ตอนที่ ๙๕ พระมังคลากับพระบาทหลวงยกทัพเข้าตีเมืองปากน้ำ

๏ จะกล่าวฝ่ายสังฆราชพระบาทหลวง ลงนั่งง่วงอยู่ที่ท้ายชายเฉลียง
กับมังคลาสานุศิษย์นั่งคิดเคียง แล้วก็เรียงรายกันเป็นหลั่นไป
บาทหลวงเฒ่าเจ้าเล่ห์จึ่งเสแสร้ง แล้วชี้แจงหลอกถามตามสงสัย
เองจะคิดรอญรานสถานใด จงเล่าให้กูฟังอย่าบังกัน
จะรบรับทัพไทยอย่างไรหวา ด้วยปัญญาเรี่ยวแรงแข็งขยัน
หรือความรู้มนตราสารพัน จะป้องกันศัตรูหมู่ไพริน ฯ
๏ ท้าวโกสัยได้ฟังสังฆราช แกเกรี้ยวกราดเอาแต่ได้ดั่งใจถวิล
จึงตอบคำธรรมดาทุกธานินทร์ ไม่รู้สิ้นคนดีมีปัญญา
จะต้องคิดการอุบายให้หลายอย่าง ดูท่าทางกลศึกคอยปรึกษา
ที่จะคิดการใหญ่ในลังกา เอาปัญญาข้าพเจ้าไม่เข้าที
สุดแต่ท้าวเจ้าคุณเป็นแม่ทัพ จะบังคับมากน้อยไม่ถอยหนี
คงจะเป็นเกือกทองรองธุลี กว่าชีวีข้าจะวายทำลายลาญ ฯ
๏ บาทหลวงฟังสังรเสริญท้าวโกสัย กูขอบใจที่มึงรักสมัครสมาน
กับลูกเขยผูกพันในสันดาน คงเป็นการจริงแล้วหวาอย่าปรารมภ์
อันลังกาธานีบุรีรัตน์ กูเห็นชัดมาแต่ครั้งปางประถม
ที่พวกไทยจะเข้ามาสมาคม เห็นไม่สมควรคู่จะอยู่ครอง
พระเยซูผู้เป็นเจ้าไม่เข้าด้วย ใครเอออวยให้มันเอาเป็นเจ้าของ
อ้ายสองท้าวช่วยกันทำแต่ลำลอง กูตรึกตรองการอุบายหลายกระบวน
ครั้นจะนิ่งไว้ช้าปัจจามิตร มันจะคิดหมกมุ่นทำหุนหวน
ฉวยเสียทีการใหญ่ต้องใคร่ครวญ การก็จวนเข้าวสันต์จะกันดาร
ครั้นจะคอยห้าเมืองเรื่องเองว่า เห็นจะช้าการไปหลายสถาน
ทั้งข้าศึกก็จะแข็งแรงรำคาญ ฉวยเนิ่นนานหน้าฝนสิจนใจ
แกจึงสั่งมุลนายฝ่ายทหาร ให้เตรียมการดูแลจะแก้ไข
จงจัดแจงแต่งพลสกลไกร ให้แล้วในสามวันดั่งสัญญา
จะยกไปตีด่านเป็นการร้อน อย่านิ่งนอนตรวจกันให้ทันหนา
เรียกเมื่อไรพร้อมกันดั่งบัญชา ใครเลื่อยล้าโทษมึงจะถึงตาย
เอาตามบทกฎหมายเมืองฝรั่ง เอาตัวขังฆ่าริบให้ฉิบหาย
จงบอกกันให้ทั่วทุกตัวนาย เร่งจัดจ่ายปืนผาบรรดามี
บาทหลวงนั่งสั่งถ้วนกระบวนทัพ แล้วจึ่งนับฤกษ์ยามตามดิถี
หยิบตำรามาพลันด้วยทันที แล้วก็คลี่ดูพลางเหมือนอย่างเคย
เห็นวันดีสี่ค่ำจะทำศึก ให้สมนึกเดชะบุญเจ้าคุณเอ๋ย
ขอเดชะยะโฮวาอย่าละเลย ด้วยข้าเคยสอนสั่งอยู่ลังกา
เป็นเหตุด้วยประจามิตรมาคิดร้าย จึ่งวุ่นวายเสียชาติศาสนา
ขอให้พระวิญญาณช่วยด้วยสักครา ให้ปัจจามิตรวายทำลายลาญ
แกตั้งจิตอธิษฐานการฝรั่ง ตีระฆังวังเวงเพลงประสาน
แล้วจดหมายไว้ให้เห็นเป็นพยาน ปิดที่บานประตูตึกยังตรึกตรอง ฯ
๏ กษัตริย์สามองค์ท้าวเข้าไสยาสน์ ขึ้นบนอาสน์ตึกใหญ่พระทัยหมอง
แต่มังคลาสานุศิษย์เธอคิดปอง จะตรึกตรองแก้ไขฉันใดดี
แต่ทำศึกคนตายเสียหลายแสน เอาเขตแตนก็ไม่ได้ต้องไพล่หนี
เป็นหลายครั้งตั้งแต่มารบราวี ก็เสียทีย่อยยับอัปรา
แกยังขืนจะมาชิงเอาสิงหล แต่ผู้คนพลัดพรายตายนักหนา
จนน้องหลานเขาก็เบื่อเหลือระอา เพราะปัญญาแกมันมากต้องยากเย็น
เมื่อครั้งครองลังกาก็ผาสุก ให้ไปรุกรบวุ่นจนขุ่นเข็ญ
