สมุดไทยเล่มที่ ๔๗

๏ บัดนั้น หลานอินทร์ผู้มีอัชฌาสัย
ได้ฟังบัญชาพระภูวไนย ยินดีดั่งได้โสฬส
ยอกรถวายอภิวาทน์ กราบลงแทบบาทบงกช
ท่ามกลางเสนีมียศ กำหนดรับสั่งแล้วออกมา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นพ้นหน้าฉานพระสี่กร สำแดงฤทธิรอนแกล้วกล้า
ถีบทะยานผ่านขึ้นเมฆา ตรงมาสมรภูมิชัย ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ แลเห็นกุมภกรรณยักษี ยืนรถมณีเป็นนายใหญ่
ขุนกระบี่ก็ตรงลงไป ที่ในท่ามกลางพลมาร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ผาดแผลงฤทธิรงค์องอาจ ดั่งพญาสีหราชตัวหาญ
ม้วนหางเป็นแท่นอลงการ สูงตระหง่านเทียมรถอสุรี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ ตระ

๏ แล้วกล่าววาจาอันสุนทร ดูกรกุมภกรรณยักษี
บัดนี้สมเด็จพระจักรี ภูมีตรัสใช้เรามา
เจรจาด้วยท่านผู้สัปปุรุษ ให้สิ้นสุดในข้อปริศนา
พระองค์ผู้ทรงปรีชา ผ่านฟ้าทราบสิ้นทุกประการ
ซึ่งพระดำริตริเห็น ว่าเป็นสำนวนโวหาร
ท่านแกล้งประดิษฐ์ด้วยปรีชาญ ก็แจ้งวิตถารแต่โดยใจ
ไม่เป็นภูมิปริศนาแท้ แก่ผู้จะคิดแก้ไข
ข้อความของท่านประการใด จงว่าไปจะเทียบเปรียบกัน ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น น้องท้าวทศเศียรรังสรรค์
ได้ฟังหลานท้าวเทวัญ ตบมือเย้ยหยันแล้วตอบมา
เหวยเหวยดูกรองคต มาเลี้ยวลดเคลือบแฝงแต่งว่า
เราใช่เด็กน้อยพาลา จะหลงด้วยมารยาลิงไพร
ที่ไหนเจ้าเอ็งจะล่วงรู้ แต่ถามกูแล้วจำจะบอกให้
อันเจ้าลงกากรุงไกร นั้นได้แก่ช้างงารี
มารษาอาธรรม์พ้นนัก ไปลอบลักพาเมียเขาหนี
ฝ่ายองค์พระรามสามี คือชีโฉดชั่วสามานย์
เมียรักของตัวผู้เดียว ทิ้งไว้เปล่าเปลี่ยวในไพรสาณฑ์
ครั้นหายเที่ยวหาไม่พบพาน จนต้องรอนราญวุ่นไป
หญิงโหดคือสำมนักขา ชั่วช้าไม่มีที่เปรียบได้
ไปเที่ยวเกี้ยวชายไม่อายใจ จนต้องทุกข์ภัยพันทวี
อันชายทรชนคนชั่ว คือตัวพิเภกยักษี
ไปเข้าด้วยพวกไพรี มิได้รู้คุณญาติกา
เอ็งจงไปบอกแก่พระราม ตามในข้อความของเราว่า
แล้วให้เร่งยกโยธา ออกมาสัประยุทธ์ราญรอน ฯ

ฯ ๑๖ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น ลูกพญาพาลีชาญสมร
ได้ฟังน้องท้าวยี่สิบกร วานรสำรวลไปมา
ตบมือชี้หน้าแล้วร้องเย้ย ว่าเหวยกุมภกรรณยักษา
อ้างอวดว่ามีปัญญา ผูกเป็นปริศนาประสาใจ
แล้วมาเจรจาลบหลู่ ดั่งใครหารู้เท่าไม่
อันพระหริวงศ์ทรงชัย มีพระทัยเมตตาปราณี
จึ่งใช้พิเภกออกมาว่า หวังประทานชีวายักษี
ยังกลับอหังการ์พาที จะต่อตีด้วยองค์พระสี่กร
สำหรับจะถึงแก่ความตาย เศียรจะขาดจากกายด้วยแสงศร
ว่าแล้วสำแดงฤทธิรอน เหาะขึ้นอัมพรกลับมา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงน้อมเศียรบังคมบาท พระตรีภูวนาถนาถา
ทูลความตามได้จำนรรจา ด้วยอสุราแต่เดิมที
ตัวมันกลับว่าท้าทาย หยาบคายต่อเบื้องบทศรี
ให้ยกโยธาไปต่อตี ขุนกระบี่แจ้งสิ้นทุกประการ

