ตอนที่ ๑๒๘ อภิเษกพระราเมศกับนางดวงประภา

๏ ฝ่ายพระปิ่นภูวดลกัมพลรัตน์ คิดจะจัดแจงคู่ให้สู่สมาน
กับราเมศหน่อไทอันชัยชาญ ได้สมานร่วมพงศ์กับวงศ์เรา
พระเอื้อนอรรถตรัสกับมเหสี จะต้องหานารีโฉมเฉลา
ถึงให้ของสิ่งใดใดเห็นไม่เอา ก็เห็นเขาไม่ประสงค์จำนงปอง
ครั้นจะนิ่งเสียเล่าใช่เต่าตุ่น เขามีคุณควรจะให้ธิดาสนอง
ไว้เป็นสัมพันธมิตรข้าคิดตรอง จึ่งจะต้องตามอย่างทางบุราณ
มเหสีฟังคดีฉลองตอบ พระคิดชอบผูกรักสมัครสมาน
ฉันตรองตรึกนึกไปเห็นได้การ ยังมีหลานลูกของน้องละอองตา
เป็นบุตรีท้าวไทในจังหวัด บุรีรัตน์เมืองสารันอันมหา
พงศ์กษัตริย์ทรงฤทธิ์ผู้บิดา นามสมญาอภัยนุสินนรินทร
มเหสีชื่อประไพวิไลลักษณ์ แต่ลูกรักนามประภาสุดาสมร
แม่เขาเป็นน้องฉันร่วมมารดร เมื่อภิเษกบังอรยังได้ไป ฯ
๏ ฝ่ายพระปิ่นภูวดลกัมพลรัตน์ ฟังนางกษัตริย์ทูลแจ้งแถลงไข
พระจึ่งมีพจมานโองการไป ข้านึกได้จริงแล้วเจ้าเยาวมาลย์
ดีแล้วน้องมันไม่ต้องไปเที่ยวหา ได้พงศาพันผูกสืบลูกหลาน
ทำอย่างไรจึงจะได้ให้กุมาร เห็นรูปทรงนงคราญก็ครั้งเดียว
แม้นชอบใจเราจะได้ไปสู่ขอ แต่แม่พ่อนงลักษณ์สักประเดี๋ยว
คงสำเร็จเสร็จประสงค์จำนงเจียว ถึงบิดเบี้ยวไปอย่างไรคงไม่ฟัง
มเหสีอัญชุลีสนองอรรถ ที่ท้าวตรัสเห็นจะสมอารมณ์หวัง
ด้วยมารดรท้าวอภัยอยู่ในวัง ประชวรรั้งเรื้อมาสิบห้าปี
แต่หาหมอรักษาวางยาหยูก มันไม่ถูกโรคาหมอล่าหนี
นางคิดได้ทูลพลันขึ้นทันที พระอัยกีนางประภาป่วยมานาน
ฉันคิดเห็นท่านครูเป็นผู้เฒ่า จะเชิญเอาไปด้วยได้ช่วยหลาน
ให้ไปดูโรคาพยาบาล เป็นตะพานจะได้ไปในบุรินทร์
พระเห็นชอบตอบว่าถ้าเช่นนั้น ไปเชิญท่านผู้สว่างทางกสิณ
เข้ามาที่ปรางค์ชัยในบุรินทร์ แกรู้สิ้นสารพัดได้จัดแจง
เหวยสาวใช้ไปเชิญท่านครูเฒ่า ว่าตัวเรามีธุระจะแถลง
นางสาวใช้รีบไปแล้วชี้แจง เล่าแถลงเชิญเข้าไปในพารา
เป็นการใหญ่ใช้คุณเข้าไปเฝ้า ท่านผู้เฒ่าแจ้งในที่ให้หา
นางสาวใช้นำเข้าไปถึงปรางค์ปรา ด้วยราชานับถือแกซื่อตรง
ท้าวเชื้อเชิญพระอาจารย์คลานเข้าเฝ้า แล้วก้มเกล้ากรุงกษัตริย์ราชหงส์
เธอปราศรัยแล้วก็ไขเนื้อความตรง โดยประสงค์ชี้แจงแสดงความ
คิดจะให้หน่อนราพ่อราเมศ ได้คู่นางต่างนิเวศน์ขอไต่ถาม
จะสมควรกันหรือไม่ท่านใคร่ความ ในฤกษ์ยามเคยสังเกตแจ้งเหตุการณ์ ฯ
๏ ฝ่ายนิกรมพรหเมศประจักษ์แจ้ง ไม่เคลือบแคลงแกเห็นดีสี่สถาน
คือจะได้ปราบอรินทร์ทมิฬมาร อีกประการหนึ่งก็นางสำอางจริง
ควรเป็นคู่สู่สมอุดมเดช กับราเมศสมพงศ์ในวงศ์หญิง
อีกอย่างหนึ่งจะได้เมืองรุ่งเรืองจริง ยังอีกสิ่งจะได้ของที่ต้องตา
คือกระบี่ที่วิเศษในเขตแคว้น เสมอแม้นกับมณีดีหนักหนา
ของแต่ครั้งตั้งเมืองสารันมา พราหมณ์พฤฒาได้ในถ้ำอันอำไพ
อาจารย์เจ้ากล่าวไว้ในตำรับ จะได้กับเชื้อฝรั่งต่างวิสัย
แม้นได้อาวุธสำหรับกลับเป็นไทย ไม่มีใครต่อสู้ทั้งอยู่คง
แกแจ้งสิ้นในตำราแล้วว่าขาน คงสมการฝ่าละอองต้องประสงค์
ข้าขออาสาไปดั่งใจจง เชิญพระองค์สั่งเภตราอย่าช้าที
สมเด็จท้าวเจ้าบุรินทร์บดินทร์สูร ได้ฟังทูลปรีดิ์เปรมเกษมศรี
อาจารย์เฒ่าทูลลาฝ่าธุลี มาสู่ที่สำนักตำหนักจันทน์
แถลงเล่าราวเรื่องกับราเมศ ว่าทรงเดชเจ้ากรุงไกรไอศวรรย์
เธอจะหานุชนางให้รางวัล เมืองสารันนั้นอนงค์เป็นวงศ์เธอ ฯ
๏ พระราเมศสุริย์วงศ์ทรงสดับ ครูเล่ากับแจ้งคำนำเสนอ
ให้อิ่มเอมเปรมในพระทัยเธอ ด้วยครูเอออวยลงเห็นคงดี
แล้วจึ่งว่าข้าแต่อาจารย์เจ้า ทำไมเราจะพบประสบศรี
แกจึ่งว่าเราต้องไปเป็นไมตรี มเหสีของพระยาจะพาจร
ทั้งท้าวไทก็จะไปกับพ่อด้วย ไปเยี่ยมป่วยท่านย่าสุดาสมร
ข้าจะเป็นแพทย์รักษาอย่าอาวรณ์ ช่วยดับร้อนโรคภัยให้หายพลัน
พระชื่นชอบขอบคุณการุญรัก ไม่อายพักตร์พระเจ้าพี่ดีขยัน
สนทนากับอาจารย์สำราญครัน จนสุริยันเย็นดับลับพระเมรุ
พระจันทรจรสว่างกระจ่างหาว ดูดวงดาวรัศมีดั่งสีเสน
อาจารย์เฒ่าแกสันทัดรู้จัดเจน ที่ในเกณฑ์ดาราพยากรณ์
จึ่งชวนองค์กษัตรามาข้างนอก แล้วชี้บอกดาวจำรัสประภัสสร
ดาวดวงนี้อยู่หลังดาวมังกร สำหรับองค์ภูธรจงแลดู
แม้นสุกใสไพโรจน์สีโชติช่วง เป็นรุ้งร่วงตำราทายจะได้คู่
แม้นแสงอ่อนไม่ประเทืองไม่เฟื่องฟู สีหรุบหรู่ทายว่าไข้ไม่สบาย
เป็นแบบอย่างมาแต่ครั้งเรื่องสามก๊ก อาจารย์ฮกหลงกล่าวเล่าขยาย
เอาไว้เป็นแบบฉบับสำหรับทาย อธิบายข้อคำเป็นตำรา
แม้นเราไปก็จะได้สมประสงค์ เป็นมั่นคงจริงแท้แน่หนักหนา
แม่นกว่าดูโชคชัยในชะตา ข้างตำราจีนนี้เขาดีจริง
แล้วชวนกันเยื้องย่างเข้าห้องหับ ไประงับแต่พอหายสวายสวิง
พลางเอนเอกเขนกนอนเหนือหมอนอิง สนิทนิ่งก็พอหลับระงับไป ฯ
๏ ครั้นรุ่งเช้าเจ้ากรุงเหมราช ยุรยาตรจากแท่นทองอันผ่องใส
เสด็จออกพระโรงคัลด้วยทันใด เสนาในกราบก้มบังคมคัล
พระจึ่งมีสิงหนาทประภาษตรัส ให้เร่งจัดเรือจะไปไอศวรรย์
ทั้งเรือแห่เรือรบให้ครบครัน จะไปเมืองสารันให้ทันที
ขุนเสนาได้สดับข้อรับสั่ง ออกมานั่งจัดหากะลาสี
ให้เลือกหาต้นหนคนที่ดี ไว้ลงที่เรือบัลลังก์ที่นั่งทรง
เปลี่ยนรอกเสาเพลาใบใส่หางเสือ ขัดสีเรือพระที่นั่งบัลลังก์หงส์
เอาแพรสีเขียวขำทำเป็นธง เขียนรูปหงส์แจ้งความบอกนามเมือง
ท้ายบาหลีที่ประทับรับเสด็จ เอารักเช็ดปิดทองละอองเหลือง
ปูพรมเจียมเรี่ยมงามอร่ามเรือง แล้วตั้งเครื่องจอมกษัตริย์ขัตติยา
จัดห้องหับที่สำหรับอนงค์สนม ทุกหมู่กรมแต่งไว้หมดตามยศถา
ทั้งข้าวของเครื่องเสบียงเลี้ยงโยธา อีกน้ำท่าใส่เสร็จสำเร็จการ
มาทอดท่าหน้าฉนวนตำหนักน้ำ พร้อมประจำรายเรียงเคียงขนาน