ต้องพลัดพรากจากพาราน้ำตากระเด็น ใครเขาเป็นอย่างนี้ไม่มีเลย
แต่ตกยากแล้วมิหนำมาซ้ำแยก อกจะแตกเสียแล้วหนาเจ้าข้าเอ๋ย
มิตามใจแกก็ด่าว่าเฉยเมย นิจจาเอ๋ยแสนเข็ญไม่เว้นวัน
ลงนอนหงายก่ายนลาฏอนาถนึก ทรวงสะทึกแสนวิโยคให้โศกศัลย์
ตั้งแต่มาอยู่ในเขาเจ้าประจัน จะหาวันว่างสบายก็ไม่มี ฯ
๏ ฝ่ายโฉมนุชบุษบงอนงค์นาฏ นึกประหลาดในวิญญาณ์มารศรี
ด้วยองค์พระมังคลาผู้สามี เออวันนี้เป็นไฉนไม่ไสยา
แล้วก็ไม่ดำรัสตรัสประภาษ นึกอนาถในจิตกนิษฐา
จึ่งเข้าไปใกล้กษัตริย์ภัสดา นางวันทาทูลถามไปตามแคลง
พระประชวรโรคภัยไฉนหนอ จะเรียกหมอมาพลีตีแสลง
ถวายยาสารพันได้จัดแจง โดยตำแหน่งที่รักษาพยาบาล ฯ
๏ ฝ่ายพระมิ่งมังคลานราราช เห็นนุชนาฏบุษบงก็สงสาร
จึ่งตรัสว่าไม่สบายหลายประการ เพราะอาจารย์แกทำขุ่นออกวุ่นวาย
จนเสียญาติขาดตระกูลประยูรยศ ไม่เป็นบทดูเหมือนบ้าเที่ยวค้าขาย
มีแต่เรื่องขาดทุนออกวุ่นวาย เพราะอุบายครูเฒ่าของเราเอง
เหมือนคราวครั้งเมื่อจะมาแกด่าแช่ง ว่าเราแกล้งปิดโกงทำโฉงเฉง
ตั้งกองด่าอยู่จนดึกออกครึกเครง เพราะเราเกรงบาปกรรมต้องตามใจ
แต่ชีวิตแทบจะตายก็หลายครั้ง เที่ยวเซซังไปหาที่อาศัย
พอเสื่อมสร่างบางเบาบรรเทาใจ แกมิให้อยู่ช้าถึงห้าปี
วันที่สี่ค่ำกำหนดจะให้ยก เป็นทัพบกตีด่านชานกรุงศรี
เมื่อแตกทัพกลับมาเจ็ดราตรี ไม่รู้ทีว่าจะนึกจะตรึกตรอง ฯ
๏ ฝ่ายโฉมนุชบุษบงอนงค์นาฏ เชิงฉลาดแล้วประมูลทูลฉลอง
ทำป่วยไข้ให้รู้ดูทำนอง จะตรึกตรองที่ในการสถานใด ฯ
๏ ป่างพระจอมมังคลานราราช ฟังนุชนาฏทูลพร้องสนองไข
เธอเห็นจริงสิ่งนี้ดีพระทัย จึงตอบไปว่าพี่เขลาเบาปัญญา
เจ้าชักนำสำนวนควรจะเชื่อ เห็นดีเหลือจริงแล้วมิตรกนิษฐา
เจ้ารีบไปบอกกล่าวท้าวพ่อตา แจ้งกิจจาว่าเราเจ็บเป็นเหน็บเย็น
ให้ไปแจ้งสังฆราชเหมือนมาดหมาย ดูแยบคายโดยทำนองพี่ตรองเห็น
ที่การทัพดับร้อนค่อยผ่อนเย็น เจ้าคิดเห็นดีแท้ได้แก้ตัว ฯ
๏ ฝ่ายโฉมนุชบุษบงอนงค์สมร นำสุนทรแล้วค่อยย่องจากห้องผัว
ไปทูลท้าวทั้งสองทำหมองมัว โปรดตามตัวหมอเข้าไปข้างในพลัน
แล้วให้เชิญกูวไนยไปทั้งสอง ที่ในห้องตึกใหญ่เชิญผายผัน
ประชวรไข้เหน็บชามาห้าวัน พระองค์สั่นจับหนาวทั้งเช้าเย็น
แล้วโปรดเชิญสังฆราชไปอาสน์รัตน์ สามกษัตริย์หน่อไทอยากใคร่เห็น
ช่วยระงับดับร้อนให้ผ่อนเย็น จะได้เห็นโรคาพยาบาล ฯ
๏ ท้าวรายาโกสัยพระทัยหาย ก็ผันผายไปแสดงแถลงสาร
บอกสามหน่อขัตติยากับอาจารย์ ให้แจ้งการโรคาที่ยายี
บาทหลวงฟังนั่งอึ้งตะลึงคิด เป็นไข้พิษเจ็บจุกหรือถูกผี
นั่งเสียได้ไม่มากล่าวเล่าคดี พลางไปที่ห้องในที่ไสยา
ทั้งสามหน่อวรนาถกับบาทหลวง ครรไลล่วงเข้าในห้องพลางมองหา
ฝ่ายโฉมยงองค์พระมังคลา ชักเอาผ้าคลุมประทมทำซมเซา ฯ
๏ บาทหลวงว่าฮ้าเฮ้ยเองเจ็บไข้ เป็นอย่างไรไม่รู้มาอยู่เขา
หรือจะเป็นปีศาจมันกราดเอา แต่ก่อนเก่าอยู่เป็นสุขทุกเวลา
เป็นเคราะห์กรรมทำกระไรไฉนหนอ มาเกิดก่อเจ็บไข้อย่างไรหวา
