สมุดไทยเล่มที่ ๑๑๔

๏ มาจะกล่าวบทไป ถึงท้าวหัสนัยน์เรืองศรี
แต่พระหริวงศ์ทรงฤทธี ปราบหมู่อสุรีอาธรรม์
ล้มตายวินาศดาษดา โลกาผาสุกเกษมสันต์
ทั้งนักสิทธ์วิทยาเทวัญ ไม่มีอันตรายสิ่งใด
ชื่นชมยินดีเป็นที่สุด จึ่งพาเทพบุตรน้อยใหญ่
กับหมู่นางฟ้าสุราลัย ไปยังไกรลาสคีรี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงต่างถวายอภิวาทน์ พระสยมภูวนาถเรืองศรี
ยังมุขพิมานมณี ในที่ประชุมเทวา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอิศวรบรมนาถา
ครั้นเห็นโกสีย์ผู้ศักดา กับเทเวศนางฟ้าพร้อมกัน
จึ่งมีเทวราชโองการ ดูก่อนมัฆวานรังสรรค์
วันนี้ฝูงเทพเทวัญ มาประชุมทุกชั้นสุราลัย
ร้อยปีจึ่งจะมีแต่ละหน เป็นมหามงคลอันใหญ่
จับระบำเล่นให้สำราญใจ ในนักขัตฤกษ์สถาวร ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น องค์ท้าวมัฆวานชาญสมร
ก้มเกล้าดุษฎีชุลีกร สโมสรรับเทวบัญชา
จึ่งสั่งฝูงเทพเทวัญ กับอนงค์นางสวรรค์พร้อมหน้า
จงจับระบำให้จำเริญตา ถวายพระอิศราธิบดี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

พระทอง

๏ เมื่อนั้น เทวัญนางฟ้าทุกราศี
รับสั่งโกษิตผู้ฤทธี ต่างองค์ยินดีเป็นสุดคิด
จึ่งจับระบำรำถวาย ย้ายเทเล่ห์กลอกนิษฐ์
รำเบียดเสียดเข้าไปให้ชิด ทอดสนิทติดพันกัลยา
แล้วตีวงเวียนเปลี่ยนซ้าย ร่ายตีวงเวียนเปลี่ยนขวา
เลียมลอดสอดเคล้าเข้ามา กั้นกางขวางหน้านางไว้
ยักย้ายม่ายเมียงเบี่ยงผัน แทรกเปลี่ยนพัลวันขวักไขว่
เหน็บแนมแกมกลปนไป ในนางสวรรค์กัลยาณี
เลี้ยวลัดสกัดกั้นกาง คว้าไขว่ไล่นางสาวศรี
รำเคล้าเย้าหยอกไปในที เคียงข้างมิให้ห่างกัลยา
ฉวยฉุดยุดนางข้างซ้าย ยิ้มพรายชายเนตรชำเลืองหา
แล้วกลับผินผันหน้ามา ยุดนางข้างขวาสำราญใจ ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางเทพธิดาน้อยใหญ่
ระวังทีเทวาสุราลัย รำเปลี่ยนเวียนไวไล่กัน
ฝูงนางสวรรค์แต่ผันผิน เทวินทร์เข้าขวางกางกั้น
หลีกหลบลดเลี้ยวเกี้ยวพัน ให้ทีเทวัญด้วยมารยา
ครั้นเห็นเทพบุตรเวียนซ้าย นางสวรรค์ผันย้ายเปลี่ยนขวา
เทวัญกั้นหน้าเข้ามา นางฟ้าหยุดยั้งทุกนารี
แล้วทำกระบวนให้ยวนใจ ใส่จริตค้อนให้แล้วชายหนี
ครั้นเทวาคว้าไขว่เป็นที มารศรีสลัดปัดกร
แล้วรำตลบถอยหลัง งามดั่งกินรีราร่อน
เทเวศเปลี่ยนท่านางนอน เคียงคู่อัปสรด้วยปรีดา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

เบ้าหลุด

๏ เมื่อนั้น ฝูงเทพเทวัญถ้วนหน้า
รำเคียงเลี่ยงลอดสอดคว้า เลี้ยวไล่นางฟ้าเป็นแยบคาย
แล้วชักเวียนวงเป็นหงส์ร่อน งามงอนพริ้งเพริศเฉิดฉาย
ทอดกรอ่อนระทวยกรีดกราย ยักย้ายร่ายเรียงเคียงกัน
เทเวศรำกระชั้นเข้าชิด นางฟ้าเบี่ยงบิดหลบผัน
เป็นทีลวงล่อเทวัญ ฉวยฉุดยุดพัลวันไป
ฝูงนางสวรรค์ก็ผันหนี เทวัญทำทีตลบไล่
นางฟ้าถอยล่อเวียนไว มิให้คลอเคล้าเข้าชิด
เทพบุตรรำเคียงเรียงมา นางฟ้าเลี้ยวเลี่ยงเบี่ยงบิด
อันหมู่เทวาสุราฤทธิ์ บันเทิงจิตด้วยฝูงนารี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

ปะวะหลิ่ม

๏ เมื่อนั้น นางเทพธิดาโฉมศรี
รำล่อเทวัญเป็นที ชายหนีหลีกเลี้ยวไปมา
เยื้องย่างกรายกรฟ้อนขับ ตีวงกลอกกลับซ้ายขวา
แล้วถอยหลังรำล่อเทวา ทำชม้ายชายตาเป็นกล
ครั้นเทวาเข้าใกล้ก็กรายกร เป็นหงส์ร่อนพ่างพื้นโพยมหน
งามดั่งเมขลานฤมล ด้วยแยบยลมารยาพิราใน
ฝ่ายฝูงเทวัญอันดีดสี เคลิ้มประหวัดยินดีไม่ทนได้