ฝ่ายพระจอมนคราปรีชาชาญ เอื้อนโองการฝากนิเวศน์เขตนคร
แก่เขยขวัญอันเป็นที่บำรุงรักษ์ ประเสริฐศักดิ์แทนองค์พระทรงศร
ให้ดูแลว่าขานการนคร กว่าบิดรจะกลับมายังธานี
จะพาน้องเจ้าไปดูคู่ประสงค์ ให้เชื้อวงศ์จักรพรรดิกษัตริย์ศรี
ท้าวสั่งเสร็จแล้วเสด็จจรลี มเหสีนักสนมกรมใน
กับราเมศท่านครูผู้วิเศษ จากนิเวศน์เสด็จไปท่าชลาไหล
พากันลงกำปั่นด้วยทันใด สถิตในพระที่นั่งบัลลังก์ทรง
พอฤกษ์ดีคลี่ใบขึ้นใส่รอก ให้แล่นออกกำปั่นสุวรรณหงส์
ทั้งเรือแห่เรือป้อมเรือล้อมวง ต่างแล่นตรงออกปากน้ำตามกันไป
พวกต้นหนตั้งเข็มไปทักษิณ ลมก็กินใบปลิวธงทิวไหว
นางสาวสาวชาววังพวกข้างใน ต่างดีใจชมปลาในสาคร ฯ
๏ ฝูงกระโห้โลมาแลราหู เป็นหมู่หมู่ว่ายเรียงเคียงสลอน
ฉนากฉลามตามกันเที่ยวสัญจร กุเราซอนว่ายซนปนอินทรี
ตะเพียนทองท่องท้องชลาสินธุ์ กระเบนบินดำวนแล้วด้นหนี
ปลาวาฬใหญ่ผุดพ่นชลธี ขึ้นลอยรี่ว่ายร่าล้วนปลาวาฬ
เรือก็แล่นเลียบไปตามชายเกาะ ตามละเมาะปูหอยลอยขนาน
ทั้งหอยแครงแมงดาริมท่าธาร ขึ้นเดินพล่านต่างต่างหอยนางรม
พวกสาวสาวชาววังไม่เคยเห็น เนื้อหล่อนเต้นทุ่มเถียงเสียงขรม
บ้างก็ว่าฉันจะหาหอยอีรม เอาไปชมเล่นสักไหที่ในวัง
พวกนางสาวทึมทึกนึกจะหา จับปูม้าดองไปให้หลายถัง
ไปกำนัลมุลนายที่ในวัง พากันนั่งชมปลาในวาริน ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ผู้ดำรงเหมราช ท้าวประพาสในมหาชลาสินธุ์
ตามเกาะแก่งแห่งห้องท้องวาริน ไม่รู้สิ้นในมหาชลาลัย
สุริยงลงลับพยับฟ้า พระจันทราแจ่มแจ้งส่งแสงใส
น้ำค้างพรมลมชายสบายใจ ภูวไนยชื่นชมภิรมยา
ท้าวดำรัสตรัสเรียกเครื่องเสวย ทั้งนมเนยของมัจฉมังสา
พนักงานตั้งถวายท้ายเภตรา พระตรัสเรียกหน่อนราธิบดินทร์
มาเสวยโต๊ะในท้ายบาหลี เกษมศรีชื่นชมสมถวิล
เรือก็แล่นเรื่อยมาในวาริน พร้อมกันสิ้นแต่บรรดาพลากร
ได้สิบห้าราตรีไม่มีทุกข์ เกษมสุขภิญโญสโมสร
เกือบจะถึงนคเรศเขตนคร พระภูธรสั่งมหาเสนาใน
ให้นำข่าวราวเรื่องไปแจ้งข่าว จงบอกกล่าวแก่เจ้าท่าชลาไหล
เสนารับอภิวันท์ด้วยทันใด แล้วใช้ใบถึงปากน้ำที่สำคัญ
พลางก็แจ้งเรื่องราวกับชาวด่าน ว่าพระผ่านปิ่นพิภพสบสวรรค์
พระจอมวงศ์เหมราเสร็จมาพลัน จะมาเยี่ยมทรงธรรม์มาตุรงค์
ขุนด่านแจ้งแต่งบอกให้มาใช้ รีบเข้าไปนิเวศน์วังดั่งประสงค์
พวกถือบอกรีบไปดั่งใจจง ควบม้าตรงวิ่งเหย่าเข้านคร
ครั้นถึงที่นั่งลงส่งหนังสือ เสนีอือแล้วก็รับจับอักษร
คลี่ออกอ่านแจ้งการว่าภูธร เจ้านครเหมราเสร็จมาเยือน
รีบเข้าไปในพระโรงมิได้ช้า ทูลราชาดีพระทัยใครจะเหมือน
ทราบว่าได้หมอน้ำมนต์พลเรือน ละม้ายเหมือนเทวดาทั้งยาดี
พระตรัสพลางทางสั่งเสนามาตย์ ให้แต่งราชรถทองละอองศรี
ไปรับเสด็จเชษฐาอย่าช้าที มเหสีสุริย์วงศ์พงศ์ประยูร
อันตัวเราก็จะไปรับไทท้าว พระปิ่นเกล้านครินทร์บดินทร์สูร
แล้วเสด็จเข้าข้างในอันไพบูลย์ บังคมทูลชนนีนางดีใจ
ทั้งอนงค์องค์มิ่งมเหสี ต่างยินดีชื่นจิตพิสมัย
พระสั่งให้ท้าวนางจัดปรางค์ชัย สำหรับพระภูวไนยจะพักพา
ครั้นสั่งเสร็จพระเสด็จยุรยาตร จากปรางค์มาศเร็วพลันด้วยหรรษา
ขึ้นทรงรถภูวนาถให้ยาตรา พวกเสนาแหนแห่ออกแจจัน
กระทั่งถึงเมืองด่านชานสมุทร พระแสนสุดปรีดิ์เปรมเกษมสันต์
ถึงประทับยับยั้งพอกลางวัน เห็นกำปั่นทอดรายชายคงคา
พระให้จัดเรือบัลลังก์ที่นั่งครุฑ ให้รีบรุดรับเสด็จพระเชษฐา
ที่นั่งศรีม่านทองละอองตา เรือกัญญาพร้อมพรั่งทั้งดั้งกัน
แต่คู่ชักยักษ์กระบี่สีสลับ ตามตำรับรับเสด็จเจ้าเขตขัณฑ์
ปักเครื่องสูงจามรทอนตะวัน พร้อมทั้งบรรดาคนพลพาย
ถึงประทับยับยั้งกำปั่นใหญ่ เสนาในขึ้นบังคมประนมถวาย
เชิญเสด็จทรงธรรม์แล้วบรรยาย พระอนุชากราบถวายบังคมมา
เสร็จประทับรับเสด็จอยู่เมืองด่าน เชิญพระผ่านนคเรศองค์เชษฐา
ป่างพระจอมนครินทร์ปิ่นประชา เหมราทราบสิ้นพระยินดี
พลางตรัสชวนราเมศพระหลานรัก กับองค์อัครชายามารศรี
ลงที่นั่งทั้งสิ้นต่างยินดี กับเสนีพร้อมพรั่งทั้งอาจารย์
กระบวนแห่แตรสังข์ประดังเสียง ประโคมเคียงดีดสีตีประสาน
พลพายแซ่ซ้องก้องกังวาน ประสานขานบอกยาวเป็นเหล่าไป
เรือประเทียบเรียบเรียงเคียงเป็นคู่ สะพรั่งพรูในมหาชลาไหล
เรือตำรวจรายเรียงเคียงกันไป ห้ามมิให้เรือเข้ามาเล้าลุม
ถึงประทับยับยั้งที่เมืองด่าน พวกเครื่องอานพร้อมตัวนั่งมั่วสุม
กระบวนบกพร้อมพรั่งนั่งชุมนุม เป็นกลุ่มกลุ่มรถรัตน์อัสดร ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมภพไกรอภัยนุสิน ธิบดินทร์ภิญโญสโมสร
เสด็จมากราบก้มประนมกร เชิญภูธรเหมราไปธานี
ท้าวกัมพลรับรสพจนารถ เสด็จลีลาศทรงรถาทั้งมารศรี
พระราเมศกษัตราทรงพาชี พวกนารีขึ้นวอจรจรัล
ฝ่ายนิกรมพรหเมศแกขึ้นแคร่ ด้วยว่าแก่เดินไม่ไหวจะผายผัน
พวกคนหามตามเสด็จเข้าเขตตัน พลขันธ์เดินกระบวนทั่งทวนธง
พลหอกถือหอกออกสะพรั่ง กระบี่บั้งเงินทองของประสงค์
สะพายแหล่งแต่งตัวเดินประจง แห่พระวงศ์อิศราเข้าธานินทร์
กษัตริยเจ้านครามาข้างหลัง พร้อมสะพรั่งเสวกาจากท่ากระสินธุ์
สองกษัตริย์เสด็จมาถึงธานินทร์ เชิญภูมินทร์เสด็จเข้าวังขึ้นปรางค์ทอง
เข้าเฝ้าองค์ชนนีที่ปราสาท บังคมบาทแล้วประมูลทูลฉลอง
แล้วถามถึงโรคาฝ่าละออง นางสนองกล่าวยุบลแต่ต้นไป
ชนนีนี้เจ็บเป็นเหน็บแน่น กินข้าวแค้นคอฝืนกลืนไม่ไหว
นอนไม่หลับแบบบอบทั้งหอบไอ ทั้งอกใจหวิวอ่อนหย่อนกำลัง
แต่รักษาหาหมอมานับร้อย โรคไม่ถอยกินยามากว่าถัง
สิบห้าปีโรคเรื้อเหลือกำลัง จะลุกนั่งมึนมัวตัวชรา
