ตอนที่ ๑๑๗ พระมังคลาไปงานโสกันต์ระเด่นกินเรศ

๏ จะกล่าวข้างมังคลานราราช อยู่ปรางค์มาศเวียงชัยในวังหลวง
เมืองลังกาช้านานการทั้งปวง ก็ลุล่วงสมประสงค์จำนงปอง
ขึ้นไปเฝ้าพระเจ้าอาเชษฐาพร้อม ประณตน้อมแล้วประมูลทูลฉลอง
ขอถวายบังคมลาฝ่าละออง ไปปกครองนคเรศเพชรกำพล ฯ
๏ ฝ่ายพระศรีสุวรรณวงศ์พงศ์กษัตริย์ ของที่จัดแจงไว้ในสิงหล
มาประทานเจ้านิเวศน์เพชรกำพล ทั้งเครื่องต้นธำมรงค์อลงกรณ์
สร้อยสังวาลบานพับประดับเพชร แต่ละเม็ดแจ่มจำรัสประภัสสร
แล้วอวยพรให้นัดดาจงถาวร ครองนครศรีสวัสดิ์กำจัดภัย ฯ
๏ พระมังคลากราบก้มประนมหัตถ์ สามกษัตริย์ปรีดาอัชฌาสัย
ศรีสุวรรณสินสมุทรวุฒิไกร ก็จะไปพาราพากันจร
สั่งกระบวนทวนธงส่งเสด็จ จัดมาเสร็จพร้อมพรั่งนั่งสลอน
สามกษัตริย์ทรงรถบทจร สุดสาครเจ้านิเวศน์เกศลังกา
ทรงสินธพโดยจำนงส่งเสด็จ กษัตริย์เสร็จบพิตรพระกฤษณา
กับพระจอมเจ้าฝรั่งมังคลา ขึ้นทรงม้าทั้งสี่ตรีพลำ
ถึงกำปั่นคนพร้อมน้อมคำนับ เสร็จประทับเภตราเลขาขำ
ทหารโห่ครั่นครื้นยืนประจำ พร้อมทุกลำถอนสมอขันช่อใบ
ห้ากษัตริย์แยกย้ายไปนิเวศน์ ทุกประเทศโดยมหาชลาไหล
ข้ามละเมาะเกาะแก่งตำแหน่งใคร ก็รีบไปทุกประเทศเขตนคร ฯ
๏ ฝ่ายพระสุดสาครบวรรัตน์ ส่งกษัตริย์ภิญโญสโมสร
เสด็จกลับเข้าวังทั้งนิกร ขึ้นบรรจถรณ์ข้างในที่ไสยา ฯ
๏ ฝ่ายกษัตริย์ทรงฤทธิ์อิศเรศ ถึงนิเวศน์พร้อมกันต่างหรรษา
เมืองผลึกรมจักรนัครา แต่มังคลานั้นสถานพานจะไกล
สองเดือนครึ่งจึงถึงกำพลเพชร ท้าวเสด็จเข้าปรางค์ทองอันผ่องใส
พวกพหลพลเภตราเสนาใน ต่างก็ไปถิ่นฐานบ้านของตน ฯ
๏ จะกล่าวเรื่องเมืองวะลำสำปันหนา ท้าวรายาเสวยสวัสดิ์พิพัฒน์ผล
บริบูรณ์พูนสุขทุกตำบล ทั้งฟ้าฝนตกงามต้องตามปี
จะโสกันต์หลานรักดั่งดวงเนตร องค์ระเด่นกินเรศรัศมี
รับสั่งให้ร่างสารลงทันที ใช้เสนีไปนิเวศน์เพชรกำพล
ทูลพระมิ่งมังคลานรารัตน์ ให้กษัตริย์ขัตติเยศแจ้งเหตุผล
ขุนเสนีสี่นายไปกำพล ทูลยุบลไทท้าวเจ้านคร
พระจอมวังทรงฟังศุภสาร เธอชื่นบานที่ในจิตอดิศร
จึงตรัสสั่งเสนาประชากร เราจะจรไปนิเวศน์เขตชวา
จัดกำปั่นแต่บรรดาโยธาหาญ พระสั่งการเสร็จพลันด้วยหรรษา
เสด็จเข้าข้างในที่ไสยา เรียกสุดาน้องนุชบุษบง
ให้จัดแจงเงินทองของทำขวัญ ใส่กำปั่นเรือบัลลังก์ที่นั่งหงส์
ฝ่ายโฉมนาฏวรนุชบุษบง นางทูลองค์ภัสดาแล้วว่าวอน
น้องจะขอตามองค์พระทรงศักดิ์ ได้รู้จักองค์พระพี่ศรีสมร
พระว่าดีแล้วอนงค์องค์บังอร ไม่แง่งอนไปด้วยกันสิขวัญตา
นางจัดแจงสาวสุรางค์นางข้าหลวง ทุกกระทรวงเครื่องอานพานภูษา