ฯ ๔ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พระจักรีผู้ปรีชาหาญ
ได้ฟังหลานท้าวมัฆวาน ผ่านฟ้าจึ่งมีบัญชา
ดูกรพิเภกปรีชาไว อันไอ้กุมภกรรณยักษา
ว่าตั้งอยู่ในสัจจา จึ่งมีเมตตาแก่มัน
รื้อกลับเจรจาท้าทาย ถ้อยคำหยาบคายด้วยโมหันธ์
ผลที่จะม้วยชีวัน เราจะยกพลขันธ์ไปราวี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พญาพิเภกยักษี
จึ่งทูลสนองพระวาที ซึ่งภูมีจะยกพลากร
ออกไปทำการชิงชัย ยังไม่ควรคู่พระองค์ก่อน
ขอให้พญาพานร ลูกพระทินกรอันศักดา
ด้วยเป็นน้องพาลีชาญฉกรรจ์ ฤทธิ์นั้นเทียบเทียมกับเชษฐา
ให้ยกพหลโยธา ออกไปเข่นฆ่าราวี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์องค์นารายณ์เรืองศรี
ได้ฟังพิเภกอสุรี เห็นชอบท่วงทีทุกประการ
จึ่งมีพระราชบัญชา สั่งพญาสุครีพใจหาญ
จงยกนิกรไปรอนราญ ต่อต้านด้วยพญากุมภกรรณ
ถ้าเห็นกำลังมันหนักนัก จะหักมิได้จงตั้งมั่น
ตัวเราจะออกไปโรมรัน สังหารชีวันอสุรี
ตรัสแล้วจึ่งมีบรรหาร สั่งชมพูพานกระบี่ศรี
จงจัดพหลโยธี ให้น้องพาลีฤทธิรอน ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น สุครีพชมพูพานชาญสมร
รับสั่งแล้วถวายชุลีกร ทั้งสองวานรก็ออกมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ ประถม

ยานี

๏ ฝ่ายชมพูพานก็จัดพล ให้นิลนนท์เป็นกองหน้า
ปีกซ้ายเกสรทมาลา ปีกขวาวาหุโรมฤทธี
เกียกกายนั้นนิลปาสัน กองขันเอานิลเกศี
ยกกระบัตรคือสัตพลี กองหลังกระบี่โคมุท
พร้อมพรั่งทั้งหน้าพลับพลา โยธาถ้วนสามสิบสมุทร
แต่ละตนล้วนมีฤทธิรุทร กวัดแกว่งอาวุธคือเปลวไฟ
เป็นเบญจเสนาสิบห้ากอง ต้องตามกระบวนทัพใหญ่
เยียดยัดอัดอึงคะนึงไป เตรียมไว้คอยลูกพระทินกร ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้น พญาสุครีพชาญสมร
ครั้นพร้อมโยธาวานร บทจรไปชำระอินทรีย์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ อ่าองค์ทรงเครื่องพิชัยยุทธ์ สนับเพลาเครือครุฑจำรัสศรี
ภูษาพื้นดำเชิงนาคี ผ้าทิพย์รูจีสังวาลวัลย์
สร้อยสะอิ้งเนาวรัตน์รุ้งร่วง ตาบทิศทับทรวงดวงกุดั่น
พาหุรัดทองกรมังกรพัน มงกุฎสุวรรณกรรเจียกจร
ห้อยพวงมาลัยดอกไม้มาศ องอาจดั่งพญาไกรสร
จับพระขรรค์เพชรฤทธิรอน ไปยังนิกรโยธา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เสมอ

๏ ได้ฤกษ์ให้เลิกพลหาญ โห่สะท้านลั่นเลื่อนสะเทือนป่า
คลายคลี่พยุหยาตรา ตรงมาสมรภูมิชัย ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ กราวนอก

๏ ครั้นถึงให้หยุดนิกร โยธาวานรน้อยใหญ่
ตามแถวแนวป่าพนาลัย มั่นไว้ดูกำลังอสุรี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พญากุมภกรรณยักษี
แลไปเห็นน้องพาลี กรีพลวานรออกมา
จึ่งพินิจพิศเพ่งเล็งดู ทุกหมู่โยธีกระบี่ป่า
แล้วคิดถวิลจินดา ไอ้นี่สามารถอาจใจ
ครั้นกูจะเข้าหักหาญ เห็นจะทานกำลังมันไม่ได้
จำจะกล่าวเป็นอุบายไป ลวงให้มันถอยฤทธี
ภายหลังจึ่งจะเข้าราญรอน ต่อกรโจมจับกระบี่ศรี
เห็นจะได้ง่ายสะดวกดี ไม่ยากแก่รี้พลโยธา
คิดแล้วกวัดแกว่งอาวุธ สำแดงฤทธิรุทรแกล้วกล้า
ให้ขับรถแก้วอลงการ์ ตรงมาหน้าทัพวานร ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ ครั้นถึงจึ่งร้องประกาศไป เหตุใดสุครีพชาญสมร
พาลีเป็นพี่ร่วมอุทร คุณดั่งบิดรก็เหมือนกัน
ไฉนมิได้กตัญญู กลับเป็นศัตรูด้วยโมหันธ์
คบกับลักษมณ์รามอาธรรม์ ฆ่าพี่ตัวนั้นให้มรณา
ชิงเอาสมบัติพัสถาน ศฤงคารบริวารของเชษฐา
ไม่กลัวเป็นกรรมเวรา ใครจะนับหน้าว่าตัวดี
เอ็งยกโยธาพลากร พวกพลวานรกระบี่ศรี
ออกมาจะต่อฤทธี ด้วยกูนี้หรือไอ้อาธรรม์ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สุครีพฤทธิแรงแข็งขัน
ได้ฟังวาจากุมภกรรณ ตบมือสรวลสันต์แล้วตอบไป
เหวยเหวยดูกรไอ้ทรลักษณ์ จะรู้จักเหตุผลก็หาไม่
อันพระทรงครุฑวุฒิไกร ไวกูณฐ์มาเป็นพระรามา
หวังปราบอสุราสาธารณ์ ให้สิ้นพวกพาลริษยา
อันพญาพาลีผู้ศักดา ได้สาบานแต่ดึกดำบรรพ์
ถ้าไม่ตรงต่อกูผู้น้อง ให้ต้องศรนารายณ์รังสรรค์
ครั้งนี้จึ่งม้วยชีวัน ด้วยเสียสัตย์ธรรม์ก็เป็นไป
ใช่กูไม่ตรงจะจงผลาญ ชิงสมบัติพัสถานนั้นหาไม่
เอ็งมาเก็บว่าด้วยอันใด ไอ้ชาติจังไรอัปรีย์
ตัวกูยกพวกพลากร จะมาราญรอนยักษี
ตัดเอาเศียรเกล้ามึงนี้ ไปถวายยังที่พลับพลา ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น กุมภกรรณสิทธิศักดิ์ยักษา
ได้ฟังสุครีพเจรจา โกรธาขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
เหม่เหม่ดูดู๋ไอ้เดียรัจฉาน อหังการกล่าวคำโมหันธ์
อันกูกับมึงนั้นไกลกัน ที่จะโรมรันประจัญตี
เห็นฤทธิ์ของเอ็งนั้นน้อยนัก ดั่งพยัคฆ์กับพญาราชสีห์
อดสูแก่หมู่โยธี เป็นไม่รู้ที่จะชิงชัย
อันต้นรังในทวีปอุดร แม้นเอ็งไปถอนเอามาได้
จึ่งจะเห็นว่ามีฤทธิไกร หาไม่มึงอย่าอหังการ์ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ลูกพระอาทิตย์ฤทธิ์กล้า
ไม่ทันรู้กลก็โกรธา ว่าเหวยกุมภกรรณอสุรี
อันตัวของเอ็งเป็นน้อง ร่วมท้องทศพักตร์ยักษี
แต่พี่มึงยังแพ้ฤทธี แก่กูผู้มีศักดา
เมื่อครั้งให้ยกฉัตรแก้ว เอ็งลืมไปแล้วหรือยักษา
แต่พระเมรุเอนทรุดลงมา ก็ยังว่ายกได้ว่องไว
สาอะไรกับรังในอุดร กูจะถอนเอามาไม่ได้
ว่าแล้วกวัดแกว่งพระขรรค์ชัย เหาะไปด้วยกำลังฤทธี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