ลุกขึ้นกั้นกางขวางหน้าไว้ เยื้องกรายเข้าไปให้ชิด
ฉวยฉุดยุดนางสาวสวรรค์ เวียนหันสัพยอกตามติด
โทนทับตกแตกมิได้คิด ทอดสนิทยั่วเย้าเยาวมาลย์
มีความเพลิดเพลินจำเริญใจ สุราลัยเป็นสุขเกษมศานต์
งวยงงด้วยองค์นงคราญ สำราญทั้งไกรลาสบรรพตา ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอิศวรบรมนาถา
ทอดพระเนตรดูฝูงเทวา กับเทพธิดาวิลาวัณย์
มีพระทัยใสสุดโสมนัส พูนสวัสดิ์ภิรมย์เกษมสันต์
จนพระสุริยาสายัณห์ เลี้ยวเหลี่ยมสุวรรณคีรี
พระองค์จึ่งตรัสประภาษ กับท้าวเทวราชโกสีย์
ด้วยกิจบำรุงธาตรี ในที่ประชุมเทวา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น หัสนัยน์เจ้าตรัยตรึงศา
จึ่งบังคมทูลพระอิศรา บัดนี้โลกาก็สมบูรณ์
เพราะเหล่าสัตว์บาปซึ่งหยาบคาย วอดวายชีวิตสิ้นสูญ
ด้วยเดชพระนารายณ์ไวกูณฐ์ ล้างประยูรพวกพาลอสุรี
แต่พระหริวงศ์ทรงนาค เกิดวิบัติพลัดพรากพระลักษมี
นางไปอยู่เมืองนาคี ภูมีรัญจวนจิตนิจกาล
ได้แต่สองโอรสไว้ ในกรุงอยุธยาราชฐาน
ต่างทุกข์ต่างเทวษทรมาน ช้านานได้หลายปีมา
ขอพระผู้เป็นประธานโลก ช่วยดับโศกพระนารายณ์นาถา
ให้นางคืนสมภิรมยา โลกาจะได้สุขสืบไป ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจอมไกรลาศเขาใหญ่
ได้แจ้งแห่งคำหัสนัยน์ ก็เร่าร้อนพระทัยพันทวี
จึ่งมีเทวราชโองการ สงสารพระนารายณ์เรืองศรี
อวตารไปบำรุงธาตรี ทั้งพระลักษมีโสภา
ควรหรือมานิราศร้างกัน จาบัลย์เศร้าโทมนัสสา
เพราะเราประมาทวิญญาณ์ ไม่เล็งดูโลกาให้ทั่วไป
แล้วสั่งจิตตุราชเทเวศ ทรงเดชศักดาอัชฌาสัย
จงเอารถแก้วแววไว ไปรับสีดาเทวี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จิตตุราชเทวัญเรืองศรี
รับสั่งถวายอัญชุลี ออกจากที่ทิพย์พิมาน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ จึ่งขึ้นรถแก้วอลงกรณ์ ขับเทพอัสดรตัวหาญ
ชำแรกแทรกพื้นสุธาธาร ลงไปบาดาลด้วยฤทธา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงจึ่งประทับกับเกยแก้ว แล้วลงจากราชรัถา
ขึ้นยังปราสาทรัตนา แห่งพญานาคาธิบดี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บอกว่ามีเทวโองการ พระสยมภูวญาณเรืองศรี
บัญชาใช้เราลงมานี้ เชิญพระลักษมีบังอร
ให้ขึ้นไปเฝ้าเบื้องบาท ยังที่ไกรลาสสิงขร
โดยความสวัสดิ์สถาวร ดวงสมรเสด็จอยู่แห่งใด ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าววิรุณผู้มีอัชฌาสัย
ฟังแจ้งไม่แคลงพระทัย ก็พาไปที่อยู่กัลยา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงจึ่งประณตบทบงสุ์ องค์นางสีดาเสน่หา
ฝ่ายจิตตุราชเทวา ก็กราบทูลกิจจาเยาวมาลย์
บัดนี้พระสยมภูวนาถ แจ้งว่าอัครราชยอดสงสาร
ผิดกันกับองค์พระอวตาร ผ่านฟ้าเดือดร้อนพันทวี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ จึ่งให้ข้านำรถทรง มาเชิญเสด็จองค์พระลักษมี
ขึ้นไปเฝ้าบาทพระศุลี ยังที่ไกรลาสบรรพตา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น โฉมนางสีดาเสน่หา
ได้แจ้งแห่งคำเทวา กัลยาตริตรึกนึกไป
ตัวกูจะได้บังคมบาท พระจอมไกรลาสเนินไศล
ถึงตายไม่เสียดายชีวาลัย คิดไว้พึงสมในวันนี้
ตริแล้วยุรยาตรนาดกร งามลํ้าอัปสรในราศี
อันท้าววิรุณนาคี กับนารีบริวารก็ตามมา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงเกยแก้วแกมมาศ เสด็จขึ้นทรงราชรัถา
