สมุดไทยเล่มที่ ๖๙

๏ เมื่อนั้น ท้าวมาลีวราชนาถา
ได้ฟังทั้งสองกุมารา ผ่านฟ้าฉงนสนเท่ห์ใจ
นิ่งอยู่เป็นครู่แล้วตรัสถาม อันลักษมณ์รามพี่น้องเป็นไฉน
เขาอยู่ถิ่นฐานบ้านเมืองใด สุริย์วงศ์พงศ์ไหนจึ่งอาจนัก
อันทศเศียรอสุรี ฤทธีปราบได้ทั้งไตรจักร
ถึงเทวินทร์อินทร์พรหมยมยักษ์ ก็เกรงศักดาเดชกุมภัณฑ์
ทั้งกรุงลงกามหานิเวศน์ พระสมุทรเป็นเขตคูกั้น
กว้างลึกล้อมรอบเป็นขอบคัน ข้าศึกนั้นข้ามไปอย่างไร
เขารู้เดินนํ้าดำดิน เหาะบินมาได้หรือไฉน
สาเหตุเภทพาลประการใด จึ่งตั้งใจเคี่ยวฆ่าราวี ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น นนยวิกวายุเวกยักษี
น้อมเศียรสนองพระวาที อันลักษมณ์รามพี่น้องทั้งสองนั้น
เป็นหน่อท้าวทศรถชัยชาญ หลานท้าวอัชบาลรังสรรค์
เรืองฤทธิไกรดังไฟกัลป์ ได้ผ่านเขตขัณฑ์อยุธยา
ทั้งสองออกมาทรงพรต บวชเป็นดาบสอยู่ในป่า
วันหนึ่งจึ่งเจ้าลงกา ผ่านฟ้าไปเที่ยวพนาลี
พระองค์พบนางที่กลางดง ทรงนามสีดามารศรี
พ่อแม่ลูกผัวก็ไม่มี อสุรีจึ่งรับเอามาไว้
ที่ในตำหนักสวนขวัญ มิได้ผูกพันพิสมัย
อันซึ่งมนุษย์วุฒิไกร พี่น้องหยาบใหญ่ทั้งสองคน
มีฤทธิ์แต่ด้วยศรศิลป์ ไม่ดำดินบินได้ในเวหน
คุมหมู่วานรเป็นพล จองถนนข้ามมหาสมุทรมา
ว่าเป็นผัวสีดานงลักษณ์ รุมโรมโหมหักยักษา
ฆ่าพระญาติวงศ์มรณา ผ่านฟ้าจงได้ปรานี ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

ช้า

๏ เมื่อนั้น ท้าวมาลีวราชเรืองศรี
ได้ฟังจึ่งกล่าววาที ในที่ท่ามกลางคนธรรพ์
ซึ่งว่ารามลักษมณ์เป็นนัดดา ท้าวมหาอัชบาลรังสรรค์
เห็นจริงด้วยเป็นวงศ์เทวัญ จึ่งบุกบันมาได้ถึงเมืองมาร
อันนอกกว่านี้ไม่มีใคร ซึ่งเรืองฤทธิไกรห้าวหาญ
เว้นไว้แต่เหล่าอัชบาล ซึ่งอาจผลาญสุริย์วงศ์พรหมา
อันปู่เขากับกูเป็นสหาย เพื่อนตายรักใคร่กันหนักหนา
ก็สิ้นชีวาลัยไปเมืองฟ้า แต่ลักษมณ์รามเกิดมากูไม่รู้
ด้วยพึ่งจะจำเริญวัย ทางไกลต่างคนต่างอยู่
นานแล้วไม่ได้ไปเยี่ยมดู สุริย์วงศ์ในกรุงอยุธยา
อันเหตุซึ่งเกิดสงคราม ลุกลามเคี่ยวเข็ญเข่นฆ่า
เป็นต้นด้วยหญิงที่ได้มา จึ่งพาให้ผิดใจกัน
กูจะไประงับทั้งสองฝ่าย ให้หายขึ้งเคียดเดียดฉันท์
จะว่ากล่าวเป็นกลางทางธรรม์ ให้ผูกพันธมิตรกันสืบไป ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

ร่าย

๏ ตรัสแล้วจึ่งมีบัญชา สั่งมหาเสนาผู้ใหญ่
จงเตรียมรี้พลสกลไกร กูจะไปลงกาธานี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

๏ บัดนั้น จึ่งมหาเสนาทั้งสี่
รับสั่งพระองค์ทรงฤทธี ถวายอัญชุลีแล้วออกมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ ปฐม

ยานี

๏ เกณฑ์เป็นกระบวนพยุหบาตร สำหรับเดินอากาศเวหา
เหล่าพลคนธรรพ์เสนา เป็นกองหน้าให้นำเสด็จจร
ถัดมาพวกพฤกษเทเวศ อันเรืองเดชสถิตในสิงขร
ถัดมาโยธาวิชาธร กรถือทิวธงอลงการ
กองขวาโยธาคณาครุฑ ฤทธิรุทรศักดากล้าหาญ
กองซ้ายนาคาในบาดาล ถือบุษบาบานทุกตน
กองหลังนั้นเหล่ากินนร เพียบพื้นอัมพรสับสน
ล้วนถือทิพย์มาศโกมล รถพลเสร็จพร้อมดั่งบัญชา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น ท้าวมาลีวราชนาถา
ครั้นเสร็จซึ่งจัดโยธา เสด็จมาเข้าที่สรงชล ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

