ตอนที่ ๑๐๓ หกกษัตริย์ตีโต้ทัพพระบาทหลวงล่าไปเมืองปตาหวี

๏ ฝ่ายพระศรีสุวรรณวงศ์กษัตริย์ สั่งให้ยัดปืนใหญ่ใส่ดินหู
ลากมาไว้สองข้างหว่างประตู พร้อมทุกหมู่พลรบสมทบกัน
สินสมุทรวุฒิไกรไล่ทหาร ออกจากด่านเร่งร้นพลขันธ์
เครื่องอาวุธสาตราสารพัน เป็นทัพขันธ์กองหน้าเข้าราวี
สุดสาครหัสไชยเป็นปีกขวา วลายุดาวายุพัฒน์กษัตริย์สี่
เป็นปีกซ้ายยกออกนอกบุรี องค์พระศรีสุวรรณวงศ์ทรงกระบอง
เป็นทัพหลวงเร่งพหลพลรบ คอยสมทบตามกันผันผยอง
หัสกันเดินตรวจทุกหมวดกอง ตามทำนองถือกระบี่ขี่อาชา ฯ
๏ ฝ่ายพหลพลฝรั่งสังฆราช ระดาดาษเร่งร้นพลอาสา
ให้ยิงปืนครื้นครั่นเป็นสัญญา พวกโยธาแกว่งขวานเข้าราญรอน
ท้าวโกสัยไล่ทหารเข้าต้านต่อ ไม่รั้งรอรบรับสลับสลอน
ทั้งสองฝ่ายนายทหารต่างราญรอน ก็ฟันฟอนกันตายวายชีวง
พวกที่ปีนกำแพงบ้างแพลงพลาด ชาวเมืองฟาดฟันกระจุยเป็นผุยผง
บาทหลวงเร่งพวกทหารชาญณรงค์ ให้รีบตรงกันเข้ารับกองทัพไทย ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์พงศ์นรินทร์สินสมุทร แกว่งอาวุธครื้นครั่นสนั่นไหว
กับวายุพัฒน์ราชบุตรวุฒิไกร เข้าลุยไล่ทัพฝรั่งไม่รั้งรอ
ท้าวโกสัยขับม้าออกหน้าทัพ เข้ารบรับเปรียบเหมือนงูเข้าสู้หมอ
พลไพร่ฝ่ายฝรั่งไม่รั้งรอ บ้างแข็งข้อวิ่งกลมระดมยิง
บาทหลวงเร่งสารถีให้ขับรถ ถือไฟกรดวิ่งรี่ดังผีสิง
แม้นเสียท่าพลิกแพลงจะแย่งชิง ทหารวิ่งตรงมาดาประดัง
แกเห็นหน้าวายุพัฒน์ใหัขัดแค้น อ้ายนี่แสนเฉโกทำโอหัง
แล้วร้องด่าว่าเหวยเฮ้ยระวัง อ้ายฝรั่งปนไทยอ้ายศัตรู
พระเป็นเจ้าท่านจะเอาไปนรก คนสกปรกตีต้อนให้อ่อนหู
มึงเป็นคนทุจริตเหมือนพิษงู ออกมาสู้หมอแล้วไม่แคล้วเลย
แต่บรรดาพวกมึงอย่าพึ่งนึก เห็นจะลึกเต็มประดานิจจาเอ๋ย
เป็นพวกล้างศาสนาจะพาเลย ไปก่ายเกยไม้กางเขนก็เห็นความ
เพราะมึงล้างศาสนาเข้าหาพ่อ จะตอบต่อว่ากระไรขอไต่ถาม
หรือพ่อมึงจะคุ้มบาปช่วยปราบปราม จะไปห้ามขุมนรกไม่ตกเลย
วายุพัฒน์ขัดข้องจึ่งร้องตอบ ท่านว่าชอบจริงจังดั่งเฉลย
นับถือพ่อบาปแท้หรือแกเคย จะให้เลยไปเหมือนอย่างมังคลา
กระนั้นหรือพระอาจารย์ชาญฉลาด ให้ทิ้งญาติทิ้งวงศ์เผ่าพงศา
นั่นหรือเป็นคนดีมีปัญญา พระมังคลาไปสวรรค์อยู่ชั้นใด ฯ
๏ บาทหลวงแค้นแหงนหน้าว่าอุเหม่ อ้ายโว้เว้พูดมากถลากไถล
เดี๋ยวนี้มึงอวดฝีมือถือข้างไทย ก็จะให้พระเจ้าเอาชีวง
อย่าพักพูดลอยหน้าว่ากับพระ ที่จะละมึงไว้อย่าใหลหลง
แล้วว่าเฮ้ยนายทหารชาญณรงค์ เร่งโบกธงแม่ทัพจับเอาตัว
อ้ายนี่ล้างศาสนาสารพัด ทั้งเสียสัตย์เกะกะฉะเอาหัว
มาเสียบไว้ให้รู้สึกสำนึกตัว เอ็งอย่ากลัวเอาสิหวาดาประดัง
ทหารฮึกนึกว่าเด็กเล็กเท่านี้ มันจะดีมาอย่างไรเพราะใจหวัง
เอาปืนยิงวิ่งเข้ามาดาประดัง จนกระทั่งหน้าม้าร้องท้าทาย
เองนี้หรือชื่อว่าวายุพัฒน์ จะจับตัดหัวริบให้ฉิบหาย
บาทหลวงขับรถฝรั่งกำบังกาย แกมุ่งหมายแค้นขัดอัดอุรา
คิดจะจับวายุพัฒน์ตัดศีรษะ ให้สมกะแค้นจิตด้วยริษยา
มันไม่เคยลบหลู่แต่อยู่มา ในลังกาก่อนไรก็ไม่มี
เพราะพวกพ้องของมันมาพันผูก นับพ่อลูกปูย่าเป็นราศี
มันจึ่งพูดดุดันขึ้นทันที เป็นไรมีจับฆ่าให้สาใจ
พลางเร่งทัพขับพหลพลฝรั่ง ปืนประดังยิงกันเสียงหวั่นไหว
ฝ่ายพระจอมสินสมุทรวุฒิไกร เสนาในพวกรบสมทบพล
ต่างเร่งกันเข้ารับทัพฝรั่ง ตีประดังดาษดาโกลาหล
บาทหลวงเห็นได้ทีให้รี้พล ทำเดินวนเหมือนจะล่าเอายาโรย
ใส่กล้องเป่าขึ้นไปในอากาศ เป็นหมอกกลาดยาปลิวคนหิวโหย
