สมุดไทยเล่มที่ ๙๐

๏ มาจะกล่าวบทไป ถึงท้าวชมพูกระบี่ศรี
แจ้งว่าลงกาธานี มีราชไพรีมารอนราญ
จึ่งสั่งนิลพัทผู้ร่วมใจ เจ้าผู้ฤทธิไกรแกล้วหาญ
ครั้งศึกทศกัณฐ์ขุนมาร ท่านมิได้อาสาพระทรงครุฑ
ครั้งนี้จงคุมพลากร วานรทั้งยี่สิบสมุทร
ไปทำการรณรงค์ยงยุทธ์ ด้วยพระองค์มงกุฎโลกา
อย่าให้เคืองใต้เบื้องบาทบงสุ์ ปลงใจภักดีอาสา
สังหารผลาญหมู่อสุรา ให้ปรากฏยศไว้ในธาตรี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ลูกพระกาลผู้ชาญชัยศรี
ก้มเกล้ารับสั่งด้วยยินดี ชุลีลาออกจากพระโรงคัล ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ จึ่งเกณฑ์พลทั้งยี่สิบสมุทร ล้วนมีฤทธิรุทรแข็งขัน
ที่เคยหักโหมโรมรัน สังหารกุมภัณฑ์ในลงกา
ครบเครื่องอาวุธสำหรับทัพ พร้อมสรรพโดยซ้ายฝ่ายขวา
ออกจากชมพูนครา ยกมาตามทางพนาลี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ พบทัพท้าวพญาพานรินทร์ แทบใกล้ขีดขินบุรีศรี
ต่างตนต่างหยุดโยธี อยู่ที่ภายนอกพระนคร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ลูกพระสุริย์ฉานชาญสมร
เห็นท้าวพญาวานร ยกนิกรมาพร้อมก็ดีใจ
จึ่งเกณฑ์พลห้าสิบสมุทร ล้วนมีฤทธิรุทรแผ่นดินไหว
ครบถ้วนตามกระบวนทัพชัย ยกไปอยุธยาธานี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ กราวนอก

๏ ก็พบทัพพระพรตพระสัตรุด เอกองค์วรนุชทั้งสองศรี
พากันไปถวายอัญชุลี น้องพระจักรีผู้ศักดา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตพระสัตรุดนาถา
เห็นท้าวพญาวานรทั้งปวงมา พร้อมหน้าทั่วทุกพระนคร
จึ่งกล่าวมธุรสปราศรัย ด้วยใจโสมนัสสโมสร
เสร็จแล้วก็พากันบทจร ไปเฝ้าพระสี่กรผู้ฤทธี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ต่างน้อมเศียรเกล้าบังคมบาท พระตรีภูวนาถเรืองศรี
คอยฟังบรรหารพระภูมี ยังที่พระโรงพรายพรรณ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์องค์นารายณ์รังสรรค์
เห็นสองอนุชาวิลาวัณย์ ท้าวพญาทั้งนั้นก็เข้ามา
พร้อมกันทั่วทุกพระนคร ภูธรแสนโสมนัสสา
จึ่งมีมธุรสวาจา ดูก่อนอนุชาผู้ทรงลักษณ์
ตัวเราพี่น้องทั้งสี่ ฤๅษีเทเวศในไตรจักร
เชิญให้อวตารมาผลาญยักษ์ อันไอ้ทศพักตร์สาธารณ์
พี่กับพระลักษมณ์อนุชา ฆ่ามันสิ้นชีพสังขาร
บัดนี้จักรวรรดิขุนมาร อหังการยกพลมาราวี
จับพิเภกใส่ตรุตรึงมั่น ให้ลูกทศยัณฐ์ยักษี
ขึ้นครองลงกาธานี ไม่เกรงเราผู้มีศักดา
ตัวเจ้าพี่น้องจงยกไป จับไอ้ทศพินยักษา
ตัดเศียรเสียบไว้ในลงกา อย่าให้ใครดูเยี่ยงมัน
แล้วยกโยธาพลากร ไปราญรอนจักรวรรดิโมหันธ์
ถึงที่ธานีมลิวัน ฆ่ามันให้สิ้นพวกพาล
จะได้เป็นเกียรติยศอนุชา อยู่ชั่วกัลปาวสาน
ดั่งเหล็กเพชรลิขิตจักรวาล ช้านานไม่ลบเลือนไป ฯ