๏ ลัดนิ้วมือเดียวเร็วรีบ ถึงทวีปอุดรเฉลิมศรี
ลงยังพ่างพื้นปัถพี ใกล้ที่กาลจันทร์บรรพต
เห็นต้นรังใหญ่ไพศาล สูงตระหง่านแทบเทียมลมกรด
ยินดีดั่งได้โสฬส ก็รีบบทจรเข้าไป ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ เท้ายันบ่ายันมือกระชาก สะเทือนรากดินลั่นหวั่นไหว
โยกฉุดด้วยกำลังว่องไว ก็ถอนขึ้นได้ดั่งจินดา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ขุนกระบี่กวัดแกว่งสำแดงฤทธิ์ ทศทิศครื้นครั่นดั่งฟ้าผ่า
ถีบทะยานผ่านขึ้นยังเมฆา กลับมาไม่ทันนาที ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงจึ่งร้องประกาศ ทำอำนาจดั่งพญาราชสีห์
เหวยกุมภกรรณอสุรี นี่ต้นอะไรจงบอกมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น น้องท้าวทศเศียรยักษา
เห็นวานรหย่อนกำลังกายา อสุรามิให้หยุดพัก
กวัดแกว่งคทาฤทธิรงค์ อาจองรวดเร็วดั่งผันจักร
โจนจากรถทรงพญายักษ์ เข้าไล่โหมหักราญรอน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ หวดซ้ายป่ายขวาอุตลุด ด้วยกำลังฤทธิรุทรดั่งไกรสร
รบชิดติดพันประจัญกร ตีต้องวานรหลายที ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น ลูกพระทินกรเรืองศรี
รับรองป้องกันประจัญตี ขุนกระบี่ไล่รุกบุกมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ แล้วหวดด้วยต้นพญารัง เสียงดังดั่งหนึ่งฟ้าผ่า
ถูกกุมภกรรณอสุรา พฤกษาหักยับไปกับกร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น น้องท้าวทศเศียรชาญสมร
หมายเขม้นเข่นฆ่าวานร ตะลุมบอนถาโถมโรมรัน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ตีด้วยคทาวราวุธ สุครีพซานทรุดเหหัน
จับหนีบรักแร้กุมภัณฑ์ ก็เลิกพลขันธ์เข้าลงกา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ บัดนั้น ฝ่ายพลวานรถ้วนหน้า
ครั้นเห็นสุครีพผู้ศักดา เสียทีพญากุมภกรรณ
อสุรีมันจับเอาไป ต่างตระหนกตกใจตัวสั่น
จะหักหาญชิงไว้ก็ไม่ทัน ทัพนั้นก็พ่ายกระจายไป ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงพลับพลาอลงกรณ์ วานรผู้มีอัชฌาสัย
ก็คลานเข้าไปเฝ้าพระภูวไนย บังคมไหว้แล้วทูลกิจจา
บัดนี้สุครีพฤทธิรณ เสียกลกุมภกรรณยักษา
มันจับได้พาไปลงกา ตัวข้าจะแก้ก็ไม่ทัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระตรีภูวนาถรังสรรค์
ฟังข่าวเร่าร้อนดังเพลิงกัลป์ ทรงธรรม์รำพึงคะนึงคิด
เป็นไฉนน้องพญาพาลี สงครามครั้งนี้ทะนงจิต
ให้เสียทีพาลาปัจจามิตร ทศทิศจะเย้ยไยไพ
คิดแล้วมีราชโองการ สั่งศรีหนุมานทหารใหญ่
ตัวท่านจงรีบตามไป ชิงชัยแก้เอาสุครีพมา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ลูกพระพายฤทธิแรงแข็งกล้า
ก้มเกล้ารับราชบัญชา ชุลีลาแล้วรีบออกไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ ทำอำนาจผาดแผลงสำแดงฤทธิ์ ทศทิศเลื่อนลั่นหวั่นไหว
ถีบทะยานผ่านฟ้าด้วยว่องไว เร่งรีบมาในอัมพร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ แลเห็นพญากุมภกรรณ หนีบลูกพระสุริยันชาญสมร
ใกล้ถึงประตูพระนคร วานรก็โถมเข้าโจมตี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ถีบด้วยเท้าซ้ายป่ายขวา หัตถาบีบคอยักษี
สุครีพพลัดจากอสุรี สองกระบี่ก็ช่วยกันรอนราญ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น กุมภกรรณฤทธิไกรใจหาญ
ไม่ทันรู้ตัวจะต้านทาน ขุนมารเสียทีเสียใจ
ผู้เดียวรับรองป้องปัด จะต่อหัตถ์วานรก็ไม่ได้
หวดซ้ายป่ายขวาวุ่นไป จนใจจำเป็นราวี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ บัดนั้น สุครีพหนุมานกระบี่ศรี
เข้ากลุ้มรุมกันคลุกคลี ต่างตนต่างตีอสุรา
ส่วนลูกพระพายชัยชาญ ทะยานเข้ากัดหูซ้ายขวา
สุครีพผู้มีศักดา เข้ากัดนาสากุมภกรรณ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น น้องท้าวทศเศียรรังสรรค์
จะต่อตีชิงชัยก็ไม่ทัน วิ่งถลันเข้าในทวารา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น สองกระบี่ฤทธิไกรใจกลัา
เห็นยักษีหนีเข้าในลงกา ก็พากันเหาะมาด้วยฤทธี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงจึ่งถวายอภิวาทน์ พระตรีภูวนาถเรืองศรี