เทเวศก็ขับอาชา มาจากพิภพนาคินทร์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ รถเอยรถวิมาน แอกงอนชัชวาลด้วยแก้วสิ้น
บุษบกงามแม้นปราสาทอินทร์ เทียมสินธพสี่เทวัญ
ชำแรกแทรกพื้นปถพี สำเริงร้องก้องมี่เสียงสนั่น
แสงแก้วแสงทองสลับกัน ดั่งพระจันทร์ลอยเลื่อนเมฆา
พร้อมฝูงอนงค์นาคราช ห่อมลัอมเดียรดาษซ้ายขวา
บ้างถือเครื่องสักการบูชา บุปผาธูปเทียนปทุมมาลย์
ล้วนทรงเสาวรสเกสร กลิ่นขจรเฟื่องฟุ้งหอมหวาน
นับแสนแน่นในคัคนานต์ ไปสถานไกรลาสคีรี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงที่ทิพย์พิมานมาศ ยุรยาตรจากรถมณีศรี
พร้อมฝูงอนงค์นาคี จรลีขึ้นเฝ้าเจ้าโลกา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ จึ่งน้อมเศียรเกล้าบังคม พระอิศวรบรมนาถา
ท่ามกลางฝูงเทพเทวา คอยฟังบัญชาพระทรงธรรม์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระสยมภูวญาณรังสรรค์
เห็นนางสีดาวิลาวัณย์ มาบังคมคัลก็ยินดี
จึ่งมีมธุรสอันสุนทร ดูก่อนเยาวลักษณ์ลักษมี
ซึ่งผิดกับพระราชสามี เดิมทีเหตุผลประการใด ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางสีดาเยาวยอดพิสมัย
ได้ฟังพระองค์ทรงภพไตร บังคมไหว้สนองพระวาจา
เดิมพระรามรับสัจบิตุรงค์ ออกไปทรงพรตอยู่กลางป่า
ข้ากับพระลักษมณ์อนุชา อุตส่าห์โดยเสด็จด้วยภักดี
ไปได้อาศรมอาศัย ใกล้ฝั่งโคธาวารีศรี
รักษากิจโดยเพศโยคี ในที่อารัญกันดาร
ทศพักตร์ลักข้าพระองค์ไป ไว้ในลงการาชฐาน
พระลักษมณ์กับองค์พระอวตาร ตามไปสังหารอสุรา
เสร็จศึกได้ลุยเพลิงถวาย เทวาทั้งหลายพร้อมหน้า
จึ่งรับมากรุงอยุธยา จนข้าบาทนี้มีครรภ์
เมื่อวันจะบังเกิดเหตุ พระนเรศไปประพาสไพรสัณฑ์
นางหนึ่งถามถึงทศกัณฐ์ ว่ารูปร่างนั้นประการใด
ข้าบาทพาซื่อว่าทาสี ก็วาดรูปอสุรีลงให้
บัดเดี๋ยวนางนั้นก็หายไป พอพระภูวไนยเสด็จมา
ตกใจลบล้างก็ไม่หมด ยิ่งปรากฏเป็นรูปยักษา
จึ่งซ่อนไว้ใต้แท่นไสยา พระจักราคลั่งคลุ้มไม่สมประดี
ค้นได้ยิ่งกริ้วโกรธนัก ว่าข้ารักทศเศียรยักษี
ให้พระลักษมณ์พาไปในราตรี สังหารชีวีให้วายปราณ
เดชะด้วยสัจสุจริต จึ่งไม่สิ้นชีวิตสังขาร
พระขรรค์เป็นพวงสุมามาลย์ นงคราญทูลแจ้งแต่ต้นมา ฯ

ฯ ๒๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอิศวรบรมนาถา
ได้แจ้งแห่งคำนางสีดา ผ่านฟ้าสงสารพันทวี
อนิจจาควรหรือมาเป็นได้ ดั่งหนึ่งใช่องค์พระลักษมี
ดูก่อนจิตตุบทผู้ฤทธี ตัวท่านผู้ปรีชาชาญ
จงเอาพิชัยรถทรง ลงไปอยุธยาราชฐาน
หาองค์พระรามอวตาร แจ้งการว่าเราให้ขึ้นมา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จิตตุบทเทวัญฤทธิ์กล้า
รับสั่งสมเด็จพระอิศรา ถวายบังคมลาแล้วออกไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ขึ้นยังรถรัตนามาศ อันโอภาสดั่งดวงแขไข
ขับระเห็จเตร็ดฟ้าด้วยว่องไว รีบไปอยุธยาธานี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงจึ่งประทับกับบัญชร ยอกรประณตบทศรี
ทูลองค์สมเด็จพระจักรี โดยมีเทวราชบัญชา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระตรีภูวนาถนาถา
ได้แจ้งแห่งคำเทวา ผ่านฟ้าสำราญฤทัย
ดั่งได้สมบัติทั้งสามโลก สิ้นโศกสิ้นทุกข์หม่นไหม้
จึ่งมีโองการตรัสไป ซึ่งเจ้าภพไตรให้หานี้
เป็นบุญพอสมที่คิดเรา จะไปเฝ้าเบื้องบาทบทศรี
จะได้แจ้งโทษาซึ่งราคี ในที่จำเพาะพระพักตรา
ว่าแล้วชวนสามพระวรนุช อันร่วมชีพแสนสุดเสน่หา
