สมุดไทยเล่มที่ ๗๙

ร่าย

๏ เมื่อนั้น ท้าวทศพักตร์ชาญสมร
เห็นพระรามยกพลวานร ออกมาต่อกรราวี
ให้หวาดหวั่นครั่นคร้ามฤทัยนัก ดั่งพยัคฆ์เห็นพญาราชสีห์
ขนพองสยองเกล้าเมาลี เพียงจะตกจากที่บัลลังก์รถ
แข็งใจตรัสสั่งเสนา ให้โบกธงสัญญาเป็นกำหนด
เข้าหักวานรอย่าละลด ฆ่าเสียให้หมดทั้งทัพชัย ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น มโหทรเสนาผู้ใหญ่
รับสั่งพระองค์ทรงภพไตร ก็ขับพลไกรเข้าราวี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝ่ายหมู่อสุรศักดิ์ยักษี
มิได้เป็นใจจะต่อตี ด้วยกลัวฤทธีวานร
ครั้นนายขับต้อนก็จำไป บ้างหนีเข้าไพรเร้นซ่อน
ลางมารก็วิ่งซอกซอน เข้านอนในโครงช้างที่ตายนั้น
ลางหมู่แกล้งทำฤทธิรุทร กวัดแกว่งอาวุธตัวสั่น
วิ่งผลุนดั่งจะหมุนเข้าโรมรัน ขบฟันให้แล้วก็หนีไป
บ้างนิมิตเป็นนกวิหคหงส์ บินลี้หนีตรงเข้าดงใหญ่
บ้างทำสีหนาทอยู่แต่ไกล ครั้นใกล้กระบี่ก็หนีฤทธิ์
แตกกระจัดพลัดพรายทุกแห่งหน ไพร่พลไม่คุมกันติด
วิ่งพล่านไปทั่วทุกทิศ ดั่งชีวิตจะออกจากกาย ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ เชิด

๏ บัดนั้น ฝ่ายพลวานรทั้งหลาย
เห็นยักษีแตกหนีวุ่นวาย ไพร่นายไม่เป็นสมประดี
บรรดาวานรทวยหาญ โห่สำทับสะท้านสะเทือนมี่
ต่างตนต่างออกราวี ไล่พิฆาตฟาดตีกุมภัณฑ์ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ หัวขาดตีนขาดตัวขาด เกลื่อนกลาดสิ้นชีพอาสัญ
ก่ายกองย่อยยับทับกัน ดั่งสาลวันต้องลมบรรลัยกาล ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวยี่สิบกรใจหาญ
เห็นวานรเข้าไล่รอนราญ พลมารตายแตกทั้งทัพชัย
เหลือแต่โลทันสารถี ด้วยขับรถมณีไม่หนีได้
ยังอยู่สองคนก็จนใจ ให้ขับรถเข้าไล่วานร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ หวดซ้ายป่ายขวาอุตลุด ด้วยกำลังฤทธิรุทรชาญสมร
ผู้เดียวไม่ละลดกร ราญรอนหักโหมโจมตี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ บัดนั้น ฝ่ายหมู่โยธากระบี่ศรี
แตกย่นไม่ทนฤทธี จนที่หน้ารถพระจักรา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวทศพักตร์ยักษา
มุ่งหมายพระลักษมณ์พระรามา อสุราจับศรแผลงไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ สำแดงนิมิตผิดประหลาด จะมีเสียงสีหนาทก็หาไม่
กลับเป็นข้าวตอกดอกไม้ ตกในหน้ารถพระภูมี
พญายักษ์ครั้นเห็นวิปริต ตะลึงคิดสยองเกศี
โลมาชูชันทั้งอินทรีย์ ยิ่งทวีทุกข์เทวษเป็นพ้นนัก ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์องค์นารายณ์ทรงจักร
แลเห็นทศเศียรขุนยักษ์ ผิวพักตร์ลักขณาวิลาวัณย์
งามรูปงามโฉมงามทรง ยิ่งองค์เจ้าตรัยตรึงศ์สวรรค์
รัศมีศรีเลื่อมพรายพรรณ ดั่งพระจันทร์หมดเมฆไม่ราคี
อันสถิตในทิพย์พิมานมาศ ลีลาศตามจักรราศี
พระองค์ผู้ทรงฤทธี พิศรูปอสุรีไม่วางตา
แต่ชักพรหมาสตร์ศรชัย พาดสายขึ้นไว้แล้วเงื้อง่า
ให้พิศวงงวยงงวิญญาณ์ ผ่านฟ้าไม่แผลงไปราญรอน ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระลักษมณ์สุริย์วงศ์ทรงศร
กับสิบแปดมงกุฎวานร พวกพลนิกรโยธี
เห็นรูปทศเศียรกุมภัณฑ์ งามลํ้าเทวัญทุกราศี
ผิวพรรณผุดผ่องทั้งอินทรีย์ หมู่กระบี่หลงใหลไปทุกตน
บ้างชมว่างามประหลาดตา แต่เราเห็นมาทุกแห่งหน
รูปใครในพื้นสุธาดล จะงามพ้นรูปนี้ไม่มีเลย
หรือองค์บรมพรหเมศ พระอิศวรแปลงเพศนะอกเอ๋ย
เป็นที่สามโลกชมเชย ไม่เคยพบเห็นแต่ก่อนมา
หรือจะเป็นพระจันทร์พระอาทิตย์ หากแกล้งนิมิตกระมังหนา
หรือชั้นดุสิตเทวา ลงมายังพื้นปถพี
ต่างตนพินิจพิศวง ที่ในรูปทรงยักษี
มิได้ระวังอินทรีย์ กระบี่งวยงงหลงไป ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น หนุมานผู้มีอัชฌาสัย
เห็นองค์พระตรีภูวไนย หลงไปด้วยรูปทศกัณฐ์
แต่ชักแสงศรขึ้นพาดสาย น้าวหน่วงมุ่งหมายแล้วไม่ลั่น
ให้แค้นใจดั่งใครมาฟาดฟัน บังคมคัลแล้วทูลกิจจา
เหตุไฉนพระองค์ทรงฤทธิ์ มาหลงพิศดูรูปยักษา
ผิดกับที่ทรงพระจินดา หมายมาจะล้างไพรี
อันคำบูราณกล่าวไว้ อย่าให้หลงกลทั้งสี่
คือรูปรสวาจาพาที ดุริยางค์ดนตรีนี้ห้ามนัก
พระองค์ก็ทรงปรีชาชาญ อันโอฬารเลิศลํ้าไตรจักร
หรือมางงหลงด้วยรูปยักษ์ แต่ตั้งพักตร์พิศเพ่งไม่วางตา
อันตัวข้าบาทนี้เห็นผิด จะเหมือนครั้งอินทรชิตยักษา
พากันหลงรูปมารยา จนเสียกลอสุราสาธารณ์
พระองค์จงแผลงพรหมาสตร์ ไปพิฆาตให้ม้วยสังขาร
ก็จะเสร็จความศึกที่ปราบมาร ผ่านฟ้าจงได้ปรานี ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระกฤษณุรักษ์เรืองศรี
ฟังลูกพระพายพาที ภูมีก็ได้สติมา
จึ่งว่าดูก่อนหนุมาน ท่านว่านี้ชอบหนักหนา
แต่เราสังหารอสุรา ตายเต็มพระสุธาก่ายกอง
ถึงรูปงามทั้งสามธาตรี ก็ไม่เปรียบรูปนี้เสมอสอง
งามจริงยิ่งกว่ารูปทอง นวลละอองผ่องแผ้วอำไพ
แต่เราชายเห็นยังเช่นนี้ ถ้าสตรีเห็นจะเป็นไฉน
น่าแสนพิศวาสจะขาดใจ หลงไปด้วยรูปกุมภัณฑ์
ตรัสแล้วพระตรีภูวนาถ น้าวศรพรหมาสตร์รังสรรค์
อันมีฤทธิไกรดั่งไฟกัลป์ ทรงธรรม์แผลงไปด้วยศักดา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ เชิด