เรียกสาวใช้ขนไปลงเภตรา แต่บรรดาของข้าวจะเอาไป ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมมังคลานราราช ภาณุมาศรุ่งรางสว่างไสว
เสด็จลงกำปั่นด้วยทันใด พวกข้างในพร้อมวงศ์อนงค์นาง
ลงกำปั่นบัลลังก์ที่นั่งหงส์ พวกอนงค์นั่งรองอยู่ห้องขวาง
พอลมดีคลี่ใบสายระยาง แล่นออกกลางสาคโรชโลทร
พระสถิตแท่นสบายท้ายบาหลี ฝูงนารีคับคั่งนั่งสลอน
แล้วตรัสชี้ชมปลาในสาคร สายสมรชมสัตว์ในนที
ฝูงหมึกสายว่ายวนในชลสาย ตะพรุนพรายพรายพร่างต่างต่างสี
ทั้งกุ้งกั้งในวังวนชลธี หัวเป็นตรีคล้ายเลื่อยดูเฟื้อยยาว
หอยอีรมนมนางอยู่กลางหาด ระดาดาษเลื่อมลายพรอยพรายขาว
เป็นหมู่หมู่ปูม้าแข้งขายาว วิ่งออกกราวเกลื่อนกลาดตามหาดทราย
หอยจุบแจงแมงดาว่ายคลาคล่ำ บางผุดดำเกลื่อนกลาดไม่ขาดสาย
ทั้งเต่าหอยลอยพล่านปนม่านลาย บ้างผุดว่ายอยู่ในน้ำออกคล่ำไป
มัจฉาชาติดาษดาในสาคเรศ ทั่วประเทศธารท่าชลาไหล
จะพรรณนาว่ากล่าวจะยาวไป ที่ว่าไว้มาแต่หลังทุกครั้งคราว
ข้ามละเมาะเกาะแก่งทุกแห่งหน พระสุริยนลับฟ้าเวหาหาว
ศศิธรจรกระจ่างน้ำค้างพราว เป็นลมว่าวพัดเรื่อยเฉื่อยเฉื่อยไป
สุมาลีคลี่คลายขยายเสา- วรสเร้ารื่นรสหอมสดใส
พระพายหวนหอบพาสุมาลัย มาชื่นในทรวงซาบอาบขจร
พระชวนนุชบุษบงอนงค์นาฏ สถิตอาสน์เนาวรัตน์ประภัสสร
แล้วชี้ชวนชมนภาดารากร แน่บังอรบุษบงเจ้าจงดู
ตรงมือชี้นี่แน่ดาวสินธพ มันมีครบสารพางค์ทั้งหางหู
โหรเขาว่าฤกษ์หนึ่งเจ้าพึงดู มีชื่ออยู่เรียกว่าอัศวินี
ดวงยิบยิบสีขาวดาวลูกไก่ เห็นไรไรขึ้นเป็นหมู่ดูริบหรี่
เขาเรียกชื่อกฤติกาตำรามี โรหิณีที่จมูกอัสดร
โน่นดาวไถอยู่ระวางเป็นหางม้า ดูเหมือนท่างอนไถประไพสร
ที่สุกวาวขาวปลั่งดาวมังกร มีเขี้ยวงอนสุกแดงดั่งแสงไฟ
โน่นดาวข่างขึ้นข้างทิศพายัพ ท่านบังคับไว้ในที่คัมภีร์ไสย
ถ้าแม้นเอียงเลี่ยงบิดไปทิศใด มักเกิดภัยฝนแล้งข้าวแพงครัน
นี่แน่ดาวสำเภาเสาสล้าง สายระยางเกี่ยวกระหวัดรัดกระสัน
นั่นดาวเต่าตรงมือชี้ที่สำคัญ ถัดไปนั้นดาวจระเข้หัวเหลง
โน่นดาวโลงตรงหน้ามีกาจับ โหรบังคับทายไว้อย่าใหลหลง
แม้นดาวกาจับสล้างอยู่กลางวง คนก็คงเจ็บไข้ไม่สบาย
โน่นแน่ดาวเศวตฉัตรจำรัสศรี ดั่งมณีแจ่มกระจ่างสว่างฉาย
แม้นกษัตริย์เป็นสุขสนุกสบาย ดารารายเปล่งสีรวีวร
นั่นแน่ดาวเหราตรงหน้าเจ้า มีเขี้ยวขาวแสงวับสลับสลอน
โน่นดาวงูดูละม้ายคล้ายมังกร เว้นแต่หงอนไม่มีดูสีแดง
ดวงดาราบนอากาศก็กลาดเกลื่อน ดูแม้นเหมือนกับมณีเปล่งสีแสง