โทน

๏ ให้ไขท่อทิพย์อโนดาต สุหร่ายมาศโปรยปรายดั่งสายฝน
ทรงสุคนธารสเสาวคนธ์ ปรุงปนเรณูสุมาลี
สนับเพลารายพลอยแวววาว ภูษาขาวเชิงรูปราชสีห์
ชายไหวชายแครงเครือมณี ฉลององค์ขาวขจีฉลุลาย
ตาบทิศทับทรวงดวงกุดั่น สังวาลวัลย์มรกตสามสาย
พาหุรัดทองกรมังกรกลาย ธำมรงค์เพชรพรายอรชร
ทรงมหามงกุฎเนาวรัตน์ กรรเจียกจรจำรัสประภัสสร
จับพระขรรค์แก้วฤทธิรอน กรายกรมาขึ้นพิชัยรถ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ บาทสกุณี

โทน

๏ รถเอยรถวิมาน กงกำแก้วประพาฬอลงกต
ห้ายอดหน้าบันเป็นหลั่นลด ช่อฟ้าช้อยชดบราลี
เทียมด้วยพลาหกตัวคะนอง ลำพองเพียงพญาราชสีห์
พาเผ่นอากาศด้วยฤทธี สารถีนั่งหน้าประนมกร
เครื่องสูงครบสิ่งกรรชิงรัตน์ กันภิรุมย์มยุรฉัตรประภัสสร
ปี่ฆ้องกลองแห่แตรงอน อัมพรสนั่นครรชิต
งามทรงดั่งองค์เทวา อันเสด็จลงมาจากดุสิต
งามรถเพียงรถพระอาทิตย์ งามพลแข่งฤทธิ์กันเหาะไป ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ กลองโยน

ยานี

๏ ลอยลิ่วปลิวมาในอัมพร ข้ามมหาสาครกว้างใหญ่
ใกล้ถึงลงกากรุงไกร ภูวไนยถวิลจินดา
ครั้นกูจะเข้าไปเมืองยักษ์ พระรามพระลักษมณ์จะกังขา
แม้นจะไปข้างทัพอยุธยา ทศพักตร์ยักษาจะน้อยใจ
จำจะหยุดอยู่แต่ที่รบ ตามขนบตัวกูเป็นผู้ใหญ่
จะหามาสมรภูมิชัย อย่าให้นินทาเป็นราคี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย

๏ คิดแล้วจึ่งสั่งคนธรรพ์ อันเป็นนายม้าสารถี
ให้ขับรถรัตน์มณี ลงที่พ่างพื้นสุธาธาร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ คุกพาทย์

๏ เมื่อนั้น นนยวิกวายุเวกใจหาญ
เห็นพระองค์ผู้วงศ์พรหมาน ไม่เข้าราชฐานลงกา
สององค์ก็ขับมโนมัย อันเรืองฤทธิไกรแกล้วกล้า
รีบเร่งไปตามมรคา เข้ามายังราชธานี ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงลงจากอัสดร บทจรตามกันทั้งสองศรี
ขึ้นเฝ้าพญาอสุรี ยังที่ปราสาทพรายพรรณ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ จึ่งน้อมเศียรเกล้าบังคมทูล ท้าวราพณาสูรรังสรรค์
ข้าไปเฝ้าองค์พระทรงธรรม์ ยังบรรพตยอดฟ้าศิลาลัย
กราบทูลกล่าวโทษลักษมณ์ราม ยกข้อเนื้อความขึ้นให้ใหญ่
พระอัยกาผู้ปรีชาไว ถามไถ่ถึงพวกปัจจามิตร
ข้าทูลว่าวงศ์อัชบาล ท้าวมีบรรหารประกาศิต
ว่าลักษมณ์รามเป็นหลานร่วมชีวิต ของสหายรักสนิทกับภูมี
บัดนี้พระองค์เสด็จมา ไม่เข้าลงกาบุรีศรี
ตั้งอยู่แต่นอกธานี ในที่ที่รณรงค์กัน ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น ทศเศียรพงศ์พรหมรังสรรค์
ฟังสองกุมารรำพัน ให้หวาดหวั่นสะดุ้งพระทัยนัก
อันพระอัยกานี้ทรงสัตย์ สารพัดรอบรู้แหลมหลัก
ถึงมาตรตัวกูเป็นหลานรัก ผิดแล้วไหนจักเมตตา
จะว่าแต่สุจริตไป ตามใครชอบผิดไม่คิดหน้า
จะรีบไปเฝ้าเบื้องบาทา องค์พระอัยกาทรงฤทธิ์
จะได้กล่าวโทษเป็นโจทก์ก่อน ทูลซ่อนข้อความที่กูผิด
ให้เห็นชั่วแต่ฝ่ายปัจจามิตร พระองค์ก็จะคิดปรานี
ตริแล้วจึ่งมีบัญชา สั่งเปาวนาสูรยักษี
จงเทียมรถแก้วรูจี กับหมู่โยธีให้พร้อมกัน
ตัวกูจะไปเฝ้าบาท พระอัยกาธิราชรังสรรค์
เชิญเสด็จพระองค์ทรงธรรม์ ให้ยกพลขันธ์เข้าลงกา ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จึ่งเปาวนาสูรยักษา
รับสั่งถวายบังคมลา ออกมาจากท้องพระโรงชัย ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ ปฐม

