ตอนที่ ๑๑๕ ศรีสุวรรณกับพวกพาพระมังคลากลับเมืองลังกา

๏ จะกล่าวถึงห้ากษัตริย์ซัดออกนอก สิ้นระลอกลมซาทั้งฟ้าฝน
พอแจ่มแจ้งเห็นแสงพระสุริยน ที่มืดมนก็สว่างเห็นทางจร
พวกล้าต้าต้นหนคนทั้งนั้น ก็พากันแล่นลัดตัดสิงขร
ข้ามมหาสาคโรชโลธร ถึงนครกำพลเพชรในเจ็ดวัน
พวกพหลพลไกรไพร่ทั้งหลาย ค่อยสบายปรีดิ์เปรมเกษมสันต์
รู้เข้าไปในประเทศขอบเขตคัน ว่าทรงธรรม์เสด็จมาทั้งห้าองค์ ฯ
๏ ฝ่ายพระมิ่งมังคลานราราช ยุรยาตรเสด็จไปพระทัยประสงค์
จะไปเชิญกษัตราทั้งห้าองค์ แล้วเสร็จลงไปถึงท่าชลาลัย
สั่งให้เตรียมเรือที่นั่งบัลลังก์รัตน์ เรือกษัตริย์ทอดอยู่ท่าชลาไหล
แต่พระองค์เสด็จทรงเรือบดไป พร้อมไสวแต่บรรดาข้าหลวงเดิม
จอดประทับกับบัลลังก์ที่นั่งหงส์ แล้วพระองค์มังคลาปรีชาเฉลิม
ขึ้นไปเฝ้าภูธรเหมือนก่อนเดิม เห็นจอมเจิมกราบก้มบังคมคัล ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ผู้ดำรงรมจักร เบือนพระพักตร์พบพานพระหลานขวัญ
จึ่งปราศรัยไต่ถามเนื้อความพลัน วิวาทกันอย่างไรหนาอายังแคลง
พระมังคลากราบก้มบังคมบาท กับสองราชเชษฐาเจ้าเล่าแถลง
ในเรื่องหลังโดยคดีทูลชี้แจง ที่เคลือบแคลงให้สามองค์พระทรงธรรม์ ฯ
๏ สินสมุทรเชษฐาจึ่งว่าเจ้า แต่ก่อนเก่าเมื่ออยู่ในไอศวรรย์
ทวีปวังลังกาสารพัน พวกญาตินั่นก็สมัครรักทุกคน
เจ้าเชื่อคำอาจารย์สันดานชั่ว จึ่งหมองมัวว้าเหว่ระเหระหน
ไม่พอที่จะได้ยากลำบากตน เพราะคบคนแหพาลสันดานตึง ฯ
๏ พระมังคลากราบก้มบังคมสนอง จิตคะนองเชื่อครูรู้ไม่ถึง
ได้ชั่วช้าสามานย์สันดานดึง จึ่งโกรธขึ้งหมองมัวทั่วนคร
แต่ครั้งนี้ได้องค์พระทรงเดช มาโปรดเกศเหมือนช่วยกลิ้งยกสิงขร
หลานขอเชิญเสด็จไปในนคร ประทับร้อนให้สบายในบุรินทร์
พอจัดการบ้านเมืองให้เป็นสุข บรรเทาทุกข์จะตามไปดั่งใจถวิล
เฝ้าบิดามารดาในธานินทร์ ให้ทรงศีลยกโทษโปรดประทาน ฯ
๏ ฝ่ายพระศรีสุวรรณวงศ์พงศ์กษัตริย์ ว่าไม่ขัดตามใจไปสิหลาน
พลางตรัสชวนพวกพงศ์พระวงศ์วาน ไปชมบ้านเมืองเขาชาวบุรินทร์ ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมมังคลาเจ้าฝาหรั่ง เรือที่นั่งจัดไว้สมอารมณ์ถวิล
เรียกให้มารับพระองค์ทรงธรณิน พร้อมกันสิ้นลำที่นั่งทั้งดั้งกัน
เชิญพระวงศ์พงศาทั้งห้ากษัตริย์ ไปจังหวัดกรุงไกรไอศวรรย์
แล้วจึ่งเชิญเสด็จองค์พระทรงธรรม์ เรือดั่งกันแห่มาในสาคร
ถึงเมืองด่านธารท่าชลาสินธุ์ พร้อมกันสิ้นพวกทหารชาญสมร
พวกบนฝั่งตั้งเตรียมพลากร ทั้งอัสดรรถรัตน์ชัชวาล
เรือที่นั่งดั้งกันประทับท่า ขุนเสนานายหมวดตรวจทหาร
ตั้งเครื่องแห่แตรสังข์กังสดาล รับพระผ่านรมจักรนครินทร์
เสด็จขึ้นตำหนักแพเกณฑ์แห่พร้อม ประณตน้อมบังคมสมถวิล
ฝ่ายพระจอมมังคลาเจ้าธานินทร์ ขึ้นทรงสินธพดำนำไปพลัน
ฝ่ายพระวงศ์พงศาคณาญาติ เสด็จราชรถใหญ่รีบผายผัน
กระบวนแห่เดินคลอจรจัล รถสุวรรณขับพระยาอาชาไนย
ทั้งเป่าแตรแซ่สำเนียงเสียงประสาน ก้องกังวานโกลาสุธาไหว
เร่งกระบวนแสนยาให้คลาไคล เข้าเวียงชัยนคเรศเพชรกำพล
ท้าวโกสัยอยู่กำกับรับเสด็จ พร้อมกันเสร็จคับคั่งทั้งพหล
มาเตรียมเฝ้าเจ้าพิภพจบสกล ตามถนนเกลื่อนกลาดดาษดา ฯ
๏ ฝ่ายพระศรีสุวรรณวงศ์พงศ์กษัตริย์ ถึงจังหวัดหยุดราชรถา
ประทับที่เกยชัยในพารา พระมังคลาเชิญเสด็จเสร็จข้างใน
แล้วสั่งพวกเสนาพฤฒามาตย์ จัดปราสาทเรือนทองอันผ่องใส
ทอดยี่ภู่ปูลาดอาสน์อำไพ แขวนดอกไม้พวงพุ่มปทุมทอง
แล้วให้ตั้งเครื่องกระยาสุธาโภชน์ ล้วนเอมโอซอย่างดีไม่มีสอง
ทั้งคาวหวานจัดจานจินดารอง ล้วนเครื่องทองถมยาราชาวดี
นางสำหรับขับบำเรออย่างฝรั่ง มาพร้อมพรั่งสังคีตทั้งดีดสี
แล้วทูลเชิญห้ากษัตริย์สวัสดี เสด็จที่ปรางค์มาศปวาสาทชัย
ขึ้นสถิตบนเก้าอี้ที่เสวย เครื่องนมเนยตั้งเรียงเคียงไสว
พวกอยู่งานกราบก้มบังคมไท แล้วแกว่งไกวโบกปัดพัชนี
นางคนร้องพร้องเพราะเสนาะเสียง ก้องสำเนียงสังคีตทั้งดีดสี
ทั้งฉิ่งกรับขับไม้มโหรี เสียงซอสีสอดเสียงจำเรียงพิณ
เฉลิมยศภูวไนยเจ้าไตรจักร ประเสริฐศักดิ์สูงใหญ่ดั่งใจถวิล
เสวยเสร็จกษัตราทุกธานินทร์ พร้อมกันสิ้นวงศ์กษัตริย์ขัตติยา ฯ
๏ ฝ่ายพระนุชบุษบงอนงค์นาฏ ก็ลีลาศน้อมประนมก้มเกศา
อภิวาทบาทบงสุ์องค์พระอา กษัตราสินสมุทรสุดสาคร
ทั้งกฤษณาตรีพลำนางคำนับ พระก็รับหัตถาสุดาสมร
พระศรีสุวรรณตรัสถามนามกร ว่าบังอรบุตรพระยาพาราใด
พระมังคลากราบก้มประนมบาท ว่านุชนาฏนี้เป็นบุตรท้าวโกสัย
ชื่อบุษบงกัลยาสุมาลัย จงทราบใต้บาทาฝ่าธุลี ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมนครินทร์ปิ่นรมจักร เธอพิศพักตร์กัลยาเห็นราศี