ทูลแถลงแจ้งความตามคดี ซึ่งได้ราวีกุมภัณฑ์ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระหริวงศ์องค์นารายณ์รังสรรค์
ได้ฟังกริ้วโกรธดั่งเพลิงกัลป์ ผาดเสียงสนั่นทั้งพลับพลา
เหวยเหวยลูกพระอาทิตย์ เสียแรงมีฤทธิ์แกล้วกล้า
ไฉนไม่พิจารณา หลงด้วยอสุราอุบายกล
อันการสงครามแต่เพียงนี้ ใช่ที่ลึกลับสับสน
ให้เสียทีแทบจะเสียชนม์ นี่หากหนุมานฤทธิรณไปทัน
หาไม่จะสิ้นชีวิต ด้วยปัจจามิตรโมหันธ์
อดสูแก่หมู่กุมภัณฑ์ ให้มันกำเริบทะนงใจ
เสียทีเป็นจอมโยธา รักษาตัวเองก็ไม่ได้
จะใคร่ฆ่าฟันให้บรรลัย หากทำชอบไว้แต่เดิมที ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พญาสุครีพกระบี่ศรี
ความกลัวเพียงสิ้นชีวี จึ่งสนองวาทีพระทรงฤทธิ์
ซึ่งข้าทำการด้วยประมาท ให้ขายเบื้องบาทนั้นโทษผิด
ควรที่ถึงสิ้นชีวิต หากพระจักรกฤษณ์เมตตา
พระคุณล้ำลบภพไตร จะเปรียบสิ่งใดก็เบากว่า
ขอเอาพระเดชเดชา ปกเกล้าเกศาวานร ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจักรกฤษณ์ฤทธิรงค์ทรงศร
ได้ฟังลูกพระทินกร ภูธรยิ้มพรายสบายใจ
จึ่งตรัสชมคำแหงหนุมาน ควรท่านที่เป็นทหารใหญ่
ว่าแล้วเสด็จคลาไคล เข้าในสุวรรณพลับพลา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ เมื่อนั้น พญากุมภกรรณยักษา
หูขาดจมูกขาดเวทนา กายาชอกช้ำไม่สมประดี
ยิ่งคิดยิ่งแค้นแสนเทวษ ชลเนตรอาบพักตร์ยักษี
เดินพลางทางจะคิดราวี อสุรีก็รีบขึ้นมา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงน้อมเศียรอภิวาทน์ แทบบาทสมเด็จพระเชษฐา
ให้อดสูแก่หมู่เสนา ดั่งว่าจะม้วยชีวัน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น ทศเศียรสุริย์วงศ์รังสรรค์
เห็นน้องท้าวเจ็บปวดจาบัลย์ กุมภัณฑ์ตระหนกตกใจ
จึ่งมีพระราชบัญชา เจ้าผู้ฤทธาแผ่นดินไหว
ออกไปรณรงค์ด้วยพวกภัย เหตุใดจึ่งเป็นดั่งนี้ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พญากุมภกรรณยักษี
ได้ฟังพระราชวาที อสุรีสนองพระบัญชา
ตัวข้ายกพวกพลากร ไปราญรอนกับไอ้ลิงป่า
จับได้สุครีพหนีบมา ใกล้ถึงทวาราธานี
มีวานรหนึ่งใจหาญ ชื่อว่าหนุมานกระบี่ศรี
มันติดตามมาทันที เข้าโจมตีชิงเอาสุครีพไป
ตัวน้องผู้เดียวไม่ทันรู้ จะต้านต่อรอสู้ก็ไม่ได้
เสียทีดั่งเสียชีวาลัย น้อยใจเป็นพ้นพรรณนา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทศเศียรสุริย์วงศ์ยักษา
สวมสอดกอดองค์อนุชา แก้วตาของพี่อย่าเสียใจ
ธรรมดาเกิดมาเป็นบุรุษ สุดแต่ปัญญานั้นเป็นใหญ่
อันการศึกเสียทีแลมีชัย มิใช่แต่องค์พระน้องรัก
ตัวเจ้าก็ทรงอานุภาพ ปราบได้ทั่วไปทั้งไตรจักร
อันศึกเพียงนี้ไม่หนักนัก จงคิดหักเอาชัยแก่ไพรี
ให้เป็นเกียรติไปภายหน้า ตราบสิ้นดินฟ้าราศี
จะละห้อยน้อยใจไปไยมี เจ้าพี่เร่งคิดไปต่อกร ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น กุมภกรรณอุปราชชาญสมร
ฟังพระเชษฐาฤทธิรอน ตรัสสอนก็คิดมานะใจ
จึ่งทูลว่ามนุษย์กับลิงป่า น้องจะมล้างชีวาเสียให้ได้
แต่ว่าจะลาพระองค์ไป เอาหอกชัยในชั้นพรหมาน
ชื่อโมกขศักดิ์วราวุธ ฤทธิรุทรดั่งแสงสุริย์ฉาน
แล้วจึ่งกลับไปรอนราญ สังหารหมู่ราชไพรี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวยี่สิบกรยักษี
ได้ฟังน้องท้าวกล่าววาที ยินดีดั่งได้โสฬส
ลูบหลังแล้วมีสุนทร เจ้าผู้ฤทธิรอนดั่งจักรกรด
อันมนุษย์วานรที่คิดคด จะม้วยหมดด้วยมืออนุชา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น กุมภกรรณสุริย์วงศ์ยักษา
บังคมก้มเกล้าชุลีลา ออกมาจากท้องพระโรงชัย ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ แล้วจึ่งผาดแผลงสำแดงฤทธิ์ ทศทิศกัมปนาทหวาดไหว
ถีบทะยานผ่านฟ้าด้วยว่องไว เหาะไปโดยทางอัมพร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ ถึงชั้นพรหมามหาสถาน ขุนมารมีใจสโมสร
บังคมบาทองค์ท้าวแปดกร ทูลด้วยสุนทรวาจา
บัดนี้ลงกานคเรศ เกิดเหตุรณรงค์เข่นฆ่า
จะขอโมกขศักดิ์อันศักดา ไปต่อฤทธาไพรี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