๏ เปรี้ยงเปรี้ยงดั่งเสียงฟ้าร้อง กึกก้องทั่วทศทิศา
ต้องอกทศกัณฐ์อสุรา ตกจากรัถาอลงกรณ์
อันงาช้างซึ่งปักอยู่นั้น หักสะบั้นกระเด็นเป็นสองท่อน
กลับเป็นทศพักตร์ยี่สิบกร ล้มนอนอยู่กับสุธาธาร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทศเศียรสุริย์วงศ์ใจหาญ
ต้องศรเจ็บเพียงจะวายปราณ ขุนมารเหลือบเห็นน้องชาย
ความแค้นเป็นแสนสุดนัก คืนคิดถึงรักก็ใจหาย
ค่อยผ่อนจิตระงับลำดับกาย แล้วบรรยายร่ำว่าพาที ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

โอ้

๏ ปากหนึ่งว่าโอ้พิเภกเอ๋ย ไฉนเลยมาแกล้งฆ่าพี่
ตัวเราก็จะม้วยชีวี ในเวลานี้ด้วยศรพิษ
ปากสองว่าเจ้าผู้เป็นน้อง ร่วมท้องสืบสายโลหิต
จะได้ผ่านลงกาสมคิด เป็นอิสรภาพแก่หมู่มาร
ปากสามขอฝากมณโฑด้วย ช่วยบำรุงให้เป็นแก่นสาร
ทั้งอัคคีกัลยายุพาพาล ฝูงสนมบริวารทั้งนั้น
ปากสี่ว่าเจ้าจะครองยศ ปรากฏเป็นจอมไอศวรรย์
จงเอ็นดูสุริย์วงศ์พงศ์พันธุ์ โดยธรรม์สุจริตประเวณี
ปากห้าจงดำรงทศพิธ อย่าทำทุจริตให้เหมือนพี่
ตัดโลภโอบอ้อมอารี แก่โยธีไพร่ฟ้าประชากร
ปากหกว่าเจ้าจงอดโทษ ซึ่งกริ้วโกรธด่าว่ามาแต่ก่อน
อย่าให้เป็นเวราอาวรณ์ แก่เราผู้จะจรไปเมืองฟ้า
ปากเจ็ดขอฝากนัคเรศ อันทรงวงศ์พรหเมศนาถา
สืบมาแต่องค์พระอัยกา เมตตาอย่าให้จุลาจล
ปากแปดว่าเราเลี้ยงท่าน ก็ประมาณหมายใจให้เป็นผล
ตัวเราชั่วเองจึ่งเสียชนม์ แล้วได้ร้อนรนทั้งแผ่นภพ
ปากเก้าว่าพี่จะลาตาย น้องชายเมตตาช่วยปลงศพ
อย่าให้ค้างราตรีในที่รบ ไตรภพจะหมิ่นนินทา
สิบปากสิ้นฝากสิ้นสั่ง สิ้นกำลังสิ้นคิดยักษา
พิษศรร้อนรุมทั้งกายา อสุรากลิ้งเกลือกเสือกไป ฯ

ฯ ๒๐ คำ ฯ

๏ บัดนั้น คำแหงหนุมานทหารใหญ่
ครั้นทศกัณฐ์ตัองศรชัย ล้มในพ่างพื้นพระสุธา
จึ่งขยี้ดวงจิตขุนมาร แหลกลาญละเอียดด้วยหัตถา
ดับสูญสุดสิ้นวิญญาณ์ ยักษาก็ม้วยชีวี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ โอด

