเมือง
สุริยงลงลับพยับฟ้า ดวงดาราแจ่มกระจ่างสว่างเหลือง
พลางจุดโคมดาษแดงแสงประเทือง เรือก็เนื่องแล่นตามกันหลามมา
ได้เดือนครึ่งถึงหน้าพาราสุหรัด แล้วข้ามตัดอ่าวปากน้ำสำปันหนา
อีกวันครึ่งก็จะถึงเขตลังกา ต่างรอรารวมรอมให้พร้อมมูล
เรือตระเวนเมืองลังกาอาณาเขต คอยฟังเหตุแล่นไปจากไอศูรย์
เห็นกำปั่นหลายหลากมามากมูล ผิดตระกูลกะลาสีมิใช่ไทย
พลางแล่นลัดตัดมาถึงหน้าด่าน เอาข้อการขึ้นไปแจ้งแถลงไข
กับนายมุลขุนสมุทรวุฒิไกร กำปั่นใบกำปั่นรบสมทบกัน
มารอราอยู่หน้าเกาะสุหรัด ริมจังหวัดกรุงไกรไอศวรรย์
วิถีทางจะมาถึงอีกกึ่งวัน ขุนด่านนั้นให้เสมียนเขียนถ้อยคำ
แล้วพับใส่ในผนึกจารึกนอก เป็นใบบอกอักขราเลขาขำ
ประทับตราดวงใหญ่ไว้ประจำ ใช้คนนำเข้าไปในนคร
ครั้นถึงตรงส่งให้เสนารับ ฉีกฉบับออกอ่านสารอักษร
พอพระจอมนคเรศเกศนคร เสด็จจรออกที่นั่งบัลลังก์พราย
ขุนนางนำคำอักษรเมืองปากน้ำ คำนับนำอ่านประมูลทูลถวาย
พระทราบสิ้นแล้วเฉลยเปรยภิปราย เห็นดีร้ายพระฝรั่งพวกจังฑาล
พระตรัสพลางทางสั่งพราหมณ์ทั้งสี่ กับเสนีพลไกรไพร่ทหาร
รีบลงไปเร็วพลันให้ทันการ ที่เมืองด่านปากน้ำดั่งคำนึง
พรุ่งนี้เช้าเราจึงจะกรีทัพ ไปตั้งรับเร่งไปจงให้ถึง
พระสั่งเสร็จตรองตรึกนึกคะนึง แล้วรำพึงเหตุผลแต่ต้นปลาย
พวกเสนาพาพราหมณ์ผู้วิเศษ จากนิเวศน์พร้อมกันรีบผันผาย
กับผู้คนตามกันไปทั้งไพร่นาย ลงเรือพายถึงปากน้ำที่สำคัญ ฯ
๏ ฝ่ายท่านพราหมณ์ผู้ประสิทธิ์ฤทธิเวท ไปดูเขตสันดอนสิงขรขัน
ตรงปากอ่าวยาวใหญ่แลไกลครัน จะป้องกันที่ตรงนี้แล้วชี้แจง
จึ่งบอกกับเสวกาพวกข้าเฝ้า ท่านเกณฑ์เหล่าพลขันธ์ให้สานแผง
แล้ววงไว้ตามทางที่กลางแปลง เอาผ้าแดงทำธงปักลงกลาง
กับไม้ลำทำเป็นแพพอพวกข้า ทั้งหญ้าคาร้อยยอดเอาทอดขวาง
เครื่องบวงสรวงเทพไทใส่ในกลาง เชือกระยางแพไว้ในนที
ขุนนางรับกลับมาหาไปเสร็จ พร้อมสำเร็จขนไปทั้งบายศรี
กับของข้าวสารพัดเครื่องบัดพลี ลงไปที่ตามสั่งแล้วตั้งการ
ผู้วิเศษทั้งสี่พลีสรวง แล้วบนบวงเทพไทในสถาน
แล้วลงแพพร้อมกันมิทันนาน อ่านโองการโบกธงอัดคงคา
สาดข้าวสารหว่านไปในสมุทร แล้วก็จุดเทียนธูปเครื่องบุปผา