จึ่งอวยพรว่าพิพัฒน์สวัสดี จงเปรมปรีดิ์ในสมบัติให้วัฒนา
เจ้าทั้งสองครองคู่อยู่เป็นสุข อย่ามีทุกข์สืบวงศ์เผ่าพงศา
อันโรคภัยก็อย่าได้มาบีฑา ทั้งมังคลาบุษบงจงจำเริญ
มีอายุก็ให้ยืนหมื่นวษา ครองพาราอย่ารู้ตกระหกระเหิน
เหมือนพรอาว่าไว้ให้จำเริญ จงเพลิดเพลินเกิดลาภปราบไพริน
พระมังคลาบุษบงอนงค์นาฏ อภิวาทรับพระพรถาวรถวิล
ฝ่ายพระจอมรมจักรนครินทร์ ธิบดินทร์ขึ้นข้างในที่ไสยา ฯ
๏ ฝ่ายพระนุชบุษบงอนงค์นาฏ เสร็จลีลาศกลับพลันด้วยหรรษา
เข้าข้างในไปห้องทองไสยา พระมังคลากลับมายังที่ปรางค์ทอง
พระสั่งเสร็จแต่บรรดาข้าหลวงใหญ่ ให้เลี้ยงไพร่เลี้ยงพหลคนทั้งผอง
ทั้งขุนนางน้อยใหญ่ดั่งใจปอง อย่าให้ข้องเคืองขัดอัธยา
แล้วจัดของลงไปในกำปั่น เลี้ยงพลขันธ์ไพร่นายทั้งซ้ายขวา
ทั้งเครื่องกินเอมโอชโภชนา กับข้าวปลาของตระการทั้งหวานมัน
พระสั่งเสร็จแล้วเสด็จยุรยาตร เข้าปรางค์มาศพรรณรายอันฉายฉัน
สถิตย์แท่นฝาพระฉายลายสุวรรณ นางกำนัลโทนทับขับบำเรอ
มโหรีสีซอบ้างรอรับ ประโคมขับจำเรียงเสียงเสนอ
ตามเยี่ยงอย่างจอมกษัตริย์จัดบำเรอ เมื่อท้าวเธอไสยาในราตรี ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมโมลีศรีสุวรรณ ครั้นสุริย์ฉันส่องฟ้าในราศี
ฟื้นพระองค์สรงสุคนธวารี เสด็จที่พระโรงรัตน์ชัชวาล
พร้อมพระวงศ์พงศาคณาญาติ สถิตอาสน์รจนามุกดาหาร
พระมังคลากราบประณตบทมาลย์ เชิญพระผ่านรมจักรนครินทร์
เสด็จไปชมเขาแดงแสงระยับ กระจ่างจับทั่วมหาชลาสินธุ์
เป็นสีแสงแดงดั่งชาดดาษดิน ในที่ถิ่นกายสิทธิ์ฤทธิรอน ฯ
๏ ฝ่ายพระศรีสุวรรณวงศ์ดำรงราชย์ บรมนาถบพิตรอดิศร
จะเสด็จออกไปท้ายนคร ชมสิงขรสีแดงดั่งแสงไฟ
พระมังคลาให้เตรียมม้าพระที่นั่ง พร้อมสะพรั่งเกณฑ์แห่แลไสว
หกกษัตริย์ทรงม้าอาชาไนย เสด็จไปตามแถวแนวอรัญ
ชมพฤกษายางยูงสูงไสว มะเฟืองมะไฟโศกสนุ่นขนุนขนัน
มะม่วงมะปรางลางสาดดาดอรัญ พิกุลพิกันเกดแก้วแถวพุมเรียง
มะทรางไทรไกรกุ่มกระทุ่มกระถิน อินทนิลแต้วตาดมะหาดมะเหียง
มะขามมะค่าตาเสือมะเดื่อเรียง ตุมกาเคียงกระเบาเหล่าพะยอม
กระแบกกระบากซากซึกสมีสมอ สะคร้านสะคร้อจันทน์อินส่งกลิ่นหอม
ฝูงวิหกโกกิลาแลกาตอม ต้นพะยอมพระยาลอซ้อสำเนียง
ฝูงนกแก้วจับนิ่งบนกิ่งเกด มยุเรศจับรังประดังเสียง
สาลิกาจับกาหลงส่งสำเนียง โกญจาเรียงจับรังแล้วบังตัว
กระลุมพูจับกิ่งกระลำพัก นกกาสักจับสนขนสลัว
ฝูงขมิ้นจับแมงเม่าดูเมามัว นกกระตั้วจับตาตุ่มเข้าซุ้มนอน
ฝูงกาลิงจับกิ่งอุโลกเลียบ มยุรเหยียบยางเรี่ยงคียงสลอน
นกคับแคจับคางไม่ห่างจร ดุเหว่าว่อนจับหว้าร้องจ้าไป
ฝูงเซาเซียวจับแคออกแซ่ซ้อง กระทุงทองจับกระทุ่มบนพุ่มไสว
ฝูงกระสาจับมะสังเข้าบังใบ ระวังไพรระวังพงส่งสำเนียง
ฝูงกระทาจับกระทึงขันอึงจ้า ควักข้าวตากฝากตาภาษาเสียง
โพระดกจับประดู่เคล้าคู่เคียง โกญจาเรียงจับจันทน์ขันโกญจา
วิหคหงส์จับเหียงเสียงเสนาะ ฟังก็เพราะล้วนแต่หงส์ส่งภาษา
หกกษัตริย์ทอดทัศนามา จนถึงหน้าเขาแดงแห่งคีรี
พวกที่ไปกายสิทธิ์ติดเนื้อหนัง ดังย้อมครั่งสุกแดงเป็นแสงสี
ต่างแลดูพวกพหลแลมนตรี ก็เป็นสีแดงสดดูงดงาม
หกกษัตริย์ทัศนาเห็นปรากฏ ทั่วกันหมดทั้งจังหวัดจึ่งตรัสถาม
เป็นเหตุแต่ก่อนเก่าพ่อเล่าความ ให้รู้ตามของสิ่งใดอยู่ใต้ดิน
พระมังคลาเธอจึ่งทูลมูลเหตุ ว่าเหล็กวิเศษเกิดในธารละหานหิน
แต่ก่อนเก่าเจ้าจังหวัดปัถพิน ให้ขุดดินลงไปได้สาตรา
เป็นพระขรรค์ฟันสิ่งใดเป็นไฟลุก ได้ดับทุกข์ปรากฏด้วยยศถา
อันพระขรรค์เล่มนี้มีศักดา กษัตราสืบวงศ์ดำรงวัง
ครั้นพระองค์ทรงเดชเกศกษัตริย์ ผ่านสมบัติปราบศึกเหมือนนึกหวัง
พระขรรค์ชัยเล่มนี้คู่ชีวัง จะนอนนั่งเธอไม่วางให้ห่างองค์
เมื่อแรกข้ามาอยู่ในเมืองนี้ พระภูมีรักใคร่พระทัยประสงค์
เลี้ยงเหมือนบุตรนับถือว่าซื่อตรง ท้าวทิวงคตไปได้บุรี
แต่ครั้งไปลังกาวายุพัฒน์ เขาเคืองขัดให้อ้ายยักษ์มาลักหนี
หลานตามไปงอนง้อขอโดยดี เขาก็มิให้ปันแต่นั้นมา
พระทูลความตามเรื่องแต่เบื้องหลัง ให้ทรงฟังกับพระองค์เผ่าพงศา
ต่อสุริยงเย็นพยับเสร็จกลับมา เข้าพารานคเรศเพชรกำพล ฯ
๏ ฝ่ายสองท่านพราหมณ์มหาพฤฒาเฒ่า เข้าไปเฝ้าทูลแถลงแจ้งนุสนธิ์
พระปราศรัยไต่ถามตามยุบล แต่เรื่องต้นท่านได้รู้แต่บูราณ
ท่านยายเฒ่าคนนี้ผู้ดีเก่า รู้เรื่องราวในบุรินทร์ทุกถิ่นฐาน
ด้วยท่านตาสวามีเป็นอาจารย์ แจ้งในการกลียุคทุกบุรินทร์
อันเรื่องราวมาแต่ครั้งตั้งนิเวศน์ แกรู้เหตุทูลองค์พระทรงศิลป์
ฝ่ายพระจอมรมจักรนครินทร์ เธอทราบสิ้นพราหมณ์อาจารย์บรรยาย
แล้วตรัสกับมังคลาว่าอย่านึก อันการศึกเสร็จสมอารมณ์หมาย