พระตรัสบอกมเหสีแล้วชี้แจง แม่จงแจ้งดูจำเอาตำรา ฯ
๏ นางนบนอบตอบองค์พงศ์กษัตริย์ จำถนัดดาวจระเข้ในเวหา
แต่ดาวอื่นจะต้องเพียรเรียนวิชา ไปปีหน้าจำได้จะไหว้ครู
พระสวมสอดกอดประทับแล้วรับขวัญ จริงกระนั้นให้เหมือนว่าหนาแม่หนู
ถ้าแม้นไม่เหมือนว่าบูชาครู จะต้องขู่เสียให้หนักอย่าพักวอน
พลางประคองต้องเต้าเยาวมิตร ถนอมชิดเชยประโลมโฉมสมร
แสงพระจันทร์ส่องสว่างกลางอัมพร บนบรรจถรณ์ท้ายบาหลีต่างปรีดิ์เปรม
อัศจรรย์หวั่นไหวในกำปั่น พิลึกลั่นตลอดดงทั้งหงส์เหม
เที่ยวมามั่วบัวฝักเกสรเต็ม พออิ่มเอมร่อนปีกตีหลีกลา
จันทร์กระจ่างกลางฟ้าเวหาหน กลับมัวมนมืดมิดทุกทิศา
พิรุณโรยโปรยปรอยย้อยลงมา ฝั่งชลาเป็นระลอกกระฉอกชล
ฝูงมัจฉาปลาร้ายขึ้นว่ายเกลื่อน สะท้านสะเทื้อนธาราโกลาหล
โขยกขย่อนก้อนศิลาในสาชล ผุดขึ้นพ้นหลังมหาคงคาลัย
พายุหวนป่วนปั่นไม่ครั่นครื้น กระทบพื้นธรณินแผ่นดินไหว
ในถ้ำธารละหายเหวเป็นเปลวไฟ ตามวิสัยโลกธรรมต้องจำเป็น
สองภิรมย์สมสวาทในอาสน์รัตน์ ประดิพัทธ์รักใคร่ดั่งได้เห็น
วิมานลอยอยู่สะพรั่งแต่ยังเป็น มันแลเห็นลิบลิบไม่พริบตา
อัศจรรย์ตั้งแต่มาก็กว่าร้อย ดูมันบ่อยมิได้นานดั่งงานหา
ตั้งพิณพาทย์ฉิ่งกรับรับเสภา มันโอชารสเหลือต้องเจือจาน ฯ
๏ พอเช้าตรู่สุริยาภาณุมาศ พระยุรยาตรอ่าองค์สรงสนาน
พวกอนงค์คลานเนื่องตั้งเครื่องอาน แสนสำราญแล่นมาในวาริน
สิบห้าวันบรรลุสำปันหนา ทอดเภตราเรียงรายชายกระสินธุ์
ฝ่ายไทท้าวเจ้าพาราจอมธานินทร์ จอมนรินทร์จัดพหลพลไกร
ทั้งรถรัตน์อัสดรกุญชรชาติ ให้ยุรยาตรลงไปท่าชลาไหล
รับเสด็จกับพหลพลไกร เชิญท้าวไทเสด็จมาพาราเรา
ฝ่ายไทท้าวเจ้าพิภพจบจังหวัด โองการตรัสกับพวกช่างให้ตั้งเขา
จะทำเป็นที่สรงนางนงเยาว์ ให้พวกเหล่าช่างสำรับเร่งจับการ ฯ
๏ จะกล่าวข้างนางที่ไปรับเสด็จ พร้อมกันเสร็จทั้งเสนาโยธาหาญ
ฝ่ายพระมิ่งมังคลาปรีชาชาญ ชวนเยาวมาลย์บุษบงอนงค์ใน
ขึ้นทรงราชรถาเสนาพร้อม ประณตน้อมเดินเรียงเคียงไสว
จัตุรงค์เสนารีบคลาไคล เข้าเวียงชัยนคเรศนิเวศน์วัง ฯ
๏ ฝ่ายท่านท้าวรายาออกมารับ ให้ประทับเก๋งทองทั้งสองหลัง
ฝ่ายพระนุชบุตรีที่ในวัง เสด็จนั่งคอยกษัตริย์ภัสดา
ข้างโฉมนุชบุษบงอนงค์นาฏ อภิวาทท้าวพลันด้วยหรรษา
พอระเด่นดวงแขแลปะตา นางวันทาน้อมคำรพอภิวันท์
นางรับหัตถ์ตรัสว่าแม่มาด้วย จะได้ช่วยในงานลูกหลานขวัญ
แล้วชวนไปไสยาสน์อาสน์สุวรรณ อย่าเดียดฉันท์เลยแม่นุชบุษบง
ทั้งสองข้างต่างมีจิตพิศวาส เหมือนอย่างญาติในสกูลประยูรหงส์
ฝ่ายพระมิ่งมังคลานราพงศ์ บังคมองค์ท่านท้าวเจ้าบุรินทร์
