สมุดไทยเล่มที่ ๙๒

ช้า

๏ เมื่อนั้น พระพรตสุริย์วงศ์รังสรรค์
ครั้นเสร็จสังหารกุมภัณฑ์ ทรงธรรม์มีราชบัญชา
ตรัสสั่งท้าวทศคิริวงศ์ ผู้ดำรงพิภพยักษา
เราจะไปมลิวันพารา เข่นฆ่าจักรวรรดิฤทธิรอน
อันเป็นเสี้ยนศึกต่อเบื้องบาท พระนารายณ์ธิราชทรงศร
จงหาศุภฤกษ์สถาวร ที่จะยกนิกรโยธี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวทศคิริวงศ์ยักษี
ก้มเกล้ารับสั่งด้วยยินดี อสุรีก็จับกระดานมา
คำนูญคูณหารขับไล่ สอบใส่ด้วยดวงพระชันษา
ได้ฤกษ์จัตุรงค์ยาตรา เป็นมหามงคลประเสริฐนัก
จึ่งน้อมเศียรเกล้าบังคมทูล นเรนทร์สูรสุริย์วงศ์ทรงจักร
อีกสามวันพระจันทร์จะถึงลัคน์ เสาร์พักราศีมังกร
ยายีนั้นมีกำลังหาญ ดั่งเดชพระกาลชาญสมร
ขอเชิญพระองค์เสด็จจร จะถาวรมีชัยแก่ไพรี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตทรงสวัสดิ์รัศมี
ได้ฟังชื่นชมยินดี จึ่งมีพจนารถโองการ
ดูก่อนลูกพระทินกร จงจัดวานรทวยหาญ
ฝ่ายเจ้าลงกาปรีชาชาญ ก็เกณฑ์พวกพลมารให้พร้อมกัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พิเภกสุครีพคนขยัน
รับสั่งพระองค์วงศ์เทวัญ ถวายบังคมคัลแล้วออกมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

ยานี

๏ สุครีพก็จัดทวยหาญ ให้ลูกพระกาลเป็นทัพหน้า
เลือกเหล่าอสูรในลงกา เป็นเสือป่านำทางมลิวัน
อันองคตโอรสพาลี คุมกระบี่นิกรเป็นกองขัน
หนักไหนให้เข้าทะลวงฟัน โรมรันหักโหมโจมยุทธ์
ถัดมาถึงกองเกียกกาย นายคือคำแหงวายุบุตร
กองหลวงล้วนมีฤทธิรุทร กวัดแกว่งอาวุธดั่งเปลวไฟ
ยุกกระบัตรนั้นศรีชมพูพาน กองหนุนสุรการเป็นนายใหญ่
ฝ่ายเจ้าลงกากรุงไกร ให้สองโอรสอินทรชิต
เป็นกองหลังรั้งท้ายโยธา อสุราแน่นนันต์อกนิษฐ์
ตั้งโดยกระบวนตามทิศ คอยพระทรงฤทธิ์เสด็จจร ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พระพรตสุริย์วงศ์ทรงศร
กับพระสัตรุดฤทธิรอน กรายกรไปสรงวาริน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

โทน

๏ สนานกายสายสินธุ์สุหร่ายมาศ สุคนธ์ธารบุปผชาติจรุงกลิ่น
สนับเพลารายพลอยโกมิน ช่อเชิงนาคินทร์สังเวียนวง
ภูษาต่างสีท้องพัน ฉลุลายเครือวัลย์กระหนกหงส์
ชายไหวชายแครงรูปภุชงค์ ฉลององค์ตาดริ้วสุพรรณพราย
ตาบทิศทับทรวงดวงประพาฬ สังวาลมรกตสามสาย
สะอิ้งแก้วรัดองค์จำหลักลาย พาหุรัดนาคกลายทองกร
ต่างทรงธำมรงค์เรือนเก็จ มงกุฎเพชรจำรัสประภัสสร
กุณฑลแก้วมาลัยกรรเจียกจร ดอกไม้ทัดอรชรประดับกรรณ
งามองค์งามทรงงามศักดิ์ งามพักตร์เพียงเทพรังสรรค์
สองพระองค์ทรงศรจรจรัล มาขึ้นรถสุวรรณพรรณราย ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

โทน

๏ รถเอยรถแก้ว แล้วด้วยเนาวรัตน์จำรัสฉาย
ดุมวงกงกำจำหลักลาย แปรกเรือนทูบท้ายกระหนกบัง
ชั้นลดบดเหลี่ยมบัลลังก์รัตน์ ครุฑแอบสิงห์อัดช่อตั้ง
บุษบกเพชรพรายรายกระจัง เสาแก้วกาบบังกระจังงอน
ห้ายอดงามแม้นวิมานอินทร์ เทียมสินธพสี่ดั่งไกรสร
พระสัตรุดนั่งหน้าประนมกร สารถีขับจรดั่งลมพาน
เครื่องสูงบังแทรกชุมสาย ธงชัยธงชายธงฉาน
แตรงอนแตรฝรั่งกังสดาล ปี่ฆ้องกลองขานประสานกัน
ยักษ์ลิงเดินเหล่าหมวดกอง พลเร้าโห่ร้องแผ่นดินลั่น
ไชยามโบกธงเป็นสำคัญ รีบเร่งพลขันธ์ดำเนินไป ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ กราว