แม่ดีใจว่าพ่อได้หมอวิเศษ เคยสังเกตโรคภัยได้รักษา
เดชะบุญก็จะถูกกินหยูกยา ยังไม่ถึงเวราก็คงคลาย
พ่ออุตส่าห์หาหมอมาดูแม่ แม้นเขาแก้โรคามารดาหาย
พอเดินเหินลุกนั่งประทังกาย ไม่เสียดายเงินทองจะปองปูน ฯ
๏ ฝ่ายโฉมยงองค์ประไพมเหสี พาบุตรีมาเฝ้าปิ่นบดินทร์สูร
พระบิตุลาปราศรัยอันไพบูลย์ ตามประยูรสุริย์วงศ์เป็นพงศ์พันธุ์
พระชม้ายชายเนตรดูหลานรัก ประไพพักตร์สวยสมทั้งคมสัน
ดูผิวผ่องสองสีฉวิวรรณ สารพันกิริยาก็น่าชม
นัยน์ตาเราเล่าก็เคยเห็นผู้หญิง ที่เพราพริ้งได้เป็นคู่เคยสู่สม
ก็เป็นรองกัลยานี้น่าชม ดูงามคมพิสมัยวิไลตา
พระตริพลางทางลามาปราสาท พระนางนาฏตรัสพลันด้วยหรรษา
พรุ่งนี้เช้าเชิญพ่อรับหมอมา ในปรางค์ปราชนนีที่ข้างใน
พระรับสั่งนางพระยามาที่อยู่ เชิญท่านครูเข้ามาแจ้งแถลงไข
ถึงอาการนางพระยาด้วยอาลัย โรคาไข้คนชราเป็นมานาน ฯ
๏ ฝ่ายพระครูรู้แจ้งไม่แคลงจิต คงสมคิดหน่อไทแล้วไขขาน
จึ่งทูลว่าข้าจะขอพยาบาล มิให้นานเนิ่นช้าอย่าปรารมภ์
ในเจ็ดวันคงหายเหมือนหมายมาด จะหนุนธาตุในตำราแต่ยาขม
แล้วจะต้องให้เสวยทั้งเนยนม อย่าปรารมภ์หายแท้เคยแก้มา
พระตรัสตอบชอบแล้วขอเชิญท่าน ไปด้วยกันที่ปรางค์มาศปราสาทขวา
เอาราเมศหน่อกษัตริย์พระนัดดา ไปดูแก้วกัลยาในปรางค์ทอง ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมราชัยอภัยนุสิน พระภูมินทร์จัดแจงแต่งสิ่งของ
ให้ชาวเครื่องต้นทำไว้สำรอง ล้วนข้าวของต่างต่างที่อย่างดี
ทั้งต้มแกงพะแนงผัดจัดไว้พร้อม ให้หม่อมหม่อมสาวสุรางค์ในปรางค์ศรี
ไปตั้งเครื่องแต่ล้วนวงศ์พงศ์ผู้ดี ถวายพระภูมีเมืองเหมรา
วิเสทในไปเลี้ยงพวกหมื่นขุน ทั้งนายมุลตามเสด็จพระเชษฐา
เครื่องคาวหวานดีดีมีราคา สามเวลาเลี้ยงดูทุกผู้คน
ครั้นรุ่งเช้าจึงท่านท้าวกัมพลรัตน์ กับหน่อกษัตริย์ครูวิเศษรู้เหตุผล
ก็พากันเข้าไปในไพชยนต์ แจ้งยุบลแก่ท่านเฒ่าเฝ้าทวาร
บอกเข้าไปในปรางค์ทูลนางนาฏ ให้พระญาติรีบออกมาที่หน้าฉาน
เชิญเสด็จทรงศักดิ์จักรพาล เข้าสถานปรางค์มาศปราสาทชัย
ท่านครูผู้เป็นหมอกับหน่อกษัตริย์ ขึ้นปรัศว์ปรางค์ทองอันผ่องใส
ต่างถวายอภิวันท์เป็นหลั่นไป นางปราศรัยถามท้าวเจ้าบุรินทร์
พ่อหนุ่มน้อยนั้นคือใครผู้ใดพ่อ เป็นเนื้อหน่อพริ้งเพริศดูเฉิดฉิน
พึ่งรุ่นหนุ่มงามฟ้อลอออิน น้องยุพินเกศพัฒน์พระนัดดา
หรือต่างท้องแม่ไหนไม่รู้จัก ประไพพักตร์น่าเอ็นดูพ่อหนูจ๋า
ฝ่ายพระองค์ผู้ดำรงเหมรา วัจนาทูลพลันไปทันที
คนนี้คือนัดดาข้าพระบาท รู้ไสยศาสตร์ล้ำเลิศประเสริฐศรี
เป็นลูกศิษย์ท่านครูรู้คัมภีร์ ปัญญาดีเคยรักษาพยาบาล
นางชื่นชอบตอบคำร่ำเฉลย โอ้หลานเอ๋ยโรคย่านี้กล้าหาญ
ดีแล้วหนอพ่อช่วยมาพยาบาล นางสำราญเปรมปรีดิ์ดีพระทัย
แล้วตรัสกับท่านครูหมอผู้เฒ่า โรคข้าเจ้านี้ท่านเห็นเป็นไฉน
รับประทานหยูกยามาแต่ไร มันก็ไม่ถูกต้องหรือกองกรรม
เชิญท่านครูรู้ข้างคัมภีร์ไสย รักษาได้เหมือนช่วยชุบอุปถัมภ์
หรือจะถึงอติสารบุราณกรรม หมอมาทำกว่าร้อยไม่ถอยเลย
ใช่ข้าเจ้านี้หนากินยายาก ไม่ออกปากขมเฝื่อนไม่เชือนเฉย
ถึงเค็มชื่นจริงหนาคะไม่ละเลย โรคมันเฉยเรื้อรังไม่ฟังยา
ฝ่ายนิกรมพรหเมศประจักษ์แจ้ง ทูลแถลงโดยที่สุดไม่มุสา
ฉันเป็นแพทย์ตรึกตรองใช้ลองยา จะรักษาโรคให้หายวายอาวรณ์ ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมเวียงชัยอภัยนุสิน สมถวิลบพิตรอดิศร
หมอเขารับพยาบาลพระมารดร มีสุนทรพจนารถประภาษพลัน
แม้นสมหมายหายแท้แน่เหมือนกล่าว เว้นแต่ดาวเดือนอุทัยในสวรรค์
อันของในพาราสารพัน ไม่หวงกันเชิญรักษาพยายาม ฯ
๏ ฝ่ายท่านครูผู้ชำนาญการรักษา ถวายยาเข้าดีเกลือเจือมะขาม
ละลายโอสถที่สองทองเนื้องาม ยาที่สามแทรกโสมพิมเสนโรย
ระงับลมที่อาวรณ์นอนไม่หลับ ยาสำหรับกันตะคริวแก้หิวโหย
เสวยให้ชื่นจิตที่อิดโรย กับยาโปรยแก้ร้อนนอนสบาย
หมอจัดแจงตั้งยาทูลลากลับ ไปดูตำรับจะทำยามาถวาย
ฝ่ายหน่อนาถราเมศพระเนตรชาย ไปปะสายสมรมิตรจิตรัญจวน
นางนั่งแนบแอบข้างพระเจ้าย่า ดูกิริยาน่าจะรองประคองสงวน
กำดัดหนุ่มกลุ้มฤทัยให้รัญจวน แต่อักอ่วนพลางชะม้ายชายหางตา
พอเนตรน้องต้องเนตรหน่อกษัตริย์ สองประหวัดไปด้วยความเสน่หา
ต่างตะลึงไปเป็นครู่เหมือนสุริยา กับจันทราเดินมาปะปะทะกัน
งามต่องามยามรักสมัครหมาย หญิงกับชายเป็นที่เปรมเกษมสันต์
เคยเป็นคู่สู่สมภิรมย์กัน ต้องพัวพันเข้ามาให้เป็นไมตรี ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมธิบดินทร์ปิ่นเหมราช บังคมบาทคืนหลังไปปรางค์ศรี
กับพระหน่อราเมศจรลี ไปสู่ที่แท่นรัตน์ชัชวาล
จึ่งถามไต่ไปด้วยกันในวันนี้ เห็นบุตรีท้าวไทหรือไม่หลาน
จะชอบใจหรือไม่ชอบอย่าหมอบกราน จงแจ้งการไปเถิดพ่อลุงขอฟัง
ฝ่ายพระหน่อนฤเบศเกศกษัตริย์ ชุลีหัตถ์บังคมด้วยสมหวัง
แล้วทูลองค์ทรงฤทธิ์ไม่ปิดบัง สมเหมือนยังที่ประสงค์จำนงปอง
แต่เห็นหญิงมาก็มากเป็นหลากหลาย ไม่เหมือนสายสวาทนี้ไม่มีสอง
ขอบารมีที่พึ่งเหมือนหนึ่งตรอง ให้ได้ครองคู่เคียงเรียงอนงค์
กรุงกษัตริย์ตรัสว่าอย่าปรารภ คงได้สบสมจิตคิดประสงค์
อย่าร้อนใจคงจะได้นางโฉมยง ไปร่วมวงศ์ร่วมญาติเหมือนมาดมา
ฝ่ายพระหน่อนฤบาลชาญสนาม เห็นสมความมุ่งมาดปรารถนา
ทั้งท่านครูผู้ประสิทธิ์วิทยา สนทนากันทั้งสามตามสบาย ฯ
๏ ข้างนงคราญมารดากรุงกษัตริย์ ท่านหมอจัดแจงโอสถบดถวาย
ที่โรคร้อนผ่อนเบาบรรเทาคลาย ค่อยสบายพ่วงพีมีกำลัง
พระอาหารหวานคาวเสวยได้ นางรื้อไข้อ้วนพีมีมังสัง