จะยกไปตีด่านชานชลา เองก็มาเจ็บไข้ไม่ได้การ ฯ
๏ พระมังคลาว่าเจ้าคุณการุญรัก จงหยุดพักรั้งรอแต่พอหลาน
ค่อยเสื่อมโศกโรคภัยในสันดาน จึ่งคิดอ่านยกไปตีให้มีชัย ฯ
๏ บาทหลวงว่าถ้าเองยังมิหาย การอุบายข้าศึกจะนึกไฉน
ฉวยมันยกยุ่งยิ่งมาชิงชัย จะไว้ใจได้หรือมึงถือดี
จำจะยกวกไปใส่เอาก่อน จะมานอนนิ่งถือเหมือนฤๅษี
ถึงเอ็งเจ็บจริงหวาพ่อตามี ยกไปตีก่อนไม่ได้หรือไรนา
กูกำหนดฤกษ์ตีวันสี่ค่ำ จะตั้งทำพิธีดีนักหนา
จะให้เข้าตีด่านชานชลา อ้ายพ่อตามึงทั้งสองไปลองดู
เอาลูกชายเอ็งกำกับเป็นทัพหนุน เดชะบุญไล่ต้อนให้อ่อนหู
แม้นเข้าได้สมหวังพังประตู ช่วยกันกรูเข้าในด่านชานบุรินทร์
มึงเจ็บไข้ใจคอยังท้อแท้ อยู่กับแม่รักดุเหว่าเฝ้าถวิล
พลางลุกจากห้องมาศาลาดิน เรียกมาสิ้นแต่บรรดาเสนานาย
กับสองท้าวเข้ามาแล้วว่าขาน ไปตีด่านให้เหมือนจิตกูคิดหมาย
อ้ายลูกเขยจับไข้ไม่สบาย มึงเป็นฝ่ายทัพหน้าปรึกษากัน
วันพรุ่งนี้จะไปตีเมืองปากน้ำ จงคิดทำต่อแย้งให้แข็งขัน
แม้นทัพไหนแตกมาจะฆ่าฟัน ยกให้ทันฤกษ์ดีในสึ่โมง
แกสั่งเหล่าเสนาโยธาทัพ เสียงออกคับศาลาด่าออกโผง
ราวกับไฟไหม้ข้าวสุกลุกออกโพลง เสียงโขมงคับศาลาหน้าคิรี
ให้เตรียมทัพนับหมื่นถือปืนผา แขกชวากับพหลพลกาหวี
ทั้งเสนาไพร่พลพวกมนตรี วันพรุ่งนี้พร้อมกันเหมือนสัญญา
แม้นใครขาดราชการอาญาทัพ บทบังคับชีวังถึงสังขาร์
เอาเชือกมัดรัดคอให้มรณา ตามอาญาข้างฝรั่งไม่ฟังกัน ฯ
๏ ครั้นสั่งเสร็จกลับหลังขึ้นยังตึก คิดการศึกร่ำไปจนไก่ขัน
แล้วนึกแค้นมังคลาด่าเป็นควัน ควรหรือมันมาเจ็บเป็นเหน็บเย็น
เพราะอีเมียมาด้วยจึ่งป่วยไข้ กูเข้าใจบาดแผลพอแลเห็น
เพราะมันถึงหวานนักจึ่งมักเป็น เหมือนกับเช่นได้อีแก่ก็แปรปรวน
แต่ไม่ถึงเจ็บไข้เพราะไม่สาว เป็นคราวคราวมันนึยมเหมือนลมหวน
ถูกอีนี่มันเป็นสาวเจ้ากระบวน มันยียวนเอาจนเจ็บเป็นเหน็บชา
ก้าแม้นมิจำกัดอีนี่เสีย จะคลอเคลียเมามันเพราะตัณหา
เห็นไม่หายคลายเจ็บที่เหน็บชา จะเอายาอย่างไรให้มันกิน
แล้วการทัพการไข้เห็นไม่เสร็จ เหมือนเอาเบ็ดโยนไปในกระสินธุ์
ที่ไหนฝูงมัจฉาจะมากิน เพราะว่าสิ้นเหยื่อเกี่ยวไม่เหลียวแล
อ้ายมังคลาฝาหรั่งเคยตั้งแต่ง จะแอบแฝงนอนครางอยู่ห่างแห
ที่ไหนคนเหล่านั้นจะผันแปร กูจะแก้เห็นไม่สมอารมณ์ปอง
พลางลุกมาหน้าประตูฃู่สำทับ ยังนอนจับไข้วุ่นจนขุ่นหมอง
อันการทัพการศึกไม่ตรึกตรอง มาเข้าห้องกอดอีเมียจะเสียการ
จนเจ็บไข้กายสั่นเพราะตัณหา จะมาพากันเศร้าต้องร้าวฉาน
แม้นมิไล่อีเมียจะเสียการ ไปเมืองบ้านมันเสียก่อนคิดผ่อนปรน
แม้นขืนอยู่ด้วยกันตะบันโรค จะวิโยคยากใจไม่เป็นผล
เองขืนอยู่กับอีเมียจะเสียตน เร่งคิดขวนขวายไปให้ไกลกัน
โรคคงหายคลายแท้แน่เหมือนว่า กินหยูกยาดับร้อนพอผ่อนผัน
นี่อีแม่รักสะเออะเจ๋อเจ๊อครัน เข้าพัวพันโรคาจึ่งยายี
เร่งเอาไปส่งเสียอีเมียเอก อย่าโหยกเหยกห่วงใยในวิถี