๏ เดินทางหว่างทุ่งวุ้งป่า ข้ามห้วยเหวผาเนินไคล
เร่งรัดพหลพลไกร ร้อนแรมมาในพนาลี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวทศคิริวงศ์ยักษี
ยอกรทูลน้องพระจักรี มานี้ใกล้ด่านมลิวัน
องค์ท้าวจักรวรรดิชัยชาญ ให้ทหารสองนายแข็งขัน
ตั้งพิธีน้ำกรดไฟกัลป์ สองชั้นกั้นทางไปมา
พระองค์จงหยุดทัพไว้ พักพวกพลไกรซ้ายขวา
คิดการหักด่านอสุรา จึ่งยกโยธาดำเนินจร ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตสุริย์วงศ์ทรงศร
ได้ฟังน้องท้าวยี่สิบกร ภูธรให้หยุดพลไกร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พญาสุครีพทหารใหญ่
จึ่งกะเกณฑ์กันตั้งพลับพลาชัย ที่ชายไพรใกล้เชิงบรรพตา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พระพรตสุริย์วงศ์นาถา
จึ่งชวนพระสัตรุดอนุชา ขึ้นยังพลับพลารูจี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

ช้า

๏ มาจะกล่าวบทไป ถึงท้าวจักรวรรดิยักษี
เสวยสุขสวรรยาธานี เป็นจรรโลงโมลีมลิวัน
ราตรีเข้าที่ไสยาสน์ เหนืออาสน์พรรณรายฉายฉัน
พร้อมหมู่พระสนมกำนัล ดั่งดาวล้อมจันทร์ในอัมพร
บันดาลให้ร้อนรุ่มกลุ้มจิต เพียงหนึ่งต้องพิษแสงศร
จนเวลาใกล้รุ่งทินกร ภูธรก็เคลิ้มหลับไป ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ กล่อม

ร่าย

๏ ฝันว่าลูกม้าสินธพ เลิศลบมีตระกูลสูงใหญ่
พญามารเลี้ยงไว้ในเวียงชัย ไฟไหม้ปลายหางเข้ามา
วางวิ่งวกเวียนเหียนหัน จนเพลิงนั้นติดองค์ยักษา
ลามไหม้เศวตฉัตรรัตนา ร้อนแรงแสงกล้าดั่งไฟกาล
ยังมีเทพบุตรสององค์ ทรงครุฑบินมาแต่อีสาน
โฉบจิกเศียรเกล้าพญามาร แล้วพาผ่านไปเบื้องปัจฉิมทิศ
บรรดามิตรสหายแลวงศา กายาล้วนเปลวเพลิงติด
บรรดาโยธาที่ใช้ชิด ก็ต้องพิษเพลิงสิ้นทั้งไพร่นาย ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

ร่าย

๏ ครั้นฟื้นตื่นจากไสยาสน์ ให้หวั่นหวาดตะลึงใจหาย
เสโทซึมซ่านทั่วกาย ดั่งหนึ่งต้องอายอัคคี
พอพระสุริยาไขแสง เรื่อแรงจำรัสรัศมี
สระสรงทรงเครื่องรูจี เสด็จออกยังที่พระโรงคัล ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ลดองค์ลงเหนือบัลลังก์รัตน์ ภายใต้เศวตฉัตรฉายฉัน
พร้อมหมู่มาตยากุมภัณฑ์ บังคมคัลเกลื่อนกลาดดาษไป
จึ่งมีพระราชบรรหาร แก่โหราจารย์ผู้ใหญ่
คืนนี้ใกล้รุ่งอโณทัย หลับไปในที่ไสยา
ให้บังเกิดสุบินนิมิต อัศจรรย์วิปริตหนักหนา
เล่าไปแต่ต้นจนปลายมา โดยฝันพญาอสุรี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จึ่งขุนโหราทั้งสี่
รับสั่งพระองค์ทรงธรณี ชุลีกรแล้วพิเคราะห์ไป
ก็แจ้งว่าเป็นอัปมงคล จะเกิดจลาจลข้าศึกใหญ่
จึ่งกราบทูลด้วยปรีชาไว ซึ่งในสุบินว่าไฟกาล
ไหม้หางลูกม้าสินธพ อันเลี้ยงไว้ในพิภพราชฐาน
ลามถึงเศวตฉัตรชัชวาล จะเกิดการวิบัติอันตราย
แก่พระองค์ผู้ทรงสวรรยา สุริย์วงศ์พงศามิตรสหาย
โยธาข้าทหารจะล้มตาย วุ่นวายเดือดร้อนทั้งธานี
เพราะด้วยกุมารมาอาศัย ในใต้ละอองบทศรี
อันสองเทวบุตรผู้ฤทธี ขี่พญาครุฑผ่านโพยมมา
จะได้แก่หมู่อรินราช อันมีอำนาจแกล้วกล้า
ยกพวกพหลโยธา มาเคี่ยวฆ่าจนถึงพระนคร ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวจักรวรรดิชาญสมร
ได้ฟังโหราพยากรณ์ ภูธรตะลึงทั้งอินทรีย์
จึ่งคิดว่าอันกุมารทรงยศ ชะรอยทศพินยักษี
ผู้ผ่านลงกาธานี น่าที่จะเกิดเภทภัย
คิดแล้วจึ่งมีบรรหาร สั่งเสนามารผู้ใหญ่
ตัวเอ็งจงรีบออกไป ยังเชิงไกรลาสบรรพตา
นิมนต์พระปรเมศดาบส ผู้ทรงพรตญาณฌานกล้า
ว่ากูให้เชิญเข้ามา แต่ในเพลาวันนี้ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สุพินสันอำมาตย์ยักษี
รับสั่งพระองค์ทรงธรณี ถวายอัญชุลีแล้วเหาะไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงยอกรมัสการ พระมหาอาจารย์ผู้ใหญ่
แจ้งว่าพระองค์ทรงภพไตร ให้นิมนต์เข้าไปยังพารา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระปรเมศอาจารย์ฌานกล้า
ได้ฟังมหาเสนา ลุกขึ้นฉวยผ้าพันกาย
หมวดมุ่นชฎาห่อเกล้า คว้าได้ไม้เท้าประคำหาย
ค้นหาอุตลุดวุ่นวาย บริขารกระจายทั้งกุฎี
สุพินสันร้องเตือนเป็นหลายหน นิมนต์เร็วเถิดพระฤๅษี
ตกใจฉวยได้พัชนี ก็พาอสุรีเหาะมา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงนิเวศน์วังสถาน ก็ลนลานลงจากเวหา
ขึ้นยังปราสาทรัตนา นั่งใกล้พญากุมภัณฑ์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น องค์ท้าวจักรวรรดิรังสรรค์
ยอกรมัสการพระนักธรรม์ แล้วเล่าความฝันแต่ต้นไป
โยมให้โหราทำนาย ทายว่าจะเกิดศึกใหญ่
พระองค์ผู้ทรงปรีชาไว จะเห็นกระไรที่ร้ายดี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระปรเมศมหาฤๅษี
จึ่งพิเคราะห์นิมิตอสุรี ก็แจ้งสิ้นถ้วนถี่ด้วยปัญญา
แล้วดูตำราทำนายฝัน ก็ต้องกันตามคำโหรว่า
พิเคราะห์ไปในดวงพระชะตา เห็นชันษาต้องฆาฏลัคน์จันทร์
พระเคราะห์ใหญ่เข้าเรือนไพรีสิ้น ถึงอมรินทร์ก็ไม่พ้นอาสัญ
จึ่งถวายพระพรแก่กุมภัณฑ์ ทรงธรรม์อย่าร้อนฤทัย
อันในสุบินนิมิตนี้ เป็นที่ทำนายข้างศึกใหญ่
เห็นจะเกิดยุทธ์ชิงชัย พวกภัยนั้นมีกำลังนัก
พระองค์ก็ทรงปรีชาชาญ จงดำริการให้แน่นหนัก
เอาไมตรีผ่อนผูกด้วยความรัก เห็นจักศรีสวัสดิ์สถาวร
ทั้งรูปก็จะช่วยภูวไนย ให้ได้ความสุขสโมสร
ด้วยกำลังเมตตาเป็นอาภรณ์ ระงับร้อนภัยที่จะมีมา
ว่าแล้วจึ่งองค์พระนักธรรม์ สรรเอาแต่ยอดคาถา
หัวใจกอข้อกอกา เสกวารีทิพมนต์ไป ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ ตระ