ที่เหน็บชาก็ค่อยหายคลายประทัง นางลุกนั่งเดินยืนค่อยชื่นบาน
ให้หมอเฒ่าเข้าไปมิได้ขาด กับหน่อนาถพากันไปในสถาน
มิได้เว้นทุกเวลาทิวากาล จนเยาวมาลย์ดวงประภาสุมาลัย
ค่อยคุ้นเคยพูดจากับราเมศ พระบิตุเรศมาตุรงค์ไม่สงสัย
จะพูดจาว่าขานประการใด ก็ตรงไปตรงมาเหมือนวาจัง
สองกษัตริย์ตรัสว่าพ่อราเมศ รู้ไสยเวทดีหนักหนาหยูกยาขลัง
อย่าเพิ่งตามภูวไนยกลับไปวัง จงยับยั้งอยู่สักหน่อยจึ่งค่อยจร
พระนางนาฏอัยกีว่าดีแล้ว พ่อเหมือนแก้วแจ่มจำรัสประภัสสร
กับท่านครูอยู่อีกหน่อยจึ่งค่อยจร ได้พักผ่อนตรึกตรองสนองคุณ
ชีวิตรอดครั้งนี้เหมือนเกิดใหม่ อย่าเพ่อไปขาดเหลือจะเกื้อหนุน
ให้สมกับที่ท่านมาช่วยการุญ พอฉันอุ่นอกใจให้หายดี ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมนครินทร์ปิ่นเหมราช เห็นสมมาดคิดไว้ไม่หน่ายหนี
เขาเกาถูกที่คันขยันดี ท้าวเปรมปรีดิ์ชื่นชอบตอบสุนทร
ตามแต่องค์ชนนีจะโปรดเกล้า ท่านครูเฒ่ากับพระหลานชาญสมร
ยังไม่โปรดที่จะให้ไปนคร สุดแท้แต่มารดรจะโปรดปราน
แต่ตัวฉันจะทูลลาช้าไม่ได้ อันเวียงชัยขอบเขตประเทศสถาน
นี้มักเกิดศึกเสือเหลือรำคาญ จึงอยู่นานไม่ใคร่ได้ให้อาวรณ์
วันพรุ่งนี้จะทูลลาฝ่าพระบาท พระมาตุราชจงภิญโญสโมสร
ขอฝากหลานกับท่านครูคู่นคร พระมารดรตรัสว่าอย่ากังวล
เป็นธุระมารดาสารพัด จะปรนนิบัติให้สุขาสถาผล
พ่ออย่าได้ห่วงหลังเป็นกังวล จงจรดลไปก่อนอย่าร้อนใจ
เมื่อหายดีแล้วจะกรีพยุหบาตร ไปส่งราชนัดดาอัชฌาสัย
ท้าวรับรสพจนาทูลลาไป ปราสาทชัยที่ประทับกับอาจารย์
จึ่งปรึกษาว่าจะขอต้องรอไว้ ค่อยลูบไล้ดูท่าก่อนหนาหลาน
ฝ่ายท่านย่ารักใคร่คงได้การ จะหักหาญขอสู่ดูไม่ควร
เสียแรงเราทำคุณการุญรัก มาฟูมฟักหมกมุ่นอย่าหุนหวน
เข้าข้างในได้ทุกวันอย่ารัญจวน ค่อยโอดครวญกับย่าเจ้าเยาวมาลย์
แม้นขัดสนจนใจเร่งให้ข่าว บอกเรื่องราวลุงจะมาช่วยว่าขาน
จึ่งขอสู่แต่พอแก้แผลรำคาญ ได้แต่งการอภิเษกเป็นเอกองค์
ขอเดี๋ยวนี้เขาจะว่ามารยาผู้ใหญ่ มาลูบไล้ให้บันเทิงละเลิงหลง
แกล้งชักน้ำเข้าลึกนึกพะวง อย่าให้ลงโทษผู้ใหญ่ดูไม่ดี ฯ
๏ ฝ่ายนิกรมชมว่าพระองค์คิด สมเหมือนจิตข้าตรองไม่หมองศรี
เด็กต่อเด็กช่างเป็นไรทำไมมี ใครไม่ตรีชาชั่วให้มัวมน
ทำไม่รู้เราก็อยู่หาเห็นไม่ ใครเขาให้มากักหาภักษ์ผล
หนุ่มกับสาวเขาย่อมว่าเข้าตาจน มิผ่อนปรนช่างเป็นไรใครจะอาย
พระทรงฟังสังรเสริญท่านว่าชอบ ต้องระบอบทำอย่างนี้ดีใจหาย
ฉันจะจัดหมื่นขุนทั้งมุลนาย เอาเรือรายไว้ที่ท่าสักห้าลำ
สนทนากับอาจารย์เป็นการลับ ท่านอยู่กับหลานช่วยชุบอุปถัมภ์
จะได้ดูได้แคะช่วยแนะนำ พูดพึมพำกันจนแจ้งแสงอุทัย
ครั้นรุ่งเช้าท่านท้าวกัมพลรัตน์ จอมกษัตริย์จากปรางค์ปราที่อาศัย
ไปทูลลาชนนีที่ข้างใน นางอวยชัยจงพิพัฒน์สวัสดี
แล้วท้าวอภัยนุสินนรินทร์ราช กับนางนาฏผู้เป็นมิ่งมเหสี
ทั้งสองข้างต่างภิวันท์อัญชลี ด้วยเป็นที่รักใคร่อาลัยวอน
ทั้งลูกหลานกัลยาก็มาพร้อม ประณตน้อมในบพิตรอดิศร
แล้วพากันทรงรถบทจร ไปส่งพระภูธรทุกพระองค์ ฯ
๏ ฝ่ายไทท้าวเจ้าบุรินทร์เหมราช ภูวนาถลงบัลลังก์ที่นั่งหงส์
มเหสีเจ้าจอมหม่อมอนงค์ พากันลงลำที่นั่งสะพรั่งพรู
ตั้งกระบวนทวนธงประจงจัด ฝรั่งยัดปืนใหญ่ใส่ดินหู
ทหารยืนหยัดมองทุกช่องคู จุดดินหูฟุบผึงเสียงตึงตัง
พอฤกษ์ดีคลี่ใบขึ้นใส่รอก ต่างแล่นออกดาษดาทั้งหน้าหลัง
ประโคมแตรแซ่เสียงสำเนียงดัง ต้นหนตั้งเข็มใหญ่ท้ายเภตรา
ออกแล่นหลามตามคลื่นเสียงครื้นครึก อึกทึกแล่นไปในมหา
สาคเรศเขตแขวงตำแหน่งมา พระพายพากินใบไปสำราญ
ฝ่ายกษัตริย์ส่งเสร็จเสด็จกลับ เป็นลำดับเข้าเขตประเทศสถาน
ขึ้นมนเทียรแท่นรัตน์ชัชวาล ในสถานที่สถิตดั่งจิตปอง
จะกล่าวลำกำปั่นที่ผันผาย ออกแล่นรายตามกันผันผยอง
สิบห้าวันถึงเวียงชัยดั่งใจปอง กษัตริย์สองเชิญเสด็จเข้าเขตคัน ฯ
๏ อันบทเบื้องเรื่องนี้ยกไว้ก่อน จะกล่าวย้อนถึงประเทศขอบเขตขัณฑ์
เมืองบุรำสำปะหนาสาละวัน เป็นจอมจันตประเทศเขตนคร
เลี้ยงคนดีมีวิชาที่กล้าหาญ ชำนิชำนาญข้างปล้นคนสยอน
ถืออาวุธหอกขวานเที่ยวราญรอน ตามนครน้อยใหญ่หลายหัวเมือง
เจ้าพาราชื่อกาลิดมุหงิดแขก รูปร่างแปลกชาวพารานัยน์ตาเหลือง
กินของดิบแกะห่านทั้งบ้านเมือง ใส่เสื้อเหลืองหมวกหนังทั้งบุรินทร์
มีขวดแก้วห่อผ้าใส่ยาสะกด ใส่กล้องจดเป่าไปดั่งใจถวิล
แม้นคนเมาเข้าไปได้ในบุรินทร์ เก็บเอาสิ้นสินทรัพย์แล้วกลับไป
ไม่ต้องการบ้านเมืองเอาแต่ของ กับเงินทองรวบรุมใส่ตุ่มไห
แล้วก็ยกหาบหามตามกันไป ไม่มีใครต่อสู้มันอยู่คง
กำเริบใจไปปล้นทุกหนแห่ง ตามเขตแขวงตีกระจุยเป็นผุยผง
เที่ยวดั้นดัดลัดมาตามป่าดง มันยกตรงเข้ามาเมืองสารัน
พวกชาวด่านชั้นนอกบอกหนังสือ ให้คนถือรีบเข้าไปไอศวรรย์
เสนาทราบกราบก้มบังคมคัล พระทรงธรรม์ทราบอักษรร้อนพระทัย
จึ่งตรัสสั่งแต่บรรดาโยธาหาญ ให้เตรียมการป้องกันอย่าหวั่นไหว
เอาปืนผาจุกช่องกองฟืนไฟ เสนาในวุ่นวิ่งเป็นสิงคลี
พระสั่งเสร็จแล้วเสด็จเข้าปรางค์รัตน์ โองการตรัสกับพระมิ่งมเหสี
มีข้าศึกฮึกโหมมาโจมตี พวกด่านมีบอกมาเวลาเย็น
พวกนางในได้ฟังรับสั่งตรัส แจ้งรหัสตัวสั่นเหมือนฝันเห็น
นางโศกเศร้าโศกาน้ำตากระเด็น พวกที่เป็นเจ้าจอมหม่อมอยู่งาน
คิดจะหนีกลัวผีไปไม่รอด ลงนั่งกอดเข่าทุกข์เรียกลูกหลาน
ให้ยักย้ายเงินทองของตระการ ทั้งโต๊ะพานฝังพลันเสียทันที
พอพลบค่ำคล้ำฟ้าเวหาหน อ้ายพวกปล้นโห่หึ่งถึงกรุงศรี
พวกขุนนางต่างวิ่งเป็นสิงคลี ทูลภูมีบอกเข้าไปที่ในวัง