ยานี

๏ มาจะกล่าวบทไป ถึงหมู่เทวาทุกราศี
ทั้งบรมพรหเมศอันฤทธี องค์ท้าวตรีเนตรเวสสุวัณ
วิรุฬหกผู้ทรงสิทธิศักดิ์ วิรูปักษ์ธตรฐรังสรรค์
นักสิทธ์วิทยาคนธรรพ์ นางอัปสรสวรรค์ทุกชั้นฟ้า
เห็นพระนารายณ์อวตาร สังหารทศพักตร์ยักษา
อันเป็นเสี้ยนเบียดเบียนโลกา สุดสิ้นชีวาด้วยฤทธี
ต่างองค์ชื่นชมโสมนัส เยี่ยมแกลตบหัตถ์อึงมี่
บ้างโปรยปรายทิพมาศสุมาลี อันมีกลิ่นฟุ้งขจายจร
บ้างขับขานบรรสานพิณพาทย์ ทุกอากาศวิมานสิงขร
แซ่ซ้องอำนวยอวยพร องค์พระสี่กรทรงครุฑ
อื้ออึงคะนึงกึกก้อง สะเทือนท้องสุธามหาสมุทร
ตลอดถึงกาลาคนิรุทร อุตลุดไปทั้งจักรวาล ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจักรีผู้ปรีชาหาญ
ครั้นเสร็จซึ่งปราบขุนมาร วายปราณด้วยศรอันศักดา
เทเวศนางฟ้าทั้งหลาย โปรยปรายดวงทิพย์บุปผา
อวยชัยให้พรเป็นโกลา เสียงสนั่นลั่นฟ้าดินดอน
พระเก็บชมดมดวงผกากาญจน์ หอมหวานตลบด้วยเกสร
แสนสำราญวิญญาณ์สถาวร ภูธรจึ่งถามพิเภกไป
อันองค์เจ้าลงกานี้ เดิมทีมันคิดเป็นไฉน
จึ่งทรงโฉมเหมือนท้าวหัสนัยน์ แล้วกลายไปเป็นทศพักตร์
งาช้างซึ่งปักในอุรา แต่ครั้งใดมาไม่ประจักษ์
ต่อศรไปล้างขุนยักษ์ จึ่งหลุดหักออกมาในวันนี้

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พญาพิเภกยักษี
ได้ฟังบรรหารพระจักรี ชุลีกรสนองพระวาจา
อันทศพักตร์แกล้งแปลงรูปทรง เหมือนองค์เจ้าตรัยตรึงศา
ด้วยรู้ว่าตัวจะมรณา จะให้ปรากฏเกียรติไว้
อันรูปกลับกลายไปดั่งก่อน ด้วยต้องศรไม่สมประดีได้
สิ้นซึ่งกำลังฤทธิไกร ก็คืนไปคงเพศอสุรี
งาช้างที่ปักอกนั้นอยู่ แต่ครั้งอสุรยักษี
ชิงบุษบกแก้วมณี ของพี่ผู้ชื่อกุเปรัน
พระเชษฐาหนีน้องไปพึ่งบาท พระอิศโรธิราชรังสรรค์
ทศเศียรรุกไล่จะฆ่าฟัน จนถึงทรงธรรม์เจ้าโลกา
พอเสด็จบัลลังก์คชสาร ทรงอ่านพระเวทคาถา
พระองค์กริ้วโกรธโกรธา ถอดเอางาช้างขว้างไป
ต้องอกองค์ท้าวยี่สิบกร ชักถอนจะหลุดก็หาไม่
แล้วสาปให้ปักตรึงไว้ ไปจนวันตายของขุนยักษ์
อสุรีก็หนีมาเมืองมาร คิดอ่านทำกระไรไม่หลุดหัก
ให้พระเวสสุกรรม์รังรักษ์ เอาเลื่อยชักเสมอเนื้อไว้
แล้วจึ่งทำเครื่องประดับปิด มิดชิดใครจะเห็นก็หาไม่
วันนี้สุดสิ้นชีวาลัย งาจึ่งกระเด็นไปจากอินทรีย์ ฯ

ฯ ๑๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระกฤษณุรักษ์เรืองศรี
ได้ฟังพิเภกอสุรี ทูลความถ้วนถี่แต่ต้นมา
จึ่งมีพระราชบรรหาร แก่โหราจารย์ยักษา
อันทศพักตร์อสุรา เพื่อนนี้หยาบช้าเป็นพ้นนัก
เบียดเบียนมนุษย์เทวัญ นักสิทธ์คนธรรพ์ทั้งไตรจักร
แต่จนพี่ชายของขุนยักษ์ ยังทำการหาญหักถึงเพียงนี้
ผิดเพศกษัตริย์สุริย์วงศ์ ผิดพงศ์พรหเมศเรืองศรี
เป็นเสี้ยนเสียดพื้นปถพี ควรที่ชีวิตวายปราณ
อันซึ่งซากศพยักษา ตามแต่อสุราจะคิดอ่าน
สั่งแล้วกลับรถสุรกานต์ ดูดั่งมัฆวานเทวัญ
มีชัยแก่หมู่อสุรภพ ให้เลิกพวกพลรบแข็งขัน
คืนมาวิมานเวชยันต์ โห่สนั่นครั่นครื้นเป็นโกลา ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ เชิด

๏ เมื่อนั้น พิเภกสุริย์วงศ์ยักษา
เห็นองค์สมเด็จพระพี่ยา สุดสิ้นชีวาวายปราณ
กลิ้งอยู่กับพื้นแผ่นดิน อสุรินทร์ให้คิดสงสาร
ชลเนตรไหลหลั่งดั่งท่อธาร ขุนมารกอดบาทเข้ารำพัน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