ฯ ๑๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพี่น้องผู้มีอัชฌาสัย
ฟังราชบรรหารภูวไนย ยินดีดั่งได้โสฬส
ต่างองค์น้อมเศียรอภิวาทน์ ทูลแทบเบื้องบาทบงกช
ซึ่งพระภุชพงศ์ทรงยศ มีพจนารถบัญชา
จะให้น้องไปรณรงค์ ล้างโคตรวงศ์ยักษา
จะขอสนองรองใต้บาทา ไปกว่าชีวาจะวายปราณ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น นิลพัทฤทธิไกรใจหาญ
ก้มเกล้ากราบทูลด้วยปรีชาญ ผ่านฟ้าจงได้ปรานี
ครั้งก่อนตัวข้าทำผิด โทษติดอยู่เหนือเกศี
มิได้สังหารผลาญชีวี พระคุณพ้นที่จะคณนา
ครั้งนี้จะไปปราบมาร ข้าขอทำการอาสา
เป็นทัพหน้าสมเด็จพระอนุชา ยกเข้าเข่นฆ่าพวกภัย
มาตรแม้นสงครามที่ไหนหนัก จะหาญหักหาคิดชีวิตไม่
ขอสนองพระคุณภูวไนย มิให้เคืองใต้บทมาลย์ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจักรีผู้ปรีชาหาญ
ได้ฟังวาจาลูกพระกาล ผ่านฟ้าชื่นชมยินดี
จึ่งมีพระราชบัญชา แก่ขุนโหราทั้งสี่
จงหาฤกษ์ที่จะยกโยธี ให้มีชัยแก่หมู่กุมภัณฑ์ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝ่ายขุนโหราคนขยัน
กับชามพูวราชชาญฉกรรจ์ บังคมคัลแล้วจับกระดานมา
คูณหารสอบใส่ทุกคัมภีร์ ได้ฤกษ์ยายีแกล้วกล้า
พร้อมทั้งดิถียาตรา เป็นมหาชัยโชคโอฬาร
เห็นพร้อมแล้วกราบบังคมทูล นเรนทร์สูรสุริย์วงศ์มหาศาล
พรุ่งนี้เก้าคํ่าวันอังคาร ได้ฤกษ์มัฆวานเทวัญ
พระเสาร์ยกจากราศีมิน ปลอดทั้งทักทินยมขันธ์
เพลารุ่งแสงสุริยัน สามสิบสองชั้นประเสริฐนัก
ควรที่จะยกทวยหาญ ไปปราบพวกพาลปรปักษ์
จะมีชัยแก่อสูรหมู่ยักษ์ พระเกียรติจักปรากฏทั้งโลกา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์องค์นารายณ์นาถา
ฟังชามพูวราชแลโหรา กำหนดยาตราพลากร
จึ่งมีบัญชาประกาศิต สั่งลูกพระอาทิตย์ชาญสมร
หนุมานองคตฤทธิรอน ทั้งสิบแปดวานรผู้ร่วมใจ
อันการสงครามด้วยกุมภัณฑ์ จะประมาทหมิ่นมันนั้นไม่ได้
ฝ่ายพระพรตพระสัตรุดวุฒิไกร ไม่เคยชิงชัยด้วยไพรี
การศึกลึกลํ้าหลายกล แยบยลชั้นเชิงของยักษี
ปรึกษาหารือกันจงดี อย่าให้เสียทีอสุรา
ตัวท่านเร่งออกไปจัดทัพ สรรพทั้งปีกซ้ายปีกขวา
ให้ทันศุภฤกษ์ยาตรา ในเวลารุ่งสุริยัน ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สุครีพฤทธิแรงแข็งขัน
กับท้าวพญาวานรทั้งนั้น ถวายบังคมคัลแล้วออกไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เกณฑ์หมู่กระบินทร์อรินทร์ราช ทั้งเป็นพยุหบาตรกระบวนใหญ่
อันลูกพระกาลชาญชัย ให้เป็นทัพหน้าโรมรัน
ชั้นสองกระบี่สุรการ คุมพลทหารเป็นกองขัน
ศรีชมพูพานชาญฉกรรจ์ เป็นเกียกกายประจัญปัจจามิตร
ถัดมานั้นรถพระอนุชา เป็นจอมโยธาอาชญาสิทธิ์
ยุกกระบัตรหลานอินทร์ผู้มีฤทธิ์ บัญชากิจรณรงค์ราวี
กองหนุนสำหรับทะลวงฟัน มหัทวิกันกระบี่ศรี
กองหลังรั้งท้ายโยธี วิสันตราวีวานร
พร้อมทั้งปีกซ้ายปีกขวา กองแล่นเสือป่าชาญสมร
ล้วนถืออาวุธครบกร ซับซ้อนเยียดยัดอัดกัน ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตพระสัตรุดรังสรรค์
ครั้นรุ่งรังสีรวีวรรณ พากันเข้าที่สรงชล ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