กรายกรลีลาศยาตรา ไปเฝ้าพระมารดาทันใด ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงจึ่งสี่สุริย์วงศ์ ต่างองค์น้อมเศียรประนมไหว้
พระจักรีจึ่งกราบทูลไป ว่าเจ้าภพไตรผู้ทรงญาณ
บัญชาให้หาลูกไปเฝ้า ยังเขาไกรลาสราชฐาน
อันนางสีดายุพาพาล ก็มีบรรหารไปหามา
บัดนี้ฝูงเทพเทวัญ ประชุมกันคอยอยู่พร้อมหน้า
ตัวลูกกับสามอนุชา จะขอลาเบื้องบาทพระชนนี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สามพระมารดาโฉมศรี
ฟังโอรสาพาที มีความยินดีเป็นพ้นนัก
ดั่งได้สมบัติพัสถาน อันโอฬารเลิศลํ้าไตรจักร
จึ่งยอกรลูบหลังลูบพักตร์ ลูกรักของแม่ดั่งดวงตา
ซึ่งเจ้าจะไปเฝ้าเบื้องบาท พระสยมภูวนาถนาถา
จะพิดทูลสิ่งใดจงตรึกตรา อย่าให้เคืองบาทาพระภูมี
อันนางสีดาเยาวเรศ ก็จะคืนนิเวศน์บุรีศรี
เหมือนคำพิเภกอสุรี แม่นี้จะได้สิ้นทุกข์ร้อน ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระกฤษณุรักษ์ทรงศร
ก้มเกล้ารับคำพระมารดร ชุลีกรแล้วพากันกลับมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงเข้าที่สรงชล ทรงสุคนธ์ธารทิพย์บุปผา
ต่างสอดสนับเพลาอลงการ์ ภูษาพื้นสีต่างกัน
ชายไหวชายแครงเครือหงส์ ฉลององค์พื้นตาดสังเวียนคั่น
ตาบทิศทับทรวงสังวาลวัลย์ ทองกรกุดั่นพาหุรัด
ทรงมหาธำมรงค์ประดับเพชร ก้านกระหนกเรือนเก็จกาบสะบัด
มงกุฎแก้วกุณฑลดอกไม้ทัด กรรเจียกจรจำรัสมาลัยทรง
ต่างกุมศรสิทธิ์ฤทธิรอน กรายกรย่างเยื้องดำเนินหงส์
สง่างามตามกันทั้งสี่องค์ ตรงไปขึ้นรถเทวัญ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ รถเอยรถมณี ขององค์พระศุลีรังสรรค์
กงกำแก้วสลับประกับกัน ดุมวงล้วนสุวรรณพรรณราย
บัลลังก์ลดชั้นคั่นภาพ บุษบกเก็จกาบบัวหงาย
เสาทองช่อตั้งกระจังราย ห้ายอดงามคล้ายวิมานฟ้า
เทียมสี่สินธพเทพบุตร ลำพองฤทธิรุทรเริงร่า
จิตตุบทขับเผ่นขึ้นเมฆา ลอยมาดั่งดวงอโณทัย
อันพญาอนุชิตจักรีวงศ์ เอกองค์ยิ่งยอดทหารใหญ่
ตามเสด็จพระตรีภูวไนย ตรงไปไกรลาสบรรพต ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงจึ่งประทับกับเกยมาศ อันโอภาสด้วยดวงมรกต
ชวนสามอนุชาลงจากรถ บทจรขึ้นเฝ้าพระศุลี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ต่างกราบประณตบทมาลย์ พระสยมภูวญาณเรืองศรี
ด้วยใจโสมนัสยินดี พระจักรีชำเลืองเนตรไป
ดูนางสีดานงลักษณ์ ความรักพูนเพิ่มพิสมัย
จะใคร่เข้าอุ้มองค์อรไท หากเกรงเจ้าไตรโลกา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอิศวรบรมนาถา
เห็นสี่องค์วงศ์จักรพัตรา ผ่านฟ้าชื่นชมยินดี
จึ่งมีวาจาอันสุนทร ดูก่อนพระนารายณ์เรืองศรี
เจ้าอวตารลงไปครั้งนี้ กับพระลักษมีนงคราญ
หวังปราบอสูรหมู่ยักษ์ ที่ทรลักษณ์หยาบช้ากล้าหาญ
ให้สิ้นศัตรูหมู่พาล จะได้สุขสำราญทั้งโลกา
เป็นไฉนฉะนี้จึ่งผิดกัน ให้เทวัญเดือดร้อนถ้วนหน้า
บัดนี้องค์นางสีดา ว่าเจ้าให้ฆ่าร้าตี
เดชะความสัจไม่วายชนม์ จนใจไปพึ่งพระฤๅษี
คลอดบุตรที่ในกุฎี เจ้านี้ให้จับเอากุมาร
เข้าไปจองจำทำโทษา ปิ้มว่าจะม้วยสังขาร
จริงฉันนี้หรือพระอวตาร หรือเหตุการณ์นั้นเป็นฉันใด ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจักรีผู้มีอัชฌาสัย
ชลเนตรคลอเนตรแล้วถอนใจ บังคมไหว้สนองพระบัญชา
อันถ้อยคำนางรํ่าบังคมทูล นเรนทร์สูรเทวราชนาถา
บรรยายแต่ต้นจนปลายมา จริงเหมือนวาจาทั้งนั้น