กระทบกลิ่นยาพิษให้อิดโรย พอลมโชยอ่อนทั่วทั้งมัวเมา
หกกษัตริย์ปรึกษาให้ล่าทัพ ไปตั้งรับเรียงรายอยู่ชายเขา
พอพักคนเหนื่อยอ่อนที่นอนเมา ให้กินข้าวเจือจานเครื่องหวานมัน
คนที่ถูกยาเบื่อครั้นเหื่อตก ตัวสั่นงกดูเหมือนเพ้อละเมอฝัน
พอสุริยนสนธยาลงสายัณห์ พลขันธ์สร่างเมาบรรเทาคลาย ฯ
๏ จะกล่าวข้างสังฆราชพระบาทหลวง ครั้นเห็นดวงจันทร์กระจ่างสว่างฉาย
ให้พักคนพลไกรทั้งไพร่นาย ดูแยบคายกองทัพที่อัปรา
ให้ตีฆ้องกลองฝรั่งระวังศึก ฉวยเหิมฮึกจะลำบากยากนักหนา
จนสั่งกันทุกหมวดเร่งตรวจตรา รายรักษานั่งยามเหมือนตามเดิม
แล้วเรียกพวกฝรั่งมาสั่งพร้อม จงคอยด้อมดูศึกจะฮึกเหิม
ประตูค่ายรายพลเอาคนเติม มันจะเหิมฮึกมาเข้าราวี
อย่าวางใจศัตรูเหมือนงูพิษ จะแผลงฤทธิ์ระวังไว้ในวิถี
มันก็คงกลับมาคอยราวี ค่ำวันนี้มั่นคงอย่าสงกา
แกสั่งเสร็จเข้าไปตรองมองตำหรับ จะแต่งทัพแก้ไขให้หนักหนา
พลางพลิกดูในฉบับตำหรับตำรา พวกไทยมาครอบครองเป็นของตัว
จนศาสนาอับปางเสียอย่างเยี่ยง จะบ่ายเบี่ยงกำจัดคิดตัดหัว
แม้นตายเสียจนจิตต้องคิดกลัว ถ้าว่าตัวกูยังดีมีชีวง
ที่จะให้ไทยอยู่อย่าหมายมาด คงจะกวาดให้กระจุยเป็นผุยผง
จะขอสู้กว่าชีวิตจะปลิดปลง เอาให้คงคืนมาเหมือนวาจัง
แล้วเรียกท่าวโกสัยมาในนี้ เอาแผนที่บอกให้ดั่งใจหวัง
เรียนตำหรับตำราเหมือนวาจัง เองจงฟังเรื่องราวคิดเล่าเรียน
ทั้งกลไกหลายอย่างทางเสน่ห์ อุปเท่ห์หมื่นแสนในแผ่นเขียน
แกจัดแจงบอกกล่าวให้เล่าเรียน เองพากเพียรดูแลให้แน่นอน
จะได้ช่วยกันคิดเป็นศิษย์หา อันตำราที่ไม่รู้กูจะสอน
จงตั้งเพียรเรียนเล่าอย่าหาวนอน จะได้สอนให้เอ็งรู้ดูตำรา
จงมาถือเพศฝรั่งข้างอังกฤษ เป็นลูกศิษย์ซื่อตรงเหมือนวงศา
กูก็ไม่เกียดกันไม่ฉันทา มีวิชาอย่างไรจะให้เอง
ท้าวโกสัยคำนับรับว่าได้ กูบอกให้แล้วอย่าโกงทำโฉงเฉง
เรียนเอาไว้กันตัวอย่างกลัวเกรง ทางนักเลงมากมายหลายกระบวน
ทั้งกลไกหลายอย่างทางวิเศษ ทั้งมนต์เวทมีประกอบได้สอบสวน
แล้วนั่งบอกที่จะใช้ในกระบวน ให้ถี่ถ้วนตามตำหรับฉบับครู ฯ
๏ ท้าวโกสัยได้วิชาของตาเฒ่า ไปนอนเล่าฝึกสอนจนอ่อนหู
พอได้หน้าลืมหลังตั้งแต่ดู มันไม่รู้จนสักสิ่งยิ่งกริ่งใจ
เวียนไปหาตาเฒ่าเจ้าตำหรับ แต่พอกลับลืมสิ้นดิ้นไม่ไหว
เวียนไปถามตามประสงค์ที่จงใจ แกบอกให้ด่าป่นเจ้าคนดี
มึงเรียนได้แต่ข้าวสุกคลุกปลาย่าง กระดิกหางตรงใส่มิได้หนี
ไม่คู่ควรกับวิชาคนกาลี เป็นสุดที่จะบอกกล่าวเจ้าประคุณ
ปัญญามึงถึงเอกเสกข้าวสุก แกผุดลุกโกรธเกรี้ยวทั้งเฉียวฉุน
สอนอ้ายพวกตาเหลืองมักเปลืองทุน ไม่มีคุณมีค่าแกด่าพลาง
เหมือนเอาแก้วออกมาล่อผูกคอหมา เสียวิชาของดีคนผีสาง
ให้ตำราตำหรับมันจับวาง สักสองอย่างก็ไม่ได้จนใจจริง
จะร่ำเรียนเขียนอ่านป่วยการแท้ มันดีแต่บิดเบี้ยวเกี้ยวผู้หญิง
ดูหน้าตาสารพันขยันจริง ทั้งเพราพริ้งหมดจดดูงดงาม
ไฉนหนอโง่นักอ้ายยักษ์เคอะ ดูมันเปรอะเต็มระยำอ้ายส่ำสาม
คล้ายกับอูฐลากรถชะงดงาม ใช้ให้หามกระบุงใหญ่เลี้ยงไพร่พล
นั่นแหละสมกับที่โง่อ้ายโคถึก มาทำศึกนี้กูเห็นไม่เป็นผล
แกจึงเรียกเสนาพลาพล คิดจะปล้นเมืองปากน้ำที่สำคัญ
ให้เตรียมเครื่องอาวุธทั้งชุดคบ สำหรับรอบยิงแย้งให้แข็งขัน
ปีกนกสับคาบศิลาสักห้าพัน ระบองสั้นแหลนหลาวทั้งง้าวทวน
อีกโล่ดั้งบังกายให้หลายอย่าง ได้ท่าทางตีระดมเหมือนลมหวน
พังประตูเข้าข้างบกยกกระบวน เอาง้าวทวนแทงบุกเข้าคลุกคลี
จู่เข้าไปอย่าให้มันมาทันรู้ ทุกหมวดหมู่ทำศึกอย่านึกหนี