จะลาเจ้าไปธานีทั้งพี่ชาย มาอยู่หลายเดือนตราทิวาวัน ฯ
๏ พระมังคลากราบก้มบังคมสนอง หลานจะรองมุลิกาจนอาสัญ
ขอตามไปเฝ้าองค์พระทรงธรรม์ ยังเขตขัณฑ์ลังกาจงปรานี
เฝ้าบิตุราชมาตุรงค์ให้ทรงทราบ ว่าเข็ดหลาบมาประณตบทศรี
จะขอเป็นเกือกทองรองธุลี ให้ภูมีงดโทษโปรดประทาน
สามกษัตริย์ตรัสว่าที่ปรารภ ถูกขนบกษัตรามหาศาล
อย่างนี้ต้องตามอย่างทางโบราณ จะเบิกบานทั่วอาณาประชาชน ฯ
๏ พระมังคลามาสั่งขุนทหาร ให้เตรียมการพร้อมพรั่งทั้งพหล
พวกจัตุรงค์เสนาพลาพล ให้เร่งขนเสบียงไปใส่เภตรา
จัดกำปั่นประจำท่าสักห้าร้อย เครื่องใช้สอยสารพัดเร่งจัดหา
เชิญท่านครูผู้เฒ่าเฝ้าพารา กับเสนาพวกที่อยู่ช่วยดูการ
มอบให้ก้าวโกสัยทั้งไอศวรรย์ ช่วยป้องกันทั้งนิเวศน์เขตสถาน
ถ้าแม้นเกิดอรินทร์ทมิฬมาร กับอาจารย์ช่วยกันปราบกำราบภัย
ฝ่ายพระมิ่งมังคลานรารัตน์ เรียกสามกษัตริย์มาแจ้งแถลงไข
มาไปเฝ้าอัยกาจะพาไป กับสามไทบิตุลาเจ้าธานี
พระก็นำบุตรามาปราสาท ให้กราบบาทบงกชบทศรี
ทั้งสามองค์พงศ์กษัตริย์สวัสดี หมอบอยู่ที่ข้างพระวงศ์องค์บิดา
ฝ่ายพระจอมนครินทร์ปิ่นสยาม จึงตรัสถามหลานรักเสน่หา
ดูรูปร่างก็สำอางสะอาดตา คล้ายบิดางามงามทั้งสามคน
เจ้าจะไปหรือจะอยู่ปู่จะถาม จงแจ้งความปู่จะฟังยังฉงน
พระเทวสินธุ์ทูลแถลงแจ้งยุบล เมืองกำพลประเดี๋ยวนี้ไม่มีใคร
พระบิตุรงค์ให้รักษาอาณาเขต ถิ่นประเทศพวกคนธรรพ์มักหวั่นไหว
แม้นธานินทร์ถิ่นที่ไม่มีใคร ถึงเกิดไพรีบุกมารุกราน
ก็เฉยเสียทั้งพิภพไม่รบสู้ แม้นมีผู้ตั้งหน้าจึ่งกล้าหาญ
จึ่งต้องอยู่พาราบัญชาการ ให้ถิ่นฐานนคเรศนิเวศน์วัง ฯ
๏ ฝ่ายพระศรีสุวรรณวงศ์พงศ์กษัตริย์ สั่งให้จัดเครื่องประทานสังวาลหวัง
เอามาแต่รมจักรนัครัง ประทานทั้งสามนัดดาให้ถาวร
กลดกระบี่ที่สำหรับประดับยศ ฝังมรกตเพชรรัตน์ประภัสสร
กับเครื่องต้นสำหรับทรงอลงกรณ์ ประทานพรให้พิพัฒน์สวัสดี
จงสุขังมังคลาให้ปรากฏ เฉลิมยศหลานรักเป็นศักดิ์ศรี
ให้อายุยาวยืนสักหมื่นปี ปราบไพรีชนะชัยในณรงค์
สามกษัตริย์รับพรถาวรสวัสดิ์ ประสานหัตถ์ชื่นชมสมประสงค์
ฝ่ายพระจอมกษัตราทั้งห้าองค์ เสด็จลงเภตราในราตรี
พร้อมทั้งพวกจัตุรงค์ส่งเสด็จ มาเตรียมเสร็จรถรัตน์ทั้งหัตถี
ฝ่ายพระมิ่งมังคลาเจ้าธานี เสด็จไปที่ปรางค์มาศปราสาทชัย
แล้วทั้งนุชบุษบงอนงค์สมร พี่จะจรไปลังกาพลางปราศรัย
เจ้าอยู่หลังจงระวังการเวียงชัย เอาใจใส่พระบิดาทั้งอาจารย์
พระสั่งเสร็จแล้วเสด็จยุรยาตร จากปราสาทรจนามุกดาหาร
มาพร้อมทั้งหกองค์พระวงศ์วาน จากสถานขึ้นทรงรถบทจร
เดินกระบวนทวนธงลงกำปั่น พลขันธ์เซ็งแซ่แห่สลอน
พร้อมทั้งพวกเสนาพลากร โห่สะท้อนเสียงก้องท้องทะเล
พอลมดีคลี่ใบขึ้นใส่รอก ให้เร่งออกกำปั่นแล่นหันเห
ให้ตั้งเข็มตรงหน้าอาคเนย์ ออกทะเลเข็มตั้งไปลังกา ฯ
๏ ชมละเมาะเกาะเกียนดั่งเขียนวาด รุกขชาติเขียวชอุ่มพุ่มพฤกษา
ที่ชายหาดมีหอยแครงฝูงแมงดา ตามชลาเต่ากระต่ายว่ายปะปน
เหล่าปูหอยลอยเป็นแพแลสะพรั่ง ทั้งกุ้งกั้งว่ายเกลือกเสลือกสลน
ฝูงกริวกราวมากมายในสายชล เที่ยวว่ายวนดาษดาในสาคร
เล่ามัจฉาปลาใหญ่ในสายสมุทร บ้างดำผุดเรียงรายว่ายสลอน
ฝูงเพียนทองท่องท้องชโลธร เที่ยวว่ายว่อนดาษดาในวาริน
ฝูงฉนากล้วนฉนากปากเหมือนเลื่อย ดูยาวเฟื้อยฟัดฟาดขาดเป็นสิน
ฝูงพิมพาพาพิมพาเที่ยวหากิน โลมาดิ้นดำโผล่ล้วนโลมา
เหล่าฉลามล้วนฉลามว่ายตามคลื่น ดูดาษดื่นล้วนฉลามตามภาษา
ฝูงปลาวาฬอยู่ในวนพ่นธารา สายคงคาดูก็ขาวเท่าต้นตาล
อันฝูงปลาหน้าเหมือนคนก้นเป็นหอย ตัวน้อยน้อยปลาใหญ่ไล่ประหาร
หน้าเป็นวัวตัวเป็นปลาสัตว์สาธารณ์ เที่ยวว่ายพล่านอยู่ในห้องท้องทะเล
จำพวกหนึ่งตัวเป็นปลาหน้าเหมือนค่าง มีต่างต่างตามกันว่ายหันเห
อันฝูงสัตว์น้อยใหญ่ในทะเล เหลือคะเนมากมายมีหลายพรรณ
พระสุริยงลงลับพยับฟ้า พระจันทราส่องสว่างทางสวรรค์
ดารารายพรายแพร่งรับแสงจันทร์ พระพายผันพัดมาในสาคร
น้ำค้างพรมลมเรื่อยมาเฉื่อยชื่น นภางค์ฟื้นแจ่มจำรัสประภัสสร
เรือก็เรื่อยเฉื่อยมาในสาคร พวกนิกรแต่บรรดาที่มาเรือ
เสพย์อาหารหวานคาวคราวเป็นสุข ไม่มีทุกข์ไพร่นายสบายเหลือ
หกกษัตริย์เสด็จสบายบนท้ายเรือ สถิตเหนือแท่นทองคำในลำทรง
แล้วเสวยพระกระยาสุธาโภชน์ ที่เอมโอษฐ์แต่ล้วนของต้องประสงค์
ที่บนโต๊ะพร้อมพรั่งทั้งพระวงศ์ เสวยสรงค่อยเป็นสุขทุกทิวา
พระสุริยงลงลับพยับฝน เป็นหมอกมนมืดมิดทุกทิศา
เรือกำปั่นแล่นหลามตามกันมา พระพายพาพัดเข้าอ่าวเมืองเซ็น ฯ
๏ จะกล่าวถึงนัดดาวายุพัฒน์ ผ่านสมบัติเป็นสุขไม่ยุคเข็ญ
พ่อตาตั้งให้เป็นท้าวเจ้าเมืองเซ็น ทุกเช้าเย็นสถิตอาสน์ว่าราชการ
