ตอนที่ ๙๐ ท้าวรายากับพระเทวสินธุ์ไปถึงเมืองกำพลเพชร แล้วยกทัพไปเมืองลังกา

๏ ฝ่ายกษัตริย์รายาชวาฉวี ครั้นฤกษ์ดีเสด็จท่าชลาสินธุ์
สามกษัตริย์เสด็จออกนอกบุรินทร์ พระเทวสินธุ์ตามตรงมาลงเรือ
พวกพหลพลชวาบรรดาแขก บ้างขนแบกของตามกันหลามเหลือ
ทั้งไก่แพะเอาไปที่ในเรือ ทั้งข้าวเกลือของเสวยทั้งเนยนม
บรรทุกใส่ในกำปั่นทุกชั้นช่อง ที่ในห้องคนประจำทำขนม
บ้างต้มแกงแต่งตบครบอุดม พวกสนมน้อยน้อยคอยอยู่งาน
ครั้นได้ฤกษ์เลิกโห่ขึ้นสามครั้ง ปืนประดังยิงเรียงเสียงประสาน
ท้าวเสด็จลงกำปั่นมิทันนาน พวกคนงานถอนสมอขันช่อใบ
ออกกำปั่นครั่นครื้นสักหมื่นเศษ แล่นสังเกตแถวถิ่นกระสินธุ์ใส
ออกน้ำเขียวทางทะเลว้าเหว่ใจ แล่นไปในสาคโรชโลธร
ชมมัจฉาปลาใหญ่ขึ้นว่ายคล่ำ บ้างผุดดำโตยิ่งกว่าสิงขร
นางสาวสาวชาววังบ้างนั่งนอน ชมสิงขรเกาะแก่งทุกแห่งไป
แล้วพูดจาว่ากันภาษาแขก ถ้าเรือแตกเราจะด้นไปหนไหน
ลางคนว่าน่าเบื่อเหลืออาลัย บ้างบ่นไปเพราะว่ากลัวจนตัวงอ
ที่วิงเวียนเหียนรากอยากแต่น้ำ ร้องว่ากรรมเอ๋ยจะไปข้างไหนหนอ
รู้อย่างนี้มิมาน้ำตาคลอ บ่นถึงพ่อถึงแม่ออกแซ่ไป
คิดว่าจะมาเป็นสุขสนุกสนาน ให้รำคาญในอุราน้ำตาไหล
ไม่รู้เลยว่าลำบากยากหัวใจ มิหาไม่จะสู้จ้างเขาต่างตัว
วิสัยหญิงใจอ่อนนอนไม่หลับ ถึงจนทรัพย์เต็มประดาคิดหาผัว
ได้หูหนวกตาบอดคงรอดตัว ไม่ยักกลัวมีท้องจะดองยา
กินให้หายบาดแผลพอแก้ทุกข์ ค่อยเป็นสุขจริงแท้หนอแม่ขา
ดีกว่าต้องมาเรือเหลือระอา สู้ก้มหน้ากัดฟันจนบรรลัย
พวกสาวสาวชาววังนั่งกำสรด ทรวงระทดแทบจะพาเลือดตาไหล
จนพลบค่ำย่ำสุริโยทัย ให้หวั่นไหวทรวงโศกวิโยคครวญ ฯ
๏ ฝ่ายองค์ท้าวเจ้าชวาอาณาเขต ทอดพระเนตรเหล่าอนงค์ทรงพระสรวล
บ้างโงกเหงาเมาคลื่นยืนเซซวน ทั้งปั่นป่วนซบเซาบ้างหาวนอน
พอคลื่นเงียบเรียบร้อยค่อยเป็นสุข บรรเทาทุกข์ที่ในทรวงดวงสมร
เรือก็แล่นเลยมาในสาคร พระจันทรแจ่มฟ้านภาลัย
ท้าวรายาเสด็จออกนอกบาหลี นั่งเก้าอี้พร้อมพหลพลไสว
ท้าวดำรัสตรัสสั่งเสนาใน ให้แล่นไปตามกันดั่งสัญญา ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อเทวสินธุ์นรินทร์ราช ล่วงลีลาศไปพลันด้วยหรรษา
นำกำปั่นไทท้าวเจ้าชวา เป็นทัพหน้าตรวจพหลพลนิกร
ทั้งเช้าค่ำร่ำไปมิให้หยุด ก็รีบรุดข้ามละเมาะเกาะสิงขร
ไปเดือนครึ่งเกือบจะถึงเขตนคร เป็นการร้อนรีบไปใกล้พารา
กำพลเพชรนครังครั้งยายเฒ่า ไม่มีเจ้าเป็นแต่ผู้อยู่รักษา
คอยโฉมยงองค์กษัตริย์ขัตติยา จะกลับมาครองประเทศเขตกำพล
ก็หายไปหลายปีไม่มีสุข ไปรบรุกแว่นแคว้นแดนสิงหล
อยู่แต่พวกเสนาประชาชน เพชรกำพลร้างกษัตริย์ขัตติยา
พอเรือพระเทวสินธุ์สามกษัตริย์ มาแออัดจอดรายหลายภาษา
พวกชาวด่านชาญสมุทรสุดปัญญา ไม่รู้ว่าวงศ์ท้าวเจ้านคร
คิดว่าเป็นข้าศึกมาฮึกฮัก ไม่ประจักษ์ใช้เสมียนเขียนอักษร
ให้ม้าเร็วรีบไปในนคร เป็นการร้อนศึกมาติดธานี
แต่กำปั่นคั่งคับมานับร้อย คนใช้สอยบรรดากะลาสี