โทน

๏ สองกษัตริย์สระสนานสำราญกาย ปทุมทองโปรยปรายดั่งสายฝน
ทรงสุคันธารสเสาวคนธ์ ปรุงปนนพมาศสุมามาลย์
สนับเพลาเชิงงอนช่องกระจก ภูษิตแย่งยกกระหนกก้าน
ชายแครงชายไหวอลงการ ฉลององค์ทองประสานดวงลอย
ตาบทิศมรกตทับทรวง สังวาลแก้วรุ้งร่วงดั่งหิ่งห้อย
ทองกรพาหุรัดประดับพลอย ธำมรงค์เพชรพร้อยพรายตา
ทรงมหามงกุฎดอกไม้ทัด กรรเจียกจรจำรัสพระเวหา
ต่างจับพระขรรค์อันศักดา เสด็จมาปราสาทพระชนนี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงถวายอภิวาทน์ พระมารดาธิราชทั้งสามศรี
ทูลว่าสมเด็จพระจักรี ผู้ปิ่นโมลีภพไตร
ให้ลูกยกพวกพลากร เสนาวานรน้อยใหญ่
ไปปราบอาธรรม์ให้บรรลัย ซึ่งเกิดเข็ญขึ้นในลงกา
เสร็จแล้วให้ไปต่อตี ล้างชีวีจักรวรรดิยักษา
ถึงเมืองมลิวันพารา ลูกขอลาเบื้องบทมาลย์ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สามพระชนนียอดสงสาร
ฟังพระโอรสแจ้งการ นงคราญชื่นชมยินดี
จึ่งตรัสแก่องค์พระลูกรัก ดวงจักษุแม่ทั้งสองศรี
ซึ่งเจ้าจะยกโยธี ไปปราบอสุรีพาลา
จงตั้งใจรำลึกตรึกคะนึง ถึงคุณพระบรมเชษฐา
การศึกปรึกษาเสนา เอาปัญญาผ่อนคิดให้ควรการ
ตรัสพลางอำนวยอวยชัย พ่อไปเป็นสุขเกษมศานต์
ให้ชนะศัตรูหมู่มาร ทั่วทั้งจักรวาลอย่าต่อกร ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตพระสัตรุดชาญสมร
ต่างองค์น้อมเศียรลงรับพร พระมารดรทั้งสามด้วยยินดี
เสร็จแล้วถวายอภิวาทน์ จบพระบาทขึ้นใส่เกศี
ลาองค์สมเด็จพระชนนี จรลีมาเฝ้าพระจักรา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ จึ่งน้อมเศียรประณตบทบงสุ์ องค์พระหริรักษ์นาถา
ท่ามกลางแสนสุรเสนา คอยฟังผ่านฟ้าบัญชาการ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระตรีภพลบโลกทุกสถาน
เห็นสองอนุชาชัยชาญ มาลาบทมาลย์ก็ยินดี
จึ่งประทานพรหมาสตร์ศรชัย อันปราบได้ทั่วฟ้าราศี
ทั้งเกราะพระอังคตมุนี แก่พระพรตผู้มีปรีชา
พระลักษมณ์ให้ศรจันทวาทิตย์ อันมีฤทธิ์ไปล้างยักษา
ทั้งเกราะแก้วองค์อมรินทรา พระสัตรุดอนุชาทรงลักษณ์
ต่างองค์อำนวยอวยพร เจ้าผู้เรืองฤทธิรอนทั้งไตรจักร
จงมีชัยแก่หมู่อสุรยักษ์ ปรปักษ์พ่ายแพ้ทั้งธาตรี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตพระสัตรุดเรืองศรี
รับพรศรเกราะด้วยยินดี ต่างองค์อัญชลีลากัน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เสร็จแล้วเสด็จยุรยาตร จากปราสาทพรรณรายฉายฉัน
กรายกรย่างเยื้องจรจรัล ตามกันไปขึ้นพิชัยรถ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ รถเอยราชรถศึก กงกำแก้วผลึกอลงกต
เรือนแปรกแอกงอนอ่อนชด ชั้นลดภาพล้อมบัลลังก์ลอย
บุษบกเรือนเก็จเสากาบ พรหมศรแก้วกระหนาบกระหนกห้อย
บัลลังก์แสงเลื่อมด้วยสีพลอย ทวยชดงามช้อยกระจังบัง
เทียมสินธพสี่อาชาชาติ ขาวสะอ้านกายสะอาดดั่งสีสังข์
พระสัตรุดอนุชาร่วมชีวัง นั่งหน้าประณตประนมกร
สารถีขับรี่ดั่งลมกรด เผ่นผยองลำพองพยศดั่งไกรสร
เครื่องสูงกรรชิงมาศจามร แตรงอนแตรฝรั่งประดังกลอง
ไชยามโบกธงนำพล พวกพหลโห่ฮึกกึกก้อง
เคลื่อนพยุหเสนาอเนกนอง ทุกกองออกจากอยุธยา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

ร่าย

๏ เข้าในพนมพนาเวศ ทางทุเรศกันดารแดนป่า
ล่วงข้ามสะโตงคงคา ถึงภูผาสัตกูฏคีรี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

ชมดง

๏ พระชมฝูงสัตว์จัตุบาท หมู่ระมาดไกรสรคชสีห์
มฤคาตื่นพญาพยัคฆี เม่นหมีพาหมู่เป็นคู่จร
ราชสีห์นรสิงห์กระทิงป่า กิเลนโคลากาสร
ควายเปลี่ยวเที่ยวประในดงดอน ชะมดซอนวิ่งซอกตามตรอกเตริน
กวางฟานพ่านกลาดกินเกลียง ละมั่งม่ายรายเมียงคู่เหิน
จามรีเที่ยวเลาะเดาะเดิน พระชมเพลินพลางชี้อนุชา
โน่นฝูงเสือสิงห์คชสาร เที่ยวพ่านกินไผ่ที่ชายป่า
โตเต้นเล่นตามบรรพตา เลียงผาเผ่นวิ่งบนคีรี
นางชะนีโหนเหนี่ยวกิ่งไม้ โหยไห้เสียงหวนครวญมี่
ชมพลางเร่งพลโยธี ไปตามวิถีทางจร ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

ร่าย

๏ เดินทางหว่างทุ่งวุ้งเขา ข้ามลำเนาห้วยธารสิงขร
ประทับหยุดพักสำนักนอน แรมรอนมาหลายทิวาวัน
ก็ถึงโคธาสาคเรศ เป็นที่หิมเวศพนาสัณฑ์
จึงตรัสสั่งลูกพระสุริยัน ให้หยุดพลขันธ์โยธี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้น พญาไวยวงศาเรืองศรี
น้อมเศียรถวายอัญชุลี ขุนกระบี่ทูลสองกษัตรา
ที่นี้เป็นที่พระอาศรม ของพระบรมเชษฐา
อาศัยสร้างพรตจรรยา กองกูณฑ์กลาบูชาไฟ
ไอ้ทศเศียรขุนมาร คิดการทุจริตหยาบใหญ่
มาลักพระมเหสีทรามวัย ไปจากอรัญกุฎี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตพระสัตรุดเรืองศรี
แจ้งว่าอาศรมพระจักรี น้อมเศียรชุลีบังคมคัล
ด้วยคำรบนบน้อมในพระเดช เสมอดั่งบิตุเรศรังสรรค์
พอสิ้นแสงสีรวีวรรณ ทรงธรรม์เข้าที่ไสยา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ กล่อม