พระองค์เป็นที่พึ่งแก่สามโลก ช่วยดับโศกให้สุขเกษมสันต์
ข้าบาทผิดแล้วพระทรงธรรม์ วันหน้ามิให้เคืองใต้ธุลี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระสยมภูวนาถเรืองศรี
ได้ฟังวาจาพระจักรี ภูมีถวิลจินดา
อันนางสีดายุพาพักตร์ เยาวลักษณ์เคืองแค้นอยู่หนักหนา
จำจะขู่ข่มพระจักรา แล้วจึ่งจะค่อยว่าเป็นกลาง
ให้เห็นทั้งคุณทั้งโทษ จึ่งจะสิ้นความโกรธหมองหมาง
เห็นจะไม่น้อยใจนาง คิดพลางแล้วตรัสไปทันใด
เออไฉนฉะนี้พระจักรา อนิจจาช่างทำแก่นางได้
ปางเมื่ออวตารลงไป เราก็ได้อวยชัยให้พร
แม้นใครจงจิตพิศวาส ในอัครราชสีดาดวงสมร
แต่เข้าใกล้ก็ให้เดือดร้อน ดั่งนอนอยู่กลางอัคคี
ถึงจะพลัดพรากจากกัน อย่าให้อันตรายแก่โฉมศรี
จงบริสุทธิ์ดั่งดวงมณี จมอยู่ที่พื้นพระสุธา
พรนี้ก็แจ้งประจักษ์ใจ เหตุใดมาคิดกังขา
กริ้วโกรธทำโทษกัลยา ดั่งว่าใช่คู่สร้างกัน ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระรามสุริยวงศ์รังสรรค์
ได้ฟังบรรหารพระทรงธรรม์ ดั่งสายฟ้าฟาดฟันต้ององค์
คิดเกรงอานุภาพเจ้าโลกา ทั้งสงสารนางสีดานวลหง
ชลนัยน์ไหลย้อยหยดลง กราบกับบาทบงสุ์แล้วทูลไป
อันโทษข้าผิดนี้เหลือผิด ด้วยกรรมหลังบังมิดไม่คิดได้
ซึ่งพระเป็นเจ้าประสาทไว้ แก่องค์อรไทนางสีดา
ก็ลืมหลงงงงวยไปทั้งนั้น พระทรงธรรม์จงโปรดเกศา
อย่าให้ชีวิตมรณา ตัวข้าจะได้รองบทมาลย์ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจอมไกรลาสราชฐาน
ได้ฟังวาจาพระอวตาร มีใจสงสารเป็นสุดคิด
จึ่งผินพักตร์มาข้างพระลักษมี แล้วมีบัญชาประกาศิต
เจ้าผู้มารดาสุราฤทธิ์ พระรามรับผิดแต่เดิมมา
เป็นเหตุทั้งนี้ด้วยปีศาจ เชื้อชาติทศพักตร์ยักษา
ชื่ออี่อดูลมารมารยา มันแกล้งจะฆ่านางเทวี
จงฟังเราว่าสีดาเอ๋ย อย่าโกรธนักเลยนะโฉมศรี
อันพระภัสดาสามี ใช่ที่ไม่รักอรไท
ช่วยกันบำรุงโลกา ถ้วนหน้าจะได้อาศัย
อย่าให้เทวาสุราลัย ร้อนใจนักเลยนะเทวี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางสีดาเยาวยอดสงสาร
ได้ฟังเทวราชโองการ เร่าร้อนวิญญาณดั่งเพลิงกัลป์
กราบลงแล้วทรงแสนเทวษ ชลนัยน์นองเนตรกันแสงศัลย์
สะอื้นพลางทางทูลรำพัน ขอพระทรงธรรม์จงเมตตา
ซึ่งจะให้คืนไปสนองบาท พระตรีภูวนาถนาถา
จนจิตสุดคิดสุดปัญญา สุดที่จะไว้หน้าไว้ตัว
ด้วยคราวดีทีร้ายไกลกัน จะครองพระทัยนั้นไม่รอดชั่ว
ข้าบาทคิดกลัวนี้เหลือกลัว พระอยู่หัวสามโลกจงปรานี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระสยมภูวญาณเรืองศรี
ฟังนางโศกาพาที จึ่งมีมธุรสวาจา
เจ้ากับพระองค์ทรงสุบรรณ นักสิทธ์เทวัญพร้อมหน้า
ประชุมเชิญไปปราบอสุรา หวังว่าจะให้เย็นภพไตร
สองเจ้ามาเป็นดั่งนี้ ธาตรีจะพึ่งผู้ใดได้
อย่าคุมแค้นนักเลยอรไท จงหักใจคิดยากมาด้วยกัน ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางสีดาสาวสวรรค์
ประนมนิ้วน้อมเศียรบังคมคัล กัลยาสนองพระวาที
ซึ่งพระองค์เมตตาการุญ พระคุณลํ้าฟ้าราศี
อันจะรักษาใจพระจักรี ข้านี้ขัดสนเป็นพ้นคิด
จะช่วงใช้ใต้บาทยุคล น่าที่จะไม่พ้นความผิด
สำหรับแต่จะสิ้นชีวิต พระทรงฤทธิ์ไหนจะทราบบาทา
ถึงยากจะสู้ก้มหน้ายาก ทนทุกข์ลำบากอยู่ดีกว่า
ทูลพลางนางทรงโศกา ดั่งว่าจะสิ้นชีวี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอิศวรบรมเรืองศรี
ฟังนางรํ่าว่าพาที จึ่งมีบัญชาปลอบไป
เจ้าผู้มารดาแก่สามโลก อย่าแสนโศกนักเลยหาควรไม่