ใครอย่าทำปัวเปียให้เสียที เปรียบเหมือนผีล้วงกินให้สิ้นเชิง ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายในเมืองให้เตรียมทัพ ไว้คั่งคับจุนเจือให้เหลือเหลิง
ไม่ไว้ใจไพรีคงมีเชิง มันละเลิงอาจหาญคอยต้านตี
จำจะคิดผ่อนปรนเอาคนหาญ ออกต้านทานคอยรับเหมือนทัพผี
แม้นข้าศึกฮึกโหมเข้าโจมตี เราจึ่งกรีธาทัพออกรับรอง ฯ
๏ ฝ่ายพระองค์ผู้ดำรงรมจักร จะใคร่หักศึกใหญ่พระทัยหมอง
พระนิ่งนึกตรึกไตรในทำนอง ควรจะต้องแหกค่ายแม้นไว้นาน
จะกำเริบเติบใหญ่เหมือนไฟติด คงแผลงฤทธิ์เผาทุกสิ่งจริงนะหลาน
นิ่งไว้ช้าอาก็เห็นไม่เป็นการ คิดต่อต้านจับกุมตะลุมบอน
แม้นได้ตัวสังฆราชอ้ายบาทหลวง จะเบาทรวงราวกับทิ้งก้อนสิงขร
อายนี่ตัวไฟเก่าเผานคร ราษฎรเหนื่อยยากลำบากครัน ฯ
๏ ฝ่ายพระหน่อบดินทร์สินสมุทร ให้แสนสุดเคืองแค้นแสนกระสัน
จึ่งกราบทูลกับพระองค์ผู้ทรงธรรม์ ขอผ่อนผันเป่าปี่ให้มีชัย
มันคงหลับจับตัวสังฆราช มาพิฆาตเข่นฆ่าอย่าปราศรัย
พระเจ้าอาตรัสตอบว่าขอบใจ พ่อคิดได้ดียิ่งจริงจริงเจียว
อันตัวอาครานี้เหมือนผีบิด เข้าบังจิตตรองตรึกนึกประเดี๋ยว
ก็เคลิ้มไคล้ไปทุกสิ่งจริงจริงเจียว แต่ขับเคี่ยวการณรงค์ทำสงคราม
คิดอะไรไม่ตลอดมักออดแอด มันแก่แรดหรือกระไรแม้นใครถาม
มันเลอะเทอะเปรอะไปไม่ได้ความ เป็นแต่ตามเขาไปไม่ได้การ ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมธิบดินทร์สินสมุทร ปรึกษาสุดสาครน้องพวกพ้องหลาน
กับท่านครูจักราปรีชาชาญ เราคิดการใครจะเห็นเป็นอย่างไร ฯ
๏ ฝ่ายครูพักตร์จักราพฤฒาเฒ่า จึ่งก้มเกล้าทูลแจ้งแถลงไข
คิดตัดรอนผ่อนศึกดั่งตรึกไตร เห็นจะได้สมประสงค์เหมือนทรงตรอง
พระทรงฟังจักราพฤฒาเฒ่า ที่ร้อนเร่าไม่สบายค่อยวายหมอง
เห็นจะสมคะเนนึกดั่งตรึกตรอง จึงป่าวร้องพลไกรทั้งไพร่นาย
ให้เอาดินจุกหูรู้กันทั่ว ระวังตัวหมดด้วยกันอย่าผันผาย
เร่งกินอยู่หลับนอนผ่อนสบาย ทั้งไพร่นายแต่บรรดามาด้วยกัน
เวลาดึกตัวเราจะเป่าปี่ ขุนเสนีเร่งกำกับเป็นทัพขันธ์
เครื่องอาวุธยุทธนาสารพัน จงเตรียมกันให้พร้อมคอยล้อมวง ฯ
๏ ฝ่ายพระจอมธิบดินทร์สินสมุทร ให้แสนสุดแค้นจิตพิศวง
คอยฤกษ์ยามตามที่เรียนเสร็จเวียนวง ดูดาวธงในฉบับตำหรับครู
ขึ้นเมื่อไรก็จะได้ออกเป่าปี่ จับไพรีเมื่อมันนอนให้อ่อนหู
แต่เดินเวียนเพียรชะแง้คอยแลดู เห็นรุบหรู่ยังไม่ชัดถนัดดวง
พระจึ่งหยิบปี่แก้วอันแพรวพร้อย มานั่งคอยในระหว่างหนทางหลวง
ครั้นดาวขึ้นเด่นแดงเห็นแสงดวง พระบวงสรวงเทพไทในวิมาน
จะขอปราบแต่บรรดาประจามิตร ทศทิศที่ในเขตประเทศสถาน
เชิญมาช่วยป้องกันอันธพาล อธิษฐานแล้วเสร็จสำเร็จปอง
จึ่งจับปี่ของพระองค์ผู้ทรงศีล แล้วเอาลิ้นใส่เลาเป่าปี่สนอง
เปิดนิ้วดังวังเวงเป็นเพลงลอง สำเนียงก้องโกญจนาทประภาษไป
เสนาะดังสังวาสเสียงหวาดแว่ว จะเจื้อยแจ้วจำเรียงส่งเสียงใส
โอ้ดาวเคลื่อนเดือนคล้อยจะลอยไป ลับพุ่มไม้มืดมัวทั่วนภดล
หนาวน้ำค้างพร่างพรมเป็นลมหวน เวลาจวนจะสว่างกลางเวหน
คิดถึงเรือนเพื่อนสนุกมาทุกข์ทน ต้องเวียนวนมาลำบากจากที่นอน
มารบพุ่งยุ่งยิ่งต้องทิ้งมิตร ที่เชยชิดพุ่มพวงดวงสมร
แสนอาลัยไปลำบากเพราะจากจร ยิ่งอาวรณ์ไม่รู้สิ้นถวิลครวญ
ป่านฉะนี้เนื้อเย็นจะเป็นไฉน สุมาลัยเจ้าจะคอยละห้อยหวน
ต้อยตะริดติดตี่เสียงปี่ครวญ พลางแหบหวนบรรเลงเพลงชวา ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายสังฆราชพระบาทหลวง ทีจะง่วงไม่เป็นสุขลุกผวา