๏ ครั้นถ้วนคำรบพันคาบ พระดาบสรดอาบพระองค์ให้
พลางอวยสวัสดิ์อวยชัย สารพัดเภทภัยอย่าแผ้วพาน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ เสร็จแล้วจึ่งถวายพระพรลา ลงจากปราสาทมุกดาหาร
เหาะระเห็จด้วยกำลังฌาน ทะยานไปอรัญกุฎี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

ช้า

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายองค์พระพรตเรืองศรี
ไสยาสน์ในราษราตรี ยังที่สุวรรณพลับพลา
ตรึกไตรในการรณรงค์ ที่จะล้างโคตรวงศ์ยักษา
จนล่วงปัจฉิมเวลา จันทราเลี้ยวเหลี่ยมยุคนธร
เสนาะเสียงสกุณีไก่แก้ว จักจั่นแจ้วสนั่นสิงขร
สุมามาลย์บานรับทินกร พระพายพาเกสรขจรไป ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย

๏ จึ่งชำระสระสรงทรงเครื่อง อร่ามเรืองพักตร์ผ่องดั่งแขไข
พระกรจับพระแสงศรชัย เสด็จไปยังหน้าพลับพลา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ พร้อมทหารทั้งสามพระนคร อสุราวานรถ้วนหน้า
หมอบเฝ้าเกลื่อนกลาดดาษดา งามสง่าดั่งองค์มัฆวาน
จึ่งมีพระราชวาที ปรึกษาเสนีทวยหาญ
อันด่านมลิวันกรุงมาร เป็นนํ้ากรดเพลิงกาลทั้งสองชั้น
ผู้ใดใครจะอาสา หักด่านอสุราซึ่งกีดกั้น
ให้ย่อยยับเป็นภัสม์ธุลีกัลป์ จะให้ยกพลขันธ์เข้าไป ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พญาอนุชิตทหารใหญ่
ก้มเกล้ากราบทูลทันใจ เพียงนี้มิให้เคืองบาทา
แต่ตัวของข้าผู้ทหาร จะขอทำลายด่านยักษา
ให้ย่อยยับด้วยกำลังศักดา แต่ในเวลาวันนี้ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตทรงสวัสดิ์รัศมี
ได้ฟังดั่งทิพวารี มาโสรจสรงอินทรีย์สำราญใจ
จึ่งมีมธุรสพจนารถ อวยสวัสดิ์ประสาทประสิทธิ์ให้
ท่านจงไปดีมีชัย พวกภัยอย่ารอต่อกร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จึ่งพญาอนุชิตชาญสมร
ประนมนิ้วน้อมเกล้ารับพร ชุลีลาบทจรมาแปลงกาย ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ใหญ่เท่าบรมพรหมเมศ นัยน์เนตรดั่งแสงสุริย์ฉาย
สี่พักตร์แลเลื่อมพรรณราย แปดกรแรงร้ายเกรียงไกร
เสร็จแล้วผาดแผลงสำแดงฤทธิ์ ทศทิศกัมปนาทหวาดไหว
เหาะขึ้นพ่างพื้นนภาลัย ตรงไปยังด่านอสุรี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงจึ่งเห็นขุนมาร อันชื่อมัฆวานยักษี
คุมพลเก้าโกฏิทำพิธี เป็นอัคคีโชติช่วงดั่งเพลิงกัลป์
อันหมู่อสูรโยธา เที่ยวตระเวนไปมากวดขัน
ขุนกระบี่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน โถมเข้าโรมรันพลมาร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝ่ายหมู่อสูรทวยหาญ
เห็นวานรสี่พักตร์อหังการ โถมทะยานเข้ามาราวี
ต่างตนกริ้วโกรธตัวสั่น แผดเสียงสนั่นอึงมี่
กวัดแกว่งอาวุธเป็นโกลี กลุ้มกันเข้าตีวานร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ พุ่งซัดสาตราดั่งห่าฝน ลางตนก็ยิงธนูศร
ที่ใกล้ก็แทงด้วยโตมร ตะลุมบอนฟอนฟันไปมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พญาอนุชิตฤทธิ์กล้า
โถมรับสัประยุทธ์ด้วยศักดา เคี่ยวฆ่ากลางพลอสุรี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ สองเท้าโถมถีบปากกัด แปดหัตถ์รวบจับยักษี
ฉีกขาหักคอด้วยฤทธี ตายกลาดปถพีแหลกลาญ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด โอด