ก็นับหมื่นปืนฝรั่งแต่อย่างดี มาทอดที่ปากน้ำเหลือกำลัง ฯ
๏ ขุนนางใหญ่ได้แจ้งแห่งหนังสือ ที่คนถือส่งให้ดังใจหวัง
สั่งให้เกณฑ์ชาวป้อมพวกล้อมวัง รีบไปยังเมืองด่านชานชลา
ทั้งปืนหลักลากไปใส่บนป้อม ทหารพร้อมเร่งร้นพลอาสา
ให้ยกหนุนเนื่องออกนอกพารา ไปรับข้าศึกไว้ดังใจปอง
แล้วแบ่งพลคนละหมื่นถือปืนผา เครื่องสาตราทวนง้าวเรียกเจ้าของ
กรมของใครให้ตรวจตามหมวดกอง ให้ได้สองหมื่นทั่วทุกตัวนาย ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์พระจอมเทวสินธุ์ หน่อนรินทร์ตรัสสั่งคนทั้งหลาย
ให้ไปบอกเสนาบรรดานาย อย่าวุ่นวายไปมิใช่พวกไพรี
เราก็เป็นหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์ ในจังหวัดนคเรศบุรีศรี
เป็นโอรสทศมิตรคิดภักดี พระเทวีกฤษณานิคาลัย
เองไปแจ้งแห่งขุนนางในเมืองด่าน แต่โดยการจริงแจ้งแถลงไข
ให้รีบลงมารับกูฉับไว จะขึ้นไปถิ่นฐานชมบ้านเมือง
พวกคนใช้รีบไปลงเรือช่วง ครรไลล่วงถึงท่าพอฟ้าเหลือง
ครั้นเช้าตรู่สุริยาถึงหน้าเมือง ขึ้นแจ้งเรื่องกับขุนด่านชานชลา
ว่าพระหน่อวรนาถราชบุตร ประเสริฐสุดที่ในวงศ์เผ่าพงศา
มิใช่เรืออื่นไกลหาไหนมา เป็นบุตรานางเฒ่าเจ้าแผ่นดิน ฯ
๏ ขุนนางได้แจ้งเรื่องแต่เบื้องหลัง ข้อรับสั่งชื่นชมสมถวิล
ว่าหน่อเนื้อเชื้อเหล่าเจ้าแผ่นดิน พากันยินดีกลับกองทัพชัย
แล้วจัดแจงแต่งเรือลงไปรับ น้อมคำนับบอกกันเสียงหวั่นไหว
ลำที่นั่งดั้งกันเป็นหลั่นไป เชิญท้าวไทรายาเข้ามาวัง
กษัตริย์สามตามเข้าไปในนิเวศน์ ถิ่นประเทศเสร็จสมอารมณ์หวัง
พวกเสนาข้าไทที่ในวัง มาพร้อมพรั่งดีใจใครจะปาน
ทั้งพระวงศ์พงศาคณาญาติ มาปราสาทรจนามุกดาหาร
ทูลแถลงแจ้งคำที่รำคาญ ว่าพระผ่านนคราบิดาเธอ
ยกพหลพลไกรไปกำปั่น กับด้วยท่านฝรั่งครูผู้เสนอ
ว่าจะไปลังกาพาราเธอ บาทหลวงเออรับพากันคลาไคล
ถ้วนกำหนดสามปีมิได้ข่าว ที่เรื่องราวร้อนเย็นเป็นไฉน
จัดกำปั่นแต่บรรดาเสนาใน ใช้ให้ไปเล่าก็หายไม่ได้ความ ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมเทวสินธุ์นรินทร์รัช โองการตรัสปราศรัยแล้วไต่ถาม
ว่าตัวเราก็จะคิดไปติดตาม ท่านแจ้งความอยู่หรือไรในลังกา
ว่าผู้ใดใครครองอาณาเขต ท่านรู้เหตอยู่หรือไม่อย่างไรหนา
จงเล่าไปให้ประจักษ์ช่วยชักพา ไปลังกาตามองค์พระทรงธรรม์
เสวกาว่าทูลละอองบาท โอรสราชพระอภัยครองไอศวรรย์
สุดสาครสุริย์วงศ์พระทรงธรรม์ เธอครองขัณฑเสมาในธานี
พระทรงทราบเรื่องต้นแต่หนหลัง จึงตรัสสั่งเสนาบดีศรี
ให้เร่งเตรียมพวกพหลแลมนตรี วันพรุ่งนี้เราจะไปดั่งใจจง
แล้วเชิญท้าวรายาเจ้าตาเลี้ยง มานั่งเคียงชื่นชมสมประสงค์
แล้วปรึกษาพาทีกันสี่องค์ ตามประสงค์ที่จะไปในลังกา ฯ
๏ ฝ่ายท่านท้าวเจ้าชวาอาณาจักร ว่าหลานรักร่วมชีวังอย่ากังขา
พ่อไปไหนไปด้วยกันไม่ฉันทา อย่าได้ปรารมภ์ไปใจพะวง
อันตัวตาเป็นผู้ใหญ่คงไปด้วย เป็นเพื่อนม้วยเหมือนดังจิตคิดประสงค์