อลหม่านบ้านช่องร้องกรีดกราด อ้ายโจรดาษดามาทั้งหน้าหลัง
ฝ่ายผู้คนบนป้อมพวกล้อมวัง พร้อมสะพรั่งยัดปืนขึ้นยืนยิง
พวกชาวเมืองตัวสั่นไหวหวั่นหวาด ร้องกรีดกราดวุ่นวายทั้งชายหญิง
หอบที่นอนหมอนผ้าหน้าเหมือนลิง ออกวุ่นวิ่งตามกันดันเข้าวัง
อ้ายโจรบุกรุกไล่เอาไฟแกว่ง ล้อมกำแพงดาษดาทั้งหน้าหลัง
พวกชาวเมืองพุ่งสาตราดาประดัง พร้อมสะพรั่งแหลนหลาวทั้งง้าวทวน
ถูกขาแข้งแทงฟันมันไม่เข้า มันก็เป่ายาระดมตามลมหวน
พวกได้กลิ่นยาวิ่งทิ้งง้าวทวน เดินเซซวนหวนหิวหวิวหัวใจ ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมภพไกรอภัยนุสิน พระภูมินทร์จากปรางค์ทองอันผ่องใส
เสด็จออกพระโรงคัลด้วยทันใด เสนาในทูลแถลงแจ้งยุบล
ว่าทหารชาญณรงค์ออกยงยุทธ์ ทิ้งอาวุธลมจับวิ่งสับสน
มันเป่ายาเมาเบื่อเห็นเหลือทน ทั้งผู้คนก็ไม่หาญออกราญรอน
พระทรงฟังเสนายิ่งปรารภ คิดอพยพที่จะไปในสิงขร
ก็เป็นห่วงบ่วงใยในนคร ยิ่งทุกข์ร้อนรำพึงตะลึงตะไล ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อบพิตรอิศเรศ องค์ราเมศกับท่านครูรู้นิสัย
เห็นได้ช่องตรองตริดำริไป จะอาสาท้าวไทผลาญทมิฬ
แล้วทูลว่าข้าแต่พระทรงภพ อย่าปรารภร้อนในพระทัยถวิล
ขออาสาล้างศัตรูกู้บุรินทร์ ให้สูญสิ้นย่อยยับอัปรา ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ผู้ดำรงอาณาจักร เธอถามซักเพราะยังคิดกังขา
ยังไม่แจ้งว่าประสิทธิ์วิทยา เห็นวิชาแต่ข้างหมอพอชำนาญ
จึ่งตรัสว่าถ้าพ่อช่วยดับเข็ญ ให้ราษฎร์เย็นปรีดิ์เปรมเกษมศานต์
จะแก้ไขอย่างไรพระอาจารย์ แม้นเสียการท่วงทีหนีไม่พ้น
ฝ่ายท่านครูผู้ประสิทธิ์ฤทธิเวท ทูลพระองค์ทรงเดชเจ้าเขตขัณฑ์
ข้าจะตั้งพิธีพลีกรรม์ ในค่ำวันนี้ให้สมอารมณ์ปอง
จะขอแต่เครื่องบูชาเทพารักษ์ เจ้าสำนักเถื่อนถ้ำในน้ำหนอง
จะเชิญมารวบรุมช่วยคุ้มครอง มิให้ต้องแพ้พ่ายกับไพรี
กรุงกษัตริย์ตรัสว่าถ้าเช่นนั้น ท่านป้องกันคุ้มได้แล้วไม่หนี
พระตรัสสั่งเสนาอย่าช้าที ไปจัดเครื่องบัดพลีมาให้ครู
ผู้รับสั่งรีบไปได้มาพร้อม ทั้งเครื่องหอมยำพล่าเป็ดปลาหมู
กับของหวานผลผลามาให้ครู ทั้งคนผู้ที่จะใช้ในนคร
ฝ่ายพระหน่อราเมศเกศกษัตริย์ ออกมาจัดพวกทหารชาญสมร
ถืออาวุธเสโล่แลโตมร นั่งสลอนเตรียมเสร็จสำเร็จการ ฯ
๏ ฝ่ายท่านครูผู้ประสิทธิ์ฤทธิเวท สำแดงเดชทูลลามาหน้าฉาน
เข้านั่งในที่สงัดตัดรำคาญ อ่านโองการตามตำราบูชาเชิญ
เทพไทในจังหวัดพิพัฒน์ผล ทั่วสกลแผ่นหล้าเวหาเหิน
มาช่วยระงับดับภัยให้เจริญ แกเชื้อเชิญเสร็จสรรพนั่งหลับตา
ตั้งสติแน่วตรงวงกสิณ เป็นลมรินมืดมิดทุกทิศา
พวกข้าศึกรายกันเข้าตั้งเป่ายา รอบพาราป้อมปราการชานกำแพง
ลมก็หวนป่วนปัดพัดไปพ้น ไม่ต้องคนพวกทหารชาญกำแหง
ที่อิดโรยโหยละห้อยค่อยมีแรง บนกำแพงคนผู้ดูค่อยคลาย
ที่มึนเมาหาวนอนร้อนในอก พอเหงื่อตกก็ค่อยเบาบรรเทาหาย
แต่ลุกนั่งยังไม่ตรงดำรงกาย พระพายชายเป่าปัดพัดธุลี
เป็นหมอกมัวทั่วไปในอากาศ น้ำค้างสาดเย็นใจในวิถี
พวกข้าศึกหนาวเหน็บเจ็บอินทรีย์ ไม่อาจที่จะเป่ายานัยน์ตาพราย
ลงนั่งเหงาหนาวในใจทำไฟผิง บ้างก็วิ่งชุลมุนวุ่นใจหาย
อ้ายนายใหญ่หนีไปนั่งกำบังกาย ไม่สบายง่วงเหงาทั้งหาวนอน ฯ
๏ ฝ่ายท้าวไทอภัยนุสินปิ่นกษัตริย์ ขึ้นปรางค์รัตน์ทุกข์ทอดฤทัยถอน
ไปอยู่ที่นงคราญผู้มารดร ทั้งอัปสรสาวสุรางค์นางกำนัล
มเหสีบุตรีนารีรัตน์ พร้อมกษัตริย์บรรดาในไอศวรรย์
ฤดีดิ้นดั่งจะสิ้นชีวาวัน ต่างโศกศัลย์โศกาทุกนารี
บ้างกอดเข่าเจ่าจุกเสียงกุกกัก ไม่อาจทักตาขาวราวกับผี
ฝ่ายข้างองค์นงนุชพระบุตรี แสนทวีพูนเทวษรัญจวนครวญ
คิดถึงองค์ทรงเดชเกศกษัตริย์ โทมนัสดิ้นโดยเฝ้าโหยหวน
รับอาสาสู้เขาไยไม่ใคร่ครวญ ถ้าฉวยจวนตัวภูมีหนีไม่ทัน
เมื่อรูปทรงองค์เอวก็อ้อนแอ้น ยังขืนแค่นอาสาฉวยอาสัญ
ยิ่งตรองตรึกนึกขึ้นมายิ่งจาบัลย์ สะอื้นอั้นอ่อนอารมณ์ระทมทวี ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายท่านครูผู้วิเศษ ชำนาญเวทรู้สิ้นถิ่นวิถี
ออกจากธาตุกสิณแกยินดี ลุกมาที่หน่อกษัตริย์ขัตติยา
คิดอ่านเปิดประตูไปเที่ยวไล่จับ มันนอนหลับทุกคนเที่ยวค้นหา
อย่าฆ่าตีชีวิตให้มรณา พันธนาไว้จนเช้าให้ท้าวไท
ฝ่ายพระจอมราเมศเกศกษัตริย์ ขึ้นกัณฐัศว์เรียกทหารแล้วขานไข
สั่งให้เปิดทวารแล้วคลาไคล ยกออกไปนอกปราการชานกำแพง
ไม่อึงอื้อถือแต่ไฟเที่ยวไล่ค้น อ้ายโจรกรนหลับทั่วเนื้อตัวแข็ง
กำลังหนาวหาวนอนทั้งอ่อนแรง คว่ำตะแคงคุดคู้ไม่รู้ตัว
อ้ายนายใหญ่เข้าไปซ่อนนอนในหลุม เอาผ้าคลุมมิดชิดปิดจนหัว
เครื่องอาวุธอยู่ข้างข้างไม่ห่างตัว ให้มึนมัวหลับล้มไม่สมประดี
พวกทหารจับมัดรัดเอาแขน ผูกไว้แม่นคุมไว้มิให้หนี
จับได้ทั่วตัวนายไพร่ผู้ดี ตะโหงกมีทำไว้ใส่ทุกคน
จับได้หมดพอสว่างกระจ่างแจ้ง อรุณแสงส่องฟ้าเวหาหน
โห่สนั่นลั่นไปทั้งไพร่พล พร้อมพหลจัตุรงค์ตรงเข้าเมือง ฯ
๏ สมเด็จท้าวเจ้าพิภพสบสมัย ตกพระทัยเต็มประดาเห็นฟ้าเหลือง
คิดว่าโจรจุดไฟเข้าในเมือง ร้องเรียกเครื่องเตรียมที่จะหนีไป
พวกสาวสาวชาววังร้องกรีดกราด เอาผ้าคาดนมเข้าแบกเอาไห
ใส่เงินทองของข้าวจะเอาไป วิ่งขวักไขว่ตามกันดันทุรัง
หลวงแม่เจ้าท้าวนางในปรางรัตน์ เสียงอึดอัดแล้วก็หยิบเอาหีบหนัง
ฉวยผ้าแพรพันพุงดูนุงนัง ละล้าละลังเรียกหาพวกข้าคน
ฝ่ายนางพวกท้องเวรเดนเขารุ ฉวยได้ครุวิ่งหลามตามถนน
เสียงร้องไห้อึงอู้อยู่ทุกคน เที่ยววิ่งวนอยู่ในวังนั่งไม่ลง ฯ
๏ ฝ่ายขุนนางกรมวังพวกข้างหน้า เอากิจจาบอกเข้าไปดั่งใจประสงค์