ได้ยินเสียงปี่แก้วแว่ววิญญาณ์ เรียกเสนาพวกฝรั่งอย่ารั้งรอ
อยู่ไม่ได้แล้วหวาเรามันเป่าปี่ เสียงเช่นนี้ฟังมาหนักหนาหนอ
เร่งบอกกันพร้อมพรั่งอย่ารั้งรอ มันเกิดก่อความยากลำบากจริง
แล้วเรียกท้าวโกสัยไวไวหวา ไปเภตราอยู่ที่นี่ผีจะสิง
แม้นช้าไปตายหวาอย่าประวิง แล้วแกวิ่งพากันกลับทั้งทัพชัย
รีบไปลงนาวาพากันแล่น ออกจากแดนลังกาเที่ยวอาศัย
ตามละเมาะเกาะแก่งทุกแห่งไป จนอุทัยส่องสีรวีวรรณ ฯ
๏ จะกล่าวถึงมังคลานราราช ครั้นภาณุมาศส่องสว่างทางสวรรค์
บรรทมตื่นฟื้นจากอาสน์สุวรรณ ก็ผายผันจากห้องทองประจง
ชวนพระนุชบุษบงสรงกระสินธุ์ สุหร่ายรินอบละอองในห้องสรง
น้ำกุหลาบซาบกระเซ็นเย็นทั้งองค์ ครั้นเสร็จทรงสุคนธ์ปนอำพัน
นางถวายอยู่งานคลานไปพัด สองกษัตริย์อิ่มเอมเกษมสันต์
เสวยเครื่องโภชนาสารพัน อยู่บนชั้นท้ายบาหลีที่สำราญ ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายสังฆราชพระบาทหลวง ให้เศร้าทรงวุ่นวายหลายสถาน
ครั้นรุ่งแจ้งแสงสีรวีวาร ออกจากด่านแล่นมาในสาคร
ถึงเกาะรายท้ายลังกาแวะอาศัย แอบเข้าไปชายตลิ่งริมสิงขร
เห็นกำปั่นทอดท่าริมสาคร พวกคนนอนอยู่ในลำออกคล่ำไป
ใช้เรือโล้กับล่ามไปถามซัก ก็รู้จักพูดจาต่างปราศรัย
แล้วจึ่งถามตามประสงค์ที่จงใจ หรือใครใช้จึ่งมาหลงเที่ยววงเวียน ฯ
๏ พวกในลำกำปั่นครั้นเขาถาม จึงแจ้งความมารยาเป็นพาเหียร
พระมังคลาพาหลงเที่ยววงเวียน ตามเกาะเกียนไม่รู้แห่งตำแหน่งนาม
แล้วว่ามากับใครที่ไหนเล่า เที่ยวตามเจ้าหรืออย่างไรขอไต่ถาม
พวกเรือใช้จึงแถลงแจ้งเนื้อความ บาทหลวงข้ามหนีมาจากธานี
จึงใช้ข้ามาดูให้รู้จัก มาหยุดพักแล้วจะไปในวิถี
เที่ยวหาคนรู้วิชาปัญญาดี ชวนไปตีสิงหลปล้นเอาเมือง
แล้วจะไปตามองค์พงศ์กษัตริย์ แกเคืองขัดจะจับฆ่าให้ตาเหลือง
แล้วจะกลับไปบุรีตีเอาเมือง กูรู้เรื่องเสร็จสิ้นอย่ากินใจ
พวกในลำกำปั่นครั้นได้แจ้ง เขาแถลงเรื่องความตามสงสัย
จึงใช้พวกนายทหารอันชาญชัย ให้รีบไปทูลแถลงแจ้งคดี ฯ
๏ พวกคนใช้ฝ่ายทหารลงเรือช่วง ครรไลล่วงไปประณตบทศรี
ทูลแถลงแจ้งข้อคดีมี ว่าบัดนี้บาทหลวงแกล่วงมา
ใช้ให้พวกนายฝรั่งมาฟังเหตุ ว่าทรงเดชไปข้างไหนอย่างไรหนา
แกลงกำปั่นใหญ่รีบไคลคลา จากลังกาเที่ยวแสวงทุกแห่งไป ฯ
๏ ฝ่ายองค์พระมังคลานราราช รู้ว่าบาทหลวงมาตามความสงสัย
จำจะหนีไปให้พ้นคนจัญไร จึงสั่งให้ต้นหนพวกคนเคย
ค่ำวันนี้รีบไปเสียให้พ้น ไปกำพลเพชรเถิดหวาเสนาเอ๋ย
แต่อย่าให้อื้ออึงเหมือนหนึ่งเคย จงรีบเลยไปแต่ดึกเหมือนตรึกตรา
เองรีบไปบอกให้กำปั่นทอด เร่งเล็ดลอดล่วงไปไวไวหวา
ดึงสงัดกูจะจัดแจงเภตรา แต่บรรดาพวกเราจะเอาไป
พระสั่งเสร็จเข้าในท้ายบาหลี เล่าคดีกัลยาพลางปราศรัย
วันนี้เราก็จะกลับกองทัพไป แวะอยู่ในกำพลเพชรพอเสร็จการ
บาทหลวงล่าทัพมาอยู่หน้าเกาะ แกเจ้าเคราะห์วุ่นวายหลายสถาน
แม้นปะเข้าเล่าก็เห็นไม่เป็นการ จะรำคาญเคืองข้องให้หมองมอม
พระคลึงเคล้าเยาวมิ่งวิมลพักตร์ ถนอมชักชวนชิดสนิทถนอม
เหมือนแมลงผึ้งคลึงเกสรเฝ้าวอนตอม ถนอมหอมไม่รู้สิ้นถวิลครวญ
พายุพยับอับฟ้าเวหาหาว ทั้งเดือนดาวลับจมเป็นลมหวน
สุนีร้องก้องเปรี้ยงสำเนียงครวญ พิรุณชวนโปรยปรอยเป็นฝอยฟอง
เมขลาโยนแก้วแววสว่าง อสูรขว้างขวานลั่นผันผยอง
ปลาอานนต์พ่นน้ำดังลำคลอง เป็นฝอยฟองพุ่งพ้นชลธาร
เขาพระเมรุเอนเอียงเพียงจะคว่ำ ทุกเถื่อนถ้ำเปรื่องเปรี้ยงเสียงประสาน
สกุณินบินร้องก้องกังวาน เสียงประสานกาแกแซ่สำเนียง