ได้สิงหลแล้วจึ่งพามาธานี ตั้งเป็นที่มเหเสือตามเชื้อวงศ์ ฯ
๏ ฝ่ายพระมิ่งมังคลานราราช ฟังพระบาทหลวงขู่ดูแกหลง
เอาแต่ใจของตนพูดวนวง เหมือนคนทรงผีสิงวิ่งกระเซอ
มันน่าเกลียดเต็มประดาเหมือนบ้าเลือด ไม่รู้เหือดน่าชังยังเผยอ
แกพูดจาเบียดเสียดขี้เกียจเออ ครั้นหาวเรอตามไปก็ใช่ทาง
แล้วตอบว่าถ้าเจ้าคุณจะขับไล่ ฉันก็ไม่ทานทัดไม่ขัดขวาง
แต่จะต้องให้บิดาเขาพานาง การมิค้างหรือที่ศึกนึกอย่างไร
แกจึ่งว่าอย่าให้มันไปด้วย เอาไว้ช่วยดูแลคิดแก้ไข
ให้แต่พวกบ่าวข้าพามันไป ก็จะได้ดอกหนาหวาปัญญากู
พระมังคลาว่าเช่นนั้นฉวยเกิดเหตุ แม้นอาเพศเดือดร้อนมิอ่อนหู
แกว่าช่างมันเป็นไรทำไมกู ทำไม่รู้ไม่เห็นจะเป็นตาย
ช่างหัวมันเป็นไรไปกับบ่าว จะว่ากล่าวใครเขาทำให้คว่ำหงาย
มึงอย่าพูดเกเรเพทุบาย ใช่มุลนายเป็นเมียเสียอะไร
แม้นมิคิดผ่อนผันให้มันห่าง โรคจะสร่างเสื่อมคลายหายที่ไหน
เองจะนั่งอยู่กับหญิงไม่ชิงชัย มันจะได้เมืองหรืออย่าถือดี
ทำไมกับลูกเมียแม้นเขี่ยไค้ มันคงได้สมรักสมศักดิ์ศรี
ชนะศึกตรึกตราสักห้าปี รูปดีดีงามงามสักสามพัน
ไล่ไปเสียเมียนี้หนาพาให้เจ็บ พวกอีเล็บยาวยาวอีสาวสรรค์
เป็นห่วงใยไปข้างหน้าสารพัน ไม่เป็นอันคิดอ่านการสงคราม ฯ
๏ พระมังคลาว่าเจ้าคุณการุญรัก จะหาญหักเอาแต่ได้ขอไต่ถาม
ด้วยพ่อเขาเอามาใช้ในสงคราม จะมีความน้อยใจไม่ได้การ
แกว่าช่างมันเป็นไรเหมือนไม้สัก เอามาจักกลึงเกลาใช่เผาผลาญ
ทำไมกับเครื่องสะเก็ดสำเร็จการ เอาพร้าขวานผ่าใส่คงไหม้โชน
จะไปนั่งเกรงใจทำไมหวา เราย้ายท่าให้เหมือนเช่นเขาเล่นโขน
การนินทาอย่าปรารมภ์เหมือนตมโคลน ผิดก็โจนลงในน้ำมันร่ำไป
พระมังคลาว่าเขาช่วยเป่าปัด ปรนนิบัติหยูกยาได้อาศัย
แต่พอโรคบางเบาบรรเทาใจ จึ่งจะให้เขาพาพะงางาม ฯ
๏ บาทหลวงด่าว่าอุแหม่พูดแก้ไข จะเอาไว้ทำกรรมอ้ายซำสาม
จนโรคไม่รู้สร่างเพราะนางงาม จนเสียความย่อยยับอัปรา
เพราะอีนี่มิหนำตัวซ้ำเจ็บ ยังจะเก็บเอาไว้กรอล่อตัณหา
ใครขืนคว่ำจำใจให้เอามา นั่งลอยหน้าดัดจริตทำปิดบัง
ชะนางแม่รักดุเหว่านั่งเฝ้าผัว มาเปียปัวจนมันยุ่งออกนุงถัง
มึงจะคิดอย่างไรจะใคร่ฟัง หรือจะนั่งอ่อนคอเฝ้าคลอเคลีย
ไม่ห่างผัวตัวนางมิ่งมเหสี ไปบุรีเสียเถิดหวาอย่าให้เสีย
ที่การทัพคับใจเหมือนไฟเลีย มันเป็นเมียเขาก็รู้อยู่ทุกคน
ที่เจ็บปวดรวดร้าวลงคราวนี้ มเหสีหรือมิใช่มันให้ผล
ถ้าแม้นขืนอยู่กับเมียจะเสียคน คงจะป่นปี้ไปไหนจะคลาย
ถึงมดหมอที่จะมารักษาเจ้า มันก็เปล่าเสียยาพาฉิบหาย
มึงอย่าทำเกเรเพทุบาย คิดผันผายเอาไปส่งลงเภตรา
พรุ่งนี้เช้ากูจะยกทัพบกก่อน ไม่เจ็บร้อนหรือกระไรไฉนหวา
แต่ทุกข์ทนได้ยากลำบากมา ก็หมายว่าจะมาตีบุรีคืน
มึงก็มาเจ็บไข้ให้ลำบาก กูเหนื่อยยากเต็มประดาเหลือฝ่าฝืน
เพราะหมายมึงเป็นที่หวังได้ยั่งยืน จะได้คืนเมืองลังกาของตายาย
แกด่าพลางทางลุกไปจากห้อง พอแสงทองจวนจะสางสว่างฉาย