ถึงยากเย็นเป็นตายวายชีวง ตาก็คงช่วยกันเหมือนสัญญา
จะรบรับขับขันประจัญสู้ ตาก็รู้กลศึกได้ปรึกษา
ทั้งสามองค์พงศ์กษัตริย์ขัตติยา จึ่งวันทาทูลแถลงแจ้งคดี
ซึ่งพระองค์ทรงฤทธิ์คิดพันผูก เหมือนหลานลูกของพระคุณอุ่นเกศี
หลานจะขอพึ่งพาฝ่าธุลี ไว้เป็นที่อัยกาเหมือนวาจัง
ข้าทั้งสามกำพร้าอนาโถ ท้าวเหมือนโพใบคลุมพอคุ้มขัง
ขอพึ่งบุญกรุณาเหมือนวาจัง เป็นที่หวังสืบวงศ์พงศ์ประยูร
ท้าวรายาชื่นชมโสมนัส พ่อซื่อสัตย์รักใคร่มิได้สูญ
ทั้งสมนามสมเนื้อเชื้อตระกูล เธอเพิ่มพูนประดิพัทธ์สวัสดี
สามกษัตริย์เข้าในที่ไสยาสน์ บนปรางค์มาศแท่นจำรัสรัศมี
กับไทท้าวเจ้าชวาในธานี ต่างเปรมปรีดิ์รักกันไม่ฉันทา ฯ
๏ ครั้นรุ่งแจ้งแสงทองส่องอากาศ พวกอำมาตย์พร้อมพหลพลอาสา
มาเตรียมคอยหน่อกษัตริย์ขัตติยา แต่บรรดาเสนีที่จะไป ฯ
๏ ป่างพระจอมเทวสินธุ์นรินทร์ราช ตื่นไสยาสน์กับสองสนองไข
จึ่งเชิญองค์ท้าวชวาให้คลาไคล เสด็จไปพระที่นั่งบัลลังก์ทอง
พร้อมทหารขานโห่จะเอาฤกษ์ เสียงเอิกเกริกคั่งคับทัพทั้งสอง
ยิงปืนใหญ่เตรียมตรวจทุกหมวดกอง แล้วลั่นฆ้องชักใบขึ้นใส่เรียว
พร้อมกำปั่นพันร้อยออกลอยแล่น ไปตามแผนที่ประจำออกน้ำเขียว
ทั้งเรือรบเรือแห่แลเป็นเกลียว คงคาเชี่ยวลมเฉื่อยเรื่อยสบาย
ตามละเมาะเกาะแก่งทุกแห่งหน ไปตามวนวารินกระสินธุ์สาย
ทั้งเต่าหอยลอยกลาดริมหาดทราย ที่ตัวลายพรอยพร้อยลอยเป็นแพ
หอยอีรมนมนางสล้างสลอน เกิดกับก้อนหินรายชายกระแส
บ้างเป็นสีต่างต่างเหมือนอย่างแล จะนับแต่ฝูงหอยกว่าร้อยพัน
ทั้งปูเปี้ยวเขียวขาววิ่งกราวหาด ดูประหลาดไม่มีหัวตัวมันขัน
มีตาติดกับกระดองอยู่สองอัน สืบพันธุ์ตั้งร้อยไม่น้อยเลย
พอมีไข่กินผัวของตัวหมด ทรยศสิ้นประตูเจียวปูเอ๋ย
สัตว์จัญไรแพศยาไม่น่าเชย แล้วก็เลยลอยแพไปแต่ตัว
เปรียบเหมือนหญิงทรลักษณ์อกุศล ทำเล่ห์กลมารยาคิดฆ่าผัว
อันบาปกรรมเป็นอย่างไรมันไม่กลัว ไว้ความชั่วน่าชังเหมือนอย่างปู
ฝูงแมงดาน่าดูตัวผู้เกาะ เที่ยวว่ายเสาะพาจรจนอ่อนหู
ไปหาเหยื่อเผื่อกันกตัญญู พิเคราะห์ดูเหมือนคนจนปัญญา
ทั้งเกียจคร้านมึนตึงพึ่งผู้หญิง ได้แอบอิงพิงปากยากหนักหนา
พวกมนุษย์เมียแช่งเหมือนแมงดา ทำแต่ตาปรอยปรอยคอยจะกิน
อันฝูงสัตว์ปฏิสนธ์ที่บนหาด ดูประหลาดมากมายชายกระสินธุ์
เอากำเนิดเกิดที่หาดดูดาษดิน ไม่รู้สิ้นหลายอย่างต่างต่างกัน ฯ
๏ สามพระหน่อนฤเบศเกศกษัตริย์ ให้แล่นลัดสิงขรค่อยผ่อนผัน
สั่งล้าต้าต้นหนคนสำคัญ ให้พวกกันคอยประจำหยั่งน้ำดู
เอาแผนที่คลี่ดูให้รู้ทิศ อย่าให้ผิดทางจรจะอ่อนหู
ด้วยไม่เคยถิ่นประเทศสังเกตดู เป็นแต่รู้ยังไม่ได้เคยไปมา
พระสุริยาลงลับพยับฝน ก็มัวมนมืดมิดทุกทิศา
จวนจะค่ำย่ำแสงพระสุริยา ลมสลาตันตั้งฝั่งทะเล
เป็นคลื่นใหญในกระสินธุ์ทุกถิ่นที่ ลมก็ตีท้ายกำปั่นป่วนหันเห
พวกต้นหนคนชำนาญการทะเล คิดถ่ายเทเรือหมดให้ลดใบ