อาญาสิทธิ์ยิ่งกว่าท้าวแต่เก่าก่อน ราษฎรอิ่มเอมเกษมศานต์
มีเศรษฐีที่ตำแหน่งราชการ ตั้งโรงร้านห้างใหญ่ขายจินดา
ฝรั่งแขกแปลกภาษาก็มาซื้อ ชอบฝีมือเจียระไนหลายภาษา
ทั้งข้าวของขายดีมีราคา เรือไปมามิได้เว้นเป็นนิรันดร์
พวกอาณาประชาชนคนทั้งหลาย ตั้งซื้อชายอิ่มเอมเกษมสันต์
บ้านขุนนางตั้งรอบเป็นขอบคัน ในเมืองนั้นฝึกทหารชำนาญปืน
ถึงข้าศึกมาแต่ไหนเขาไม่พรั่น เพราะเขานั้นเป็นกำแพงดูแข็งขืน
ตั้งหอไว้เป็นชั้นกันลูกปืน ในภูมิพื้นทำนาทั้งตาปี
ทั้งลูกไม้ผักปลาผลาผล ไม่ขัดสนกว้างใหญ่ในวิถี
ทั้งสองข้างมรรคาข้าวสาลี ขายไปที่ต่างประเทศทุกเขตคัน ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายหกกษัตริย์ตัดเข้าอ่าว พอฟ้าขาวเห็นกรุงไกรไอศวรรย์
พวกกล้าต้าต้นหนคนสำคัญ ดูแม่นมั่นแจ้งเรื่องว่าเมืองเซ็น
พลางกราบทูลทรงเดชเกศกษัตริย์ พระจึ่งตรัสว่าให้ทอดจอดพอเห็น
อย่าเพ่อเข้าไปก่อนดูร้อนเย็น จะว่าเป็นข้าศึกจะนึกแคลง
ฝ่ายข้างพวกกองตระเวนเห็นกำปั่น ประมาณพันคิดว่าศึกให้นึกแหนง
จำจะแล่นเข้าไปถามดูตามแคลง จะได้แจ้งเหตุการณ์สถานใด
แล้วรอราซาใบเข้าไปหา แล้วถามว่ามาแต่เขตประเทศไหน
ดูมิใช่พาณิชเราผิดใจ ท่านจงได้แจ้งกระจ่างในทางความ
พวกกำปั่นนั้นจึ่งว่าใช่ข้าศึก เจ้าผลึกผู้บำรุงกรุงสยาม
ท่านจงกลับไปประมูลทูลเนื้อความ ให้ต้องตามเยี่ยงอย่างทางโบราณ
พวกตระเวนได้สดับก็กลับหลัง แล่นมายังปากอ่าวแล้วเล่าขาน
ให้นายใหญ่รู้แจ้งแสดงการ ท่านขุนด่านเรียกม้าใช้ให้ไปพลัน
ทูลพระจอมนครินทร์ผู้ปิ่นเกศ ให้ทรงเดชจอมวังนรังสรรค์
ฝ่ายม้าใช้รีบไปถึงวังพลัน แจ้งกับท่านเสนีผู้ปรีชา
พอพระปิ่นนคราวายุพัฒน์ ออกแท่นรัตน์เสนาในเฝ้าซ้ายขวา
ตัดสินความสิ่งใดในพารา ด้วยปรีชาสารพัดเป็นสัตย์ธรรม
บรรดาเหล่าเสนาประชาราษฎร์ ใครขัดขาดก็ช่วยชุบอุปถัมภ์
ไม่คุมเหงเกรงกลัวเห็นตัวกรรม อาจารย์พร่ำชี้แจงให้แจ้งใจ
เธอตัดสินข้อความไม่หยามหยาบ ถึงบุญบาปมั่นคงไม่หลงใหล
สละละเพศฝรั่งถือข้างไทย แต่ยังใส่เสื้อกางเกงเกรงพ่อตา
ฝ่ายเสนีที่เป็นใหญ่ได้โอกาส เข้ากราบบาททูลความตามเลขา
เมืองปากน้ำตะวันออกบอกเข้ามา ว่าเภตรามาประมาณสักพันปลาย
เรือตระเวนแล่นใบออกไปถาม ครั้นแจ้งความพากันรีบผันผาย
ว่ากำปั่นที่มาทอดเข้าจอดราย ที่ตามชายธารท่าในสาคร
ว่าพระจอมนครินทร์ปิ่นผลึก ถึงแต่ดึกมาทอดรายชายสิงขร
ว่ามิใช่ศัตรูพระภูธร ให้รีบจรคืนมาเฝ้าเล่าคดี ฯ
๏ ป่างพระจอมนคราวายุพัฒน์ ได้ทราบอรรถปรีดิ์เปรมเกษมศรี
จึ่งตรัสสั่งพวกพหลแลมนตรี จะไปที่ปากอ่าวเฝ้าบิดา
เมืองผลึกธิบดินทร์คือปิ่นเกล้า จะไปเฝ้าได้บังคมกัมเกศา
ครั้นสั่งเสร็จพระเสด็จขึ้นปรางค์ปรา ทูลกิจจากับท่านท้าวเป็นเค้ามูล ฯ
๏ ฝ่ายไทท้าวเจ้าพ่อตาเธอปราโมทย์ สมประโยชน์ในพระปิ่นบดินทร์สูร
ข้าจะต้องไปรับคอยกราบทูล เชิญประยูรมาวังบังคมคัล
ครั้นตรัสเสร็จแล้วเสด็จออกข้างหน้า สั่งเสนาน้อยใหญ่จัดไอศวรรย์
ที่ปรางค์มาศปราสาทชัยให้พรายพรรณ รับทรงธรรม์เสด็จมาถึงธานี
เร่งเตรียมรถแก้วมณีศรีสวัสดิ์ จงปูปัดให้สำอางกระจ่างศรี
ทั้งเครื่องลาดถาดจำลองล้วนของดี บรรดามีแปดรถให้งดงาม
กระบวนแห่แตรสังข์ให้พรั่งพร้อม ไปรับจอมนครินทร์ปิ่นสยาม
จงจัดแจงตามยศให้งดงาม แล้วรีบตามลงไปดั่งใจปอง
เธอสั่งเสร็จแล้วให้หาวายุพัฒน์ เร็วรีบรัดไปประมูลทูลฉลอง
จะไปเชิญภูวไนยดั่งใจปอง ได้รับรองเธอเข้าในไพชยนต์
ท้าวสั่งเสร็จแล้วเสด็จขึ้นทรงม้า พร้อมเสนาคับคั่งทั้งพหล
จัตุรงค์เสนาพลาพล จรดลออกจากเขตนิเวศน์วัง
วายุพัฒน์สุริย์วงศ์ทรงสินธพ เลี้ยวตลบตามไปดั่งใจหวัง
พลางออกจากนคเรศนิเวศน์วัง เสด็จยังเมืองด่านชานบุรินทร์
ครนถึงที่เสด็จลงทรงที่นั่ง เรือบัลลังก์รีบไปในกระสินธุ์
เร่งกระบวนด่วนมาในวาริน พร้อมกันสิ้นเรือแพเสียงแจจัน
ถึงประทับกับบัลลังก์ที่นั่งหงส์ เขาชักธงสิแดงดูแข็งขัน
ขุนเสนามาเชิญเสด็จพลัน ให้จรจรัลขึ้นไปในเภตรา ฯ
๏ ฝ่ายพระศรีสุวรรณวงศ์พงศ์กษัตริย์ ออกแท่นรัตน์พร้อมพระวงศ์เผ่าพงศา
ขุนเสนีกราบทูลมูลิกา ว่าองค์วายุพัฒน์ท้าวเจ้าเมืองเซ็น
จะมาเฝ้าธิบดินทร์ปิ่นพิภพ จัดมาครบเรือบัลลังก์ทั้งดั้งเขน
กระบวนแห่แลตลอดจอดระเนน เห็นจะเกณฑ์กันมาเชิญดำเนินไป ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมนครินทร์สินสมุทร ทราบว่าบุตรเสด็จมาพลางปราศรัย
แล้วเชิญท้าวเจ้าพ่อตาให้คลาไคล เสด็จขึ้นไปบนกำปั่นด้วยทันที
พาไปเฝ้าพระเจ้าอาบรรดาญาติ ให้นั่งอาสน์พรรณรายท้ายบาหลี
ป่างพระจอมนครินทร์ปิ่นบุรี เธอเปรมปรีดิ์แย้มเยื้อนเอื้อนโองการ