ให้กราบทูลจอมกษัตริย์ขัตติย์วงศ์ ว่าโจรแตกแหลกลงทั้งทัพชัย
กษัตราราเมศจับได้สิ้น พวกทมิฬมัดมาสิ้นดิ้นไม่ไหว
นายทวารชั้นนอกบอกเข้าไป ท่านข้างในทูลท้าวเจ้านคร ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมเวียงชัยอภัยนุสิน ได้ทราบสิ้นตรัสโอ้สโมสร
จับพระแสงตรีเพชรเสด็จจร จากบรรจถรณ์ออกนั่งยังพระโรง
พระหน่อนาถกับท่านครูผู้วิเศษ มาก้มเกศริมบัลลังก์ที่นั่งโถง
แล้วทูลว่าจับได้อ้ายคนโกง จอมจรรโลงจะโปรดปรานประการใด ฯ
๏ ป่างพระจอมนครามหากษัตริย์ โองการตรัสปรึกษาว่าไฉน
จะเข่นฆ่าเสียทั้งนั้นหรือฉันใด ตามแต่ใจท่านผู้เฒ่าเราจะทำ
ฝ่ายอาจารย์พรหเมศได้สดับ น้อมคำนับฉลองต่อที่ข้อขำ
จะฆ่าฟันฉันใดให้ระยำ ก็เป็นกรรมติดไปไม่จีรัง
จงโปรดเกล้าเอาสัญญาบัญชาตรัส เอาความสัตย์ปล่อยไปดังใจหวัง
แม้นมันทำไปข้างหน้าว่าไม่ฟัง จับมาขังฆ่าให้บรรลัยลาญ
แต่ปางหลังครั้งโจมตีรมจักร พระทรงศักดิ์ปล่อยไปสิ้นคืนถิ่นฐาน
มันก็กลับดีไปไม่เป็นพาล โปรดประทานชีวาอย่าฆ่าตี ฯ
๏ พระจอมวังสั่งว่าถ้าเช่นนั้น ไปพามันมาที่หน้าพลับพลาศรี
ให้ตั้งความสัจจาอย่าช้าที พระภูมีเสด็จมาพลับพลาพลัน
แล้วตรัสสั่งเสวกาพวกข้าเฝ้า ไปพาเอาอ้ายผู้ร้ายใจโมหันธ์
พระสั่งให้พวกล่ามมาถามพลัน ว่าโทษทัณฑ์ผิดพลั้งแต่หลังมา
จะโปรดปล่อยไม่สังหารผลาญชีวิต อย่าได้คิดมุ่งมาดปรารถนา
เที่ยวปล้นชิงนครังเหมือนหลังมา จงให้สัตย์สัญญาจะปรานี ฯ
๏ อ้ายนายโจรกราบก้มประนมสนอง ข้าขอรองบงกชบทศรี
แม้นทรงธรรมกรุณาไม่ฆ่าตี พระคุณมีเหลือล้นคณนา
จะให้สัตย์ปฏิญาณสาบานถวาย ไม่คิดร้ายปล้นชิงจริงจริงหนา
จะขอเป็นเกือกทองรองบาทา กว่าชีวาข้าจะวายทำลายลาญ
แม้นข้าศึกเหนือใต้มาติดต่อ ข้าจะขอเป็นทัพหน้าเหมือนว่าขาน
กว่าชีวิตวางวายทำลายลาญ ขอสาบานถวายท้าวเจ้าบุรินทร์ ฯ
๏ พระทรงฟังสั่งให้ทำน้ำพิพัฒน์ เสนาจัดตามรับสั่งดั่งถวิล
โปรดให้ถอดนายโจรใจทมิฬ พร้อมกันสิ้นถือน้ำตามทำนอง
แล้วให้เลี้ยงผลผลากระยาหาร ทั้งคาวหวานหมดด้วยกันแปดพันสอง
ข้าวบุหรี่มัสมั่นใส่จานรอง แต่ล้วนของเอมโอชโภชนา
ครั้นสำเร็จเสร็จการประทานของ ทั้งเจียดทองเครื่องประทานพานสลา
กับกระบี่ลายจำหลักฝักลงยา ผ้าเช็ดหน้าปักทองล้วนของดี
มันถวายคำนับอภิวาท ในเบื้องบาทบงกชบทศรี
แล้วทูลลาพาพหลแลมนตรี กลับไปที่เมืองบ้านสำราญใจ ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมนฤเบศเกศกษัตริย์ โสมนัสเปรมปรีดิ์จะมีไหน
เสด็จขึ้นปรางค์มาศปราสาทชัย เข้าข้างในแจ้งยุบลพระชนนี
สรรเสริญท่านครูผู้วิเศษ กับกษัตริย์ราเมศวิเศษศรี
มาช่วยกันศัตรูกู้บุรี ให้ไพรีย่อยยับอัปรา
คุณของเขาคราวนี้เป็นที่ยิ่ง จะหาสิ่งไรให้สมปรารถนา
ทั้งเงินทองสิ่งใดในพารา ต้องจัดหาให้เขาสมอารมณ์ปอง
ทั้งรักษาพยาบาลในการไข้ ยังมิได้แทนคุณการุญสนอง
แล้วก็ช่วยปราบศึกต้องตรึกตรอง คิดฉลองคุณประมวลให้ควรการ ฯ
๏ ฝ่ายนางนาฏชนนีศรีสวัสดิ์ พลางตอบอรรถลูกยาแล้วว่าขาน
ควรจะไว้สืบพงศ์เป็นวงศ์วาน ให้สมการในที่เขามีคุณ
ควรจะยกดวงประภาธิดาเจ้า ให้แก่เขาขาดเหลือช่วยเกื้อหนุน
อย่าหนักหน่วงหวงแหนคิดแทนคุณ เหมือนการุญให้เขาพึ่งจึ่งจะควร ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมภพไกรอภัยนุสิน พระภูมินทร์ไม่จำนงทรงพระสรวล
จึ่งตอบต่อข้อความตามกระบวน ต้องใคร่ครวญให้รู้วงศ์พงศ์ประยูร
จะหลับตายกลูกสาวให้เขาเสีย เหมือนคนเตี้ยต่ำใช่เจ้าไอศูรย์
ฉวยสืบไปแม้นมิใช่วงศ์ตระกูล จะอาดูรเดือดร้อนดั่งนอนเพลิง
กลืนไม่เข้าคายไม่ออกต้องกลอกหน้า เช่นเขาว่าแล้วสิเปิดเตลิดเหลิง
ต้องสืบสวนครวญใคร่ดูในเชิง ฉวยมันเหลิงไปสิกรรมทำอย่างไร ฯ
๏ พระชนนีตอบคำเขาร่ำว่า มีแต่พร้าขัดหลังเขายังให้
จะหาวงศ์เทวดาหรืออย่างไร จึ่งจะให้ลูกสาวของเจ้าครอง
ข้าก็ดูผิวพรรณในสัณฐาน เห็นควรการอยู่แล้วเจ้าอย่าเศร้าหมอง
ธรรมดาชาติเชื้อเป็นเนื้อทอง จะทดลองลงหินหน้าศิลา
แม้นทองเจือเนื้อหนังคงขวางลิ่ม ดูก็นิ่มเนื้อนวลควรดอกหนา
แม่เห็นเป็นหน่อกษัตริย์ขัตติยา หรือเห็นตาคนแก่จะแปรปรวน
นี่ก็หลานในไส้มิใช่ข้า จะจัดหาของที่ชั่วเป็นตัวขมวน
หัวก็หงอกแล้วเป็นไรไม่ใคร่ครวญ แม่เห็นควรอย่างไรเห็นไม่เป็น
บทบุราณที่ท่านเล่าว่าเจ้าเงาะ นางรจนาเห็นเหมาะจึ่งเกิดเข็ญ
ท้าวสามลขับไล่ตัดตายเป็น เรื่องเขาเล่นจนทุกวันนั่นเป็นไร
ชวนกันเยาะว่าเจ้าเงาะไม่งามแงะ ไปไค้แคะค่อนว่าไม่ปราศรัย
ครั้นเขาถอดรูปทองละอองใย เออนั่นไพร่หรือผู้ดีต้องปรีดิ์เปรม
อันเยี่ยงอย่างใครเล่าเขาจะว่า บอกว่าข้าสุริย์วงศ์เป็นหงส์เหม
เขาใช่บ้าใช่หลังได้นั่งเปรม สุขเกษมอวดว่าข้าผู้ดี
วิสัยเพชรแล้วจะสึกอย่านึกหมาย ถึงตกร้ายเป็นอย่างไรไม่หายศรี
รู้จักดอกทูนหัวชั่วแลดี ไม่ต้องมีคนเสนอให้เอออือ ฯ
๏ พระจอมวังฟังชนนีตรัส ครั้นจะปัดเสียไม่รับเธอนับถือ
ต้องโอนอ่อนผ่อนผัดพอฟัดครือ จะว่าดื้อแก่ผู้ใหญ่ดูไม่ควร
พระชนนีปรีดาว่าข้าเห็น เขาคงเป็นชาติหงส์ทรงพระสรวล
อย่าสงสัยไปไยเล่าเราก็ควร จะประมวลคิดงานการวิวาห์
ภิเษกสองให้เขาครองเป็นคู่ชื่น สำราญรื่นร่วมวงศ์เป็นพงศา
อันตัวแม่เล่าก็แก่เฒ่าชรา พอมีผาสุกชื่นทุกคืนวัน ฯ
๏ ป่างพระจอมภพไกรอภัยนุสิน เป็นสุดสิ้นรังเกียจการเดียดฉันท์
เสด็จออกสั่งมหาเสนาพลัน ให้ไปทูลทรงธรรม์ท้าวกัมพล
ว่าบัดนี้จะภิเษกพระราเมศ ขอทรงเดชช่วยไปแจ้งทุกแห่งหน
ตามบรรดาพงศาทุกตำบล เชิญเสด็จจรดลมาพารา
เสนารับโองการพระผ่านเกล้า มาสั่งเหล่าพวกพหลพลอาสา