ประนมมือพร้อมกันวันทนา เสียงคงคาลั่นดังก้องกังวาน
สะเทือนท้องสาคโรชโลสินธุ์ สายวารินคลื่นซัดเสียงฉัดฉาน
ฝูงกระโห้โลมากุมภาพาล จากสถานถอยไปตามสายชล
น้ำก็แข็งเป็นแผ่นทั้งแน่นหนา ถึงช้างม้าเดินได้ไม่ขัดสน
แต่ร้อนเหมือนเปลวไฟในสายชล รอบสิงหลสิบโยชน์เป็นโขดคัน
ทั้งสี่พราหมณ์กลับมาขึ้นอาศัย บนป้อมใหญ่ปรีดิ์เปรมเกษมสันต์
พวกเมืองด่านแต่งสำรับไว้ฉับพลัน เลี้ยงดูท่านพราหมณ์พิธีทั้งสี่คน ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมธิบดินทร์ปิ่นกษัตริย์ แจ่มจำรัสรุ่งสางกลางเวหน
สองกษัตริย์อ่าองค์แล้วสรงชล ทรงเครื่องต้นสำหรับออกทัพชัย
กับพระหน่อภัทวงศ์องค์ลูกเขย มาคอยท้าวอยู่ที่เกยอันผ่องใส
ตามเสด็จสองพระองค์ผู้ทรงชัย เสนาในตรวจพหลรณรงค์
๏ ฝ่ายกษัตริย์สองพระองค์ขึ้นทรงรถ พร้อมกันหมดหน่อนาถราชหงส์
ยกกองทัพขับพหลรณรงค์ ก็รีบตรงไปปากน้ำที่สำคัญ
ถึงพลับพลาหน้าเชิงเทินบนเนินป้อม ทหารพร้อมทุกหมู่ล้วนคู่ขัน
ทั้งสี่พราหมณ์เฝ้าเรียงอยู่เคียงกัน พระทรงธรรม์ตรัสถามตามอาวรณ์
พราหมณ์ประนมก้มกราบสองกษัตริย์ ข้าไปจัดแจงกระทั่งฝั่งสิงขร
ขอเชิญเสด็จเสร็จไปในสันดอน ประทับร้อนทอดพระเนตรตามเขตแดน
สองพระองค์ลงจากพลับพลาสี พวกมนตรีเซ็งแซ่รีบแห่แหน
ถึงปากอ่าวเจ้านิเวศน์เห็นเขตแดน เสด็จบนแท่นศิลาที่หน้าเนิน
เห็นวารีที่แข็งแดงไปรอบ ตามเขตขอบคล้ายลำเนาภูเขาเขิน
จึงตรัสถามพราหมณ์พฤฒาว่าจะเดิน ไปตามเนินน้ำเห็นเป็นอย่างไร
พราหมณ์ประมูลทูลฉลองสองกษัตริย์ ด้วยร้อนจัดเหลือล้นทนไม่ไหว
แล้วมีพิษเรี่ยวแรงกว่าแสงไฟ ไปไม่ได้ดอกพระองค์อย่าสงกา
พระยินดีปรีดาว่าเช่นนี้ ถึงไพรีหมื่นแสนมาแน่นหนา
เว้นแต่เหาะเหินได้ในนภา ถึงจะมาก็เห็นยากลำบากกาย
ทั้งสี่พราหมณ์ทูลว่าถึงจะเหาะ จะจงเจาะเห็นไม่ได้ดั่งใจหมาย
คงจะทำเวทมนตร์กลอุบาย คิดยักย้ายมิให้มาถึงธานินทร์
พระทรงฟังสังรเสริญพราหมณ์ทั้งสี่ วิชาดีทำได้ดั่งใจถวิล
มิเสียแรงเป็นครูท้าวเจ้าบุรินทร์ พระตรัสสิ้นมาประทับยังพลับพลา ฯ
๏ จะกลับกล่าวราวเรื่องพระบาทหลวง แต่แล่นล่วงมาในทางกลางมหา
ข้ามละเมาะเกาะแก่งตำแหน่งมา จวนจะถึงลังกาเวลาเย็น