โอ้

๏ โอ้ว่าพระจอมมงกุฎภพ พระเกียรติลือลบทั้งสรวงสวรรค์
เดชาปรากฏดั่งเพลิงกัลป์ เทวัญขามเกรงพระภูมี
จะนับในสุริย์วงศ์พรหเมศ ซึ่งร่วมเรียงบิตุเรศเรืองศรี
แต่บรรดาที่ทรงฤทธี ก็ไม่เหมือนพระพี่ทศพักตร์
รอบรู้เสร็จศิลปศาสตร์ สำหรับดำรงราชอาณาจักร
ควรหรือมาตายอนาถนัก ดั่งชายทรลักษณ์พาลา
เหตุด้วยพระองค์มาหลงคำ เชื่อฟังนางสำมนักขา
จึ่งเสียองค์เสียไอศวรรยา เสียสุริย์วงศาพรหมาน
เสียทั้งลงกาอาณาจักร เสียพวกพลยักษ์ทวยหาญ
เพราะด้วยมานะอหังการ ต่อพระอวตารฤทธิไกร
ฝันร้ายน้องทายทูลห้าม จะฟังความบ้างก็หาไม่
กริ้วโกรธขับเสียจากเวียงชัย จึ่งได้ไกลบาทนิราศมา
พึ่งอยู่ใต้เบื้องบทรัช องค์พระจักรรัตน์นาถา
ไม่ผูกเวรเหมือนผูกเวรา แกล้งฆ่าเชษฐาให้จำตาย
เป็นน่าอัปยศอดสู แก่หมู่ไตรโลกทั้งหลาย
เสียแรงประเสริฐเลิศชาย มาพากันวอดวายทั้งพงศ์พันธุ์
นิจจาเอ๋ยตั้งแต่จะแลลับ ดั่งเดือนดับสิ้นแสงรังสรรค์
ร่ำพลางโศกาจาบัลย์ กุมภัณฑ์เพียงสิ้นสมประดี ฯ

ฯ ๑๘ คำ ฯ โอด

๏ บัดนั้น ฝ่ายมโหทรยักษี
กับสารัณทูตอสุรี แอบอยู่ยังที่ชายไพร
แลเห็นพิเภกเข้ากอดบาท พระเชษฐาธิราชร่ำไห้
ก็พาพลที่เหลือบรรลัย เข้าไปยังองค์อสุรา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงประณตบทบงสุ์ พิเภกสุริย์วงศ์ยักษา
ต่างพิศดูศพเจ้าลงกา อสุราครวญคร่ำโศกี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น พญาพิเภกยักษี
ครั้นได้อารมณ์สมประดี เห็นสองอสุรีมาร่ำไร
จึ่งสั่งมโหทรเสนา กับสารัณผู้มีอัชฌาสัย
ตัวท่านจงรีบเข้าไป ยังในลงกาพระนคร
บอกแก่มณโฑเทวี กับนางอัคคีดวงสมร
ว่าองค์ท้าวยี่สิบกร ภูธรสุดสิ้นชีวัน
ให้นางมารับพระศพ พระจอมภพธิราชรังสรรค์
เข้าไปพระนิเวศน์วังจันทน์ ให้ทันแต่ในเวลานี้ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น มโหทรสารัณยักษี
รับสั่งแล้วถวายอัญชุลี ก็รีบเข้าบุรีลงกา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงน้อมเกล้าบังคมบาท ทั้งสองอัครราชเสน่หา
ทูลว่าสมเด็จภัสดา ผ่านฟ้าสวรรคาลัย
พญาพิเภกยักษี มาโศกีครวญคร่ำร่ำไห้
ใช้ข้ามาทูลอรไท ออกไปรับศพพญามาร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางมณโฑเยาวยอดสงสาร
ทั้งอัคคีกัลยายุพาพาล ฟังสองขุนมารรำพัน
ว่าองค์สมเด็จพระภัสดา สุดสิ้นชีวาอาสัญ
ตกใจดั่งใครมาฟาดฟัน บั่นเอาเศียรเกล้าอรไท
หน้าซีดผาดเผือดสลดลง ข้อนทรวงเข้าทรงกันแสงไห้
ทอดองค์แน่นิ่งสลบไป ไม่เป็นสติสมประดี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ โอด

๏ บัดนั้น ฝูงนางกำนัลสาวศรี
ทั้งเถ้าแก่ชะแม่ขันที เห็นสองเทวีวิไลวรรณ
แสนเทวษแสนโศกแน่ไป ต่างตนตกใจตัวสั่น
บ้างเข้าช่วยกันนวดฟั้น คั้นหัตถ์บาทกัลยา
ลางนางได้พัดมาพัดวี เอายาดมรอที่นาสา
บ้างเอาเครื่องพระสุคนธ์มา ชโลมทาสององค์นงคราญ
บ้างปลอบปลุกด้วยคำอันสุนทร สำเนียงว่าวอนอ่อนหวาน
บรรดาฝูงสนมบริวาร อลหม่านวุ่นวายเป็นโกลี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น ทั้งสองอัคเรศมเหสี
ต้องรสสุคนธวารี แว่วเสียงพาทีอนงค์ใน
ค่อยระบายซึ่งลมนาสา กัลยาฟื้นองค์ขึ้นมาได้
ลุกจากห้องแก้วอำไพ เสด็จไปยังเกยอลงกรณ์ ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