ให้เร่งรัดจัดแจงแต่งเภตรา จงรีบไปพาราเหมวัน
ฝ่ายล้าต้าต้นหนพลทหาร มาจัดการตามที่ขมีขมัน
แล้วก็ออกนาวาจากสารัน สิบห้าวันถึงจังหวัดปัถพิน ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมภูวดลกัมพลรัตน์ ได้ทราบอรรถชื่นชมสมถวิล
สั่งให้พวกเสนาในธานินทร์ ไปทุกถิ่นนคเรศเขตนคร
ถวายสารพระผู้ผ่านทุกพิภพ เหมือนปรารภเขียนไปในอักษร
เธอทราบสิ้นทุกนิเวศน์เขตนคร เสด็จจรทุกพาราบรรดาวงศ์
ตั้งแต่จอมนรินทร์ปิ่นนักสิทธ์ เสด็จสถิตพร้อมพรั่งดั่งประสงค์
การภิเษกเอกฉัตรขัตติย์วงศ์ เหมือนกับองค์นรินทร์รัตน์กษัตรา ฯ
๏ ครั้นจะจักจาระไนไปทุกแห่ง ก็รู้แจ้งกันอยู่หมดตามยศถา
ขอตัดบทลงเสียบ้างหลายครั้งครา จะพรรณนาไปทุกแห่งเหมือนแกงเย็น
มันคงจืดเต็มประดาไม่น่าซด ต้องตัดบทเสียเถิดหนาว่าพอเห็น
จะรกหูผู้ฟังอย่างข้าวเย็น แล้วจะเป็นซ้ำซากปากโสมม ฯ
๏ ถึงวันศุกร์ที่ประสงค์ส่งเจ้าสาว ไปว่ากล่าวฝากฝังอย่างประถม
พระราเมศเร่งรื่นชื่นอารมณ์ แล้วบังคมชนนีชุลีกร
นางพระยาลากลับไปปรางค์มาศ พระหน่อนาถนั่งเรียงเคียงสมร
พลางมีรสพจนาแล้วว่าวอน เชิญสมรแม่อย่าหมางระคางแคง
พลางเชยช้อนกรกระหวัดสัมผัสต้อง พระนุชน้องป้องปัดยังขัดแข็ง
ด้วยยังไม่รู้ประจักษ์การรักแรง จึงพลิกแพลงผลักหัตถ์กษัตรา
ประเวณียังไม่เคยได้เชยชิด ให้หวั่นจิตสั่นระรัวกลัวนักหนา
มีสุนทรวอนวงศ์พระภัสดา ได้เมตตาก่อนเถิดองค์พระทรงธรรม์
น้องจะไปไหนพ้นพระผ่านเกล้า โปรดทุเลาอย่าเพ่อวุ่นทำหุนหัน
พระปลอบพลางทางว่าสารพัน ประโลมขวัญนุชเจ้าลำเพาพาล
สถิตแท่นเนาวรัตน์ประภัสสร อย่าอาวรณ์ไปเลยนุชสุดสงสาร
พลางจูงกรช้อนองค์พระนงคราญ ขึ้นแท่นรัตน์ชัชวาลตระกองเกย
ถนอมแนบแอบอุ้มแล้วจุมพิต นางเบี่ยงบิดแล้วก็เบือนทำเชือนเฉย
พระต้องเต้าเคล้าเคล้นเหมือนเช่นเคย ถนอมเชยรับขวัญให้บรรทม
สนิทแนบแอบขวัญต่างหรรษา ชื่นอุราปลื้มเปรมเกษมสม
พระนุชอ่อนผ่อนพองามตามอารมณ์ ทะเลลมยมนาในสาคร
เป็นระลอกกลอกกลบกระทบฝั่ง ทวีปวังสาคเรศเขตสิงขร
มัติมิงคล์กลิ้งกลอกนอกสันดอน ฝูงมังกรเหรากุมภาพาล
ขึ้นฟาดหางกลางมหาชลาสินธุ์ บ้างโดดดิ้นท้องสมุทรผุดประสาน
ทั้งกระโห้โลมาฝูงปลาวาฬ ก้องสะท้านธรนินทร์ฝั่นสินธู
ฉนากฉลามตามกันว่ายฟันคลื่น แต่ล้วนพื้นพิมพาฝูงราหู
ทั้งนาคาลอยล่องขึ้นฟ่องฟู เป็นหมู่หมู่ผุดพ่นชลธี
พายุพยับอับฟ้าเวหาหาว ทั้งเดือนดาวมืดมัวทั่ววิถี
ฟ้าก็ร้องเปรี้ยงเปรี้ยงเสียงสุนี สะเทือนที่โลกาสุธาดล
เมขลาโยนแก้วอยู่แวววับ อสูรจับขวานขว้างกลางเวหน
เสียงครื้นครึกกึกก้องร้องคำรน พายุฝนโปรยปรายกระจายจร
บุษบันยังไม่ทันขยายกลีบ แมงภู่รีบคลึงเคล้าเฝ้าเกสร
ลงกลิ้งเกลือกเยือกเย็นเข้าเฟ้นฟอน อาบเกสรเชยประชดที่อดออม
สองภิรมย์สมสนิทพิศวาส ไม่เคลื่อนคลาดจากน้องประคองถนอม
ระรื่นรินกลิ่นรสเหลืออดออม ที่ตรองตรอมนั้นก็หายวายกังวล
ดั่งได้ผ่านเมืองแมนแดนสวรรค์ ในฉ้อชั้นฟากฟ้าเวหาหน
สำราญรื่นชื่นใจในกมล ดั่งสายชลในมหาชลาลัย
อัศจรรย์นั้นมันบ่อยอร่อยรส เหมือนแป้งสดซ่านกระเซ็นที่เย็นใส
ถนอมแนบแอบอุ่นละมุนละไม จนอุทัยส่องสีรวีวร ฯ
๏ ฝ่ายกษัตริย์แต่บรรดามาอภิเษก อติเรกทุกเวียงชัยประไภศร
ครั้นเสร็จสรรพการประชุมสยุมพร กลับนครคืนเขตนิเวศน์วัง
ฝ่ายพระจอมภพไกรอภัยนุสิน ไปส่งสิ้นเสร็จสรรพแล้วกลับหลัง
เข้านครขึ้นปราสาทราชวัง สถิตยังแท่นรัตน์ชัชวาล
หยิบกระบี่คู่นิเวศน์เขตจังหวัด สำหรับกษัตริย์ขัตติยามหาศาล
ประสิทธิ์ให้เขยขวัญมิทันนาน มอบสถานนคเรศนิเวศน์วัง
ให้กษัตริย์ขัตติยาพระราเมศ ผ่านนิเวศน์เวียงชัยเหมือนใจหวัง
เป็นจอมเจ้านคเรศนิเวศน์วัง แล้วตรัสสั่งพวกมหาเสนาใน
ว่าตัวเราเล่าก็แก่ชราภาพ จะปรามปราบยุคเข็ญเห็นไม่ไหว
อันสมบัติราชฐานการเวียงชัย เรามอบให้เขยสนองครองบุรินทร์
เขาหนุ่มแน่นแสนชำนาญในการยุทธ์ ประเสริฐสุดได้สมอารมณ์ถวิล
แทนตัวเราว่าขานการแผ่นดิน ประเทศถิ่นนคราให้ถาวร
เสนารับบังคมบรมนาถ อภิวาทเชิญบพิตรอดิศร
รับพระราชโองการผ่านนคร พร้อมนิกรเสกสมภิรมยา
ครั้นเสร็จการท่านพฤฒาทูลลากลับ น้อมคำนับเจ้าบุรินทร์ปิ่นมหา
ท้าวรางวัลเงินทองของนานา พราหมณ์พฤฒาถวายคงดำรงคลัง
ว่าตัวข้าชราภาพไม่รับไว้ ขอลาไปฐานถิ่นถวิลหวัง
ไม่ต้องการข้าวของในท้องพระคลัง มีอยู่มั่งพร้อมเพรียงพอเลี้ยงกาย
ป่างพระจอมนครินทร์ปิ่นกษัตริย์ ท้าวเธอจัดแจงพหลพลทั้งหลาย
ให้ไปส่งพระอาจารย์สำราญกาย รีบผันผายไปยังเหมรา ฯ
๏ จะกลับกล่าวราวเรื่องนรินทร์รัตน์ หน่อกษัตริย์สมมาดปรารถนา
ทูลลาท้าวเจ้าบุรินทร์ปิ่นประชา ไปรัตนานคเรศนิเวศน์วัง
กับอนงค์องค์มิ่งมเหสี ถึงบุรีเสร็จสมอารมณ์หวัง
แสนสำราญผ่านประเทศนิเวศน์วัง ก็มั่งคั่งสุโขมโหฬาร ฯ
๏ จะกล่าวถึงสังฆราชพระบาทหลวง ค่อยสร่างทรวงอยู่ประเทศเขตสถาน
เมืองโรมพัฒน์เจ้าพาราเรียกอาจารย์ วิชาการสารพัดแกจัดเจน
สร้างวัดวาต่างต่างอย่างฝรั่ง หอระฆังยอดใส่ไม้กางเขน
นั่งสอนศิษย์ชั้นเฉลียงเสียงออกเกน ในบริเวณราบเลี่ยนเตียนสบาย
เจ้าพวกแขกนับถือลือกันทั่ว เข้าฝากตัวเข้ารีตเพราะจิตหมาย
จะไปสวรรค์ชั้นบนพ้นอบาย ต่างฝากกายฝากตัวทั้งกลัวเกรง
เมื่อวันหนึ่งแกตรองมองดูศิษย์ ที่ใช้ชิดซื่อตรงไม่โฉงเฉง
ทั้งปากคำเก่งกาจชาตินักเลง รู้กลัวเกรงสารพัดแกหัดปรือ
เอาบวชเป็นบาทหลวงไว้ช่วงใช้ ได้ต่างใจต่างตนคนนับถือ
ชื่อดาวิดจิตปองไว้รองมือ ด้วยมันถือกตัญญูรู้น้ำใจ