ยานี

๏ จัดพวกรี้พลทวยหาญ แสนเสนามารน้อยใหญ่
เทียมทั้งรถแก้วแววไว ตามในบัญชาอสุรี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น องค์ท้าวสิบพักตร์ยักษี
สระสรงทรงเครื่องรูจี มาขึ้นรถมณีอลงการ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ จึ่งให้เคลื่อนพหลพลไกร จากพิชัยลงการาชฐาน
เสียงประโคมโครมครื้นสุธาธาร พลมารแห่แหนแน่นมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ กราว

๏ ครั้นถึงจึ่งขับประทักษิณ ไปสิ้นสามรอบเวียนขวา
ให้หยุดรถแก้วแววฟ้า เบื้องซ้ายอัยกาทรงยศ
แล้วถวายธูปเทียนดอกไม้มาศ บูชาเบื้องบาทบงกช
โปรยปรายสุคนธารส น้อมเศียรประณตด้วยยินดี
ทูลว่าพระองค์ทรงเดช มาโปรดเกศสุริย์วงศ์ยักษี
อยู่ไยแต่นอกบุรี เชิญเสด็จภูมีเข้าเวียงชัย ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

ช้า

๏ เมื่อนั้น พระผู้ทรงปัญญาอัชฌาสัย
ฟังเจ้าลงกากรุงไกร มาเชิญเข้าไปพารา
มิได้ตรัสตอบพจมาน ตรึกไปด้วยญาณอุเบกขา
ตัวกูเป็นประธานโลกา จะว่าความฝ่ายเดียวไม่ควรนัก
จะเป็นที่ตำหนิติฉิน ดูหมิ่นทั่วไปทั้งไตรจักร
ว่าเข้าด้วยข้างทศพักตร์ หลานรักสหายจะน้อยใจ
จำจะประชุมเทเวศ กับองค์ตรีเนตรผู้ใหญ่
พร้อมกันในสมรภูมิชัย จึ่งจะให้ไปหาพระรามมา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

ร่าย

๏ คิดแล้วก็ร้องประกาศ ด้วยอำนาจพรหเมศนาถา
ดูก่อนฝูงเทพเทวา ทั่วทุกชั้นฟ้าโสฬส
คือองค์จตุโลกบาล อันสถิตวิมานอลงกต
ทั้งท้าวโกสีย์ผู้มียศ ทั่วทศทิศธาตรี
วันนี้ตัวเราจะว่าความ ทศพักตร์กับพระรามเรืองศรี
จงมาประชุมในที่นี้ ให้เห็นร้ายดีด้วยกัน ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

ยานี

๏ เมื่อนั้น ฝ่ายฝูงเทวาในสรวงสวรรค์
ทั้งองค์ตรีเนตรเวสสุวัณ อันทรงศักดาวราฤทธิ์
ได้ยินท้าวมาลีวราช ประกาศบัญชาประกาศิต
จะว่าความโดยธรรม์ทศพิธ ตามชอบแลผิดไม่เข้าใคร
ต่างองค์มีใจเกษมศานต์ ออกจากวิมานน้อยใหญ่
เหาะทะยานผ่านฟ้าด้วยว่องไว ตรงไปยังท้าวมาลี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ โคมเวียน

๏ ครั้นถึงจึ่งลงจากอากาศ ด้วยฤทธิ์เทวราชเรืองศรี
นั่งแน่นบนเนินคีรี ใกล้รถมณีพรายพรรณ ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

ช้า

๏ เมื่อนั้น ท้าวมาลีวราชรังสรรค์
ครั้นเห็นเทวามาพร้อมกัน ทรงธรรม์จึ่งมีบัญชา
ดูกรนัดดาสุริย์วงศ์ ผู้พงศ์พรหเมศนาถา
ซึ่งผิดกับพระรามแต่เดิมมา สาเหตุนั้นเป็นประการใด
คือใครตั้งต่อก่อก่อน จึ่งได้ราญรอนเป็นศึกใหญ่
จงว่าแต่ตามจริงไป อย่าเคลือบไคล้มุสาพาที ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น ท้าวทศพักตร์ยักษี
ฟังพระอัยกาธิบดี ชุลีกรสนองพระบัญชา
ข้าจะทูลความแต่ตามจริง ไม่เอาสิ่งเท็จนั้นมาว่า
เดิมพระรามจะผิดกับนัดดา เพราะด้วยสาเหตุเท่านี้
วันหนึ่งหลานไปเที่ยวประพาส รุกขชาติตามเชิงคีรีศรี
พบนางในกลางพนาลี มีนามสีดาอรไท
ไร้ทั้งบิตุเรศมารดร คู่ครองบังอรก็หาไม่
ตัวข้าเมตตารับมาไว้ ให้อยู่ในสวนอุทยาน
นานมาลักษมณ์รามทั้งสองคน คุมกระบี่รี้พลทวยหาญ
จองถนนข้ามฝั่งชลธาร ว่าเป็นผัวเยาวมาลย์สีดา
อาจองทะนงใจนัก โหมหักเคี่ยวเข็ญเข่นฆ่า
สุริย์วงศ์พงศ์พันธุ์ก็มรณา ผ่านฟ้าจงได้ปรานี ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