๏ บัดนั้น มัฆวานนายใหญ่ใจหาญ
หลับเนตรอ่านเวทพิธีการ ได้ยินเสียงสะท้านก็ตกใจ
ลืมตาขึ้นเพ่งเล็งดู เห็นวานรเผือกผู้ตัวใหญ่
ฆ่าหมู่พลมารบรรลัย ก็กริ้วโกรธดั่งไฟบรรลัยกัลป์
ผุดลุกขึ้นยืนกระทืบบาท ร้องตวาดดั่งเสียงฟ้าลั่น
กวัดแกว่งคทาเป็นเปลวควัน กุมภัณฑ์ออกไล่รอนราญ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เชิด

๏ บัดนั้น พญาอนุชิตใจหาญ
รับรองป้องกันประจัญบาน ทะยานเข้าต่อฤทธิ์อสุรา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ หักเอาด้วยกำลังว่องไว จับได้มัฆวานยักษา
ฟาดลงกับพื้นพสุธา ก็สุดสิ้นชีวาด้วยฤทธี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ โอด

๏ อันเปลวอัคคีที่พุ่งพราย ดับหายสิ้นแสงรังสี
ก็เหาะไปยังด่านอสุรี อันตั้งอยู่ยังที่ชั้นใน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงจึ่งเห็นนายด่าน อันชื่อกาลสูรทหารใหญ่
นั่งอ่านพระเวทเกรียงไกร เรียกหมู่นาคให้ขึ้นมา
เลิกพังพานพ่นพิษเป็นควัน นํ้ากรดไหลลั่นฉานฉ่า
เสียงสนั่นครั่นครื้นโลกา เมฆามืดมนอนธการ
โยธาล้วนถืออาวุธ สิบแปดโกฏิฤทธิรุทรกล้าหาญ
ขุนกระบี่ผู้ปรีชาชาญ ก็อ่านเวทนิมิตอินทรีย์ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ ตระ

๏ ด้วยเดชพระมนต์อันเพริศพราย กลายเป็นครุฑราชปักษี
บินฉาบถาบถาด้วยฤทธี จิกจับนาคีเป็นโกลา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บ้างหนีบ้างตายอุตลุด ด้วยกำลังครุฑตัวกล้า
น้ำกรดที่ไหลหลั่งมา สิ้นฤทธิ์นาคาก็หายไป
แล้วกลับเป็นรูปวานร แปดกรสี่พักตร์สูงใหญ่
โลดโผนโจนทะยานด้วยว่องไว เข้ารุกไล่นายด่านอสุรี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น กาลสูรสิทธิศักดิ์ยักษี
ตกใจผุดลุกขึ้นทันที แลเห็นกระบี่ก็โกรธา
ฉวยชักหอกแก้วกวัดแกว่ง สำแดงฤทธิไกรเงื้อง่า
เรียกหมู่อสูรโยธา จงจับลิงฆ่าให้แหลกลาญ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝ่ายพวกรี้พลทวยหาญ
ได้ฟังคำนายบัญชาการ ต่างทะยานเข้าจับวานร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น คำแหงหนุมานชาญสมร
รับรองป้องกันประจัญกร ตะลุมบอนกลางพลอสุรา
เท้าถีบแปดหัตถ์ฟัดฟาด หัวขาดตัวขาดดาษป่า
แล้วโลดโผนโจนไปด้วยศักดา เข่นฆ่านายด่านมลิวัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น กาลสูรฤทธิแรงแข็งขัน
แกว่งหอกกลอกกลับยืนยัน ขบฟันโจมจับหนุมาน
ต่างแทงต่างฟันสับสน ต่างตนต่างกล้าต่างหาญ
ต่างอดต่างกลั่นประจัญบาน ทนทานไม่คิดชีวา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น วายุบุตรวุฒิไกรใจกล้า
กวัดแกว่งตรีเพชรอันศักดา โจมจับอสุราด้วยว่องไว
เหยียบเข่าน้าวเศียรเวียนหัน มือนั้นฉวยชิงเอาหอกได้
เท้าถีบอสุราล้มไป เหยียบไว้กับพื้นสุธาธาร
ฉวยเท้าสองเท้าขึ้นกวัดแกว่ง ด้วยกำลังแรงสำแดงหาญ
ขว้างไปขอบเขาจักรวาล ขุนมารสุดสิ้นชีวี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ โอด