อันเกิดมาในพื้นภพไตร ย่อมได้ทุกข์สุขเหมือนกัน
ฝ่ายข้างพระรามก็รับผิด ต่อหน้าสุราฤทธิ์ทั้งสรวงสวรรค์
นานไปแม้นทำโทษทัณฑ์ ข้อนั้นอย่าคิดอาวรณ์
จงไปภิรมย์สมสวาท ด้วยสามีธิราชเหมือนปางก่อน
ในศรีอยุธยาพระนคร ให้ถาวรเป็นสุขสวัสดี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางสีดามารศรี
ได้ฟังดั่งทิพย์วารี เทวีนบนิ้วแล้วทูลไป
ตัวข้ากำพร้าแล้วไร้วงศ์ บิตุราชมาตุรงค์ก็หาไม่
ขอเอาพระเดชปกเกศไว้ ไปกว่าจะสิ้นชีวา
ซึ่งพระองค์ปรานีให้โอวาท ข้าบาทก็จะรับใส่เกศา
ตามในพระราชบัญชา มิให้เคืองบาทาพระทรงญาณ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจอมไกรลาสราชฐาน
ฟังนางสีดาเยาวมาลย์ รับเทวโองการก็สมคิด
มีความแสนโสมนัสนัก จึ่งผันพักตร์มากล่าวประกาศิต
ทั้งท้าวโกสีย์ผู้มีฤทธิ์ ซึ่งพระรามผิดกับนางนั้น
ต่างองค์โศกาอาวรณ์ ทุกข์ร้อนปิ้มชีพอาสัญ
สุรารักษ์นักสิทธ์เทวัญ พากันเดือดร้อนทั้งโลกา
ตัวเราผู้เป็นหลักโลก จะดับโศกให้เย็นทุกแหล่งหล้า
คิดจะเษกสองกษัตรา เป็นมหามงคลเลิศไกร
ในทิพย์พิมานไกรลาส แล้วจะประสาทพระพรให้
อันฝูงเทวาสุราลัย จงไปแต่งการพิธี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ฝูงเทพเทวาทุกราศรี
รับเทวบรรหารด้วยยินดี ต่างถวายอัญชุลีแล้วออกมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ จัดซึ่งไพชยนต์วิมานมาศ ทอดทิพอาสน์ซ้ายขวา
ท่ามกลางวงบัลลังก์รัตนา ปักมหาเศวตฉัตรอลงการ
เพดานห้อยพวงพู่กลิ่น มาลัยประทิ่นหอมหวาน
บายศรีแก้วทองโอฬาร แว่นรัตน์ชัชวาลเทียนชัย
กลศสังข์ตั้งเรียงเคียงอาสน์ ผูกม่านเครือมาศสองไข
ล้วนแล้วเครื่องทิพย์อำไพ เตรียมไว้ตามเทพบัญชา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอิศวรบรมนาถา
ครั้นใกล้ศุภฤกษ์เวลา ให้แต่งสองกษัตราประกวดกัน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น หัสนัยน์เจ้าตรัยตรึงศ์สวรรค์
กับพระอุมาวิลาวัณย์ บังคมคัลรับเทวโองการ
บ้างจัดสรรเครื่องต้นเครื่องทรง อลงกตด้วยทิพย์มุกดาหาร
เชิญนารายณ์กับสีดายุพาพาล ให้มาสรงสนานวารี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น องค์พระหริรักษ์เรืองศรี
กับนางสีดาเทวี มาเข้าที่สรงคงคาลัย ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ สองกษัตริย์ชำระสระสนาน นํ้าทิพย์เทียบธารเย็นใส
ทรงสุคนธปนปรุงสุมาลัย หอมฟุ้งจับใจทั้งสององค์
สอดใส่สนับเพลาโกสีย์ถวาย ภูษาทิพย์พลอยลายกระหนกหงส์
พระอุมาให้สีดาโฉมยง ทรงผ้าเครือแย่งกินนร
นารายณ์ทรงชายไหวชายแครง ฉลององค์ทองแล่งประภัสสร
นางทรงสไบตาดอรชร สอดสีม่วงอ่อนเครือวัลย์
พระทรงสังวาลแววแก้ววับ นางทรงสร้อยซับประดับถัน
ตาบทิศทับทรวงละกลกัน พาหุรัดนาคพันทองกรกาญจน์
ต่างทรงธำมรงค์เพชรแหลม ก้านกระหนกภาพแกมมุกดาหาร
นารายณ์ทรงมงกุฎแก้วประพาฬ เยาวมาลย์มงกุฎทับทิมพราย
กรรเจียกจรกุณฑลดอกไม้ทัด ห้อยมาลัยรัตน์ฉานฉาย
พิศทรงเสาวภาคย์พรรณราย งามคล้ายโกสีย์สุชาดา ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระอิศวรบรมนาถา
ครั้นเสร็จแต่งสองกษัตรา แล้วให้เสด็จมาพร้อมกัน
ฝ่ายขวานั้นท้าวมัฆวาน นำพระอวตารรังสรรค์
บรรดาฝูงเทพเทวัญ เดินเคียงคู่กันเป็นหลั่นไป
ทั้งสามพระศรีอนุชา กับพญาอนุชิตทหารใหญ่
ต่างตนสำราญฤทัย ไปตามเสด็จพระจักรี
เบื้องซ้ายพระอุมาโฉมยง นำองค์สีดามารศรี