ปราศรัยทักท้าวพ่อตาวายุพัฒน์ ในจังหวัดนัคเรศประเทศสถาน
นิราศทุกข์สุโขมโหฬาร หรือภัยพาลย่ำยีมาบีฑา
ฝ่ายไทท้าวเจ้านิเวศน์เขตจังหวัด ประสานหัตถ์บังคมก้มเกศา
อันทุกข์โศกมิได้มีมาบีฑา อันพารายกเลยให้เขยครอง
ดูก็ร่มบารมีเย็นที่สุด เป็นมงกุฎสิบหล้าฟ้าฉลอง
ซึ่งภาระหนักอกเรื่องปกครอง เมื่อก่อนต้องหนักหน้าเร่งอาวรณ์
ด้วยชราว่าการมักลืมหลง ขอทูลองค์บพิตรอดิศร
จึงยกให้เขยขวัญผ่านนคร ราษฎรเต็มใจขอให้เป็น
อันตัวข้าเป็นสุขไม่ทุกข์ร้อน ได้นั่งนอนบริบูรณ์ไม่ขุ่นเข็ญ
พอได้พึ่งบุญเขาทุกเช้าเย็น จะได้เป็นสุขากว่าจะตาย
ฝ่ายพระจอมรมจักรนัคเรศ ได้ทราบเหตุท้าวประมูลทูลถวาย
พระจึ่งมีโองการแก่หลานชาย จงฝากกายฝากตัวกลัวพ่อตา
ฝ่ายพระจอมธิบดินทร์สินสมุทร เห็นราชบุตรมาบังคมก้มเกศา
แล้วกราบกรานสุริย์วงศ์องค์พระอา แต่บรรดาพวกประยูรสกุลวงศ์
จึ่งทูลถามมังคลาว่าอานี้ กลับมาดีโดยนิยมสมประสงค์
รู้จักญาติน้ำเนื้อในเชื้อวงศ์ หรือยังหลงลิ้นครูผู้อาจารย์ ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมรมจักรนัคเรศ จึ่งเล่าเหตุเรื่องราวที่ราวฉาน
บาทหลวงเฒ่าทำอุบายหลายประการ จนเกิดการรบราถึงฆ่าฟัน
บอกไปถึงพี่ยากับข้าด้วย ยกมาช่วยรบรับเป็นทัพขัน
กำลังรบเกิดวิบัติอัศจรรย์ สลาตันพัดมาในวารี
แล้วเกิดฝนตกไม่หยุดสุดจะคิด ทั้งมืดมิดหมอกมัวทั่ววิถี
ไม่เห็นหนสุริยาห้าราตรี พายุตีแตกพลัดกระจัดกระจาย
เอาความหลังทั้งนั้นมาเล่าแจ้ง ที่เคลือบแคลงให้กระจ่างสว่างฉาย
วายุพัฒน์ทราบเรื่องแต่เบื้องปลาย ก็ค่อยคลายความโกรธพิโรธอา
แล้วจึงเชิญพวกพระวงศ์พงศ์กษัตริย์ ให้จังหวัดทุกพระองค์เผ่าพงศา
ให้เสด็จเรือที่นั่งอลังการ์ ที่จัดมารีบไปในนคร ฯ
๏ ฝ่ายพระศรีสุวรรณวงศ์ดำรงราชย์ ชวนพระญาติบพิตรอดิศร
เสด็จลงเรือที่นั่งอลังกรณ์ โห่สะท้อนเรือกระบวนทั้งทวนธง
ก็เซ็งแช่แตรสังข์ประดังเสียง ก้องสำเนียงดั้งกันสุวรรณหงส์
พายแห่ห้อมล้อมบัลลังก์ที่นั่งทรง กระบวนตรงมาหยุดพักตำหนักแพ
เชิญพระวงศ์ทรงศักดิ์พักประทับ พวกบกรับขึ้นไปไม่ห่างแห
ฝ่ายเสนีสี่หมู่คอยดูแล มาอัดแอรถรัตน์อัสดร
ทั้งเครื่องสูงยืนเรียงเคียงสลับ ดูคั่งคับตามหมู่ดูสลอน
ทั้งธงเทียวเขียวแดงแย่งมังกร ธนูศรเสโล่โตมรา
ทั้งปี่กลองสองข้างวางระยะ กลองชนะเรียงรายทั้งซ้ายขวา
ทั้งพิณพาทย์ดีดสีปี่ชวา แต่บรรดาเกณฑ์แห่แซ่สำเนียง
แล้วเชิญองค์พงศ์กษัตริย์ขึ้นทรงรถ พร้อมกันหมดสังข์แตรเซ็งแซ่เสียง
กลองชนะดีดสีปี่จำเรียง ประสานเสียงก้องดังกังสดาล
กระบวนหน้ามีม้าเดินนำริ้ว แลเป็นทิ้วธงทวนล้วนทหาร
ถึงนิเวศน์เขตแคว้นแสนสำราญ พวกทหารปืนเรียงเคียงกันไป
พอรถทรงหยุดประทับคำนับน้อม ขุนนางพร้อมหมอบเรียงเคียงไสว
วายุพัฒน์เชิญปวะเวศเสร็จข้างใน ปรางค์ชัยพร้อมพระวงศ์พงศ์ประยูร
ตั้งเครื่องอานพานทองของเสวย ทั้งนมเนยสำหรบไทเจ้าไอศูรย์
เครื่องคาวหวานสารพันอันจำรูญ เชิญประยูรภูวไนยอัยกา
ให้เสวยเนยนมขนมหวาน เครื่องตระการหลายอย่างต่างภาษา
แต่ล้วนของเอมโอชโภชนา กษัตราเสร็จสบายอยู่หลายวัน ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระนัดดาวายุพัฒน์ เข้าแท่นรัตน์ราชัยไอศวรรย์
ให้นุชนาฏศศิธรจรจรัล ไปอภิวันท์ภูวนาถพระญาติวงศ์
ฝ่ายโฉมฉายให้ละอายระคายเขิน ทั้งหมางเมินคิดในใจไม่ประสงค์
อายผมเผ้าเศร้าอารมณ์ไม่สมทรง มันเวียนวงยุ่งยิ่งเหมือนลิงไพร
จึ่งทูลว่าข้าแต่องค์พระทรงเดช จงโปรดเกศกรุณาอัชฌาสัย
น้องอายองค์กษัตรามาแต่ไกล เพราะว่าไม่เหมือนกับเขาชาวบุรี
วายุพัฒน์ตรัสว่าถ้าเช่นนั้น เอาแพรพันเสียให้มิดปิดเกศี
แม้นใครถามจงแถลงแจ้งคดี ว่าเกศรีให้ระบมเป็นลมตะกัง
นางเห็นชอบทูลตอบพระสามิศ ช่างทรงคิดถูกอารมณ์สมเหมือนหวัง
พระคิดดีชี้ช่องให้น้องฟัง ลุกไปนั่งส่องกระจกโพกแพรดำ
แล้วแต่งองค์ทรงเครื่องเรืองจำรัส คาดเข็มขัดลายลงยาเลขาขำ
ใส่สะอิ้งเรืองรองล้วนทองคำ ดูคมขำพริ้งพร้อมไม่ผอมพี
พลางออกจากปรางค์มาศราชฐาน ตามภูบาลไปประณตบทศรี
บังคมองค์พงศ์กษัตริย์สวัสดี พระภูมีปราศรัยในอนงค์
อันปู่นี้พึ่งได้มาพาราหลาน ก็สำราญชื่นชมสมประสงค์
มาพบแต่หนอเนื้อในเชื้อวงศ์ สมประสงค์จะได้รักรู้จักกัน
นางนบนอบตอบสนองขอรองบาท ภูวนาถอัยกาจนอาสัญ
แล้วนางจึ่งกราบก้มบังคมคัล พระทรงธรรม์อวยชัยให้เจริญ
จงสุขังมังคลาเป็นผาสุก นิราศทุกข์ยศยงอย่างหงส์เห็น
ครองพิภพราชัยให้จำเจริญ จงเพลิดเพลินในสมบัติกษัตรา
ทั้งสององค์ทรงรับพระพรแล้ว ก็ผ่องแผ้วแสนโสมนัสา
ศิโรราบกราบก้มบังคมลา พากันมาปรางค์ทางทั้งสององค์