ช้า

๏ เมื่อนั้น ท้าวมาลีวราชเรืองศรี
ได้ฟังวาจาอสุรี ภูมีนิ่งนึกตรึกตรา
อันทศพักตร์กล่าวโทษพระราม ต้นความนั้นเกิดที่กลางป่า
ตัวกูผู้พิจารณา จะเป็นตราชูให้เพ่งธรรม์
คิดแล้วจึ่งกล่าวสุนทร ดูกรทศเศียรหลานขวัญ
ซึ่งเจ้ากล่าวโทษเขาทั้งนั้น ล้วนแต่ฉกรรจ์ทุกข้อไป
จำจะให้ไปหาพระราม มาถามสอบกันจึ่งได้
เท็จจริงก็จะแจ้งประจักษ์ใจ ที่ในสำนวนพาที ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

ร่าย

๏ ว่าแล้วจึ่งมีประกาศิต สั่งวิษณุกรรม์เรืองศรี
จงไปหาพระลักษมณ์พระจักรี ยังที่สุวรรณพลับพลา
บอกว่าเราผู้ฤทธิรงค์ กับองค์อัชบาลนาถา
เป็นสหายร่วมรักกันมา ช้านานแต่ดึกดำบรรพ์
อันพระลักษมณ์พระรามเป็นหลาน ของท้าวอัชบาลรังสรรค์
ก็นับในนัดดาเหมือนกัน จงรำพันดั่งเราพาที
เชิญให้พระองค์เสด็จมา ยังมหายุทธภูมิชัยศรี
แก้ความทศพักตร์อสุรี ที่ประชุมฝูงเทพนิกร ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระวิษณุกรรมชาญสมร
รับสั่งพระองค์ทรงฤทธิรอน ชุลีกรแล้วเหาะระเห็จไป ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ ครั้นถึงมรกตคีรี เทเวศผู้มีอัชฌาสัย
ตรงลงยังหน้าพลับพลาชัย นั่งใกล้แล้วทูลพระทรงฤทธิ์
บัดนี้ท้าวมาลีวราช พระบาทผู้ศักดาวาจาสิทธิ์
ซึ่งเป็นสหายร่วมชีวิต รักสนิทกับองค์พระอัยกา
ให้ข้ามาเฝ้าบาทบงสุ์ พระทรงครุฑภุชพงศ์นาถา
ด้วยทศกัณฐ์อสุรา ฟ้องหากล่าวโทษพระภูมี
หลายข้อแต่ล้วนฉกรรจ์ ทรงธรรม์ไม่เชื่อยักษี
ให้เชิญเสด็จพระจักรี ไปที่สมรภูมิชัย
จะได้ถามให้รู้ว่าใครผิด พระทรงฤทธิ์จะตัดสินให้
ต่อหน้าเทวาสุราลัย โดยในสุจริตสัจธรรม์ ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจักรรัตน์แก้วรังสรรค์
ได้ฟังพระวิษณุกรรม์ ทรงธรรม์ฉงนสนเท่ห์นัก
จึ่งตรัสแก่สุครีพวายุบุตร อันไวยวุฒิปรีชาแหลมหลัก
องคตพิเภกขุนยักษ์ พร้อมพักตร์เฝ้าบาทภูวไนย
นิลเอกนิลนนท์ชมพูพาน สุรเสนสุรกานต์ทหารใหญ่
ทั้งชามพูวราชฤทธิไกร อายุสม์ได้โกฏิปีปลาย
ผู้ใดใครยังรู้เห็น พระอัยกาเราเป็นสหาย
กับท้าวมาลีผู้เลิศชาย เพื่อนตายรักร่วมชีวี ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น จึ่งชามพูวราชกระบี่ศรี
ก้มเกล้ากราบทูลพระจักรี ตามที่ได้รู้มาช้านาน
ว่ามีอสุรพรหมหนึ่งนั้น ตั้งพิธีกรรม์กล้าหาญ
เพียรเฝ้าพระสยมภูวญาณ จะใคร่เป็นประธานโลกา
จึ่งขอพรพระจอมไกรลาส ให้อำนาจปกไปทุกทิศา
อีกทั้งมหาคทา ศักดาเลิศลบธาตรี
พระองค์จึ่งประสิทธิ์ประสาทให้ ตามใจอสุรพรหมยักษี
ครั้งนั้นองค์ท้าวมาลี ภูมีกราบทูลพระทรงญาณ
ว่าโอรสท้าวอโนมา ครองอยุธยาราชฐาน
ทรงนามชื่อท้าวอัชบาล ผ่านฟ้าตั้งอยู่ในสัจธรรม์
เป็นที่พำนักหลักเกศ นักพรตเทเวศทั้งสรวงสวรรค์
ซึ่งอวยพรให้แก่อสูรนั้น เห็นมันจะกำเริบนัก
จะเบียดเบียนมนุษย์เทวา นักสิทธ์วิทยาทั้งไตรจักร
ถึงท้าวอัชบาลรังรักษ์ จะต่อด้วยขุนยักษ์ก็ยากใจ
องค์พระสยมภูวนาถ จึ่งประสาทพระขรรค์แก้วให้
ทั้งพรอันประเสริฐเลิศไกร ใช้มาลีวราชเอามา
ถวายแก่องค์ท้าวอัชบาล อันเป็นประธานทุกทิศา
ให้พระขรรค์ชนะแต่คทา อสุรพรหมพาลาจงแพ้ฤทธิ์
แต่ครั้งนั้นมาทั้งสององค์ จึ่งตั้งสัจดำรงสุจริต
เป็นสหายเพื่อนตายเพื่อนชีวิต รักสนิทร่วมทุกข์สุขกัน ฯ