พร้อมกระบวนถ้วนทุกลำเรือกำปั่น สลาตันตั้งมาฟ้าเหมือนเสน
ตีกำปั่นหันไปหัวท้ายเบน ต้นหนเจนจัดตำราให้ซาใบ
พอเย็นย่ำคล้ำฟ้าบนอากาศ น้ำค้างสาดเยือกเย็นกระเซ็นใส
เดือนก็ขึ้นรางรางเห็นทางไป แล่นมาใกล้นคเรศเขตลังกา
ทอดสมอรอราตามหน้าเกาะ บ้างตีเกราะครึกครื้นยิงปืนผา
พอรุ่งเช้าจึ่งจะเข้าตีพารา ต่างตรวจตราเรือรบสมทบพล
พอแลไปหน้าอ่าวเห็นขาวช่วง เป็นรุ้งร่วงแดงวับจับเวหน
แล้วเรียกกันให้มาดูทุกผู้คน ออกเกลื่อนกล่นเต็มไปในเภตรา ฯ
๏ ฝ่ายบาทหลวงอยู่ในห้องจึ่งร้องถาม เขาบอกความให้ฟังนึกกังขา
เอ๊ะชะรอยคนดีจะมีมา ทำวิชาเป็นแท้แน่แก่ใจ
ลุกจากห้องร้องว่าภาษาแขก กูนึกแหลกประหลาดจิตคิดสงสัย
ของเช่นนี้แต่ก่อนร่อนชะไร ก็ยังไม่เคยเห็นเหมือนเช่นนี้
แกจึ่งว่าเช้าตรู่ดูให้แน่ จะคิดแก้เวทมนตร์คนหรือผี
แล้วเรียกศิษย์มาพลันในทันที ตำรามีต่างต่างข้างที่นอน
หยิบมาดูกูจะบอกให้ไปแก้ นั่งดูแลตามตำราครูบาสอน
กับดาวิดศิษย์ผู้ใหญ่มิได้นอน จนทินกรส่องสีรวีวรรณ
ลุกออกมาจากห้องมองเขม้น พอแลเห็นน้ำแดงดูแข็งขัน
แกหยิบเอาหยูกยาสารพัน ทั้งน้ำกลั่นต่างต่างอย่างที่เคย
ให้ดาวิดศิษย์ลงกำปั่นน้อย แล้วล่องลอยไปดูตามครูเฉลย
เห็นน้ำแดงแข็งเช่นนี้ยังมิเคย แล้วก็เลยไปข้างหน้าเอายาปราย
น้ำที่แข็งก็ยิ่งแดงเหมือนเพลิงลุก ยิ่งแล่นรุกเข้าไปร้อนใจหาย
แต่บรรดายาเอาไปทั้งไพร่นาย ช่วยกันปรายโปรยลงในคงคา
น้ำก็เฉยเลยแห้งแข็งเป็นควาก ถอยออกจากหน้าสันดอนชะง่อนผา
ไปแจ้งกับครูเฒ่าเจ้าตำรา สิ้นหยูกยาที่เอาไปแก้ไม่ฟัง
บาทหลวงว่าถ้ากระนั้นเอาปืนใหญ่ ยิงเข้าไปตามลำที่น้ำขัง
แต่เขาเขินเนินแยกยังแตกพัง แกจึ่งสั่งสารวัตรให้ยัดปืน
ยิงไปดูตามร่องสักสองโหล ลูกโตโตดินที่แรงแม้นแข็งขืน
ต้องล่าทัพกลับไปในกลางคืน ถ้าแม้นฟื้นเหลวได้ครรไลจร
พวกปืนใหญ่ใส่ดินประจุเสร็จ แล้วสำเร็จยืนเรียงเคียงสลอน
กรอดดินหูซูซุดจุดไฟฟอน เสียงสะท้อนสะท้านดังเสียงตังตึง
ไม่ไหวติงยิงเปล่าเหมือนเป่าเล่น ลุกไปเต้นอยู่ไกลไกลไปไม่ถึง
ด้วยอำนาจท่านพฤฒาอย่าคะนึง ยิ่งไม่ถึงธารท่าหน้าสันดอน ฯ