หกกษัตริย์นัดดาทั้งอาหลาน แสนสำราญชื่นชมสมประสงค์
จะกลับยังเวียงชัยดังใจจง จึ่งลาองค์ไทท้าวเจ้านคร
กับวายุพัฒน์นัดดาว่ามาอยู่ ทั้งอาปู่ก็เป็นสุขสโมสร
จะพามังคลาเข้าเฝ้าบิดร ให้ภูธรทราบเรื่องหายเคืองกัน ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมมังคลาวายุพัฒน์ เธอจึ่งตรัสเรียกเหล่านางสาวสรรค์
ไปบอกกรมแสงข้างหน้าเข้ามาพลัน เชิญพระขรรค์เข้ามาอย่าช้าที
นางสาวใช้รีบออกไปแล้วแจ้งเหตุ ว่าทรงเดชผู้บำรุงซึ่งกรุงศรี
ให้เชิญพระขรรค์ไปถวายในบูรี อย่าช้าทีไวไวไปในวัง
กรมแสงหยิบพระขรรค์รีบผันผาย ไปถวายท้าวไทดั่งใจหวัง
วายุพัฒน์รับพระขรรค์ขึ้นบัลลังก์ ถวายมังคลาพลันด้วยทันที
เมื่อแรกเริ่มเดิมข้าได้ว่าไว้ แม้นพาไปน้อมประณตบทศรี
ทั้งสององค์พงศ์กษัตริย์สวัสดี พระอัยกีอัยกาดั่งว่าวอน
ก็สมดั่งปราถนาเหมือนว่าไว้ หลานจึ่งให้แก่บพิตรอดิศร
จงรับไปปราบประจาให้ถาวร ครองนครให้เป็นสุขสิ้นทุกข์ภัย
พระมังคลาสรรเสริญเจริญยศ ให้ปรากฏยืนยงอสงไขย
ห้ากษัตริย์ตรัสตอบว่าขอบใจ พ่อนี้ใจซื่อแท้ไม่แชเชือน
จึ่งตรัสกับมังคลานราราช จงรักญาติรักวงศ์ให้จงเหมือน
ตั้งแต่นี้ดีให้แน่อย่าแชเชือน ทำให้เหมือนวายุพัฒน์เขาสัตย์ธรรม์
พระมังคลากราบก้มบังคมบาท จะรักญาติไปจนกว่าจะอาสัญ
ด้วยสัตย์ซื่อถือวงศ์ตรงต่อกัน เชิญทรงธรรม์รู้เห็นเป็นพยาน
ถ้าแม้นไม่ซื่อตรงต่อวงศา ขอเทวาผู้เป็นเจ้าจงเผาผลาญ
ครั้นเสร็จเรื่องตั้งสัตย์ปฏิญาณ พระผู้ผ่านรมจักรนัครินทร์
กับกษัตริย์ห้าพระองค์ในวงศ์ญาติ จากปราสาทจะกลับหลังดังถวิล
พอจงอยู่สุขาอย่าราคิน ครองแผ่นดินลาภยศปรากฏไป ฯ
๏ สินสมุทรภุชพงศ์เธอทรงตรัส กับวายุพัฒน์ลูกยาอัชฌาสัย
มีทุกข์ร้อนเหตุการณ์สถานใด จงบอกไปทุกพาราบรรดาวงศ์
สุดสาครมังคลาบรรดาญาติ สั่งพระราชนัดดาตามความประสงค์
จะต้องการสิ่งใดในใจจง อาจะส่งมาให้เหมือนใจปอง
วายุพัฒน์กราบก้มประนมหัตถ์ แล้วมาจัดรถสุวรรณผันผยอง
ทั้งเกณฑ์แห่แตรสังข์นั่งสำรอง โดยทำนองพร้อมพรั่งเหมือนอย่างเดิม
เชิญเสด็จทุกพระองค์ขึ้นทรงรถ พร้อมกันหมดวงศาปรีชาเฉลิม
เดินกระบวนพร้อมพรั่งเหมือนอย่างเดิม เครื่องเฉลิมเกียรติยศหมดทุกองค์
เสด็จถึงเมืองด่านชานสมุทร ทรงเรือครุฑไปกำปั่นสุวรรณหงส์
ให้ใช้ใบแล่นลัดตัดทางตรง ลมก็ส่งพัดมาในสาคร
ฝ่ายท่านท้าวเจ้าพ่อตากับวายุพัฒน์ ส่งกษัตริย์บพิตรอดิศร
แล้วเสด็จกลับหลังยังนคร ขึ้นบรรจถรณ์ที่สถิตอิศรา ฯ
๏ หกกษัตริย์แล่นไปในสมุทร ไม่ยั้งหยุดพร้อมกันต่างหรรษา
เอาเข็มตั้งจำเพาะเกาะลังกา พระพายพาแรงจัดสะบัดใบ
เรือก็แล่นราวกับม้าอาชาชาติ ล่วงลีลาศข้ามมหาชลาไหล
ชมมัจฉาเกาะแก่งทุกแห่งไป ก็ใช้ใบจนกระทั่งถึงลังกา
พวกพหลคั่งคับรับเสด็จ พร้อมกันเสร็จแห่แหนดูแน่นหนา
เข้าประทับยับยั้งอยู่ลังกา พระสุดสาครให้เลี้ยงทุกเวียงชัย
แต่บรรดาข้าทูลละอองบาท อย่าให้ขาดตามโองการเราขานไข
ครั้นสั่งเสร็จพระเสด็จขึ้นข้างใน แล้วสั่งให้จัดเครื่องอันเรืองรอง
เสาวคนธ์มณฑายุพาพักตร์ แต่งตำหนักหลังใหญ่ไว้ทั้งสอง
ให้คนไปปูลาดกวาดละออง ไว้รับรองวงศ์กษัตริย์ขัตติยา
สุลาลีเจ้าเป็นผู้ไปดูเครื่อง ถวายเบื้องบทเรศพระเชษฐา
กับพระปิ่นรมจักรนัครา แต่บรรดาวงศ์กษัตริย์เร่งจัดการ
สุลาลีอภิวันท์แล้วผันผาย มาสั่งนายเครื่องใหญ่ในราชฐาน
แล้วจึ่งเรียกพวกฝรั่งมาสั่งการ ทั้งคาวหวานมีต่างต่างที่อย่างดี
เอาพวกเจ๊กไหหลำทำเกาเหลา นางสาวสาวสัดทัดให้ขัดสี
เครื่องถ้วยชามน้ำทองของที่ดี เอาใส่ที่ถาดสุวรรณอันบรรจง
แล้วให้ตั้งโต๊ะใหญ่ในปราสาท เอาผ้าลาดปัดป้องละอองผง
ตั้งเก้าอี้ลายสุวรรณอันบรรจง ถ้วนทุกองค์แต่บรรดามาด้วยกัน
แล้วเรียกของมาวางตั้งสำรับ เครื่องสำหรับสารพัดล้วนจัดสรร
ทั้งส้อมช้อนมีดคร่ำด้ามสุวรรณ ให้จัดสรรพร้อมเสร็จสำเร็จการ ฯ
๏ ฝ่ายพระสุดสาครบวรนาถ ไปเชิญญาติให้เสวยกระยาหาร
เสด็จมาพร้อมทุกองค์พระวงศ์วาน พนักงานเชิญเครื่องวางเบื้องบน
ทั้งเป็ดไก่หมูหันพรรณลูกไม้ เอาจัดใส่สารพัดไม่ขัดสน
ทั้งเกาเหลาวางระยะไม่ปะปน พวกเครื่องต้นแต่งใส่หลายประการ
ครั้นจะว่าร่ำไรในกับข้าว ก็ยืดยาวมากมายหลายสถาน
ขอตัดเรื่องกินอยู่ดูรำคาญ มันป่วยการไม่ประเทืองที่เรื่องกิน
แต่ต้องว่าชี้แจงแห่งละน้อย ลำดับถ้อยตามดำริอย่าติฉิน
จะว่าคนผู้เฉลยไม่เคยกิน ประเทศถิ่นทุกภาษาพยายาม
อันเรื่องกินก็เป็นใหญ่ในมนุษย์ แต่ขอหยุดยกไว้อย่าไต่ถาม
เป็นสิ้นเรื่องเลี้ยงกันเสร็จสำเร็จความ จะกล่าวตามทางไปในอรัญ ฯ
๏ หกกษัตริย์สุริย์วงศ์ขึ้นทรงรถ พร้อมกันหมดแห่ไปในไพรสัณฑ์