ท้าวรายาปราศรัยที่ในเขย แล้วก็เลยถามไต่ดั่งใจถวิล
เกิดศึกเสือเหนือใต้ในบุรินทร์ หรือเพิ่มภิญโญยศปรากฏนาม
พระมังคลายกเรื่องแต่เบื้องหลัง ให้ท้าวฟังสารพัดดั่งตรัสถาม
เรื่องเหนื่อยยากลำบากใจในสงคราม ยกเอาความหลังนั้นมาพรรณนา ฯ
๏ ฝ่ายไทท้าวเจ้านิเวศน์เขตจังหวัด แจ้งระหัสความหลังที่กังขา
เพราะเกิดทุกข์โตใหญ่จึ่งไม่มา อนิจจาแสนยากลำบากครัน
ต่างปราศรัยไต่ถามกันเสร็จสรรพ ท้าวกำชับสั่งเหล่านางสาวสรรค์
พวกที่เคยฝึกสอนแต่ก่อนนั้น เร่งจัดกันปรนนิบัติกษัตรา
พระสั่งพลางพาเขยเลยลีลาศ มาปราสาทเสร็จพลันต่างหรรษา
ให้สถิตปรางค์ทองละอองตา พวกกัลยาใช้ประจำเหมือนตามเดิม
มเหสีสององค์อนงค์นาฏ มาเฝ้าบาทภัสดาปรีชาเฉลิม
พระใช้สอยดวงแขเหมือนแต่เดิม นางพูนเพิ่มปรีดาในสามี ฯ
๏ พอพลบค่ำคล้ำฟ้านภากาศ ในปราสาทไฟกระจ่างสว่างศรี
ฝ่ายนางที่ข้างในอัยกี ก็จรลีพาหลานให้คลานไป
กราบบังคมสมเด็จพระบิตุเรศ ฝ่ายระเด่นกินเรศพิสมัย
ถวายบังคมคัลด้วยทันใด พระปราศรัยบุตรีด้วยปรีดา
เจ้าอยู่ด้วยอัยกีเป็นที่พึ่ง ก็เหมือนหนึ่งฉัตรกันกั้นเกศา
พระคุณล้นพ้นที่จะพรรณนา แม่อุตส่าห์ฝากตัวกลัวอัยกี
แล้วท้าวเธออภิวันท์ท่านผู้ใหญ่ นางรับไหว้เขยรักทรงศักดิ์ศรี
แล้วปราศรัยโดยพิพัฒน์สวัสดี ต่างเปรมปรีดิ์นางพระยาก็ลาจร
พาระเด่นกินเรศไปตำหนัก ด้วยหลานรักเข้าไปในบรรจถรณ์
พลางเชยชมพระนัดดาด้วยอาวรณ์ ให้หลับนอนเลี้ยงดูอยู่กับยาย ฯ
๏ ฝ่ายพระมิ่งมังคลานราราช สถิตอาสน์พลางประโลมนางโฉมฉาย
ฝ่ายนงนุชทูลพลันบรรยาย ขอฝากกายฝากตัวกลัวอาญา
การหึงหวงข้อใดมิได้คิด ถ้าแม้นผิดคำฉลองใครฟ้องหา
ว่าตัวน้องป้องกันหรือฉันทา ลงอาญาแล้วอย่าเลี้ยงเคียงประคอง
พระรับขวัญกัลยาว่าพี่รู้ ใจเจ้าอยู่มาแต่ไรมิได้หมอง
ว่าเจ้าเหมือนนพคุณสกุลทอง ที่จะหมองมัวไปนั้นไม่มี
พลางประคองต้องเต้าเสาวรส ยังเต่งสดอวบอ้วนนวลฉวี
เสียแต่คล้อยหน่อยก็ยังกำลังดี น่าเปรมปรีดิ์ชื่นใจใครจะปาน
พระแอบอิงพิงพาดบนอาสน์รัตน์ ทรงสัมผัสผิวน้องประคองสมาน
บุปผาสดรสร้างจางมานาน พอต้องก้านเข้าก็แย้มแกมผกา ฯ
๏ อัศจรรย์ลั่นเลื่อนสะเทือนก้อง ฟ้าก็ร้องเสียงสนั่นลั่นเวหา
พิรุณโรยโปรยต้องท้องสุธา พื้นนภาน้ำย้อยเป็นฝอยฟอง
วายุโบกโยกยอดปราสาทไหว สกุไณบนหลงลงในหนอง
สุนีบาตฟาดเปรี้ยงเสียงคะนอง คำรนร้องครางครึมกระหึ่มครวญ
ทะเลลมยมนามหาสมุทร คลื่นไม่หยุดพัดระดมเป็นลมหวน
กระทบกระทั่งฝั่งชลาคงคาครวญ ระลอกป่วนปั่นปัดพัดคงคา