ช้า

๏ เมื่อนั้น องค์บรมพรหเมศเรืองศรี
ได้ฟังกุมภกรรณพาที จึ่งมีบัญชาตรัสไป
อันซึ่งหอกแก้วโมกขศักดิ์ ประหลาดนักกูคิดสงสัย
ราคีไม่มีเท่ายองใย เหตุไฉนจึ่งเป็นสนิมมา
เอ็งสิทรงธรรม์ทศพิธ ประมาทจิตสิ่งใดกระมังหนา
จึ่งเผอิญให้เทพสาตรา ปรากฏวิปริตไปดั่งนี้ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น กุมภกรรณสุริย์วงศ์ยักษี
ได้ฟังเทวราชวาที อสุรีก็ทูลสนองไป
ตัวข้านี้ตั้งอยู่ในธรรม์ จะมืดมัวโมหันธ์ก็หาไม่
ทศพักตร์ก่อเหตุเภทภัย ไปลักองค์นางสีดา
อันเป็นเมียของพระราม ผัวเขาจึ่งตามมาเคี่ยวฆ่า
ครั้นห้ามให้ดีก็โกรธา จึ่งต้องรบราไพรี
ด้วยเป็นเชษฐาก็สุดคิด เอาชีวิตสนองคุณพี่
ขอพระเป็นเจ้าจงปรานี เป็นที่พึ่งข้ากุมภัณฑ์ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวอัชดาพรหมรังสรรค์
ได้ฟังวาจากุมภกรรณ จึ่งมีบัญชาตอบไป
อันทศเศียรขุนมาร สาธารณ์ชั่วช้าหยาบใหญ่
เบียดเบียนเทวาสุราลัย นํ้าใจกำเริบอหังการ์
ว่าแล้วองค์ท้าวจตุรพักตร์ ก็หยิบโมกขศักดิ์ให้ยักษา
ตัวเอ็งอย่าเสียสัตยา ตามวงศ์พรหมาธิบดี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น กุมภกรรณสิทธิศักดิ์ยักษี
รับเอาหอกแก้วมณี อสุรีถวายบังคมคัล
ลาองค์บรมพรหมินทร์ สำแดงเดชฟ้าดินไหวหวั่น
ออกจากวิมานแก้วแพร้วพรรณ กุมภัณฑ์ก็เหาะกลับมา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงลงกานคเรศ น้องท้าวสิบเกศยักษา
จึ่งมีพระราชบัญชา สั่งฤทธิกาสูรขุนมาร
จงไปตั้งโรงพิธี กว้างขวางยาวรีไพศาล
เชิงพระเมรุใกล้ฝั่งชลธาร ให้โอฬารด้วยแสงพรายพรรณ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จึ่งฤทธิกาสูรตัวขยัน
รับสั่งพญากุมภกรรณ ถวายบังคมคัลแล้วออกมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ ประถม