๏ จึ่งขึ้นทรงสีพิกากาญจน์ หมู่มารแห่หน้าไปก่อน
ฝ่ายฝูงอนงค์นิกร บทจรตามเสด็จเทวี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงสนามรณรงค์ สององค์อัครราชมเหสี
ลงจากวอมาศรูจี เทวีก็พากันเข้าไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ ฝ่าศพอสุรโยธา เกลื่อนกลาดดาษดาไม่นับได้
เห็นพระภัสดาฤทธิไกร ล้มอยู่ในพื้นสุธาธาร
ต้องศรตลอดทรวงดวงจิต สุดสิ้นชีวิตสังขาร
ก็เข้าไปทั้งสองนงคราญ ตรงเบื้องบทมาลย์พระสามี
มณโฑกอดข้อพระบาทขวา ขององค์พญายักษี
โฉมนวลนางกาลอัคคี เทวีกอดเอาพระบาทซ้าย
ให้ร้อนรุ่มกลุ้มไปด้วยความโศก แสนวิโยคแสนเทวษใจหาย
ดั่งหนึ่งชีวิตจะวอดวาย โฉมฉายครวญคร่ำร่ำไร ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ นางมณโฑว่าโอ้พระทรงฤทธิ์ ทั่วทั้งทศทิศไม่หาได้
ควรหรือมาสวรรคาลัย หนีไปฟากฟ้าดุษฎี
ทิ้งข้าน้อยไว้ให้ลำบาก จำจากใต้เบื้องบทศรี
อยู่หลังตั้งแต่จะโศกี แสนทวีด้วยเทวษทุกเวลา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ นางอัคคีว่าโอ้พระจอมภพ พระเดชลือลบทุกทิศา
ทั้งหกฉ้อชั้นเทวา ก็เกรงกลัวศักดาทั้งแดนดิน
พระชันษาได้สามโกฏิปี ไพรีมิได้มาดูหมิ่น
แต่เขาไกรลาสสีขริน ภูมินทร์ยังยกสะดวกดาย ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ มณโฑว่าพระเดชถึงเพียงนี้ หรือมาแพ้ไพรีง่ายง่าย
จะนับในสุริย์วงศ์อันเพริศพราย เลิศชายแต่องค์พระภัสดา
กับพระพี่ทัพนาสูร ธาดายอดประยูรยักษา
กุมภกรรณอินทรชิตลูกยา เป็นห้าประเสริฐกว่าแดนไตร
เอาพระสมุทรมาเป็นคู กระนี้หรือศัตรูยังมาได้
เคี่ยวฆ่าพระวงศ์บรรลัย อนาถใจเป็นพ้นพันทวี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ นางอัคคีว่าเพราะพระหลงคำ นางสำมนักขาบัดสี
ให้เสียยุติธรรม์ประเวณี จึ่งเกิดกุลีทั้งลงกา
มนุษย์มีมือสองมือ ถือแต่ธนูศรกล้า
ควรผลาญพระองค์มหึมา มีพระหัตถ์ซ้ายขวายี่สิบกร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ มณโฑว่าเมียได้รำพัน ทูลห้ามทรงธรรม์แต่ก่อน
ไม่ฟังคำข้าที่ว่าวอน ภูธรจึ่งสวรรคาลัย
โอ้ว่าแต่นี้จะแลลับ ดั่งเดือนดับล่วงเลี้ยวเหลี่ยมไศล
ร่ำพลางกลิ้งเกลือกเสือกไป อรไทเพียงสิ้นชีวา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ โอด

๏ บัดนั้น ฝูงนางกำนัลซ้ายขวา
ต่างตนตีอกเข้าโศกา กัลยาครวญคร่ำรำพัน
โอ้ว่าพระทูลกระหม่อมเอ๋ย ไม่เห็นเลยว่าจะม้วยอาสัญ
ทรงเดชดั่งดวงพระสุริยัน ไตรภพทั้งนั้นก็เกรงฤทธิ์
เลี้ยงข้าพระบาททั้งนี้มา ด้วยพระทัยเมตตาสุจริต
ได้ความสุขร่มเย็นเป็นพ้นคิด ดั่งองค์บิตุเรศมารดร
มาตรแม้นผิดพลั้งสิ่งใด ภูวไนยมีแต่จะสั่งสอน
พระคุณกว้างลึกกว่าสาคร ไม่มีสิ่งร้อนราคี
ควรหรือทิ้งข้าบาทไว้ เสด็จไปฟากฟ้าราศี
ร่ำพลางกลิ้งเกลือกโศกี ดั่งหนึ่งชีวีจะมรณา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ โอด

๏ บัดนั้น เสนีโยธียักษา
ชายหญิงซึ่งตามออกมา ก็โศการ่ำไห้ทุกตน
บ้างเที่ยวไปในสนามรบ หาศพญาติมิตรสับสน
ชลนัยน์อาบพักตร์ทุกคน ทนทุกข์ทนเทวษแสนทวี
บ้างร่ำถึงองค์พญายักษ์ บ้างโศการักน้องรักพี่
รักบุตรนัดดาสามี ญาติวงศ์พงศ์พีที่บรรลัย
เสียงแซ่อื้ออึงกุลาหล จะมีดีสักตนก็หาไม่
เพียงจะพินาศขาดใจ พลไกรไม่เป็นสมประดี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ โอด