ฝูงเหมหงส์ลงถ้ำเที่ยวร่ำร้อง ประสานซ้องแซ่ดงพลางส่งเสียง
ชโลธาปลาร้ายขึ้นว่ายเรียง กำปั่นเอียงดังจะคว่ำเป็นน้ำนอง ฯ
๏ สองภิรมย์สมสนิทพิศวาส ไม่ห่างอาสน์เฝ้ากระชิดสนิทสนอง
จนเดือนเที่ยงเสียงครื้นคลื่นคะนอง ประมาณสองยามย่ำในอำพน
พวกนายท้ายบ่ายกำปั่นออกหันเห จากทะเลเกาะท่าหน้าสิงหล
สังเกตคุ้งมุ่งเมืองเพชรกำพล ฝ่ายต้นหนตั้งเข็มเต็มชำนาญ
ลมก็ส่งตรงมาเหมือนม้าห้อ แล่นใบต่อบูรพาหน้าอีสาน
จนแจ่มแจ้งแสงสีรวีวาร แสนสำราญทั้งพหลพลไกร ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายสังฆราชพระบาทหลวง ครั้นหายง่วงออกมาแลดูแขไข
จวนจะรุ่งสุริโยอโณทัย แกดูในนภางค์กลางโพยม
เห็นดวงดาวเจ้าลังกาสีกล้าแข็ง มีขอบแดงดูแต่ไกลดั่งไฟโหม
แล้วเปล่งแสงโชติช่วงดั่งดวงโคม จะหักโหมยากแท้ไม่แปรปรวน
แม้นสีเศร้าเราคงได้ชัยชนะ ก็จำจะหาอุบายคิดไต่สวน
กลับไปเมืองโรมวิสัยคิดใคร่ครวญ หาแต่ล้วนคนดีมีวิชา
แต่แค้นใจมังคลาสานุศิษย์ จะตามติดให้ได้ตัวชั่วนักหนา
มันได้เมียลืมกูผู้ครูบา ไม่รู้ว่าไปอยู่หนตำบลใด
พอคนที่สืบข่าวเขารีบกลับ มาคำนับชี้แจงแถลงไข
ว่ามังคลาพาพหลพลไกร ไปข้างไหนไม่รู้แห่งตำแหน่งทาง
พบแต่เรือหลงทางอยู่กลางเกาะ เที่ยวสืบเสาะแล่นลัดก็ขัดขวาง
แต่ลอยแล่นเวียนวงหลงหนทาง ใช่ขุนนางมีแต่ไพร่อยู่ในเรือ
พอใช้ใบเกิดพายุระบุระบัด กำปั่นซัดไปข้างใต้หรือฝ่ายเหนือ
ไม่ปะกันทั้งหมดอดข้าวเกลือ เที่ยวหาเนื้อเป็นเสบียงพอเลี้ยงกัน
หางเสือหักจักรท้ายก็หายด้วย คนเจ็บป่วยกลางทะเลเที่ยวเหหัน
ข้าถามไต่ไม่ได้ความเที่ยวตามกัน คนทั้งนั้นนอนกลาดดาษดา ฯ
๏ บาทหลวงว่านั้นเป็นไรมิใช่หรือ เพราะมันถือผู้หญิงมาจริงหวา
เอาอีเมียเข้าชิดผิดตำรา กูด่าว่ามันก็โกรธจะโทษใคร
เขาว่าอีแม่รักมันชักชั่ว พลอยอ้ายผัวได้ยากถลากไถล
แม้นตามพบกูจะทำให้หนำใจ ท้าวโกสัยมึงชะรอยปล่อยให้มา
จนเสียทัพยับย่นออกป่นปี้ มึงเห็นดีกับลูกเขยเลยหรือหวา
ปล่อยให้ทำผิดฉบับตำหรับตำรา ชอบแต่ฆ่ามึงเสียด้วยให้ม้วยมรณ์
แกฉุนโกรธเต็มประดาจนตาเหลือก ถอดเอาเกือกตีผึงมึงแลสอน
แล้วฉีกเสื้อเผาไฟไม่ให้นอน ทั้งฟูกหมอนโยนไปในทะเล
แล้วเรียกเหล้ามากินจนสิ้นขวด สั่งให้ตรวจพลไกรใครไพล่เผล
เอากฎหมายเดินทางกลางทะเล ใครเกเรฆ่าให้บรรลัยลาญ
แล้วสั่งให้ถอนสมออย่ารอรั้ง เอาเข็มตั้งบูรพทิศติดอีสาน
เกือบจะรุ่งรังสีรรีวาร เร่งจัดการอย่าให้ช้าจะคลาไคล ฯ
๏ ต้นหนรับจับคนขึ้นบนเสา ให้ชักเพลาติดรอกออกไสว
กะลาสีคลี่สายระบายใบ จวนอุทัยส่องฟ้านภาภางค์
พอได้ลมพัดกล้ามาริ้วริ้ว จับธงปลิวใบสะบัดไม่ขัดขวาง
เรือก็แล่นใบขาวตามราวทาง แลสล้างมิใช่น้อยกว่าร้อยพัน
แวะเข้าตีบ้านเจ็กเมืองเล็กน้อย ได้ข้าวกลอยเป็นเสบียงเลี้ยงพลขันธ์
ทั้งเป็ดไก่หมูปลาสารพัน พอกินกันตามทางกลางทะเล ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายในพาราลังกาเกาะ ทั้งปี่เพราะคนชวนกันสรวลเส
เพราะรู้กลอุบายคิดถ่ายเท ครั้นจวนเวลารุ่งคอยมุ่งมอง
สินสมุทรหยุดปี่เสนีพร้อม ให้ยกอ้อมไประวังทางทั้งสอง
จับเอาคนนอนหลับทุกทัพกอง อย่าโห่ร้องอื้ออึงคะนึงไป
พวกทหารชาญณรงค์เคยยงยุทธ์ แกว่งแต่ชุดถือง้าวยาวไสว
ค่อยย่องเดินมิให้ดังระวังระไว แอบเข้าไปค่ายหน้าชายสาคร
ไม่เห็นคนพลไพร่ทั้งนายทัพ หรือนอนหลับดอกกระมังบังสิงขร
ทั้งฟืนไฟหายทั่วหรือมัวนอน เป็นการร้อนพากันกรูจู่เข้าไป
ไม่เห็นคนพลไพร่นายทหาร ออกจากด่านรีบไปท่าชลาไหล