๏ ฝ่ายสององค์ทรงเดชเกศกษัตริย์ ทรงกัณฐัศว์เสด็จมาหน้าสิงขร
ทั้งรี้พลเสนาประชากร พร้อมนิกรดาษดามาประชุม ฯ
๏ ฝ่ายสังฆราชบาทหลวงลงง่วงเหงา ให้โศกเศร้าร้อนใจดั่งไฟสุม
ระอาอ่อนถอนใจใหญ่ให้ประชุม เรือชุมนุมกองทัพกลับนคร
มีความรู้สู้เขาก็ไม่ได้ แกแค้นใจราวกะถูกซึ่งลูกศร
ทั้งตัวแก่เกินการจะราญรอน สิ้นอาวรณ์เวียงวังเกาะลังกา ฯ
๏ ฝ่ายไทท้าวเจ้าพาราโรมพัฒน์ ให้รีบรัดตัดข้ามสำปันหนา
ถิ่นประเทศเขตแคว้นแดนพารา แต่บรรดาเรือรบสมทบกัน
ชักเพลาใบใส่เสาแล่นก้าวเฉียง ออกแล่นเรียงข้ามไปไอศวรรย์
สองเดือนครึ่งลุถึงนิเวศน์พลัน แล้วพากันเข้าวังทั้งอาจารย์ ฯ
๏ จะกล่าวข้างลังกาอาณาจักร พระปิ่นปักอิศรามหาสถาน
เลิกพหลพลไกรอันชัยชาญ กลับสถานเปรมปราสถาวร
ตกรางวัลท่านพราหมณ์ผู้วิเศษ อันเรืองเวทมนตร์ประสิทธิ์ดั่งพิษศร
ทั้งเงินทองของวัตถาเครื่องอาภรณ์ เจ้านครโปรดปรานประทานพราหมณ์
เราขอบใจได้ท่านมาดับยุค พอมีสุขใจทหารชาญสนาม
แล้วไม่ต้องตรากตรำทำสงคราม ให้ลุกลามเหนื่อยยากลำบากใจ ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมนคราวายุภักษ์ เสด็จสำนักปราสาททองอันผ่องใส
มาอยู่สามเดือนตราจะลาไป ยังกรุงไกรวายุภักษ์นัครา
ครั้นรุ่งเช้าท้าวเสด็จยุรยาตร ไปเฝ้าบาทบทเรศพระเชษฐา
ทูลลาองค์ทรงเดชเกศลังกา กลับพาราจะตั้งงานการพิธี
ราชาภิเษกเอกฉัตรภัทวงศ์ ให้ดำรงนครินทร์ถิ่นวิถี
เป็นฝ่ายหน้าว่าขานการบุรี ทั้งองค์ศรีสุณิสาขอลาจร
ไปพาราข้าบาทเหมือนมาดหมาย ให้สืบสายภิญโญสโมสร
ป่างพระองค์ทรงภุชสุดสาคร สั่งนิกรจัดแจงแต่งเภตรา
กับอนงค์องค์มิ่งมเหสี ให้เลือกสรรสตรีมียศถา
ล้วนลูกขุนลูกหมื่นพื้นโสภา สักร้อยนารีให้ไปใช้การ
ทั้งข้าวของทองเงินสำหรับยศ ให้ครบหมดจะได้ใช้ไปสถาน
ทั้งเถ้าแก่สำหรับบังคับงาน คนจัดจ้านตอแหลแลแง่งอน
อย่าให้ไปขายหน้าจะมาถึง มันดื้อดึงว่ายากพวกปากหนอน
จะไปก่อการลำบากหญิงปากบอน มันจะร้อนมาถึงนายขายหน้าตา
พระสั่งเสร็จแล้วเสด็จขึ้นจากอาสน์ สองนางนาฏเลือกสรรกันนักหนา
ตามรับสั่งองค์ท้าวเจ้าลังกา พร้อมบรรดาของข้าวจะเอาไป ฯ
๏ ฝ่ายเสนีผู้รับสั่งมาตั้งขน เรียกผู้คนแบกหามตามไสว