ตั้งบวงสรวงเทพไทในสมุทร ฤทธิรุทรเขาเขินเนินไศล
ขอเชิญช่วยคุ้มอุบัทว์กำจัดภัย ทางจะไปลังกาให้ถาวร
พอขาดคำคลื่นลมระดมหาย คนทั้งหลายเหล่าทหารชาญสมร
ด้วยได้ความสุขาในสาคร ศศิธรแจ่มกระจ่างดั่งกลางวัน
เมฆพยับอับฟ้าในอากาศ ก็เกลื่อนกลาดแจ่มสว่างทางสวรรค์
นภากาศแจ่มแจ้งด้วยแสงจันทร์ เรือกำปั่นแล่นไปในคงคา
สามกษัตริย์ทัศนาเวหาหาว แสงเดือนดาวส่องสว่างกลางเวหา
พระจึ่งเชิญท่านท้าวเจ้าชวา เสด็จมาในที่นั่งบัลลังก์ทอง
แล้วปรึกษาว่าองค์พระทรงฤทธิ์ เห็นชอบผิดโปรดบ้างที่หมางหมอง
จะไปยังลังกาตรึกตราตรอง โดยทำนองพระจะเห็นเป็นอย่างไร
ถ้าแม้นว่ารบพุ่งกันยุ่งยิ่ง เราจะนิ่งดูแลคิดแก้ไข
หรือจะเข้าโรมรันประการใด ขอพระอัยกาตรองให้ต้องตาม
ประเพณีที่ในเนื้อเชื้อกษัตริย์ ไม่แจ้งอรรถข้อไรได้ไต่ถาม
อย่าให้เสียเกียรติยศพองดงาม ให้ต้องตามเรื่องในอัยการ ฯ
๏ ท้าวรายาว่าพ่อหน่อกษัตริย์ ตาจะจัดแจงให้หลายสถาน
อย่าเป็นทุกข์ร้อนไปให้รำคาญ จากสถานกำพลเพชรได้เจ็ดวัน
พอเช้าตรู่สุริยงเธอส่งแสง กระจ่างแจ้งพื้นนภางค์ทางสวรรค์
พวกพหลพลทหารชำนาญครัน จัดเลี้ยงกันเสพอาหารทั้งหวานคาว
เกือบจะใกล้เกาะมหากาลวาต ผิดประหลาดหลากใจให้แต่หนาว
ใช่ฤดูน้ำค้างตกพร่างพราว เป็นลมว่าวพัดกล้าต้องซาใบ
พวกต้นหนคนการสะท้านทั่ว เป็นหมอกมัวในมหาชลาไหล
เรือที่แล่นตามกันเป็นหลั่นไป เห็นไรไรเกาะขวางกลางชลา
อันเกาะนี้โตใหญ่มิใช่น้อย ที่เขาปล่อยท้าวละมานนานนักหนา
หมดทั้งพวกพร้อมกันแต่บรรดา มรณาด้วยกันหมดเพราะอดตาย
เป็นผีดิบเกลื่อนกล่นอยู่บนเกาะ เที่ยวละเมาะตามแผ่นดินกระสินธุ์สาย
แม้นกำปั่นใครซัดแลพลัดพราย มาถึงชายเกาะนี้มันดีใจ
ตะโกนก้องร้องเรียกกันมาพร้อม เข้าห้อมล้อมเรือแน่นแล่นไม่ไหว
มันฉุดคร่าเชือกเสายุดเพลาใบ ไปไม่ได้ติดตายเสียหลายลำ
มันสูบเลือดกินเล่นเป็นอาหาร ท้าวละมานพวกผีถลีถลำ
แต่กลางวันมันขยาดไม่อาจทำ แม้นพลบค่ำยืนเด่นให้เห็นตัว
แต่กินคนมานานประมาณแสน ทุกด้าวแดนเข็ดขยั้นออกสั่นหัว
แม้นเรือซัดพลัดเข้าจอดไม่รอดตัว ลูกค้ากลัวความขยาดไม่อาจเดิน ฯ
๏ ฝ่ายกำปั่นเทวสินธุ์นรินทร์ราช พอภาณุมาศลับเงาภูเขาเขิน
แล่นมาถึงเกาะใหญ่ริมชายเนิน ให้หนาวเกินกับฤดูทุกผู้คน
แต่บรรดากำปั่นสักพันเศษ ผิดสังเกตแต่ในจิตคิดฉงน
ลมก็คล่องว่องไวติดใบบน แล่นไม่พ้นชายหาดประหลาดใจ
พวกล้าต้าต้นหนคนทั้งนั้น ปรึกษากันหลากจิตคิดสงสัย
จะเกิดเหตุเภทพาลประการใด จึ่งทูลไทสามกษัตริย์ขัตติยา
กับไทท้าวเจ้าพาราชวาฉวี เหตุจะมีแม่นแท้แน่นักหนา
ทั้งหนาวเนื้อเหลือทนพ้นปัญญา อันเภตราอยู่กับที่แล่นมิเดิน
ลมก็ดีชักใบขึ้นใส่พร้อม จะแล่นอ้อมไปก็ตกกระหกระเหิน
ดูเหมือนคนฉุดไว้ริมชายเนิน จะขอเขิญอารักษ์อันศักดา
มาถามเหตุเภทภัยให้ประจักษ์ จะได้ทักทายไปในทิศา
สามพระองค์ทรงฟังทั้งพระยา เจ้าชวาเห็นพร้อมยอมด้วยกัน
แล้วให้ตั้งบายศรีที่บวงสรวง ตามกระทรวงสารพัดเร่งจัดสรร