แกเที่ยวเดินเสือกสนกระวนกระวาย เรียกไพร่นายแสนยาพลากร
กับสองท้าวเข้ามาปรึกษาสั่ง ดูกำลังทวยหาญชาญสมร
เป็นทัพหน้าพาพหลพลนิกร เข้าราญรอนตีปากน้ำที่สำคัญ
อันตัวกูจะกำกับเป็นทัพหลวง จะคอยล่วงดับร้อนคิดผ่อนผัน
แล้วได้ทีตีกลมระดมกัน เอาให้มันแตกพ่ายกระจายพัง ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์พระมังคลาราช ไม่ไสยาสน์นึกในพระทัยหวัง
เห็นวุ่นวายฟั่นเฝือเหลือกำลัง ไม่ยับยั้งตรึกตราระอาจริง
แกคิดเห็นแต่จะได้เพราะใจโลภ ความละโมภเต็มที่ดั่งผีสิง
แต่เอาคนมาลำบากเหมือนทากปลิง เที่ยวเกาะนิ่งล้มตายเสียหายพัน
แกยังขืนวุ่นวายจะไปรบ เขาสมทบทุกประเทศทั่วเขตขัณฑ์
ตั้งแต่ไปรบรุกเข้าบุกบัน แทบชีวันจะไม่รอดตลอดมา
แต่ครั้งนี้มิไปให้ได้ยาก แสนลำบากชีวังจะสังขาร์
จึ่งต้องทำป่วยเจ็บเป็นเหน็บชา แกก็ด่ามากมายหลายประการ
แม้นจะไปรบสู้เป็นธูระ ไม่ชนะเขาจริงหนาเหมือนว่าขาน
ถึงแก่ด่าก็ต้องรับอัประมาณ ดีกว่าการจะไปตายวายชีวง
พระตรึกตรองต้องครางเหมือนอย่างไข้ บาทหลวงไปด่าเปรี้ยงแทบเสียงหลง
เป็นกระไรไข้พิษจะปลิดปลง กอดอนงค์ไว้สิหวาอ้ายบ้ากาม
แกเคืองขุ่นหุนหันให้หมั่นไส้ แต่นี้ไปแสนเกลียดขี้เกียจถาม
พลางลุกออกจากประตูแล้วดูยาม ยังอีกสามนาทีจะสี่โมง
แกเร่งเรียกพวกพหลพลรบ มาสมทบทัพชวาด่าโขมง
เอิกเกริกฤกษ์ดีจะสี่โมง ยิงปืนโผงผางผึงเสียงตึงตัง
เดินกระบวนถ้วนทั่วตัวทหาร ก้องสะท้านเต็มประดาทัพหน้าหลัง
ออกจากเขาเจ้าประจันสนั่นดัง บาทหลวงนั่งบนรถบทจร ฯ
๏ สารถีตีม้าอาชาชาติ เผ่นผงาดรีบออกนอกสิงขร
กระบวนบกยกอ้อมล้อมนคร พลนิกรนับแสนแน่นอนันต์
ถือปืนตับคาบชุดอาวุธพร้อม เข้าแวดล้อมรบสู้เป็นคู่ขัน
พวกที่ถือแหลนหลาวทั้งเกาทัณฑ์ เหน็บกริชสั้นหอกซัดเดินอัดแอ ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายนายด่านเมืองปากน้ำ คนประจำเรียงรายชายกระแส
เห็นข้าศึกเยียดยัดมาอัดแอ ไปทูลแก่จอมนรินทร์ปิ่นประชา ฯ
๏ ป่างพระศรีสุวรรณวงศ์ดำรงภพ ขจรรบเรืองฤทธิ์ทุกทิศา
ครั้นทราบข่าวข้าศึกพระตรึกตรา พลางปรึกษาพระเจ้าหลานในว่านเครือ
ว่าบัดนี้ข้าศึกกับฮึกหาญ ล้อมปราการรอบรายทั้งใต้เหนือ
พระสั่งให้นายทัพสำหรับเรือ ขึ้นมาเจือทัพบกจะยกไป
แล้วตรัสกับหน่อนรินทร์สินสมุทร เจ้ารีบรุดออกทางท่าชลาไหล
สุดสาครต้อนพหลสกลไกร ยกออกไปทางบกวกถึงกัน
หัสไชยไปตั้งอยู่ข้างเหนือ เอาคนเจือนายไพร่รีบผายผัน
วลายุดาวายุพัฒน์หัสกัน ทั้งสามนั้นออกไปอยู่บูรพา
อันตัวเราเล่าจะไปข้างทักษิณ พร้อมกันสิ้นเผ่าพงศ์พระวงศา
แล้วตรัสถามครูพักตร์จักรา ว่าท่านอาจารย์เจ้าช่วยเป่ามนต์
ตามวิธีที่ได้รู้ดูกำกับ จงแต่ทัพไว้ให้ทั่วตัวพหล
จงประสิทธิ์ฤทธิ์เดชข้างเวทมนตร์ ให้คงทนแคล้วคลาดซึ่งสาตรา ฯ
๏ ฝ่ายอาจารย์ผู้ชำนาญทางกสิณ เอาขมิ้นมาเสกลงเลขผา
แจกไปทั่วตัวคนเป่ามนตรา ตามตำราที่ได้รู้ทั้งอยู่คง