ทั้งขุนเขาพระสุเมรุก็เอนอ่อน อิสินธรโตรกตรอกตามซอกผา
กระแสสินธุ์รินโรยโปรยลงมา พื้นศิลาชื่นฉ่ำเป็นน้ำนอง
พฤกษาสูงยูงยางสล้างสลับ บ้างหักทับทอดทบสยบสยอง
ปลาอนนต์ที่สำหรับอยู่รับรอง บ้างพลิกท้องทวีปไหวดั่งไกวเปล
ทั้งโกสุมปทุมมาลย์บานเกสร แมงภู่ฟอนเฟ้นพลางไม่ห่างเห
นานนานได้เกลือกกลมสมคะเน ยิ่งเปรมเปรดิ์ในเกสรขจรขจาย
สองภิรมย์สมสนิทพิศวาส ไม่จากอาสน์นุชนางสำอางฉาย
ฝ่ายข้างแขกดีสุดบุรุษชาย ได้ใกล้กรายติดกับกระชับกระชวน
เปรียบเหมือนปลอกสันทัดเข้ารัดถัง มันแน่นปังชมชิดไม่ผิดผวน
ดีกว่าไทยใครได้ชิดสนิทนวล เล่นเอาป่วนอยู่ในเล่ห์ประเวณี ฯ
๏ ฝ่ายท่านท้าวเจ้านิเวศร์ประเทศราช ออกอำมาตย์พร้อมเสนาชวาฉวี
โองการสั่งให้ตั้งโรงพิธี บรรดามีตามอย่างทางบุราณ
ทั้งเครื่องเล่นเต้นรำที่สำหรับ ตามบังคับบัดพลีพลีศาล
ราชวัตรฉัตรธงอลงการ ทั้งเครื่องอานทำให้เสร็จในเจ็ดวัน
เสนาได้รับสั่งมานั่งหมาย ให้จับจ่ายเหล่าพหลพลขันธ์
ปลูกโรงร้านท่าทุกหมวดประกวดกัน ในเจ็ดวันตามหมายรายบัญชี ฯ
๏ ฝ่ายท่านท้าวรายามหากษัตริย์ สั่งให้จัดปรางค์มาศปราสาทศรี
วันสองค่ำจะได้ทำการพิธี ขุนเสนีเหล่าสนมกรมวัง
ไปเป่าปัดลาดปูยี่ภู่เสร็จ แล้วสำเร็จตามประสงค์จำนงหวัง
ฝ่ายท่านท้าวเจ้าประเทศนิเวศน์วัง จึงตรัสสั่งมเหสีที่ข้างใน
จงจัดแจงแต่งองค์พระเจ้าหลาน พนักงานเชิญของที่ผ่องใส
จัดเอานางรูประหงทรงวิไล สำหรับใช้เชิญเครื่องเรืองจำรูญ ฯ
๏ ฝ่ายท่านยายมเหสีบุตรีท้าว จัดสาวสาวน้อยใหญ่ในไอศูรย์
มาเตรียมไว้ครบที่บริบูรณ์ ทั้งประยูรวงศาคณานาง
พวกสำหรับที่จะแห่ก็แออัด ทั้งรถรัตน์ลายจำหลักหักทองขวาง
มีธงเทียวเขียวขำดูสำอาง ตามเยี่ยงอย่างแขกชวามลายู
ใส่เสื้อสีตากุ้งนุ่งโสร่ง คาดตาโถงผ้าตะบิดโพกปิดหู
ตะพายดาบสองมือถือธนู เดินเป็นคู่เคียงรถบทจร ฯ
๏ ฝ่ายระเด่นกินเรศนารีรัตน์ นางกษัตริย์อัยกีศรีสมร
ให้หลานทรงภูษาค่านคร กรรเจียกจรฝังมณีสีออกวาว
คาดปั้นเหน่งเปล่งเม็ดเพชรรัตน์ แจ่มจำรัสเรือนมณีล้วนสีขาว
สร้อยสะอิ้งเฉิดฉายดูพรายพราว ทองกรเก้าคู่ใส่วิไลทรง
ฉลองศอลายกุดั่นกัลเม็ด เกี้ยวยอดเพชรดูเชิดระเหิดระหง
ข้างฝ่ายพวกนางนาฏพระญาติวงศ์ ตามมาส่งขึ้นรถมีกลดบัง
เจ้าขรัวนายรายเรียงเดินเคียงข้าง กำนัลนางดาษดามาข้างหลัง
กระบวนหน้าตีกลองฆ้องประนัง กระบวนหลังตีระดมรมนา
ข้างฝ่ายแขกแปลกกว่าไทยในสยาม ชมว่างามตามวงศ์เผ่าพงศา
ถึงปราสาทราชวังอลังการ์ ท้าวรายาเสด็จมารับประคับประคอง
กับพระมิ่งมังคลาบิดานาถ ขึ้นปราสาทพร้อมประยูรสกูลสนอง