๏ ครั้นเสร็จหักด่านสองชั้น ลูกพระพายเทวัญเรืองศรี
เหาะทะยานผ่านฟ้าด้วยฤทธี กลับมาที่ทัพพลับพลา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ จึ่งน้อมเศียรเกล้าบังคมบาท น้องนารายณ์ธิราชนาถา
ทูลความแต่ต้นจนปลายมา ซึ่งได้เข่นฆ่ากุมภัณฑ์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตสุริย์วงศ์รังสรรค์
แจ้งว่าหักด่านมลิวัน เสร็จทั้งสองชั้นก็ยินดี
ดั่งได้ช่อชั้นวิมานมาศ ของท้าวเทวราชทุกราศี
จึ่งมีมธุรสวาที แก่ขุนกระบี่ผู้ปรีชา
ควรที่ท่านเป็นยอดทหาร องค์พระอวตารนาถา
อานุภาพเลิศลบโลกา ใต้ฟ้าไม่มีใครเทียบทัน
ตรัสแล้วทรงเครื่องพิชัยยุทธ์ ชวนองค์พระสัตรุดรังสรรค์
เสด็จย่างเยื้องจรจรัล ไปขึ้นรถสุวรรณอลงการ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เคลื่อนพลออกจากพลับพลา พร้อมหมู่โยธาทวยหาญ
โห่สนั่นครั่นครื้นสุธาธาร ล่วงด่านผ่านมรคาไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เร่งรีบพยุหโยธี ผ่านคีรีเหวผาป่าใหญ่
ข้ามละหานธารท่าชลาลัย แลไปเห็นยอดบรรพตา
สูงตระหง่านเงื้อมงํ้าอัมพร เป็นชะง่อนวุ้งเวิ้งเพิงผา
ศีลาลายพรายแสงรจนา ดั่งมหาเนาวรัตน์รูจี
จึ่งมีมธุรสพจนารถ ประภาษถามพิเภกยักษี
อันเขาซึ่งแลเห็นนี้ มีนามปรากฏชื่อใด ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พิเภกผู้มีอัชฌาสัย
น้อมเศียรสนองบัญชาไป อันเขาใหญ่อยู่ตรงหน้ารถ
ชื่อว่ามยุราศิลาลาย แสงพรายเหมือนแววนกยูงหมด
รุกขชาติหลายพรรณเป็นหลั่นลด กิ่งก้านช้อยชดจำเริญตา
ทรงผลเป็นช่อผกากาญจน์ หอมหวานตลบทั้งภูผา
มีน้ำพุดุด้นศีลา ไหลมายังสุคนธ์สาคร
อันเขามยุราคีรีเรือง หลักเมืองมลิวันมาแต่ก่อน
ผลไม้มากมายในดงดอน เป็นกำลังนิกรโยธี
ขอพระองค์จงหยุดพลขันธ์ ตั้งมั่นยังเชิงคีรีศรี
ให้ข่มนามเมืองอสุรี จะมีชัยแก่ราชพาลา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตสุริย์วงศ์นาถา
ได้ฟังพิเภกอสุรา จึ่งให้หยุดโยธาพลากร
แล้วตรัสสั่งลูกพระอาทิตย์ ท่านผู้มีฤทธิ์ชาญสมร
จงตั้งพลับพลาสถาวร แทบเชิงสิงขรริมธาร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สุครีพผู้ปรีชาหาญ
ก้มเกล้ารับรสพจมาน น้องพระอวตารแล้วออกมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ จึ่งกะเกณฑ์กันปันหน้าที่ ทั้งพวกกระบี่แลยักษา
วานรให้ตั้งพลับพลา ทิมดาบศาลาลูกขุนใน
พลยักษ์ให้ทำเขื่อนคู ป้อมประตูหอรบน้อยใหญ่
กำแพงเชิงเทินรอบไป ตั้งสารวัตรไว้ให้ตรวจการ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น อสุราวานรทวยหาญ
บรรดาเจ้าด้านพนักงาน ขับไพร่ลนลานวิ่งมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ หน้าที่ของใครก็แผ้วถาง คัดง้างทุบปราบหินผา
บ้างขุดดินตัดไม้เป็นโกลา แบกลากขนมาแข่งกัน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ ตั้งลงเป็นจักรพยูห์ มีคูเขื่อนเพชรเขื่อนขัน
ป้อมค่ายหอรบครบครัน คล้ายกันกับราชธานี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตทรงสวัสดิ์รัศมี
เสร็จการตั้งทัพก็ยินดี จึ่งมีพจนารถวาจา
ชวนพระสัตรุดสุริย์วงศ์ ลงจากพิชัยรถา
กรายกรนวยนาดยาตรา เสด็จมาสระสรงวาริน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ สองกษัตริย์ลงสระสรงสนาน ในท่าลำธารกระแสสินธุ์
นํ้าใสเห็นแสงมณีนิล โกมินไข่มุกไพฑูรย์พราย
แก้วแดงแกมดวงมุกดาดาษ ปัทมราชเพชรรัตน์จำรัสฉาย
ทรายทองศรีเทียมอุไรพราย ศีลาลายแก้วผลึกโมรา
มรกตข่ายครุฑบุษราคัม ปะวะหลํ่าแกมกัลปังหา
ศีลาทองแสงประเทืองเรืองตา จินดาจับดวงแก้วประพาฬ
มีพื้นหมู่พรรณปทุมาศ เบิกกลีบบานกลาดชูก้าน
เรณูหล่นลอยทั้งลำธาร พระพายพานรำเพยขจายจร
สาโรชเสาวรสวาริน หวนกลิ่นหอมกลั้วด้วยเกสร
แมลงภู่หมู่ผึ้งประอึงอร บินร่อนเชยรสสุมาลา
ฝูงปลาเล็มไคลว่ายคลํ่า บ้างพ่นนํ้าลอยแนบแอบผา
ชมพลางพิศเพลินจำเริญตา ที่ในธารท่าวารี ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ ลงสรงปี่พาทย์