ชมลำเนาเขาเขินเนินอรัญ เป็นช่องชั้นเชิงชะง่อนก้อนศิลา
ที่โปร่งปล่องช่องชั้นฉงั่นชะโงก เป็นกรวยโกรกถ้ำธารละหานผา
ที่เขียวขำดำพร้อยย้อยลงมา ล้วนศิลาเถาวัลย์พันเป็นเกลียว
ไม้รวกรากฝากหินมีดินเกาะ ดูจำเพาะแลชอุ่มเป็นพุ่มเขียว
บ้างแตกหน่อหนุนขึ้นรุ่นเรียว เป็นลำเขียวงอกบนเขาลำเนาเนิน
ทั้งไม้ดอกงอกงามตามวิถี ฝูงปักษีโผผินบ้างบินเหิน
แก้วกุหลาบกรรณิการ์บนหน้าเนิน ตามทางเดินหอมฟุ้งจรุงใจ
ทั้งฝูงสัตว์จัตุบาทวิ่งกลาดกลุ้ม แอบสุมทุมค่างลิงวิ่งไสว
กระต่ายเต็นเม่นหมีชะนีไพร เหนี่ยวกิ่งไม้โยนตัวเรียกผัวโวย
เห็นสุริยาสายัณห์ตะวันคล้อย ชะนีน้อยเรียกคู่หวิวหวูโหวย
รำลึกได้ใจถวิลร้องดิ้นโดย เที่ยวห้อยโหยต่ายวิ่งบนกิ่งยาง
ละมั่งละมาดผาดเผ่นเลียงผาผยอง กวางคะนองทรายเนื้อแลเสือสาง
ทั้งหมีเม่นเผ่นผงาดวิ่งกลาดทาง ฝูงลิงค่างโลดโผนโจนทะยาน
กระจงจามรีสิงหนัศ เล็มระบัดเส้นหญ้าเป็นอาหาร
กระแตตุ่นมุ่นพงในดงดาน สุกรฟานกาสรลงนอนแปลง
สิงโตเต้นแผ่นผยองลำพองหาง ฝูงแรดช้างพลายพังเที่ยวบังแฝง
เห็นผู้คนเดินวัดวิ่งลัดแลง เข้าแอบแฝงป่าไม้ในไพรวัน
หกกษัตริย์ทัศนาป่าระหง ประดู่ดงกรวยกร่างกะทังหัน
พะยอมยางรางแดงแสลงพัน พิกุลพิกันกันเกราะสะเดาดง
กระทึงกระทุ่มดุมกาเพกากระถิน อินทนิลจันคนทามหาหงส์
เสลาสล้างลางลิงมะปริงปรง ต้นคันทรงทรงบาดาลกระวานไพร
ทั้งเต็งแต้วตาตุ่มมะตูมตาด มะเหียงมะหาดลงเรียงเคียงไสว
ทั้งจิกแจงจวงจันทน์เป็นหลั่นไป มะเฟืองมะไฟรกฟ้าต้นขานาง
ตะขบข่อยแคมะค่าต้นตาเสือ มะกล่ำมะเกลือกะโดนดินทั้งฝิ่นฝาง
ตะเคียนเคี่ยมคนธาขานกยาง มะขามคางแคแกรแลเป็นทิว
บ้างผลิดอกออกผลต้นระย้า พระพายพาพัดเรื่อยมาเฉื่อยฉิว
หอมตลบอบออกเกสรปลิว ระเรื่อยฉิวเรณูฟูขจร
พลางเร่งรถรีบมาในป่าชัฏ ต้องหลีกลัดไปตามทางข้างสิงขร
พอสุริยงลงลับยุคุนธร พระจันทร์จรแจ่มฟ้าดาราราย
ถึงที่ทางกลางย่านก็หยุดพัก มาพร้อมพรักพลไกรไพร่ทั้งหลาย
หกกษัตริย์ขึ้นพลับพลาเสนานาย ต่างถวายเครื่องเสวยทั้งเนยนม
ผลไม้นานาโอชารส ล้วนของสดหวานมันพรรณขนม
หกกษัตริย์เสร็จเสวยเลยประทม เป็นนิคมคามเขตคุ้มเภทภัย
รักษาองค์พระมุนินทร์ปิ่นกษัตริย์ ในจังหวัดปากทางหว่างไศล
ตั้งทำมาหากินอยู่ถิ่นไพร ทั้งนาไร่มีมากไม่ยากจน ฯ
๏ จะกล่าวถึงพระอภัยวิไลลักษณ์ เสด็จสำนักกุฏิ์ใหญ่ในไพรสณฑ์
บำเพ็ญเพียรมัธยัสถ์ตัดกังวล ทั้งสวดมนต์ภาวนาสมาทาน
เทศนาสอนสั่งคนทั้งหลาย ได้สบายดับทุกข์สนุกสนาน
แสวงผลทางกสิณอภิญญาณ หมายนิพพานฟากฟ้าสุราลัย
แต่บรรดาฤๅษีที่เป็นศิษย์ สำรวมกิจหมดทุกองค์ไม่หลงใหล
ทั้งโทโสโมหะสละไป ตัดห่วงใยเหย้าเรือนเพื่อนศาลา
ถือเอาธรรมกรรมฐานการกุศล หวังให้พ้นสมุทัยในตัณหา
คิดตัดรอนผ่อนผันด้วยปัญญา ฟังเทศนาที่พระองค์ทรงแสดง ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมธิบดินทร์ปิ่นฤๅษี ครั้นราตรีเย็นพยับล่วงลับแสง
พวกนั่งยามตามไต้จุดไฟแดง สว่างแสงทั่วไปในกุฎี
พวกปรนนิบัติพัดน้ำชาสุธารส ถวายหมดโดยจำนงองค์ฤๅษี
ทั้งน้ำตาลหวานมันขยันดี ให้ฤๅษีฉันสำหรับกับน้ำชา
ครั้นเสร็จกิจต่างครรไลไปอยู่กุฏิ์ แล้วก็จุดเทียนธูปทั้งบุปผา
สำรวมกิจจิตตั้งภาวนา โดยศรัทธาครัดเคร่งบำเพ็งเพียร
ค่ำวันนั้นวัณฬานางดาบส เจริญพรตครัดเคร่งอยู่เก๋งเขียน
คิดสลัดตัดราคาค่อยพากเพียร ไม่วนเวียนตั้งมั่นในขันตี
พอหลับลงทรงสุบินนิมิต ว่านักสิทธ์มาแต่ป่าพนาศรี
มีหัตถาชูช่วงดวงมณี ตรงมาที่พระบรรณศาลา
แล้วยื่นให้โฉมยงก็ทรงรับ กระจ่างจับวรกายทั้งซ้ายขวา
นางพลิกฟื้นตื่นในที่ไสยา พอเวลาแจ่มแจ้งแสงอุทัย
ก็ออกจากกุฎีที่สถิต สำรวมกิจไปแจ้งแถลงไข
กับสุวรรณมาลีที่ข้างใน พลางปราศรัยสนทนาประสาชี ฯ
๏ ฝ่ายละเวงวัณฬานางดาบส น้อมประณตตามจริตกิจฤๅษี
แล้วจึ่งเล่าเรื่องฝันไปทันที เชิญพระพี่ทำนายทายสุบิน
แล้วจึ่งเล่าเรื่องยุบลแต่หนหลัง ให้เธอฟังโดยในพระทัยถวิล
ฝ่ายสุวรรณมาลายุพาพิน ได้ทราบสิ้นความฝันของวัณฬา
จึ่งว่าแม่มาไปเฝ้าพระดาวบส ให้ทรงยศทำนายทายเถิดหนา
ทั้งสุวรรณมาลีชีวัณฬา ตามกันมาเฝ้าองค์พระทรงญาณ
ทูลแถลงแจ้งข้อสุบินนิมิต ให้ทรงฤทธิ์ทราบแต่ต้นจนอวสาน
ฝ่ายพระองค์ทรงศีลอภิญญาณ ก็แจ้งการในสุบินสิ้นทั้งปวง
พระทำนายทายว่าจินดาเดช ผู้วิเศษเอามาให้ลาภใหญ่หลวง
บุตรที่พรากจากไปได้แก่ดวง มณีช่วงแสงสว่างกระจ่างตา
ได้แก่บุตรของเจ้าอย่าเร่าร้อน จะมางอนง้อวงศ์เผ่าพงศา
อันนักสิทธ์ฤทธิไกรให้จินดา พวกวงศาน้ำเนื้อในเชื้อวงศ์
คงจะนำมังคลามาที่นี่ ให้วันนี้โดยในใจประสงค์
จะได้สืบเชื้อประยูรสกูลวงศ์ เป็นมั่นคงเหมือนกับคำเราทำนาย