บรรทุกลำกำปั่นด้วยทันใด พลไกรลงประจำในลำทรง
ครั้นพลบค่ำคล้ำฟ้าสุธาวาส สองนางนาฏรัญจวนถึงนวลหง
จำจะไปสอนธิดาแล้วอ่าองค์ เสด็จตรงไปปราสาทค่อยนาดกราย
เข้าในห้องสองสถิตบนอาสน์รัตน์ หน่อกษัตริย์บังคมนางโฉมฉาย
พระบุตรีนบนอบแล้วยอบกาย ทางถวายอภิวันท์อัญชุลี
ทั้งสองนางพลางสอนสมรมิ่ง แม่ยอดหญิงนึกว่าเป็นทาสี
จะไปอยู่พารากับสามี อันราคีอย่าให้เคืองในเรื่องราว
อย่างหวงหึงขึ้งเคียดทำเดียดฉันท์ แก่สุรางค์นางกำนัลที่สาวสาว
รักษาตัวอย่าให้มีราคีคาว จะแตกร้าวรานกันเพราะฉันทา
อย่าคบคนสอพลอทรลักษณ์ มันจะชักชวนจิตริษยา
รักษาตัวอย่าให้ผัวเจ้าโกรธา จงอุตส่าห์ตั้งใจไว้ให้ดี
แม้นผัวทุกข์ปลุกปลื้มให้ลืมทุกข์ ถ้ามีสุขก็อย่าเปรมเกษมศรี
อย่าทำยศให้มันเหลืออย่าเชื่อดี ไม่ควรที่ก็อย่าควรทำลวนลาม
อันเชื้อหงส์เล่าก็คงเป็นหงส์เหิน แม้นบินเกินเวหนคนมักหยาม
จะพูดจาก็พอควรอย่าลวนลาม มักเสียนามเสียเนื้อในเชื้อวงศ์
คำของแม่แต่เท่านี้นะลูกรัก ประเสริฐศักดิ์ในประยูรสกูลหงส์
อย่าลืมคำจำไว้ในใจจง จะยืนยงชันษาสถาพร
นางสอนพลางทางฝากกับเขยขวัญ จงครองกันให้เป็นสุขสโมสร
พระรับรสพจนาแล้วว่าวอน พระมารดรอย่าเป็นห่วงถึงดวงใจ
ลูกรักเหมือนเพื่อนชีวิตไม่คิดแหนง ใช่จะแสร้งทูลพระองค์อย่าสงสัย
จะถนอมจอมขวัญจนบรรลัย ไม่ขอไกลจากขนิษฐ์ดั่งจิตปอง
นางฟังคำซ้ำแสนสวาทนัก ด้วยเขยรักร่ำประมูลทูลฉลอง
นางอวยชัยให้พ่อสมอารมณ์ปอง จงผุดผ่องภิญโญมโหฬาร
ให้แคล้วคลาดศัตรูหมู่มิจฉา จงวัฒนาอิ่มเอมเกษมศานต์
ทั้งโรคันอันตรายอย่าแผ้วพาน ให้สำราญเรืองฤทธิ์อิศรา
พระรับพรนงคราญแล้วกรานกราบ ศิโรราบอภิวันท์ด้วยหรรษา
สุลาลีเสาวคนธ์สุมณฑา ก็ลุกลากลับหลังยังปรางค์ทอง
ครั้งรุ่งรางส่างแสงแจ้งกระจ่าง พวกขุนนางเร่งกันผันผยอง
สารวัตรเที่ยวตรวจทุกหมวดกอง คนที่ต้องเกณฑ์ไปในเภตรา ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ผู้ดำรงไอศวรรย์ จรจรัลออกที่นั่งสั่งให้หา
พวกอำมาตย์เสนีผู้ปรีชา ให้เตรียมราชรถาอย่าช้าที
เครื่องเกณฑ์แห่แตรสังข์ทั้งพิณพาทย์ กับพระราชยานทองอันผ่องศรี
จะไปส่งอนุชาเจ้าธานี ให้ถึงที่กำปั่นท่าสันดอน