ช้า

๏ ดาวเดือนเลื่อนลับอากาศ ภาณุมาศจวนแจ้งพระเวหา
ล่วงเข้าปัจจุสมัยเวลา ไกป่าปรบปีกตื่นตน
เสนาะเสียงโกญจาจักจั่นแจ้ว ดุเหว่าแว่ววังเวงไพรสณฑ์
น้ำค้างตกทั่วสุธาดล เย็นเยือกสกนธ์พลากร
แมลงผึ้งภุมรีหวี่ร้อง เอาละอองโกสุมเกสร
พระพายพาเสาวคนธ์ขจายจร หวนหอมอ่อนอ่อนสำราญใจ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย

๏ สองกษัตริย์สระสรงทรงเครื่อง อร่ามเรืองดั่งดวงแขไข
พอรุ่งรางสร่างแสงอโณทัย ให้เคลื่อนทัพไปโดยพนาลี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

ชมดง

๏ ล่วงเข้าพนมพนาวาส สำราญราชฤทัยทั้งสองศรี
ชมหมู่สกุณาสกุณี เสียงร้องก้องมี่ในไพรวัน
เค้าโมงขมิ้นบ่าวขุน บ้าระบุ่นโกญจากระทาขัน
คุ่มขาบกางเขนอัญชัน การเวกเบญจวรรณสัตวา
มยุเรศโนรีเงือกงั่ว ดอกบัวนกสักกวักกว่า
วายุภักษ์กระลุมพูสาลิกา สร้อยทองไก่ฟ้าเขาไฟ
พญาลอกะลิงลางยางเจ่า นกหว้ากระเหว่าเสียงใส
กระตั้วแขกเต้าตระไน นกไผ่สร้อยร้ากระเวนดง
กระสังรังนานนางนวล นกหกบินหวนเข้าฝูงหงส์
ชมเพลินจำเริญใจทั้งสององค์ พลางเร่งรถทรงยาตรา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

ร่าย

๏ ล่วงด่านผ่านพนมพนาเวศ ทุเรศโดยกันดารแดนป่า
ข้ามเขตขีดขินนครา พอพระสุริยาลงรอนรอน
จึ่งให้หยุดรถแก้วสุรกานต์ พักพลทวยหาญชาญสมร
ริมท่ามหาสาคร ประทับนอนในราษราตรี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พญาไวยวงศากระบี่ศรี
ครั้นเสร็จซึ่งหยุดโยธี ชุลีกรทูลน้องพระจักรา
เขานี้ล้วนพรรณไม้หอม กลิ่นตลบทั้งจอมภูผา
ชื่อว่าคันธมาศบรรพตา ที่ตั้งพลับพลาพระทรงครุฑ
ชุมพลทั้งสองพระนคร วานรเจ็ดสิบเจ็ดสมุทร
ล้วนมีศักดาฤทธิรุธ จึ่งข้ามไปต่อยุทธ์ทศกัณฐ์ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตสุริย์วงศ์รังสรรค์
ได้ฟังลูกพระสุริยัน บรรยายทูลแจ้งกิจจา
พระตรึกไปในการรณรงค์ ที่จะล้างเผ่าพงศ์ยักษา
มิได้เข้าที่นิทรา จนเวลาสมัยราตรี
ครั้นพระสุริยาเรืองรอง แสงทองจำรัสรัศมี
สระสรงทรงเครื่องรูจี ให้เคลื่อนโยธีรีบจร ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

ชมดง

๏ เสด็จพลางชมพลางพฤกษาชาติ เดียรดาษโดยแนวสิงขร
บ้างผลิผลปนช่ออรชร ระบัดใบแก่อ่อนแกมกัน
ยมโดยประดู่หูกวาง ไตรตร่างเต็งรังกระทั่งหัน
กระทุ่มทองกระถินอินจันทน์ ชิงชันช้างน้าวนนทรี
กาหลงชงโคโพบาย นางกรายกระลำพักสักขี
แคฝอยร้อยลิ้นสารภี สีเสียดสักสนคนทา
จัมบกรกฟ้าขานาง พะยอมยางสุกรมกฤษณา
ชุมแสงแสลงพันจันทนา พลองหว้าปริงปรางประยงค์
พุมเรียงเหียงหาดตาดแต้ว เกดแก้วกระดังงามหาหงส์
ชมพลางพลางเร่งรถทรง ล่วงผ่านด่านดงดำเนินไป ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ อันหมู่โยธาทวยหาญ โห่สะท้านสะเทือนแผ่นดินไหว
ผงคลีบดบังอโณทัย ไม้ไหล้แหลกยับไม่สมประดี
ล่วงทางทุเรศหิมวา ถึงคันธกาลาคีรีศรี
จึ่งหยุดพหลโยธี แทบที่ฝั่งสมุทรสาคร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้น จึ่งพระยาสุครีพชาญสมร
น้อมเกล้าดุษฎีชุลีกร วานรกราบทูลด้วยปรีชา
เขานี้เป็นที่สังเกต ท่าข้ามนคเรศยักษา
เมื่อครั้งพระนารายณ์ยกมา ให้โยธาจองถนนข้ามไป
ครั้นปราบศึกเสร็จเสด็จกลับ ประทับแทบฝั่งสมุทรใหญ่
พระองค์ทรงแผลงศรชัย ไปล้างถนนทำลาย
หวังจะให้สำเภาเภตรา พาณิชไปมาค้าขาย
ครั้นแล้วจึ่งองค์พระนารายณ์ เลิกพลนิกายไปธานี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตสุริย์วงศ์เรืองศรี
ทั้งน้องพระยาพาลี จึ่งมีพระราชบัญชา
ดูก่อนท้าวพญาพานร ท่านผู้ฤทธิรอนแกล้วกล้า
บัดนี้จะข้ามโยธา ไปยังลงกากรุงไกร
อันซึ่งถนนหนทาง ขาดว่างเป็นช่องน้อยใหญ่
เราจะถมต่อติดเข้าไป หรือจะเห็นกระไรที่ควรการ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ท้าวพญาวานรทวยหาญ
ก้มเกล้ารับรสพจมาน ทูลน้องพระผู้ผ่านโมลี
บ้างว่าข้าบาทจะอาสา หักมหาเมรุมาศคีรีศรี
มาทอดลงเหนือหลังชลธี ให้พลกระบี่ข้ามไป
บ้างว่าจะทดพระสมุทร ให้น้ำหยุดเหือดแห้งเป็นทางใหญ่
บ้างว่าจะช้อนพลไกร ใส่กรเหาะไปยังเมืองมาร
แต่ขุนกระบินทร์นิลพัท ประนมหัตถ์ทูลสนองบรรหาร
อันท้าวพญาวานรบริวาร แต่ก่อนกาลมีชอบมามากนัก
มาตรแม้นจะทำสิ่งใด ก็จะได้สมคิดดั่งฤทธิจักร
แต่ข้าผู้สวามิภักดิ์ ความชอบสักสิ่งยังไม่มี
พระองค์จงโปรดเกศา จะขอเอากายากระบี่ศรี
ทอดลงเหนือหลังวารี ให้ภูมีพาพลเสด็จจร ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตสุริย์วงศ์ทรงศร
ได้ฟังท้าวพญาวานร ภูธรจึ่งมีบัญชา
ซึ่งท่านทั้งหลายดำริคิด ก็จะได้ด้วยฤทธิ์อันแกล้วกล้า
แต่ลูกพระกาลผู้ศักดา ได้ทูลอาสาพระจักรี
จะขอให้เพื่อนทำการ ดูกำลังหาญกระบี่ศรี
อย่าให้เสียใจเสียที ที่เป็นข้าบาทพระสี่กร ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น คำแหงนิลพัทชาญสมร
รับสั่งพระองค์ทรงฤทธิรอน ชุลีกรแล้วรีบออกไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงซึ่งฝั่งพระสมุทร หยุดอยู่ที่แนวถนนใหญ่
ประนมกรร่ายเวทเกรียงไกร สะกดใจนิมิตอินทรีย์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ ตระ