ฝูงเทพกัลยานารี แห่ห้อมเทวีมาพร้อมกัน

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ ถึงที่อภิเษกโอภาส พระสยมภูวนาถรังสรรค์
ก็พาทั้งสองกษัตริย์นั้น ขึ้นวิมานสุวรรณอำไพ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ให้นั่งเหนือบัลลังก์เศวตฉัตร แสงจำรัสโอภาสดั่งแขไข
อันคณะนักสิทธ์อยู่ชั้นใน สุราลัยชั้นกลางกับนางฟ้า
ชั้นนอกคนธรรพ์วิชาธร ครุฑนาคกินนรพร้อมหน้า
เพียบพื้นพิมานรัตนา นั่งมาเป็นอันดับกัน
ได้ฤกษ์ให้ฆาตฆ้องชัย หัสนัยน์เป่าสังข์บันลือลั่น
องค์พระอิศวรทรงธรรม์ ก็จุดเทียนสุวรรณมณี
เข้าติดประกับกับแว่นแก้ว เสร็จแล้วส่งให้พระฤๅษี
อันฝูงเทพเทวานาคี ก็รับส่งตามที่กันลงมา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ มโหรี

๏ เวียนเอยเวียนเทียน ให้เวียนแต่ซ้ายมาขวา
เสียงซ้องสาธุการโลกา สนั่นถึงชั้นฟ้าบาดาล
ประโคมทั้งดุริยางค์ดนตรี ดีดสีตีเป่าเฉื่อยฉาน
บ้างโปรยข้าวตอกทิพย์สุมามาลย์ กันธรสหอมหวานตลบไป
ฝ่ายองค์พระสยมภูวนาถ อ่านเวทประสาทพระพรให้
ทั้งฤๅษีตรีเนตรสุราลัย นางในอัปสรกัลยา
ต่างต่างอำนวยอวยพร ให้สององค์ถาวรด้วยยศถา
เป็นฉัตรแก้วกั้นโลกา ร่มหล้าทั่วพื้นจักรวาล
อันศัตรูหมู่พวกปัจจามิตร จงพ่ายแพ้ฤทธิ์ทุกสถาน
ให้พระชนม์ยาวยืนจำเริญนาน โรไคภัยพาลอย่ายายี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ ครั้นครบเจ็ดรอบเสร็จสรรพ ก็ดับเทียนโบกควันเฉลิมศรี
ให้ต้องสองกษัตริย์ธิบดี โดยพิธีไสยเบื้องโบราณมา

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ แล้วมีพระราชบรรหาร แก่พระอวตารนาถา
ทั้งพระลักษมีโสภา สองราจงคืนพระนคร
เสวยแสนไอศูรย์สมบัติ สมบูรณ์พูนสวัสดิ์สโมสร
บำรุงไพร่ฟ้าประชากร ให้ถาวรสืบวงศ์จำเริญไป ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สองกษัตริย์ผู้มีอัชฌาสัย
ก้มเกล้ารับพรเจ้าภพไตร ต่างองค์มีใจสำราญ
ฝ่ายพระหริวงศ์ทรงเดช น้อมเกศกราบทูลสนองสาร
อันพระองค์ผู้ทรงทิพญาณ บรรหารเมตตาข้าทั้งนี้
พระคุณกว้างลึกกว่าสมุทร สูงสุดยิ่งพระเมรุคีรีศรี
ข้าสองขอสนองใต้ธุลี ไปกว่าชีวีจะมรณา
ทูลแล้วห้ากษัตริย์บังคม ลาองค์บรมนาถา
เสด็จด้วยฝูงเทพเทวา มาทรงรัถาอำไพ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เสมอ

๏ รถเอยรถทิพย์ สิบหกห้องฟ้าไม่หาได้
งามเทพอาชาว่องไว งามไทเทเวศขับทะยาน
งามพระหริวงศ์ทรงจักร งามพระลักษมียอดสงสาร
งามสามอนุชาชัยชาญ งามท้าวมัฆวานฤทธิรงค์
งามฝูงอมรเมศห้อมล้อม งามพร้อมเครื่องประดับงามระหง
งามลูกพระพายสุริย์วงศ์ งามธงงามทิวสลับกัน
งามเทพบำเรอดุริยางค์ งามนางบรรเลงเพลงสวรรค์
งามเลื่อนลอยฟ้าพรายพรรณ ไปยังเขตขัณฑ์อยุธยา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงประทับกับเกยมาศ พระตรีภูวนาถนาถา
จึ่งมีมธุรสวาจา แก่อมรินทราธิบดี
ซึ่งพระองค์เมตตาไปว่าขาน พระทรงญาณจึ่งทราบบทศรี
หาไม่อันตัวข้านี้ จะทวีทุกข์เทวษเป็นนิจไป
คุณของพระองค์นั้นใหญ่ยิ่ง จะเอาสิ่งใดเปรียบก็ไม่ได้
ตรัสแล้วลงจากรถชัย เข้าในปราสาทแก้วแพรวพรรณ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เสมอ

๏ เมื่อนั้น หัสนัยน์เจ้าตรัยตรึงศ์สวรรค์
เสร็จส่งพระองค์ทรงสุบรรณ ก็พากันกลับไปเมืองฟ้า ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ บัดนั้น ฝ่ายฝูงนางกำนัลซ้ายขวา