เอาคนทรงลงมานั่งตั้งภิวันท์ บนก้นขันสาครร้องวอนไป
แล้วจุดธูปเทียนบูชากระยาสังเวย ทั้งนมเนยตามประเภทข้างเพทไสย
เราขอเขิญเทวาสุราลัย ที่อยู่ในเขาเขินเนินคีรี
มาเข้าทรงจะได้ถามเนื้อความท่าน ทุกฉ้อชั้นบรรพตาในราศี
ที่เหตุผลหนหลังอย่างคดี ขอภูมีรับสรวงเข้าบวงบน ฯ
๏ จะกล่าวถึงผีปีศาจที่อาจหาญ คือท้าวละมานรู้แจ้งแห่งนุสนธิ์
ว่าเขาตั้งเครื่องสรวงทั้งบวงบน วิ่งเข้าคนทรงสั่นยิงฟันพลาง
แล้วเหลือกตาว่าออเจ้าคนเหล่านี้ ลุกขึ้นชี้มือด่านัยน์ตาขวาง
ไม่รู้จักกูหรือไรในหนทาง กูจะล้างชีวันให้บรรลัย
อันตัวกูผู้เป็นเจ้าเกาะเหล่านี้ เองมานี่จะไปหนตำบลไหน
จงบอกความตามจริงทุกสิ่งไป กูนี้ไซร้เป็นเจ้าของท้องทะเล
เองเรียกมาว่ากระไรจะไต่ถาม จงแจ้งความจริงไปอย่าไพล่เผล
ท้าวปีศาจนึกนิยมสมคะเน จะคิดเพทุบายกินให้สิ้นเชิง ฯ
๏ ฝ่ายท่านท้าวเจ้าชวาอาณาเขต เธอแจ้งเหตุปีศาจเชื่อดูเหลือเหลิง
จำจะหาให้มันกินจนสิ้นเชิง พอรื่นเริงแล้วจะได้ไล่เอาความ
จึงวอนว่าข้าแต่เจ้าของเกาะ ช่วยสงเคราะห์ทางจะไปขอไต่ถาม
เอ็นดูเถิดชี้ให้จะไปตาม ให้สมความปรารถนาข้าทั้งปวง
แล้วท้าวไทให้ยกเอาเครื่องเซ่น สัตว์ที่เป็นต่างต่างมาวางสรวง
ทั้งเหล้าเข้มของกินสิ้นทั้งปวง มาบวงสรวงท้าวละมานให้ท่านกิน ฯ
๏ ฝ่ายปีศาจเห็นไก่น้ำลายหยด ด้วยความอดชื่นชมสมถวิล
แล้วจับไหใส่สุราออกมาริน ยกขึ้นกินกลอกหน้านัยน์ตาวาว
มือหนึ่งจับไก่ดิบหยิบกระชาก เอาใส่ปากเคี้ยวเหยอทั้งเรอหาว
จับเอาแพะฉีกเชือดเลือดออกพราว แลบลิ้นยาวเลียดูดพูดออกอึง
เรียกให้พวกบริวารทหารผี มาอึงมี่บนเภตราตาถลึง
ไม่เห็นตัวเป็นแต่เสียงสำเนียงอึง กินของซึ่งตั้งไว้หายไปพลัน
ทั้งแพะแกะไก่เหล้ากับข้าวของ ก็บกพร่องหมดเลี่ยนล่อนเชี่ยนขัน
กระดูกกระเดี้ยวเคี้ยวป่นไม่ทนฟัน แต่เสียงมันได้ยินสิ้นทุกคน
อันพวกมันที่มาไม่ปรากฏ ดูเหมือนปดกันเล่นไม่เห็นหน
เป็นแต่อ้ายคนทรงเดินวงวน แล้วขึ้นบนเก้าอี้นั่งชี้มือ
ท้าวรายาสามกษัตริย์จึ่งตรัสถาม มันแจ้งความมาแต่หลังจะฟังหรือ
เมื่อครั้งนางวัณฬามาหารือ จัดทูตถือสารไปให้แก่เรา
กับรูปวาดให้เรามาอาสาศึก แม้นสมนึกหวังใจจะได้เขา
จึ่งยกพวกพลละมานทหารเรา ไปเมืองเขาขึ้นประจบสมทบกัน
ยังมิได้รบพุ่งกรุงผลึก เวลาดึกฟังปี่ดีขยัน
ก็ระงับหลับใหลไปด้วยกัน มันจับพันธนาได้เอาใส่กรง
แล้วก็เอามาไว้ในเกาะนี้ สิ้นชีวีแหลกกระจุยเป็นผุยผง
เพราะอดอยากกรากตายอยู่ในกรง อ้ายคนทรงเล่าไปที่ในเรือ
ว่าดูราฝรั่งทั้งออแขก เองจะแยกไปข้างใต้หรือฝ่ายเหนือ
กูขอบใจเองให้เหล้าทั้งข้าวเกลือ อีกเนื้อเบื้อแกะไก่ให้กูกิน
หาไม่จะล่มกำปั่นทั้งพันเศษ ให้อาเพศแตกจมสมถวิล
แล้วจะได้ฉะเชือดสูบเลือดกิน เอาให้สิ้นแต่บรรดามาด้วยกัน
นี้พวกเองอ่อนน้อมมายอมเลี้ยง ไม่ทุ่มเถียงรบสู้เป็นคู่ขัน
จงเซ่นกูอยู่อีกสักสามวัน จะให้ปันของวิเศษทั้งเวทมนตร์