พวกโต๊ะแขกพร้อมสะพรั่งนั่งเป็นกอง เสียงแซ่ซ้องสวดหนังสือถือว่าดี
เสียงอึงเอ็ดเสร็จสวดฝ่ายกษัตริย์ เสวยน้ำซ่าระบัดเกษมศรี
ข้างเพศแขกว่าพิพัฒน์สวัสดี คุ้มอัปรีย์จัญไรโพยภัยพาล
แล้วแห่กลับเข้าไปในนิเวศน์ พวกวิเสทเลี้ยงข้าวทั้งคาวหวาน
เจ้าพวกโต๊ะกินเสร็จสำเร็จการ จากสถานไปที่อยู่ทุกผู้คน
พวกรำเต้นเล่นงานการฉลอง เสียงแซ่ซ้องคนหลามตามถนน
เวลาค่ำมีหนังพร้อมพรั่งคน มาเกลื่อนกล่นดูแลเสียงแซ่ไป
บ้างเล่นเรื่องอิเหนาเมื่อเข้าห้อง ไปสมสองจินตะหราพลางปราศรัย
หลงอยู่เมืองหมันหยาไม่คลาไคล จนท้าวไทกุเรปันเสียสัญญา
ต้องเริศร้างห่างคู่หลงชู้สาว จนเสียคราวที่ในเรื่องเมืองดาหา
ต้องร้างคู่ตุนาหงันผิดสัญญา จนจรกามาขอท้าวออเออ
ที่ลางโรงเล่นอิเหนาเมื่อเข้าถ้ำ พี่เลี้ยงนำช่วยประมูลทูลเสนอ
ระเด่นได้สุขเกษมทั้งเปรมเปรอ จนท้าวเธอหลับไปในไสยา
เจ้าพวกแขกดูงานสำราญรื่น ต่างชมชื่นสรวลสันต์ด้วยหรรษา
เที่ยวเดินดูเพลิดเพลินจำเริญตา บ้างเกี้ยวพานางผู้หญิงช่วงชิงกัน
เวลาบ่ายตั้งแห่ล้วนแตรสังข์ คนสะพรั่งปรีดิ์เปรมเกษมสันต์
เป็นคำรบครบถ้วนถึงสามวัน ก็โสกันต์พระบุตรีฉวีวร
แล้วขึ้นเขาไกรลาสดั่งราชหงส์ ให้สระสรงธาราสุดาสมร
แล้วทรงเครื่องจินดาค่านคร บทจรเยื้องย่างขึ้นปรางค์ชัย
ถวายของโต๊ะหะยีที่มาสวด ทุกหมู่หมวดหลายอย่างต่างวิสัย
พอเสร็จสรรพแห่กลับเข้าเวียงชัย พลไพร่เลี้ยงดูทุกผู้คน
เวลาบ่ายตั้งกระบวนจวนจะแห่ ทั้งสังข์แตรพร้อมพรั่งทั้งพหล
ให้ใส่เสื้อสีชมพูทุกผู้คน มาเกลื่อนกล่นพร้อมตรวจทุกหมวดตอน ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระอัยกีศรีสวัสดิ์ นางกษัตริย์กัลยาสุดาสมร
ให้หลานขวัญสระสรงองค์บังอร สถาพรทรงเครื่องเรืองจำรูญ
ใส่มงกุฎบุตรีสีสลับ ของสำหรับเรือนอุไรประไพสูรย์
ห้อยอุบะตรัจเตร็จล้วนเพชรฑูรย์ เรืองจำรูญวับวามอร่ามตา
แล้วจูงกรนัดดามาเกยรัตน์ ให้นางกษัตริย์จรจรัลด้วยหรรษา
เสด็จบนอุสงหงันพร้อมกัลยา ก็แห่มาปรางค์มาศปราสาทชัย
ท้าวรายาพาเขยไปคอยรับ พอประทับเกยทองอันผ่องใส
ท้าวจูงกรพระนัดดาให้คลาไคล เสด็จไปที่ทำขวัญอันบรรจง
พร้อมขุนนางต่างเวียนเทียนถวาย นางโฉมฉายพร้อมประยูรสกูลหงส์
บ้างตีฆ้องกลองแขกต่างแยกวง กระแสงส่งครื้นโครมรมนา
ทั้งดีดสีตีเพลงวังเวงก้อง ประสานซ้องเฉื่อยฉ่ำตามภาษา
ทั้งกาหลดนตรีปี่ชวา ตามภาษาเพศเขาเจ้านคร
ครั้นเวียนเทียนแล้วเธอเจิมเฉลิมพักตร์ ให้หลานรักภิญโญสโมสร
แล้วประทานของขวัญอันบวร ข้างบิดรเครื่องทรงอลงการ์