ดาบสินีชีสองประคองหัตถ์ ฟังพระตรัสจึ่งประมูลทูลถวาย
เหมือนพระองค์ทรงธรรม์บรรยาย ก็จะวายรบพุ่งทั้งกรุงไกร
ฝ่ายพระจอมธิบดินทร์ปิ่นฤๅษี เสด็จไปที่กุฎีทองอันผ่องใส
อันเผือกมันพรรณผลามาแต่ไพร ตามวิสัยนักสิทธ์จิตจำนง ฯ
๏ จะกล่าวถึงหกกษัตริย์ที่หยุดพัก ในสำนักพลับพลาป่าระหง
ครั้นรุ่งรางสร่างแสงพระสุริยง ก็สระสรงสรรพเสร็จสำเร็จการ
ขึ้นทรงรถหมดทุกองค์พงศ์กษัตริย์ ให้รีบรัดเสด็จไปในไพรสาณฑ์
พวกเสนาแห่แหนแสนสำราญ เหล่าทหารจัตุรงค์เดินตรงไป
ตามท้องแถวมรรคาพนาเวศ ก็เข้าเขตสิงคุตรสิงขรไศล
ระรื่นรินกลิ่นบุปผาสุมาลัย ดวงดอกไม้หล่นกลาดลงดาดดง
ประยงค์แย้มแกมสุกรมนมสวรรค์ มะลิวัลย์มะลิลาแก้วกาหลง
ทั้งคัดเค้ากฤษณาจำปาดง มหาหงส์หางนกยูงพุ่งขจร
ทั้งสาวหยุดพุดแซมแกมยี่สุ่น พิกันพิกุลโรยร่วงพวงเกสร
เสาวรสรสสุคนธ์ปนขจร ต้นรักซ้อนซ่อนกลิ่นระรินโรย
สารภียี่เข่งเบญจมาศ บุนนาคดาดเกดลำดวนหอมหวนโหย
แถวนางแย้มแกมสุกรมต้นยมโดย พระพายโชยชื่นใจในไพรวัน
ถึงสิงคุตรกุฎีที่ประทับ ดูคั่งคับพวกพหลพลขันธ์
พระเสด็จลงจากรถหมดด้วยกัน พร้อมแต่บรรดาอาณาประชากร
เข้าอาศัยในประเทศเขตบรรพต พร้อมกันหมดในศาลาหน้าสิงขร
หกกษัตริย์ลงจากรถบทจร เลียบสิงขรเสด็จเข้าไปในกุฎี ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ทรงศีลมุนินทร์นาถ เห็นพระญาติมาประณตบทศรี
จึ่งจรจรัลจากพระคันธกุฎี ออกนั่งที่โรงฉันอันบรรจง
พระปราศรัยในตระกูลประยูรญาติ ต่างอภิวาทชื่นชมสมประสงค์
ฝ่ายพระจอมนักสิทธ์บิตุรงค์ จึ่งถามองค์มังคลาด้วยปรานี
ว่าเหตุผลเป็นอย่างไรจึงได้กลับ มาคำนับญาติวงศ์องค์ฤๅษี
พระเจ้าอาทูลแถลงแจ้งคดี ให้พระมุนีทรงฟังแต่หลังมา ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายนารีชีทั้งสอง ออกจากห้องมาประนมก้มเกศา
องค์พระจอมมุนินทร์ปิ่นประชา แล้วจึ่งปราศรัยพระองค์ที่ทรงแคลง ฯ
๏ ฝ่ายพระมิ่งมังคลานราราช ไปกราบบาทสองพระองค์ทรงกันแสง
ลูกได้ผิดคิดหมายทำร้ายแรง เพราะเขาแกล้งจะให้ขาดญาติวงศ์
ที่ผิดพลั้งครั้งไรพระได้โปรด ประทานโทษเพราะว่าเหลิงละเลิงหลง
ตั้งแต่นี้จะสมัครรักพระวงศ์ แม้นมิตรงตามสัตย์ปัฏิญาณ
ให้เทวาอารักษ์ที่ศักดิ์สิทธิ์ มาปลดปลิดชีวังสิ้นสังขาร
เหมือนอย่างคำให้สัตย์ปัฏิญาณ ขอพระมารดาโปรดที่โทษกรณ์ ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมนครินทร์ปิ่นฤๅษี กับสองชีทรงฟังแล้วสั่งสอน
บรรดาญาติจงไปขอไปง้องอน กาลแต่ก่อนทำชั่วให้มัวมน
พระมังคลากราบก้มประนมสนอง โดยทำนองสารพัดไม่ขัดสน
ศรีสุวรรณจึงประมูลทูลยุบล อันสิงหลลังกาพาราเดิม
จะขอให้มังคลากลับมาอยู่ เป็นหมวดหมู่ตามวงศ์ช่วยส่งเสริม
สุดสาครรัตนาพาราเดิม ไปพูนเพิ่มครองอาณาประชาชน ฯ
๏ ฝ่ายพระมิ่งมังคลานราราช พลางกราบบาททูลแถลงแห่งนุสนธิ์
ขอไปอยู่นคเรศเพชรกำพล เพราะผู้คนมั่งคั่งทั้งบุรินทร์
แล้วก็มีคนรู้ผู้วิเศษ ในประเทศกว้างใหญ่ดั่งใจถวิล
แล้วท้าวเจ้านิเวศน์เกศบุรินทร์ เมื่อจะสิ้นชีวงปลงประทาน
ให้ครอบครองสวรรยาราชาภิเษก เป็นองค์เอกขัตติยามหาศาล
ได้คำนับรับรสพจมาน ปฏิญาณว่าจะอยู่คู่นคร ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมมุนีฤๅษีสิทธ์ ว่าตามจิตจงภิญโญสโมสร
โบราณว่าปลูกเรือนอยู่ผูกอู่นอน ต้องว่าวอนไปตามอย่างทางโบราณ
สุขที่ไหนต้องไปอยู่ตามถิ่น อันแดนดินทั่วประเทศเขตสถาน
แม้นอยู่ไหนสุโขมโหฬาร ก็เป็นการมงคลพ้นศัตรู
ไม่ขืนใจให้ลำบากยากแก่เจ้า บิดาเล่าก็ชราทั้งตาหู
ให้มืดมัวแต่จะออกนอกประตู ต่อเป็นครู่จึ่งสว่างเห็นทางเดิน
อนิจจาสังขารลูกหลานรัก อย่าหลงนักพาวิตกระหกระเหิน
อันตัณหามิได้ทำให้จำเริญ ใครเพลิดเพลินตามใจในสันดาน
อันรูปรสบทเบื้องเครื่องสัมผัส พาให้สัตว์เวียนวงในสงสาร
อันราคร้อนที่ในทรวงคือบ่วงมาร คอยเผาผลาญให้ระอาเป็นบ้ากาม
จงปลงจิตคิดในพระไตรลักษณ์ จะประจักษ์มั่นคงในองค์สาม
นิราศทุกข์สุขาพยายาม คงมีความวัฒนาในสามัญ
พระสอนสั่งมังคลาบรรดาญาติ ให้โอวาทแต่ล้วนจริงทุกสิ่งสรรพ์
หกกษัตริย์กราบก้มบังคมคัล พักอยู่บรรณศาลาสองราตรี
แล้วทูลลากลับหลังยังนิเวศน์ พระทรงเพศบรรพชิตกิจฤๅษี
ประทานพรให้พิพัฒน์สวัสดี จงเปรมปรีดิ์สุขสวัสดิ์กำจัดภัย
ดาบสินิชีละเวงวัณฬาสมร ถวายพรกษัตริย์อัชฌาสัย
ทั้งสุวรรณมาลีศรีวิไล ถวายชัยพวกประยูรสกูลวงศ์
หกกษัตริย์มัสการสองนักสิทธ์ มาสถิตรถาเข้าป่าระหง
ให้คลายคลี่พวกพหลพลณรงค์ เสด็จตรงเข้านิเวศน์เขตลังกา ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