๏ จึ่งกะเกณฑ์ตามที่พนักงาน ทุกหมวดหมู่มารซ้ายขวา
พากันออกจากพารา บ่ายหน้าไปพระเมรุคีรี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงฟากฝั่งสีทันดร จึ่งสั่งนิกรยักษี
ให้ตั้งโรงราชพิธี ยังที่ริมฝั่งชลธาร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝ่ายหมู่โยธาทวยหาญ
ได้ฟังนายสั่งก็ลนลาน จัดการพร้อมกันทุกหมวดกอง ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ ปลูกเป็นโรงราชพิธี อลงกตยาวรีสิบเก้าห้อง
หลังคาดาดแดงแย่งทอง ช่อฟ้ากุก่องอลงการ์
จตุรมุขงามแม้นพิมานสวรรค์ หน้าบันดั่งเทพเลขา
เพดานแดงประดับด้วยดารา ห้อยพวงบุปผามาลัย
รายริ้วราชวัติฉัตรจรง ทิวธงเรียงรายปลายไสว
ล้อมแผ่นศิลาอำไพ ที่ลับหอกชัยอสุรี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พญากุมภกรรณยักษี
เสด็จเหนือแท่นแก้วมณี ในที่ท่ามกลางเสนา
จึ่งมีพระราชบรรหาร ตรัสสั่งมหากาลยักษา
จงเตรียมรถแก้วแววฟ้า กับหมู่โยธาพลากร
กูจะไปตั้งกิจพิธี ยังที่พระเมรุสิงขร
ลับโมกขศักดิ์ฤทธิรอน มล้างมนุษย์วานรให้วายปราณ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น มหากาลเสนาใจหาญ
ก้มเกล้ารับสั่งพญามาร ก็วิ่งลนลานออกไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ ประถม

ยานี

๏ เกณฑ์มารเป็นหมู่พยุหบาตร โดยกระบวนประพาสป่าใหญ่
ห้าพันล้วนพวกธงชัย แห่ในเบื้องหน้าพญามาร
กองขวาคอยป้องล้วนถือปืน แปดพันเลือกพื้นทหารหาญ
กองซ้ายถือศรเผ่นทะยาน แปดพันคอยผลาญปัจจามิตร
กองหลังถือธนูกำซาบ โล่ดั้งหอกดาบกระบี่กริช
เตรียมทั้งรถทองชวลิต เสร็จตามประกาศิตอสุรา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น กุมภกรรณสุริย์วงศ์ยักษา
ครั้นรุ่งสางสว่างเวลา เสด็จมาเข้าที่สรงชล ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

โทน

๏ ชำระสระสนานสำราญกาย สุหร่ายแก้วโปรยปรายดั่งสายฝน
ทรงสุคนธารสเสาวคนธ์ ปรุงปนทิพย์มาศสุมามาลย์
สนับเพลารายพลอยเครือแย่ง ภูษาชายแครงกระหนกก้าน
ชายไหวชายแครงอลงการ ทรงมหาสังวาลทับทิมพราย
ทับทรวงสร้อยสนสะอิ้งแก้ว ตาบทิศเพชรแพร้วฉานฉาย
พาหุรัดทองกรจำหลักลาย ธำมรงค์พลอยรายกรรเจียกจร
ห้อยพวงมาลัยดอกไม้ทัด ขัดพระขรรค์เพชรรัตน์ประภัสสร
จับพระแสงโมกขศักดิ์ฤทธิรอน กรายกรไปขึ้นพิชัยรถ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เสมอ

โทน

๏ รถเอยราชรถนิล โกมินกงมาศมรกต
ทรงงามสามงอนอ่อนชด ชั้นลดช่อลอยล้วนพลอยเพชร
แก้วกระหนาบกาบกระหนกนกกลาย บัวหงายบังเงากระจังเก็จ
บัลลังก์บุลวดผอวดเม็ด แสงเตร็จส่องตรัสเมฆา
ขุนรถขับรีบโตคะนอง ลอยทางเลื่อนท้องเวหา
เครื่องสูงครบสิ่งดาษดา แสงระยับสายระย้าจามร
เสียงฆ้องซ้องขานประสานแตร คู่แห่เคียงโห่ธงสลอน
เยี่ยมข้ามยอดเขายุคุนธร ผาดจรพ้นเจ็ดสมุทรไป ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ กราว

๏ ครั้นถึงโรงราชพิธี เชิงพระเมรุคีรีเขาใหญ่
จึ่งสั่งเสนาผู้ร่วมใจ ให้เกณฑ์กันกระเวนตรวจตรา
ทั่วทั้งทางบกทางนํ้า ตั้งกองประจำรักษา
เน่าหนอนอย่าให้มีมา ที่ในมหาสาคร
สั่งแล้วเสด็จยุรยาตร องอาจดั่งพญาไกรสร
ลงจากรถแก้วอลงกรณ์ บทจรเข้าโรงพิธี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เสมอ

ชมตลาด

๏ จึ่งจุดธูปเทียนบูชา โปรยปรายมาลาเจ็ดสี
เอาเลือดโคถึกมฤคี จัดใส่บัตรพลีพลีกรรม์
เสร็จแล้วยอกรขึ้นเหนือเกศ ไหว้บรมพรหเมศรังสรรค์
บริกรรมพระเวทครบพัน ลับโมกขศักดิ์อันฤทธี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ ตระ