เห็นองค์สมเด็จพระจักรา รับนางสีดาเทวี
มาถึงนิเวศน์บุรีรมย์ ต่างตนชื่นชมเกษมศรี
วิ่งแซงแข่งกันมาทันที กราบเกล้าดุษฎีชุลีกร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจักรแก้วสุริย์วงศ์ทรงศร
จึ่งชวนองค์อัครราชบังอร ทั้งสามน้องภูธรอนุชา
มาเราจะพากันไปเฝ้า พระชนนีเกิดเกล้าเกศา
ตรัสแล้วเสด็จยาตรา ฝูงสนมกัลยาก็ตามไป ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

๏ ครั้นถึงจึ่งห้ากษัตริย์ ยอหัตถ์นบนิ้วบังคมไหว้
สามพระมารดาอรไท ด้วยใจจงรักภักดี
ฝ่ายองค์สมเด็จพระราม กราบทูลแจ้งความถ้วนถี่
โดยพระอิศโรโมลี อันมีพระทัยกรุณา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สามพระชนนีเสน่หา
ได้ฟังสมเด็จพระลูกยา ทั้งเห็นสีดาอรไท
มีความแสนโสมนัสนัก ผิวพักตร์ผ่องเพียงแขไข
เคลื่อนองค์จากอาสน์อำไพ นั่งใกล้อัครราชเทวี
ต่างองค์ต่างเข้าสวมสอด กอดพระสุณิสาโฉมศรี
ลูบไล้ไปทั่วทั้งอินทรีย์ ต่างมีพจนารถรำพัน
โอ้อนิจจาพระลูกเอ๋ย อย่าน้อยใจเลยนะจอมขวัญ
ผัวเจ้าโกรธาให้ฆ่าฟัน แม่ไม่ทันแจ้งกิจจา
แต่วันนั้นมาไม่มีสุข แสนทุกข์ครวญครํ่ารํ่าหา
เช้าคํ่าพรํ่ากินแต่นํ้าตา อุราเร่าร้อนดั่งอัคคี
รํ่าพลางพิศดูอัคเรศ ชลนัยน์คลอเนตรทั้งสามศรี
สงสารเป็นพ้นพันทวี โศกีสะท้อนถอนใจ ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น นางสีดาผู้ยอดพิสมัย
เห็นสามกษัตริย์โศกาลัย อรไทกราบลงกับบาทา
ทูลว่าพระองค์จงโปรดเกศ เหตุนี้เพราะกรรมของข้า
อันเกิดมาในไตรโลกา ใช่ว่าจะเป็นแต่ลูกนี้
ถึงเขาพระสุเมรุอันสูงสุด มงกุฎทวีปทั้งสี่
ครั้นเพลิงกาลมาผลาญธาตรี ย่อมเป็นภัสม์ธุลีไปเหมือนกัน
ตัวข้าขอรองบาทบงสุ์ ไปกว่าจะปลงชีวาสัญ
จงดับโศกาจาบัลย์ อย่ากันแสงเลยพระมารดา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สามพระชนนีเสน่หา
ฟังศรีสะใภ้จำนรรจา ดั่งว่าอำมฤตฟ้ายาใจ
เพราะเสียงเพราะคำเป็นพ้นนัก นงลักษณ์ยิ่งเพิ่มพิสมัย
ต่างสำรวลสรวลสันต์กันไป ทั่วทั้งนางในพระกำนัล ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจักรรัตน์แก้วรังสรรค์
ครั้นบ่ายแสงสีรวีวรรณ บังคมคัลลาสามพระชนนี
พาองค์อัคเรศสีดา กับพระอนุชาทั้งสามศรี
ยุรยาตรนาดกรจรลี มาปราสาทมณีอลงการ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ เมื่อนั้น นางสีดาเยาวยอดสงสาร
ครั้นถึงห้องรัตน์ชัชวาล เยาวมาลย์เหลือบเห็นพระลูกรัก
มีความชื่นชมยินดี เทวีโอบอุ้มขึ้นใส่ตัก
กอดจูบภิรมย์ชมพักตร์ นงลักษณ์รับขวัญแล้วตรัสไป
แม่ได้มาเห็นพระลูกแก้ว ดั่งหนึ่งตายแล้วเกิดใหม่
ต่างองค์สนทนาด้วยอาลัย สำราญใจทั้งสามกษัตรา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์องค์นารายณ์นาถา
แต่ได้องค์อัครชายา คืนมายังราชธานี
สิ้นความทุกขาอาดูร พูนสุขภิรมย์เกษมศรี
ทั้งพระญาติวงศ์แลเสนี เศรษฐีไพร่ฟ้าประชากร
ชีพราหมณ์ชาวนาแลพาณิช มีจิตชื่นชมสโมสร
แสนกษัตริย์ทุกกรุงพระนคร ชุลีกรสรรเสริญพระเดชา
ย่อมแต่งสุวรรณสุมามาลย์ บรรณาการมาถวายทุกภาษา
สมบัติพัสถานโอฬาร์ ดั่งหนึ่งเมืองฟ้าสุราลัย
ประกอบด้วยพระสนมกำนัล แปดหมื่นสี่พันน้อยใหญ่
ขับรำบำเรอเป็นนิจไป ที่ในห้องแก้วรูจี
พระครอบครองไอศูรย์สมบัติ เสวยสวัสดิ์ด้วยองค์พระลักษมี
ครั้นคํ่าสนธยาราตรี ก็เข้าที่ศิริไสยา ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