เป็นที่สองรองตั้งไว้สั่งสอน พวกนิกรที่มันหลงยังสงสัย
แกอุตส่าห์บังคับให้กลับใจ เข้าอยู่ในถ้อยคำโดยลำพัง
อันตัวกูก็ชราจะหาสุข ได้นั่งลุกพอสบายหายเจ็บหลัง
เองช่วยเอาเป็นธุระปะทะปะทัง จะได้ตั้งศาสนาให้ถาวร
เป็นธรรมดาฝรั่งแม้นตั้งมั่น คิดผ่อนผันเหมือนกับไฟสุมไม้ขอน
ตั้งเกลี้ยกล่อมแต่บรรดาประชากร การที่ร้อนอย่ากระทำให้ช้ำใจ
เอาความดีปรีดาที่ผาสุก สิ่งที่ทุกข์ดับเข็ญให้เย็นใส
ถึงกูแก่ก็ยังคิดในจิตใจ จะใคร่ได้ลังกาพาราคืน
ประเดี๋ยวนี้มาอยู่ในโรมพัฒน์ ไม่ข้องขัดสมประโยชน์ใช่โหดหืน
แต่ไม่สุขในใจเหมือนไฟฟืน ทุกวันคืนรุ่มร้อนไม่หย่อนคลาย
ก็คิดอยู่จะชวนเขาท้าวทั้งสอง ให้ปรองดองยกพหลพลทั้งหลาย
ไปลังกาตีไทยให้กระจาย จับเชื้อสายพระอภัยใจทมิฬ
ฆ่าให้หมดเขยสะใภ้มิให้เหลือ ในน้ำเนื้อเอาให้สมอารมณ์ถวิล
แต่จนใจเขยท้าวเจ้าบุรินทร์ มันไม่ผินหน้าตามาหาใคร
เฝ้าคลอเคลียเมียสาวเป็นเต่าตุ่น ยึดต้นทุนไว้มั่นไม่หวันไหว
แม้นมันช่วยตามประสงค์กูจงใจ ก็คงได้ลังกาอย่าปรารมภ์ ฯ
๏ บาทหลวงเฒ่าชี้แจงแถลงกิจ ให้สานุศิษย์เอาธุระการสะสม
เจ้าดาวิดจึ่งว่าอย่าปรารมภ์ ข้าจะก้มหน้าตรองฉลองคุณ
แต่จะต้องลาไปจากใต้เท้า เที่ยวสืบสาวหาเชื้อมาเกื้อหนุน
จะไปเมืองปัตหรีเขามีบุญ ข้าเคยคุ้นอยู่มาสิบห้าปี
จำจะไปสั่งสอนให้อ่อนน้อม แต่ทางอ้อมเกือบพาราปตาหวี
แล้วเจ้าเมืองแข็งขันขยันดี วิชามีต่างต่างทางประจญ
แล้วเป็นชาติฝรั่งใหญ่ใจมุหงิด อิทธิฤทธิ์ลือแจ้งทุกแห่งหน
มีเมืองขึ้นมากมายหลายตำบล ทั้งคงทนแทงฟันไม่พรั่นพรึง ฯ
๏ บาทหลวงฟังคั่งแค้นแหงนชะแง้ แค้นด้วยแก่โกโรโมโหหึง
แต่ใจคอยังฉกรรจ์ไม่พรั่นพรึง นั่งรำพึงถึงนิเวศน์เขตลังกา
แกร้องเรียกพระเยซูไปอยู่ไหน ทำไมไม่มาช่วยเล่าพระเจ้าขา
รับเอาความอ่อนแอแก่ชรา ให้ตัวข้ากลับเป็นหนุ่มให้พุ่มพวง
จะได้ไปลังกาปราบข้าศึก ให้สมนึกสมมาดของบาทหลวง
แต่การบาปสาธุชนคนทั้งปวง ก็ยังตวงตักเอาไปได้ทุกวัน
ข้าพเจ้าเล่าก็เป็นถึงสังฆราช ได้สอนศาสนาให้ไปสวรรค์
แต่ได้ความลำบากมามากครัน ช่วยผ่อนผันเอาชราพากลับไป
ให้ครัดเคร่งเปล่งปลั่งเหมือนยังหนุ่ม จะโอบอุ้มศาสนาไม่ปราศรัย
แกบ่นพร่ำร่ำว่าด้วยอาลัย เคยเป็นใหญ่มาแต่ครั้งอยู่ลังกา
ด้วยเทือกแถวตาปู่อยู่ที่นั่น จึ่งผูกพันอยู่เป็นนิจริษยา
แล้วหวนจิตคิดแค้นนางวัณฬา เพราะอีบ้ากามพักรักผัวไทย
จึงเสียเมืองเรื่องนี้กูแสนแค้น ในอกแน่นดั่งใครเชือดให้เลือดไหล
แล้วมิหน้าซ้ำอ้ายลูกก็จัญไร กลับเป็นไพรีกูผู้อาจารย์
เสียแรงหวังสั่งสอนช่วยผ่อนผัน ครั้นว่ามันได้อีสาวกับร้าวฉาน
เพราะลูกไทยแกมฝรั่งจึงจังฑาล เล่นอาจารย์ย่อยยับอัปรา
แกหวนฮึกนึกแค้นแสนสาหัส เหมือนใครตัดชีวังให้สังขาร์
นี่หากได้พึ่งเขาเจ้าพารา พอได้ผาสุกสบายวายอาวรณ์
เดชะบุญหนุนนำเหมือนคำว่า จะได้ตั้งศาสนาไว้สั่งสอน
ให้รุ่งเรืองเบื้องหน้าสถาพร ได้ดับร้อนพวกอาณาประชาชน
เสียดายดินถิ่นที่เคยมีสุข มาเกิดยุคเพราะพวกไทยได้สิงหล
เพราะตัวกูแก่ชราเข้าตาจน เหลือจะขวนขวายแก้มันแปรปรวน
จำจะถอดเขี้ยวงาให้ดาวิด มันเป็นศิษย์ผิดชอบได้สอบสวน
การพูดจาก็พอใช้ในกระบวน สำบัดสำนวนลูบไล้ได้หลายแคว
การล่อลวงท่วงทีเห็นมีมาก เชิงฝีปากสอพลอข้างตอแหล
ทั้งดื้อด้านหลอกล่อพูดกอแก มันผันแปรไปได้มากปากก็บอน
ควรจะให้วิทยาตำราตำรับ ที่ลึกลับกรุณังช่วยสั่งสอน
ได้ไว้ชื่อไว้ลายกระจายจร เที่ยวสั่งสอนอธิบายคล้ายกับครู
แล้วเรียกหาดาวิดบาทหลวงน้อย มาใช้สอยให้มันกล้าทั้งตาหู
ให้พากเพียรเรียนตำรับฉบับครู สอนให้รู้การเสน่ห์ทั้งเล่ห์กล
กระบวนศึกยอกย้อนทั้งหลอนหลอก การปลิ้นปลอกสารพัดไม่ขัดสน
แกชี้แจงแต่งทัพกำกับพล เข้าประจญประจัญบานการสงคราม
ตั้งค่ายคูดูแลแพ้ชนะ จงคิดกะการศึกอย่านึกขาม
เองพากเพียรเรียนพิชัยสงคราม ให้รู้นามรู้ทิศมิตรศัตรู
กระบวนบกกระบวนเรือเสือแลช้าง มีต่างต่างแมวหมาวิฬาร์หนู
ครุฑนามนาคนาคนามตามที่ครู เขามีอยู่ต่างต่างวางตำรา
อันตัวกูรู้มาตำราตำรับ เป็นแม่ทัพรบรุกทุกภาษา
ประเดี๋ยวนี้ก็ชะแรแก่ชรา ทั้งหูตานั้นเฟือนไม่เหมือนเดิม
เองจงเพียรเรียนไว้ให้ตลอด อุตส่าห์สอดสนใจไว้เฉลิม
ปะท่านผู้มีบุญได้จุนเจิม ช่วยส่งเสริมวาสนาในสามัญ
วิชาดีคงเป็นที่เขานับถือ เร่งฝึกปรือเช่นกูสอนคิดผ่อนผัน
ทำให้เห็นแก่ตาพวกสามัญ ดูเชิงชั้นคิดประกอบให้ชอบที
เจ้าดาวิดคำนับรับว่าได้ ขอเรียนไว้ในสำนักเป็นศักดิ์ศรี
มันขยิ่มอิ่มเอมทั้งเปรมปรีดิ์ ออกว่าที่สังฆราชไม่ขาดวัน ฯ
๏ อันบทเบื้องเรื่องนี้ยกไว้ก่อน จะกล่าวย้อนถึงลังกามหาสวรรค์
นางโฉมยงสุลาลีเจ้ามีครรภ์ พร้อมพร้อมกันกับรำภาพะงางอน
ข้างหนึ่งไปคลอดในเมืองรมจักร ประไพพักตร์เพียงเทพอัปสร
เป็นที่สุดบุตรีของภูธร พระบิดรโปรดปรานประทานนาม
ชื่อสาคเรศเพราะนิเวศน์มเหสี อยู่ลังกาธานีศรีสยาม
เพราะเสด็จไปณรงค์ทำสงคราม ต้องข้ามตามสาชลในวนวัง
ชันษาได้สิบสี่ปีมะเส็ง ดูปลั่งเปล่งผิวฉวีดั่งสีสังข์
กำลังรุ่นโสภีเป็นศรีวัง เชื้อฝรั่งปนไทยจึ่งไพบูลย์
ลูกสุลาลิวันนั้นก็สาว เกิดคราวคราวกันที่ในมไหสูรย์
ชื่อเกสรสุมาลัยอันไพบูลย์ ต่างเพิ่มพูนมีลูกเพราะผูกพัน
แต่สินสมุทรกับผกาสุดากนิษฐ์ ก็ร่วมชิดร่วมชมภิรมย์ขวัญ
แต่บุตรไม่มีมาเข้าครรภ์ จนพากันไปบุรีไม่มีเลย
ถึงอรุณรัศมีที่ภิเษก เป็นองค์เอกชูเชิดที่เปิดเผย
ช่างไม่มีลูกเต้าเปล่าไปเลย ใช่เพิกเฉยเสียเมื่อไรแต่ไม่มี ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