๏ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์องค์นารายณ์เรืองศรี
ครั้นแสงทองส่องฟ้าธาตรี ตื่นจากแท่นที่ไสยา
ชำระพระองค์สรงพระพักตร์ แล้วชวนพระลักษมณ์กนิษฐา
เสด็จยุรยาตรคลาดคลา ออกหมู่เสนาพลากร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ ลดองค์ลงเหนือแท่นแก้ว อันเพริศแพร้วจำรัสประภัสสร
พร้อมหมู่ทหารฤทธิรอน ภูธรตรัสถามพิเภกไป
อันกุมภกรรณยักษา เพลาวันนี้เป็นไฉน
จึ่งไม่ยกพหลพลไกร ออกมาชิงชัยราวี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พญาพิเภกยักษี
ได้ฟังพระราชวาที ชุลีกรสนองพระบัญชา
อันซึ่งพญากุมภกรรณ ไม่ยกพลขันธ์มาเข่นฆ่า
ไปลับโมกขศักดิ์อันศักดา ยังมหาเมรุมาศบรรพต
แม้นเสร็จสี่คมเมื่อใด จะเรืองฤทธิไกรดั่งไฟกรด
ปราบไปได้ถึงโสฬส ทั่วทั้งทศทิศไม่ต้านทาน ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจักรีผู้ปรีชาหาญ
ได้ฟังพิเภกแจ้งการ จึ่งมีบรรหารถามไป
อันซึ่งอาวุธของขุนยักษ์ เรืองฤทธิ์สิทธิศักดิ์แผ่นดินไหว
เราจะคิดอ่านประการใด อย่าให้ทำได้ดังจินดา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พญาพิเภกยักษา
ก้มเกล้าสนองพระบัญชา ว่ากุมภกรรณขุนมาร
ตัวเพื่อนนั้นแสนสะอาดนัก รักแต่รสกลิ่นที่หอมหวาน
อบรมลูบไล้สุคนธ์ธาร เป็นนิจกาลทุกวันไป
ทุกสิ่งสารพันเน่าเหม็น แม้นเห็นรากท้นไม่ทนได้
ขอให้วายุบุตรวุฒิไกร กับองคตผู้ไวปัญญา
นิมิตเป็นกาจิกสุนัขเน่า ลอยเข้าให้ใกล้ยักษา
ลับหอกไม่ได้ดั่งจินดา น่าที่จะเสียพิธี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระกฤษณุรักษ์เรืองศรี
ได้ฟังพิเภกอสุรี จึ่งมีพระราชโองการ
ตรัสสั่งองคตวายุบุตร ท่านผู้ฤทธิรุทรกล้าหาญ
จงไปมล้างพิธีขุนมาร ด้วยปรีชาชาญของวานร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น องคตหนุมานชาญสมร
ก้มเกล้ารับสั่งพระสี่กร ลาแล้วบทจรออกมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ ต่างตนสำแดงแผลงฤทธิ์ เสียงสนั่นครรชิตทุกทิศา
ถีบทะยานผ่านขึ้นยังเมฆา บ่ายหน้าไปพระเมรุคีรี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงจึ่งเห็นขุนมาร อานหอกโมกขศักดิ์เรืองศรี
อยู่ในโรงราชพิธี ใกล้ที่ริมฝั่งสีทันดร
สองนายก็ลงจากอากาศ องอาจดั่งพญาไกรสร
ต่างตนร่ายเวทฤทธิรอน วานรนิมิตกายา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ ตระ

๏ หนุมานนั้นเป็นสุนัขตาย พองเน่ากลิ่นอายเหม็นกล้า
องคตนั้นกลายเป็นกา จับจิกลอยมาในวารี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ โล้

๏ เมื่อนั้น พญากุมภกรรณยักษี
ลับหอกอยู่ในพิธี อสุรีแลไปในสาคร
เห็นสุนัขเน่าลอยมาวนอยู่ มีหมู่แมลงวันตอมว่อน
กาจิกเหม็นตลบอบขจร หมู่หนอนคลาคลํ่าทั้งกายา
แต่เห็นก็ให้อาเจียน คลื่นเหียนเวียนพักตร์ยักษา
ลับหอกไม่ได้ดั่งจินดา ก็ลุกมายังรถมณี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เสมอ

๏ แล้วมีพระราชบรรหาร ให้เลิกพลมารยักษี
จากเชิงพระเมรุคีรี รีบเข้าธานีลงกา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ กราว

๏ บัดนั้น องคตหนุมานหาญกล้า
ครั้นเห็นกุมภกรรณอสุรา เลิกพลโยธาพลากร
สองกระบี่ผู้มีฤทธิรณ ต่างตนชื่นชมสโมสร
ก็กลับกลายกายาเป็นวานร ขึ้นจากสาครสมุทรไท ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ สองนายสำแดงกำลังหาญ สุธาธารกัมปนาทหวาดไหว
ถีบทะยานผ่านฟ้าด้วยว่องไว ตรงไปสุวรรณพลับพลา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงน้อมเศียรบังคมทูล นเรนทร์สูรปิ่นภพนาถา
ข้าไปมล้างกิจวิทยา อสุรานั้นเสียพิธี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจักรรัตน์แก้วเรืองศรี
ได้ฟังสองทหารก็ยินดี จึ่งมีบัญชาตรัสไป
มิเสียทีเป็นวงศ์เทเวศร์ ฤทธิ์เดชปรีชาไม่หาได้
ทั้งความคิดวิทยาก็ว่องไว ใช้ไหนสำเร็จดั่งจินดา
จงทรงเดชาอานุภาพ ปราบไปในทศทิศา
ตรัสแล้วเสด็จยาตรา เข้าห้องไสยาอลงกรณ์ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เสมอ