แล้วว่าท้าวเจ้าแผ่นดินปิ่นพิภพ จะออกรบโดยหวังอย่างประสงค์
คงมีชัยอานุภาพปราบณรงค์ ดังพระองค์คิดไว้คงได้การ
ต่อสองโมงฤกษ์ดีกรีธาทัพ ออกคอยรับข้าศึกที่ฮึกหาญ
จัดพหลพลขันธ์ประจัญบาน ออกข้างด้านหรดีจะมีชัย ฯ
๏ จะกล่าวถึงมังคลานราราช นึกถึงบาทหลวงด่าไม่ปราศรัย
จึงจัดแจงแต่งพลสกลไกร ยกตามไปโดยพลันมิทันนาน
แต่จำเป็นจำใจไปด้วยแค้น แกด่าแสนเจ็บอายหลายสถาน
ครั้นมิไปเล่าก็ได้เป็นอาจารย์ จะเดือดดาลสักเท่าไรในอุรา
ต้องนิ่งไว้ในจิตถึงผิดชอบ ตามระบอบกลัวจะขาดศาสนา
ต้องยกทัพดับความตามออกมา พอสุริยาเย็นคล้ำในอัมพร
เดินกระบวนถ้วนทั่วตัวทหาร ออกจากด่านเชิงชะวากปากสิงขร
ฝูงกระทิงมหิงสาในป่าดอน เที่ยวสัญจรในเวลาเมื่อสายัณห์
เดือนกระจ่างกลางฟ้าเวหาห้อง จังหรีดร้องเรไรในไพรสัณฑ์
ระหริ่งแร่แม่ม่ายในอรัญ กระต่ายผันเผ่นโผนโจนทะยาน
พยัคฆ์ย่องมองเมียงเคียงขยับ กระโจนจับเป็นภักษาด้วยกล้าหาญ
ปะปีบเปรี้ยงเสียงร้องก้องกังวาน ทั้งฝูงฟานโลดไล่ริมชายดง
พระเร่งทัพขับพหลพลแสน อเนกแน่นมาในป่าพนาระหง
ทหารแห่เกณฑ์หัดจัตุรงค์ ออกจากดงแดนเขาเจ้าประจัน
ถึงทุ่งกว้างทางตรงวงเข้าด่าน เสียงประสานพวกพหลพลขันธ์
ฟ้ากระจ่างแจ่มแจ้งด้วยแสงจันทร์ แลเห็นท่านสังฆราชเดินนาดกราย
ถือกระบี่ตรวจพลพหลหาญ ดูอาการชุลมุนวุ่นใจหาย
กับสองท้าวพ่อตาเสนานาย เที่ยวเดินรายล้อมรอบขอบกำแพง
พระมังคลาพากันเข้าบรรจบ พลรบทวยหาญชาญกำแหง
พอสังฆราชแลไปเห็นไฟแดง ยังนึกแคลงทัพใครที่ไหนมา
ครั้นเห็นพระมังคลาสานุศิษย์ ที่แค้นจิตหายพลันกลับหรรษา
เดินออกมาจูงหัตถ์กษัตรา แล้วถามว่าเอ็งหายสบายบาน
ยกพหลพลไพร่มาในค่ำ ช่วยกันทำศึกสิหวาดั่งว่าขาน
คงสมคิดศิษย์หายใจกูบาน ดูอาการท้าวทั้งสองก็ว่องไว
มิเสียทีดีครันในการศึก เห็นตรองตรึกรู้ตำราอัชฌาสัย
ถึงเป็นแขกดูมันคล่องทำนองใน เห็นจะได้สิงหลไม่พ้นเรา
แล้วโรคเอ็งเล่าก็หายสบายจิต สมความคิดจริงแล้วมึงพอพึ่งเขา
คงจะได้เขตแคว้นแดนของเรา อย่าโศกเศร้าไปเลยหวาทั้งข้าไท
อันลังกาฝาหรั่งในครั้งนี้ จะเป็นที่เปรมปราได้อาศัย
คิดกำจัดสัตว์บาปปราบพวกไทย จับเสียให้สิ้นวงศ์พงศ์ประยูร
ให้สมแค้นที่มันทำกูช้ำชอก กูจะหลอกจับกินให้สิ้นสูญ
เอาให้หมดญาติวงศ์พงศ์ตระกูล ให้มันสูญอย่าให้เหลือไร้เยื่อใย
พรุ่งนี้เช้ากูจะเข้าแหกเอาด่าน สำเร็จการจับมันมาอย่าปราศรัย
ปล่อยเสียเกาะจีนตั่งช่างเป็นไร ให้มันไปอยู่กับท้าวเจ้าละมาน
กูจะตั้งลังกาให้ผาสุก จะดับทุกข์เอาให้เปรมเกษมศานต์
แล้วชวนพระมังคลาปรีชาชาญ กินชัยบานเหล้าเข้มพอเต็มตึง
แล้วเข้านอนด้วยกันหมดเอารถล้อม มีผ้าอ้อมวงม่านเพดานขึง
ให้ตีเกราะเคาะระฆังเสียงดังอึง กลองกระดึงตีลั่นสนั่นไป ฯ
๏ ฝ่ายพวกพลบนปราการชานสมุทร อุตลุดเรียกกันเสียงหวั่นไหว
ถืออาวุธนับหมื่นทั้งปืนไฟ ทั้งหน้าไม้เสโลอีกโตมร
พลดั้งคั่งคับก็นับแสน อีกโล่แพนจัดเป็นคู่ธนูศร