๏ เมื่อนั้น พิเภกสุริย์วงศ์ยักษี
เห็นสองอัครราชเทวี กับฝูงนารีกำนัล
แสนทุกข์แสนเทวษโศกา ดั่งหนึ่งชีวาจะอาสัญ
ให้สังเวชพระทัยกุมภัณฑ์ จึ่งมีบัญชาปลอบไป
ดูก่อนสององค์นงลักษณ์ ที่จะเศร้าโศกนักหาควรไม่
อันเกิดมาในภพไตร ก็ย่อมบรรลัยทุกตัวตน
มิใช่แต่องค์เจ้าลงกา อันศักดาปราบได้ทุกแห่งหน
ถึงพระอิศวรฤทธิรณ ก็ไปไม่พ้นความตาย
จนท้าวมหาพรหมอุดมเดช เป็นบิตุเรศโลกทั้งหลาย
ครั้นถึงกำหนดก็อันตราย ทำลายชีวิตเหมือนกัน
ทั้งแผ่นปถพีสี่สมุทร พระสุเมรุสูงสุดสรวงสวรรค์
ขุนเขาจักรวาลสัตภัณฑ์ ครั้นบรรลัยกัลป์มีมา
ก็ไม่อาจจะตั้งอยู่ได้ ละเอียดไปทั่วทุกทิศา
เป็นวิสัยไตรโลกธรรมดา เร่งคิดอนิจจาจงนัก
อย่าทุกข์วิโยคโศกศัลย์ เอาปัญญานั้นเข้ามาหัก
จะได้เชิญศพพญายักษ์ นงลักษณ์จงฟังเราพาที ฯ

ฯ ๑๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทั้งสองอัคราชมเหสี
ได้ฟังพิเภกอสุรี เทวีค่อยคลายโศกา
จึ่งว่าอันการพระศพ พระจอมภพบรมนาถา
สุดแต่ตัวท่านอนุชา ผู้จะผ่านลงกาธานี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พิเภกสุริย์วงศ์ยักษี
ได้ฟังสองอัครเทวี จึ่งสั่งอสุรีมโหทร
จงรีบไปจัดพิชัยรถ กับโกศแก้วมรกตประภัสสร
จะเชิญศพท้าวยี่สิบกร เข้าไปพระนครลงกา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ บัดนั้น มโหทรเสนียักษา
รับสั่งสมเด็จพระอนุชา ถวายบังคมลาแล้วรีบไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงจึ่งให้จัดการ ทั่วทุกพนักงานน้อยใหญ่
เชิญทั้งโกศแก้วแววไว ขึ้นยังพิชัยราชรถ
ครบสิ่งเครื่องสูงสังข์แตร โยธาเกณฑ์แห่พร้อมหมด
ตั้งกระบวนตรวจกันเป็นหลั่นลด ก็รีบบทจรออกมา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงซึ่งที่สนามรบ ใกล้ศพพญายักษา
จึ่งให้หยุดรถแก้วแววฟ้า คอยฟังบัญชาอสุรี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น จึ่งพญาพิเภกยักษี
ให้เชิญศพเชษฐาธิบดี ใส่โกศมณีอลงกรณ์
วางเหนือพิชัยราชรถ อลงกตจำรัสประภัสสร
ประดับด้วยเครื่องสูงจามร พลากรแห่แหนแน่นนันต์
เหล่าประโคมก็ประโคมฆ้องกลอง แตรสังข์กึกก้องเสียงสนั่น
ฝูงสนมกรมในทั้งนั้น โศกศัลย์ตามศพเข้ามา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ กลองโยน

๏ ครั้นถึงประทับกับเกยแก้ว แล้วเชิญศพท้าวยักษา
สู่พระยานุมาศรัตนา ขึ้นมหาปราสาทรูจี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ ให้ตั้งเหนือแท่นสุวรรณรัตน์ ประดับด้วยฉัตรแก้วจำรัสศรี
ล้อมรอบพระโกศอสุรี ในที่ไพชยนต์ชัชวาล ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้น ฝ่ายหมู่อำมาตย์ทวยหาญ
ปโรหิตแพทยาพฤฒาจารย์ ข้าราชการทั้งนั้น
ต่างต่างหมอบเฝ้าบาทบงสุ์ พิเภกสุริย์วงศ์รังสรรค์
อยู่ที่ท้องพระโรงคัล แน่นนันต์เกลื่อนกลาดดาษดา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พญาพิเภกยักษา
จึ่งมีพระราชบัญชา ตรัสสั่งเสนามโหทร
จงเตรียมซึ่งบุษบกแก้ว อันเพริศแพร้วจำรัสประภัสสร
จะเชิญองค์สีดาบังอร บทจรไปเฝ้าพระจักรี
อันนางมณโฑนงลักษณ์ นางกาลอัคคีโฉมศรี
ซึ่งเป็นอัครราชเทวี องค์อสุรีเจ้าลงกา
นางจันทวดีวิไลวรรณ เมียกุมภกรรณยักษา
ทั้งนางสุวรรณกันยุมา อันเป็นภรรยาอินทรชิต
ให้ตามเสด็จนงคราญ ไปเฝ้าบทมาลย์พระจักรกฤษณ์
ยังสุวรรณพลับพลาชวลิต เร่งคิดจัดสรรกันจงดี
แล้วเกณฑ์อสูรหมู่ยักษ์ แห่เสด็จองค์อัครมเหสี
ไปเฝ้าสมเด็จพระจักรี ยังที่สุวรรณพลับพลาชัย ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น มโหทรเสนาผู้ใหญ่
ก้มเกล้ารับสั่งด้วยว่องไว บังคมไหว้แล้วรีบออกมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