ฯ ๒๐ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์องค์นารายณ์รังสรรค์
ได้ฟังเรื่องดึกดำบรรพ์ อันชามพูวราชทูลมา
สิ้นที่กินแหนงแคลงใจ ภูวไนยแสนโสมนัสสา
จึ่งสั่งสุครีพผู้ศักดา ให้เตรียมวานรโยธี
เราจะไปประณตบทบงสุ์ องค์พระอัยกาเรืองศรี
แก้ความทศกัณฐ์อสุรี ยังที่สมรภูมิชัย ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

๏ บัดนั้น พญาสุครีพทหารใหญ่
รับสั่งพระตรีภูวไนย บังคมไหว้แล้วรีบออกมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ ปฐม

ยานี

๏ เกณฑ์กระบี่เป็นกระบวนพยุหบาตร สิบหมู่องอาจแกล้วกล้า
แต่ละตนล้วนมีฤทธา เหาะฟ้าเดินนํ้าดำดิน
บ้างรู้จำแลงแปลงกาย หายตัวบังเลือมก็ได้สิ้น
แต่ล้วนเคยมีชัยแก่ไพริน อาจปล้นเมืองอินทร์ได้ดั่งใจ
อันองคตคำแหงวายุบุตร ทั้งสิบแปดมงกุฎทหารใหญ่
ให้เคียงข้างรถแก้วแววไว ใกล้องค์ภูวไนยสี่กร ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น พระกฤษณุรักษ์ทรงศร
จึ่งชวนพระลักษมณ์ฤทธิรอน บทจรไปสรงคงคา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

โทน

๏ สองกษัตริย์ชำระสระสนาน สุคนธาธารทิพย์บุปผา
สนับเพลาเครือหงส์อลงการ์ ภูษาต่างสีท้องพัน
ต่างทรงชายไหวชายแครง ฉลององค์ลายแย่งสังเวียนคั่น
ตาบทิศทับทรวงสังวาลวัลย์ พาหุรัดกุดั่นทองกร
สอดใส่ธำมรงค์เรือนเก็จ มงกุฎเพชรจำรัสประภัสสร
ห้อยพวงมาลัยกรรเจียกจร ดอกไม้ทัดอรชรด้วยโกมิน
พระเชษฐานั้นทรงพรหมาสตร์ พระลักษมณ์จับพลายวาตธนูศิลป์
สององค์กรายกรดั่งหงส์บิน มาขึ้นรถอมรินทร์อลงการ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ บาทสกุณี

โทน

๏ รถเอยรถทรง กำกงประดับมุกดาหาร
บัลลังก์ล้วนแล้วแก้วประพาฬ บุษบกแม้นพิมานในโสฬส
เทียมด้วยอัสดรตัวดี ทั้งสี่พื้นเทพบุตรหมด
พระลักษมณ์นั่งประนมมาหน้ารถ เพียงพระจันทร์ทรงกลดในอัมพร
มาตุลีสารถีขับทะยาน พลาหกเริงร่านดั่งไกรสร
มยุรฉัตรพัดโบกจามร แตรงอนกลองชนะประโคมครึก
เสียงสินธพร้องมี่สนั่น เสียงกงรถลั่นก้องกึก
พลหาญหาญแห่โห่ฮึก ขับกันคึกคึกรีบไป ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ รุกร้น

๏ ครั้นถึงซึ่งที่สนามรบ พระตรีภพผู้มีอัชฌาสัย
ให้หยุดพหลพลไกร มั่นไว้ตามกระบวนยาตรา
แล้วเลื่อนรถรัตนมณี ประทับเข้าข้างที่เบื้องขวา
แห่งองค์สมเด็จพระอัยกา งามสง่าดั่งรถพระสุริยัน
สองกษัตริย์ถวายอภิวาทน์ ท้าวมาลีวราชรังสรรค์
ท่ามกลางฝูงเทพเทวัญ คอยฟังบัญชาพระภูมี ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ

ช้า

๏ เมื่อนั้น ท้าวมาลีวราชเรืองศรี
ครั้นเห็นพระลักษมณ์พระจักรี มีความแสนโสมนัสนัก
พินิจพิศดูรูปทรง สององค์งามลํ้าทั้งไตรจักร
คล้ายกันกับพระสหายรัก ผิวพักตร์ลักขณาจำเริญใจ
สมศักดิ์สุริย์วงศ์เทเวศ จับเนตรดั่งดวงแขไข
งามยิ่งอินทราสุราลัย ภูวไนยจึ่งมีบัญชา
ดูก่อนพระรามพระลักษมณ์ ผู้ทรงสิทธิ์ศักดิ์แกล้วกล้า
เจ้าก็เป็นหลานมิตรสนิทมา ดั่งนัดดาเราก็เหมือนกัน
ฝ่ายว่าข้างทศพักตร์นี้ อสุรีก็เป็นหลานขวัญ
สามองค์ล้วนวงศ์เทวัญ ทรงมหันตยศเลิศไกร
ไฉนเจ้าไม่ครองนคเรศ พี่น้องประเวศอยู่ป่าใหญ่
จนเกิดรบพุ่งชิงชัย ถึงได้เข่นฆ่าราวี
บัดนี้ทศกัณฐ์เขาเป็นโจทก์ กล่าวโทษหลานรักทั้งสองศรี
พระตรัสถามตามฟ้องอสุรี จริงดั่งนี้หรือนัดดา ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น พระจักรรัตน์แก้วนาถา
น้อมเศียรสนองพระบัญชา ซึ่งข้ามาอยู่พนาวัน
เพราะด้วยพระแม่ไกยเกษี เทวีมืดมัวโมหันธ์
ขอสัจบิตุรงค์ทรงธรรม์ ให้พระพรตนั้นผ่านธานี
กำจัดข้าจากนคเรศ ให้ทรงซึ่งเพศเป็นฤๅษี
อยู่ป่ากำหนดสิบสี่ปี หลานนี้จึ่งต้องมาเดินไพร
อันนางสีดายุพาพักตร์ กับองค์พระลักษมณ์กันแสงไห้
ตามข้ามาอยู่พนาลัย เป็นเพื่อนยากไร้ด้วยนัดดา
วันหนึ่งจึ่งมีกวางทอง ผิวพรรณผุดผ่องดั่งเลขา
เดินดัดลัดตรงเข้ามา ยังหน้าพระคันธกุฎี
นางสีดาเห็นก็รักใคร่ ร้องไห้วอนข้าบทศรี
ให้ไปตามจับมฤคี สุดที่จะขัดบังอร
จึ่งให้พระลักษมณ์นุชนาถ อยู่เฝ้าอัครราชดวงสมร
ข้ารีบไปในพนาดอน วางศรต้องกายมฤคา
ล้มลงที่เนินริมทาง กวางนั้นกลับเป็นยักษา
แสร้งร้องด้วยกลอสุรา กัลยาได้ยินก็ตกใจ
จึ่งขับให้องค์พระลักษมณ์ ไปตามหลานรักในป่าใหญ่
ครั้นกลับมาถึงตำหนักไพร ไม่เห็นสีดาเทวี
ตัวข้าพี่น้องเที่ยวเสาะหา พบสดายุราชปักษี
ปีกหักเจ็บชํ้าทั้งอินทรีย์ อยู่ที่ชายป่าพนาดร
บอกว่าทศเศียรขุนยักษ์ ลักนางสีดาดวงสมร
พามาโดยทางอัมพร ได้ออกต่อกรอสุรา
ข้าจึ่งรู้ว่าทศกัณฐ์ นั้นใช้มารีศยักษา
เป็นกวางไปลวงนางสีดา แล้วลักพามาธานี
หลานจึ่งจองถนนข้ามสมุทร ใช้บุตรพาลีเรืองศรี
ถือสารไปว่าโดยดี ให้ส่งเทวีออกมา
ทศพักตร์กลับว่าดื้อดึง จึ่งได้ผิดกันกับยักษา
ทั้งนี้เป็นความสัตยา ใช่ว่าข้าแกล้งผูกพัน ฯ

ฯ ๒๘ คำ ฯ เจรจา

๏ เมื่อนั้น ท้าวมาลีวราชรังสรรค์
ได้ฟังพระองค์วงศ์เทวัญ ทรงธรรม์นิ่งนึกตรึกไป
อันความทศพักตร์กับพระราม ใจความหาไกลกันไม่
เท็จจริงจะอยู่ข้างผู้ใด จะซักไล่ให้เห็นร้ายดี
ตรัสแล้วจึ่งกล่าวสุนทร ดูก่อนทศเศียรยักษี
ข้อซึ่งว่าได้นารี ในที่ดงแดนหิมวา
ไม่มีพ่อแม่ลูกผัว เที่ยวอยู่แต่ตัวอนาถา
บัดนี้ข้างฝ่ายพระรามา ว่าเป็นภัสดาทรามวัย
ท่านใช้มารีศเป็นกวาง ไปล่อลวงนางให้หลงใหล
ครั้นพระลักษมณ์พระรามตามกวางไป จึ่งลักนางมาไว้ในธานี
ฝ่ายเขาให้การแบ่งปัน ติดพันยกโทษยักษี
ว่าเจ้าก่อเหตุแต่เดิมที ยังจริงฉะนี้หรือขุนมาร ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น ท้าวราพนาสูรใจหาญ
น้อมเศียรสนองพระโองการ ซึ่งว่าหลานทำกลมารยา
ให้มารีศแปลงกายเป็นกวาง ไปล่อลวงนางที่ในป่า
ไม่จริงเหมือนคำให้การมา พระรามแกล้งว่าเอาแต่ดี
แต่ข้าได้สีดาเยาวมาลย์ มาไว้ในอุทยานสวนศรี
ข้านานประมาณขวบปี อสุรีก็แจ้งทั้งเวียงชัย
จะมีผู้ใดใครตามมา ว่าเป็นผัวสีดาก็หาไม่
ต่อศึกล่วงข้ามสมุทรไท จึ่งใช้องคตวานร
ถือสารพระรามมาพาที ว่าเป็นสามีดวงสมร
ลิงนั้นอ้างอวดฤทธิรอน หักประตูพระนครเข้ามา
ผิดทูตจำทูลสารสนอง จองหองเย่อหยิ่งให้เกินหน้า
หยาบช้าพาทีอหังการ์ ไม่เกรงข้าผู้พงศ์พรหมาน
แล้วหักโหมโจมเข้าพิฆาต ถึงในปราสาทราชฐาน
ฆ่าสี่เสนีวายปราณ หลานได้อัปยศพันทวี ฯ