๏ ด้วยเดชพระเวทอันเชี่ยวชาญ ก็บันดาลกายากระบี่ศรี
สูงใหญ่กว่าพระเมรุคีรี ทอดขวางชลธีตลอดมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตสุริย์วงศ์นาถา
ครั้นเสร็จสำเร็จมรคา ด้วยศักดาเดชลูกพระกาล
มีความชื่นชมด้วยสมคิด พระทรงฤทธิ์ให้เลิกทวยหาญ
ขับซึ่งรถรัตน์ชัชวาล ข้ามมหาชลธารรีบจร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

โทน

๏ รถเอยรถทรง กำกงเนาวรัตน์ประภัสสร
แปรกแอกงามสามงอน ทูบทองอรชรฉลุลาย
บุษบกบัลลังก์เรือนเก็จ พนักเม็ดหุ้มมาศฉานฉาย
ชั้นลดภาพล้อมกระจังราย ห้ายอดงามคล้ายเวไชยันต์
เทียมด้วยพลาหกผกผยอง สารถีขับคล่องดั่งจักรผัน
พระสัตรุดอนุชาร่วมชีวัน ขัดพระขรรค์นั่งหน้าสง่างาม
ประดับด้วยอภิรุมชุมสาย พรายพรายเลื่อมเหลืองอร่าม
เดินโดยกระบวนสงคราม ไชยามโบกธงนำพล
แตรสังข์ฆ้องกลองก้องกึก โยธาโห่ฮึกกุลาหล
พระสมุทรเป็นระลอกกระฉอกชล รีบพลขับแข่งกันไป ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ รุกร้น