ร่าย

๏ ครั้นเสร็จซึ่งสรงชลธาร น้องพระอวตารทั้งสองศรี
ยุรยาตรนาดกรจรลี ขึ้นที่สุวรรณพลับพลาชัย ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ บัดนั้น ท้าวพญาวานรน้อยใหญ่
ทั้งหมู่ยักษีกระบี่ไพร ก็ลงไปเล่นนํ้าพร้อมกัน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ คุกพาทย์

๏ น้ำไสไหลเชี่ยวเป็นเกลียวมา กระทบแผ่นผาครื้นครั่น
วานรโลดไล่พัลวัน กุมภัณฑ์ดำด้นชลธาร
บ้างเก็บบัวกระจับตับเต่า ถอนกระชากรากเง่าเป็นอาหาร
อสุราเด็ดดวงปทุมมาลย์ ลิงทะยานฉวยชิงเอาไป
ขึ้นบนเงื้อมผาริมสาคร ยักษ์ฉุดลิงหลอนหลอกให้
โลดโผนโจนเล่นสำราญใจ เลี้ยวไล่อื้ออึงเป็นโกลี
วานรถอนสาหร่ายสายติ่ง ฟาดทิ้งสัพยอกยักษี
หมู่มารหักก้านบัวตี เสียงมี่สรวลสันต์กันเฮฮา
อันสุครีพหนุมานองคต ท้าวทศคิริวงศ์ยักษา
สระสนานสำราญกายา ที่ในมหาชลธาร ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ กราวจีน

๏ ครั้นเสร็จซึ่งเล่นสาคร ท้าวพญาวานรทวยหาญ
กับพวกอสูรหมู่มาร ก็มายังสถานพลับพลาชัย ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น อสุรานายด่านน้อยใหญ่
ซึ่งเหลือตายแตกพ่ายกระจายไป เร้นซ่อนอยู่ในดงดอน
ครั้นเห็นกองทัพยกมา ตั้งอยู่มยุราสิงขร
ยิ่งตระหนกตกใจดั่งไฟฟอน ก็พากันรีบจรเข้าธานี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงจึ่งแจ้งเหตุการณ์ แก่เสนามารทั้งสี่
ว่ามีลิงเผือกอันฤทธี มาไล่ราวีชิงชัย
พวกพลชาวด่านทั้งสองชั้น สู้มันตายยับไม่นับได้
มัฆวานกาลสูรก็บรรลัย บัดเดี๋ยวทัพใหญ่ยกมา
ข้าเห็นมนุษย์สองคน เป็นจอมพลขี่ราชรถา
โยธีพ้นที่จะคณนา เกลื่อนกลาดดาษป่าพนาวัน
สำเนียงกึกก้องกัมปนาท เพียงสุธาอากาศจะทรุดลั่น
ยักษาวานรปนกัน มาตั้งมั่นมยุราคีรี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จึ่งเสนามารทั้งสี่
ได้ฟังตกใจพันทวี ก็ไปที่พระโรงโอฬาร

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ต่างตนน้อมเกล้าบังคมคัล พระผู้ปิ่นมลิวันราชฐาน
ทูลโดยมีศึกมารอนราญ ตามชาวด่านแจ้งกิจจา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น ท้าวจักรวรรดิยักษา
แจ้งข่าวเร่าร้อนในอุรา พญามารนิ่งนึกตรึกคิด
เหตุนี้จะจริงเหมือนกูฝัน กับโหราทายนั้นเห็นไม่ผิด
เป็นชายจะเกรงปัจจามิตร ทศทิศจะเย้ยไยไพ
คิดแล้วจึ่งมีบัญชา สั่งมหาเสนาผู้ใหญ่
เร่งเกณฑ์รี้พลสกลไกร ประจำไว้ให้รอบพระนคร ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สี่เสนามารชาญสมร
รับสั่งพระองค์ทรงฤทธิรอน ชุลีกรแล้วรีบออกมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

ยานี

๏ จึ่งเกณฑ์อสูรหมู่มาร เลือกล้วนอาจหาญแกล้วกล้า
สรรพไปด้วยเครื่องสาตรา รักษารอบราชธานี
ป้อมค่ายเชิงเทินหอรบ เอาปืนใหญ่รายครบทุกหน้าที่
กองหนุนนั้นสรรแต่ตัวดี มีระยะสิบเส้นรายไป
กองขันนั้นล้วนตัวหาญ ประจำทุกทวารน้อยใหญ่
กองกลางอยู่กลางเวียงชัย หนักไหนให้ออกทะลวงฟัน ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ไพร่ฟ้าประชากรทั้งเขตขัณฑ์
แจ้งเหตุก็ปรับทุกข์กัน ครั้งนี้มลิวันจะแหลกลาญ
เพราะด้วยไพนาสุริย์วงศ์ พาองค์มัจจุราชมาสังหาร
อันนัดดาของท้าวอัชบาล เชี่ยวชาญศรสิทธิ์ฤทธิรุทร
ยกไปรณรงค์ในลงกา ฆ่ายักษ์ตายยับนับสมุทร
ท้าวทศกัณฐ์ออกต่อยุทธ์ ญาติมิตรม้วยมุดมากมาย
บัดนี้ยกมามลิวัน ตีด่านสองชั้นพังพ่าย
ตัวเราจะพากันตาย ว่าพลางทางฟายน้ำตา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