พรุ่งนี้เช้ามึงขึ้นไปที่ในเกาะ ช่วยกันเจาะของเอาไปจะให้ผล
คือจินดาที่ประสงค์ทั้งคงทน สำหรับตนแทงฟันไม่บรรลัย
เรียกว่าเพชรเจ็ดสีมณีโชติ อยู่บนโขดเขาเขินเนินไศล
แม้นรบศึกเอาแกว่งเป็นแสงไฟ เองเอาไปคงกระพันกันไพรี ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อนฤเบศเกศกษัตริย์ ได้แจ้งอรรถปรีดิ์เปรมเกษมศรี
แล้วพากันนั่งยามตามอัคคี อยู่ตามที่ในกำปั่นทั้งพันลำ
ที่หนาวเหน็บเจ็บเบาบรรเทาหาย ค่อยสบายผีช่วยชุบอุปถัมภ์
พอแสงจันทร์แจ่มกระจ่างน้ำค้างพรำ เรไรร่ำเฉื่อยเสนาะบนเกาะเกียน
จังหรีดเรื่อยเอื่อยเสียงสำเนียงแจ้ว วิเวกแว่วฝูงสัตว์ฉวัดเฉวียน
จักจั่นหวั่นหวาดดาษเดียร ฝูงกะเรียนร่อนร้องก้องกังวาน
ดุเหว่าแว่วแจ้วเจื้อยระเรื่อยร้อง ประสานซ้องบรรเลงวังเวงหวาน
สกุณากาสักในคัคนานต์ ไก่ประสานขานขันสนั่นครวญ
สุมาลัยไขกลิ่นระรินรส ดอกไม้สดบานพร้อมทั้งหอมหวน
กลิ่นตลบอบฟูเรณูนวล พระพายหวนหอมฟุ้งจรุงใจ
เสียงปีศาจครื้นครั่นสนั่นเกาะ บ้างกระเดาะปากเดินบนเนินไศล
ที่กู่ก้องร้องเรียกกันเพรียกไป บนเขาใหญ่ดินกลาดบนหาดทราย
ฝีโป่งป่ามาประชุมกันกลุ้มเกลื่อน ตะโกนเพื่อนกู่กันให้ผันผาย
เที่ยวเก็บหอยลอยกลาดบนหาดทราย ทั้งภูตพรายดาษดาริมสาชล
แต่ล้วนพวกผีดิบสักสิบแสน อเนกแน่นร้ายแรงทุกแห่งหน
เห็นแต่เงาหรุบหรู่คล้ายผู้คน ที่เดินบ่นพึมพำตามทะเล
เขาย่อมเรียกอธิบายว่าพรายน้ำ มันยึดลำกำปั่นให้หันเห
สีเหมือนไฟลอยล่องท้องทะเล สมคะเนบินขึ้นเพลาเสากระโดง
มิใช่พวกอื่นไกลอ้ายเหล่านี้ คือว่าผีเกาะใหญ่ที่ตายโหง
แม้นมันขึ้นไปได้ปลายกระโดง เรือก็โคลงจมไปเสียหลายลำ
คือปีศาจชายเขาอ้ายเหล่านี้ มันเป็นผีอดอยากถลากถลำ
คอยเรือลงตรงกรูเข้าจู่ทำ ยึดเอาลำเรือไว้บ้างป่ายปีน
ที่เขารู้ติดไฟขนไก่เผา แล้วก็เอาดาบฟาดขาดเป็นสีน
พวกที่มาแต่ลำพังฝรั่งจีน เห็นมันปีนขึ้นไปเอาไฟลน ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระเทวสินธุ์นรินทร์รัช ดึกสงัดจันทร์กระจ่างกลางเวหน
น้ำค้างย้อยพรอยพรายดังสายชล พระพายฝนมืดอับพยับโพยม
ดารากรอ่อนแสงเข้าแฝงเมฆ แสนวิเวกยามดึกเสียงฮึกโหม
จวนจะแจ้งแสงทองส่องโพยม พระทรงโฉมพลิกฟื้นตื่นไสยา
เชิญท้าวไทอัยการเจ้าตาเลี้ยง มานั่งเคียงตรองตรึกพลางปรึกษา
พอรุ่งแจ้งแสงสว่างกระจ่างตา เราจะพาขึ้นไปบนชายเนิน
หาแก้วเก็จเพชรดีมณีโชติ ที่บนโขดลำเนาภูเขาเขิน
ไปตั้งศาลอารักษ์แล้วชักเชิญ เจ้าที่เนินโขดเขาท้าวละมาน
แล้วสั่งเหล่าพวกพหลพลไพร่ ให้ตัดไม้เชิงเขาทำเสาศาล
เครื่องบวงสรวงเป็ดไก่จัดใส่จาน ทั้งคาวหวานเหล้ายาหาขึ้นไป
อีกโคแพะแกะเป็นได้เซ่นวัก อย่าช้านักแต่พอตรู่สุริย์ใส
เสนารับอัภิวันท์ด้วยทันใด มาเรียกไพร่พร้อมทั่วทุกตัวคน
ขึ้นตัดไม้ไผ่เกลาทำเสาศาล ดาดเพดานเสร็จไปให้ไพร่ขน
ตั้งของกินเครื่องสรวงจะบวงบน ช่วยกันขนมาพร้อมหอมขจร