ทั้งแหลนหลาวยาวสั้นเคยราญรอน อัสดรม้ารถคชคชา
ล้วนธงเทียวเขียวแดงแสงสลับ กระบวนทัพดาบเชลยเคยอาสา
ฝ่ายตัวท่านครูพักตร์จักรา นั่งบูชาเทพไทในไตรตรึงส์
พลีกรรมทำศาลาอ่านพระเวท ตามไสยเพทเสาศาลเพดานขึง
แล้วครูเฒ่าห้ามไพร่อย่าให้อึง กว่าจะถึงฤกษ์พาเวลาดี ฯ
๏ ป่างพระจอมนครินทร์ปิ่นกษัตริย์ โองการตรัสแก่เสนาบดีศรี
สุดแท้แต่ฤกษ์พาเวลาดี จึ่งค่อยคลี่โยธาพลากร ฯ
๏ ฝ่ายครูพักตร์จักราปรีชาฉลาด ครั้นภาณุมาศแย้มเยี่ยมเหลี่ยมสิงขร
เกือบจะสว่างรังสีรวีวร ปักษาจรจากรังร้องวังเวง
เสียงดุเหว่าเร้าเร่งพระสุริย์ฉาย ออกบินรายเสียงเพราะดูเหมาะเหมง
ไก่กระชั้นขันดังเสียงวังเวง ก้องบรรเลงแข่งขานประสานกัน
พออุทัยไตรตรัสจำรัสแสง สว่างแจ้งในนภางค์ทางสวรรค์
ส่วนครูเฒ่าเข้าที่พิธีพลัน เสกน้ำมันทางกสิณอภิญญาณ
แล้วเรียกพวกพลไพร่จะไปรบ มาสมทบแจกทั่วตัวทหาร
มาพร้อมถ้วนทุกทัพรับประทาน พระอาจารย์พรมพรำประน้ำมนต์
พอฤกษ์ดีตีฆ้องพร้อมกองทัพ ให้โห่รับสามคราโกลาหล
ยกเขยื้อนแสนยาพลาหล ออกเกลื่อนกล่นเกณฑ์หัดจัตุรงค์ ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายพระฝรั่งสังฆราช จึงให้ฆาตกลองศึกนึกประสงค์
เรียกทหารเคยประจญรณรงค์ ให้โบกธงตามตำแหน่งแจ้งคดี ฯ
๏ ฝ่ายปลัดหัสเกนก็ตรวจทัพ ออกคั่งคับพร้อมบรรดากะลาสี
ทั้งสองท้าวเจ้าชวาเสนาบดี มาอยู่ที่พร้อมกันดั่งสัญญา
บาทหลวงสั่งแต่บรรดาโยธาหาญ ให้เตรียมการนับหมื่นถือปืนผา
แล้วเรียกพวกหัสกันวิลันดา แขกชวาหอกคู่ทุกหมู่กอง
ทหารพวกเขนโล่เมืองโกสัย สองท้าวไทขี่ม้าพาผยอง
เป็นทัพหน้าเดินตรวจทุกหมวดกอง ตามทำนองแขกชวาเคยราวี
บาทหลวงเฒ่าถือกระบี่ขึ้นขี่รถ ที่ชั้นลดมีเสนาเป็นสารถี
ใส่หมวกทองลงยาราชาวดี ฝังมณีเนาวรัตน์จำรัสเรือง
ใส่เสื้อสีตากุ้งดูรุ้งร่วง ปักดอกดวงไหมทองละอองเหลือง
คาดเข็มขัดเพชรพราวเหมือนเจ้าเมือง อร่ามเรืองกรุ่งกริ่งหยิ่งพอดู ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระมังคลานราราช นึกประหลาดในจิตคิดอดสู
ดูตกแต่งเกินตัวเจียวขรัวครู จะออกสู้ข้าศึกเห็นฮึกครัน
แล้วขึ้นม้าตามหลังสั่งทหาร ให้เตรียมการตัดรอนคิดผ่อนผัน
เห็นเสียทีหนีไปเขาเจ้าประจัน จงบอกกันให้ทั่วทุกตัวคน
อย่าให้ข้าศึกอ้อมเข้าล้อมหลัง ฉวยพลาดพลั้งกูก็เห็นไม่เป็นผล
คิดอุบายถ่ายเทด้วยเล่ห์กล จงแต่งคนใช้ชิดไว้ติดตาม
พอฤกษ์ดีตีระฆังให้ตั้งโห่ สำเนียงโกลาก้องท้องสนาม
เดินทหารชาญณรงค์เข้าสงคราม ยิงปืนหามแล่นดังเสียงตังตึง
ทหารหน้ากล้ารบสมทบทัพ ปล่อยปืนตับพร้อมพรั่งเสียงผางผึง
พวกทัพไทยได้ทีตีตะบึง ไล่ทะลึ่งหักหาญเข้าราญรอน ฯ
๏ ฝรั่งรับขับพหลพลรบ เร่งสมทบนายทหารชาญสมร
ออกคั่งคับจับกุมตะลุมบอน เข้าฟันฟอนตายกลาดดาษดา
พวกทัพแขกกลับกลอกพุ่งหอกคู่ เป็นหมู่หมู่แน่นรายทั้งซ้ายขวา