ช้า

๏ เมื่อนั้น พระพรตสุริย์วงศ์นาถา
เสด็จเหนือที่ไสยา ในสุวรรณพลับพลาอลงการ
อัมพรดาวดาษกลาดเกลื่อน จันทรลอยเลื่อนฉายฉาน
น้ำค้างหยาดเย็นสุธาธาร พระพายพานรำเพยรวยริน
พัดพาเสาวคนธ์เกสร ขจายจรหอมฟุ้งจรุงกลิ่น
เสนาะเสียงไก่แก้วโกกิล ปักษาตื่นบินหากัน
แสงทองรองเรื่ออากาศ โอภาสพรรณรายฉายฉัน
เสียงประโคมดนตรีนี่นัน ทรงธรรม์ตื่นจากไสยา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

ร่าย

๏ จึ่งบ้วนพระโอษฐ์สรงพระพักตร์ ทรงเครื่องจักรพรรดินาถา
พระกรกุมศรศักดา เสด็จออกพลับพลารูจี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ลดองค์ลงเหนือบัลลังก์อาสน์ งามวิลาสดั่งท้าวโกสีย์
พร้อมหมู่วานรโยธี ชุลีกรเกลื่อนกลาดดาษไป
จึ่งมีพระบัญชาการ ปรึกษาทหารน้อยใหญ่
ว่าเราจะยกพลไกร เข้าล้อมเวียงชัยอสุรา
หรือจะให้ทูตาถือสาร ไปว่าขานแก่ท้าวยักษา
ตามขนบธรรมเนียมบุราณมา หรือว่าจะทำฉันใดดี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พญาไวยวงศากระบี่ศรี
น้อมเศียรถวายอัญชุลี กราบทูลด้วยปรีชาไว
ซึ่งจะยกเข้าล้อมเมืองยักษ์ หักเอาด้วยฤทธิ์ก็เห็นได้
แต่จะไม่ปรากฏพระยศไป ที่ในแผ่นพื้นสุธาธาร
ขอให้แต่งซึ่งเสนา ผู้มีปรีชากล้าหาญ
เป็นทูตจำทูลบัญชาการ เข้าไปว่าขานกุมภัณฑ์
แม้นมาตรดื้อดึงมิอ่อนน้อม จึ่งยกพลเข้าล้อมเขตขัณฑ์
ทำไมกับเมืองมลิวัน ไม่ครั่นฝีมือวานร ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตสุริย์วงศ์ทรงศร
ได้ฟังลูกพระทินกร ภูธรต้องราชฤทัย
จึ่งมีพจนารถบัญชาการ ตัวท่านซึ่งเป็นผู้ใหญ่
จะเห็นทหารตนใด ที่จะให้เข้าไปเป็นทูตาฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ลูกพระอาทิตย์ฤทธิ์กล้า
ก้มเกล้าสนองพระบัญชา ซึ่งจะไปเจรจาด้วยขุนยักษ์
เห็นแต่นิลนนท์อุปราช ฤทธิรงค์องอาจแหลมหลัก
ปรีชาสามารถฉลาดนัก เห็นจักไม่เสียท่วงที ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตทรงสวัสดิ์รัศมี
ได้ฟังโสมนัสยินดี จึ่งมีพระบัญชาการ
สั่งขุนอาลักษณ์วานร จงแต่งอักษรราชสาร
ส่งให้นิลนนท์ผู้ปรีชาญ ไปว่าขานแจ้งกรุงมลิวัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จึ่งสัตพลีตัวขยัน
รับสั่งถวายบังคมคัล ก็ช่วยกันแต่งราชสารา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ เสร็จแล้วจารึกลงลานทอง ใส่กล่องสุวรรณเลขา
ส่งให้นิลนนท์ผู้ศักดา ตามบัญชาน้องพระจักรี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น นิลนนท์ผู้ชาญชัยศรี
รับสารทูลเศียรด้วยยินดี ถวายอัญชุลีแล้วออกไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ ทำอำนาจผาดแผลงสำแดงฤทธิ์ ทศทิศสะท้านสะเทือนไหว
เหาะทะยานผ่านฟ้าด้วยว่องไว ตรงไปมลิวันพารา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงลอยอยู่บนอัมพร ตรงหน้าบัญชรยักษา
แล้วร้องประกาศด้วยวาจา ว่าเหวยจักรวรรดิอาธรรม์
บัดนี้พระพรตสุริย์วงศ์ น้องพระภุชพงศ์รังสรรค์
ฤทธิรงค์ดั่งองค์พระสุริยัน ยกพวกพลขันธ์โยธี
เสด็จมาตั้งทัพยับยั้ง อยู่ยังมยุราคิรีศรี
มิได้เข้าหักโหมโจมตี ด้วยมีความเมตตาท่านนัก
จึ่งใช้ให้เราถือสาร มาว่าขานโดยดีไม่หาญหัก
จงเร่งก้มเศียรขุนยักษ์ ฟังลักษณ์ราชสารา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น องค์ท้าวจักรวรรดิยักษา
เสด็จออกแสนสุรเสนา ในหน้าสิงหาสน์บัญชร
เห็นวานรลอยอยู่บนอากาศ ทำอำนาจดั่งพญาไกรสร
กริ้วโกรธพิโรธคือไฟฟอน ว่าเหวยดูก่อนไอ้ลิงไพร
ตัวเอ็งเป็นชาติเดียรัจฉาน ถิ่นฐานบ้านเมืองอยู่ไหน
มีนามกรชื่อใด จึ่งได้เป็นทูตถือสารมา
เหตุใดตัวไม่นอบนบ เราผู้ปิ่นภพยักษา
ทำทะนงองอาจอหังการ์ ร้องว่าลงมาแต่อัมพร
ชอบแต่น้อมเศียรอภิวาทน์ กราบบาทยุคลกูก่อน
ตามขนบซึ่งสื่อพระนคร วานรจึ่งอ่านสารไป ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พญานิลนนท์ทหารใหญ่
เห็นจักรวรรดิดื้อดึงขึงไว้ ด้วยใจมานะอหังการ
จึ่งร้องว่าเหวยขุนยักษ์ เราผู้ถือลักษณ์ราชสาร
ชื่อพญานิลนนท์ชัยชาญ ทหารพระนารายณ์สี่กร
เป็นอุปราชชมพูนคเรศ เรืองเดชดั่งราชไกรสร
เลื่องชื่อลือฤทธิ์ขจายจร ไม่เคยง้องอนคำรพใคร
ท่านมาเจรจายกตัว ไม่กลัวความตายหรือไฉน
จงน้อมเศียรฟังสารพระภูวไนย ว่าแล้วอ่านไปทันที ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