เจ้าพวกผีวุ่นวายน้ำลายหยด เลียบบรรพตบ้างก็วิ่งบนสิงขร
ฝ่ายท่านท้าวเจ้าประเทศเขตนคร เสด็จจรจากบัลลังก์ที่นั่งทรง
สามพระหน่อนฤเบศเกศกษัตริย์ ก็รีบรัดขึ้นมาตามความประสงค์
ถึงเชิงผาแล้วให้หาเจ้าคนทรง มานั่งตรงหน้าศาลตั้งการพลี
จึงเชิญท้าวเจ้าละมานที่ย่านเกาะ แล้วก็เคาะรำมะนาเรียกหาผี
ปีศาจแว่วแก้วหูรู้คดี ก็เดินรี่แฝงเงาเข้าคนทรง
อ้ายแขกสั่นรันรำล้มคว่ำหงาย มือตะกายตีนตะกุยพลางคุ้ยผง
จึงลุกขึ้นยืนฟังแล้วนั่งลง อ้ายคนทรงพูดพลางทางครางครวญ
แล้วจึงว่าฮ้าฮ้ายอ้ายเหล่านี้ ใจมึงดีมีคุณไม่หุนหวน
เพราะมันถือซื่อแท้ไม่แปรปรวน กูจะชวนมึงไปให้ของดี
ท้าวรายาว่าเชิญรับเครื่องเซ่น จะได้เป็นที่รักเป็นศักดิ์ศรี
โดยประสงค์จงใจเป็นไมตรี ได้เป็นที่คำนับรับประทาน ฯ
๏ ฝ่ายท้าวผีปีศาจเป็นชาติยักษ์ หัวร่อคักปรีดิ์เปรมเกษมศานต์
จึงเรียกพวกบ่าวไพร่มิได้นาน มาล้อมศาลกินเล่นไม่เห็นตัว
ได้ยินแต่เสียงพูดกับดูดปาก กำลังอยากเคี้ยวขยอกนั่งกลอกหัว
กินแกะไก่ไม่เหลือทั้งเนื้อวัว พลางยิ้มหัวอิ่มเอมเกษมใจ
แล้วลุกขึ้นยืนหยัดดัดต้นขา กูจะพาไปแจ้งแถลงไข
ดูของดีชี้แจงให้แจ้งใจ เองมาไวเร็วหวาอย่าช้าที
แม้นแดดกล้าเอาไม่ได้เป็นไฟร้อน ที่สิงขรกายสิทธิ์ล้วนฤทธิ์ผี
เป็นสีแสงแดงรอบขอบคีรี ไม่เห็นที่มันอยู่เคืองหูตา
แล้วลุกเดินนำไปข้างท้ายเขา พลางบอกเล่าเวทมนตร์ดลคาถา
แล้วไปชี้ที่เพชรเม็ดจินดา ท้าวรายาให้เจาะจำเพาะรอย
ด้วยว่าแขกนั้นชำนาญในการเพชร แต่ละเม็ดชั่วดีเพราะมีฝอย
รู้ตำรามากมายเคยขายพลอย ถึงเล็กน้อยรู้แท้ไม่แชเชือน
แต่แก้วเก็จเพชรนี้เป็นที่ยิ่ง จะหาสิ่งใดเทียบเปรียบไม่เหมือน
พอเจาะเข้าเขาใหญ่ไหวสะเทือน แผ่นดินเลื่อนลั่นโห่เป็นโกลา
พยุพยับอับฟ้าโกลาหล เป็นหมอกมนมืดมิดทุกทิศา
ด้วยอำนาจของดีมีราคา ดวงจินดาของคู่ผู้มีบุญ
พอลุกจากเพิงผาหน้าบรรพต ก็ปรากฏแสงสลับดั่งทรัพย์หนุน
สว่างช่วงดวงมณีเพชรมีคุณ สำหรับบุญเทวสินธุ์นรินทร
โตเท่าผลมะปรางทองละอองศรี น้ำมณีเรืองจำรัสประภัสสร
สามกษัตริย์ยินดีชุลีกร จึงวิงวอนผีท้าวเจ้าละมาน
ว่าข้าแต่ท่านท้าวผู้เจ้าเกาะ ท่านสงเคราะห์พันผูกดั่งลูกหลาน
พระคุณล้ำดินฟ้าสุธาธาร ข้อรำคาญท่านมีจงชี้แจง
ข้าพเจ้าขอสนองที่ข้องขัด จะปรนนิบัติตามประสงค์จงแถลง
ขอเชิญท่านบอกกล่าวเล่าแสดง จะชี้แจงรับรองสนองคุณ ฯ
๏ อ้ายคนทรงจึ่งว่าถ้าเช่นนั้น จงช่วยกันทำกุฏิ์พออุดหนุน
เอาศพฝังครั้งนี้จะมีคุณ แล้วทำบุญส่งไปให้แก่เรา
จึงจะได้ไปเกิดเป็นมนุษย์ ประเสริฐสุดไปให้สิ้นจากถิ่นเขา
อันซากศพพวกพ้องพี่น้องเรา อยู่หลังเขามันเอาใส่ไว้ในกรง
เพราะมันขังทั้งหลายตายด้วยอด แม้นปล่อยปลดเปลื้องธุระอย่างประสงค์
เอากระดูกขุดออกเสียนอกกรง นั้นแหละคงพ้นทุกข์เป็นสุขใจ
อ้ายคนทรงพาตรงไปหลังเขา แล้วว่าเจ้าดูแลช่วยแก้ไข
สามกษัตริย์ท้าวชวาพากันไป ทั้งพลไพร่เสนาประชาชน