ฝ่ายสองท้าวต้อนพหลพลชวา เป็นทัพหน้าหักโหมเข้าโรมรัน ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระมังคลาปรีชาเฉลิม คอยเพิ่มเติมทัพพหลพลขันธ์
บาทหลวงต้อนพวกอังกฤษเข้าติดพัน ยิงปืนสั้นพร้อมเพรียงเรียงกันไป
ถูกพหลพลไทยก็ไม่เข้า พลางโห่เร้าพร้อมกันเสียงหวั่นไหว
พวกฝรั่งตั้งพันแต่บรรลัย พลไพร่บางเบาบรรเทาลง
บาทหลวงแค้นแน่นในใจสลด ระทวยระทดเสียเชิงละเลิงหลง
จะได้ใครเข้าประจญรณรงค์ มันทนคงเต็มประดาฆ่าไม่ตาย
จำจะต้องถอยทัพไปยับยั้ง ที่ริมฝั่งสาชลคิดขวนขวาย
พิเคราะห์ดูแยบยลกลอุบาย ทั้งไพร่นายบอกกันไปอย่าได้อึง
ต่อเวลาค่ำคล้อยจะถอยทัพ เร่งกำชับคนผู้ให้รู้ถึง
ตามบังคับบัญชาอย่าให้อึง แม้นรู้ถึงไพรีมิเป็นการ ฯ
๏ ฝ่ายพระศรีสุวรรณวงศ์พงศ์กษัตริย์ โองการตรัสปรึกษาบรรดาหลาน
กับท่านครูจักราปรีชาชาญ จะคิดอ่านเอาชัยฉันใดดี
จับอ้ายพวกปัจจามิตรที่คิดร้าย ขออุบายครูจักราศี
จะจับอ้ายตัวการผลาญชีวี จึ่งจะมีความสุขทุกทิวา ฯ
๏ ฝ่ายครูเฒ่าเจ้าตำราปรีชาฉลาด ที่คิดมาดยังไม่สมปรารถนา
เพราะข้าศึกเล่าก็ยังอหังการ์ ดูตำรายังไม่อ่อนต้องผ่อนปรน
แล้วเคราะห์เขาเล่าก็ยังไม่ถึงฆาต ถึงจะพลาดเสียท่าสักห้าหน
ก็ยังไม่แค้นคับถึงอับจน แต่จะป่นก็จำเพาะเพราะเคราะห์ดี
ถึงจะเข้าหักหาญในการศึก เห็นยังลึกถึงเขาน้อยจะถอยหนี
ที่จะถึงอัปราจับฆ่าตี ยังไม่มีเกณฑ์ลึกถึงตรึกตรอง
พระทรงฟังครูเฒ่าเล่าถวาย เรื่องทำนายที่ประมูลทูลฉลอง
พระตรัสตอบโดยนึกที่ตรึกตรอง หรือจะต้องคิดการสถานใด ฯ
๏ ฝ่ายท่านครูผู้ชำนาญในการโลก ศิษย์ปาโมกข์แจ้งเหตุข้างเพทไสย
จึงทูลความตามที่แจ้งไม่แคลงใจ ยังไม่ได้สมประสงค์เพราะวงศ์วาน
แต่ควรจะรุกโรมเข้าโจมทัพ ตีให้กลับแตกไปเข้าไพรสาณฑ์
เวลาค่ำใช้กลคนชำนาญ ให้ทำคานทำสาแหรกแบกเสบียง
ทีเหมือนจะล่าทัพกลับเข้าด่าน ให้ทหารมาประชุมแล้วทุ่มเถียง
ขนอาวุธสาตราออกมาเรียง ว่าจะเลี่ยงหลีกไปในบุรินทร์
พวกข้าศึกคงจะนึกว่าเข้าด่าน คงจะต้านทานไว้ดั่งใจถวิล
แล้วแต่งพวกกองทัพจับไพริน เอาหม้อดินค่อยทิ้งเข้าชิงชัย ฯ
๏ ป่างพระจอมนคราบัญชาสั่ง ให้ทำดั่งพระอาจารย์แกขานไข
จงเร่งรัดจัดกันเข้าทันใด ตามที่ในครูว่าอย่าช้าที
พวกเสนามาสั่งสะพรั่งพร้อม เอาคนอ้อมแอบไว้ในวิถี
ตามบังคับบัญชาไม่ช้าที พอฤกษ์ดีพลบค่ำให้ทำการ ฯ
๏ ฝ่ายบาทหลวงทรวงร้อนอาวรณ์ถวิล ไม่รู้สิ้นเคืองใจหลายสถาน
พอเห็นไพร่นั่งเกลาเหลาไม้คาน อลหม่านร้องเรียกกันเพรียกไป
แกจึงบอกมังคลาสานุศิษย์ มาช่วยคิดตัดทัพอย่าหลับใหล
ช่วยตัดหลังตั้งรับกองทัพไทย ตีให้ได้ปากน้ำที่สำคัญ
จึ่งเรียกท้าวรายาเข้ามาสั่ง คอยตัดหลังต่อแย้งให้แข็งขัน
ก้าวสกัดตัดทางกลางอรัญ ตีให้มันแตกไปทั้งไพร่นาย
แกสั่งเสร็จจับกระบี่ขึ้นขี่รถ พร้อมกันหมดพวกพหลพลทั้งหลาย
อีกเสนาหมื่นขุนพวกมุลนาย ออกเดินรายตามทางเมื่อกลางคืน ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