ช้า

๏ ราชสารพระองค์วงศ์จักรพรรดิ เกศกษัตริย์ทั่วทวีปทั้งสี่
น้องพระนารายณ์ธเรศตรี มีนามพระพรตทรงลักษณ์
โดยเสด็จจากสายเกษียรสมุทร ฤทธิรุทรเลิศลบไตรจักร
มายังองค์ท้าวสี่พักตร์ ผู้เป็นปิ่นปักมลิวัน
ด้วยตัวท่านนั้นทำผิด คบคิดกับเด็กโมหันธ์
จับพญาพิเภกซึ่งเป็นธรรม์ ใส่ตรุจำพันธนาการ
แล้วให้ไพนาสุริย์วงศ์ ขึ้นดำรงลงการาชฐาน
ไม่เกรงเบื้องบาทพระอวตาร ผู้ประธานสามโลกโลกา
บัดนี้พระองค์ดำรัสใช้ ให้เราผู้เป็นกนิษฐา
ยกพวกพหลโยธา มาสังหารชีวาอสุรี
หากเรานี้มีเมตตานัก หวังจักไว้ชีพยักษี
จึ่งให้มาว่าแต่โดยดี มิได้คิดที่จะโรมรัน
แม้นรู้โทษตัวว่าทำผิด จงเสียทางทุจริตโมหันธ์
มาตั้งสัจต่อศรพระทรงธรรม์ กุมภัณฑ์ก็จะรอดชีวา ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวจักรวรรดิยักษา
ฟังสารดาลเดือดในวิญญาณ์ โกรธาดั่งกาลอัคคี
จึ่งร้องว่าเหวยไอ้ทรลักษณ์ เรากับทศพักตร์ยักษี
เป็นสหายรักร่วมชีวี พิเภกนี้ก็เหมือนน้องกู
เราเป็นผู้ใหญ่ให้หา อหังการ์ยกออกมาต่อสู้
จับได้จะฆ่าก็เอ็นดู กูให้ทารกรรมจำไว้
เพราะมันอาธรรม์ทรลักษณ์ จะรู้จักคุณพี่ก็หาไม่
หมายมาดจะพิฆาตชีวาลัย จึ่งไปเข้าด้วยไพรี
บอกอุบายเล่ห์กลรณรงค์ ให้ล้างโคตรวงศ์ยักษี
จนสหายกูสิ้นชีวี ทั้งนี้ก็เพราะด้วยมัน
พระรามว่ามีความชอบ จึ่งมอบโภไคยไอศวรรย์
ยกให้แก่ไอ้พิเภกนั้น ผิดยุติธรรม์ไม่ควรการ
จึ่งให้ไพนาสุริย์วงศ์ ขึ้นครองลงการาชฐาน
สืบวงศ์บรมพรหมาน จะว่าผิดบูราณด้วยอันใด
เจ้าเอ็งปล้นได้แต่ลงกา อันพารามลิวันหาเหมือนไม่
ถึงโยธาแน่นนับสมุทรไท จะบรรลัยด้วยมืออสุรี ฯ

ฯ ๑๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น นิลนนท์ผู้ชาญชัยศรี
ฟังท้าวจักรวรรดิพาที มีแต่ดื้อดึงเจรจา
จึ่งร้องว่าเหวยขุนยักษ์ อันพระทรงจักรนาถา
ตั้งอยู่ในทศธรรมา เป็นหลักโลกาสุธาธาร
ถ้าว่าผู้ใดทำผิด จึ่งผลาญชีวิตสังขาร
อันท้าวทศกัณฐ์อันธพาล เที่ยวจัณฑาลนักสิทธ์เทวัญ
แล้วไปลักองค์มเหสี ของพระจักรีรังสรรค์
มาไว้ในสวนกุมภัณฑ์ เพราะใจโมหันธ์ฉันทา
พิเภกเห็นผิดจึ่งห้ามปราม ด้วยความกตัญญูต่อเชษฐา
กลับโกรธขับเสียจากพารา จึ่งไปเป็นข้าพระจักรี
ครั้นเสร็จศึกโปรดให้ผ่านเมือง ตามเรื่องสุริย์วงศ์ยักษี
ซึ่งพิเภกไม่คบอสุรี ข้อนี้จะผิดด้วยอันใด
อย่าพักอาจองทะนงหาญ อหังการเจรจาหยาบใหญ่
ว่าดีกว่าลงกากรุงไกร เห็นไม่ครันมือวานร ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