ร่าย

๏ ถึงฝั่งลงกาธานี จึ่งให้หยุดโยธีทัพใหญ่
ตั้งเป็นกระบวนลงไว้ โดยในพยุหที่ยกมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น นิลพัทฤทธิแรงแข็งกล้า
ครั้นเสร็จซึ่งข้ามโยธา ถึงฝั่งมหาสาคร
อันเพศนิมิตก็กลับกลาย คงเป็นรูปกายเหมือนแต่ก่อน
มาเข้ากระบวนพลากร คอยเสด็จบทจรพระภูมี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตทรงสวัสดิ์รัศมี
จึ่งมีพจนารถวาที ถามน้องพาลีผู้ศักดา
ครั้งเมื่อสมเด็จพระภุชพงศ์ พระองค์มาปราบยักษา
ตั้งซึ่งกองทัพพลับพลา ที่มหาชัยภูมิอยู่แห่งใด ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สุครีพผู้มีอัชฌาสัย
ฟังน้องพระตรีภูวไนย บังคมไหว้สนองพระวาที
ครั้งเมื่อพระองค์ทรงสุบรรณ ยกพวกพลขันธ์กระบี่ศรี
พิเภกนำเสด็จพระภูมี ไปตั้งที่มรกตบรรพตา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตสุริย์วงศ์นาถา
ได้ฟังลูกพระสุริยา ผ่านฟ้าให้เคลื่อนรถชัย
ออกจากฟากฝั่งชลธาร ทวยหาญโห่ฮึกแผ่นดินไหว
กวัดแกว่งอาวุธดั่งเปลวไฟ รีบไปตามทางพนาลี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงซึ่งใกล้บรรพต อันที่มรกตคีรีศรี
ให้หยุดพหลโยธี แล้วมีพจนารถบัญชา
ตรัสสั่งลูกพระอาทิตย์ ท่านผู้เรืองฤทธิ์แกล้วกล้า
จงตั้งกองทัพพลับพลา ที่มหาชัยภูมิสถาวร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พระยาสุครีพชาญสมร
รับสั่งน้องพระสี่กร ชุลีลาบทจรออกไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ จึ่งกะเกณฑ์กันปันด้าน ทุกหมู่ทหารน้อยใหญ่
ให้ตั้งกองทัพพลับพลาชัย ในสถานริมที่พระสี่กร
จัดทั้งสารวัตรนายหมวด ที่เคยตรวจตรามาแต่ก่อน
ให้บัญชาว่ากล่าววานร ตีต้อนเร่งรัดระดมกัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝ่ายหมู่โยธาพลขันธ์
ต่างตนวิ่งวุ่นพัลวัน รุมกันจัดการเป็นโกลี
บ้างตัดไม้ขนลากถากเสา ปรับปรุงกล่อมเกลาอึงมี่
ตั้งพลับพลาสุวรรณทันที มีมุขสองด้านตระหง่านงาม
พระโรงริมทิมดาบซ้ายขวา เกยชาลาแถวท่องท้องสนาม
ศาลาปรึกษาสงคราม ค่ายสามชั้นรอบเป็นขอบคัน
โรงรถโรงราชพาชี มีทั้งเขื่อนเพชรเขื่อนขัน
ป้อมค่ายรายปืนสามชั้น ก็เสร็จพร้อมกันดั่งบัญชา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทั้งสองน้องนารายณ์นาถา
เสด็จจากรถแก้วแววฟ้า ขึ้นสู่พลับพลาอลงกรณ์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ลดองค์ลงเหนือบัลลังก์อาสน์ อันโอภาสจำรัสประภัสสร
พร้อมทหารทั้งสองพระนคร ประนมกรน้อมเกล้าดุษฎี
จึ่งปรึกษาด้วยราชการ แก่เสนาทหารกระบี่ศรี
ว่าเราจะยกโยธี เข้าหักโหมโจมตีลงกา
จับวรณีสูรอสุรินทร์ กับทศพินยักษา
ฆ่าเสียให้สิ้นชีวา ใครจะเห็นว่าประการใด ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สุครีพผู้มีอัชฌาสัย
ฟังน้องพระตรีภูวไนย บังคมไหว้สนองบัญชาการ
ซึ่งจะยกเข้าเอาลงกา ด้วยกำลังศักดาทวยหาญ
อันประชาชนพลมาร จะพลอยแหลกลาญทั้งธานี
ฝ่ายท้าววิเชียรพรหมา ก็อยู่ในหัตถายักษี
เกลือกทศพินอสุรี จะสังหารชีวีให้บรรลัย
ก็จะเคืองใต้เบื้องบทมาลย์ พระอวตารจะติโทษได้
ขอให้แต่งทหารชาญชัย ที่ว่องไวสติปรีชา
เข้าไปให้หาตัวมัน มาเฝ้าทรงธรรม์จะดีกว่า
แม้นว่าดื้อดึงมิออกมา จึ่งยกโยธาเข้าราญรอน ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตสุริย์วงศ์ทรงศร
ได้ฟังลูกพระทินกร ภูธรเห็นชอบทุกสิ่งไป
จึ่งมีพระราชบรรหาร ตัวท่านซึ่งเป็นผู้ใหญ่
จะเห็นวานรตนใด ที่จะไปเจรจาด้วยกุมภัณฑ์ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สุครีพลูกพระสุริย์ฉัน
รับสั่งน้องพระองค์ทรงสุบรรณ บังคมคัลสนองพระวาที
อันกระบี่ศรีชมพูพาน เจ้าเมืองปางตาลบูรีศรี
เป็นผู้ใหญ่ใจแน่นอนดี ทั้งท่วงทีปรีชาว่องไว
รอบรู้ราชกิจการณรงค์ ซื่อตรงพอไว้ใจได้
ขอให้ถือรับสั่งพระองค์ไป เจรจาด้วยอ้ายทศพิน ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตสุริย์วงศ์ทรงศิลป์