พวกเสนาข้าเฝ้าเหล่าทหาร มาเตรียมการพร้อมพรั่งนั่งสลอน
คอยพระจอมนครินทร์ปิ่นนคร ฝ่ายภูธรสององค์ต่างสรงชล
ผลัดภูษาอ่าองค์แล้วทรงเครื่อง อร่ามเรืองแก้วเก้าวาวเวหน
สรวมชฎากลีบเพชรเสด็จดล เจ้าสิงหลทรงมงกุฎบุษย์น้ำทอง
หน่อกษัตริย์ภัทวงศ์กับนงลักษณ์ มาพร้อมพรักคอยบพิตรสนิทสนอง
สองพระองค์เยื้องย่างจากปรางค์ทอง ออกยังท้องพระโรงรัตน์ชัชวาล
ประทับอยู่ครู่หนึ่งจึ่งทรงรถ มรกตรจนามุกดาหาร
สารถีขับม้าอาชาชาญ จากสถานนคเรศเขตลังกา
ภัทวงศ์ทรงรถกับนุชนาฏ ตามลีลาศไปยังฝั่งมหา
กระบวนแห่แตรสังข์อลังการ์ ไปถึงท่าเมืองสมุทรหยุดนิกร
ต่างทูลลาเจ้าบุรินทร์ปิ่นสิงหล ภูวดลบพิตรอดิศร
พระอวยชัยให้สุขาสถาพร ครองนครไปให้ยืนสักหมื่นปี
กษัตราวายุภักษ์บังคมกราบ ศิโรราบน้อมประณตบทศรี
แล้วเสด็จลงกำปั่นด้วยทันที พระบุตรีเขยขวัญต่างวันทา
อภิวาทบาทบงสุ์พระทรงเดช เธออวยชัยให้วิเศษหนาลูกหนา
จงแคล้วคลาดศัตรูหมู่ปัจจา จงวัฒนาในตระกูลประยูรวงศ์
สองพระองค์ทรงรับพระพรเสร็จ แล้วเสด็จสู่บัลลังก์ที่นั่งหงส์
พอฤกษ์ดีคลี่ใบชักสายธง ออกแล่นตรงทักษิณถิ่นพารา ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมอิศรามหากษัตริย์ เจ้าจังหวัดธิบดินทร์ปิ่นมหา
เธอส่งเสร็จแล้วเสด็จกลับพารา ขึ้นปรางค์ปราถาวรเหมือนก่อนกาล
ฝ่ายข้างลำกำปั่นก็แล่นล่อง ไปในท้องวารินถิ่นสถาน
สิบห้าวันถึงวังให้ตั้งการ จะเสกราชกุมารผ่านบุรี
เป็นอุปราชฝ่ายหน้าให้ว่าขาน กึ่งสถานช่วยบำรุงซึ่งกรุงศรี
ให้โหราหาฤกษ์ตั้งพิธี ตามคัมภีร์ไสยเวทวิเศษมนต์
แล้วจะเลื่อนยศถาบรรดาศักดิ์ เป็นเอกอัครเขยท้าวเจ้าสิงหล
ได้ปกป้องไพร่ฟ้าประชาชน จอมสกลจัดงานการวิวาห์
ทั้งโหรพราหมณ์พรั่งพร้อมน้อมประณต ตามแบบบทจอมนรินทร์ปิ่นมหา
เหมือนแต่หลังตั้งอุปราชา ภิเษกองค์ขัตติยาวราพงศ์
ครั้นจะว่าตามกำหนดให้หมดเรื่อง ที่บทเบื้องยาวไปไม่ประสงค์
จึ่งตัดรอนผ่อนไว้ในใจจง ภิเษกองค์บุตรท้าวเจ้านคร
ครบห้าวันการสวัสดิ์พิพัฒน์ผล เลียบมณฑลสุโขสโมสร
ทั่วประเทศเขตแคว้นแดนนคร ราษฎรผาสุกทุกทิวา ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