ทั้งกำปั่นพันร้อยมันถอยไป สืบไม่ได้กลับไปทูลมูลความ ฯ
๏ ป่างพระศรีสุวรรณวงศ์พงศ์กษัตริย์ โองการตรัสมันคงเวียนเป็นเสี้ยนหนาม
เพราะไม่สมปรารถนาพยายาม คงก่อความไม่รู้หมดเพราะคดโกง
สังฆราชคนนี้มิใช่ชั่ว มันเป็นตัวจัญไรอ้ายตายโหง
ทั้งฉลาดปราดเปรื่องในเรื่องโกง คนออกโคลงหัวมันเพราะปัญญา ฯ
เราก็หมายตัดต้นจะโค่นเง่า มันกลับยาวไปเสียได้อย่างไรหนา
ไม่รู้สิ้นเหมือนฉบับตำหรับตำรา ทั้งลูกยาหลานจะคิดไปติดตาม
หรือกระไรใจคอของหน่อนาถ มันร้ายกาจเหลือจะยากเป็นขวากหนาม
แต่ทำศึกตรึกตราพยายาม ก็กว่าสามสิบปีไม่มีวาย ฯ
๏ ฝ่ายครูพักตร์จักราพฤฒาเฒ่า แกก้มเกล้าทูลพลันอย่าผันผาย
ให้ลำบากยากใจทั้งไพร่นาย คิดอุบายตั้งมั่นกันบุรินทร์
แม้นข้าศึกยกมาตั้งหน้ารับ แต่งแต่ทัพบกไว้เหมือนใจถวิล
คิดบำรุงกรุงลังกาเป็นธานินทร์ การแผ่นดินจัดไว้ทั้งไพร่พล
ทหารรบตบแต่งตำแหน่งไหน บำรุงไว้สารพัดอย่าขัดสน
เลี้ยงทหารชาญณรงค์ที่คงทน ทั้งล่องหนบังกายให้หลายพัน ฯ
๏ ป่างพระศรีสุวรรณวงศ์พงศ์กษัตริย์ โองการตรัสปรีดิ์เปรมเกษมสันต์
มิเสียทีที่เป็นปราชญ์ฉลาดครัน คิดป้องกันนคราให้ถาวร
พระเห็นพร้อมสารพัดจัดไว้สู้ เอาตามครูเป็นฉบับตำหรับสอน
ให้แซมซ่อมป้อมค่ายในนคร เป็นการร้อนให้สำเร็จในเจ็ดเดือน ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายมังคลานราราช ล่วงลีลาศเร็วไวใครจะเหมือน
ให้รีบรัดตัดวิถีมาสี่เดือน ไม่แชเชือนแล่นตะบึงถึงพารา
กำพลเพชรธานีบุรีรัตน์ ปะกษัตริย์สามองค์โอรสา
กับไทท้าวเจ้าบุรินทร์ปิ่นประชา พากันมาคอยอยู่หน้าบูรินทร์
กำปั่นใบใหญ่น้อยลอยสล้าง ที่ในทางธารท่าชลาสินธุ์
พระมังคลาพาท้าวเข้าบุรินทร์ พร้อมกันสิ้นโอรสยศยง
ขึ้นรถแก้วแววสว่างกระจ่างกระจก บุษบกกุก่องทองระหง
พร้อมนิกรเกณฑ์หัดจัตุรงค์ เสด็จตรงเข้าในวังยังมนเทียร
เสวกาข้าเฝ้าเหล่าอำมาตย์ มาหมอบกลาดบนชานพักตำหนักเขียน
ทูลถวายเครื่องต้นทั้งมนเทียร แก้ววิเชียรคู่กษัตริย์ขัตติยา
สำหรับวางข้างที่สีสว่าง พวกขุนนางหมอบรายทั้งซ้ายขวา
เครื่องสิบสองท้องพระคลังอลังการ์ จะพรรณาไปก็รู้อยู่ด้วยกัน
ธรรมดาของกษัตริย์ไม่ขัดข้อง ทั้งเงินทองสารพัดล้วนจัดสรรค์
เพราะเกิดเหล็กสีแดงแสงตะวัน ในเมืองนั้นคนผู้จึ่งดูแดง
พระมังคลาพานางขึ้นปรางค์รัตน์ กับกษัตริย์เสร็จบนที่มณีแสง
พนักงานสารพัดมาจัดแจง ทุกตำแหน่งมิได้ขาดราชการ
ท้าวรายาผาสุกสิ้นทุกข์ร้อน ค่อยหลับนอนอิ่มเอมเกษมศานต์
สามพระหน่อวรนาถว่าราชการ ฝ่ายทหารเสนาประชาชน
ค่อยผาสุกทุกทิวาต่างปราโมทย์ สมประโยชน์ศรีสวัสดิ์พิพัฒน์ผล
ทั่วขอบขัณฑเสมาประชาชน เพชรกำพลมั่งคั่งทั้งแผ่นดิน ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายสังฆราชพระบาทหลวง เที่ยวแล่นล่วงในมหาชลาสินธุ์
ให้แค้นจิตที่จะสู้หมู่ไพริน ไม่รู้สิ้นเจ็บใจในลังกา
ดูตำหรับกับชะตายังกล้าแข็ง คงจะแย่งเอาให้สมที่ปรารถนา
แล้วหวนฮึกนึกแค้นพระมังคลา ควรหรือมาเป็นศัตรูทั้งดูแคลน
ถ้าพบปะแล้วไม่ละอ้ายทรยศ มันคิดคดตัดเยื่อทำเหลือแสน
พบที่ไหนใส่เจ้าทุกด้าวแดน ไม่หายแค้นหายเจ็บจนเย็บตา
แล้วแกสั่งมูลนายฝ่ายทหาร แม้พบพานแก่งเกาะแวะเสาะหา
เพื่อจะปะคนดีมีวิชา แต่บรรดาเมืองเกาะเที่ยวเสาะไป
ถึงสามเดือนเคลื่อนคล้อยแต่ลอยล่อง มาตามท้องทะเลวนชลใส
แต่แวะเวียนตามเกาะเที่ยวเสาะไป จนเกือบใกล้กำพลเพชรอีกเจ็ดวัน ฯ