ยานี

๏ จัดพลเกณฑ์แห่พระประเทียบ รายเรียบโดยซ้ายฝ่ายขวา
เหล่าหนึ่งใส่เสื้อสีฟ้า นุ่งผ้าสมปักเชิงชาย
เหล่าหนึ่งใส่เสื้อเครือกระหนก นุ่งสมปักยกเฉิดฉาย
เหล่าหนึ่งเสื้อริ้วทองพราย นุ่งสมปักลายพื้นแดง
เตรียมทั้งบุษบกมณี ผูกม่านกำมะหยี่เครือแย่ง
เครือช่อประดับเพชรลูกแตง แต่งไว้เสร็จสิ้นทุกประการ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ แล้วสั่งท้าวนางเข้าไป ยังในนิเวศน์ราชฐาน
ให้ทูลทั้งสี่เยาวมาลย์ ตามบัญชาการอสุรี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้น ฝ่ายว่าท้าวนางทั้งสี่
ได้แจ้งแห่งคำเสนี ก็รีบจรลีเข้ามา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ ครั้นถึงบังคมก้มเกศ ทูลสี่อัคเรศเสน่หา
บัดนี้พิเภกอสุรา สั่งมาให้องค์นงคราญ
ไปตามเสด็จบทบาท พระอัครราชผู้ยอดสงสาร
เฝ้าองค์พระนารายณ์อวตาร ยังสถานมรกตคีรี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นวลนางมณโฑมเหสี
ทั้งสี่อัครราชเทวี แจ้งที่รับสั่งกุมภัณฑ์
ก็เสด็จลงจากปราสาท อันโอภาสพรรณรายฉายฉัน
พร้อมฝูงสนมกำนัล พากันมายังชาลา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เพลง

๏ เมื่อนั้น พิเภกสุริย์วงศ์ยักษา
ให้โอรสอินทรชิตทั้งสองรา นั่งหน้าบุษบกรูจี
งามดั่งหนึ่งทิพย์พิมานมาศ ของท้าวเทวราชโกสีย์
เสร็จแล้วก็นำโยธี ออกไปยังที่อุทยาน ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงให้หยุดพลไกร กับพิชัยบุษบกมุกดาหาร
ก็นำสี่กัลยายุพาพาล ไปเฝ้าบทมาลย์นางสีดา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ ต่างตนนบนิ้วบังคมบาท พระอัครราชผู้ยอดเสน่หา
พญาพิเภกอสุรา จึ่งทูลกิจจานางเทวี
ตัวข้านี้ข้าบทบงสุ์ องค์พระนารายณ์เรืองศรี
เป็นน้องทศกัณฐ์อสุรี มีนามพิเภกกุมภัณฑ์
บัดนี้สมเด็จพระจักรา กับพระอนุชารังสรรค์
ล้างหมู่อสุรอาธรรม์ บรรลัยเกลื่อนกลาดดินดอน
ทั้งองค์ท่านท้าวทศพักตร์ พระยายักษ์สิ้นชีพด้วยแสงศร
อันซึ่งสมเด็จพระสี่กร อาวรณ์ถึงองค์นางเทวี
ขอเชิญเสด็จพระแม่เจ้า ไปเฝ้าพระนารายณ์เรืองศรี
ยังพลับพลาชัยรูจี ที่เขามรกตบรรพตา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น องค์พระลักษมีเสน่หา
ได้แจ้งแห่งคำอสุรา ว่าทศกัณฐ์บรรลัย
มีความชื่นชมด้วยสมคิด ดั่งถอนปืนพิษออกเสียได้
ซึ่งร้อนรนทนเทวษระกำใจ ก็บันดาลหายไปทันที
จึ่งมีเสาวนีย์อันสุนทร ดูก่อนพิเภกยักษี
อันตัวของเราในครั้งนี้ ชะรอยกรรมมีแต่หลังมา
จึ่งพลัดพรากจากเบื้องบาทบงสุ์ องค์พระหริรักษ์นาถา
แสนยากลำบากเวทนา ดั่งว่าตกกลางเพลิงกาล
มีแต่ร้อนรุมไปด้วยพิษ เพียงชีวิตจะสิ้นสังขาร
ทนทุกข์เทวษมาช้านาน ประมาณถึงสิบสี่ปี
ได้ช้ำจิตเป็นนิจไม่เว้นวัน ด้วยถ้อยคำทศกัณฐ์ยักษี
อันหญิงเหมือนอกข้านี้ ยากที่ใครจะเล็งเห็นใจ
ซึ่งจะไปเฝ้าพระหริวงศ์ พระองค์จะคิดสงสัย
มิรู้ที่จะทำประการใด ให้พ้นกังขาราคี ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พญาพิเภกยักษี
ก้มเกล้าสนองพระเสาวนีย์ ความนี้ก็แจ้งอยู่ด้วยกัน
ทั่วทั้งนักสิทธ์วิชาธร ฝูงเทพกินนรในสวรรค์
พระชนนีโลกวิไลวรรณ อย่าประหวั่นเร่าร้อนฤๅทัย
บรรดาสตรีในโลกา จะหาเปรียบพระองค์ไม่ได้
อันทองธรรมชาติที่อยู่ไฟ ถึงจะตกลงในธรณี
ช้านานประมาณกัปกัลป์ อย่าสำคัญว่าจะมัวหมองศรี
ยิ่งผ่องแผ้วแววฟ้าไม่ราคี ดั่งดวงมณีจินดา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระลักษมีเยาวยอดเสน่หา
ได้ฟังสอดคล้องต้องวิญญาณ์ แสนโสมนัสสาเป็นพ้นนัก
กูจะไปประณตบทบงสุ์ องค์พระหริวงศ์ทรงจักร
แต่ตกมาอยู่ในเมืองยักษ์ ลำบากยากนักมาช้านาน
มีแต่เดือดร้อนรำคาญใจ มิได้ชำระสระสนาน
ระคนเหื่อเจือไคลทรมาน ดั่งหญิงสาธารณ์อัปรีย์
ไม่ควรจะใกล้เบื้องบาท พระภัสดาธิราชเรืองศรี
จำจะชำระอินทรีย์ ให้สิ้นราคีในกายา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