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายกุมภกรรณชาญสมร
ครั้นถึงลงกาพระนคร บทจรเข้าเฝ้าอสุรี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ จึ่งน้อมเศียรเกล้าบังคมบาท พระเชษฐาธิราชยักษี
ทูลความตามเสียพิธี ถ้วนถี่เสร็จสิ้นแต่เดิมมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น ท้าวราพณาสูรยักษา
ได้ฟังพระราชอนุชา อสุราสลดระทดใจ
นิ่งขึงตะลึงรำพึงคิด ร้อนจิตผะผ่าวดั่งเพลิงไหม้
แล้วมีวาจาตอบไป อันพระสมุทรใหญ่สีทันดร
พ้นวิสัยไกลเขตมนุษย์ เป็นที่ภุชงค์สโมสร
ละเอียดกว่าน้ำในสาคร บห่อนจะมีมลทิน
ถึงแววยูงตกก็ไม่คง จะจมลงที่ในกระแสสินธุ์
สุนัขตายลอยมาในวาริน กากินบินจับจิกมา
ชะรอยไอ้พิเภกทรชน บอกกลแก่พวกกระบี่ป่า
มาล้างพิธีสาตรา ถึงเสียวิทยาอย่าเสียใจ
อันโมกขศักดิ์ของเจ้านี้ สามภพธาตรีไม่ต่อได้
รุ่งขึ้นจงยกออกไป ฆ่าเสียให้สิ้นพวกพาล ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พญาภุมภกรรณใจหาญ
ได้ฟังพระเชษฐาบัญชาการ ขุนมารสนองพระวาที
อันความแค้นของน้องนี้เหลือแค้น แน่นอกร้อนใจดั่งไฟจี่
ถึงตายไม่เสียดายชีวี ข้านี้จะแก้มือมัน
ทูลแล้วถวายบังคมลา พระเชษฐาธิราชรังสรรค์
เสด็จย่างเยื้องจรจรัล มาปราสาทสุวรรณรูจี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงจึ่งมีบรรหาร สั่งฤทธิกาลยักษี
จงเตรียมจัตุรงค์โยธี พรุ่งนี้จะยกไปชิงชัย ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฤทธิกาลเสนาผู้ใหญ่
รับสั่งบังคมแล้วออกไป จากในพระโรงรัตนา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

ยานี

๏ จัดหมู่ทหารชำนาญยุทธ์ ถือปืนคาบชุดเป็นทัพหน้า
กองขันถือคาบศิลา ลํ่าสันกายาเรี่ยวแรง
เกียกกายลำพองคะนองศึก ห้าวฮึกถือธนูขัดแล่ง
กองหลวงล้วนขัดดาบแดง มือถือทวนแทงถ้วนตน
ยุกกระบัตรล้วนถือหอกใหญ่ นายหมวดตรวจไพร่กุลาหล
กองหนุนเลือกล้วนคงทน ถือง้าวคำรนจะราญรอน
กองหลังมือถืออาวุธ สำแดงฤทธิรุทรดั่งไกรสร
เตรียมทั้งรถทรงอลงกรณ์ คอยเสด็จบทจรอสุรา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น กุมภกรรณสุริย์วงศ์ยักษา
ครั้นรุ่งสางสว่างเวลา เสด็จมาสระสรงวาริน ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

โทน

๏ สุหร่ายแก้วโปรยปรายดั่งสายฝน ทรงสุคนธ์เฟื่องฟุ้งจรุงกลิ่น
สนับเพลาเชิงรูปนาคินทร์ ภูษาเครือกินรีรำ
สอดใส่ฉลององค์อย่างน้อย เกราะพลอยมรกตเขียวขำ
รัดอกล้วนบุษราคัม ประจำยามเคียงคั่นกุดั่นดวง
สร้อยสนสังวาลสะอิ้งแก้ว ตาบทิศเพชรแววรุ้งร่วง
เฟื่องห้อยพลอยประดับทับทรวง พาหุรัดแก้วดวงทองกร
สอดใส่ธำมรงค์เนาวรัตน์ กรรเจียกแก้วจำรัสประภัสสร
จับโมกขศักดิ์ฤทธิรอน บทจรมาขึ้นรถทรง ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เสมอ

โทน

๏ รถเอยรถศึก เจ็ดงอนพันลึกงามระหง
กำแก้วสลับประกับกง ดุมวงประดับทับทิมพราย
บัลลังก์รายรูปสิงห์สลับครุฑ กรยุดนาคหิ้วเฉิดฉาย
เทพนมประนมนิ้วเรียงราย จตุรมุขงามคล้ายพิมานรัตน์
เทียมโตสองพันตัวคะนอง สารถีขับคล่องยืนหยัด
รวดเร็วดั่งหนึ่งลมพัด มยุรฉัตรเครื่องสูงเรียงรัน
ปี่กลองฆ้องขานประสานเสียง สำเนียงพลโห่เลื่อนลั่น
ผงคลีมืดคลุ้มชอุ่มควัน รีบเร่งพลขันธ์ออกมา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ กราว

๏ ครั้นถึงสมรภูมิชัย จึ่งให้หยุดพลไกรซ้ายขวา
ตั้งเป็นกระบวนครุฑา อยู่ที่ชายป่าพนาดร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