ได้ฟังวาจาขุนกระบินทร์ มีความยินดีปรีดา
จึ่งตรัสสั่งศรีชมพูพาน ท่านผู้ปรีชาญแกล้วกล้า
จงนำซึ่งราชกิจจา เข้าไปลงกาธานี
บอกด้วยไพนาสุริย์วงศ์ อันดำรงพิภพยักษี
ว่าเราผู้เรืองฤทธี น้องพระจักรีสี่กร
ให้หาอสุรามาเฝ้า ยังเขามรกตสิงขร
ฟังดูกำลังฤทธิรอน จะอ่อนน้อมแข็งขัดประการใด ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ศรีชมพูพานทหารใหญ่
ก้มเกล้ารับสั่งภูวไนย บังคมไหว้แล้วคลานออกมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ขุนกระบี่ผาดแผลงสำแดงฤทธิ์ เสียงสนั่นครรชิตทุกทิศา
ถีบทะยานผ่านขึ้นยังเมฆา เหาะไปลงกาธานี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงลอยอยู่กลางอัมพร ตรงหน้าบัญชรยักษี
เห็นไพนาสุริย์วงศ์อสุรี ออกหมู่โยธีกุมภัณฑ์
จึ่งมีสีหนาทประกาศไป เหวยอ้ายทศพินโมหันธ์
กูเป็นทหารชาญฉกรรจ์ พระทรงสุบรรณอวตาร
ไวกูณฐ์มาจากเกษียรสมุทร เทพบุตรโดยเสด็จเป็นทหาร
ให้พระอนุชามาปราบมาร กูถือโองการพระพรต
ด้วยเอ็งอาจองทะนงใจ คบไอ้พี่เลี้ยงเป็นขบถ
นำทัพจักรวรรดิมาคิดคด ชิงยศพิเภกอสุรี
บัญชาให้หาเอ็งไปเฝ้า ยังเขามรกตคีรีศรี
จะทรงถามข้อความแต่โดยดี จึ่งให้กูนี้เข้ามา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทศพินสุริย์วงศ์ยักษา
เสด็จอยู่กลางหมู่เสนา ได้ยินเสียงร้องมาแต่อัมพร
ว่านำซึ่งราชโองการ น้องพระอวตารทรงศร
จึ่งแลไปโดยช่องบัญชร ก็เห็นวานรผู้เรืองฤทธิ์
ตกใจดั่งพระยามัจจุราช มาฟันฟาดแหวะทรวงเอาดวงจิต
นิ่งขึงตะลึงรำพึงคิด เห็นไม่ผิดคำพระมารดา
ครั้งนี้ลงการาชฐาน จะเกิดการเคี่ยวเข็ญเข่นฆ่า
ครั้นกูมิตอบวาจา ก็อายหมู่เสนามนตรี
คิดแล้วถามวรณีสูร ผู้ประยูรพี่เลี้ยงยักษี
อันกระบี่มากล่าววาที มันนี้เชื้อวงศ์พงศ์ใคร
ว่าเป็นทหารพระหริรักษ์ พี่ยังรู้จักหรือหาไม่
มีนามกรชื่อไร บ้านเมืองอยู่ไหนแต่เดิมมา ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จึ่งวรณีสูรยักษา
ทูลทศพินอสุรา อันไอ้วานรตัวนี้
มีนามชื่อว่าชมพูพาน เผ่าปราณใช่เชื้อกระบี่ศรี
พระจอมไกรลาสคีรี ภูมีชุบด้วยเหงื่อไคล
ให้พาลีเลี้ยงเป็นโอรส แต่องคตยังหาเกิดไม่
ครั้นพญาวานรบรรลัย ไพร่พลแตกสิ้นทั้งพารา
สุครีพจับถวายพระราม มาทำสงครามด้วยยักษา
เสร็จการณรงค์ในลงกา ก็ได้ผ่านพาราปางตาล ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทศพินฤทธิไกรใจหาญ
ได้ฟังพี่เลี้ยงแจ้งการ ขุนมารขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
จึ่งร้องว่าเหวยไอ้ลิง เย่อหยิ่งทรลักษณ์โมหันธ์
เป็นข้ามนุษย์อาธรรม์ เขาบัญชาใช้ให้เข้ามา
ตัวกูเป็นวงศ์พรหเมศ มงกุฎเกศอสูรยักษา
เหตุใดเย่อหยิ่งเจรจา ให้เกินพักตราวานร
จงเร่งลงมาอภิวาทน์ กราบบาทบงกชกูก่อน
จึ่งจะสมเป็นแขกพระนคร โดยราชสุนทรประเวณี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ชมพูพานผู้ชาญชัยศรี
ได้ฟังทศพินพาที ขุนกระบี่กริ้วโกรธดั่งเพลิงพิษ
จึ่งร้องว่าเหวยไอ้ลูกน้อย ถ้อยคำเจรจาทุจริต
ไม่รู้ว่าพระกาลชาญฤทธิ์ จะมาเอาชีวิตของมึงไป
แม้นมาตรขัดราชวาที อันจะรอดชีวีนั้นหาไม่
มึงอย่าอาจองทะนงใจ จะไปมิไปให้ว่ามา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทศพินสุริย์วงศ์ยักษา
ได้ฟังกริ้วโกรธโกรธา อสุราจึ่งตอบไปทันที
เหวยเหวยดูก่อนชมพูพาน อันราชฐานลงกาบูรีศรี
สนุกดั่งช่อชั้นดุษฎี เป็นที่สามโลกประชุมกัน
บิตุรงค์ของกูผู้ทรงเดช ครอบครองนคเรศเขตขัณฑ์
พระรามเจ้าเอ็งนั้นอาธรรม์ คบกันกับพิเภกอสุรา
เห็นแต่สมบัติพัสถาน ทำการทุจริตอิจฉา
ยกพลข้ามมหาสมุทรมา ฆ่าบิดากูบรรลัย
แจ้งไปถึงเจ้ามลิวัน จึ่งยกพลขันธ์ทัพใหญ่
พิเภกเย่อหยิ่งออกชิงชัย จับได้จะฆ่าให้วายปราณ
หากกูทูลวอนขอโทษ ท้าวโปรดจึ่งรอดสังขาร
ให้เราผู้วงศ์พรหมาน ขึ้นผ่านสมบัติในลงกา
ตัวกูก็ชายชาตรี กระบี่อย่าโอหังว่า