ยานี

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายองค์เจ้าตรัยตรึงศา
แจ้งว่านวลนางสีดา กัลยาจะบทจรไป
เฝ้าพระหริวงศ์ทรงยศ ยังที่มรกตเขาใหญ่
บัดนี้มารดาสุราลัย อรไทจะสนานอินทรีย์
จึ่งมีเทวราชบัญชา สั่งนางรัมภาโฉมศรี
กับนางอรุณวดี สองกัลยาณีนงคราญ
จงพาอัปสรสาวสวรรค์ พร้อมกันนำเครื่องภิเษกสนาน
กับเครื่องประดับองค์อลงการ ไปถวายนงคราญนางสีดา
แล้วเจ้าจงตามเสด็จจร เป็นเพื่อนบังอรเสน่หา
ไปเฝ้าสมเด็จพระจักรา ยังสุวรรณพลับพลารูจี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ทั้งสองนางฟ้ามารศรี
รับสั่งหัสนัยน์ธิบดี แล้วจัดเครื่องมณีอลงการ
ทั้งเครื่องมูรธาภิเษกสรง สำหรับทรงชำระสระสนาน
ก็พาฝูงอัปสรนงคราญ ออกจากวิมานลงมา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงจึ่งตรงเข้าไป นั่งใกล้อัคเรศเสน่หา
แจ้งว่าองค์อมรินทรา ให้ข้าเอาทิพย์อาภรณ์
กับเครื่องสุคนธ์ธารสนานเกศ มาถวายอัคเรศดวงสมร
ให้โสรจสรงแล้วทรงประดับจร ไปเฝ้าภูธรธิบดี
ตัวข้ากับฝูงนางสวรรค์ จะพากันโดยเสด็จมารศรี
เชิญองค์อัครราชเทวี ชำระอินทรีย์ให้สำราญ ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น นางสีดาเยาวยอดสงสาร
แจ้งว่าองค์ท้าวมัฆวาน ประทานเครื่องทิพย์ลงมา
กับทั้งนางเทพอัปสร บังอรแสนโสมนัสสา
จึ่งมีสุนทรวาจา ว่าอันสมเด็จหัสนัยน์
ทรงพระเมตตาในครานี้ พระคุณนั้นหาที่สุดไม่
ว่าแล้วจึ่งองค์อรไท เสด็จไปโสรจสรงคงคา ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

ชมตลาด

๏ ทรงมูรธาธารสนานเกศ อัคเรศกวดเกล้าเกศา
ฝ่ายฝูงนางเทพธิดา ช่วยชำระกายาให้เทวี
บ้างถวายสุคนธ์ธารทรง บรรจงผัดพักตร์โฉมศรี
ภูษารายรูปกินรี พื้นเขียวขจีเครือสุวรรณ
สอดใส่สังวาลสะอิ้งแก้ว แล้วทรงสร้อยสลับประดับถัน
ทับทรวงทองกรมังกรพัน พาหุรัดกุดั่นเพชรพราย
สอดใส่ธำมรงค์พระทรงครุฑ ซึ่งวายุบุตรเอามาถวาย
มงกุฎแก้วกรรเจียกพรรณราย งามคล้ายพระอุมาโฉมยง
เสร็จแล้วย่างเยื้องจากอาสน์ กรายกรลีลาศดำเนินหงส์
ไปขึ้นมหาบุษบกทรง ฝูงอนงค์ทั้งนั้นก็ตามมา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ เพลง

ปะวะหลิ่ม

๏ บุษเอยบุษบกแก้ว รัศมีวาวแววเวหา
ห้ายอดสูงเยี่ยมเมฆา บันบังฉ้อฟ้าปราลี
อันยามลิวันกันยุเวก บุตรเอกอินทรชิตทั้งสองศรี
ถือดอกไม้ทองรูจี นั่งที่หน้าบุษบกนั้น
นางเบญกายกัลยา คู่สุวรรณกันยุมาสาวสวรรค์
นางตรีชฎาวิลาวัณย์ คู่กับนางจันทวดี
นวลนางมณโฑเยาวมาลย์ นางกาลอัคคีโฉมศรี
นั่งคู่เคียงข้างพระเทวี ตามที่อันดับกันมา
ฝ่ายฝูงนางอัปสรสวรรค์ ชวนกันห้อมล้อมซ้ายขวา
ถัดนั้นกำนัลกัลยา เชิญเครื่องดาษดาเรียงราย
พร้อมหมู่อสุรเกณฑ์แห่ แตรสังข์อภิรุมชุมสาย
พิเภกนำพลนิกาย เคลื่อนคลายบุษบกรีบมา ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ พญาเดิน

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายนางมารสำมนักขา
แจ้งว่าญาติวงศ์ในลงกา พากันไปเฝ้าพระจักรี
ให้คิดรำคาญร่านร้อน จะซ่อนตัวอยู่เล่าก็ใช่ที่
อกใจไม่เป็นสมประดี ดั่งมีผู้ฆาตฟาดฟัน
ความกลัวเพราะตัวเป็นต้นเหตุ ทุกข์เทวษโศกีไม่มีขวัญ
ด้วยโทษนั้นผิดติดพัน เร่งประหวั่นพรั่นใจไปมา
จำเป็นจะพลอยไปด้วยเขา บุญเล่าจะสมปรารถนา
เกลือกว่าพระลักษมณ์พระจักรา จะมีความเมตตาปรานี
คิดแล้วฉวยได้สไบบาง เดินพลางทางเสยเกศี
ลงจากปราสาทมณี อสุรีก็รีบตามมา ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นทันท้ายพลกระบวนแห่ เหลียวแลลนลานซ้ายขวา
ความกลัวองค์นางสีดา ทำตาขวางขวางรีรี
ดูดั่งว่าคนเสียจิต ไม่เข้าชิดฝูงนางสาวศรี
เดินอยู่ผู้เดียวดูอัปรีย์ มิได้พาทีด้วยใครใคร ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