ประทานให้พระบุตรีที่ประสงค์ นางบุษบงทำขวัญด้วยหรรษา
ทั้งเงินทองของดีมีราคา ตามภาษารักใคร่ในใจจง
ท้าวรายาว่าพ่อขอบใจเจ้า เหมือนลูกเต้ารักใคร่ดั่งใจประสงค์
รู้โอบอ้อมถนอมศักดิ์ร่วมรักวงศ์ ให้แม่จงเจริญสุขทุกทิวา
ทั้งดวงแขบุษบงพ่อปลงจิต อย่าค่อนคิดโกรธขึ้งวิหึงสา
ไปร่วมคู่อยู่ด้วยกันอย่าฉันทา ฟังบิดาจะไปอยู่กับคู่ครอง
จงรักใคร่กันให้ดีนะศรีสวัสดิ์ อย่าข้องขัดใจผัวให้มัวหมอง
ท้าวสั่งสอนอรไทในทำนอง นางทั้งสองกราบก้มบังคมคัล
พอสมโภชหลานเสร็จเสด็จกลับ ไปประทับหน้าพระลานรับหลานขวัญ
เข้านิเวศน์ปรางค์ปราพาจรจรัล ขึ้นเรือนจันทน์ที่สถิตดั่งจิตจง
เสร็จโสกันต์หลานรักกินเรศ เธอสมเจตนาจิตคิดประสงค์
แต่บรรดาในประยูรสกูลวงศ์ ต่างก็ส่งของขวัญกับท่านยาย ฯ
๏ ฝ่ายพระมิ่งมังคลานราราช ทูลเบื้องบาทท้าวไทดั่งใจหมาย
อ้นบ้านเมืองก็ยังขุ่นยังวุ่นวาย เมื่อสบายเป็นสุขไม่ทุกข์ภัย
จึงจะกลับมาประนมบังคมบาท ขอลานาฏนวลละอองอันผ่องใส
ด้วยเป็นเพื่อนยากเย็นเคยเห็นใจ ขอลาไปนครินทร์เป็นปิ่นวัง
แต่ระเด่นกินเรศถวายไว้ ให้ท้าวไทสั่งสอนเหมือนก่อนหลัง
ด้วยติดองค์อัยกีที่ในวัง ชวนหลายครั้งหลายคราว่าไม่จร
ท้าวรายาว่าสุดแต่ใจพ่อ ได้ยกยอพุ่มพวงดวงสมร
ให้เป็นสิทธิ์เสกสมสยมพร ไปนครเจ้านี้พ่อดีใจ
แม้เกิดทุกข์ขุกเข็ญได้เห็นหน้า ตามประสาใจจิตพิสมัย
ธรรมดามีคู่ถ้าอยู่ไกล เหมือนเป็นม่ายไม่รู้สิ้นคนนินทา
พ่อจงรับไปเถิดประเสริฐศักดิ์ รักมิรักสุดแท้แต่วาสนา
ได้พ้นความติฉินพวกนินทา เพราะบุญสามีประสมเหมือนร่มโพธิ์
ทั้งคุ้มกันอันตรายได้หลายอย่าง ไม่อ้างว้างเอกาอนาโถ
พ่ออวยพรให้ประสิทธิ์อิศโร อย่ารู้โกรธากันจนวันตาย ฯ
๏ พระมังคลากราบก้มประนมสนอง ขอฉลองในพระคุณไม่สูญหาย
พลางทูลลามาสั่งเสนาหาย จะผันผายกลับหลังยังนคร
จงรีบรัดจัดเภตราอย่าช้าอยู่ จะรับคู่ไปภิรมย์สมสมร
พระสั่งเสร็จแล้วเสด็จบทจร เข้านครทูลลาเจ้าธานี
พาทั้งสองนุชนางสำอางพักตร์ ประเสริฐศักดิ์สองมิ่งมเหสี
บังคมลาสองกษัตริย์เจ้าปัถพี จรลีมาขึ้นรถบทจร
สองอนงค์ทรงรถามาข้างหลัง พร้อมสะพรั่งเกณฑ์แห่แลสลอน
จัตุรงค์เสนาพลากร ก็รีบจรไปกำปั่นด้วยทันที ฯ
๏ ฝ่ายท่านท้าวรายาเสร็จมาส่ง กับทั้งองค์ท่านยายมเหสี
ทั้งสามองค์บังคมคัลอัญชุลี ออกจากที่เขตคันนอกสันดอน
ลมพระพายชายพัดมาฉิวเฉื่อย เรือก็เรื่อยแล่นมาทางหว่างสิงขร
ข้ามมหาสาคโรชโลธร หมายนครนคเรศเพชรกำพล ฯ
๏ ฝ่ายท่านท้าวบิตุรงค์ไปส่งเสร็จ แล้วเสด็จกลับหลังทั้งพหล