๏ จะกล่าวถึงยักขินีพวกปีศาจ อยู่ชายหาดเป็นเชื้อยักษ์มักกะสัน
พิเคราะห์ดูร่างกายคล้ายกุมภัณฑ์ แต่หน้านั้นแดงเขียวเหมือนเสี้ยวกาง
เที่ยวจับสัตว์มัจฉาเป็นอาหาร ฝูงปลาวาฬฉุดลากกระชากหาง
แบกเอาไปในพงล้วนดงยาง มันอยู่กลางป่าไม้ชายคิรี
พอกำปั่นแล่นมาถึงหน้าหาด พวกปีศาจปรีดิ์เปรมเกษมศรี
มันลุยน้ำลงมาไม่ช้าที ร้องเรียกผีปีศาจตามหาดทราย
ลงมายืนอยู่สะพรั่งตามฝังน้ำ ทั้งโตดำมั่นตั้นขันใจหาย
ถือลูกขลุบตามยาวทั้งบ่าวนาย เหน็บพร้าพรายเดินหลามตามกันมา
อ้ายตัวนายใส่เสื้อหนังเสือโคร่ง เหมือนผีโป่งพูดได้หลายภาษา
มันกวักมือเรือใบให้เข้ามา ส่งภาษาขอเหล้าให้เรากิน ฯ
๏ บาทหลวงเห็นท่วงทีอ้ายนี่ยักษ์ จำจะชักชวนมันไปดั่งใจถวิล
จะได้ช่วยรบสู้กู้แผ่นดิน แกให้ผินเรือเข้ายกเหล้ามา
กับไก่แกะแพะเนื้อเถือลงไว้ แวะเข้าไปริมหาดปรารถนา
จะเกลี้ยกล่อมไว้ใช้ไปลังกา เป็นทัพหน้าเหมาะใจใครจะปาน
แล้วสั่งให้เรือจอดทอดสมอ เอาแตรห้อเป่าประดังระฆังขาน
เหมือนเชิญให้ลงมาปรึกษาการ พอสำราญกินอยู่ทุกผู้คน ฯ
๏ อ้ายพวกผีดีใจน้ำลายหยด ลุกขึ้นหมดวิ่งเลือกเสลือกสลน
ลงไปลำกำปั่นทั้งพันตน เห็นผู้คนยกเหล้าเอามาวาง
มันดีใจนั่งลงส่งภาษา ว่าท่านมาถึงที่เมืองผีสาง
จะประสงค์สิ่งใดอย่าได้พลาง หรือหลงทางถิ่นฐานประการใด ฯ
๏ บาทหลวงเฒ่าเจ้ามารยาจึงว่าขาน อันเมืองบ้านมิได้หลงอย่าสงสัย
เกิดรบพุ่งยุ่งยิ่งต้องชิงชัย กับพวกไทยวุ่นวายมาหลายปี
เหล่าพหลพลไพร่ตายเสียมาก แสนลำบากเต็มประดาต้องล่าหนี
พวกเขามากไล่บุกเข้าคลุกคลี จะต่อดีเหลือกำลังประทังทน ฯ
๏ อ้ายยักษ์ผีปีศาจตวาดว่า ท่านอย่าปรารมภ๊ไปในสิงหล
แต่พวกเราจะเข้าไปช่วยไล่คน มันไม่ทนได้ดอกบอกจริงจริง
อายพวกผีขึ้เมากินเหล้าหมด ทั้งเนื้อสดไก่ด้มขนมผิง
ครั้นอิ่มหนำซ้ำว่าอย่าประวิง จะช่วยชิงเอาพาราลังกาคืน
แล้วลุกขึ้นสาวหนวดทั้งอวดอ้าง แต่นำทางให้แก่ข้าอย่าฝ่าฝืน
ทางจะถึงบุรีสักกี่คืน ท่านอย่าตื่นตกใจไปด้วยกัน
บาทหลวงยิ้มอิ่มใจดั่งได้แก้ว ค่อยผ่องแผ้วปรีดิ์เปรมเกษมสันต์
เราจะไปกำพลเพชรสักเจ็ดวัน พอผ่อนผันหาเสบียงไปเลี้ยงพล
ฝ่ายปีศาจจึงว่าจะลาก่อน เมื่อจะจรยกไปในสิงหล
เราจะไปเนินคิรีจัดรี้พล แล้วขึ้นบนชายตลิ่งต่างวิ่งไป ฯ
๏ บาทหลวงให้ถอนสมออย่ารอรั้ง เอาเข็มตั้งไปให้ตรงอย่าหลงใหล
สังเกตแก่งแขวงมุ่งเอากรุงไกร ให้เลียบไปตามแผนแสนสำราญ
ข้ามละเมาะเกาะเกียนไม่เวียนแวะ ให้เลียบและแล่นไปทางข้างอีสาน
เกือบจะถึงเขตแดนแสนสำราญ สั่งทหารใหญ่น้อยคอยระวัง
ถึงปากน้ำกำพลอย่าย่นย่อ เอาปืนล้อลากขึ้นไปดั่งใจหวัง
ปืนจังกาหน้าท้ายรายระวัง แต่คอยฟังดูให้แจ้งอย่าแพร่งพราย
แม้รู้ข่าวมังคลามาอยู่นี่ ตรงเข้าตีทำศึกเหมือนนึกหมาย
อย่าให้รู้เหตุผลกลอุบาย คิดแยบคายให้รู้สึกสำนึกตัว
เพราะมันไม่เกรงกูผู้เป็นพระ แม้เกะกะจับเสียทั้งเมียผัว
อย่าให้ทันยับยั้งได้ตั้งตัว กวาดเอาครัวเสียให้หมดให้อดโซ
จะได้รู้สำนึกที่ฮึกฮัก ไม่รู้จักศาสนาเยวาโห
เพราะมันทำทุจริตอิศโร เอาให้โซอยู่กับที่เหมือนตีงู
เฮ้ยออท้าวโกสัยได้ลูกเขย กูไม่เคยพบเห็นหน้าเป็นหนู
มันละเลยเฉยได้หลายประตู กูเป็นครูมาแต่แม่ยังแชเชือน
ตั้งแต่มันได้เมียเสียมนุษย์ มันแสนสุดจัญไรใครจะเหมือน
ไม่รู้จักจนชั้นตะวันเดือน ดูมันเชือนหลายท่าอ้ายบ้ากาม
ช่างเหมือนอีวัณฬาอีบ้าผัว มันไม่กลัวบาปกรรมอีซำสาม
อ้ายนี่ก็เหมือนแม่เฒ่าเหล่าตะกลาม จะต้องตามทรมาให้สาใจ