ซึ่งจะให้ไปเฝ้ายังพลับพลา ลงกาไม่ขึ้นแก่พระพรต ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ชมพูพานใจกล้าสาหส
จึ่งร้องว่าเหวยไอ้ทรยศ ไม่อัปยศไพร่ฟ้าเสนาใน
อันพญาพิเภกเลี้ยงมึงมา เสน่หาดั่งบุตรในไส้
ควรอกตัญญูไม่อายใจ อ้ายจังไรด้านหน้าว่าตัวดี
แต่พ่อมึงสิบเศียรยี่สิบกร ก็ตายด้วยฤทธิรอนศรศรี
มิตรสหายพงศ์พันธุ์บรรดามี อินทรชิตอสุรีกุมภกรรณ
ล้วนทรงศักดาวราฤทธิ์ ก็สุดสิ้นชีวิตอาสัญ
สาอะไรแกมึงดั่งแมงวัน ก็เห็นไม่ครันศรทรง ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทศพินพงศ์ท้าวครรไลหงส์
จึ่งร้องว่าเหวยไอ้ลิงดง มึงอย่าทะนงเจรจา
อันวงศ์กูล้วนพรหเมศ เรืองเดชปราบทั่วทุกทิศา
เมื่อเจ้ามึงยกทัพมา หากว่าพิเภกบอกกล
จึ่งมีชัยแก่หมู่อสุรี ครั้งนี้กูเห็นจะขัดสน
อย่าพักอ้างอวดฤทธิรณ จะพากันวายชนม์ทั้งทัพชัย
ไปบอกเจ้ามึงซึ่งใช้มา กูจะออกไปหาอย่าสงสัย
พรุ่งนี้จะยกพลไกร ออกชิงชัยให้เห็นมือกัน ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ชมพูพานฤทธิแรงแข็งขัน
ชี้หน้าร้องว่าแกกุมภัณฑ์ ไอ้อาธรรม์ลูกหลายบิดา
แต่พาลีทศพักตร์แล้วมิหนำ ซํ้าพญาพิเภกยักษา
ทั้งหนุมานผู้ชาญฤทธา ยังว่าไม่สาแก่น้ำใจ
กูเห็นเอ็งนี้กตัญญู สู้ไปเมืองมลิวันได้
พาท้าวจักรวรรดิชาญชัย มาส่งให้มารดาถึงธานี
อ้ายลูกพ่อมากปากกล้า อหังการ์จะชิงชัยศรี
กับน้องสมเด็จพระจักรี มึงนี้จะม้วยชีวัน ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทศพินสุริย์วงศ์รังสรรค์
อดสูแก่หมู่กุมภัณฑ์ โกรธดั่งเพลิงกัลป์จ่อใจ
กระทืบบาทผาดแผดสุรเสียง สำเนียงครื้นครั่นหวั่นไหว
เหวยไอ้ลิงป่าจัญไร กูไม่รู้กำเนิดเมื่อไรมี
มึงคือเหงื่อไคลเจ้าไกรลาส ชุบมาเป็นชาติกระบี่ศรี
ประทานให้เป็นข้าพาลี วันนี้เอ็งจะม้วยมรณา
ว่าแล้วสั่งหมู่ทวยหาญ จงจับอ้ายเดียรัจฉานชาติข้า
ตัดหัวเสียบเสียอย่าช้า ให้สมนํ้าหน้าที่หมิ่นกัน ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พวกพลโยธาแข็งขัน
จำเป็นรับสั่งกุมภัณฑ์ พากันวิ่งวุ่นออกไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นจะเข้าโจมจับวานร เคยกลัวฤทธิรอนไม่ทำได้
ขบฟันฮึกฮักอยู่แต่ไกล แล้วหนีไปให้พ้นอสุรี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ บัดนั้น ชมพูพานผู้ชาญชัยศรี
ได้ฟังอสุราพาที โกรธดั่งอัคคีบรรลัยกัลป์
จึ่งร้องประกาศด้วยวาจา ว่าเหวยไอ้ลูกโมหันธ์
เมื่อมึงแรกเกิดอยู่ในครรภ์ พอทศกัณฐ์บรรลัย
พิเภกได้ต่อตีนต่อหัว มาโอหังตั้งตัวว่าเป็นใหญ่
กูจะทำให้สาแก่น้ำใจ ว่าแล้วลงไปทันที ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงจึ่งโจนขึ้นบนอาสน์ ทำอำนาจดั่งพญาราชสีห์
โถมถีบทศพินอสุรี ตกจากแท่นที่อลงการ์
แล้วจึ่งจิกเศียรตบต่อย เลือดย้อยโซมกายยักษา
เหยียบอกลงไว้กับบาทา ด้วยกำลังศักดาเกรียงไกร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ จึ่งร้องว่าเหวยไอ้ทรลักษณ์ จักมือกูหรือหาไม่
อหังการ์เย่อหยิ่งจะชิงชัย พาไอ้จัญไรอวดรู้
หากเกรงจะเกินรับสั่ง กูจึ่งยั้งใจไว้อยู่
จงเอาแผลไปให้แม่มึงดู นี่หากกูไว้ชีวา
ว่าพลางชักพระขรรค์กวัดแกว่ง แสงจำรัสโชติช่วงพระเวหา
ถีบทะยานผ่านขึ้นยังเมฆา ตรงไปพลับพลารูจี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงจึ่งประณตบทบงสุ์ พระพรตสุริย์วงศ์เรืองศรี
ทูลความตามคำอสุรี ซึ่งพาทีฮึกฮักอหังการ
ขัดใจจะใคร่มัดมา เกรงว่าจะเกินบรรหาร
พรุ่งนี้มันจะยกพลมาร มารอนราญกับองค์พระภูธร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระพรตสุริย์วงศ์ทรงศร
ได้ฟังขุนราชวานร ภูธรสอดคล้องต้องใจ
จึ่งตรัสสรรเสริญชมพูพาน ควรที่ท่านเป็นทหารใหญ่
กอปรด้วยศักดาปัญญาไว ใช้ไปก็ได้ดั่งใจคิด
อันไอ้ทศพินอสุรี มันนี้ถึงพรหมลิขิต
ว่าแล้วจับพระขรรค์ชวลิต ทรงฤทธิ์เสด็จเข้าพลับพลา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เสมอ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