ฯ ๑๔ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น ท้าวมาลีวราชเรืองศรี
ได้ฟังทศกัณฐ์อสุรี จึ่งมีพระราชบัญชา
ดูก่อนพระรามหลานรัก อันคำทศพักตร์ยักษา
ให้การแก้เกี่ยวเข้ามา ตัวเจ้าจะว่าประการใด ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น พระจักรีผู้มีอัชฌาสัย
ได้ฟังบรรหารภูวไนย บังคมไหว้สนองพจมาน
ข้าให้องคตวานร ถือลักษณ์อักษรไปว่าขาน
โดยธรรม์สุจริตบุราณ อสุรีปิดทวารเมืองไว้
องคตว่ากล่าวโดยดี ยักษีก็ไม่เปิดให้
จึ่งทลายประตูเข้าไป ถึงองค์ท้าวไททศกัณฐ์
แจ้งความตามเรื่องราชสาร พญามารกริ้วโกรธหุนหัน
ใช้สี่เสนีกุมภัณฑ์ ออกโรมรันจะจับองคต
วานรจึงต้องชิงชัย ยักษ์สู้ไม่ได้ก็ตายหมด
กลับมาให้การเลี้ยวลด เป็นคำคดเคลือบแฝงเจรจา
แรกข้ายังไม่ข้ามสมุทร หยุดทัพอยู่ที่ชายป่า
พิเภกผู้น้องอสุรา เห็นว่าทำผิดประเวณี
รักพี่ได้ทูลทัดทาน พญามารกลับโกรธยักษี
ตัดขาดจากญาติไม่ไยดี ขับหนีเสียจากเวียงชัย
เป็นความสัจจริงของข้า จะแกล้งผูกพันว่านั้นหาไม่
พระองค์ผู้ทรงภพไตร จงได้ดำริด้วยปรีชาญ ฯ

ฯ ๑๖ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น พระผู้ปิ่นยอดฟ้ามหาสถาน
ฟังพระจักรีให้การ ผ่านฟ้ารำพึงคะนึงคิด
อันคำทศพักตร์กับพระราม ข้อความไม่รู้ว่าใครผิด
ตัวกูผู้ทรงทศพิธ จะพิจารณาให้เป็นธรรม์
คิดแล้วจึ่งมีบัญชา ดูราพระรามรังสรรค์
อันนางสีดาวิลาวัณย์ ใครให้ปันเจ้าแต่เดิมที
ยังมีผู้ใดรู้เห็น เมื่อได้มาเป็นมเหสี
ถิ่นฐานสุริย์วงศ์ของเทวี อยู่ที่แห่งใดนะนัดดา ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น พระจักรรัตน์แก้วนาถา
นบนิ้วสนองพระบัญชา อันนางสีดายุพาพาล
กำเนิดในดวงประทุมมาศ ประหลาดกว่ามนุษย์ในสงสาร
พระชนกฤๅษีผู้ทรงญาณ ได้นางเยาวมาลย์มาเลี้ยงไว้
ยังห้องพระคันธกุฎี จนองค์เทวีจำเริญใหญ่
พระบิดาลาพรตจากไพร คืนเข้าเวียงชัยมิถิลา
ให้ตั้งพิธียกศิลป์ กษัตริย์มาสิ้นทุกทิศา
อันหมู่ฤๅษีเทวา ก็พร้อมหน้าช่วยการสยุมพร
องค์ท้าวชนกจักรวรรดิ ให้ผลัดกันยกธนูศร
ข้ายกได้ด้วยสถาวร พระบิดรชื่นชมยินดี
จึ่งแต่งการมงคลอภิเษก ให้นางเป็นเอกมเหสี
บรรดาเทวาทั้งนี้ ก็แจ้งแต่เดิมทีมาด้วยกัน ฯ

ฯ ๑๒ คำ ฯ เจรจา

ร่าย

๏ เมื่อนั้น ท้าวมาลีวราชรังสรรค์
ได้ฟังพระองค์ทรงสุบรรณ ให้การเป็นธรรม์ทุกสิ่งไป
ครั้นจะพิพากษาสองสถาน เผชิญพยานยังไม่ได้
ข้อนี้จำกูจะงดไว้ จะให้ไปหาคนกลาง
ออกมาซักไซ้ไต่ถาม สอบใส่ใจความให้กระจ่าง
ที่เคลือบแฝงจะแจ้งเพราะคำนาง ข้ออ้างจึ่งจะสืบต่อไป
คิดแล้วจึ่งมีประกาศิต ให้พระวิษณุกรรมเป็นนายใหญ่
คุมหมู่คนธรรพ์อันว่องไว เข้าไปหานางสีดามา
อันทศพักตร์กับพระราม จะมีความรังเกียจกังขา
สองเจ้าจงแต่งเสนา ซึ่งมีปรีชากำกับกัน ฯ