เรือแล่นมาในทางกลางกระสินธุ์ ลมก็กินใบริ้วปลิวไสว
อากาศเกิดเมฆแดงเป็นแสงไฟ ตั้งขึ้นในทิศพายัพจับคงคา
ต้นหนเห็นลมร้ายเป็นสายพุ่ง คล้ายกับรุ้งกล้าแข็งแรงนักหนา
ให้ลดใบไล่คนบนเภตรา แต่บรรดาอยู่ในลำประจำงาน
บาทหลวงเห็นลมตั้งกลางอากาศ ผิดประหลาดฟ้าแดงดั่งแสงฉาน
เรียกกัปตันต้นหนพวกคนงาน จงคิดการยักย้ายระไวระวัง
พอขาดคำลมหวนป่วนเป็นคลื่น ซัดขึ้นพื้นดาดฟ้าคงคาขัง
เสียงครื้นครื้นคลื่นตลบกระทบด้ง กำปั่นทั้งหลายพลัดกระจัดกระจาย ฯ
๏ บาทหลวงกลัวตัวสั่นหันเข้าห้อง เสียงกึกก้องทะเลวนชลสาย
คนตระหนกตกใจทั้งไพร่นาย ไม่สบายคลื่นเหียนทั้งเวียนวิง
บาทหลวงนั่งตาขาวหนาวสะท้าน กินอาหารก็ไม่ได้สวายสวิง
คลื่นระดมลมจัดพัดจริงจริง ลงนั่งอิงอยู่กับหมอนอ่อนอารมณ์
แกแข็งใจไหว้วอนพระเป็นเจ้า นั่งคุกเข่าบ่นพลางครางขรม
อย่าให้เรืออับปางในกลางลม ขอให้สมปรารถนาที่ข้าบน
แล้วเรียกท้าวโกสัยไปไหนหวา มาปรึกษากันกับกูดูอีกหน
เห็นจะยังไม่ยับถึงอับจน กูก็บนพระเป็นเจ้าอย่าเศร้าใจ ฯ
๏ ฝ่ายต้นหนบนเภตรากะลาสี ต่างอึงมี่เรียกกันเสียงหวั่นไหว
ลมก็ซัดปัดปั่นเรือหันไป เข้าเขตในปตาหวีพอสี่วัน
พายุซาเห็นอ่าวยาวถนัด เรือก็ซัดเข้าไปพอไก่ขัน
เกือบจะรุ่งรังสีรวีวรรณ คนค่อยบรรเทาร้อนผ่อนสบาย ฯ
๏ จะกล่าวกึงเจ้าพาราปตาหวี ชื่อท้าวกุลามาลีมณีฉาย
เป็นแขกเทศวิเศษสุดบุรุษชาย แสนสบายบ้านเมืองเรืองตระกูล
มเหสีสี่นางสำอางพักตร์ ทั้งสูงศักดิ์โภไคมไหสูรย์
ปรากฏนามตามวงศ์พงศ์ประยูร เป็นที่พูนเพิ่มสวัสดิ์กษัตรา
มเหสีที่เอกภิเษกศักดิ์ ชื่อนงลักษณ์พุ่มพวงดวงบุหงา
คนที่สองชื่อมณีศรีโสภา ถัดลงมาดวงประไพวิไลวรรณ
นางที่สี่บุษบาสุดากนิษฐ์ เป็นที่ชิดเชยชมภิรมย์ขวัญ
แต่ไม่มีลูกเตัาสืบเผ่าพันธุ์ ในเมืองนั้นคับคั่งทั้งมั่งมี
ปริบูรณ์พูนสุขไม่ทุกข์ร้อน ราษฎรทั่วประเทศทั้งเศรษฐี
ปราศจากโรคามายายี ไพร่ผู้ดีในจังหวัดถือสัตย์ธรรม์
อาณาเขตผาสุกสนุกสนาน มีตึกกว้านรั้วแขวงดูแข็งขัน
ทั้งมั่งคั่งตั้งห้างต่างต่างกัน ลำกำปั่นพ่อค้าบรรดามี ฯ
๏ ฝ่ายท่านท้าวเจ้าพาราอาณาจักร ประเสริฐศักดิ์อิศโรดั่งโกสีย์
แต่เมืองขึ้นหมื่นจังหวัดปัถพี เอกโทตรีจัตวามาประมูล
ล้วนพารามาขึ้นแต่พื้นแขก ตั้งแต่แรกเจ้าแผ่นดินไม่สิ้นสูญ
สืบกษัตริย์ตามวงศ์พงศ์ตระกูล บริบูรณ์มั่งคั่งทั้งแผ่นดิน
ทหารรบนับแสนแน่นขนัด ทั่วจังหวัดบกท่าชลาสินธุ์
บำรุงไทท่านท้าวเจ้าแผ่นดิน ทั้งเพิ่มภิญโญยศปรากฏนาม ฯ
๏ จะกล่าวฝ่ายสังฆราชพระบาทหลวง พอเห็นดวงเดือนกระจ่างพลางมาถาม
พวกต้นหนพลฝรั่งที่นั่งยาม เรือเราตามคลื่นมาได้ห้าวัน
จงเร่งจอดทอดสมอรออยู่นี่ ดูแผนที่เสียก่อนค่อยผ่อนผัน
เพราะเรือเราพลัดมาถึงห้าวัน แต่กำปั่นก็ยังหายอยู่หลายลำ
แกสั่งเสร็จเข้าห้องมองดูแผน ตั้งแต่แล่นออกมาหน้าไหหลำ
ถูกพายุพัดส่งไม่ตรงลำ เหลือจะกำหนดกะระยะทาง
เอาแผนที่คลี่ดูไม่รู้แน่ จะผันแปรแล่นลัดยังขัดขวาง
จะดูเข็มเต็มทนด้วยหนทาง ต่อสว่างจึ่งจะรู้ดูคะเน
ด้วยซัดมาห้าวันไม่เห็นหน เป็นเหลือจนสารพัดจะหันเห
เอาแผนที่คลี่ตรองมองคะเน ก็โลเลเลอะไปไม่ได้การ
ลงนั่งเซาเหงาหงอยคอยอาทิตย์ ยังมืดมิดอยู่ไม่แจ้งส่งแสงฉาน
ดูก็เป็นพยับฝนอนธการ ไม่เบิกบานแจ่มแจ้งแสงอุทัย
ทั้งอดนอนอดกินสิ้นสติ จะตรองตริก็มิอาจจะหวาดไหว
ลงนอนนิ่งอิงหมอนถอนหายใจ ก็หลับไปบนเก้าอี้ที่ในเรือ ฯ

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