จัตุรงค์เสนาพลาพล จรดลกลับเข้าเขตนิเวศน์วัง
กับท่านยายมเหสีนารีหลาน แสนสำราญสมในพระทัยหวัง
เสด็จเข้าปรางค์มาศในราชวัง พร้อมสะพรั่งพงศาทั้งข้าไท ฯ
๏ จะกล่าวลำกำปั่นออกแล่นลึก เวลาดึกเดือนกระจ่างสว่างไสว
ลมพระพายชายพาสุมาลัย หอมดอกไม้ตามละเมาะบนเกาะเกียน
ระเหยหวนป่วนกลิ่นระรินรื่น ดูตามพื้นช่องชะวากเหมือนฉากเขียน
พฤกษาสูงยอดโอนใบโกร๋นเกรียน ฝูงกาเรียนจับร้องก้องกังวาน
นกนางนวลดูนวลแสงจันทร์จับ ดูขาววับบินเรียงส่งเสียงหวาน
พระชี้ให้สององค์นางนงคราญ ชมกิ่งก้านเขาไม้เหมือนลายแร
นี่แน่นกนางนวลนวลเหมือนนุช ประเสริฐสุดขาวช่วงจับดวงแข
อนงค์น้องสององค์เจ้าจงแล ฟังกระแสเสียงนกวิหคบิน
จังหรีดเรื่อยเฉื่อยฉ่ำดั่งน้ำแก้ว วิเวกแว่วร้องกรอกตามซอกหิน
พลางเชยสองสุดายุพาพิน ไม่รู้สิ้นเสน่ห์ปองสองอนงค์
จันทร์กระจ่างกลางฟ้าเวหาห้อง ดุเหว่าร้องฝูงนกวิหคหงส์
พระคลึงเคล้าเต้าประคองสองอนงค์ จนเลยหลงหลับไปในไสยา
ครั้นเช้าตรู่สุริยาภาณุมาศ ตื่นไสยาสน์จุมพิตขนิษฐา
ไม่รู้อิ่มนิ่มน้องสองสุดา เป็นคราวมาได้น้ำตาลทั้งหวานมัน
ของเสวยนานาโอชารส กะทิสดจานเจือเหลือขยัน
เหมือนเขากล่าวเล่านิทานมานานครัน อัศจรรย์เหลือจะว่ามาในเรือ
มันนับร้อยบ่อยไปเหมือนไฟชุด ประเดี๋ยวจุดประเดี๋ยวจ่อไปหลอเหลือ
นางที่ร้างรสหวานพระจานเจือ มาในเรืออิ่มเอมเกษมทรวง
มากระทั่งยังปากอ่าวกำพลเพชร พร้อมกันเสร็จสมหวังเข้าวังหลวง
พวกพหลพลไกรไพร่ทั้งปวง ก็เลยล่วงไปสถานถึงบ้านเรือน ฯ
๏ ฝ่ายพระมิ่งมังคลานราราช ขึ้นปรางค์มาศอิ่มพระทัยใครจะเหมือน
มเหสีสองสมัครไม่พักเตือน พระจะเอื้อนโองการสถานใด
ก็รู้เรื่องที่ในเล่ห์เสน่หา พอสบตาแจ้งในกิจพิสมัย
ว่าท้าวจะโปรดปรานสถานใด ก็ทราบในเรื่องกระทู้ไม่รู้จน
เขาย่อมว่านารีที่เป็นแขก จะขนแบกตื้นลึกเพราะฝึกฝน
ดีกว่าไทยหลายประตูไม่รู้จน จะเวียนวนไปอย่างไรคงได้การ
เปรียบเหมือนม้าอย่างดีเมื่อขี่ขับ มันเต้นหรับถูกใจหลายสถาน
ทั้งดีดหกยกส่งต้องลงคลาน ชำนิชำนาญเรื่องนี้เขาดีจริง
แม้นใครได้เมียแขกที่แปลกเชื้อ มันดีเหลือหนาวใจได้ไฟผิง
มันละมุนอุ่นสวาทเมื่อพาดพิง ได้แอบอิงราวกับนุ่นอุ่นอุรา
แม้นชายใดไม่เคยได้เชยชิด คงหลงฤทธิ์ในเล่ห์เสน่หา
ถึงจีนจามพราหมณ์เทศไทยชวา ใครได้มาร่วมเรือนเพื่อนที่นอน
คงติดแน่นราวกะแล่นน้ำประสาน เข้าเจือจานจับใจในสมร
ไม่รู้จืดจางรสในบทกลอน ต้องอาวรณ์อยู่ในเล่ห์ประเวณี ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