เห็นกรงเหล็กเรียงรายอยู่ท้ายเกาะ บังหักเดาะช่วยกันแย่งทุกแห่งหน
เอาขวานฟันกรงประลัยทั้งไพร่พล ช่วยกันขนซากศพบ้างกลบดิน
แล้วปักไม้เป็นหลังคาเอาผ้าคาด พวกปีศาจชื่นชมสมถวิล
บ้างพ้นทุกข์สุขาไปหากิน บ้างก็สิ้นกรรมตนทนทรมาน ฯ
๏ ฝ่ายท้าวผีที่เข้าคนทรงนั้น เดินเหียนหันอิ่มเอมเกษมสานต์
แล้วว่าท่านเหล่านี้ปรีชาชาญ ช่วยรำคาญเราได้ดังใจปอง
จงกลับไปเภตราทั้งข้าเจ้า อยู่จะหนาวมัวมนรีบขนของ
รีบใช้ใบไปเหมือนนึกที่ตรึกตรอง อยู่จะต้องติดชลในวนวัง
อันตัวเรานี้หนาจะลาแล้ว ไปจากแถวถิ่นนี้พ้นที่ขัง
เป็นสิ้นกรรมพัวพ้นอนันตัง คนทรงนั่งผีออกไปนอกกาย ฯ
๏ สามกษัตริย์ท้าวชวาพาพหล จรดลรีบไปดั่งใจหมาย
ลงกำปั่นพร้อมข้าเสนานาย ให้ผันผายจากที่ด้วยปรีดิ์เปรม
เรือที่นั่งดั้งกันเป็นหลั่นลด แล่นไปหมดสิ้นทุกข์สุขเกษม
ไม่ขัดขวางนทียิ่งปรีดิ์เปรม พระอิ่มเอมด้วยจินดาค่าบุรินทร์
แล่นกำปั่นบรรดาโยธาหาญ แสนสำราญใช้ใบในกระสินธุ์
ชมหมู่สัตว์มัจฉาฝูงนาคินทร์ บ้างโดดดิ้นในมหาสาคโร
ฝูงมังกรคาบแก้วแววสว่าง บ้างฟาดหางเรียงรายบ้างว่ายโผ
ที่เลื้อยไล่ในมหาสาคโร ตัวโตโตมิใช่น้อยนับร้อยพัน
ฝูงเหราน่ากลัวหัวเป็นเขา บ้างว่ายเคล้าแว้งวัดสะพัดผัน
ฝูงเงือกงูดูงามเลื้อยตามกัน บ้างดำดั้นผุดพ่นชลธี
พวกม้าน้ำทำท่าเหมือนม้าเผ่น ขึ้นโดดเต้นในกระสินธุ์ถิ่นวิถี
ฝูงช้างน้ำดำด้นชลธี พระภูมีสามกษัตริย์ทัศนา
เรือก็แล่นใบสล้างมากลางหน พอสุริยนลับไปในเวหา
ศศิธรจรกระจ่างกลางนภา ดวงดาราพรอยพร่างน้ำค้างพรม
พวกพหลพลไพร่ในกำปั่น เกษมสันต์พร้อมกันสิ้นกินขนม
เจ้าพวกคิดถึงเมียเสียอารมณ์ ลงนั่งตรมตรอมอุรานัยน์ตาปรอย
เพื่อนเขากินข้าวปลาค่อยผาสุก ตัวเป็นทุกข์เต็มประดานั่งหน้าจ๋อย
โอ้ป่านนี้เมียเราเขาจะคอย คิดก็น้อยใจนายหลายประการ
ไม่พอที่จะลำบากต้องจากถิ่น ให้เมียดิ้นวุ่นวายหลายสถาน
นึกละห้อยน้อยจิตคิดรำคาญ แม้นจ้างวานใครเสียได้กูไม่มา
เมื่อไรเลยจะได้กลับไปดับร้อน เมียจะนอนโดยดิ้นถวิลหา
เป็นจำใจจำจนพ้นปัญญา เวทนามาในเรือเห็นเหลือจน
แม้นทางป่ากูจะหนีไปลี้ลับ แล้วจะกลับเดินไปในไพรสณฑ์
ถึงมุลนายเขาจะรู้ก็สู้ทน ผิดก็ขวนขวายทรัพย์ไว้รับรอง
แต่บรรดาเมียมีคิดหนีหมด แสนรันทดไม่บรรเทาที่เศร้าหมอง
นั่งกอดเข่าเร่าร้อนบ้างนอนตรอง บ้างเข้าห้องโงกหงับลงสับเงา
เรือก็แล่นลมพัดปัดตะโพก ขย่อนโขยกเต็มใบลมชายเขา
ไม่ขัดขวางทางไปในสำเภา ทั้งน้ำข้าวเครื่องเสบียงพอเลี้ยงพล
ก็เกือบถึงมรรคาลังกาทวีป พลางแล่นรีบเร็วรัดไม่ขัดสน
พวกเรือไฟไขสลักใช้จักรกล ให้รีบร้นข้ามฝั่งไปลังกา
ด้วยอำนาจแก้วเก็จเพชรรัตน์ สว่างชัดรุ้งร่วงช่วงเวหา
ถึงพลบค่ำย่ำแสงพระสุริยา เรือที่มาเห็นสว่างดั่งกลางวัน
ด้วยอำนาจจินดามหาวิเศษ สำแดงเดชฤทธีดีขยัน
บรรดาเรือมาประชุมทั้งคุ้มกัน สารพันโรคาไม่ยายี ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