ฯ ๑๐ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น พระสุริย์วงศ์องค์นารายณ์รังสรรค์
น้อมเศียรถวายบังคมคัล จึ่งบัญชาสั่งหนุมาน
ตัวท่านผู้มีฤทธิรอน จงคุมวานรทวยหาญ
ไปด้วยเทเวศชัยชาญ ตามราชโองการอัยกา ฯ

ฯ ๔ คำ ฯ

๏ เมื่อนั้น ท้าวยี่สิบกรยักษา
ได้ฟังพระราชบัญชา อสุราประหวั่นพรั่นใจ
ด้วยจะเอาสีดามาไถ่ถาม จะออกความจับเท็จกูได้
สุดคิดที่จะบิดเบือนไป จะอุบายแก้ไขก็ใช่ที
จำเป็นจำมีบรรหาร สั่งมโหทรมารยักษี
ตัวท่านจงคุมอสุรี ไปสวนมาลีกับวานร ฯ

ฯ ๖ คำ ฯ เจรจา

ร่าย

๏ เมื่อนั้น พระวิษณุกรรมชาญสมร
พร้อมกันแล้วรีบระเห็จจร เผ่นขึ้นอัมพรด้วยฤทธา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เชิด

๏ บัดเดี๋ยวก็ถึงสวนขวัญ ขององค์ทศกัณฐ์ยักษา
พากันลงจากเมฆา เข้ามาเฝ้าองค์นางเทวี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เสมอ

๏ นั่งลงแล้วแจ้งแสดงเหตุ แก่องค์อัคเรศมเหสี
ว่าพระอัยกาธิบดี ชื่อมาลีวราชฤทธิรอน
เธอทรงศักดาวาจาสิทธิ์ สถิตยังยอดฟ้าสิงขร
ทศพักตร์กล่าวโทษพระสี่กร เชิญให้ภูธรเสด็จมา
อยู่ยังสมรภูมิชัย ภูวไนยจะทรงพิพากษา
ท่ามกลางฝูงเทพเทวา จึ่งให้หาสมเด็จพระจักรี
มาถามตามฟ้องทศกัณฐ์ ข้อความติดพันถึงโฉมศรี
ให้ข้ามาเชิญเทวี ภูมีจะว่าโดยธรรม์ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

ร่าย

๏ เมื่อนั้น นวลนางสีดาสาวสวรรค์
ได้ฟังพระวิษณุกรรม์ รำพันออกนามพระจักรา
ค่อยคลายอาดูรพูนเทวษ เยาวเรศแสนโสมนัสสา
วันนี้จะได้เห็นพระภัสดา แต่จากบาทามาหลายปี
ทั้งจะได้ชมดวงพักตร์ พระลักษมณ์อนุชาเรืองศรี
คิดแล้วจึ่งมีเสาวนีย์ แก่ตรีชฎาผู้ร่วมใจ
ว่าบัดนี้องค์พระอัยกา เสด็จมาจะทรงวินิจฉัย
บัญชาให้หาเราออกไป ในที่ประชุมเทวัญ ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ

๏ บัดนั้น ฝ่ายมโหทรคนขยัน
ให้เชิญบุษบกแก้วแพรวพรรณ มารับองค์นางกัลยาณี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เจรจา

ร่าย

๏ เมื่อนั้น นวลนางสีดามารศรี
ยุรยาตรนาดกรจรลี แสนสาวอสุรีก็ตามมา ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ เพลง

๏ ขึ้นสู่บุษบกวิมานทรง พร้อมฝูงอนงค์ซ้ายขวา
ทั้งเบญกายตรีชฎา นั่งหน้านบนิ้วประนมกร ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

มะลิม

๏ บุษเอยบุษบกแก้ว แล้วด้วยประพาฬรัตน์ประภัสสร
เรือนเก็จเสากาบกระหนกงอน ห้ายอดอรชรด้วยเนาวรัตน์
ประดับรูปเทพนมประนมนิ้ว ครุฑจับนาคหิ้วยืนหยัด
ลอยลิ่วปลิวไปดั่งลมพัด งามทัดเทียมรถพระสุริยน
ไขแสงแข่งสีสองดวง โชติช่วงมาในโพยมหน
งามพระลักษมีนิรมล ดั่งทรงไพชยนต์วิมานมา
งามหมู่วานรทวยหาญ ล้อมองค์เยาวมาลย์อยู่เบื้องขวา
ข้างซ้ายงามแสนอสุรา เทวัญนำหน้าเสด็จจร ฯ

ฯ ๘ คำ ฯ เชิด

ร่าย

๏ ครั้นถึงลงจากอากาศ งามเพียงดั่งราชหงส์ร่อน
สถิตยังหน้ารถอลงกรณ์ ภูธรอัยกาธิบดี ฯ

ฯ ๒ คำ ฯ

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

แชร์ชวนกันอ่าน

แจ้งคำสะกดผิดและข้อผิดพลาด หรือคำแนะนำต่างๆ ได้ ที่นี่ค่ะ